เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย [LinHoon] AU : Thai

ตอนที่ 5 : เสน่หากลางสายลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 450 ครั้ง
    9 ต.ค. 61




เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

บทที่ ๕ เสน่หากลางสายลม


รถยนต์คันหรูสีดำสนิทชะลอความเร็วและเข้าจอดเทียบริมทางเท้า เสน่ห์จันทร์คุ้นเคยกับคณะที่ตนเรียนดี ชายหนุ่มแค่กะพริบตาเล็กน้อย ก่อนจะเอี้ยวตัวหยิบกระเป๋าเป้สีดำมาถือไว้

“คุณลุงหมายไม่ต้องมารับคุณจันทร์นะครับ เย็นนี้คุณจันทร์จะกลับเอง”

“ได้ครับ”

“ขอบคุณครับ” เสน่ห์จันทร์เอ่ย ก่อนจะเปิดประตูและลงจากรถ ร่างสูงยืนนิ่งอยู่อึดใจ เปลือกตาหรี่ลงเพราะแสงแดดจัดยามบ่าย และเมื่อเขาก้าวขาเดินเข้าสู่คณะ รถของเรือนจันทร์ดาราฉายถึงเคลื่อนตัวออกไป

เสน่ห์จันทร์เดินตรงไปเรื่อย ๆ เวลานี้เพื่อนในกลุ่มของเขาอยู่กันตรงหน้าห้องบรรยายแล้ว ที่เขารู้ก็เพราะข้อความในไลน์กลุ่ม ปรกติแล้วเขาจะขับรถมาเรียนเอง แต่เพราะสองวันนี้ร่างกายพักผ่อนน้อยมาก เขาจึงให้คนในเรือนขับรถมาส่งให้ ส่วนขากลับอาจจะเป็นแท็กซี่หรือแกร็บแท็กซี่

ร่างสูงก้าวขาเดินด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ไม่ลุกลนหรือเคอะเขิน แม้ทุกสายตาของนักศึกษาที่นั่งโต๊ะหินอ่อนหรือเดินสวนกันจะจ้องมองมาที่เขาเป็นจุดเดียวก็ตาม

“อุ๊ย! พี่จันทร์ สวัสดีค่ะ” เสียงใสของเด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยทัก ร่างกลมป้อมโผล่ออกมาจากทางเดินมุมอาคาร การเจอเขาเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย ดังนั้นเธอจึงรีบเอ่ยทักทายโดยย่อเข่าลงเล็กน้อย ค้อมหัว แต่ไม่ได้ยกมือไหว้เพราะสองแขนหอบแผ่นงานปึกใหญ่ มองดูแล้วน่ากลัวว่าจะปลิวหล่นเสียจริง

“สวัสดีครับ น้องจ๋า” เสน่ห์จันทร์ยกมือขึ้นรับไหว้ด้วยท่วงทีที่เป็นธรรมชาติ แม้ทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแค่ไหน แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงหน้าของเสน่ห์จันทร์ ก็เหมือนเป็นภาพกิริยาที่อ่อนช้อยงดงามทุกอย่าง

“พี่จันทร์มีเรียนบ่ายเหรอคะวันนี้” ที่เอ่ยถามเช่นนี้เพราะช่วงเช้าจริยากรณ์ไม่เห็นหน้าของพี่รหัสรวมไปถึงกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมกันในคณะเลย

“ใช่ครับ แล้วน้องจ๋าจะไปไหนครับ ทำไมดูรีบร้อนจัง”

“คือจ๋าจะเอางานไปส่งที่ตึกโน้นค่ะ ต้องส่งก่อนบ่ายสองนี้” เสน่ห์จันทร์ยิ้มให้กับน้องรหัส ก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้า

“พี่ช่วยครับ” อันที่จริงจริยากรณ์ไม่ได้อยากรบกวนรุ่นพี่ตรงหน้านัก แต่ไม่รู้จะปฏิเสธรอยยิ้มงดงามนี้อย่างไร อันที่จริงต้องบอกว่า ไม่มีใครที่ต้านทานรอยยิ้มของเสน่ห์จันทร์ได้หรอก

จริยากรณ์ยื่นเอกสารที่ตนเองถือให้เสน่ห์จันทร์ครึ่งหนึ่ง บอกตามตรง เธอไม่อยากให้พี่รหัสช่วยจริง ๆ เธอกลัวว่าไอ้เอกสารปึกหนานี้จะทำให้อีกฝ่ายหนักน่ะสิ

อาการแบบนี้ไม่ได้เป็นเฉพาะเธอ แต่เชื่อเถอะว่าทุกคนก็ย่อมรู้สึกเช่นเดียวกัน เสน่ห์จันทร์ จันทร์ดาราฉาย ไม่ใช่ชายหนุ่มที่ใครคิดจะใกล้ชิดหรือเด็ดดมได้ง่าย ๆ

อันที่จริง... อีกฝ่ายนั้นดูสูงค่าจนไม่มีใครกล้าเอื้อมมากกว่า

รูปร่าง หน้าตา ฐานะ การเรียน อยู่ในระดับที่หาใครมายืนเคียงข้างได้ยากลำบากเหลือเกิน ทั้งที่เสน่ห์จันทร์ก็ไม่ได้แสดงท่าทางหยิ่งยโสอะไร ตรงกันข้ามอีกฝ่ายมีความเป็นกันเอง เป็นมิตรกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้ อาจจะเป็นเพราะกิริยาและการวางตัวที่ดีเลิศนั้นก็เป็นได้ เสน่ห์จันทร์จึงขึ้นแท่นชายหนุ่มที่ทุกคนไม่กล้าจะหมายปองด้วยซ้ำ

ทำไมพี่รหัสของเธอถึงดูสูงส่งปานนี้นะ พอยืนอยู่ใกล้ ๆ แล้ว จริยากรณ์รู้สึกเหมือนเป็นคนติดตามตัวน้อย ๆ

