เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย [LinHoon] AU : Thai

ตอนที่ 8 : มะลิหอมลูกจันหวาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 529 ครั้ง
    9 ต.ค. 61




เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

บทที่ ๘ มะลิหอมลูกจันหวาน


เสียงบดล้อรถกับกรวดเม็ดเล็กก่อนเสียงนั้นจะเงียบไป พร้อมกับรถยนต์ที่จอดนิ่งสนิท เครื่องยนต์ถูกดับ แสงไฟหน้ารถหยุดการทำงาน ก่อนที่จะมืดไปมากกว่านี้ สายพิรุณยกมือขึ้นหวังจะเปิดไฟในรถแต่ข้อมือถูกจับเอาไว้เสียก่อน

“พรุ่งนี้คุณจันทร์ว่างหลังบ่ายสองครับ” เสน่ห์จันทร์ไม่ได้พูดกับเขา แต่กำลังตอบโต้กับปลายสายซึ่งเพิ่งโทรเข้ามาตอนที่รถเลี้ยวเข้ามาในซอย

ขาไปเสน่ห์จันทร์เป็นคนขับ ขากลับสายพิรุณเลยขอเปลี่ยนมาขับเอง เขาอยากให้อีกฝ่ายได้นั่งสบายบ้าง ทั้งสองไปเดินดูของ กินข้าว และดูหนังรอบค่ำ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เพิ่งเคยเกิดขึ้น การไปกินข้าวดูหนังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแทบจะอาทิตย์เว้นอาทิตย์

เห็นแบบนี้เสน่ห์จันทร์ไม่ได้ชอบกินแต่อาหารไทย จะว่าไปแล้วที่เห็นบ่อยเลยคือชายหนุ่มชอบกินอาหารประเภทราเม็ง หรืออาหารจำพวกเส้นอย่างสปาเกตตีต่าง ๆ ด้วยซ้ำ แต่ถ้าบอกใครคงไม่มีใครเชื่อ เพราะภาพลักษณ์ของเสน่ห์จันทร์ ดูอย่างไรก็คงนั่งรับประทานอาหารชาววัง ผลไม้แกะสลัก ตบท้ายด้วยขนมหวานไทยแท้สักอย่าง

แต่ทำอย่างไรได้ ภาพเหล่านั้นไม่ค่อยอยู่ในหัวของสายพิรุณนัก ก็อย่างที่รู้ว่าโตมาด้วยกันและก็เป็นเขานี่แหละที่ชอบพาอีกฝ่ายไปตระเวนกิน เพราะดูแล้วเหมือนเสน่ห์จันทร์จะไม่เจริญอาหารในเรือนของตัวเองสักเท่าไร อีกฝ่ายกินได้น้อยมาก ไม่ใช่ไม่อร่อยถูกปากหรอก แต่คงเพราะกินจนเบื่อ

บางครั้ง เสน่ห์จันทร์เดินมาที่บ้านสวน เพื่อให้เขาต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้กิน ใช่! บะหมี่ซองละห้าหกบาทนี่แหละ!

เพราะถ้าเอ่ยปากบอกครัวเรือนจันทร์ดาราฉายว่า อยากกินบะหมี่ต้ม สิ่งที่ได้ขึ้นโต๊ะก็คือ ชามกระเบื้องลายครามใบใหญ่ ที่เต็มไปด้วยสารพัดเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นหมูสับ หมูแดง หมูชิ้น ผัก และอีกมากมาย ซ้ำยังเป็นน้ำซุปฉบับชาววัง เครื่องปรุงอีกหนึ่งชุดใหญ่ ทั้งที่จริงแล้วแค่อยากจะกินแค่เส้นบะหมี่โง่ ๆ ที่ต้องลวกให้สุกกับน้ำร้อนที่หอมเพราะกลิ่นเครื่องปรุงในซองเท่านั้น

“คุณจันทร์สะดวกครับ ไม่ต้องเกรงใจ เจอกันพรุ่งนี้นะครับ” สายพิรุณเหลือบตามองคนที่กำลังวางสาย ก่อนจะยิ้มนิด ๆ เมื่อเสน่ห์จันทร์ขยับตัว เอียงใบหน้ามามองสบตากับเขา

แสงสว่างเล็กน้อยจากไฟตรงประตูบ้าน ทำให้สายพิรุณพอจะเห็นใบหน้างดงามของเสน่ห์จันทร์ ความมืดสลัวในตอนนี้คล้ายกับในโรงหนัง... เล็กน้อย

“พรุ่งนี้เพื่อน ๆ ของคุณจันทร์จะมาที่เรือนครับ คุณกรองเห็นโพสต์ของร้านเรื่องเมี่ยงคำวันนี้ เลยอยากจะมาลองชิม”

