เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย [LinHoon] AU : Thai

ตอนที่ 92 : กัดไม่เลือกหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 488
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    28 ก.ค. 63



เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

บทที่ ๕๔ กัดไม่เลือกหน้า 


 

งานทำบุญครบรอบของคุณหญิงมณีจันทร์ ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเล็กน้อยเลยสักนิด นั่นอาจจะเพราะการตกแต่งสถานที่ บรรยากาศและการต้อนรับขับสู้ของเจ้าของเรือน


จะบอกว่าบรรยากาศงานให้ความรู้สึกผ่อนคลายก็คงใช่ ทุกอย่างดูลงตัว มองแล้วให้ความรู้สึกถึงความเป็นจันทร์ดาราฉายในรูปแบบที่สบายใจ


ทว่า... ไม่ใช่ทุกที่จะรู้สึกเช่นนี้


หลังจากที่ให้การต้องรับหม่อมเจ้าโฉมฉายและพระญาติที่มาร่วมงานแล้ว เสน่ห์จันทร์ก็ออกมาต้อนรับแขกร่วมกับบิดาและมารดา ส่วนดาราทอง ยังคงอยู่โยงระหว่างงานและดูความเรียบร้อยของครัว


พิธีทางพราหมณ์เริ่มตั้งแต่เช้า รวมไปถึงการรำแก้บน ซึ่งปีนี้ยังคงเป็นคณะรำจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ แต่ไม่ใช่ชุดเดิมจากปีที่แล้ว ทว่าก็ยังได้รับคำชมจากแขกเรื่อไม่แพ้กัน


ไม่ว่าจะเป็นพิธีการต่าง ๆ และงายฝีมือบายศรีที่จัดเตรียมเอาไว้ มีแขกที่เอ่ยชมผมงานของสายพิรุณไม่ขาดปากเช่นเดิม


“จัดงานได้สวยไม่แพ้ปีก่อนเลยค่ะคุณหญิง ถึงจะบอกว่างานไม่ใหญ่เท่าก็ตาม แต่ดิฉันมองอย่างไรก็ไม่ที่ติจริง ๆ เครื่องแขวนไทยด้านบน ดิฉัน

ไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว ไม่คิดเลยว่าปัจจุบันยังมีคนที่ทำได้งดงามขนาดนี้อีก นี่ยังไม่พูดถึงพู่กลิ่นรอบ ๆ งานนะคะ ดิฉันไม่รู้จะเอ่ยปากชมอย่างไรแล้ว”


“ต้องยกความดีให้หลานพระพายค่ะ เขาเป็นคนดูแลเรื่องนี้ทุก ๆ ปี”


“พระพาย... อ่อ พ่อหนุ่มที่คุณหญิงมณีจันทร์เรียกให้เข้าไปกราบในงานปีที่แล้วใช่ไหมคะ”


“ใช่ค่ะ”


“ได้ยินเสียงเล่าลือกันว่าสนิทกับคุณจันทร์มาก เห็นทีว่าไม่เกินจริง”


“หลานพระพายกับคุณจันทร์เติบโตมาด้วยกันค่ะ จะบอกว่าเป็นหนึ่งในจันทร์ดาราฉายก็ไม่เกินจริงค่ะ เพราะพวกเราต่างเห็นหลายพระพายเป็นคนในครอบครัว”


“ใช่คนนั้นหรือเปล่าคะ ดิฉันจำไม่ค่อยได้ ปีที่แล้วก็เห็นหน้าค่าตาไม่ชัดนัก”


คุณหญิงอรุณพิศหันไปมองตามสายตาของคุณหญิงผู้หนึ่งที่มาชวนคุยระหว่างรอทำพิธีถวายเพลพระ


สายพิรุณกำลังยืนอยู่ข้างกายของเสน่ห์จันทร์ ในชุดสุภาพ เข้าคู่กับชุดของเสน่ห์จันทร์ ทั้งสองกำลังพูดคุยอยู่กับหม่อมราชวงศ์ฉัตรศิริวิไล ซึ่งมาร่วมงานในวันนี้พร้อมกับหม่อมเจ้าโฉมฉาย


“ใช่แล้วค่ะ”


“พอยืนคู่กับคุณจันทร์แบบนี้แล้ว ดูสนิทสนมกันมากจริง ๆ”


คุณหญิงอรุณพิศไม่ได้ตอบอะไร เพราะเข้าใจความหมายในคำพูดนั้น ในแวดวงสังคมชั้นสูงมักพูดคุยเอ่ยถามอะไรกันอ้อมค้อมเช่นนี้เสมอ และคำพูด ท่าทีของเธอก็เป็นคำตอบพร้อมคำยืนยันที่ชัดเจนแล้ว หากคุณผู้หญิงคนนี้จะนำความไปพูดคุยกันในวงสนทนาว่า เสน่ห์จันทร์กับสายพิรุณเป็นอะไรกัน


ในสังคมชั้นสูง ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องความสัมพันธ์เช่นนี้ เธอเองก็เห็นลุกหลานของคุณ ๆ ท่าน ๆ หลายคนที่เปิดตัวเรื่องรสนิยมด้านความรัก สำหรับเสน่ห์จันทร์ผู้เป็นลูกชายของเธอ แม้จะไม่เคยเปิดปากบอกใครว่าอะไรเป็นอะไร ทั้งยังเก็บตัวเงียบเชียบไม่เคยทำตัวเป็นประเด็นเรียกกระแสอะไร นั่นจึงเป็นเหมือนเกราะบาง ๆ ที่ปิดกั้นปัญหาจากภายนอกได้ดีทีเดียว


ยอมรับอย่างสุดหัวใจ... ลูกชายของเธอคิดและวางแผนเป็นระบบมาได้ดีเยี่ยมจริง ๆ




 

อาจจะเพราะปีนี้แขกเรื่อที่มางานนั้น ไม่ได้มากเช่นปีก่อน ๆ ทำให้การได้พบปะพูดคุยกันเป็นอะไรที่ทั่วถึงและง่ายมากกว่าเดิม ทั้งยังตัดความน่ารำคาญใจออกไปได้มากทีเดียว


เสน่ห์จันทร์และสายพิรุณผละจากฉัตรศิริวิไล ก่อนจะเดินไปรวมตัวกับคุณเพชรน้ำหนึ่ง คุณอรุณพิศ ซึ่งตอนนี้มีดาราทองพร้อมทั้งสารัฐอยู่ด้วย


“พ่อว่า หลังรับมื้อกลางวันแล้วค่อยพาค่อยพาคู่แฝดกับหนูมะลิมานะ อยากให้มาดูคุณรักษณ์เธอรำฉุยฉายพราหมณ์”


