เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย [LinHoon] AU : Thai

ตอนที่ 4 : ขนมชักหน้า (น้ำดอกไม้)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 460 ครั้ง
    9 ต.ค. 61




เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

บทที่ ๔ ขนมชักหน้า (น้ำดอกไม้)


เวลาที่ไฟในครัวเสน่ห์จันทร์เปิดนั้น เร็วเกินกว่าจะบอกว่าเป็นเวลาเช้าตรู่ แต่จะบอกว่ากลางดึก ก็เลยเวลานั้นไปแล้วเช่นกัน ทว่าไม่ว่าจะเป็นเวลากี่โมง เมื่อร่างสูงย่างกรายเข้ามาในครัวชั้นใน เขาก็พร้อมที่จะจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับการทำขนมแล้ว

เสน่ห์จันทร์...

เจ้าของชื่อยิ้มกับตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าเรียกตัวเองให้ตื่นเต็มตาหรือเรียกชื่อขนมกันแน่ แต่ร่างสูงก็เดินไปเปิดตู้ หยิบโถกระเบื้องลายครามหลายต่อหลายโถลงมาวางบนโต๊ะ จัดการตวงแป้งและน้ำตาลไว้รอ ก่อนจะหันไปจัดการกับมะพร้าวทึนทึก ซึ่งถูกนำมาวางไว้ตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้ว

ใช้มีดพร้าเฉาะลงไป ปล่อยให้น้ำใสกลิ่นหอมหวานไหลผ่านตามร่องมือของเขาเล็กน้อย รีบเอียงมะพร้าวให้น้ำด้านในไหลลงสู่ขันเงิน เมื่อหมดแล้ว ก็งัดให้แยกออกเป็นสองซีก ด้านนอกครัวมีเครื่องบดน้ำมะพร้าวและคั้นน้ำ แต่เขาเห็นว่าตอนนี้ใช้แค่ลูกเดียว ไม่จำเป็นต้องถึงเครื่องคั้น เขาขูดมะพร้าวและจัดการคั้นเอาหัวกะทิด้วยน้ำอุ่น ไม่นานก็ได้ทั้งหัวและหางกะทิสด กรองด้วยผ้าขาวบางจนได้น้ำกะทิขาวข้น รีบนำไปขึ้นโต๊ะแล้วเทน้ำตาลทรายลงไป ตามด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำตาลมะพร้าว

ที่อื่นทำขนมเสน่ห์จันทร์โดยใช้น้ำตาลแบบไหน ชายหนุ่มไม่รู้และไม่สนใจด้วย แต่ถ้าเป็นครัวเสน่ห์จันทร์ เขาใช้น้ำตาลสามอย่าง ในปริมาณและสัดส่วนที่ทำให้เกิดความหวานที่พอดี กลิ่นของน้ำตาลทั้งสามอย่างนั้น เป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดเอกลักษณ์ที่ขนมของที่อื่นไม่มีทางเหมือนกับของเขา

หากต้องการให้น้ำตาลละลายเข้ากับกะทิได้เร็วขึ้น ก็แค่นำไปตั้งไฟอ่อน คนสักครู่ก็เรียบร้อยแล้ว แต่เขาไม่ตั้งไฟและไม่ผสมน้ำตาลต่าง ๆ กับแป้งโดยตรง เขาจะค่อยคนให้น้ำตาลละลายในหัวกะทิที่พออุ่นตั้งแต่ตอนคั้น อาจจะต้องใช้เวลาเล็กน้อย ทว่ากะทิและน้ำตาลที่ละลายในช่วงเวลานี้จะไม่เป็นกะทิที่แตกมันเพราะความร้อน เมื่อผสมกับแป้งในเวลาต่อมาจะได้ความรู้สึกของกะทิสดที่หวานและหอมเป็นธรรมชาติ รสดีกว่ามากนัก อีกทั้งกลิ่นกะทิสดจะกลบกลิ่นส่วนผสมบางอย่างจนยากจะแยกแยะส่วนผสมที่แท้จริงได้ด้วย

เมื่อเห็นว่าน้ำตาลละลายหมดค่อยวางพักไว้ หันไปผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวเข้าด้วยกัน ร่อนแป้ง เปิดโถกระเบื้องขนาดเล็กซึ่งในนั้นมีผงลูกจันทน์บดละเอียด

เห็นผงลูกจันทน์แล้ว รอยยิ้มมุมปากก็เกิดขึ้นเพียงเพราะนึกถึงใบหน้าของคนที่นำมาให้ และนั่งบดผงจันทน์ให้เขาจนไม่ได้ไปเก็บบัวกลางสระตามที่นัดไว้ นั่นอาจจะเพราะตอนที่เสน่ห์จันทร์ตื่นขึ้นมา เห็นสายพิรุณหลับพริ้ม เขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมา อย่างน้อยก็ให้นอนต่อไปอีกหลายชั่วโมงเลยล่ะ

แล้วเป็นอย่างไรล่ะ

ตอนที่สายพิรุณถือถุงที่มีลูกจันทน์แห้งมาถึงครัวก็หน้ามุ่ย ปากยู่ ลับตาคนอื่นก็เบะปาก แล้วบ่นกระปอดกระแปดว่านอนเพลิน เลยเก็บสายบัวไม่ทัน ได้แต่ลูกจันที่กำลังสุก หอมน่ากิน เจ้าตัวขอทำหน้าที่บดลูกจันทน์แห้งที่เก็บตากไว้หลายวันให้เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ผิดนัดเก็บสายบัว

เสน่ห์จันทร์ไม่ได้ว่าอะไร นอกจากให้สายพิรุณบดลูกจันทน์กับเครื่องบดแบบโบราณในครัวเสน่ห์จันทร์จนพอใจนั่นแหละ

ผงลูกจันทน์กลิ่นหอมถูกตักลงผสมในแป้งให้เข้ากันดี ไข่เป็ดถูกตอกใส่ถ้วยเล็ก แยกไข่แดงออกมา ก่อนจะถูกขยำรวมเข้ากับฝักทองและแครอตที่นึ่งเตรียมเอาไว้ตั้งแต่หัวค่ำ เปิดโถลายครามใบหนึ่งออก ตวงของเหลวบางอย่างมาผสมลงไปด้วย ของเหลวข้นสีเหลืองทองนี้ เป็นสูตรลับที่เขาคิดเพิ่มลงไปในส่วนผสมของขนมต่าง ๆ เอง จากนั้นนำไปผสมกับน้ำกะทิ คนจนเข้ากันเป็นสีเหลือง แล้วค่อยเทลงแป้งที่เตรียมไว้

