เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย [LinHoon] AU : Thai

ตอนที่ 82 : ข้าวแช่แลส้มฉุน ๑/๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 442
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    9 ก.ค. 63



เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

บทที่ ๔๔ ข้าวแช่แลส้มฉุน ๑/๒


 

ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น                    เรียก ส้มฉุนใช้นามกร

หวนถวิลลิ้นลมงอน                  ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน[1]

 

เสน่ห์จันทร์ก็คิดว่าตนเองแนบเนียนในระดับหนึ่งแล้ว แต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีวิญญาณพรายกระซิบข้างหูหรืออย่างไร ถึงได้ออกตัวว่าจะไปหาที่รับประทานข้าวแช่ที่อื่นก่อน แล้วค่อยมาคุยธุระกันที่เรือนจันทร์ดาราฉาย


ส่วนตัวของเขานั้น ถ้าพิมรักษณ์ไม่ได้มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วย ก็ทำให้เขาเจริญอาหารมากโขอยู่แล้ว ดังนั้น หากจะไปหาที่ชิมอาหารคาวอาหารหวานที่ไหนก็ตามแต่ใจเถิด เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลาเสียดาย


ติดที่สายพิรุณน่ะสิ พอได้ยินว่าน้องสาวคนสนิทจะระหกระเหินไปหาข้าวกินที่อื่นก่อน ก็รู้สึกห่วงใยสารพัด กลัวรสชาติไม่ถูกปากบ้าง ทำไม่ได้มาตรฐานบ้าง


สุดท้ายก็มาออกปากกับเสน่ห์จันทร์ว่าอยากจะเลี้ยงมื้อกลางวันพิมรักษณ์และญาติผู้ใหญ่เป็นข้าวแช่สักมื้อ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สายพิรุณจะรับผิดชอบเอง เพราะจะว่าไป การที่พิมรักษณ์มาในครั้งนี้ก็เป็นเพราะธุระที่มีตนเองเป็นส่วนหนึ่งของผู้รับผลประโยชน์ ได้ยินแบบนี้แล้ว ถามว่าเสน่ห์จันทร์จะนิ่งเฉยหรือ


คนรักของเขานั้นจิตใจเอื้ออารีแค่ไหนเขาย่อมรู้ดี ยิ่งกับคนที่สนิทสนมระดับหนึ่งแล้ว...


ผู้หญิงคนนั้นก็รู้ดีนั่นแหละว่าสายพิรุณเป็นคนเช่นไรถึงได้ออดอ้อนคนรักของเขาเช่นนี้


“คุณจันทร์รู้ว่าคุณพิมรักษณ์คงใช้ประโยชน์จากความรักความเอ็นดูของพระพาย เรียกร้องความเห็นใจเป็นประจำ แต่ไม่เป็นไรนะครับ คุณจันทร์เข้าใจครับ”


“ขนาดนี้แล้ว จะด่าว่ามารยาทสาไถยก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกนะ พ่อคนดีของโลกใบนี้”


น้ำเสียงกระแนะกระแหนจากปลายสายไม่ได้ทำให้เสน่ห์จันทร์รู้สึกสะทกสะท้านอะไร เขาแค่เพียงยิ้มรับอย่างหน้าชื่นตาบาน แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้เห็นเต็มสองตา แต่เชื่อว่าคนฉลาดในเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างพิมรักษณ์รู้ดีว่าเขาแสดงความสาแก่ใจออกมาแค่ไหน


“คำ ๆ นี้จะให้คุณจันทร์พูดออกมาเต็มปากเต็มคำก็คงจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนักหรอกนะครับ แต่ไหน ๆ คุณพิมรักษณ์ก็พูดออกมาแล้ว ถือว่าก็เหมาะสมดีครับ”


“สุวรรณมาลีจ้าพ่อ”


“สุวรรณแปลว่าทอง มาลีแปลว่าดอกไม้ สมกับที่เรียนนาฏศิลป์มานะครับ คำเปรียบเปรยรื่นหูเชียว”


ใครว่าเสน่ห์จันทร์ปากไม่ร้าย


ก็ไม่ได้ปากร้ายจริง ๆ นั่นแหละ ไม่มีคำหยาบสักคำ


“เอาล่ะ ถ้าต่อความยาวสาวความยืดกันต่อ วันมะรืนฉันได้พุ่งเข้าไปตบคุณก่อนยกมือไหว้คุณป้าอรุณแน่ เข้าเรื่องแล้วกัน”


“ได้ครับ”


รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง คำคมนี้ใช้ได้ในกรณีความสัมพันธ์ของเสน่ห์จันทร์กับพิมรักษณ์เสมอ


เพียงแค่ฟังคำพูดไม่กี่คำของอีกฝ่าย เขาก็พอเดาได้ว่า หญิงสาวค่อนข้างอารมณ์ไม่ดี ร้อยวันพันปีมีหรือที่ผู้หญิงอย่างพิมรักษณ์จะยอมลงให้ก่อน


“อาพุกมาถึงเมื่อเช้า หอบเอาส้มซ่าที่สวนมาด้วยหลายกิโลเลยคุณ เดี๋ยวฉันยกให้คุณนะ จะให้คนขับรถเขาเอาไปให้ตอนบ่าย ๆ
ก็แล้วกัน เผื่อเอาไปทำขนม ฉันกินเองไม่หมดหรอก”


“ส้มซ่า?”