“จะดีเหรอคะคุณพ่อ หนูมะลิน่ะไม่เท่าไหร่ แต่คู่แฝดน่ะสิคะ ดารากลัวจะมาพังงานมากกว่า”


“ว่าไปเรื่อย หลานตาไม่ได้ซนอะไรขนาดนั้น” คุณเพชรน้ำหนึ่งพูดอย่างอารมณ์นี้ มาแบบนี้แสดงว่าอยากจะอวดหลานกับเพื่อนฝูงที่มาเสียมากกว่า


ไม่ได้รู้ฤทธิ์เดชของคู่แฝดมหากาฬซะแล้ว


“ถ้ามีปัญหาดาราไม่รับผิดชอบนะ” ดาราทองเอ่ย ก็เธอกลัวเหลือเกินว่าลูกชายทั้งสองคนของเธอจะระเบิดงานเสียก่อนน่ะสิ ซนยิ่งกว่าอะไรเสียอีก


“เอาน่ะ พามาให้คนแก่แถวนี้ชื่นใจเถอะ อย่างอื่นค่อยว่ากัน” คุณหญิงอรุณพิศไม่วายกระทบสามีที่ยื่นข้างกัน ทำเอาบรรดาลุก ๆ ยิ้มกริ่ม

ภาพสมาชิกครอบครัวจันทร์ดาราฉายสายหลักยืนพูดคุยเป็นสุข ตกอยู่ในสายตาของคนทั้งงาน นั่นก็รวมไปถึงสกุลอภิรเดช ซึ่งปีนี้มีเพียงชาญยุทธและกานต์กนกเท่านั้นที่มาร่วมงาน


ส่วนกลมกมล นอกจากธัญญาลักษณ์แล้ว ยังมีหลานฝาแฝดที่เธอรับอุปการะเลี้ยงดูมาด้วย


จะบอกว่าเธอขอพึงใบบุญของเสน่ห์จันทร์ก็คงใช่ เพราะเมื่อเห็นรายการขนมไทยที่จะจัดขึ้นโต๊ะในวันนี้ เธอก็รู้สึกเบาใจ และโล่งใจมากที่พาภาวิณีและสินธรมาด้วย


เด็กสองคนนี้กำลังอยู่ในวัยเรียนรู้และร้อนวิชา เธอยอมรับว่าทั้งสองมีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก มากในขนาดที่เธอเองยังหวาดหวั่น ว่าสักวันหนึ่งเธอจะเอาไม่อยู่


ดังนั้นก็พามาร่วมงานวันนี้จึงเป็นการเสี่ยงดวงของเธอ ว่ากลับไปเธอจะถูกท้าทายอีกครั้งหรือ เด็กทั้งสองจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวมากขึ้น

ต่อให้มีพรสวรรค์แต่บางสิ่งบางอย่าง แค่พรสวรรค์มันก็ช่วยไม่ได้หรอก


เธอรู้ดี รู้ดีที่สุด


“วันนี้เสน่ห์จันทร์ทำผกากรองขึ้นโต๊ะ พวกเธอลองชิมแล้วจำเอาไว้” ธัญญาลักษณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน ส่วนเด็กทั้งสองก็แค่ไหวไหล่ ทำเป็นไม่ยี่หระ เพราะมั่นใจในฝีมือของตนเองมาก


ผกากรองคือขนมที่สายกลมกมลทำขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีขนมผกากรองที่ใดอร่อยเท่า ดังนั้นเมื่อสองพี่น้องสบตากันก็แค่กระตุกยิ้มอย่างหยิ่งทะนง


ไม่มีสายสกุลไหนทำขนมชนิดนี้ได้ดีกว่ากลมกมล แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นเจ้าของจันทร์ดาราฉายก็ตาม


ธัญญาลักษณ์เหลือบมองหลานแฝด ก่อนที่เธอจะยกชามะลิหอมกรุ่นขึ้นจิบเพื่อปิดบังรอยยิ้ม และกวาดตามองบรรยากาศโดยรอบงาน


เดี๋ยวก็รู้...


หลังจากที่เสร็จพิธีถวายเพลพระ จนนิมนต์พระกลับเรียบร้อยแล้ว ไม่นานเสน่ห์จันทร์ก็เดินยิ้มมาหยุดหน้าเวทีชั่วคราวสำหรับจัดมหรสพ

เขาหันไปยิ้มและขยับตัวเล็กน้อย ให้ดาราทองมายื่นคู่กัน เพื่อที่จะทักทายแขกเรื่อที่มางาน เป็นการทำหน้าที่ที่ชัดเจนว่า นับจากนี้ไป เพชรน้ำหนึ่ง จันทร์ดาราฉาย จะถอยฉากอยู่เบื้องหลังสกุลสายหลักแล้ว


สองพี่น้อง ทายาทสายตรง เสน่ห์จันทร์ – ดาราทอง จันทร์ดาราฉาย ยิ้มให้กับแขกที่มางานด้วยใบหน้าแสนจะเป็นมิตร ทั้งยังให้ความรู้สึกอ่อนโยน อบอุ่น


อ่อ... บรรยากาศเช่นนี้คือเสน่ห์จันทร์อย่างแน่นอน ส่วนดาราทอง เธอเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ไม่แสดงตัวให้โดดเด่นมากมายนัก


ให้น้องชายของเธอสร้างภาพให้เต็มที่เถิด เธอไม่ค่อยถนัดอะไรแบบนี้จริง ๆ แค่คิดว่าเสน่ห์จันทร์จะพูดอะไร เธอก็นึกเห็นใจญาติพี่น้องสายรองแล้วล่ะ


“สวัสดีแขกทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้ครับ ผมเสน่ห์จันทร์ จันทร์ดาราฉายครับ และข้าง ๆ ของผมคือคุณดาราทอง จันทร์ดาราฉาย ผู้ดูแลจันทร์ดาราฉายในรุ่นนี้ครับ”


ดูเอาเถอะ! ดูพูดเข้า!


กลายเป็นชื่อของเธอดูแลจันทร์ดาราฉายไปได้ยังไง เห็น ๆ กันอยู่ว่าใครกันแน่ที่มีอำนาจสูงสุด มาโยนให้เธอเป็นหนังหน้าไฟซะได้!