เสน่ห์จันทร์ค่อย ๆ คนแป้ง สลับกับเทน้ำกะทิทีละน้อย เพื่อให้แป้งเหลวเนื้อเข้ากันดี ไม่จับกันเป็นก้อน ก่อนจะเทกะทิลงไปจนหมด คนอีกครู่หนึ่ง ถึงนำไปกรองผ้าขาวอีกครั้ง เพื่อเอาเศษฝักทอง แครอต เกล็ดผงลูกจันที่ค้างออกให้หมด

ไข่เป็ดสีสดกว่าไข่ไก่ เสน่ห์จันทร์จึงเลือกใช้ เพิ่มด้วยฝักทองและแคร์รอตนึ่ง ทั้งสามอย่างทำให้เกิดสีเหลืองเข้ม แม้จะเข้มสู้สีผสมอาหารไม่ได้ แต่ทั้งหมดคือสีที่เกิดจากธรรมชาติ

แป้งเหลวนอนนิ่งอยู่ในกระทะทองเหลือง ในขณะที่เสน่ห์จันทร์นำผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาดสองชิ้นมาพับวางไว้ใกล้มือ ก่อนจะเปิดไฟเตาแก๊สเบาที่สุด แล้วยกหม้อทองเหลืองขึ้นตั้ง กวนแป้งในกระทะขึ้นลงไปเรื่อย ๆ ส่วนมืออีกข้างนั้นคอยแตะอยู่ที่ขอบกระทะด้านหนึ่ง เพื่อคอยเช็กอุณหภูมิไม่ให้ร้อนจัดเกินไป

สมัยก่อน การทำขนมต้องใช้เตาถ่านเท่านั้น เพื่อกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของควันไฟที่จะติดในตัวแป้งขนม แต่สำหรับเสน่ห์จันทร์นั้น เขาไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับการใช้เตาถ่าน แต่ในยุคสมัยนี้จะให้เขาไปหาถ่านธรรมชาติมาจากไหนมากมายเล่า อีกทั้งการใช้เตาถ่านยังควบคุมความร้อนของไฟได้ยากมาก การใช้เตาแก๊สก็ไม่ได้เสียหายอะไร

เขาคอยคนแป้งไปเรื่อย ๆ ผ่านไปพักใหญ่เมื่อกระทะทองเหลืองเริ่มร้อน เสน่ห์จันทร์ก็ยกลงมาวางไว้บนผ้าเปียกที่เตรียมไว้ มือยังคอยคนแป้งในความเร็วที่สม่ำเสมอ รอจนกระทะเริ่มคลายความร้อน ก็ยกขึ้นไปตั้งไฟอีก

การกวนแป้งขนมนั้น อุณหภูมิความร้อนเป็นสิ่งสำคัญมาก เสน่ห์จันทร์ไม่เคยละเลยขั้นตอนนี้แม้สักครั้ง นั่นเพราะหากไฟและกระทะมีอุณหภูมิสูงจะทำให้แป้งสุกและจับตัวเป็นก้อนในเวลาที่เร็วเกินไป และทำให้แป้งมีกลิ่นไหม้ เนื้อแป้งไม่เนียนละเอียด แม้ดูภายนอกไม่เห็นข้อผิดปรกติ ทันทีที่ขนมเข้าปาก ก็รับรู้ได้อยู่ดี และนั่นคือสิ่งที่เขารับไม่ได้

เสน่ห์จันทร์ใช้เวลาในการกวนแป้งให้เหนียวจนสามารถปั้นได้กว่าสองชั่วโมง ยกขึ้นยกลงนับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อเห็นเนื้อแป้งสีเหลืองสวยและกลิ่นหอมแล้ว เขาก็ยิ้มอย่างพอใจ ตักแบ่งแป้งออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอาไปผสมกับผงโกโก้จนเป็นสีน้ำตาลเข้ม

เขาวางมือจากก้อนแป้งสีน้ำตาลนั้น หันกลับมาคนแป้งให้เย็น ซึ่งใช้เวลาอีกพักใหญ่ จากนั้นจึงปั้นแป้งสีเหลืองนวลเป็นก้อนกลม บีบให้แบนเล็กน้อย นำตุ้มเล็กมากดกลางก้อนแป้งเป็นรอยบุ๋ม มองดูแล้วคล้ายกับผลลูกจันของจริง เมื่อปั้นแป้งสีเหลืองจนหมด และวางเรียงกันในจานกระเบื้องอันใหญ่แล้ว ก็เริ่มทำกลีบเลี้ยงสีน้ำตาล ชายหนุ่มไม่เร่งรีบ เขาใช้กรรไกรเล็กค่อย ๆ ตัดแต่งจนเกิดกลีบเลี้ยงสวย วางติดอยู่บนลูกจันสีเหลืองจนครบ จากนั้นตกแต่งด้วยทองเปลวแต้มบนขั้วกลีบเลี้ยงจนสวยงาม

ไส้เทียนถูกนำใส่ถ้วยวางไว้กลางถาดที่เต็มไปด้วยขนมเสน่ห์จันทร์ และถูกจุดจนมีควันสีหม่นลอยขึ้น ฝาแก้วขนาดใหญ่ถูกยกครอบถาดขนม การอบไส้เทียนจะทำให้ขนมมีกลิ่นหอม ซึ่งไส้เทียนอบขนมของครัวเสน่ห์จันทร์ ไม่เหมือนกับไส้เทียนอบขนมที่มีขายตามร้านทั่วไป เพราะเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มคิดและดัดแปลงส่วนผสมใหม่ ก่อนจะให้สายพิรุณจัดหาวัตถุดิบจัดทำส่งให้กับครัวเสน่ห์จันทร์อีกที




เสน่ห์จันทร์มองเวลาที่นาฬิกาตรงผนังห้องครัว อีกนานนับหกชั่วโมงกว่าขั้นตอนการอบไส้เทียนจะเรียบร้อย ดูแล้วก็คงประมาณช่วงสายของวัน เขาจึงเริ่มเตรียมส่วนผสมของการทำขนมช่อม่วงและน้ำดอกไม้ ซึ่งเป็นรายการขนมขึ้นโต๊ะของร้านในวันนี้

สำหรับขนมทั้งสองอย่างนี้ เสน่ห์จันทร์ไม่ได้ระวังอะไรมากนัก ไม่ใช่ว่าเขาไม่พิถีพิถันกับการทำขนม แต่ขนมที่ใช้ขึ้นโต๊ะนั้นมีปริมาณเยอะ เขาไม่สามารถทำคนเดียวให้เสร็จได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้นแค่ผสมส่วนผสมบางอย่างเอาไว้ ที่เหลือรออีกไม่นานพี่ชบาและพี่มาลัยลงครัว เขาก็ให้ทั้งสองช่วยเป็นต้นครัวให้อีกที