“น้องจ๋าครับ พี่ส่งตรงนี้นะครับ” เสน่ห์จันทร์เอ่ยเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพักของอาจารย์ เขาส่งแผ่นงานปึกใหญ่คืนน้องรหัส

“ขอบคุณมากนะคะ” เสน่ห์จันทร์ยิ้มละไม

“ไม่เป็นไรครับ พี่ไปก่อนนะครับ”

“ค่ะ”

จริยากรณ์ลอบถอนหายใจออกมา รู้สึกปอดทำงานเป็นปรกติแล้ว ในอกอิ่ม ๆ ของเธอโล่งแทบจะทันทีที่พ้นร่างของเสน่ห์จันทร์ เธอรู้สึกถึงชีวิตของคนธรรมดาได้กลับเข้าสู่จิตวิญญาณอีกครั้ง หลังจากที่ถูกรัศมีของชายหนุ่มกลบจนมิด แถมยังถูกจับจ้องด้วยสายตาอิจฉาจากสาว ๆ หนุ่ม ๆ ตลอดทาง

โอ๊ย... เลือกได้ก็ไม่อยากใกล้นะ ไม่ไหว ๆ อกยัยจ๋าจะแตก คนอะไร นับวันยิ่งเหมือนเทวดาจุติไปทุกวัน

 

ใช่ว่าเสน่ห์จันทร์จะไม่รู้ว่าผู้คนรอบข้างมองเขาด้วยสายตาแบบไหน ความรู้สึกเช่นไร แต่เขาเติบโตมาแบบนี้ บางอย่างก็เกินกว่าความสามารถจะแก้ไขหรือปรับปรุง อีกทั้งเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไร ในเมื่อที่เป็นอยู่ก็ไม่ได้แย่

เขาถูกสั่งสอนเรื่องการวางตัวมาตั้งแต่รู้ความ ในเรือนจันทร์ดาราฉาย ไม่ว่าจะเจ้านายหรือเด็กในบ้านต่างได้รับการอบรมกิริยามารยาทอย่างเข้มงวด แม้หลัง ๆ มาจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่เรื่องกาลเทศะ การวางตัว การแสดงทุกกิริยาภายนอกเรือนนั้น เขาไม่อาจทำให้เกิดคำตำหนิไปถึงจันทร์ดาราฉายได้ ดูอย่างดาราทอง แม้จะห้าวหาญสักแค่ไหน แต่เมื่อเอาจริง หญิงสาวก็วางตัวได้ดีและเหมาะสม เพียงแต่ชอบแอบทำตัวเกเรอยู่เรื่อยเท่านั้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การปฏิบัติต่อผู้คนอื่น ๆ ในสังคม เสน่ห์จันทร์ก็ปฏิบัติอย่างดี แต่เว้นระยะอย่างพอดีไม่ให้ใครต่อใครอึดอัด และชัดเจนในระดับความสัมพันธ์

พี่ น้อง เพื่อน เจ้านาย

 

กลุ่มเพื่อนของเขาจับกลุ่มอยู่หน้าห้องบรรยาย และเมื่อเห็นเขาก็กวักมือเรียก เสน่ห์จันทร์มองรอบกายพบว่ายังไม่มีเพื่อนรวมเอกคนอื่นมา

“สวัสดีครับ” เสน่ห์จันทร์เอ่ยทักเพื่อน ๆ ทุกคนยิ้มให้เขา จะมีก็แต่... “ทำไมมะยมทำหน้าอย่างนั้นล่ะครับ คุณจันทร์ทำอะไรผิดเหรอ”

“นี่แน่ะ! แกกล้าทำให้คุณจันทร์รู้สึกผิดเหรอ เดี๋ยวตีให้เลย” กรองแก้วทำท่าจะตีเพื่อนจริง ๆ แต่ก็แค่ขู่เท่านั้นแหละ เธอไม่ได้คิดจะทำร้ายเพื่อนตัวผอมแห้งคนนี้จริง ๆ

“อย่านะ มือแกหนักอย่างกับตีนช้าง ทุบมาทีไหล่ฉันหักแน่”

“คุณมะยมครับ” เสน่ห์จันทร์เอ่ยแทรกขึ้น พร้อมรอยยิ้ม “เท้าช้างดีกว่าไหมครับ” การแก้คำผิดของเสน่ห์จันทร์ทำให้ทุกคนนิ่งไป ก่อนจะหัวเราะกันออกมา

“คือ... ทำไมคุณจันทร์แก้คำผิดให้แล้ว แต่ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดีอะ” กรองแก้วทำหน้าโอดครวญ ก่อนจะเป็นฉัตรศิริวิไล ที่เอ่ยขึ้น

“ก็คุณจันทร์แก้คำผิดให้ แต่ไม่ได้ห้ามให้มะยมว่ากรองนี่คะ”

“เกลียด!

“อ้าว... คุณจันทร์ทำอะไรผิดวะ ทำไมแกเกลียดคุณจันทร์”

“อิมะยม เดี๋ยวกูตีมึงจริง ๆ นะ”

“คุณกรองครับ” คราวนี้เสน่ห์จันทร์ถึงกับขมวดคิ้ว เขาไม่ได้ว่าถ้าเพื่อน ๆ จะพูดคำหยาบบ้าง หรืออันที่จริงจะไม่สุภาพเลย แต่บางทีปฏิกิริยาของเขาก็เป็นไปเองโดยอัตโนมัติ ห้ามไม่ได้ ได้ยินแล้วต้องขอปรามสักนิด

“ไปทำบุญเลยนะคะกรอง” ฉัตรศิริวิไลพูดกลั้วเสียงหัวเราะ ก็เป็นกันเสียแบบนี้ตั้งแต่ปีหนึ่ง พอพูดคำหยาบถึงขั้นที่เสน่ห์จันทร์ต้องแทรก คนนั้นต้องทำบุญ