“ใช่”


“ส้มซ่าออกช่วงนี้ด้วยเหรอครับ”


“จริง ๆ ก็ไม่ แต่พ่อรัญเขาลองบังคับออกนอกฤดูกาล เลยติดผลเร็ว รสชาติโอเคเลยนะคุณ หวานน้อยกว่าในฤดูกาลหน่อยหนึ่ง”


“ราคาน่าจะแพงมาก ผมเกรงใจ”


“เกรงใจทำไม คราวก่อนพี่พายขาของฉันบอกว่านึกอยาก

ส้มฉุน ฉันถึงจะเอาไปฝากให้คุณทำหรอก สำคัญตัว”


“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณครับ ดีนะที่คุณจันทร์ทำขนมเป็น

พระพายอยากกินอะไร ก็ทำให้ได้ทันที สำคัญตัวได้พอสมควรเลยล่ะคุณจันทร์น่ะ”


“เหอะ! น่าเบื่อจริง ไม่คุยด้วยแล้ว เจอกันวันมะรืน อย่าลืมข้าวแช่ล่ะ พี่พายขาบอกว่าจะเป็นเจ้ามือเลี้ยง ทำให้อร่อยล่ะ พ่อคนครัว!


เสน่ห์จันทร์ไม่ทันได้ตอบโต้ อีกฝ่ายก็ชิงวางสายไปเสียก่อน นิสัยร้ายกาจอย่างนี้ ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงได้ไหม หรือว่าพิมรักษณ์จะเป็นคนร้าย ๆ อย่างนี้กับเสน่ห์จันทร์แค่คนเดียว


ก็พอเข้าใจหรอกนะ ผู้หญิงคนนั้นร้ายทุกกิริยาขนาดนั้น

เสน่ห์จันทร์รับมือได้ขนาดนี้ก็นับว่าเขาเก่งมากแล้วจริง ๆ นะ


แต่ท้ายที่สุดเสน่ห์จันทร์ก็ไม่ได้อะไรกับพิมรักษณ์มากนัก

อีกฝ่ายไม่ใช่กัลยาณมิตร แต่ก็ไม่ใช่ศัตรูตลอดกาล ดังนั้น เมื่อมีส้มซ่าสำหรับทำส้มฉุนมาให้คนรักของเขาขนาดนี้ ก็ถือว่าบุญเก่ายังคุ้มหัวอยู่ คราวนี้ก็รอดตัวไปแล้วกัน


เสน่ห์จันทร์เดินไปที่หน้าครัว เจอพี่ชบานั่งคุยอยู่กับพี่มาลัย ชายหนุ่มจึงเอ่ยเรียกอีกฝ่าย เพื่อไหว้วานให้ทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้


“พี่ชบาครับ วันมะรืนคุณจันทร์จะทำส้มฉุนเป็นของหวานนะครับ แจ้งให้คุณดาราทราบด้วยว่ายกเลิกรายการขนมตะโก้กับลอดช่องน้ำกะทิครับ ส่วนพี่มาลัย อีกสักพักออกไปซื้อของให้คุณจันทร์ที่ตลาดนะครับ คุณจันทร์จะจดรายการของให้ครับ”


“จันทร์ ให้พี่ซื้อให้ไหมครับ อีกเดี๋ยวพี่จะไปที่ตลาดพอดี”


เสียงของสายพิรุณเอ่ยออกมาพร้อมทั้งเดินตรงมาหา โดยในอ้อมแขนอุ้มเนตรรัมภาที่กำลังอารมณ์ดีและยิ้มแฉ่งมาแต่ไกล


“พระพายจะไปธุระหรือเปล่าครับ”


“ไม่ขนาดนั้น พอดีพี่จุ๊บแจงไม่สะดวกออกมาโอนเงินค่าของให้น่ะครับ มือถือก็เจ๊งด้วย พรุ่งนี้ไม่ได้ขายของ ก็เลยฝากไว้ที่คุณไพฑูรย์ ยังไงเดี๋ยวพี่ซื้อของเข้ามาให้ดีกว่าครับ”


“งั้นให้พี่ชบาไปด้วยดีกว่าครับ จะได้ช่วยกันถือของ เผื่อพระพายอยากเดินดูอะไรอีก”


คนรักของเสน่ห์จันทร์น่ะ ชอบเดินดูข้าวของในตลาด เพราะบางทีก็ได้อะไรติดมือมา อย่างครั้งก่อนก็ได้กระเทียมโทนมา ไหนจะ
ลูกตาลอีกไม่น้อย ถ้าปล่อยให้ไปคนเดียวแล้วล่ะก็ คงแบกของกลับมาไม่ไหวเป็นแน่


“ได้ครับ”


“พระพายรอจันทร์สักครู่นะครับ เดี๋ยวจันทร์เขียนรายการของให้ พี่มาลัยครับ คุณจันทร์วานไปบอกพี่ชบาให้เตรียมตัวออกไปกับพระพายนะครับ”


“ได้ค่ะ”