ซึ่งเมื่อเขาเตรียมส่วนผสมที่สำคัญอันเป็นความลับเรียบร้อยแล้ว ลองคนให้เข้ากันจนไม่สามารถแยกออกว่าเป็นอะไรได้บ้างแล้ว เสน่ห์จันทร์ก็เปิดครัวชั้นในออกมา และพบกับพี่ชบาและพี่มาลัยนั่งเตรียมของรอท่าอยู่แล้ว

“ทำไมไม่เรียกคุณจันทร์ล่ะครับ”

“เห็นคุณจันทร์กำลังมีสมาธิกับการผสมเครื่อง พี่กับมาลัยเลยไม่อยากกวน รอให้คุณจันทร์เตรียมเสร็จก่อนค่ะ” เสน่ห์จันทร์ยิ้มละมุน พยักหน้า

“คุณจันทร์ทำไส้ขนมช่อม่วงเสร็จแล้ว เหลือแค่นวดแป้งกับปั้นทำดอก ส่วนขนมน้ำดอกไม้ ส่วนผสมต่าง ๆ คุณจันทร์เตรียมไว้ให้แล้ว ไว้ตอนเช้าพี่ชบากับพี่มาลัยค่อยเริ่มทำตามที่คุณจันทร์เคยให้ทำครั้งที่แล้วนะครับ”

“ค่ะ เดี๋ยวมาลัยขอเข้าไปเก็บของออกมาให้เด็กล้างก่อนนะคะ”

“ขอบคุณครับ” เสน่ห์จันทร์ไม่ได้ขวางตอนที่พี่มาลัยเข้าไปเก็บอุปกรณ์ที่เขาใช้งานแล้ว ส่วนพี่ชบานั้นกำลังเตรียมถ้วยกระเบื้องขนาดเล็กจิ๋ว สำหรับทำขนมน้ำดอกไม้ออกมานับ

“พี่ชบาครับ”

“คะ”

“คุณจันทร์อบไส้เทียนขนมเสน่ห์จันทร์ไว้นะครับ ฝากดูแลสักพัก ถ้าไส้เทียนหมด ให้เพิ่มจนกว่าจะถึงสิบเอ็ดโมงนะครับ”

“ได้ค่ะ คุณจันทร์จะขึ้นไปนอนพักก่อนไหมคะ”

“ครับ วันนี้คุณจันทร์มีเรียน ก่อนออกไปคุณจันทร์จะแวะมาที่ครัวก่อน แต่ถ้ามีอะไรเร่งด่วน ก็ขึ้นไปเรียกคุณจันทร์นะครับ”

“วันนี้คงไม่มีอะไรเร่งแล้วล่ะค่ะ ส่วนเรื่องขนมน้ำดอกไม้ไม่ต้องห่วงนะคะ รับรองว่าจะไม่ให้เสียชื่อคุณจันทร์แน่นอนค่ะ” 

เสน่ห์จันทร์แย้มยิ้ม ก่อนจะหันกลับไปมองพี่มาลัยซึ่งยกของออกไปวางที่ลานด้านหลัง อีกสักครู่แก้วและเด็กเรือนครัวคนอื่นคงทยอยเข้ามา เสน่ห์จันทร์จึงหันไปย้ำกับพี่ชบาอีกครั้งว่า

“คุณจันทร์ฝากดูแลครัวด้วยนะครับ”

“ค่ะ”




เสน่ห์จันทร์เดินออกจากครัว แล้วเดินอ้อมไปด้านหลัง ตอนนี้เช้าตรู่แล้ว อีกไม่กี่นาทีแสงพระอาทิตย์คงสาดส่องเข้ามา การทำขนมสำหรับเขาไม่ได้ใช้เวลานาน แต่ขั้นตอนบางอย่างต่างหากที่ทำให้ต้องรอนาน

เขาเดินทอดน่องจนไปถึงประตูรั้วด้านหลัง เปิดออก แล้วข้ามเขตเรือนจันทร์ดาราฉายออกไป เข้าสู่พื้นที่สวนพิรุณ

แสงอาทิตย์ยังไม่ฉาบฉายบนท้องฟ้า แต่ความสว่างเริ่มไล่ความมืดสลัวให้จางไป เสียงนกน้อยดังแข่งกับใบไม้ที่เสียดสีเพราะสายลม ที่หอบเอากลิ่นหอมของมะลินับร้อยต้นลอยละล่องแตะปลายจมูก

เสน่ห์จันทร์คลี่ยิ้ม เมื่อเดินลัดผ่านแนวต้นกล้วยประมาณห้าแถว แต่กล้วยไม่กี่แถวนี้ เป็นแถวยาวโอบสวนพิรุณทั้งสวน เป็นกำแพงธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง และต้นกล้วยก็มีมากขนาดที่ว่าสามารถตัดเก็บ ต้น ใบ ลูก ได้ทั้งปี จะมีก็เพียงบางช่วงที่ใบตองขาดตลาดบ้าง

เมื่อพ้นกำแพงกล้วยมาแล้วก็เจอดงมะลิขาว สงสัยสาย ๆ เขาต้องให้เด็กในครัวมาช่วยสายพิรุณเก็บเสียแล้ว เจ้าตัวทำอยู่คนเดียวคงไม่ทัน  สองขาก้าวไปตามทางเดินดินเล็กแคบ เบื้องหน้าอีกไม่ไกลเป็นนาบัวขนาดพื้นที่ไร่เศษ เขาจำได้ว่าพ่อและแม่ของสายพิรุณไม่ได้ขุดนาบัวลึกมากนัก สามารถเดินลงเก็บบัวได้ง่ายกว่าการพายเรือ แต่สิ่งที่เสน่ห์จันทร์เห็นตอนนี้ก็คือ...