ดาราทองนั้นนึกค่อนแคะน้องชายอยู่ในใจ แต่เธอรู้ดีว่าเกินครึ่งของคนที่อยู่ในงานเข้าใจว่าเสน่ห์จันทร์แนะนำตัวและบอกสถานะพร้อมกับเธอไปด้วย เพื่อเป็นการให้เกียรติ


แต่ฟังเอาเถิด อย่างไรก็ตีความหมายได้ว่าโยนให้เธอคนเดียว


จะด่าว่านิสัยเสียสักคำก็กลัวจะบาป


เฮ่อ


“จันทร์ดาราฉายขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมงานวันครบรอบของคุณหญิงมณีจันทร์ จันทร์ดาราฉาย ผู้ดูแลจันทร์ดาราฉายในรุ่นก่อน หรือก็คือคุณย่าของผมและคุณดาราทอง ขอบพระคุณที่ทุกท่านยังคงรักและคิดถึงท่านเสมอนะครับ แม้ว่าท่านจะจากไปแล้วก็ตาม”


ทุกถ้อยคำของเสน่ห์จันทร์ ฟังผ่าน ๆ แล้วช่างเต็มไปด้วยความเคารพรัก ซึ่งก็ใช่ เพียงแต่หากขบคิดให้ลึกซึ้งแล้ว บรรดาญาติสายรองที่ใกล้ชิดก็ต่างหน้าซีดเผือด


คำพูดยืดยาวของเสน่ห์จันทร์ ช่างเต็มไปความอบอุ่นที่แสนเย็นชา รักและคิดถึงคนที่ตายจากไปแล้ว


เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่สามารถจับต้องร่วมกันได้ หากเนิ่นนานไป ความทรงจำเลือนราง ความสัมพันธ์จืดจาง...


ก็สิ้นแล้วความผูกพันในเครือญาติ


ไม่สิ... ต้องบอกว่าตอนนี้นอกจากชื่อคุณหญิงมณีจันทร์ที่ตายจากไป ไม่มีสิ่งใดที่เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างญาติพี่น้องกันอีกต่อไปแล้ว


“มันร้ายกาจขึ้นทุกวัน” ชาญยุทธได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แม้ว่าเขาจะพยายามทำตัวให้นิ่งแค่ไหน พยายามทำหน้าตาให้รับแขกมากเพียงใด แต่ความไม่พอใจก็ยังสังเกตได้ชัดเจน


แน่ล่ะ... ใครจะทำอารมณ์ดีอยู่ได้ เมื่อไอ้เด็กรุ่นลูกพูดจาไม่ไว้หน้ากันขนาดนี้


ส่วนธัญญาลักษณ์... เธอหมดคำจะพูดไปนานแล้ว


“เขาก็แค่หน้าตาดีแล้วก็ดู... เรียบร้อยสักหน่อยเท่านั้น”


สินธร ฝาแฝดคนน้องเป็นคนพูด เขาไม่ได้รู้สึกว่าเสน่ห์จันทร์ จันทร์ดาราฉายน่าหวั่นเกรงอะไร ยิ่งมองมากแค่ไหน ก็เห็นแค่ผู้ชายหน้าตาดี บุคลิกภาพเรียบร้อย นุ่มนวลเท่านั้น แต่เขาก็ไม่แปลกใจหรอก เพราะมารดาของเขาบอกว่า เสน่ห์จันทร์เป็นเกย์


“เหรอ? แต่นิว่า เขาดูดีออก คนอื่นอาจจะมองว่านุ่มนิ่มไป แต่ผู้ชายนุ่ม ๆ หวาน ๆ ก็ดีไม่หยอกนะ”


ภาวิณีมีความเห็นแย้งกับแฝดน้อง เธอไม่แปลกใจนักถ้าสินธรจะไม่ตื่นเต้นอะไรกับผู้ชายด้วยกัน ส่วนเธอ ของน่ามองก็คือน่ามอง ไม่ได้เกี่ยงเพศสภาพอะไร


“ท่าดีทีจะเหลวหรือเปล่า เมื่อก่อนคุณน้าเล็กก็เล่นสนุกจนแม่ของหมอนั่นดูแทบไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ลูกคงไม่ทิ้งกันไปไกลหรอกมั้ง”


“อย่าประมาทน่าสิน ณิว่าลองชิมดูก่อนนะ”


“เหอะ” สินธรทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะไหวไหล่ไม่แยแส


ธัญญาลักษณ์ได้ยินทุกอย่างชัดเจน แต่เธอไม่คิดจะเอ่ยแก้ เด็กทั้งสองถูกคนรอบข้างยกยอปอปั้นจนตอนนี้เท้าไม่ติดพื้นเสียแล้ว ป่วยการที่เธอจะพูดอะไรให้เข้าใจ


ทุกคนหันไปสนใจสิ่งที่เสน่ห์จันทร์กำลังเอ่ยอีกครั้ง


“การตกแต่งบริเวณที่จัดงานในวันนี้ต้องขอบคุณ พระพาย สายพิรุณ รัญจวนใจ เจ้าของสวนพิรุณ ที่คอยดูแลครัวเสน่ห์จันทร์ดาราทองมาตลอดครับ”


ไม่ว่าเมื่อไหร่สายพิรุณก็ไม่คุ้นชินกับการชื่นชมของเสน่ห์จันทร์สักที ยิ่งต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ด้วยแล้ว เขาทำได้แค่ขยับตัวลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วโค้งเล็กน้อย เป็นการทักทายแขกเรื่อทุกคน จากนั้นรีบนั่งลงข้างกับสารัฐ ซึ่งกำลังพยายามสุดตัวกับการกลั้นเสียงหัวเราะกับท่าทีงก ๆ เงิ่น ๆ ของเขา


“งานในวันนี้ ทางจันทร์ดาราฉายไม่ได้จัดใหญ่โตมากนัก เพราะต้องการให้เป็นงานภายใน จึงได้เรียนเชิญแต่แขกที่สนิทสนมกันเพียงเท่านั้น หวังว่าจะไม่ทำให้ใครต้องขัดเคืองใจกับงานภายในเล็ก ๆ นี้นะครับ”


นั่นหมายความว่า ยุวเรศที่ไม่ได้มานั่งเสนอหน้าในงานนี้ ไม่ได้มีความใกล้ชิดอะไรแล้ว


พูดให้ง่ายอีกนิดก็คือ... การตัดญาติทีเกิดเมื่อปีก่อน คือเรื่องจริง


“เมื่อจัดงานที่จันทร์ดาราฉาย ก็ขาดไม่ได้กับอาหารคาวหวานที่เป็นเสน่ห์ของเราเอง วันนี้สำรับต้อนรับทุกท่านเป็นอาหารว่างสบายท้อง อย่าง แสร้งว่า ล่าเตียง เม็ดบัวฉาบ หมูสร่ง อาหารจานหลักคือ มัสมันไก่ แกงเขียวหวานมังคุด จอแหร้ง เป็นสูตรพิเศษที่คุณดาราทอง และแกงระแวง คืออาหารคาวที่ผมได้ลองทำขึ้นโต๊ะ เพื่อต้อนรับทุกท่าน หวังว่ารสชาติจะถูกปากนะครับ”


เมื่อได้ยินว่าเสน่ห์จันทร์ทำอาหารคาวตั้งโต๊ะ ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก จะบอกว่านับเวลารออาหารขึ้นโต๊ะเลยก็ว่า