“งั้นพรุ่งนี้พี่จะเก็บบัวเอาไว้ให้นะครับ” เสน่ห์จันทร์แย้มยิ้ม

“เก็บเยอะ ๆ ไหวไหมครับ เพราะคุณดาราส่งข้อความมาบอกว่า พรุ่งนี้ครัวดาราทองจะทำเมี่ยงคำกลีบบัวเหมือนกัน วันนี้ผลตอบรับดีมาก มีลูกค้าต้องการสั่งแบบสำรับกลับบ้านด้วย”

“พี่เก็บทั้งนาบัวก็ไหว” สายพิรุณเอียงตัวเพื่อจะได้มองหน้าเสน่ห์จันทร์ชัด ๆ และส่งยิ้มกว้างให้

บัวของเขาไม่แห้งเหี่ยวไร้ประโยชน์เขาก็ดีใจจะแย่แล้ว เรื่องเหนื่อยนั้น... สายพิรุณไม่เคยนึกถึงเลย

“คุณจันทร์มาช่วยนะครับ” คำพูดนี้ทำให้สายพิรุณส่ายหน้า เขารู้ดีว่าช่วงเช้ามืดจนถึงสาย เสน่ห์จันทร์จะยุ่งมาก อีกอย่าง ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ครัวเสน่ห์จันทร์จะทำขนมอะไร

“พรุ่งนี้คุณลุงกับคุณป้าจะมาช่วยที่สวนครับ ต้องเริ่มให้อาหารผึ้งแล้ว คุณจันทร์ไม่ต้องห่วงพี่นะ คุณจันทร์พักผ่อนเยอะ ๆ ก่อน ทั้งทำงาน ทั้งเรียน เหนื่อยแย่”

“จันทร์เป็นห่วงพระพาย... ไม่ได้เหรอ” เสียงทุ้มเบาเอ่ย ท้ายประโยคทิ้งหางเสียงออดอ้อนจนคนฟังหัวใจกระตุกวูบ ยามเสน่ห์จันทร์แทนตัวเองว่าคุณจันทร์ก็ว่าน่ารักแล้ว แต่เมื่อเอ่ยคำว่าจันทร์และพระพายตรงตัวเช่นนี้ มีหรือหัวใจคนฟังจะไม่ละลาย

“ได้... พี่ก็เป็นห่วงคุณจันทร์”

“พระพาย...” เสน่ห์จันทร์ขยับตัว ปลดเข็มขัดนิรภัยออก ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้คนที่นั่งอยู่อีกเบาะ ก้านนิ้วยาวยกขึ้นแตะที่ปลายคาง ไล่ขึ้นไปแตะริมฝีปากสีหวาน กดลงเล็กน้อยราวกับหยอกเย้า และสิ่งที่สายพิรุณเผลอตอบกลับมาคือ การจูบเบา ๆ ตรงปลายนิ้วนั้น

สายพิรุณรู้ว่าที่เสน่ห์จันทร์ปรามเขานั้นเรื่องอะไร ยามที่อยู่ด้วยกันสองต่อสองเช่นนี้ อีกฝ่ายไม่ต้องการสถานะใดใด นอกจากเป็นตัวของตัวเองเท่านั้น เป็นความสนิทสนม ชิดเชื้อ สายใยผูกพันเล็ก ๆ ที่ถักทอจนแน่นหนา...

“น้องจันทร์”

“ไม่อยากเป็นน้องครับ” สายพิรุณงับก้านนิ้วนั้นเบา ๆ เหมือนแกล้ง อยากจะต่อว่าอีกฝ่ายว่าเอาแต่ใจ แต่สิ่งที่ทำก็แค่เพียงยิ้มอ่อนหวานมอบให้

ยามใบหน้าของสองเราใกล้กันพียงนิด สนิทเพียงลมหายใจกั้นกลาง เสียงแผ่วเบาของกระซิบชิดริมฝีปากของเสน่ห์จันทร์

“จันทร์........................ จ๋า...”