เรือท้องแบนลำน้อยเต็มไปด้วยบัว ส่วนเจ้าของเรือนั้นยืนแช่อยู่กลางน้ำที่ความลึกประมาณเอว เลยนาบัวไปไกล ๆ จะเห็นต้นลูกจันหลายสิบต้น แทบจะเรียกได้ว่าที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่มีต้นลูกจันมากขนาดนี้ บ้านของสายพิรุณ เหมือนถูกดงมะลิ นาบัว สวนลูกจันโอบล้อมไว้สามทิศ ส่วนอีกฝั่งเป็นเรือนเพาะกล้วยไม้ พื้นที่ว่างอื่น ๆ เจ้าของสวนก็ปลูกผัก ปลูกอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ  มีทั้งมะพร้าว ขิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด อีกหลายอย่าง ซึ่งผลิตส่วนใหญ่ของครัวดาราทองก็มาจากที่นี่ และทั้งสวนถูกล้อมไปด้วยต้นกล้วยอีกที

ดวงตาคู่งามของเสน่ห์จันทร์กลับมาจับจ้องที่ร่างของสายพิรุณอีกครั้ง อีกฝ่ายยังคงเก็บบัวโดยไม่รู้ตัวว่ามีแขกมาเยือนยามเช้าตรู่ เนื่องด้วยวันนี้ครัวดาราทองมีรายการอาหารอย่างหนึ่งเป็นแกงกะทิสายบัว คงจะเร่งมือทำให้ทันก่อนเก้าโมงนี้ล่ะมั้ง ก็เมื่อวานนอนเพลินเลยไม่ได้เก็บ

“พี่พระพาย” เสน่ห์จันทร์ร้องเรียกคนที่อยู่กลางนาบัว เจ้าตัวหันซ้ายหันขวา ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเบื้องหลัง ก็ได้เห็นรอยยิ้มอ่อนหวานคอยท่าอยู่แล้ว “คุณจันทร์ช่วยเก็บนะ”

“อย่าลงมาไม่ลง ๆ คุณจันทร์ห้ามลง” สายพิรุณร้องโวยวาย เสียงดังลั่นสวน เมื่อเห็นว่าเสน่ห์จันทร์ทำท่าจะเดินลงนาบัว แม้อีกฝ่ายจะสวมเสื้อยืดกางเกงขายาวสบาย ๆ ก็เถอะ แต่... ทุกอย่างที่อยู่บนตัวของเสน่ห์จันทร์ล้วนเลอค่า โดยเฉพาะร่างกายที่ดูแล้วไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเปื้อนดินโคลนสักเล็กน้อย

“ถ้าคุณจันทร์ช่วยจะเสร็จเร็วขึ้นนะครับ”

“ไม่ ๆ พี่เก็บจะเสร็จแล้วครับ เหลือตรงนี้อีกนิดเดียว”

“แต่...”

“คุณจันทร์ครับ มันสกปรก อย่าลงนะ พี่เก็บตรงนี้อีกนิดเดียวจริง ๆ” สายพิรุณร้องขอ ชี้ไปยังบัวที่อยู่ไม่ไกลอีกไม่กี่ดอก ถ้าเสน่ห์จันทร์ลงมา กว่าจะเดินมาถึงเขาก็เก็บเสร็จแล้ว การลากเรือเข้าฝั่งก็ไม่ได้ทำยากอะไรเลยด้วย เสียทั้งเวลาแถมยังเปื้อนโคลนอีก

เสน่ห์จันทร์ได้แต่ยิ้มบาง ๆ และพยักหน้ารับ 

“ได้ครับ คุณจันทร์รอที่ท่าน้ำนะครับ”

“ครับ”

ร่างสูงก้าวเดินไปตามทางเดิน ลัดเลาะไปจนถึงทางลงนาบัวที่ทำเป็นท่าน้ำขนาดสองคู่สี่เมตร ก้าวลงไปยืนที่สุดท่า มองสายพิรุณเก็บดอกบัวอีกครู่หนึ่ง ถึงได้ลากเรือเข้ามา

ดอกบัวติดเยอะมากทีเดียว เป็นบัวหลวงสีขาวครึ่งหนึ่ง สีชมพูครึ่งหนึ่ง สายพิรุณจะเอาดอกส่งแม่ค้าในตลาด ส่วนสายบัวก็ส่งที่ครัวดาราทอง บางครั้งเสน่ห์จันทร์ก็เอาเม็ดบัวไปทำขนม

จะว่าไปของทุกอย่างในสวนพิรุณ แทบจะเป็นของที่จำเป็นต่อครัวเสน่ห์จันทร์ดาราทองทุกอย่างจริง ๆ ไม่สิ ไม่ใช่แทบจะ แต่สำคัญทุกอย่าง

โดยเฉพาะ สายพิรุณ... เจ้าของสวน

“คุณจันทร์ได้นอนหรือยังครับเนี่ย”

“ยังครับ แต่คุณจันทร์กำลังจะขึ้นไปนอน แค่แวะมาหาพี่พระพายก่อน”

“ทำไมไม่รีบนอนล่ะครับ วันนี้มีเรียนไม่ใช่เหรอ” สายพิรุณเอ่ยถาม ตอนที่เดินมาจนถึงท่าน้ำ ดันเรือท้องแบนจนชิดขอบ เงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังก้มลงมาหา พร้อมส่งมือขาวสะอาดสะอ้านมาตรงหน้า

“พี่พระพายจำได้ด้วยเหรอครับ ว่าคุณจันทร์มีเรียนวันไหนบ้าง” เสียงเอ่ยถามนั้นมาพร้อมกับรอยยิ้มและแววตาอ่อนหวาน ทำเอาสายพิรุณทำหน้าไม่ถูก จะไม่ยิ้มตอบก็ดูเสียมารยาท แต่พอจะยิ้มก็กลัวยิ้มสวยสู้อีกฝ่ายไม่ได้

โอ๊ยยยยยย ชีวิต

หน้าร้อนไปหมด

“ก็... จำได้ครับ”

“คุณจันทร์ดีใจนะครับ” โธ่... คุณจันทร์ เลิกยิ้มหวานสักที ไอ้พระพายคนนี้ไม่มีแรงปีนขึ้นจากกระทะทองแดง เอ๊ย! จากนาบัวแล้ว! “มาครับ คุณจันทร์ช่วย”

สายพิรุณมองมือขาวเบื้องหน้า นึกอยากกลืนน้ำลายลงคอ หลุบตามองมือเปื้อนคราบสีคล้ำของตนเองแล้วอยากตีให้มือหัก ไม่อยากให้คุณจันทร์ต้องเปื้อนโคลน แต่ถ้าไม่จับมือคุณเขาขึ้นไป มีหวังคงทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ

“พี่พระพายครับ จับมือคุณจันทร์”

“แต่... มือพี่เปื้อน” เสน่ห์จันทร์ยิ้มพราย ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ หนึ่งครั้ง

“กับพี่พระพาย... ให้คุณจันทร์ลงไปนาบัวก็ได้ครับ จับมือเร็ว” 