พี่มาลัยรีบออกไปทำงานตามที่ผู้เป็นนายสั่งทันที ส่วนสายพิรุณนั้น พาเนตรรัมภาไปนั่งเล่นที่แคร่หน้าครัวเสน่ห์จันทร์ โดยครู่ต่อมาคนรักก็มานั่งเขียนรายการของที่ต้องการข้างกาย พร้อมทั้งเตรียมเงินสดเอาไว้ให้ด้วย


“เดี๋ยวจันทร์ดูลูกเองครับ บ่ายนี้ไม่มีงานอะไรแล้ว”


สายพิรุณพยักหน้ารับและยกแม่หนูน้อยที่กำลังอ้อแอ้เต็มที่ให้กับเสน่ห์จันทร์ พอไปอยู่ในอ้อมกอดของอีกคน เนตรรัมภาก็อารมณ์ดีมากกว่าเดิม ส่งเสียงเอิ้กอ้ากไม่หยุด


“รักพ่อจันทร์จังเลยนา... พ่อพายหัวเหม็นไปหมดแล้ว”


เสน่ห์จันทร์ยิ้มหวาน และหอมที่แก้มยุ้ยของหนูน้อยหนึ่งฟอดใหญ่ ก่อนจะหันไปกดปลายจมูกบนเส้นผมกลางศีรษะของสายพิรุณอีกหนึ่งครั้ง ตามด้วยคำพูดอ่อนหวานชวนให้ใจละลาย


“หอมครับ ไม่เหม็นสักนิด”


สายพิรุณหน้าเหวอไปเล็กน้อย แม้สองแก้มจะขึ้นริ้วสีแดงจาง ๆ แต่เขาก็ไม่ได้ออกอาการเขินอายมากไปกว่ารอยยิ้มกว้างที่แสนสดใส


“หนูมะลิอยู่กับพ่อจันทร์นะครับ พ่อพายไปจ่ายตลาดก่อน แล้วจะรีบกลับมาเล่นจ๊ะเอ๋ด้วยนะครับ”


เสียงตอบรับเป็นเพียงเสียงอ้อแอ้และรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู สายพิรุณหอมแก้มลูกสาวไปหนึ่งที แต่เมื่อเห็นสายตาคนรักที่จ้องมองมาก็เกิดอาการเก้อเขินเล็กน้อย


“แก้มจันทร์เหม็นเหรอครับ พระพายถึงไม่หอมบ้าง”


โธ่... พ่อคนนี้นะ


จะว่ากล่าวสักน้อยให้เก็บอาการ สายพิรุณนั่นหรือจะมองเห็นว่าการเรียกร้องนี้ของเสน่ห์จันทร์ไม่เหมาะสม เป็นตัวเองเสียอีกที่รีบหันซ้ายหันขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร ก็รีบแตะปลายจมูกกับข้างแก้มขาวเสียหนึ่งที


เมื่อถูกตามใจก็ย่อมทำให้รู้สึกดี เสน่ห์จันทร์ยิ้มหวานจนดวงตาหรี่เล็ก ออดอ้อนสายพิรุณอีกหนึ่งประโยค


“นึกว่าพระพายไม่เอ็นดูจันทร์แล้ว เลยไม่อยากหอมแก้ม”


“พูดอะไรอย่างนั่นเล่า”


สายพิรุณไม่รู้จะทำอย่างไรดี เขินก็เขิน อายก็อาย สุดท้ายเลยรีบลุกขึ้นยืน ไม่ลืมถือกระดาษรายการของและเงินสดติดมือไว้ด้วย


“พี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวให้พี่ชบาตามพี่ไปที่บ้านสวนนะครับ จะขับสามล้อไป มันสะดวกกว่า”


สายพิรุณรีบรวบรัด เพราะถ้าไม่ดักไว้เช่นนี้ ไม่แคล้วเสน่ห์จันทร์คงจะให้เขาขับรถคันหรูของตนเองไป


รายการของที่ซื้อมีไม่มาก แต่ก็เป็นจำนวนที่ค่อนข้างเยอะ ดังนั้นใช้รถยนต์ไม่ค่อยสะดวก อีกทั้งสามล้อเครื่องของเขาก็หาที่จอดง่ายกว่า พี่ชบาเองก็นั่งไปกับเขาบ่อยครั้ง


“จะรีบกลับนะครับ”


“ครับ จันทร์รอ”


สายพิรุณยิ้มหวาน ก่อนจะเดินกลับไปทางเดิมที่เดินมา ซึ่งไม่นานหลังจากนั้น พี่ชบาที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงขายาวทะมัดทะแมงก็ตามไปสมทบ


“ไปนั่งเล่นในครัวกับพ่อดีกว่านะคะ”


เสน่ห์จันทร์ก้มลงพูดกับแม่หนูน้อยในอ้อมแขน ก่อนจะอุ้มลูกและลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัวชั้นในของครัวเสน่ห์จันทร์หาอะไรเล่นฆ่าเวลารอคนรักกลับบ้านไปเรื่อยตามประสาพ่อลูก


 



ข้าวแช่ เป็นอาหารโบราณที่ไม่ทราบต้นกำเนิดแน่ชัด แต่เป็นอาหารที่นิยมทำกันในช่วงฤดูร้อน