 

สายพิรุณ ฉ่ำหวาน สะคราญโฉม

เจ้าโอ้โลม โหมรัก พระพายเอ๋ย

ยามจันทร์ออด จันทร์อ้อน รักทรามเชย

ลมเจ้าเอย เผยใจ ใคร่ข้าที

เสียงกระซิบ แผ่วหวาน ข้างริมหู

เจ้าโปรดรู้ สู่อ้อม กอดรักพี่

หวานใจจ๋า ล้วงล้ำ ทรามฤดี

ฤทัยนี้ ใคร่มี เจ้าครอบครอง

 

วินาทีใดที่พากันเข้ามาในบ้านไม่มีใครตอบได้แน่ชัด แต่ ณ เวลานี้ทั้งสองร่างกอดเกยกันอยู่บนโซฟาหวายตัวเก่า ท่ามกลางความมืด มีเพียงแสงไฟวอมแวมหน้าประตูบ้านเล็ดลอดเข้ามา

หากจะบอกว่าทุกอย่างดูรวดเร็วไปหมด ก็คงจะไม่ใช่เสียทีเดียว ไม่ใช่แค่วันหรือสองวันที่ต่างฝ่ายต่างบ่มเพาะความรักในใจเอาไว้กับตนเอง ไม่ได้กำหนดกะเกณฑ์ว่าต้องเวลาไหนที่เหมาะจะเปิดเผย ทว่าเมื่อวันเวลาผ่านล่วงมาจนขั้นนี้ ความรู้สึกหวานที่ผลิบานกลายเป็นรักแรกแย้มยามที่ใจพ้องกันนั้น จึงงดงามหาที่ติไม่ได้

ยามถอนริมฝีปาก ปลายจมูกยังแนบชิด ถูไถเบา ๆ คลอเคลียไม่ห่าง เปลือกตาลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความมืด ดวงตาทอประกายเหมือนมีดวงดาวนับแสนนับล้านระยิบระยับงามจับใจ

เสน่ห์จันทร์ทั้งรักทั้งหลงในความเป็นสายพิรุณ

“พระพาย...”

“หือ...” เสียงร้องรับนั้นเบาราวกับเสียงกระซิบ ยามที่กดปลายจมูกลงที่ข้างขมับของเสน่ห์จันทร์

“ใกล้อีกนิดได้ไหมครับ” ใกล้อีกนิดที่ว่านี้ ก็ไม่รู้ว่าต้องใกล้แค่ไหนแล้ว เพราะตอนนี้สายพิรุณนั่งคร่อมอยู่บนตักของอีกฝ่าย และตั้งแต่อกลงไปก็แนบชิดอยู่กับคนร้องขอให้ใกล้

“ต้องใกล้แค่ไหนจันทร์...” ไม่รู้จริง ๆ ถึงได้ถามออกไป เพราะนึกสภาพการประมวลผลของสมองในยามนี้ ค่อนข้างเป็นอะไรที่ขาวโล่ง

ฝ่ามือกว้างลูบไล้จากต้นขาขึ้นมาที่เอวสอบ สอดเข้าไปใต้เสื้อยืดสีเข้ม แตะปลายนิ้วเบา ๆ ที่ร่องสันหลัง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาจนถึงกลางแผ่นหลัง มือของสายพิรุณข้างหนึ่งถูกจับ ก่อนจะถูกดึงให้ไปวางตรงสาบเสื้อ ปลายนิ้วถูกก้านนิ้วยาวเกี่ยวแตะที่กระดุมเสื้อ

เขาต้องแกะกระดุมเสื้อของเสน่ห์จันทร์ออก... ใช่ไหม

เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในชั่ววินาที แต่กระดุมเม็ดแรกของเสน่ห์จันทร์หลุดออกไปแล้ว และเมื่อริมฝีปากแตะสัมผัส สาบเสื้อเชิ้ตสีเข้มก็แยกออกจากกัน......

 

สวนพิรุณยามค่ำมืด ไม่ใช่สถานที่ที่ควรเดินเล่นนัก เพราะแม้จะมีกลิ่นหอมของดอกมะลิและไม้หอมบางอย่างลอยให้ได้กลิ่นชื่นใจ แต่ทางเดินในสวนค่อนข้างขรุขระและบางพื้นที่ค่อนข้างรกด้วยต้นหญ้า แม้แต่เจ้าของสวนอย่างสายพิรุณยังไม่กล้าฟันธงว่า สวนของตนนั้นมีสัตว์จำพวกงูหรือสัตว์มีพิษอื่น ๆ หรือไม่

พี่ชบารอการกลับขึ้นเรือนของเสน่ห์จันทร์อยู่พักใหญ่ หลังจากที่ได้ยินยามรักษาความปลอดภัยหน้าประตูรั้วบอกว่าเห็นรถของเจ้านายขับเลยไปสุดซอย ซึ่งก็เดาไม่ยากว่าเจ้าของรถจะไปที่ไหน ถัดจากประตูรั้วเรือนจันทร์ดาราฉาย ก็คือทางเข้าสวนพิรุณ

ทว่าที่เธอนิ่งนอนใจรออยู่บนเรือนไม่ได้นานนัก เพราะเรื่องที่ไปแอบได้ยินคุณ ๆ บนเรือนคุยกัน