แต่แล้วความตื่นเต้นเหล่านั้นก็ถูกขัดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟังของเสน่ห์จันทร์อีกครั้ง


“สำหรับของหวาน วันนี้จันทร์ดาราฉายเน้นขนมที่ผู้อาวุโสของเราชื่นชอบเป็นพิเศษ ขนมโพรงแสม ขนมกง ขนมทองพลุ คุณย่าค่อนข้างชอบมาก ส่วนขนมสี่ถ้วย เป็นขนมที่คุณปูบรรพตชอบ ผมเพิ่งรู้ก่อนที่ท่านจะจากไป และในตอนนั้นท่านไม่สามารถรับขนมหวานได้แล้ว ในวันนี้จึงจัดทำเพื่อเป็นการระลึกถึง”


หากมองว่าเสน่ห์จันทร์ร้ายกาจที่ตัดญาติกับยุวเรศ ซึ่งความจริงก็เลือดเย็นเป็นที่สุด แต่เมื่อทราบกันอย่างทั่วหน้าว่าอีกฝ่ายถึงกับทำขนมหวานชนิดโปรดของท่านบรรพต ความคิดเหล่านั้นก็เหมือนถูกสายลมพัดหายไป หลงเหลือแต่เด็กรุ่นหลานที่ระลึกถึงผู้อาวุโสที่ตายจาก

เสน่ห์จันทร์ชุบตัวได้ด้วยขนมสี่ถ้วย...


แค่ขนม!


โต๊ะของชาญยุทธและกานต์กนกเงียบกริบ ไม่มีใครปริปากอะไรสักคำ และแน่นอนว่าพวกเขามองของว่างที่เริ่มทยอยยกขึ้นโต๊ะด้วยสายตาเหมือนเห็นจานยาพิษ


ส่วนโต๊ะของกลมกมล ไม่มีใครพูดอะไร ธัญญาลักษณ์ยังคงจิบชา แต่หางตาของเธอลอบมองหลานแฝดที่ตอนนี้เงียบปากไปแล้ว เธอกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ


ดูเหมือนเด็กทั้งสองคงจะรู้สึกอะไรแล้วสินะ


ยุทะวิธีเช่นนี้ พูดได้เลยว่า ต่อให้เป็นเธอหรือชาญยุทธไปยืนพูด รับรองว่าอย่างไรก็ดูอิลักอิเลือ


การจะปีนขึ้นสู่จุดสูงสุด ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การยืนอยู่บนนั้นให้นานที่สุดอย่างปลอดภัย ยากเย็นยิ่งกว่า


“ขนมผกากรอง ขนมปั้นสิบนึ่ง ขนมเกสรดอกชมพู่ เป็นขนมที่คุณดาราทองได้จัดทำ เพื่อเป็นการต้นรับทุกท่านในงานนี้ และที่สำคัญ จันทร์ดาราฉายได้จัดทำขนมจ่ามงกุฎเป็นของชำรวยสำหรับแขกทุกท่านที่มาในงานนี้ด้วย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นที่ถูกใจของทุกท่านนะครับ”


จากนั้นเสน่ห์จันทร์กล่าวขอบคุณอีกสองสามคำ ก็เป็นอันจบเรื่องพิธีการ ทุกคนหันไปสนใจของว่าง และเริ่มพูดคุยกัน เพื่อรออาหารจานหลัก

เครือญาติสายรองไม่มีใครข้องใจฝีมือการทำอาหารคาวของดาราทอง แต่ที่พวกเขาสนใจคือแกงระแวงที่เสน่ห์จันทร์ทำต่างหาก


เป็นที่รู้กันไม่ใช่หรือว่า เสน่ห์จันทร์ จันทร์ดาราฉายนั้นไม่มีฝีมือเรื่องอาหารคาว แต่ครั้งนี้กลับกล้าที่จะทำอาหารขึ้นโต๊ะในวันสำคัญเช่นนี้... หรือว่าข่าวลือที่เคยรับรู้กัน จะเป็นเรื่องไม่จริงเสียแล้ว


ที่ว่าก็ว่ากันไป แต่สำหรับคนอย่างชาญยุทธและธัญญาลักษณ์นั้น คำว่าแกงระแวง มันช่าง... จี้ใจดำจริง ๆ


ชาญยุทธระแวงจะมีใครล่วงรู้ความลับ


ธัญญาลักษณ์ระแวงคนใกล้ชิดจนอยู่แทบไม่สุข


และแน่นอนว่า ทั้งสอง ระแวงเหลือเกินว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งจะถูกเสน่ห์จันทร์เล่นงานจนถึงตาย


“คุณจันทร์ไม่ได้ทำแกงระแวงเพราะชอบสินะ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม เมื่อลูกชายนั่งลงเคียงข้าง


เสน่ห์จันทร์เพียงแค่หันมาส่งยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่าประโยคที่ว่า


“ที่ผ่านมาคุณแม่ไม่ค่อยชอบแกงระแวงเท่าไหร่นัก คุณจันทร์เลยอยากลองเปลี่ยนรสชาติครับ”


น้ำเสียงหวานหูของเสน่ห์จันทร์ ฟังแล้วช่างทำให้รู้สึกลอยอยู่บนฟ้า แต่ถ้าถามว่าแกงระแวงอร่อยไหม ก็คงต้องมองหน้าญาติ ๆ แล้วกระมัง

มื้อกลางวันค่อย ๆ ดำเนินไปเรื่อย ๆ เสียงพูดคุยบางเบานั้นแทบจะไม่ได้ยิน เพราะทุกคนต่างถือมารยาทบนโต๊ะอาหาร จนเวลาผ่านไป อาหารหลักถูกยกลง เปลี่ยนเป็นผลไม้ล้างปาก และเริ่มยกขนมหวานขึ้นโต๊ะ พร้อมทั้งคณะปีพาทย์เริ่มการแสดงรำอวยพร


ให้พูดกันตามตรงในตอนนี้โต๊ะของสองเครือญาติใกล้ชิด ไม่มีใครสนใจรำอวยพรสักเท่าไหร่ ทุกคนจดจ้องอยู่กับขนมที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ พวกเขาต่างรู้ดีว่าฝีมือของเสน่ห์จันทร์นั้นลำเลิศเพียงไร


แต่ขนมที่โดดเด่นสะดุดตาของสกุลอภิรเดชก็คือเกสรดอกชมพู่ และสกุลกลมกมลก็คือผการกรอง


ทว่าขนมสองชนิดนี้ รวมไปถึงปั้นสิบนึ่งเป็นฝีมือของดาราทอง ที่ใครต่อใครก็คิดเอาเองว่า เธอไม่ได้มีฝีมือทางขนมหวานมากนัก เพียงแค่เสน่ห์จันทร์ยกย่องพี่สาวให้อยู่ในจุดเดียวกับตนเองเท่านั้น