ด้วยความที่กลัวว่าเสน่ห์จันทร์จะโดดลงมาในนาบัวจริง ๆ สายพิรุณเลยรีบจับมือของอีกฝ่าย และปีนป่ายขึ้นมา โดยที่ร่างสูงต้องออกแรงดึงไม่น้อย

ผิวของเสน่ห์จันทร์ ขาวเนียน ละเอียด ให้ความรู้สึกลื่นมือยามที่ได้สัมผัส แต่ไม่บอบบาง เพราะอย่างไร นี่ก็คือ มือ ข้อมือ ท่อนแขนของผู้ชายคนหนึ่ง ทั้งยังตัวสูงใหญ่กว่าสายพิรุณไปมากโข

ตอนที่ต้องละมือออกจากกัน สายพิรุณรู้สึกเสียดาย เขาอยากจับมือเรียวสวยของเสน่ห์จันทร์ต่ออีกสักพักใหญ่ ๆ แต่เมื่อเห็นมือเปื้อนดินของตนเองแล้ว ก็ต้องรีบใช้ผ้าคล้องคอเช็ดรอยเปื้อนเหล่านั้น

“คุณจันทร์ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ล้างออก คุณจันทร์ไม่ได้รังเกียจ”

“แต่มันเปื้อน” สายพิรุณพูด ไม่ได้เงยหน้ามองสบตา จึงไม่เห็นสายตาที่ทอดมองมายังตนเองว่าแสดงถึงความรู้สึกมากแค่ไหน

“พี่พระพาย...”

“ตอนเด็ก ๆ พี่พาคุณจันทร์เล่นซนจนเปื้อนโคลนทั้งตัว พี่จำได้ว่าคุณอรุณเธอดุคุณจันทร์ยกใหญ่ คุณหญิงมณีก็คาดโทษจะตีคุณจันทร์ด้วย...”

“พี่พระพายครับ”

“...”

“นั่นมันตอนคุณจันทร์แปดขวบ แล้วที่คุณจันทร์โดนคุณแม่ดุ เพราะแอบเปลี่ยนสูตรขนมครับ ส่วนที่คุณย่าคาดโทษ ก็เพราะคุณจันทร์ไม่ยอมใช้เตาถ่าน ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ” สายพิรุณยังคงตั้งใจเช็ดรอยเปื้อนบนมือของเสน่ห์จันทร์ ไม่ได้ลงแรงเยอะเพราะกลัวจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บ เขาทะนุถนอมราวกับอีกฝ่ายเป็นเด็กหกขวบ ทั้งที่ตอนนี้เสน่ห์จันทร์เป็นชายหนุ่มที่บรรลุนิติภาวะแล้ว

“พี่พระพาย...”

“...”

“คุณจันทร์โตแล้วนะครับ”

น้ำเสียงของอีกฝ่ายนุ่มเบา แต่คนฟังอย่างสายพิรุณรู้สึกหนักอึ้ง พอคิดถึงการกระทำตอนนี้แล้วก็นึกขำตัวเองอย่างจนใจ เขาทำเหมือนกับทั้งสองคนเป็นเด็กน้อยอายุเจ็ดแปดขวบ ทั้งที่ความจริงแล้วตอนนี้ตัวเขาเองก็จะเบญจเพสอยู่แล้ว ส่วนเสน่ห์จันทร์ก็จะเต็มยี่สิบเอ็ดอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แล้วดูสิ่งที่เขาทำ... ถ้าเสน่ห์จันทร์จะรำคาญ...

“คุณจันทร์ดูแลตัวเองได้ แต่คุณจันทร์ก็ชอบ... พี่พระพาย... ดูแลคุณจันทร์นะครับ” 

สายพิรุณชะงักมือ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้างดงามที่กำลังแย้มยิ้มให้เขา แสงแดดอ่อนกำลังสาดส่องทั่วนาบัว สายลมยามเช้าพัดแผ่ว กลิ่นดอกมะลิลอยโอบล้อมไปทั่วบริเวณผสมผสานกับกลิ่นของลูกจันอ่อน ๆ

ราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด

“และคุณจันทร์... ก็อยากดูแลพี่พระพายด้วยเหมือนกัน”

 

ภาพของชายหนุ่มสองคนที่กำลังช่วยกันขนดอกบัวหายไปในบ้านกลางสวนนั้น อยู่ในสายตาของหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องชั้นสองของเรือนจันทร์ดาราฉาย แม้บริเวณของที่นี่จะมีต้นไม้ใหญ่มากมาย แต่ตรงนี้เป็นจุดที่สามารถมองเห็นนาบัวของสวนพิรุณได้ค่อนข้างชัดเจน เช่นเดียวกับห้องของเสน่ห์จันทร์ที่อยู่ถัดไป

อรุณพิศในวัยสี่สิบกว่าปีเหม่อมองร่างสูงของลูกชายหายเข้าไปในบ้านสวน ไม่นานหลังจากนั้นก็กลับออกมาพร้อมกับสายพิรุณ ทั้งคู่ไม่ได้เดินเร็วนัก คงจะกำลังพูดคุยกันอยู่ เธอเห็นรอยยิ้มของลูกชายจากตรงนี้อย่างชัดเจน

เสน่ห์จันทร์สนิทสนมกับสายพิรุณมาตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนทั้งเรือนรู้กัน และเธอก็หวังว่าผู้คนเหล่านั้นจะคิดเช่นนั้น แม้ว่าในความเป็นจริงในมุมมองของอรุณพิศนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างลูกชายและหลานชายข้างบ้านคนนี้ก็ไม่ธรรมดา

อย่างน้อย... เสน่ห์จันทร์นั่นแหละที่รู้สึกพิเศษจนดูออกได้ไม่ยาก

เธอเป็นแม่... เลี้ยงลูกคนนี้มาตั้งแต่เด็ก ทำไมจะไม่รู้

“มองอะไรอยู่เหรอคุณ”

“มองนาบัวของหลานพายค่ะคุณพี่” อรุณพิศหันไปตอบสามีที่เดินเข้ามาถาม พร้อมกับชะโงกหน้าไปมองนาบัวตามคำของภรรยา ซึ่งตอนนั้นเสน่ห์จันทร์และสายพิรุณเดินมาจนถึงจุดที่ต้นไม้ของเรือนจันทร์ดาราฉายบดบังพอดี “เช้า ๆ แบบนี้ตรงนาบัวสวยเชียวค่ะ”

“อืม...” เพชรน้ำหนึ่งเออออรับ ก่อนจะหันไปมองยังฉากกั้นห้องไม้สักที่ฉลุเป็นลายกนกอย่างสวยงาม “คุณแม่ยังไม่ตื่นเหรอ แล้วป้าพวงล่ะ”