ไม่ใช่เพราะเสน่ห์จันทร์สั่ง แต่คนพูดนั่นแหละที่รู้สึกผิดบาปจนร้อนตัวไปเอง

“พรุ่งนี้แวะตักบาตรก่อนมาเรียนเลย” กรองแก้วยอมรับ ก่อนจะหันไปมองหน้าของเสน่ห์จันทร์เต็มตา “จริง ๆ กำลังคุยกันว่าเย็นนี้จะไปที่ร้านของคุณจันทร์อะ แต่ไม่รู้คุณจันทร์สะดวกไหม เบื่อก๋วยเตี๋ยวแถวหอพักแล้ว”

“ไม่ได้ไปร้านคุณจันทร์นานแล้ว ไม่รู้วันนี้มีขนมอะไรกินมั่ง” ยศกรทำแก้มพอง ๆ ก่อนจะจ้องตากับกรองแก้วจนตาแทบถลน เพราะเพื่อนสาวขยับปากพูดว่า อ้วน แบบไม่มีเสียงเข้าใส่ การฟาดฟันทางสายตาปะทุขึ้นโดยที่เสน่ห์จันทร์และฉัตรศิริวิไลได้แต่ยิ้มอย่างเข้าใจธรรมชาติของเพื่อนสองคนนี้

เสน่ห์จันทร์ไม่ได้ว่าอะไร เขายิ้มบางเบา แต่แสดงสีหน้าเสียดายออกมาชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มกว่าปรกติเล็กน้อย 

“ตอนแรกคุณจันทร์คิดว่าเลิกเรียนแล้วจะชวนไปกินพิชซ่า แต่ถ้าทุกคนอยากไปที่...”

“ไปกินพิชซ่า” กรองแก้วเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น พร้อมทั้งสองมือที่ยกขึ้นเป็นปางห้ามเสนอความเห็นใดใดอีก แน่นอนว่าก็ไม่มีใครขัดอยู่แล้ว “ชีวิตต้องการชีสอย่างเร่งด่วนค่ะ” พูดจบกรองแก้วก็ถลึงตาเข้าใส่ยศกร เพราะเพื่อนตัวดีขยับปากอย่างไม่มีเสียงว่า อ้วน

“หญิงไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ที่ไหนก็ได้”

“เราก็ไม่มี” ยศกรเอ่ย

“ขอบคุณครับ” เสน่ห์จันทร์ยิ้ม “คุณจันทร์ว่าเราเข้าไปนั่งในห้องเถอะครับ”

“โอเค ๆ” กรองแก้วเอ่ย แต่พอจะเดินก้าวเข้าไปในห้องฉัตรศิริวิไลก็เอ่ยขึ้นมาก่อน

“กรองกับมะยมเข้าไปนั่งรอก่อนนะคะ หญิงขอคุยกับคุณจันทร์ครู่หนึ่ง”

ปรกติแล้วฉัตรศิริวิไลไม่ใช่คนมีความลับกับเพื่อนสนิท ทว่าเรื่องนี้คงเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่เช่นนั้นหญิงสาวคงไม่ขอเวลาส่วนตัวเช่นนี้ กรองแก้วและยศกรคบกับทั้งคู่มาตั้งแต่เข้าเรียนที่นี่ ย่อมรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร

“ได้คร้าบบบบ คุณหญิงฉัตร”

“เดี๋ยวเถอะ” ฉัตรศิริวิไลทำเป็นต่อว่ายศกรแต่ไม่ได้จริงจังนัก เมื่อคล้อยหลังเพื่อนไปแล้วรอยยิ้มบนใบหน้าสวยก็หายไปทันที

“เห็นทีคงเป็นเรื่องสำคัญมากใช่ไหมครับ” เสน่ห์จันทร์เอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบา ขยับตัวออกห่างจากประตูห้องบรรยาย และทิ้งระยะห่างระหว่างตนเองกับฉัตรศิริวิไลพอไม่ให้น่าเกลียด เป็นระยะห่างที่พอดีสำหรับเพื่อน ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างชายหญิง และเป็นระยะห่างที่ไม่ควรมีคำนินทาจากสายตาคนภายนอก

ไม่ใช่ว่าเพราะเสน่ห์จันทร์ทำตัวสูงค่าแต่อย่างใด แต่เพราะนามเต็มของหญิงสาวตรงหน้านี้ต่างหากที่ทำให้เสน่ห์จันทร์ต้องวางตัวให้เหมาะสม

ในเมื่อฉัตรศิริวิไลมีคำนำหน้าน่ะสิ

แม้จะถือเป็นสามัญชน แต่นามพิเศษนี้ก็เป็นที่สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ของพระญาติเหนือขึ้นไป ดังนั้น ถ้านับกันตามหลักแล้ว เสน่ห์จันทร์ แม้จะดูสูงส่งในสายตาผู้อื่น แต่เขาก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ต้นตระกูลทำงานในพระราชวังเท่านั้น ต้นสกุลได้รับการปูนบำเหน็จยศ คุณหญิง คุณชาย แต่ก็เป็นเพียงนาม

เขาจึงวางตัวกับเธออย่างระวังเป็นพิเศษ เช่นเดียวกัน หญิงสาวก็วางตัวกับเขาเป็นพิเศษเช่นกัน เพราะดูเหมือนทั้งมหาวิทยาลัยคงมีเพียงเธอเท่านั้นที่ไม่มีใครกล้าถากถางเมื่อยืนอยู่ข้างเสน่ห์จันทร์

“จำได้ไหมที่หญิงเคยเล่าให้คุณจันทร์ฟัง เรื่องที่หม่อมย่าเคยรับเชิญคุณน้าเอมอรไปที่ร้านของคุณจันทร์น่ะค่ะ”