“กล้ามากนะ ที่ให้คนทำอาหารคาวมาทำขนมหวาน แถมยังทำขนมขึ้นชื่อของสกุลอื่น” สินธรแทบจะกัดฟันกรอด ๆ


เด็กหนุ่มเข้าใจการท้าตีนี้แทบจะทันทีตั้งแต่ได้ยินชื่อของคนทำขนม เขาอยากจะพุ่งออกไปแล้วท้าให้เสน่ห์จันทร์ทำขนมกับตัวเองใจแทบขาด ถ้าไม่ติดว่าทั้งธัญญาลักษณ์และพี่สาวฝาแฝดต่างก็รีบดึงรั้งเขาเอาไว้


“ใจเย็นก่อน ถึงณิจะไม่ชอบใจเหมือนกัน แต่สภาพยุวเรศเมื่อปีก่อนไม่น่าดูเท่าไหร่นะ” ภาวิณีเอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งก่อน แม้เธอจะไม่ได้มาเห็นด้วยตาตนเอง แต่คิดว่าที่มารดาเล่าให้ฟังไม่น่าเกินจริงนัก


แม้เธอจะมั่นใจว่าน้องชายฝาแฝดของเธอทำขนมผกากรองได้อร่อยที่สุด และไม่มีใครเทียบได้ แต่การประมาทมากเกินไปย่อมไม่สมควร

บนโต๊ะของจันทร์ดาราฉายนั้น ทุกคนไม่ได้แตะขนมหวานมากเท่าที่คิดนัก นั่นอาจจะเพราะสนใจกับการรับประทานแตงโมปลาแห้งกันเสียมากกว่า


จะมีก็เพียงสายพิรุณที่ชิมขนมที่เสน่ห์จันทร์ทำอย่างละนิดละหน่อย พูดคุยกันครู่หนึ่ง พี่ชบาก็เดินเข้ามา พร้อมกับบรรดาพี่เลี้ยงเด็ก ที่พาทองเอก ทองอัฐ และหนูมะลิ มาร่วมโต๊ะด้วย


การมาของเด็ก ๆ ทำให้โต๊ะของครอบครัวจันทร์ดาราฉายถูกจับตามองมากยิ่งขึ้น


ดาราทองอุ้มทองเอกไว้ แฝดน้องอย่างทองอัฐถูกจับนั่งตักของสารัฐผู้เป็นบิดา ส่วนหนูมะลินั้น เสน่ห์จันทร์เป็นคนตระกองกอดเอาไว้ โดยที่แม่หนูน้อยพยายามยื่นมือไปจับแก้มของสายพิรุณ


ทุกคนในโต๊ะต่างสนใจเด็ก ๆ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบา ๆ ช่างดูเป็นสุขเสียจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม แต่ทว่ารอยยิ้มและความสุขเหล่านั้นกลับส่งไปไม่ถึงโต๊ะของญาติใกล้ชิดเลย


ชาญยุทธวางช้อนเงินคันเล็กข้างจานกระเบื้องลายคราม เขาเอนหลังกับพนักเก้าอี้ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลังจากที่ชิมขนมเกสรดอกชมพู่ไปเพียงแค่คำเดียว


“บอกผมสักคำสิกานต์ ว่าดาราทองไม่ได้ถนัดการทำขนมหวาน”


“มันเปลี่ยนความจริงไม่ได้หรอกค่ะ...” กานต์กนกเอ่ย


เมื่อครั้งก่อนเสน่ห์จันทร์  จันทร์ดาราฉายเคยบอกว่า ดาราทอง จันทร์ดาราฉาย  ผู้เป็นพี่สาวมีฝีมือการทำขนมหวานเก่งกาจกว่าตนเองมากนัก แต่ทุกคนไม่มีใครเชื่อเลย


จนในวันนี้... วันที่อีกฝ่ายทำขนมเกสรดอกชมพู่


ขนมที่อภิรเดชอวดอ้างมาตลอดว่าทำได้อร่อยยิ่งกว่าใคร ไม่มีใครทำได้เลิศรสยิ่งกว่า


ดาราทอง จันทร์ดาราฉาย ไม่เคยถูกจดจำในฐานะผู้สืบทอดการทำขนมไทยเลยสักครั้ง แต่วันนี้ เพียงแค่ขนมคำเดียว ชาญยุทธถึงกับหมดแรงแล้ว


ไม่ต้องเหลือบมองไปยังโต๊ะของกลมกมลหรอกหนา


สภาพคงไม่ต่างกันนัก


คิดว่าตนเหนือกว่าใคร ผยองพองขนว่าเก่งกาจ เต็มไปด้วยพรสวรรค์ แต่ในวันนี้แค่จะทำขนมให้รสชาติดีกว่าผู้ดูแลจันทร์ดาราฉายอันดับสองยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ


“รสชาติขนมผกากรองในวันนี้ คงทำให้พวกเธอตาสว่างขึ้นนะ จันทร์ดาราฉายที่อยู่ในมือของเสน่ห์จันทร์ พวกเธอไม่มีทางชนะได้ ไม่สิ...” ธัญญาลักษณ์เว้นจังหวะการพูดด้วยการจิบชาล้างปาก สายตาจ้องมองการแสดงบนเวที ที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นการรำฉุยฉายพราหมณ์


“แค่จะคิดทัดเทียมกับดาราทอง พวกเธอก็ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เลิกพองขนแล้วตั้งใจฝึกฝีมือซะ”


เพราะธัญญาลักษณ์รู้ดี ว่าทายาทของจันทร์ดาราฉายรุ่นนี้น่ากลัวกว่าใคร เรื่องในวันนี้จึงเป็นการยืนยันความคิดนี้ของเธอว่าถูกต้อง

หากภาวิณีและสินธรอยากอยู่เหนือใครในจันทร์ดาราฉาย... อาจจะต้องรอในรุ่นต่อไป


สาวใหญ่ผู้หยิ่งยโส จ้องมองไปยังโต๊ะของครอบครัวจันทร์ดาราฉาย ที่กำลังชี้ชวนให้ดูการรำฉุยฉายพราหมณ์ เธอขบคิดอย่างพยายามทำใจยอมรับให้ได้


“พรสวรรค์น่ะ ถ้าอยู่ต่อหน้าคนที่มีอยู่เหมือนกัน มันก็ไร้ค่า เราะไม่มีทางชนะ ถ้าประสบการณ์สู้เขาไม่ได้ และต่อให้เธอสองคนเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางไล่ตามสองคนนั้นได้หรอก ไม่มีทาง”