ข้าวแช่ ประกอบด้วยข้าวหอมมะลิที่ถูกขัดจนสวยแช่ในน้ำลอยดอกมะลิ รับประทานร่วมกับเครื่องเคียง ซึ่งขึ้นอยู่ว่าจะทำกี่อย่าง


สำหรับร้านเสน่ห์จันทร์ดาราทองนั้น ข้าวแช่จะมีเครื่องเคียงเจ็ดอย่าง ไม่รวมผักและผลไม้อีกหนึ่งชุด


ดังนั้น หากว่าร้านจะทำข้าวแช่เป็นรายการอาหารในวันนั้น เป็นอันทราบดีกว่าจะไม่มีอาหารคาวชนิดอื่นขึ้นโต๊ะด้วย


การทำข้าวแช่ในครั้งนี้ มีเพียงเสน่ห์จันทร์ที่เป็นหัวเรือ เนื่องจากสารัฐ ผู้เป็นพี่เขยเกิดอาการอาหารเป็นพิษและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ดาราทองจึงต้องตามไปดูแลและพาลูกชายฝาแฝดมาฝากกับคุณหญิงอรุณพิศชั่วคราว เสน่ห์จันทร์จึงถือโอกาสนี้หยุดร้านเสน่ห์จันทร์ดาราทองสองสามวัน หลังจากที่ไม่ได้หยุดมาพักใหญ่แล้ว


เสน่ห์จันทร์เลือกเอาวันนี้เป็นวันเตรียมเครื่องเคียงสำหรับข้าวแช่ ซึ่งหากใครอยากหยุดเพื่อพักผ่อนหรือเดินทางกลับบ้าน เขาก็ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด


เครื่องเคียงที่เสน่ห์จันทร์จะทำมีทั้งหมดเจ็ดอย่าง นั่นคือ ลูกกะปิ  หัวหอมสอดไส้ พริกหยวกสอดไส้ พริกแดงสอดไส้ ปลาแก้ว เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน และไชโป๊ผัดหวาน


ส่วนผักและผลไม้ เขายกให้เป็นหน้าที่ของสายพิรุณ ในการนำผลไม้ เช่น มะม่วง แตงกวา ไปแกะสลักและจัดใส่จาน


“ผัดไชโป๊ก่อนดีกว่าครับ เพราะต้องใช้เวลานาน”


เสน่ห์จันทร์ไล่เลียงลำดับการทำเครื่องเคียงข้าวแช่ ด้วยเพราะทำปริมาณค่อนข้างมาก ดังนั้น หลังจากที่ทำขนมขึ้นโต๊ะในวันนี้เสร็จแล้ว เขาจึงเริ่มการทำเครื่องเคียงทันที


เตาและกระทะใหญ่จำนวนสามชุด ถูกยกมาตั้งเอาไว้ที่หน้าครัวเสน่ห์จันทร์ โดยแคร่ไม้สองตัวถูกขยับออกไปเพื่อเพิ่มพื้นที่การทำเครื่องเคียงจำนวนมากเพื่อเป็นสำรับข้าวแช่ขึ้นโต๊ะของร้านจำเป็นต้องใช้สถานที่ที่ค่อนข้างกว้างขวาง และเพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัด จึงมักจะยกมาทำกันหน้าครัวเสียมากกว่าอุดอู้อยู่ด้านใน


ไชโป๊ที่จะนำมาทำไชโป๊ผัดหวานเป็นไชโป๊เค็ม โดยนำไปล้างและบีบให้แห้งสักสามถึงสี่น้ำ เพื่อลดความเค็มให้น้อยลง จากนั้นจึงนำมาผัดกับน้ำตาลเชื่อมจนกว่าจะงวดลงและแห้งพอสมควร ซึ่งต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนาน


เมื่อเตรียมส่วนผสมแล้ว เสน่ห์จันทร์จึงให้เด็กในครัวเป็นคนคอยผัดไชโป๊ไปเรื่อย ๆ ไม่ให้มีส่วนใดไหม้


ระหว่างนี้เสน่ห์จันทร์หันมาคุมคนในครัวทำปลาแก้วและเนื้อเค็มฝอยผัดหวาน ส่วนผสมและวิธีการทำเครื่องเคียงสองอย่างนี้เหมือนกัน ดังนั้น เสน่ห์จันทร์จึงทำพร้อมกัน โดยตัวเขาประจำที่กระทะปลาแก้ว ส่วนเนื้อเค็มฝอยนั้นเป็นป้าสุรีที่ดูแล


ปลาแก้วใช้ปลาช่อนสดมาทำให้สะอาดและตากแห้งด้วยแดดจัด แน่นอนว่าป้าสุรี คนสนิทของดาราทองเป็นผู้จัดการเตรียมเอาไว้ รวมไปถึงการทำเนื้อเค็มด้วยเช่นกัน


ปลาช่อนแห้งถูกนำมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำไปทอดกรอบ จากนั้นจึงนำมาผัดกับน้ำตาลเชื่อม ซึ่งเสน่ห์จันทร์ผสมเกลือป่นลงไปอีกเล็กน้อย เพราะรู้ว่าปลาช่อนของป้าสุรีนั้นรสชาติจะอ่อนเค็ม