“จำได้ครับ” เสน่ห์จันทร์ตอบ ในใจครุ่นคิดว่า พักนี้ดูเหมือนจะมีคำว่าแขกของคุณน้าเอมอรบ่อยเหลือเกิน

“เมื่อสัปดาห์ก่อนหญิงเข้าไปกราบหม่อมย่า ท่านเล่าให้ฟังว่าครั้งนั้นที่รับเชิญไปเป็นแขก เพราะหม่อมย่าอยากพบคุณจันทร์”

เสน่ห์จันทร์นิ่งเงียบ ฉัตรศิริวิไลไม่ได้มองเขาแม้หางตา เธอมองออกไปนอกตัวอาคารเรียน ท่วงท่าของเธอสง่างามสมกับที่ถูกเลี้ยงดูมาในกรอบของขนบธรรมเนียมที่เคร่งครัด

“วันนั้นคุณจันทร์เสียมารยาทกับท่านไม่น้อย”

“หม่อมย่าไม่ถือโทษ หญิงบอกคุณจันทร์แล้วไงคะ อันที่จริงแล้วเรื่องวันนั้นก็ไม่มีอะไรเพราะทั้งหญิงและคุณจันทร์ไม่รู้ความกัน หม่อมย่าก็แค่อยากเห็นหน้าคุณจันทร์เท่านั้น”

“คุณจันทร์อยากทราบเหตุผลครับ” ฉัตรศิริวิไลระบายลมหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเท้าความเรื่องที่ตนได้รับรู้มา

“หม่อมย่าค่อนข้างมีความสัมพันธ์อันดีกับคุณหญิงมณีจันทร์ ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนคุณหญิงเคยเปรยออกมาว่า ต่อไปคุณจันทร์คือผู้ดูแลจันทร์ดาราฉายแทนคุณพ่อของคุณจันทร์ ท่านเลยอยากมองหาคู่หมายให้กับคุณจันทร์เอาไว้แต่เนิ่น ๆ เสน่ห์จันทร์ยังคงยืนรับฟังอย่างนิ่งสงบ บรรยากาศรอบกายยังคงนุ่มนวลเหมือนแสงจันทร์ยามค่ำคืนที่อาบทั่วท้องฟ้ามืดมิด

“หม่อมย่าไม่ได้แสดงท่าทีอะไร แต่หม่อมย่าก็รู้ว่าคุณหญิงท่านอยากจะทาบทามหญิงเอาไว้ แต่ด้วยบรรดาศักดิ์ คุณหญิงท่านเกรงใจจึงไม่เอ่ยออกมาตรง ๆ ตอนนั้นไม่ได้มีแค่หม่อมย่า ยังมีคุณหญิงสมสมรด้วย ทางนั้นน่าจะมีความสนใจในจันทร์ดาราฉายมากกว่าทางวิสุทธิคุณ” เหมือนเสน่ห์จันทร์จะพอเข้าใจอะไรแล้ว

“หม่อมย่าไม่ได้เอะใจอะไรมากนัก ตอนที่คุณน้าเอมเอรเชิญไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชา ท่านจึงรับเชิญ แต่ไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์ขนมหน้าแตก”

“คุณหญิงฉัตรครับ” ฉัตรศิริวิไลแค่ยิ้มบาง ๆ ไม่ได้ถือสาอะไรกับเสน่ห์จันทร์

“คุณจันทร์คะ หม่อมย่าอาจจะไม่ได้จริงจังอะไรมากนักในตอนแรก แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ท่านจะไม่ได้คิดเช่นนั้นแล้ว ยศศักดิ์ของลูกหลานในแต่ละรุ่นนั้น ลดหลั่นลงมีแค่นามเท่านั้น เช่นตัวหญิงเอง มีคำนำหน้าแล้วอย่างไร หญิงก็แค่ผู้หญิงสามัญชนเท่านั้น ดังนั้นการที่หม่อมย่าจะคิดเกี่ยวดองกับจันทร์ดาราฉายที่เป็นสามัญชนก็คงไม่มีอะไรแตกต่าง”

“คุณหญิงฉัตรหมายความว่าจะทำตามความต้องการของท่านอย่างนั้นเหรอครับ” ฉัตรศิริวิไลขำออกมาเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้ว

“หม่อมย่าสนใจเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะรู้เรื่องหญิงกับพี่จอมต่างหาก” พี่จอม หรือ จอมทัพ คือชายหนุ่มรุ่นพี่ปีห้า คณะสถาปัตยกรรม ชายผู้ไม่สนเสียงฟ้าเสียงฝนเดินหน้าตามฝากรักฉัตรศิริวิไลตั้งแต่เจอหญิงสาวครั้งแรกตอนปีหนึ่ง จนตอนนี้ผ่านไปกว่าสามปีแล้ว น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน ฉัตรศิริวิไลก็แค่หญิงสาวธรรมดาเท่านั้น

เธอแพ้ให้กับความดื้อด้านของจอมทัพในท้ายที่สุด

“หากหญิงต้องสมรสกับสามัญชน หม่อมย่าต้องเลือกคุณจันทร์ก่อนใครอยู่แล้ว ในเมื่ออย่างไรเสีย คุณจันทร์ก็ถือว่าเกี่ยวข้องกับในวัง ชื่อเสียงย่อมดีกว่าลูกชายร้านขายเครื่องหอมใช่ไหมคะ”

“คุณหญิงฉัตรล่ะครับ คิดว่าอย่างไร” ฉัตรศิริวิไลเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนนิ่งข้างกาย พูดกันขนาดนี้แล้วเสน่ห์จันทร์ยังรักษาความนุ่มนวลทั้งในน้ำเสียงและบรรยากาศได้ขนาดนี้...