ธัญญาลักษณ์เข้าใจในเรื่องนี้ดี... เธอท้าทายอรุณพิศมานับครั้งไม่ถ้วนและเธอไม่เคยชนะเลย ทั้งที่เธอมีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง... สิ่งที่เธอไม่มี และไม่อาจจะเทียบเท่าอรุณพิศจนพ่ายแพ้ร่ำไปก็คือประสบการณ์


และในตอนที่แข่งขันกับเสน่ห์จันทร์จนเธอพ่ายแพ้ เธอจึงเข้าใจถ่องแท้ว่า ต่อให้มีพรสวรรค์ มีประสบการณ์ แต่ถ้าเกิดมาเป็นคนที่ได้รับการบ่มเพาะด้วยบุคคลที่มีทั้งสองสิ่งนี้อยู่ด้วยกัน ย่อมมีต้นทุนที่สูงกว่าใคร


เสน่ห์จันทร์ และดาราทอง คือบทพิสูจน์ของทฤษฎีนี้


ไม่ว่าจะอรุณพิศ หรือเสน่ห์จันทร์ ธัญญาลักษณ์ไม่เคยไล่ตามสองแม่ลูกนี้ได้


กลมกมลไม่เคยไล่ตามจันทร์ดาราฉายได้ทันเลย... ในช่วงชีวิตของเธอ


ไม่เคยเลย



 




ขณะที่เรือนจันทร์ดาราฉายกำลังเริ่มทยอยส่งแขก และเก็บงาน อีกฝากฝั่งคือตลาดร่มสุข พ่อค้าแม่ค้าต่างได้รับขนมจากเรือนจันทร์ดาราฉาย

พัตราก็เช่นกัน


ทว่าเธอกลับมองขนมในชะลอมเล็ก ๆ ราวกับของเน่าเสีย เพียงแค่นึกว่าใครกันที่เป็นคนจัดทำขนมเล่านี้


นับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องข้างสระบัว พัตราก็ไม่คิดจะกลับไปเหยียบที่นั่นอีก เธอไม่กลัวเสน่ห์จันทร์ แต่เธอเกลียดหมอนั่นไปแล้ว


เธอหยุดแล้ว เธอไม่ได้คิดจะเริ่มหรือสานสัมพันธ์อะไรกับสายพิรุณสักนิด เพียงแค่อยากเก็บอีกคนเอาไว้ในเศษเสี้ยวใจลึก ๆ ในช่วงเวลาที่พอจะมีอยู่ แต่ผู้ชายคนนั้นกลับหวงแหนเสียจนเหมือนหมาบ้า


เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังไม่ถูกพูดถึงเท่าไหร่นัก เพราะคนที่เห็นเหตุการณ์จนตอนนี้ก็คงยังยุ่งวุ่นวาย รอให้พรุ่งนี้จันทร์ดาราฉายเสร็จงานแล้วสิ เธอมั่นใจว่าคนอย่างเสน่ห์จันทร์ไม่ปล่อยให้เธอได้อยู่สบายใจแน่ ๆ


พัตราพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ ก่อนจะวางงานในมือแล้วออกจากที่ทำงานก่อนเวลาเลิกงาน


วันนี้แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะไพฑูรย์ไปร่วมงานที่เรือนจันทร์ดาราฉาย จึงไม่มีใครหางานมาสุมหัวเธอจนแทบไม่มีเวลาพัก

นางแหววออกไปรับดอกมะลิที่สั่งเอาไว้ และกีตาร์ก็วิ่งเล่นกับเด็กในตลาด เธอจึงเดินกลับไปยังห้องพักด้วยสภาพไม่มีแก่จิตแก่ใจทำอะไร อีกทั้งยังรู้สึกปวดหัวจากความเครียด


เธอและครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่ายที่เยอะ แม้ว่าตอนนี้จะพอมีกินขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่พอจะเก็บออมอะไร แต่ให้เธอทำอย่างไรได้ ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแบบนี้แล้ว


บางครั้งมันก็อดกลับไปคิดไม่ได้จริง ๆ ว่าถ้าในตอนนั้นเธอยังคงความสัมพันธ์อันดีกับสายพิรุณต่อมาเรื่อย ๆ ในวันนี้เธอจะลำบากแบบนี้ไหม

อะไรกันนะ ที่เป็นตัวแปรของเหตุการณ์ทุกอย่าง


ยังไม่ทันได้หาคำตอบอะไร พัตราก็ขมวดคิ้วยุ่ง เมื่อมองเห็นประตูห้องเช่าของเธอเปิดกว้าง เสียงดังตึงตังดังออกมา


เวลานี้นอกจากเด็ก ๆ กับคนแก่ที่ทำมาหากินไม่ได้แล้ว ทุกคนก็ออกไปทำงาน หรือไม่ก็อยู่ที่ตลาดร่มสุขกันทั้งนั้น


ถ้าจะมีใครสักคนรู้เวลาแล้วมารื้อค้นของในห้องของเธอก็คงไม่พ้น...


“ไอ้เกม!


พัตราพุ่งไปที่ประตูห้อง สายตากวาดมองสภาพห้องที่เละเทะเพราะถูกรื้อค้นไม่เหลือชิ้นดีด้วยฝีมือของอดีตสามีขี้ยาของเธอนั่นเอง


“มึงมาก็ดีแล้ว เอาเงินมาดิ”


ไอ้เกมในสภาพเหงื่อโทรมกาย ไม่ว่าจะเพราะอากาศร้อน หรืออาการผิดปรกติอะไรก็ช่างมัน แต่ตอนนี้ท่าทีของลุกลี้ลุกลน มือไม้สั่นเทา ดวงตาสั่นระริก พัตราเห็นแล้วไม่ต้องคิดอะไรมากเลยก็รู้ว่า มันคืออาการอยากยา


“กูไม่มี” พัตราทำท่าจะถอยหนี


เธอไม่มีทางสู้คนอย่างไอ้เกมได้ ยิ่งอยู่ในสภาพอยากยาจนแทบกลายเป็นคลั่งแบบนี้ด้วยแล้ว ดังนั้นพัตราจึงคิดจะวิ่งหนี ทว่าไม่ทันได้ทำอะไร ก็ถูกกระชากผมอย่างแรง แล้วลากเข้าไปในห้อง


“เอาเงินมา!” เสียงไอ้เกมดังนั่น นัยน์ตาของมันแดงก่ำ


หลังจากเหวี่ยงพัตราจนล้มกลิ้ง มันก็ตรงมากระชากกระเป๋าสะพายของเธอไป รื้อค้นเอากระเป๋าสตางค์ออกมา


ในนั้นมีธนบัตรใบละยี่สิบอยู่ไม่กี่ใบ เพราะเธอเพิ่งเอาเงินไปรวมกับนางแหววเพื่อซื้อดอกไม้มาร้อยมาลัยส่งลูกค้า