เมื่อผัดจนแห้งแล้ว เสน่ห์จันทร์ใช้น้ำมันพืชอีกเล็กน้อยราดลงไปบนตัวปลาแก้ว คลุกให้พอเข้ากันทำให้เนื้อปลาแก้วมีความแวววาวมากกว่าเดิม


ส่วนเนื้อเค็มฝอยผัดหวานนั้น ส่วนผสมและวิธีการเหมือนกับปลาแก้ว เพียงแต่เปลี่ยนจากเนื้อปลาช่อนตากแห้งเป็นเนื้อเค็มฝอย


“เนื้อเค็มฝีมือป้าสุรี คุณจันทร์ยกให้เป็นที่หนึ่งจริง ๆ นะครับ ไม่เคยชิมที่ไหนแล้วจะอร่อยเท่าเลย”


เสน่ห์จันทร์เอ่ยปากชม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจสำหรับคนในเรือนจันทร์ดาราฉายมาก เพราะทุกคนต่างทราบดีว่า เจ้าของเรือนจันทร์ดาราฉายนั้นน้อยครั้งจะเอ่ยชมอะไรสักอย่าง และสิ่งนั้นมักอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมอย่างที่สุดแล้ว ไม่เคยมีการเอ่ยชมตามมารยาทหรือหลอกให้ดีใจไปเรื่อยเปื่อย แต่เพราะว่าดีอย่างแท้จริงแล้วเท่านั้น เสน่ห์จันทร์จึงเอ่ยปาก


ไม่ใช่ว่าคำชมของดาราทองไม่มีความหมาย เพราะหากใครรู้จักและอยู่กับสองพี่น้องคู่นี้มาตลอดหลายปี จะรู้ว่าหากอาหารคาวชนิดใดที่ดาราทองทำออกมาแล้วไม่ได้รับคำชมจากเสน่ห์จันทร์ จะไม่มีทางได้ขึ้นโต๊ะเป็นอันเด็ดขาด และทุกคนก็เพิ่งจะได้รับรู้มาไม่นานนี้เองว่า ขนมหวานหลากหลายชนิด หากดาราทองไม่ได้ชิมสักคำ ผู้เป็นน้องชายก็ไม่มีทางทำออกมาเพื่อขึ้นโต๊ะเช่นกัน ทั้งสองต่างช่วยเหลือกันมาเนิ่นนานแล้ว แต่ไม่เคยทำให้ใครได้รับรู้เท่านั้น


“ขอบคุณค่ะคุณจันทร์ ป้าดีใจมาก”


ป้าสุรีปลาบปลื้มจนเก็บอาการแทบไม่ได้ แม้ว่าเธอจะอยู่ที่นี่มานานกว่าสามสิบปีแล้ว


“ไม่ว่ารายการอาหารอะไร ถ้าป้าสุรีทำ คุณจันทร์ไว้ใจได้เหมือน


คุณดาราดูแลเอง คุณจันทร์อยากชิมรสมือป้าสุรีไปนาน ๆ เลยครับ”


ได้ยินแล้วหญิงวัยกลางคนที่ทำงานในเรือนจันทร์ดาราฉายมาทั้งชีวิต และเคยตั้งใจจะลาออกกลับไปอยู่บ้านนอกอย่างเรียบง่าย ตัดสินใจได้ในเดี๋ยวนั้นว่า


จะขออยู่ขอตายมันที่ก้นครัวจันทร์ดาราฉายนี่แหละ คุณ ๆ ทั้งหลายบนเรือนไว้วางใจเธอถึงขั้นนี้ เธอจะปล่อยให้ปากท้องของเจ้านายพบเจอของไม่อร่อยได้อย่างไรกัน


ป้าสุรียิ้มรับ ก่อนจะตั้งอกตั้งใจทำเนื้อเค็มฝอยผัดหวานอย่างขันแข็ง โดยที่ทุกคนเห็นแล้วต่างลงความเห็นว่า ถ้าเนื้อเค็มกระทะนี้มีคนบอกว่าไม่อร่อยแล้วล่ะก็ ย่อมหมายถึงคำโกหกเป็นแน่


ใบหน้างดงามของเสน่ห์จันทร์เงยหน้าขึ้นมามองแก้วกับมะลิที่กำลังคว้านไส้ของพริกหยวกและพริกชี้ฟ้าแดงเม็ดใหญ่ ก่อนจะเอ่ยสำทับว่า


“พี่แก้วกับพี่มะลิครับ ถ้าคว้านไส้พริกเสร็จแล้ว แยกพริกหยวกกับพริกชี้ฟ้าแดงไปแช่น้ำเกลือสักครู่นะครับ แล้วเอาพริกชี้ฟ้าแดงไปตากแดดสักหนึ่งแดดครับ”


“ได้ค่ะคุณจันทร์”


เสน่ห์จันทร์พักมือครู่หนึ่ง โดยให้พี่ชบาเป็นคนเตรียมวัตถุดิบในการทำหมูสำหรับสอดไส้พริกหยวก


รากผักชี กระเทียม พริกไทย และเกลือป่นเล็กน้อย โขลกจนเนื้อละเอียด หมูเนื้อแดงถูกนำมาเข้าเครื่องบดเนื้อ ตามด้วยมันหมูแข็ง