“พี่มาลัยเดินระวังหน่อยนะ ตรงนี้ทางไม่เสมอกัน” พี่ชบาเอ่ยกับพี่มาลัย ซึ่งมีอายุอานามแก่กว่าเธอหลายปี แต่อีกฝ่ายก็มีท่าทีเกรงอกเกรงใจเธออยู่ไม่น้อย นั่นอาจจะเพราะเห็นว่าเธอเป็นคนสนิทของเสน่ห์จันทร์ ส่วนพี่มาลัยนั้นมาทำงานอยู่ที่นี่นับสิบปีก็จริง แต่ก่อนหน้านี้อยู่กับคุณอรุณพิศเสียมาก เมื่อครัวเสน่ห์จันทร์เปลี่ยนนายใหม่ เธอจึงให้เกียรติเจ้านายใหม่รวมทั้งคนสนิทของเจ้านายด้วย

และชบาก็ไม่เคยทำตัวโอ้อวดหรือข่มเหงใคร เธออยู่กับเสน่ห์จันทร์มาตั้งเป็นสาว ดูแลคุณ ๆ มาตั้งแต่ตัวน้อย ๆ ทำไมจะไม่รู้ว่าต้องวางตัวอย่างไรถึงจะดี

“จ้ะ ว่าแต่คุณจันทร์เธอจะอยู่ที่นี่เหรอ เรือนของคุณพระพายยังเปิดแค่ไฟประตูบ้านเองนะ” พี่มาลัยชะเง้อมองบ้านหลังน้อยของสายพิรุณซึ่งอยู่ไม่ไกลแล้ว มองอย่างไรก็ไม่น่าจะมีคนอยู่

“น่าจะเพิ่งมาถึงค่ะ” พี่ชบาเอ่ยแค่นั้น ส่องไฟไปที่ตัวเรือนของสายพิรุณ จงใจส่ายกระบอกไฟฉายไปมา ครู่เดียวไฟในบ้านก็เปิดสว่างขึ้น “คงเพิ่งมาถึงกัน”

“เราสองคนก็เดินเร็วเหมือนกันนะเนี่ย แสดงว่ายังไม่แก่” พี่มาลัยพูดแล้วก็หัวเราะคิกคัก ไม่ได้เอะใจกับท่าทีผิดปรกติของพี่ชบานัก

“พี่มาลัยก็พูดอะไรไม่รู้ แค่แม่มะลิอายุจะแตะยี่สิบก็คิดว่าตัวเองแก่ไปหมดแล้ว”

“แหม... ชบาไม่มีลูกมีผัว ก็ดูเป็นสาวตลอดนั่นแหละ ไอ้พี่นะ ลองนั่งห่อขนมสักสิบยี่สิบนาทีเถอะ ปวดเมื่อยไปหมด” 

พี่ชบาไม่ได้ตอบโต้อะไรไป เพราะตอนนี้เธอเดินมาถึงมุขข้างบ้านที่ต่อเติมออกมาเพื่อเป็นที่นั่งเล่น บนแคร่ไม้มีใบบัวพับใหญ่นับสิบพับ ไหนจะกะละมังที่แช่เม็ดบัวเอาไว้อีกสามกะละมังใหญ่ ไม่รวมกระสอบที่มีตัวหนังสือเขียนว่าน้ำตาลทรายขาวอีกนับสิบ ๆ กระสอบนั่นอีก

“คุณพระพายนี่ก็ขยันจริง ๆ ดูเอาเถอะ ทำสารพัดอย่าง” พี่ชบามองข้าวของต่าง ๆ แล้วก็ลอบยิ้มกับตนเอง

ทั้งหมดที่สายพิรุณทำ... ก็เพื่อคุณจันทร์ทั้งนั้น

พี่ชบาและพี่มาลัยเดินอ้อมมาถึงประตูบ้าน แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยเรียก บานไม้สีขาวนั้นก็เปิดออก พร้อมกับร่างสูงของเสน่ห์จันทร์ที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยเช่นตอนออกจากบ้าน ติดที่ว่าถ้าสังเกตเล็กน้อย จะเห็นว่ามีรอยยับเล็ก ๆ ที่อกเสื้อ

“พี่ชบามาหาคุณจันทร์ หรือมาหาพี่พระพายครับ” เป็นเสน่ห์จันทร์ที่เอ่ยถาม พี่ชบายิ้มให้กับเจ้านายและเจ้าของบ้านที่เอียงหน้าออกมาจากด้านหลังของเสน่ห์จันทร์

“พี่เป็นห่วงน่ะค่ะ เห็นแสงบอกว่ารถของคุณจันทร์ผ่านเรือนไป สั... นึกว่ารถมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“เปล่าหรอกครับ คุณจันทร์แค่มาส่งพี่พระพายก่อน ไม่อยากให้เดินลัดสวนตอนกลางคืน” ตอบแล้วก็มองคนสนิท เพียงแวบเดียวก็เข้าใจว่าพี่ชบามีเรื่องต้องบอกตนเองอย่างแน่นอน และคงไม่สามารถพูดต่อหน้าพี่มาลัย ยิ่งกับสายพิรุณด้วยแล้ว...