“แค่นี้? มึงทำงานประสาอะไร มีเงินติดตัวแค่หกสิบบาท! มึงซ่อนเงินใช่ไหม! เอาเงินมาให้กู!” ไอ้เกมต้องการเงินไปซื้อยา ตอนนี้มันไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนแล้ว


ตรงเข้าไปฟาดฝ่ามือที่ใบหน้าของพัตราอย่างแรง ก่อนจะทั้งเตะทั้งทุบเธอจนเจ็บไปหมด


พัตรากัดฟัน เธอเห็นแก้วน้ำพลาสติกแบบมีฝาปิดสีเหลืองซีด เธอและนางแหววเก็บเงินออมเอาไว้ในนั้น ตอนนี้คงมีเงินประมาณพันกว่าบาท เธอจะเก็บเอาไว้ซื้อชุดนักเรียนและรองเท้าคู่ใหม่ให้กับกีตาร์


เธอยอมถูกไอ้เกมทุบตี ดึงความสนใจเพื่อไม่ให้มันสังเกตเห็นแก้วพลาสติกที่ล้มกลิ้งและฝาหลุดออก


ถ้าไอ้เกมได้เงินก้อนนี้ไป เธอกับทุกคนต้องอดมื้อกินมื้อกันแน่ ๆ เธอยอมเจ็บตัวยังดีเสียกว่า


พัตราก้มหน้าก้มตา เธออยากคลานเข้าไป หรือทำอย่างไรก็ได้จะได้เขี่ยแก้วน้ำใบนั้นให้พ้นสายตาไอ้ขี้ยาคนนี้ แต่เหมือนโชคไม่เข้าข้างเธอนัก เมื่อไอ้เกมหันไปสะดุดตากับเงินที่หลุดออกมาจากปากแก้วนั้น


มันรีบพุ่งไปคว้าแก้วใบนั้นมา แล้วควักเอาเงินออกไป พัตรารีบพุ่งเข้าไปยื้อแย้งทันทีเช่นกัน


“กูไม่ให้! นี่มันเงินลูกกู!


“อีเวรนี่!” ไอ้เกมตวาด พยายามสะบัดพัตราออก แต่เธอกัดแขนของมันเต็มแรง ทำให้อารมณ์ของมันโมโหจนขีดสุด


ไอ้เกมชกหน้าพัตราจนล้มหงาย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ตอนนี้มันต้องการยาจนแทบไม่เหลือสติแล้ว

พัตราพยายามพยุงตัว เธอกรีดร้อง น้ำตาไหลพราก ทั้งความเจ็บ และความช้ำใจ บีบบังคับให้เธอต้องสู้ทั้งที่ไม่มีทางสู้ สายตาวาววับที่เต็มไปด้วยน้ำตาหยาดน้ำตาคลอหน่วยจ้องมองมีปอกผลไม้ที่หล่นอยู่ไม่ไกล เธอไม่เหลือสติที่จะชั่งใจอะไรอีกต่อไปแล้ว


ไอ้เกมเดินพ้นประตูห้องไปไม่กี่ก้าว ก็ต้องผงะเมื่อความเจ็บจี๊ดมันทิ่มแทงอยู่ที่กลางหลัง ความเจ็บปวดนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมันไม่ใช่เพียงครั้งเดียว มันไม่ทันได้ร้องด้วยซ้ำในตอนที่มีดเล่มนั้นปักลงมาครั้งที่สี่ปละห้า และอีกหลายครั้งจนร่างของมันทรุดฮวบลงไป


พัตราในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าแดงช้ำ เปื้อนน้ำตา ร่างทั้งร่างหอบหายใจถี่รัว จ้องมองไอ้เกมที่นอนตาเบิ่งโพลงจ้องหน้าของเธอตอบ

มันกำลังหายใจโรยริน โชกไปด้วยเลือด แต่พัตรากลับยืนจ้องมองมันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น แม้ว่ารอบกายจะมีเสียงร้องระงมของผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ เธอก็ไม่นำพา


ชีวิตของเธอพังพินาศไม่เหลือดี เพราะไอ้ขี้ยาคนนี้ กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่มันทำร้ายเธอ ทำร้ายคนในบ้านของเธอ


พัตราไม่รู้ว่าบาปกรรมอะไรที่ทำให้ชีวิตของเธอต้องเจอกับมัน เธอเรียนไม่จบ เธอท้องทั้งที่ไม่พร้อม เธอควรมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ไม่ต้องปากกัดตีนถีบ


ทั้งที่ก่อนหน้าจะอยู่กินกับไอ้เกม เธอเป็นเพียงเด็กสาวที่แสนสวย และเธอควรมีคนรักที่แสนดีอย่างสายพิรุณ


ใช่...


สายพิรุณ


เธอไม่ควรต้องเลิกกับสายพิรุณ ถ้าไม่เพราะแม่ของเธอห้ามปรามในตอนนั้น...


ทั้งที่แม่ของเธอก็เคยชอบเด็กดีอย่างสายพิรุณ แต่ทำไมแม่ถึงเปลี่ยนไป เพียงเพราะสายพิรุณหลายเป็นกำพร้า


เพราะแม่ของเธอฟังคำเป่าหูของใครบางคนมา ใครคนนั้นมันยุแยงด้วยคำพูดไม่กี่คำ แม่ของเธอก็ทั้งตบตีและสั่งห้ามไม่ให้เธอคบกับสายพิรุณ

มันคนนั้น... สารเลวคนนั้น...


“เสน่ห์จันทร์


ใช่แล้ว... เป็นผู้ชายคนนั้น


ไอ้คนที่ได้รับการโอบประคอง ได้รับการเอาใจใส่ ได้รับความรักทั้งหมดของสายพิรุณไป


พัตรากรีดร้อง ก่อนจะวิ่งข้ามร่างที่นอนร่อแร่ของไอ้เกมไป พร้อมกับมีดเปื้อนเลือดในมือ


เหมือนไม่มีจุดหมาย แต่พัตรรู้ดีว่าต้องไปที่ไหน!


“เสน่ห์จันทร์!!


