เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย [LinHoon] AU : Thai

ตอนที่ 20 : มะกรูดลอยแก้ว ๒/๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 456 ครั้ง
    17 ต.ค. 61




เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

บทที่ ๑๘ มะกรูดลอยแก้ว (๒/)

วันพุธ

มะกรูดที่ได้จากสวนพิรุณมานั้น ลูกแก่จัดถูกดาราทองกวาดเข้าครัวดาราทอง ส่วนลูกที่ยังหนุ่ม ตกเป็นของครัวเสน่ห์จันทร์ เปลือกที่ถูกปอกออก ถูกนำไปตากแดด ซึ่งส่วนนี้สายพิรุณจะทำไปบดเพื่อใช้เป็นส่วนผสมการทำเทียนอบขนม

มะกรูดที่ปอกเปลือกแล้วจะถูกผ่าครึ่ง คว้านเอาเนื้อออกจนเหลือแต่เนื้อขาว ทุกคนในครัวช่วยกันทำคนละไม่ละมือ รวมไปถึงสายพิรุณด้วย

เมื่อคว้านเนื้อออกแล้ว เนื้อขาวที่ได้มาถูกนำไปขยำกับเกลือสมุทร แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าสองน้ำ จากนั้นก็ขยำด้วยเกลืออีกเช่นเดิม และล้างออก ทำเช่นนี้อยู่เท่าที่สายพิรุณนับได้โดยประมาณก็คือ 9-10 รอบ เมื่อได้ลักษณะเนื้อมะกรูดที่พอใจแล้ว พี่ชบาก็แช่เนื้อมะกรูดในน้ำ โรยเกลืออีกครั้ง แช่ทิ้งเอาไว้หนึ่งคืน

เสน่ห์จันทร์ลงมาที่ครัวชั้นในตอนตีห้า ซึ่งเป็นเวลาที่พี่ชบาและพี่มาลัยมาเปิดประตูครัวพอดี ชายหนุ่มคลี่ยิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวชั้นสอง

“ทำไมคุณจันทร์เดินมาจากทางด้านนั้น” พี่มาลัยพยักพเยิดไปทางที่เสน่ห์จันทร์เพิ่งเดินมา มันไม่ใช่ทางเรือนจันทร์ดาราฉาย แต่เป็นทางอ้อมด้านหลังครัว

“อาจจะไปเดินเล่นให้ตื่นเต็มตามั้ง” พี่ชบาตอบ และพี่มาลัยพยักหน้าเข้าใจ ฟังดูแล้วก็น่าจะใช่ เพราะเจ้านายของพวกเธอก็ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว นี่ก็คงตื่นมาแล้วเดินเล่นไปทั่วบริเวณเรือนจันทร์ดาราฉาย แล้วก็มาด้านหลัง โผล่มาเจอพวกเธอพอดิบพอดี

พี่มาลัยลืมไปว่า... ถ้าเดินมาจากสวนพิรุณ... ก็โผล่ทางนี้เหมือนกัน

“เดี๋ยวเอามะกรูดออกมาล้างได้เลยนะครับ สักสี่ห้าน้ำ” เสน่ห์จันทร์ เอ่ยตอนที่มองเนื้อมะกรูดที่ฟูขึ้นมาเพราะการแช่น้ำเกลือมาทั้งคืน ทั้งยังยกเนื้อมะกรูดขึ้นมาดมแล้วแสดงสีหน้าพอใจ

“เมื่อวานตอนคุณจันทร์ไปเรียน คุณพระพายมาช่วยทำทั้งบ่ายเลยค่ะ เธอคว้านเนื้อมะกรูดเร็วมาก” รอยยิ้มของเสน่ห์จันทร์คลี่ออก เขาไม่แปลกใจหรอกถ้าได้ยินอะไรแบบนี้

สายพิรุณ... คนรักของเขาใช้มีดเก่งมาก

โดยเฉพาะมีดแกะสลัก

“คุณจันทร์จะเตรียมแป้งขนมหน้านวลนะครับ ล้างเรียบร้อยแล้วยกเข้าไปให้คุณจันทร์นะครับ”