“ยังค่ะ น่าจะสายอีกสักนิด เมื่อคืนท่านลุกเข้าห้องน้ำบ่อย คงจะเพลีย ส่วนป้าพวงลงไปที่ครัว เตรียมสำรับให้คุณแม่ คุณพี่มีอะไรหรือเปล่าคะ” อรุณพิศเอ่ยถาม หลังจากที่ตอบคำถามของสามี

ตั้งแต่วางมือและให้ลูกสาวลูกชายดูแลร้านเสน่ห์จันทร์ดาราทอง คุณอรุณพิศก็อยู่ดูแลคุณหญิงมณีจันทร์ซึ่งตอนนี้ชรามากแล้ว เดินเหินไม่สะดวก ไหนจะโรคประจำตัวต่าง ๆ ที่รุมเร้า ทว่าท่านก็ยังพอจะแข็งแรงและยังอยู่ดูลูกหลานอีกนาน กระนั้นในฐานะลูกสะใภ้ ซึ่งเธอเองก็รักและเคารพแม่สามีเหมือนแม่แท้ ๆ อรุณพิศจึงคอยอยู่ข้างกายท่านแทบจะตลอดเวลา

“ช่วงนี้คุณแม่แข็งแรงดีไหมอรุณ” อรุณพิศไม่ได้แสดงอะไรออกมาทางสีหน้า เธอเป็นภรรยาที่ฉลาดและช่างสังเกต เมื่อสามีเอ่ยถามเช่นนี้ นั่นหมายความว่าต้องมีเรื่องใดในใจแน่นอน ตอนนี้สามีก็เกษียณราชการทางทหารแล้ว อาจจะมีติดต่อเพื่อนฝูงหรือลูกน้องเดิม ๆ บ้าง แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องยุ่งยากใจ จากที่เอ่ยถาม... ดูเหมือนเรื่องที่อยู่ในใจของสามีจะเป็นเรื่องในเรือนมากกว่า

“อาการคุณแม่ทรงตัวค่ะ ไม่ได้ทรุดลง แต่ก็ต้องคอยดูแลเสมอ คุณพี่คะ..” อรุณพิศทิ้งหางเสียง เธอไม่เอ่ยถาม เป็นเพชรน้ำหนึ่งเองมากกว่าที่เอ่ยออกมาหลังถอนหายใจอย่างไม่ใคร่สบายใจนัก

“รู้เรื่องที่เอมอรเชิญคุณหญิงสมสมรมารับประทานของว่างและอาหารกลางวันเมื่อวานใช่ไหม”

“ทราบค่ะ” ทำไมอรุณพิศจะไม่ทราบ แต่เพราะตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เธอจะอ่านหนังสือให้คุณหญิงฟัง เอมอรย่อมรู้ดีว่าไม่ควรกวนใจอย่างยิ่ง จึงไม่ได้มาเชื้อเชิญให้เธอไปร่วมโต๊ะด้วย แต่ดูเหมือนเป้าหมายที่แท้จริงของเอมอรจะอยู่ที่ลูกชายคนเล็กของเธอ

เสน่ห์จันทร์...

“พอดีพี่กลับจากสมาคมช่วงบ่าย แม่เอมเลยเชิญพี่ไปนั่งพูดคุยกับคุณหญิงเธออยู่ครู่หนึ่ง” อรุณพิศไม่เอ่ยถาม แต่คิ้วสวยของเธอขยับเล็กน้อย

เธอมั่นใจว่า เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับลูกชายของเธออย่างแน่นอน

“คุณหญิงสมสมรพาหลานสาวมาด้วย อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อจันทร์ เหมือนจะเพิ่งเข้าเรียนที่มหาลัยเดียวกันด้วย”

“อ่อนกว่าสามปี?” อรุณพิศเอ่ย เพราะตอนนี้เสน่ห์จันทร์ขึ้นชั้นปีที่สี่แล้ว ถ้าอีกฝ่ายเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยก็แสดงว่าอายุประมาณสิบแปด

เพชรน้ำหนึ่งพยักหน้า พูดมาถึงตรงนี้แล้วคิ้วเข้มก็กดขมวดเข้าหากัน 

“พี่จำไม่ได้ หรือว่าคุณแม่ไม่เคยเล่าให้พี่ฟังก็ไม่แน่ใจ แต่คุณหญิงเอ่ยออกมาคำหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องที่คุณแม่เคยพูดทาบทามลูกหลานของบ้านนั้นเอาไว้” อรุณพิศถึงกับเสียอาการ เธอเผยอปาก ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดแล้วพยายามสงบสติอารมณ์ “พี่พยายามนึก แต่ก็นึกไม่ออก เลยคิดว่า เป็นไปได้ไหมว่าคุณแม่อาจจะแค่พูดหยอกเย้ากับทางคุณหญิงเอาไว้ แต่ไม่ได้จริงจังอะไร เลยไม่เคยเอ่ยกับพี่ แต่เมื่อวานพอทางนั้นพูดเกริ่นขึ้นมา พี่เลยตอบเลี่ยงไปเล็กน้อย”

“แล้วคุณพี่ได้ตอบอะไรกลับไปบ้างคะ เรื่องนี้น้องเองก็ไม่แน่ใจ แต่ยอมรับว่าเคยได้ยินคุณแม่เปรยอยู่บ้างเมื่อหลายปีก่อน”

“จริงเหรอเนี่ย” เพชรน้ำหนึ่งตกใจไม่น้อย ถึงจะไม่ได้กระโตกกระตากเพราะเกรงใจ เกรงว่าจะทำให้คนที่นอนอยู่หลังฉากกั้นตกใจตื่น

“คุณแม่เคยบอกแค่ว่าอยากจะทาบทามหมั้นหมายลูกของเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่กิริยา ท่าทาง สกุล งามพร้อมไว้ให้คุณจันทร์ แต่ก็ยังไม่เห็นใครที่เข้าตา ตอนนั้นคุณจันทร์ยังเพิ่งขึ้นมัธยมปลายเอง น้องเลยไม่ได้เอออออะไรไปกับคุณแม่ แต่หลังจากนั้นท่านก็ไม่ได้เอ่ยอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเลยนะคะ”

“เฮ้ออออ เมื่อวานพอคุณหญิงสมสมรเกริ่นมา พี่ก็ได้แต่ยิ้ม แล้วบอกว่าเรื่องนี้คงให้แล้วแต่เด็ก ๆ พอดีว่าเมื่อวานคุณจันทร์ลงครัวช่วงบ่ายแล้วก็ออกไปข้างนอกกับเพื่อนละมั้ง เลยไม่ได้เจอกับหลานสาวของคุณหญิง” ได้ยินแล้วอรุณพิศรู้สึกไม่สบายใจนัก

เรื่องบุพเพชักพาของผู้ใหญ่อาจจะดี แต่ไม่ได้หมายความจะดีสำหรับทุกคน เช่นเธอกับเพชรน้ำหนึ่ง เพราะทั้งคู่พบเจอกันแล้วก็รู้สึกพึงพอใจกันและกัน ยามที่ผู้ใหญ่ลองทาบทามให้สนิทสนมทำความรู้จักจึงไม่มีปัญหาอะไร แต่ในยุคสมัยปัจจุบันนี้สิ และยิ่งฝ่ายหนึ่งคือเสน่ห์จันทร์...