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว จึงนำมาผสมและคลุกเคล้าจนเข้ากัน


พี่ชบาทำทุกอย่างได้เป็นที่น่าพอใจสำหรับเสน่ห์จันทร์ เขายกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปทางพี่มาลัย ซึ่งกำลังช่วยเด็กของครัวดาราทองดูสภาพไชโป๊เค็มผัดหวานที่เริ่มจะงวดมากขึ้นแล้ว


“พี่แก้วครับ”


เสน่ห์จันทร์เรียกชื่อแก้ว บุตรสาวของป้าสุรี ซึ่งมีชื่อเหมือนพี่แก้วเด็กของครัวเสน่ห์จันทร์ พี่แก้วคนนี้พ่วงตำแหน่งหนึ่งในสอง

พี่เลี้ยงคู่กับมะลิ ดูแลคุณทองเอกและคุณทองอัฐ


“คะคุณจันทร์”


“พี่แก้วลองทำเครื่องพริกชี้ฟ้าแดงสอดไส้ดูครับ คุณจันทร์จะช่วยดูให้”


ในฐานะที่แก้วเป็นลูกสาวของป้าสุรี ซึ่งได้รับการถ่ายทอดและสั่งสอนจากผู้เป็นแม่มาตั้งแต่เด็ก ดังนั้น สิ่งที่เสน่ห์จันทร์ให้เธอทำจึงไม่ใช่เรื่องยาก


ทว่าการที่ต้องทำต่อหน้าเจ้าของเรือนจันทร์ดาราฉายต่างหากที่เธอค่อนข้างเครียดและเกร็ง อีกทั้งเมื่อสักครู่ผู้เป็นเจ้านายเพิ่งจะเอ่ยปากเชยชมแม่ของเธอไป ยิ่งทำให้เธอค่อนข้างหวาดหวั่น


“คือ...”


“ไม่ต้องกังวลครับ”


เสน่ห์จันทร์เอ่ย พร้อมกับลุกขึ้นและเดินไปยืนอยู่หน้าเตาคนละฝั่งกับแก้ว


แก้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะยกกระทะขึ้นตั้ง และหันไปมองชามที่บรรจุหัวกะทิไว้


แค่ขั้นตอนแรกก็ทำให้เธอรู้สึกหมดแรงแล้ว เพราะตลอดเวลาที่ทำเครื่องเคียงข้าวแช่ในวันนี้ เสน่ห์จันทร์ยังไม่ใช้น้ำตาลปี๊บเลยสักนิด แต่ใช้น้ำตาลเชื่อม ซึ่งเป็นส่วนผสมสูตรลับของครัวเสน่ห์จันทร์โดยเฉพาะ แก้วไม่มั่นใจนักว่าต้องใช้ปริมาณเท่าไรจึงจะมีรสหวานพอดีกับน้ำตาลปี๊บในสัดส่วนที่เธอเคยทำมาก่อน


“น้ำตาลเชื่อมที่ใช้ต้องอยู่ในสัดส่วนหนึ่งต่อสองครับ”


น้ำตาลเชื่อมถูกเอ่ยถึงก่อน ดังนั้นหมายความว่า หากน้ำตาลเชื่อมหนึ่งส่วน ก็เท่ากับใช้น้ำตาลปี๊บสองส่วน


แก้วคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว กะจากปริมาณวัตถุดิบที่ต้องใช้ทั้งหมดแล้ว ก็พอจะได้จำนวนน้ำตาลเชื่อมที่ต้องใช้ เธอจึงนำกะทิลงไปเคี่ยวให้พอเดือดเล็กน้อย และยังไม่แตกมันมากเกินไป จากนั้นจึงผสมน้ำเชื่อมในทันที


เสน่ห์จันทร์ยืนมองโดยไม่พูดอะไร ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงงดงาม และให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่ากดดัน สายตาจ้องมองปริมาณเกลือที่ถูกโรยลงไปเป็นลำดับต่อไป ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่าที่เขาคิด แต่เขาเชื่อว่าแก้วย่อมมีวิธีการของตนเอง


หอมแดงซอยละเอียดถูกนำลงไปผัดในกระทะ ตามด้วยเนื้อหมูบดและเนื้อปลาช่อนย่างไฟอ่อนที่แกะเอาแต่เนื้อและบดละเอียด แก้วผัดทุกอย่างรวมกัน ออกแรงผัด คนพลิกตะหลิวไปมา จนเนื้อหมูและเนื้อปลาเริ่มสุก


“ขออนุญาตนะคะ”


แก้วพูด ก่อนจะใช้ช้อนคันเล็กตักเนื้อหมูขึ้นมาชิม ปล่อยให้ลิ้นรับรสจนแน่ใจแล้ว จึงเติมเกลือป่นลงไปอีกเล็กน้อย และผัดต่อจนแห้ง

นอกจากบอกปริมาณน้ำตาลเชื่อมในครั้งแรกแล้ว นอกนั้นเสน่ห์จันทร์ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย จนกระทะถูกยกลง ชายหนุ่มจึงชิมไส้หมูสำหรับยัดไส้พริกชี้ฟ้าแดง