“ค่ะ”

“พี่มาลัยครับ เอาน้ำมันรัมข้าวทาพิมพ์เรือแล้วเอาไปอบในเตาอบ อุ่นที่อุณหภูมิร้อยห้าสิบองศารอได้เลยครับ”

“ค่ะ”

 

ขนมหน้านวล หรือขนมทองโปร่ง เป็นขนมไทยอีกชนิดหนึ่งที่ครัวเสน่ห์จันทร์ทำนับครั้งได้ ไม่ใช่เพราะว่าทำยากลำบากอะไรนัก เพียงแค่นอกจากขนมหม้อแกงแล้ว เสน่ห์จันทร์ไม่ใคร่ทำขนมอบสักเท่าไหร่ก็เท่านั้น

เสน่ห์จันทร์ตอกไข่ไก่และแยกเอาเฉพาะไข่แดง จากนั้นนำไปอบควันเทียนเพื่อดับกลิ่นคาวประมาณสิบนาที หากไม่เร่งด่วนหรือจำเป็นจริง ๆ เขาจะหลีกเลี่ยงการใช้กลิ่นและสีสังเคราะห์ ระหว่างรอไข่แดง แป้งถูกนำมาร่อนรอเอาไว้หนึ่งรอบ

เสน่ห์จันทร์ไม่ใช้สีเหลืองสังเคราะห์ แม้ว่าไข่ไก่ที่ตีแล้วนั้นจะเป็นสีเหลืองที่ค่อนข้างอ่อน แต่เพราะเขาผสมน้ำผึ้งและน้ำตาลตามสัดส่วนลงไป สีของน้ำผึ้งจะทำให้ขนมหน้านวลมีสีเข้มขึ้นอีกเล็กน้อย

ขนมไทยจะขาดเกลือไม่ได้ ดังนั้นเกลือป่นละเอียดถูกโรยลงไปพร้อมแป้งที่ร่อนรอบที่สอง ชายหนุ่มตะล่อมแป้งกับไข่ไก่จนเข้ากัน จากนั้นนำแป้งที่ผสมแล้วใส่ถุงบีบ เพื่อง่ายต่อการบีบใส่พิมพ์

พี่ชบาและพี่มาลัยช่วยกันยกมะกรูดที่ล้างประมาณห้าน้ำเข้ามาในครัวชั้นใน และนั่งรอเสน่ห์จันทร์ตอนที่กำลังตะล่อมแป้ง เมื่อเห็นเจ้านายเริ่มนำแป้งใส่ถุงบีบจึงขยับตัวเข้ามาช่วย

“เอาบีบใส่พิมพ์สักสามส่วนสี่นะครับ แล้วเอาเข้าอบยี่สิบนาที ถ้าเสร็จแล้วอย่าเพิ่งเอาออกจากเตาอบนะครับ ทิ้งเอาไว้สักสิบนาทีก่อนครับ”

“ได้ค่ะ” พี่ชบาและพี่มาลัยรับคำ แล้วยกของออกไป เด็ก ๆ ในครัวนั่งรอกันอยู่แล้ว ดังนั้นใช้เวลาไม่นานนักกับการบีบแป้งใส่พิมพ์

ส่วนเสน่ห์จันทร์ เขาหยิบเนื้อมะกรูดขาวที่ขึ้นฟูเพราะแช่น้ำเกลือมาทั้งคืนขึ้นมาดู ลองดมกลิ่นซึ่งยังมีกลิ่นมะกรูดอยู่ค่อนข้างชัด เขาจึงลองฉีกเนื้อขาวฟูนั้นชิม ซึ่งรสเปรี้ยวฝาดของมะกรูดหายไปหมดแล้ว จะเหลือก็แค่สัมผัสรสที่เป็นมะกรูด ไม่รู้สึกบาดลิ้น