 


-----------------------------------------------

แกงระแวงหวานกรุบเร้ยไหมคร้าาาาา คูมญาติพิน้องทั้งหลายยยย



เท่าที่นับ ๆ ดูแล้ว

เราลงตอนหน้าอีก 1 ตอนนะคะ ก็จะเป็นจบเล่มที่  4 ที่เหลืออีกนิดหน่อยในเล่มคือตอนพิเศษ (อันนี้คือไฟล์ที่ยังไม่ได้พรู๊พนะคะ)

ไม่แน่ใจว่าจะเอาตอนพิเศษในเล่ม 6 มาลงอีกสักนิดไหม ดูก่อนนะคะ ช่วงนี้สังขารไม่ดีไม่งามเหมือนหน้าตาเลยค่ะ


ส่วนตัวหนังสือ สิ้นเดือนเราจะส่งให้ร้านห่อนะคะ เพิ่งออกจากไปนอนเล่นที่ รพ. มาค่ะ เลยช้ากว่าเดิม


 สิ่งหนึ่งที่เราอยากบอก แต่ลืมทุกครั้งเลย

ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ คุณจันทร์ก็เหมือนกัน 

คนที่ไม่เคยผิดพลาดเลย ก็คือคนที่ไม่มีตัวตนบนโลกใบนี้


และนี่คือสิ่งที่คุณจันทร์ต้องรับผิดชอบ


///ไม่ต้องห้วง หายป่วยไข้ดีแล้วเมื่อไหร่ พิจะถือศีลที่วัดสักเก้าปีเพื่อล้างบาป.....


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,397 ความคิดเห็น

  1. #2377 BB BOY (@amilylee) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 19:02
    พัตรา เธออย่าทำแบบนี้เลย
    #2,377
    0
  2. #2369 taetaan (@taetaan) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 10:33

    คุณจันทร์ระวังตัวด้วย..ยยยย https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-07.png

    #2,369
    0
  3. #2367 HoneynLime (@HoneynLime) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 09:39
    จำไว้นะว่ากระดูกมันคนละเบอร์กันประสบการณ์ความกดดันและอีกหลายอย่างที่หล่อหลอมให้เป็นเสน่ห์จันทร์และดาราทองมันมีมากพวกเจ้าลูกนกหัดบินอย่าทำตัวให้ตัวเองปีกหักเตือนแล้วนะ ! แต่เรื่องพัตราก็คงเป็นบทเรียนให้คุณจันทร์ได้ว่ากัดไม่เลือกมันเป็นยังไงบางครั้งคนเราไม่สามารถควบคุมอะไรอย่างใจนึกได้คุณจันทร์กับคนที่ตัวเองไม่เห็นค่าและต้องการกำจัดก็ไม่เหลือความเห็นอกเห็นใจ หมาจนตรอกทำได้ทุกอย่างจริงๆ
    #2,367
    0
  4. #2363 Greenyepp (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 00:22

    กรี้ดดดดด ต่อไปจะเป็นยังไง อบ่าไปแทงคุณจันทร์นะ ปล. แกงระแวงงง เราอยากกินพอดีเลยค่ะ เห็นร฿ปแล้วกรี้ดเลย ตรงใจ ปล. คุณไรต์ไม่สบายหรอคะเห็นไปนอนรพ.หายป่วยไวๆนะคะ ^^

    #2,363
    0
  5. #2362 chnnm (@mintter2431) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 23:45
    คุณจันทร์ร้ายนะมากด้วย55 แต่ก็นะแล้วแต่บุญแต่กรรม ส่วนพัตรากะคือตลอดทางที่ไปหาคุณจันทร์ขอให้เธอมีสติ ฉันเองก็จะแอบลุ้นอยู่ตรงนี้~
    #2,362
    0
  6. #2361 Lonicera (@Lonicera) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 20:11
    ได้แต่หวังว่าจะไปได้ไม่ถึงตัวคุณจันทร์นะ แต่เอาจริงๆ มั๊ยคะ เราเคยคิดว่าคุณจันทร์น่ะทำเกินไปหน่อย ตัวร้ายที่แท้ ถึงจะเข้าใจว่าต้องการตัดไฟต้นลมก็เถอะ เคยคิดจริงๆ นะคะว่าคุณจันทร์จะเจอผลกรรมอะไรบ้างเพราะร้ายขนาดนี้ เฮ้อ แต่ก็ได้แค่คิดแหละค่ะ เราชอบความเด็ดขาด แล้วก็นิสัยบางอย่างของคุณจันทร์
    #2,361
    0
  7. #2360 머저허 (@arales94) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 19:44
    ...

    เดี๋ยวนะๆๆๆ พัตราใจเย็นๆ ตอนนี้เหมือนจนตรอกทุกทางจริงๆ แล้วก็คงแค้นคุณจันทร์อย่างที่สุดแล้วอะ
    #2,360
    0
  8. #2359 ooy1565 (@ooy1565) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 15:35
    จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปก็ตามแต่แอบสงสารกีต้าร์ไปแล้วพัตราไปหาเสน่ห์จันทร์เพราะขาดสติไปแล้วเกมส์ตายแหงแต่คงทำอะไรคุณจันทร์ไม่ได้หรอกงือๆๆปวดใจ
    #2,359
    0
  9. #2358 Muaynan (@Muaynan) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 15:32
    ลุ้นนนอ่าไรท์ รอมาต่อนะคะ
    #2,358
    0
  10. #2357 aeang1711 (@aeang1711) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 15:29
    พัตราผู้ที่เฝ้าแต่โทษผู้อื่น
    #2,357
    0
  11. #2356 rain_killer (@ledy-black) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 14:36
    พัตรายึดติดมาก ยึดติดกับพระพายจนเกินไป มองย้อนแต่ความผิดพลาดในอดีต ถ้ามันไม่เป็นแบบนั้น ถ้าเธอทำแบบนั้น... แต่ก็ไม่มองเลยว่าตัวเธอในอดีตตัดสินใจแบบนั้นเอง ไม่มีใครรู้อนาคตล่วงกับความเป็นไปได้ในโลกคู่ขนานหรอก เอาแต่โทษทุกอย่างไม่แล่อยวางเสียที... หวังว่าตอนหน้าคุณจันทร์จะอยู่ปลอดภัยนะเจ้าคะ อิฉันเแนก่วงเหลือหลาย

    ส่วนแฝดกลมกมลคงได้เปิดโลกกว้างขึ้นเยอะน่าดูชม โดนคนรอบข้างยกยอปอปั้นจนหลงละเลิงดูถูกฝีมือคนอื่นว่าด้อยค่ากว่า จนลืมไปว่าคนที่จะไปท้าเขาแข่งนั้นเป็นใคร สินธรถ้าไม่มีแฝดพี่คอยห้ามไว้คงหมดสิ้นแล้วซึ่งความภาคภูมิใจ นี่แค่คำเตือนนะกล้ามาลองดีกับเสน่ห์จันทร์จะเป็นยังไงคงรู้ดีอยู่
    #2,356
    0
  12. #2355 meename (@meename) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 13:46
    ลุ้นมาก ถึงคุณจันทร์จะร้ายยังไง ก็ยังเป็นห่วง
    #2,355
    0
  13. #2354 kook-kook22 (@kook-kai22) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 13:28
    พัตราก็น่าสงสารนะ ไม่น่าจะทำกันขนาดนี้อ่ะ หดหู่
    #2,354
    0
  14. #2353 lunhh71 (@lunhh71) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 13:07
    สนุกมากค่า
    #2,353
    0