น่ากลัว

“หญิง... ไม่ชอบยุ่งกับผู้ชายที่มีคนในใจอยู่แล้วหรอกนะ อีกอย่าง... ถ้าต้องคบกันจริง ๆ หญิงไม่รู้ว่าคุณจันทร์นึกอยากจะจูบหญิงไหม ในเมื่อ...”

“หม่อมราชวงศ์ฉัตรศิริวิไล”

คุณพระ!

เสน่ห์จันทร์ถึงขั้นเรียกชื่อจริงของฉัตรศิริวิไล ถ้านามสกุลต่อมาด้วย... รับรองว่าเธอต้องไปบวชเป็นแม่ชีที่วัดอย่างน้อยสามปีแน่นอน!

“ขอหญิงให้ได้พูดแบบสบาย ๆ เถอะคุณจันทร์ หญิงนึกคำสุภาพเพื่อเลี่ยงไม่ออกแล้ว” ถึงกับต้องคร่ำครวญแบบนี้ เสน่ห์จันทร์โปรดเห็นใจเธอด้วย “จะให้หญิงพูดอย่างไรล่ะ ในเมื่อสายตาคุณจันทร์เวลามองผู้หญิง กับมองผู้ชายมันต่างกัน นี่หญิงยังไม่นับเวลาที่คุณจันทร์มองพี่ชายคนนั้นนะ”

“อย่างไรก็ไม่ควรเอ่ยเช่นนี้ครับ” ฉัตรศิริวิไลนึกอยากโอดครวญให้สาสมกับความเป็นเสน่ห์จันทร์เหลือเกิน แต่ติดที่ว่าเธอเองก็ยังต้องรักษากิริยามารยาท จึงไม่ได้ออกท่าทางอะไรมากนัก “ถ้าใครคนอื่นมาได้ยินจะว่าเกินงามนะครับ”

“คุณจันทร์ปากร้าย” พอถูกตำหนิแบบนี้เสน่ห์จันทร์ก็ทำหน้าเหลอหลาทันที เพราะเขามั่นใจว่าคำที่พูดออกไปนั้นไม่มีคำหยาบหรือคำไม่สุภาพใดใดเลย และพอฉัตรศิริวิไลเห็นท่าทางนั้นของเพื่อน เธอก็นึกอยากกระโดดลงจากตึกนี้เอาหัวโหม่งพื้นให้จบ ๆ ไปเสีย

เธอเพิ่งกล่าวหาเสน่ห์จันทร์ว่าปากร้าย ทั้งที่... เธอก็แค่พูดตามที่รู้สึก แต่ทำไมความผิดบาปมันจู่โจมเธอรุนแรงเพียงนี้!

“พอแล้วคุณจันทร์อย่ามองหญิงแบบนั้น หญิงรู้สึกผิดจนไม่รู้จะสำนึกผิดตรงไหนก่อนดีแล้ว”

เสน่ห์จันทร์ไม่เอ่ยอะไรอีก เขากลับมารักษาความสงบและนุ่มนวลอีกครั้ง และรับฟังฉัตรศิริวิไลเอ่ยต่อ 

“เอาเป็นว่าในส่วนของหญิงที่จะบอกคุณจันทร์นั้นก็คือ... อาจจะมีวันใดวันหนึ่งที่หม่อมย่าเชิญคุณจันทร์ไปพบผ่านหญิง ขอให้คุณจันทร์รับรู้ไว้ด้วยนะคะ ว่าหญิงไม่ได้เห็นด้วย แต่ตอนนี้หญิงยังหาทางออกไม่เจอ เลยอยากบอกให้เข้าใจกันไว้ก่อน”

“ขอบคุณครับ”

“อีกเรื่องหนึ่ง” คราวนี้น้ำเสียงของฉัตรศิริวิไรมีความไม่ชอบใจปนอยู่เล็กน้อย “ที่หญิงเกริ่นก่อนหน้าคือเรื่องนี้มีคุณหญิงสมสมรอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ล่าสุดงานประมูลเครื่องเพชรการกุศลครั้งก่อนหญิงไปกับหม่อมแม่ด้วย เห็นคุณน้าเอมอรดูสนิทกับคุณหญิงสมสมรระดับหนึ่งเลยนะ ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกันไหม เพราะครั้งก่อนก็เชิญหม่อมย่า เร็ว ๆ นี้อาจจะมีแขกของคุณน้าเอมอรโผล่ไปที่ร้านของคุณจันทร์อีก” เสน่ห์จันทร์ยิ้ม นึกถึงชื่อแขกคนสำคัญของคุณน้าเอมอรเมื่อวานแล้วก็พอจะเข้าใจเรื่องราว

“คุณน้าเอมอรเชิญคุณหญิงสมสมรไปที่เรือนจันทร์ดาราฉายแล้วครับ เมื่อวานนี้” ฉัตรศิริวิไลหันมามองเสน่ห์จันทร์ ดวงตากลมสวยของเธอค่อย ๆ กว้างขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มขบขัน

“คุณหญิงสมสมรมีหลานสาวอยู่นะคะ เหมือนว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยที่นี่ด้วย อืม... ถ้าคุณจันทร์ตกลงปลงใจกับหลานคุณหญิง อย่างนี้หญิงก็...”