พี่ชบาดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นเช่นไรพี่ชบาย่อมรู้ดี และเรื่องบางเรื่องบนเรือน แม้เธอจะรู้อยู่แก่ใจว่าสายพิรุณสำคัญกับเขาแค่ไหน แต่เธอคงอยากให้เขารับรู้ก่อน แล้วหลังจากนั้นก็พูดคุยเองเป็นการส่วนตัวมากกว่า

“แล้วนี่พี่ชบากับน้ามาลัยเดินลัดสวนมาเหรอครับ ผมไม่ได้เปิดไฟในสวนด้วย อันตรายนะ ทีหลังอย่าทำอีก มีอะไรโทรมาถามผมก็ได้ครับ” สายพิรุณเอ่ยออกมา เพราะเดาได้ไม่ยากเลยว่าทั้งสองเดินมาบ้านเขาด้วยวิธีไหน

ปรกติสายพิรุณจะเปิดไฟเป็นจุด ๆ ในสวน ไม่ใช่ว่าเพื่อประโยชน์อื่นใดหรอก แต่ก็แค่เผื่อไว้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น เวลามองออกไปจะได้พอเห็นอะไร ๆ บ้างเท่านั้น แต่เมื่อเย็นเพราะรีบออกไปเลยเปิดแค่ไฟหน้าประตู และลืมเรื่องไฟในสวนจึงทำให้พื้นที่สวนพิรุณตกอยู่ในความมืด

“พี่ชบาลืมค่ะคุณพระพาย”

“ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วครับ” เสน่ห์จันทร์เอ่ยออกมา ยิ้มให้สายพิรุณและหันกลับมามองพี่ชบา “เดี๋ยวพี่ชบากับพี่มาลัยขึ้นรถกลับกับคุณจันทร์นะครับ จะได้ไม่ต้องเดินลัดสวนอีก”

“ไม่ได้หรอกค่ะคุณจันทร์ คือ...” พี่มาลัยละล้าละลักเอ่ยออกมา เธอเป็นแค่ลูกจ้างในครัว พูดภาษาชาวบ้านก็คือคนใช้ จะให้นั่งรถกับเจ้านายได้อย่างไร

“เดี๋ยวพี่ชบากับพี่มาลัยเดินไปด้านหน้าสวนก็ได้ค่ะคุณจันทร์” พี่ชบาเอ่ยอีกคน เพราะรู้ถึงสถานะของตนเองดี แม้เจ้านายจะดีด้วยแค่ไหน ก็ต้องอย่าตีตนเสมอท่าน แต่ถามว่าเมื่อเสน่ห์จันทร์ตัดสินใจแล้ว ทั้งยังเอ่ยปาก มีหรือจะยอมให้อะไรผิดจากที่ต้องการ

“ขึ้นไปนั่งรอคุณจันทร์บนรถครับ” เสน่ห์จันทร์เอ่ยแค่นั้น ทั้งสองก็ไม่กล้าเถียงอะไรอีก ได้แต่ก้มหน้าแล้วเดินไปที่รถสีดำคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล

“เธอนั่งหลังนะชบา”

“พี่มาลัยนั่นแหละนั่งข้างหลัง”

“จะบ้าเรอะ วอมันจะมาแบกพี่น่ะสิ ชบานั่นแหละไปนั่งหลัง” พี่ชบาส่ายหน้าอย่างเดียว ทั้งยังรีบเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับทันที

ก็ในเมื่อเธอและพี่มาลัยไม่มีใครขับรถเป็นสักคน ดังนั้นคนที่ขับก็ต้องเป็นเสน่ห์จันทร์ แล้วคิดดูสิ พวกเธอที่มีสถานะเป็นแค่เด็กในเรือนท่าน แต่ต้องนั่งรถให้คุณเขาขับน่ะ อะไรจะกินกบาล บาปไม่ใช่หรือไงล่ะ

 

“จันทร์ทำพี่ชบากับน้ามาลัยเครียดแล้วนั่น ไม่รู้ร้องไห้แล้วไหม” สายพิรุณเอ่ยขำ ๆ เห็นท่าทางเงอะงะและเถียงกันเรื่องที่นั่งก็ยิ่งเอ็นดู