เสน่ห์จันทร์ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะมองหน้าแก้วที่กำลังยืนเหงื่อผุดเต็มขมับ แววตาทอประกายวาดหวังและหวาดหวั่นไปในคราเดียวกัน และชายหนุ่มก็ไม่ทรมานเธอไปมากกว่านี้


“รสชาติดีทีเดียวครับ พี่แก้วแค่ขาดความมั่นใจเวลาเติมส่วนผสม แต่เรื่องนี้หากทำอาหารบ่อย ๆ ก็จะทำได้ไม่ขาดตกบกพร่องแล้ว ป้าสุรีสอนพี่แก้วมาดีมากครับ”


ทุกคนในบริเวณนั้นต่างลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะต่างก็รู้ดีว่าแก้วคือลูกสาวของป้าสุรี และถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของครัวดาราทอง การที่เสน่ห์จันทร์ยกหน้าที่ผัดไส้หมูในวันนี้แทนที่จะให้พี่ชบาคนสนิทของตนเองทำ แสดงว่าอยากจะทดสอบและวัดผลฝีมือของคนครัวตำแหน่งต่าง ๆ


และวันนี้แก้วก็ทำออกมาดี


ซึ่งนั่นทำให้ป้าสุรีที่เลี้ยงดูและสั่งสอนเธอมากับมือยินดียิ่งกว่าได้รับคำชมเองเสียอีก


“ดีมากลูก ดีมาก”


เสน่ห์จันทร์ที่หันหลังไปตรวจดูเครื่องทำลูกกะปิกดยิ้ม เขาปล่อยให้ทุกคนได้พักมือสักครู่ และแสดงความดีใจกับแก้ว เป็นคำยืนยันว่าฝีมือของเธอเข้าขั้นในระดับหนึ่งแล้ว และหากได้รับคำชี้แนะจากดาราทองอีกสักนิด อีกไม่นานก็คงสามารถทำอาหารบางอย่างขึ้นโต๊ะได้


เจ้าของครัวเสน่ห์จันทร์เดินไปดูไชโป๊ผัดหวานที่เริ่มได้ที่แล้ว เขาราดน้ำมันพืชที่เตรียมเอาไว้ลงไปในกระทะ และผัดอีกไม่กี่ครั้งก็ให้ยกออกจากเตา เป็นอันเสร็จขั้นตอนสำคัญ


“พรุ่งนี้ค่อยทำหอมแดงเจียวนะครับ ทำแล้วยกขึ้นโต๊ะตอนร้อน ๆ ดีกว่า”


หอมแดงเจียวที่พูดถึงนั้น ต้องทำในปริมาณที่เยอะพอสมควร เพื่อนำมาโรยหน้าไชโป๊ผัดหวานและเนื้อเค็มฝอยผัดหวานยกขึ้นโต๊ะ


“ไส้หมูสำหรับยัดไส้พริกชี้ฟ้าแดง พักให้เย็นก่อนนะครับ แล้วเอาเก็บแช่ไว้ก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยเอาไปยัดไส้พริกชี้ฟ้าแดงแล้วชุบแป้งทอด”

เสน่ห์จันทร์พูด พร้อมกับมองไปยังพี่ชบาที่ตอนนี้จัดการยกไส้หมูสำหรับยัดไส้พริกหยวกไปเก็บแช่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ไม่ต้องให้เจ้านายสั่งให้มากความ ดังนั้น ในตอนนี้ถือว่าการทำงานเดินทางมากว่าครึ่งทาง และควรให้ทุกคนไปพักได้แล้ว


 “จันทร์ครับ”


เสน่ห์จันทร์ชะงักมือที่กำลังจะหยิบชามเปื้อนที่วางอยู่ไปเก็บ เขาหันกลับไปมองต้นเสียงที่เอ่ยเรียก พร้อมกับรอยยิ้มแสนอบอุ่นและแววตาทอประกายความรักที่ไม่เคยลดลง ทำเอาสายพิรุณต้องแก้เขินด้วยการยิ้มให้สดใสกว่า


“เที่ยงกว่าแล้วครับ พักกินข้าวกินปลากันก่อนนะ”


“ครับ”เสน่ห์จันทร์ตอบ ก่อนจะหันกลับไปบอกให้ทุกคนไปพักเที่ยงได้


พี่ชบาจัดการแบ่งหน้าที่ให้เด็กจากครัวดาราทองและเด็กจากครัวเสน่ห์จันทร์เฝ้าของสองคน โดยจะยกอาหารกลางวันมาให้ที่นี่ จากนั้นจึงเดินออกไป


“เหลืออีกเยอะไหมครับ”


“วันนี้ก็เหลือทำลูกกะปิ ไส้หัวหอมครับ ที่เหลือก็เก็บไว้ทำพรุ่งนี้เช้า เสร็จแล้วก็ยกขึ้นโต๊ะได้ทันทีเลย”


“พี่ทำให้จันทร์เหนื่อยเกินไปใช่ไหม”


สายพิรุณเอ่ยถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย ตัวเขาเองมาคิดได้ตอนนี้ก็รู้สึกไม่ดี การทำข้าวแช่เป็นอะไรที่ค่อนข้างมากขั้นตอน ยิ่งต้องทำขึ้นโต๊ะของร้านก็ยิ่งมากปริมาณ ถือว่าโชคดีที่สองสามวันนี้ร้านหยุด ทำให้เสน่ห์จันทร์ยังมีเวลาได้เตรียมการ หากเป็นวันปรกติ คงได้ยุ่งยิ่งกว่านี้หลายเท่าตัว