“บางทีคุณจันทร์คิดว่า ไม่ต้องรอให้หม่อมท่านเชิญคุณจันทร์ไปพบหรอกมั้งครับ คุณจันทร์ไปเองน่าจะเหมาะกว่า คุณหญิงฉัตรคิดว่าคุณจันทร์ควรไปเย็นนี้เลยดีไหมครับ” เป็นคำถามที่ฉัตรศิริวิไลอยากกรี๊ดออกมา และเมื่อคนพูดคือเสน่ห์จันทร์ เธอรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่สุด

เสน่ห์จันทร์กำลังข่มขู่เธอ แต่หญิงสาวกลับไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร เพียงเพราะมองใบหน้าซื่อใสนั้นแล้ว เธอกลับคิดว่าการที่เอ่ยกลั่นแกล้งอีกฝ่ายก่อนนั้น เป็นเรื่องที่กระทำผิดอย่างใหญ่หลวง

“หญิงผิดเอง...” ชายหนุ่มยิ้มรับ ก่อนจะมองหญิงสาวแสนสวยเบื้องหน้า

“อย่ากังวลเกินเหตุเลยครับ แต่คุณจันทร์ขอบคุณมากนะครับที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง” เพราะเขาชักเริ่มสนใจแล้วล่ะว่า คุณน้าคนเก่งคิดจะทำอะไร

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ คุณจันทร์มีแผนรับมืออะไรไหมคะ บอกหญิงหน่อยสิ อันที่จริงหญิงไม่สบายใจเลย ไม่ได้บอกให้พี่จอมรู้เรื่องด้วย”

“ตอนนี้คุณจันทร์ไม่มีความคิดเห็นอะไรครับ ส่วนพี่จอม คุณจันทร์คิดว่า คุณหญิงลองคุยก่อนดีไหมครับ อย่าให้พี่จอมต้องมารู้เองทีหลังจะดีกว่า” ฉัตรศิริวิไลนิ่งไป ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว คุณจันทร์ว่าเข้าไปในห้องเถอะครับ ทิ้งสองคนนั้นไว้นานแล้ว”

“ค่ะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ว่ากันไปตามสถานการณ์ดีกว่า” เสน่ห์จันทร์ยิ้มรับ ก่อนจะรอให้ฉัตรวิไลเดินเข้าไปก่อน แล้วตนเองก็เดินตาม ไม่นานก็มีเพื่อนในเอกคนอื่น ๆ ทยอยขึ้นตึกมา

ถามว่าเรื่องที่ได้รับรู้นี้เป็นสิ่งที่เสน่ห์จันทร์หนักใจไหม จะบอกว่าไม่เลยสักนิดก็ไม่ใช่ แต่เขาไม่เห็นว่าจะต้องให้ความสำคัญมากเกินจำเป็น

เพราะต่อให้ผู้ใหญ่พยายามจะสร้างบุพเพระหว่างเขากับผู้หญิงคนไหนก็คงไม่สำเร็จ

หัวใจของเขาเป็นเช่นไร... เสน่ห์จันทร์รู้ดีที่สุด

 

ในขณะที่คนหนึ่งมีเรื่องแม่สื่อแม่ชักเข้ามาพัวพัน อีกคนหนึ่งกำลังนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดวงตาสวยเหม่อมองเจ้าดอกบัวสีชมพูและสีขาวมากมายที่วางบนแคร่ไม้

สายพิรุณถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะเก็บดอกบัวกว่ายี่สิบมัดนั้นลงแช่ในถังน้ำ วันนี้เขาเก็บสายบัวส่งครัวดาราทอง แล้วก็รีบเอาดอกบัวหลายมัดไปตลาดเพื่อส่งให้แม่ค้า แต่ปรากฏว่าแม่ค้าหลายเจ้ารับดอกบัวของเขาแค่ไม่กี่มัด เหตุผลก็เพราะตอนนี้ดอกบัวกำลังล้นตลาด มีเจ้าของนาบัวที่อื่นเอาบัวมาส่งในราคาที่ถูกกว่า แทบจะแจกฟรี เขาจะต่อว่าก็ไม่ได้ เพราะก็เข้าใจอยู่

เมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงนำดอกบัวกลับมาที่บ้าน ยกไปให้ครัวเสน่จันทร์อีกสองมัดใหญ่ ๆ เพื่อใช้ตกแต่งจานขนมหวาน แต่มันก็ยังเหลือดอกบัวอีกเยอะ...

ตอนนี้เขาไม่ได้รับงานบายศรีมาเย็บ เพราะปัญหาเรื่องใบตองขาดตลาด ไม่อย่างนั้นเขาจะใช้ดอกบัวเหล่านี้ตกแต่งบายศรี ไม่ก็คงเอาเย็บแทรกกับกระทงใบตองที่จะส่งให้ร้านเสน่ห์จันทร์ดาราทองพรุ่งนี้ ถึงจะใช้ไม่หมด แต่ก็ยังดีว่ามีเหลือน้อยลง

ทว่าตอนนี้... เขาคงต้องมองเจ้าบัวสีสวยพวกนี้แห้งเหี่ยวไปอย่างไร้ประโยชน์

 

สายพิรุณรู้สึกเหนื่อยมากกว่าทุกวัน แต่เขาก็ไม่ได้ท้อ ชายหนุ่มยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะเอี้ยวตัวไปยกกระเช้าขนมหวาน ตอนที่เอาดอกบัวไปที่ครัวเสน่ห์จันทร์ เจ้าของครัวไปมหาวิทยาลัยแล้ว นี่เป็นของที่ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อเขา

ขนมเสน่ห์จันทร์กลิ่นหอมแตะจมูก ขนมน้ำดอกไม้หลากสี รวมไปถึงช่อม่วงแสนสวย จัดเอาไว้อย่างสวยงาม เห็นแล้วก็อดนึกถึงคนทำไม่ได้ เสน่ห์จันทร์ต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะทำขนมแสนอร่อยเหล่านี้ สายพิรุณไม่เคยกินเหลือ ต่อให้ไม่หมดในคราวเดียว แต่ขนมทุกชิ้นเขาก็ไม่ทิ้ง

ขนมชิ้นแรกที่สายพิรุณหยิบใส่ปากคือเสน่ห์จันทร์ แค่ยกขึ้นมาใกล้ก็ยิ่งได้กลิ่นหอมละมุน ผิวสีเหลืองนวลของขนมเย้ายวนให้ลิ้มลอง กลีบเลี้ยงสีเข้มที่มีทองเปลวติดก็ช่างทำให้ดูเลอค่าเสียจนอดยิ้มอย่างภูมิใจเสียไม่ได้