“จันทร์ไม่อยากให้คนอื่นลำบากครับ” เสน่ห์จันทร์เอ่ย ก่อนจะยืนหันหลังให้กับรถและมองสายพิรุณเต็มตา “พรุ่งนี้จันทร์พาเพื่อนมานั่งกินของว่างที่สวนได้ไหมครับ”

“เอ๋?” สายพิรุณงุนงงเล็กน้อย แต่ไม่ได้ปฏิเสธอะไรไป ถ้าพูดถึงเรื่องบรรยายกาศแล้ว เพื่อนของเสน่ห์จันทร์น่าจะชอบนั่งที่ร้านเสน่ห์จันทร์ดาราทองมากกว่าที่นี่นะ

“ได้ไหมครับ จันทร์อยากให้เพื่อน ๆ รู้จักพระพาย”

“จะดีเหรอ คือที่นี่อาจจะไม่สะดวกก็ได้ เกิดเพื่อนของจันทร์ไม่พอใจล่ะ” เสน่ห์จันทร์ยิ้มหวาน ทอดสายตาอบอุ่นมองคนตรงหน้า

“ทุกคนเป็นกันเองครับ อีกอย่างทุกคนมาหวังจะนั่งเล่นมากกว่าให้ร้านดูแล” สายพิรุณคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

“งั้น... พาไปนั่งที่ศาลาท้ายสวนไหม เห็นทั้งนาบัว สวนมะลิ มีต้นลูกจันด้วย ผลสุกมีกลิ่นหอม เพื่อน ๆ ของจันทร์น่าจะชอบ” จบคำของสายพิรุณแล้ว ใบหน้างดงามก็ส่ายปฏิเสธทันที ก่อนเปลือกตาจะหลุบลงเล็กน้อย  

“ให้นั่งตรงแคร่นี้ก็เห็นนาบัวเห็นสวนมะลิเหมือนกันครับ”

“อ้าว แต่บรรยากาศที่ศาลา...”

“ตรงนั้น... คุณตามิ่งสร้างศาลานั้นไว้ให้จันทร์กับพระพายนั่งเล่น จันทร์ไม่คิดจะให้ใครไปนั่งเล่นครับ” 

คำตอบของเสน่ห์จันทร์ทำเอาสายพิรุณจ้องมองอย่างตะลึงงัน ก่อนสองแก้มจะเห่อร้อนขึ้นมา ลมหายใจถึงกับสะดุดเมื่อสบสายตากับแววตาที่สื่อความหมายหวงแหนอย่างชัดเจน

“...”

“ทุกอย่างที่เป็นของเรา ทุกอย่างที่เป็นพระพาย... จันทร์รักจันทร์หวง”

จะให้สายพิรุณเอ่ยอะไรตอบกลับเล่า ในเมื่อตอนนี้ทั้งหัวว่างโล่งไปหมด ถ้อยคำแสนซื่อกับดวงตาซื่อใสยามฝากคำรักคำห่วงหา คิดว่าใจของเขาจะต้านทานได้หรือ

“เข้าบ้านได้แล้วครับ เดี๋ยวจันทร์ให้พี่ชบาปิดประตูรั้วให้ พระพายจะได้รีบพักผ่อน”

“อืม ก็ได้... จันทร์ก็เหมือนกันนะ รีบพักผ่อน” สายพิรุณเอ่ย ยิ้มหวานให้หนึ่งที ก่อนจะหลบสายตาที่จับจ้องมา บอกไม่ถูกว่าสายตานั้นทำให้เขารู้สึกเช่นไร แต่... ตอนนี้เหมือนปั่นป่วนไปทั้งตัว

“งั้นจันทร์กลับก่อนนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ” สายพิรุณพยักหน้ารับคำพูดอ่อนโยนนั้น และเอ่ยฝากคำฝันดีให้อีกฝ่ายเช่นกัน

“ฝันดีครับ” เสน่ห์จันทร์ยิ้มรับ เม้มปากเล็กน้อย และตัดสินใจเอ่ยบางอย่างออกมา

“พรุ่งนี้อย่าใส่เสื้อคอกว้างมากนะครับ”

“หืม? ทำไมเหรอ” ถึงจะสงสัยอยู่บ้าง แต่สายพิรุณก็คิดได้ว่าปรกติตนเองก็ไม่ค่อยใส่เสื้อผ้าเปิดเผยเนื้อตัวสักเท่าไร เพราะต้องทำงานกลางแดด กลางน้ำ เสื้อผ้ามิดชิดปกป้องเขาได้ดีกว่า แต่ถ้าอยู่เฉย ๆ ก็เสื้อยืด เสื้อกล้ามสบายตัวบ้าง