“ยังไง... ถ้าวันนี้คุณแม่ท่านอารมณ์ดี น้องจะลองถามดูนะคะ ว่าแต่... ไปอย่างไรมาอย่างไร ทำไมคุณสมสมรถึงมาเป็นแขกของคุณเอมได้”

“เห็นว่าเจอกันในสมาคม หรืองานเลี้ยงอะไรสักอย่าง เลยพูดคุยกันถูกคอ เมื่อวานเลยเชิญมาดื่มน้ำชารับมื้อเที่ยง”

“ไม่ใช่ว่าคุณเอมคิดจะเป็นแม่สื่อหรอกนะคะ” อรุณพิศเอ่ยดักทาง เพราะเธอคิดว่าคงไม่มีเรื่องบังเอิญอะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้

บังเอิญรู้จักกัน เลยเชิญมาเลี้ยงน้ำชา กินของว่าง แล้วบังเอิญเจอผู้ใหญ่ของทางนี้เลยหยั่งเชิงเรื่องหมั่นหมาย

จะเป็นไปได้ขนาดนั้นหรือ

ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน

“แม่สื่อ? ระหว่างคุณจันทร์กับลูกคุณหญิงน่ะหรือ” เพชรน้ำหนึ่งไพล่นึกถึงใบหน้าของหลานสาวคุณหญิงสมสมร เขาจำไม่ได้ว่าเด็กสาวคนนั้นชื่ออะไร แต่กิริยาท่าทางก็ดูดีไม่น้อย เรื่องการวางตัว ชาติตระกูลก็ไม่เป็นสองรองใคร ถ้าจะพูดว่าได้ดองกันก็เหมาะไม่น้อย ติดที่ว่า “คุณจันทร์จะสนใจหรือ”

อรุณพิศถึงกับหลุดยิ้มออกมา ช้อนตามองสามีอย่างขำขัน 

“ทำไมคุณพี่พูดอย่างนั้นล่ะคะ”

“อ้าว คุณจันทร์ไม่ใช่ว่าชอ... บ...”

“?” อรุณพิศเลิกคิ้วมองสามีที่ทำหน้าเก้อเขินออกมา “คุณพี่จะพูดว่าอะไรคะ” เห็นสายตาของภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากแล้ว คุณเพชรน้ำหนึ่งก็เหมือนจะลืมว่าตนเองจะเอ่ยอะไร หาคำพูดไม่เจอเลยได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ

“คุณจันทร์... อาจจะมีคนในใจอยู่แล้วก็เป็นได้ คือ... ก็ไม่เห็นคุณจันทร์สนใจใคร พี่เลยคิดว่า...”

“ถ้าคุณจันทร์มีคนที่พึงพอใจอยู่แล้วล่ะคะ”

“พี่ก็ไม่ว่าอะไร คุณจันทร์เป็นคนฉลาด รู้จักมองคนอยู่แล้ว ถ้าเลือกแล้วก็คงดีนั่นแหละ”

“แล้วถ้าคนคนนั้นเป็น...” อรุณพิศยังไม่ทันพูดอะไรต่อ เสียงไอก็ดังเบา ๆ เล็ดลอดมาจากฉากกั้น สองสามีภรรยาเงียบเสียงลง อรุณพิศเดินอ้อมฉากกั้นไป มองคุณหญิงมณีจันทร์ที่หลับต่อ ก็ลอบถอนใจ แล้วเดินกลับมา 

“ไว้เรื่องนี้ค่อยคุยกันดีกว่าค่ะ คืนนี้น้องจะกลับไปนอนห้องก็แล้วกัน”

“ถ้าไม่มีเรื่องนี้ก็ไม่กลับห้องหับตัวเอง พี่ควรอิจฉาคุณแม่ดีไหม ที่เมียพี่เอาใจมากกว่าพี่เสียอีก”

“คุณพี่คะ...” อรุณพิศค้อนให้สามีเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ยามที่สามียิ้มเย้า

“ถ้าอย่างนั้นค่อยว่ากัน วันนี้พี่ไม่ได้ไปไหน ว่าจะทำสวนหย่อมหน้าเรือนเสียหน่อย ว่าแต่... หลานพายจะว่างมาเป็นลูกมือพี่ไหมนะ”

“คนสวนของเราก็มี คุณพี่จะไปใช้หลานทำไมคะ แค่งานในสวน หลานก็วุ่นวายทั้งวันแล้ว” คุณเพชรน้ำหนึ่งทำสีหน้าขัดใจเล็กน้อย บ่นไปด้วยในขณะที่เดินออกไปจากห้องของมารดา

“ก็หลานพายมือเย็น ปลูกอะไรก็ติด ดูแลอะไรก็งาม กล้วยไม้ของพี่น่ะนะ นับวันยิ่งจะเหี่ยวจะเฉา พอหลานพายมาดูให้แป๊บเดียว ดอกสวยเชียว”

“คุณพี่ใส่ปุ๋ยเยอะไปค่ะ ครั้งล่าสุดหลานบอกน้องแบบนี้ แล้วก็ไม่ต้องบ่น สวนคุณพี่ คุณพี่ก็ต้องดูแลเอง อย่าให้เห็นว่าไปกวนให้หลานมาช่วยนะคะ”

“ดุ... ดุจริง ๆ” ยังไม่เลิกบ่น

อรุณพิศมองตามหลังของสามี เธอยิ้มกับความน่ารักนั้น ก่อนจะถอนหายใจ หันกลับไปมองนาบัวที่เบ่งบานรับแสงแดดสาดส่อง

ดูเหมือนเรื่องนี้จะมีคนเสนอตัวก่อเรื่องให้เสน่ห์จันทร์และสายพิรุณเสียแล้ว

 





+++++++++++++


ชื่อตอนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเนื้อหาเท่าไหร่ อย่าไปสนใจเลย

 

ส่วนเนื้อหา... ฮูยยยย ละครหลังข่าวมากเด้อออออ

ดราม่าเหรออออออ เชื่อมือพี่ได้...