ขนมเสน่ห์จันทร์รสนุ่มเหมือนกลิ่นหอม หวานแรกที่สัมผัสได้คือน้ำตาลที่ไม่โดดจนแสบคอผสมเข้ากับเนื้อแป้งซึ่งมีกลิ่นหอมของควันเทียน เขารู้สึกถึงความหอมหวานที่ละลายในปากแต่อบอวลไม่จางหายแบบนี้มันเกินจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

แม้จะกลืนไปแล้ว แต่ความหวานและความหอมยังคงอยู่

รสชาติของเสน่ห์จันทร์... ที่เต็มไปด้วย... เสน่ห์จันทร์

กว่าจะรู้ตัวว่าต้องชิมขนมน้ำดอกไม้ และขนมช่อม่วง ขนมเสน่ห์จันทร์ชิ้นสุดท้ายก็ถูกกลืนลงคอไปครู่หนึ่งแล้ว และด้วยความที่ไม่อยากให้ขนมน้อยใจ เขาเลยจัดการกับขนมช่อม่วงไปหนึ่งคำ

แป้งหอมนุ่ม ละมุนในปาก ยามที่กัดลงไป ความฉ่ำของไส้ข้างในก็ทะลักออกมา สายพิรุณอยากจะร้องไห้....

ทำไมอร่อยได้ถึงขนาดนี้...

สายพิรุณไม่ปรานีกับความอร่อยนั้นเลย เขาหันไปจัดการเจ้าน้ำดอกไม้สีสวยต่าง ๆ ชิ้นแรกคือสีครามดอกอัญชัน และก็อีกเช่นเคย... กลิ่นหอมมะลิตลบอยู่ในปากของเขา แป้งนุ่มเหนียวหนึบรสหวานพอดี รู้สึกเหมือนยกสวนดอกไม้มาอยู่ในปาก ณ เวลานั้น...

น้ำดอกไม้ คือความหอมหวานแสนสดใส

ช่อม่วง คือความหอมหวานที่ชุ่มฉ่ำ

เสน่ห์จันทร์... ความหอมหวานที่แสนนุ่มนวล

รส (มือ) ของเสน่ห์จันทร์...

สายพิรุณชอบเหลือเกิน ความอ่อนหวาน นุ่มนวล และหอมละมุน ขนมทุกอย่างที่ได้เชยชิมต้องมีเอกลักษณ์นี้ จนกลายเป็นว่า เขาไม่ได้ติดขนม แต่ติดรสของเสน่ห์จันทร์มากกว่า

น้ำเสียงอบอุ่น นุ่มนวลน่าฟัง ผิวขาวเนียนละเอียด น่าสัมผัส... กลิ่นกายหอมละมุน ติดตรึง...

ในใจไพล่คิดถึงยามที่เรือนร่างงดงามนั้นยืนอยู่ใกล้ชิด จนได้กลิ่นหอมหวานแตะจมูก ริมฝีปากสีสวยสดที่เผยอแย้มยิ้ม ยามที่น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียก “พี่พระพายครับ...”

 

สายพิรุณนิ่งงัน ดวงตากลมจ้องมองไปเบื้องหน้า มองเลยสวนดอกมะลิ เลยต้นกล้วย มองเรือนจันทร์ดาราฉายที่มีแมกไม้นานาพันธุ์โอบล้อม...

เขาเอื้อมมือไปหยิบดอกบัวมาหนึ่งดอก ก่อนจะยกมันขึ้นแล้วตีลงมาที่หน้าผากตัวเองจนได้ยินเสียงดังปึก ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็แค่รู้สึกชาเล็กน้อยเท่านั้น แต่ยังดีว่าเรียกสติกลับมาได้...

เขาคิดอย่างนั้นกับเสน่ห์จันทร์ได้อย่างไร... บุรุษที่เขานึกถึงด้วยใจพิศวาสเช่นนั้นคือเสน่ห์จันทร์

เสน่ห์จันทร์ผู้งดงาม... ไม่ควรต้องแปดเปื้อนใดใด

“บาป... บาปกินหัวแล้วไอ้พาย!

 

++++++++++++++++++


ใจเย็นนะพระพาย... เดี๋ยวจะได้บาปกันทั้งแผ่นดินตามไปติด ๆ อุ๊ปส์!!

 

คือที่มาของตอนนี้ก็คือ...

1 ยังไม่ได้ลองหัดทำเปียกปูนเลยสลับเนื้อหามา

2 อยากให้ทุกคนได้เห็นว่านอกจากขนมคุณจันทร์ก็มีเพื่อน มีสังคมบ้าง และสังคมเพื่อนของเขาเป็นยังไง

3 คุณจันทร์ไม่ได้มียศ บรรดาศักดิ์ใดใดนะคะ แค่ต้นตระกูลเคยได้รับความโปรดปรานเลยมีการแต่งตั้งยศคุณหญิง คุณชาย ให้ ลูกหลานไม่ได้มียศนำหน้า

4 กรณี คำนำหน้าของฉัตรศิริวิไล... พี่ไม่แม่นค่ะ ผิดพลาดประการใดแนะนำได้เลยนะคะ

5 นิยายเรื่องนี้ไม่ดราม่า

6 ปูทางสายบาปให้แล้ว ทุกคนเตรียมตัวไว้เถอะ

7 ขอบคุณทุกคอมเมนต์นะคะ รักมาก

8 หิว




#เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 450 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,397 ความคิดเห็น