“จันทร์ไม่อยากให้ใครมองครับ” คำตอบซื่อ ๆ ตาใส ๆ ยิ้มหวาน ๆ นั้นทำเอาสายพิรุณไปไม่เป็น ก่อนจะพยายามตั้งสติแล้วรีบดันให้เสน่ห์จันทร์ไปที่รถเสียที เพราะถ้ายังคุยกันอยู่ ยุงคงได้หามทั้งคู่ไปโยนลงนาบัว ไม่ก็ทิ้งไว้ที่ดงกล้วยนั่นแน่

“ราตรีสวัสดิ์นะครับ” เสน่ห์จันทร์เอ่ย ตอนที่เปิดประตูรถ และเมื่อสายพิรุณพยักหน้ารับก็เข้าไปนั่งในรถ

เจ้าของบ้านถอยมายืนที่ประตูบ้าน มองรถคันหรูถอยออกไป แสงไฟท้ายรถหยุดตรงรั้วของสวน ได้ยินเสียงดึงประตูครืดคราด จากนั้นก็เงียบและแสงไฟท้ายรถก็หายไปในเวลาต่อมา

สายพิรุณเดินไปดูข้าวของต่าง ๆ สำรวจความเรียบร้อยแล้วก็เดินกลับเข้าบ้าน ล็อกประตู และไม่ลืมกดเปิดไฟในสวน จากนั้นก็เดินเข้าห้องส่วนตัวเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ

เสื้อยืดและกางเกงยีนส์ถูกถอดโยนลงตะกร้าผ้า ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ถูกคว้ามาพันรอบเอว ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนมาเข้าห้องน้ำ สายพิรุณบิดร่างกายไปมา เดินไปที่อ่างล้างหน้าเปิดน้ำแล้วกวักขึ้นล้างหน้าลวก ๆ ก่อนจะหยิบเอาโฟมล้างหน้ามาเปิดออก แต่ทว่าเขาก็เผลอบีบโฟมล้างหน้าจนเนื้อครีมทะลัก ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อได้เห็นภาพของตนเองในกระจกเงา...

เขารู้แล้วว่าทำไมเสน่ห์จันทร์ถึงเตือนไม่ให้เขาใส่เสื้อคอกว้าง!!

ซอกคอ หัวไหล่ ไหปลาร้า...

แม้จะไม่ชัดนัก แต่ก็มองเห็น

พระพายเอ๊ย!

ไปแกะกระดุมเสื้อคุณจันทร์ออกก่อนด้วย สุดท้ายตัวเองมีรอยระเรื่อแบบนี้...

บาป!! ไอ้พายยยยยย บาปอีกแล้วววววว


+++++++++++++++++++++++++++++

 

เอ๊ะ... ยังไงกันหว่า พี่ว่าพระพายอาจจะมีการเข้าใจผิดอะไรสักอย่างนะ 

ฮ่า ๆ

ปล. การกู้ชาติของพี่นั้น............ พินาศ...

คำเดียวสั้น ๆ แต่เห็นภาพ




#เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 529 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,397 ความคิดเห็น

  1. #2394 oam-kus40 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 17:07
    คุณจันทร์เขาร้ายยยย 🙈
    #2,394
    0
  2. #1953 galip_po455 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 01:18
    อยากให้ไรท์จัดหน้าใหม่หน่อยค่ะะ เรื่องนี้มันฟินมากๆแต่พอเราอ่านรัวไป ด้วยความที่ไม่มีการเว้นบรรทัดระหว่างข้อความ ย่อหน้า หรือบทสนทนา ตามันลายมาก อ่านผิดบรรทัดบ้างจนจับจุดไม่ค่อยถูก ถ้าคุณไรท์เห็นคอมเมนต์นี้ เมตตารีทหน่อยนะคะะ รีทอยากอ่านด้วยความรู้สึกที่ดีที่สุดจริงๆน้า ขอบคุณค่ะ♡
    #1,953
    3
    • #1953-1 004-700(จากตอนที่ 8)
      11 ธันวาคม 2562 / 22:50
      เดี๋ยวลองดูค่ะ
      #1953-1
    • #1953-3 004-700(จากตอนที่ 8)
      12 ธันวาคม 2562 / 11:03
      ปรกติเราอัพ+อ่านนิยายผ่านคอม PC อะค่ะ เมื่อคืนลองขยับแต่เหมือนในแอพไม่ขยับบรรทัดตาม เดี๋ยวเราลองอีกทีค่ำ ๆ วันนี้นะคะ คิดว่าคงต้องเคาะลงสัก 2-3 เคาะ ถึงจะชัดเจน