“ไม่ครับ พระพายอย่าคิดมาก ร้านไม่ได้ทำข้าวแช่ขึ้นโต๊ะมานานพอสมควรแล้วด้วยครับ ทำครั้งนี้ จันทร์ตั้งใจว่าจะเอาเป็นรายการของร้านสักสองวัน วันที่สองก็เพิ่มรายการเรียกน้ำย่อยอย่างแสร้งว่ากับล่าเตียงก็เข้ากันดีนะครับ”


ถึงจะว่าอย่างนั้น แต่ยามที่เห็นเม็ดเหงื่อเกาะตามข้างขมับของคนรัก สายพิรุณก็อดไม่ได้ที่จะห่วงใย ผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่แม้จะดูแลดีแค่ไหน ผ่านไปนานหลายปีก็ซีดเก่า ถึงอย่างนั้นยามที่ถูกใช้ซับเหงื่อ เสน่ห์จันทร์ก็ไม่ได้นึกรังเกียจ ทั้งยังยืนนิ่งให้คนรักจัดการตามใจ


“เรื่องผลไม้เครื่องเคียง จันทร์ไม่ต้องห่วงนะครับ พรุ่งนี้เช้าพี่จะจัดการให้เรียบร้อยก่อนสิบโมงเช้า”


“พระพายไม่เคยทำให้จันทร์ผิดหวังสักครั้งเลยครับ”


สายพิรุณยิ้มรับ ยิ่งเมื่อใบหน้างดงามเอียงซบกับผ้าเช็ดหน้าในมือ เขาก็ยิ่งยิ้มหวาน หัวใจสั่นไหวกับการกระทำที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วันกี่เดือนก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง


เสน่ห์จันทร์ของเขาช่างแสนดียิ่งกว่าใคร


“พี่ซื้อก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำของจันทร์มาด้วย ไปกินข้าวกลางวันกันเถอะครับ เดี๋ยวบ่ายนี้พี่มาช่วยอีกแรง”


“ขอบคุณครับ”


ทั้งสองส่งยิ้มให้กัน ก่อนจะเดินไปยังเรือนจันทร์ดาราฉาย โยนทุกอย่างเอาไว้ก่อน อีกสักประเดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการให้เรียบร้อย

ข้าวแช่ยังไม่เสร็จเพียงเท่านี้เสียหน่อย


 

 



[1] กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน (ว่าด้วยงานนักขัตฤกษ์) ในสำนักพระราชวัง บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๒




//////////////////////////////




รายละเอียดห้ามติดท็อป.... 


ค้าาาาาา หนูผิดเองค้า ที่ไม่รู้ว่าต้องแก้เนื้อหายังไงไม่ให้มันโดนตัวแดง หนูผิดเองงงงงงงงงงงงง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,397 ความคิดเห็น

  1. #2307 HoneynLime (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 00:16
    น้ำลายสอกลางดึก ชอบคสพคุณจันทร์พี่พระพายมากคือละมุนคงเส้นคงวาคอยเติมหวานให้กันตลอด
    #2,307
    0
  2. #2259 Greenyepp (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 13:57

    คุณจันทร์ช่างแสนดีกับพี่ะระพายตลอด ตัดภาพมาที่ตอนคุยกับพิมลักษ์ 55555

    #2,259
    0
  3. #2256 taetaan (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 10:13

    อยากชิมข้าวแช่ฝีมือคุณจันทร์...https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #2,256
    0
  4. #2247 LinnLynn (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 22:39
    อ่านถึงตอนคุณจันทร์ชมพี่แก้วแล้วอยากตะโกนตอบว่า ค่ะเชฟ!! ฟิลลิ่งมันได้
    #2,247
    0
  5. #2243 Lonicera (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 20:17
    เราจะบอกว่าเรากินข้าวแช่ไม่เป็นค่ะ คือ ไม่เข้าใจความอร่อย เราลองหลายเจ้าแล้ว เจ้าที่เค้าว่าอร่อยมีชื่อเสียงถึงจะแพงหน่อย เราก็ยอมลองดู แต่เราเข้าไม่ถึงจริงๆ ในปากเรามีแต่กลิ่นดอกมะลิกับกลิ่นน้ำมันจากเครื่องเคียงผสมกันไปมาในปาก ฮืออออ ตลกการต่อปากต่อคำกันของคุณจันทร์กับพิมลักษณ์ บรรยายได้ดีมากๆ เลยค่ะ
    #2,243
    8
    • #2243-1 004-700(จากตอนที่ 82)
      9 กรกฎาคม 2563 / 20:56
      กินเครื่องดคียงก่อน แล้วกินข้าวตาม แต่จริง ๆ มันก็จะรุ้สึกประมาณนี้แหละค่ะ
      #2243-1
  6. #2239 ooy1565 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 11:38
    หิวจังอยากกินเลยจ้าคุณจันทร์
    #2,239
    0
  7. #2238 nonthaboot (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 10:19

    ......
    #2,238
    0