  1. #1877 jihoonnn_s (@jihoonnn_s) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 16:44
    555555 บาปกันทั้งแผ่นดินจริงๆ
    #1,877
    0
  2. #1857 Kwonbori (@Kwonbori) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 14:36
    หิวววววววววว หิวคุณจันทร์ อยากกินคุณจันทร์ นี่นั่งเพ้อแบบน้องพระพายแล้ว แต่ต่างที่ไม่ได้รู้สึกผิดบาปสักนิด ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #1,857
    0
  3. #1809 panwinkinyourarea (@itisnan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 21:24
    ใจเย็นๆทุกคนจันทรไม่ใช่พระ เราต้องใจเย็นไว้ไม่งั้นได้ไปบวชให้กันพอดีถ้าวันข้างหน้ามีฉากโคมไฟ
    #1,809
    0
  4. #1697 Ff_mino (@Ff_mino) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 13:33
    นอกจากต้องอดทนต่อความดีงามและความละมุนผู้ดีของคุณจันทร์(เพราะอยากได้)แล้ว ก็มีความหิวนี่แหละค่ะที่เราต้องอดทน
    #1,697
    0
  5. #1516 nuttaklum123 (@nuttaklum123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 21:05
    คือเราพึ่งมาอ่านตามในรีวิวพึ่งอ่านวันนี้เเล้วรู้สึกติดมากๆเลย เราชอบมาเลยตอนเเรกคิดว่าเฉยไม่อะไรพิเศษเเต่..ดิฉันโดนตก555เป็นกำลังใจให้นักเขียนค่าาา
    #1,516
    0
  6. #1392 pataran (@pataranan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 22:09

    คำบรรยายส่วนของขนมคือน่าไปตามหามาลองทานดูมากเลยค่ะ

    #1,392
    0
  7. #1366 แตมิรี่ (@taemaypa2) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 00:36
    แงงงง ตอนอ่านทีแรกนึกว่าพีเรียต ที่ไหนได้ ยุคปัจจุบันนี่เอง มีกรุ๊ปไลน์ด้วยอ่ะ มีแกรปแท็กซี่ด้วย 5555
    #1,366
    0
  8. #1246 ppthana60 (@ppthana60) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 14:57
    อยากกินขนมมาก 55555
    #1,246
    0
  9. #1240 knsss (@amkuni) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 00:44
    หิวจีง อ่านๆไปก็ได้กลิ่นความกะทิความมะลิ มาจากไหน งง
    #1,240
    0
  10. วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 10:18
    อ่านเรื่องนี้จบคือต้องไปหาซื้อขนมกินซะแล้ว แต่ว่าขนมนั้นช่างหาทานยากเสียจริง😭😭😭
    #1,223
    0
  11. #1139 Soul dragon (@view17350) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:47
    อ่านแล้วอยากกินจนต้องไปหาขนมไทยมากินตามเลย;—-;
    #1,139
    0
  12. #1113 >haruhi (@kirarijang) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 20:29
    เอ็นดูหนูพระพาย
    #1,113
    0
  13. #1097 TAT47 (@TAT47) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 02:23
    ตอนจะเพิ่มความเห็นเรื่องนี้คือคิดคำนานมาก อยากพิมพ์แบบงามๆ ชอบแนวนี้มากค่ะ มันไม่มากเกินไป ชอบตัวเอกมาก พอดี กิริยา ท่าทาง มันพอดีไปหมด
    #1,097
    0
  14. #1072 Raatty (@Raatty) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 16:35
    เอ็นดูพี่พระพาย 555 เก่งจริงๆเลยนะคะคุณนักเขียนทำเราหิวขนมไทยได้ทุกตอนเลย แงงงงง
    #1,072
    0
  15. #1029 LMLM (@loog-mai26) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 14:07
    ขำเพื่อนๆของคุณจันทร์
    #1,029
    0
  16. #976 anongnart2545 (@anongnart2545) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 12:56
    คุณจันทร์นุ่มนิ่มมากกก อยากกอด;-;
    #976
    0
  17. #975 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 12:48
    เดี๋ยวจะบาปไปพร้อมพี่พระพายเองค่ะ ไปกันค่ะ ไปให้สุดทางสายบาป
    #975
    0
  18. #889 Noodee Kunentarasai (@noooodee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 01:56
    ไม่ต้องกลัวนะคะพี่พระพาย ไม่ได้บาปอยู่คนเดียวแน่นอน
    #889
    0
  19. #875 @S_CB (@sutattacb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 20:31
    แง้ บาปปป
    #875
    0
  20. #708 warisara2425 (@warisara2425) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:31
    พี่พระพายยยคะ. คิดบาปเลยค่ะ คิดเลยยยย.
    #708
    0
  21. #437 Nanahpus.s (@Toeiii7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 02:48
    เรื่องนี้ไม่มีดราม่าพี่ก็ดีจายยย
    ขอบคุณสำหรับทางสายปาปนะคะคุณไรท์ส่วนตัวชอบบ๊าปบาป ผิดๆ แงงพี่เป็นคนดีนะ อย่ามองเราผิดไป ตอนแรกคิดว่ามีดราม่าคือน้องกำลังจะร้องไห้อ่ะคุณพี่ อะไรของเราเป็นพี่บ้างน้องบ้าง ขอให้ไม่งงตอนอ่านนะคะคุณไรท์ รักส์รักส์ค่ะ
    #437
    0
  22. #270 heiyee_ (@heiyee_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 14:33
    เอ็นดูพี่พระพาย
    #270
    0
  23. #112 ferraris (@ferferriss) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 23:05
    พี่พระพายน่ารักมากกกก แต่ไม่ต้องกลัวบาปคนเดียวนะคะพี่มีเพื่อนอีกเยอะแยะแน่นอน555555555555555
    #112
    0
  24. #101 babe_ (@yumyum55) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 23:36
    ดีใจที่ไรท์บอกไม่ดราม่า ฮือออใจสั่นมากเพราะดูท่าคุณเอมอรนี่ก็จับคู่เก่งงงงงวงว
    #101
    0
  25. #83 minmiinz (@minmiinz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 20:04
    ขำพระพาย แงงง อย่าให้คุณจันทร์คิดบาปบ้างแล้วกันนะคะ
    #83
    0