ว่าพี่เขียนดราม่าไม่เป็น 5555555555555

 

ปล. สูตรทำขนม ขอแนะนำว่า อย่าทำตาม เพราะนั่นอาจจะเป็นสาเหตุทำให้ครัวของท่านระเบิดเปิดเปิงได้

 

รักนะคะ แต่หิวมากกกกกกกก




#เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 460 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,397 ความคิดเห็น

  1. #2251 funny16 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 00:38
    คุณพ่อคุณแม่คือดูไม่มีปัญหากับเรื่องนี้เลยดีจัง
    #2,251
    0
  2. #2056 waritsara123456 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 21:47
    คุณพ่อคุณแม่น่าจะรู้อยู่แล้ว แต่ยัยป้าเอมอรไม่น่ามายุ่งอ่า
    #2,056
    0
  3. #2022 kobkerojang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:17
    คุนพ่อคุนแม่คุนย่าจะเห็นด้วยมั้ยนะ ทั้งความเหมาะสมทั้งเพศดูเปนไปได้ยากมากๆเรย
    #2,022
    0
  4. #1980 edwerd (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:53
    เนี่ยย คุณพ่อก็รู้อยู่นะว่าคุณจันทร์ชอบใคร อิอิ
    #1,980
    0
  5. #1872 jihoonnn_s (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 12:19
    คุณแม่ก็สัมผัสได้ถึงความรักของคุณจันทร์สินะคะ ^^
    #1,872
    0
  6. #1856 Kwonbori (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 14:01
    เนี่ย ว่าจะไปตามทำขนมตาม เขอ talk ล่ะขอบาย พวกแม่สื่อแม่ชักนี่ขอให้ชักกันให้หมด แหม มายุ่งเรื่องคนอื่นดีนัก คุณจันทร์เค้ามีคนในใจแล้วจ้า รักมากบอกเลยยยยยย
    #1,856
    0
  7. #1808 itisnan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 17:37
    ดูไม่น่ายากนะคะถ้ารักกันขึ้นมา คุณพี่ดูชมหลานพายมากอยู่ ยิ้มอ่อน
    #1,808
    0
  8. #1774 kanraya_fai28 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 12:29
    คุณผจก.ชอบใบมิ้นท์เหลือเกินนะคะ (ใบมิ้นท์แปลเป็นไทยง่ายๆก็สาระแหน่อ่ะค่ะ)
    #1,774
    0
  9. #1696 Ff_mino (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 12:11
    แค่ได้เห็นหน้าพี่พระพาย คุณจันทร์ก็คงหายเหนื่อยแล้วม้างงงงง ไปเรียนโดนไม่ต้องนอนก็ได้สิคะเนี่ย อิอิ อ่านที่คุณพ่อคุณแม่คุยกันแล้วเราแอบรู้สึกโล่งใจเลยอ่ะ แบบนี้ทางน่าจะสะดวกสำหรับคุณจันทร์นะคะ
    #1,696
    0
  10. #1391 pataranan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 21:37

    ดีจังเลยค่ะที่คุณพ่อคุณแม่เห็นความสุขลูกสำคัญที่สุด

    #1,391
    0
  11. #1365 taemaypa2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 00:10
    คุณแม่คุณพ่อไฟเขียวก็ดีแล้วค่ะ ฮือออ
    #1,365
    0
  12. #1344 reednier (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 01:21
    คุณพ่อคุณแม่ไฟเขียวจ้า ดีงามมาก
    #1,344
    0
  13. #1245 ppthana60 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 14:40
    ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ว่าอะไรก็เหมือนผ่านไปด่านนึงงงง 55555 โล่งใจใช่มั้ยน้าาาา ก็ลูกเค้ารักของเค้ามาแต่อ้อนแต่อ่อนคุณพ่อคุณแม่ก็คงรับรู้ได้ แสดงว่าแสดงออกชัดยิ่งกว่าชัดนะคะคุณจันทร์
    #1,245
    0
  14. #1239 amkuni (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 00:17
    คุณพ่อคุณแม่ท่านดูจะรู้อยู่นะคะ คิกค้าก
    #1,239
    0
  15. #1222 sungthree (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 09:29
    คุณไรท์บรรยายได้เห็นภาพมาก อยากกินขนมขึ้นมาทันที ????????????
    #1,222
    0
  16. #1205 0804452409 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 21:36
    คุณพ่อคุณแม่ ก็รู้ใช่มั๊ยคะ ว่าคุณจันทร์มีใครในใจ ฮริ้ววว
    #1,205
    0
  17. #1096 TAT47 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 02:11

    อ่านตอนนี้ก็ได้แต่นอนกุมท้อง หิวมากค่ะ
    #1,096
    0
  18. #1070 Raatty (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 16:14
    ประทับใจกับการลงรายละเอียดวิธีทำขนมของคุณนักเขียนมากๆเลยค่ะ ทำให้เราอยากกินได้ทุกตอนเลย 555 อ่อ คุณแม่คุณพ่อรู้เรื่องที่คุณจันทร์เธอมีคนที่ชอบพออยู่แล้วด้วย ก็ไม่น่ากังวลเท่าไหร่ก็เหลือแต่ต้องทำอะไรสักอย่างกับเอมอรที่ชอบวุ่นวายกับทุกๆเรื่องสักที
    #1,070
    0
  19. #1009 fahsaiRt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:25

    หิวนะคะ!!!
    #1,009
    0
  20. #972 HaeMay (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 11:30
    คุณพ่อคุณแม่ของคุณจันทร์ก็คือรู้ว่าคุณจันทร์ชอบพระพายแน่ๆ และเราคิดว่าคุณพ่อกับคุณแม่ต้องอยู่ทีมพี่พระพายแน่นอนนนน เฟิร์ม!!!!
    #972
    0
  21. #888 noooodee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 01:38
    อ่านตอนตีหนึ่งค่ะ หิวเลย T T
    #888
    0
  22. #878 mmmspawanrat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 22:02
    สนุกมากค่ะ
    #878
    0
  23. #874 sutattacb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 19:40
    หิววววววววววว
    #874
    0
  24. #845 KKook (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 10:58

    ดีมาก ภาษาสวยอ่านแล้วอุ่นๆในหัวใจ

    #845
    0
  25. #482 Graziers (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 20:01
    ทุกอย่างมันจะดีมากถ้าไม่มีป้าเอมอร
    #482
    0