      ขอบคุณที่แจ้งมานะค้าาาา
      #1953-3
  3. #1947 phanphanza (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 15:43
    บาปที่สุดก็คือคุณจันทร์แล้วนะ 55555
    #1,947
    0
  4. #1881 MoeiMoei1987 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 22:22
    ไม่อยากเป็นน้อง ????????????
    #1,881
    0
  5. #1863 Kwonbori (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 18:41
    คุณจันทร์กำลังจะกินพระพาย ร้ายนักนะ ร้ายที่สุด ของของเราก็หวง ขี้ห่วงอีก เอาจริงๆนะคะ น้องพระพาย หนูน่ะบาปไม่ถึงครึ่งคุณจันทร์เลยลูก555
    #1,863
    0
  6. #1812 itisnan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 09:54
    สัยๆมั่ยมีอยู่จริงฮะ ดีนะลุ้นเหมือนหนังไทยเลยว่าจะมาเจอฉากเด็ดไหม
    #1,812
    0
  7. #1786 nat0924815122 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 00:00
    ทั้งเรื่องคุณจันทร์นางร้ายสุดอะบอกเลย น้องจ้ิงจะกินพี่แล้วววว
    #1,786
    0
  8. #1700 Ff_mino (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 15:53
    โอ้โหคุณจันทร์คะ นับวันพ่อจะยิ่งรุนแรงต่อหัวใจพี่เหลือเกิน ไม่ไหว อยากมีคุณจันทร์เป็นของตัวเองสัก1อัตราจังเลย ส่วนยัยหนูลูกแม่ ไปค่ะน้องพระพาย พี่จะพาหนูไปทำบุญล้างบาปกับพี่ ชอบความพี่ชบามีการส่งสัญญาณให้เด็กๆรู้ตัวก่อนด้วยนะ ว้า เสื้อเรียบทันเวลาพอดี ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #1,700
    0
  9. #1396 pataranan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 23:33

    เคยคิดไว้ ถ้สพี่พระพายบาปอยากเดินไปปลอบใจ พี่ไม่ได้บาปคนเดียวค่าาาาาาา

    #1,396
    0
  10. #1386 ploythanaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 19:33
    ลมจะจับจ้ะแม่ไม่ไหวววววตัวจะแตกเขินนนนนนนนนนนน พี่ชบาเห็นรอยมั้ยน่ะ 555 โถ่ถ้าไม่ขัดจังหวะคงใกล้ไปถึงไหนแล้ว -..- พี่ชบาส่ายไฟฉ่ายเป็นสัญญาณใช่มั้ยยย
    #1,386
    0
  11. #1369 taemaypa2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 02:13
    ใกล้กว่านี้อีกก็ได้นะคะ ฮืออ
    #1,369
    0
  12. #1253 amkuni (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 20:17
    เออ พี่ชบาเห็นปะอะเธ้ออออออออ
    #1,253
    0
  13. #1252 amkuni (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 20:16
    แงงงงงงง เรื่องนี้มันอ่านนอกบ้านไม่ได้จริงๆนะเออ
    #1,252
    0
  14. #1225 sungthree (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 10:57
    ถอยไปค่ะ เรือบาปพี่แล่น
    #1,225
    0
  15. #1220 PJMinn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 20:54
    บาปบุญแท้จริง
    #1,220
    0
  16. #1131 derodero (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:57
    คุณจันทร์แอบร้ายยยย กรี้ดดดด เเล้วมีนั่งตักกันนะ ฮือออ คิดภาพตามเเล้วบาปเกียมไปทำบุญเเย้ว
    #1,131
    0
  17. #1012 HaeMay (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 22:45
    พระพายเทอไม่บาปนะ คนบาปคือนี่!! คนอ่านนี่ จินตการไปไกลแล้วววว คนบาปคือพี่เองงงงงง
    #1,012
    0
  18. #997 chocolatebt (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 17:42
    ไม่ไหวแล้ว หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดู!
    #997
    0
  19. #942 babyhellll (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 00:25
    กวี๊ดกดกกกกกกดกก จะไม่ไหวแร้วนะ😭😭😭😭
    #942
    0
  20. #933 aeyrth (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 23:10
    คุณจันทร์ร้ายมาก....
    #933
    0
  21. #925 earn-pinyada (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 22:13
    คุณจันทร์นี่ช่างเป็นคนที่ร้ายกาจเหลือเกิน/ตบเข่าฉาด
    #925
    0
  22. #893 noooodee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 11:49
    ㅠㅠ_____ㅠㅠ
    #893
    0
  23. #882 sutattacb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 23:11
    ฮึ่ย เขินไปหมด! ;//;
    #882
    0
  24. #871 chompu_y (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:38
    บาปปปปป นี่ก็คิดแต่บาปๆอยู่
    #871
    0
  25. #713 warisara2425 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:28
    พระพายคะ พี่ขอยืมคุณจันทร์ สักคืนเถอะคะ.
    #713
    0