มะกรูดลอยแก้ว หากผ่านขั้นตอนการแช่น้ำเกลือมาแล้ว ถือว่าไม่มีอะไรลำบากนัก เพราะที่เหลือก็เพียงแค่เชื่อมมะกรูดให้มีรสหวาน แล้วตักใส่ชาม มีน้ำแข็งใส่ก็ถือว่าจบซึ่งกระบวนการ

แต่ไม่ใช่สำหรับครัวเสน่ห์จันทร์เป็นแน่

ชายหนุ่มเทน้ำผึ้งจากโถกระเบื้อง เอาให้ท่วมมะกรูดที่มี ซึ่งถือว่าเยอะมากและสิ้นเปลืองน้ำผึ้งในแบบที่ไม่มีใครกล้าทำอย่างแน่นอน เพราะเมื่อยกมะกรูดไปเชื่อมน้ำเชื่อมแล้ว น้ำผึ้งที่ใช้ก็ไร้ประโยชน์ทันที แต่สำหรับเสน่ห์จันทร์ เขาบ้าบิ่นมากพอที่จะทำ เพราะเขาสามารถนำน้ำผึ้งกลิ่นมะกรูดไปทำขนมอย่างอื่นได้อย่างไรเล่า

หลังจากนี้ก็แค่รอสักสามชั่วโมงให้มะกรูดซึมซับความหวาน และความหอมของน้ำผึ้งมะลิสวนพิรุณให้เต็มอิ่ม เขาค่อยกลับมาทำน้ำเชื่อมมะกรูด

 

ตอนที่เขาออกจากครัวชั้นในมานั้น ขนมหน้านวลชุดแรกเสร็จแล้ว แต่ยังถูกอุ่นไว้ในเตาอบ พี่ชบาและพี่มาลัยคุมเด็ก ๆ บีบแป้งใส่พิมพ์อยู่ที่แคร่ เพื่อที่จะนำเข้าอบในรอบต่อไป

“ทำไมอบเสร็จแล้วต้องรออีกสิบนาทีเหรอจ๊ะ” อุ่นเอ่ยถาม เด็กสาวนั่งหันหลังให้ประตูครัว ดังนั้นจึงไม่เห็นว่าเสน่ห์จันทร์เดินออกมาแล้ว

“จำไม่ได้แล้วเหมือนกัน แต่จำได้ว่าต้องทำแบบนี้” พี่ชบาตอบ และก็เพราะตั้งอกตั้งใจที่จะบีบแป้งนั่นแหละ ถึงไม่เห็นเจ้าของครัว

“พี่ชบาตอบแบบนี้ คุณจันทร์หักเงินเดือนดีไหมครับ?” ก็ว่าเป็นคำทักทายที่เกิดจากน้ำเสียงนุ่มนวล ทั้งยังมีร่องรอยของความขบขันเจืออยู่ในกระแสเสียงนั้น แต่คนฟังอย่างพี่ชบากลับสะดุ้งเฮือก เผลอออกแรงบีบแป้งขนมจนทะลักล้นเต็มพิมพ์รูปเรือ

“คุณพระ!

เสน่ห์จันทร์ทำเป็นไม่เห็นท่าทีตกใจของพี่ชบาและคนอื่น ๆ ชายหนุ่มเดินไปที่หน้าเตาอบ ก้มมองขนมที่อยู่ในเตา

“อบเสร็จกี่นาทีแล้วครับ”

“เกือบ... เกือบสิบนาทีแล้วค่ะ” พี่มาลัยเป็นคนตอบ เธอมองเวลาที่นาฬิกา ซึ่งถือว่าโชคดีของเธอที่เสน่ห์จันทร์ออกจากครัว เพราะถ้าปล่อยให้ทำงานอยู่อย่างนี้ เธอต้องลืมแน่ ๆ ว่าอุ่นขนมในเตาอบไว้กี่นาทีแล้ว

เสน่ห์จันทร์ยืนนิ่งหน้าเตาอบ กะเวลาได้เกือบสองนาทีก็เปิดฝา สวมถุงมือ ยกถาดขนมออกมาวางไว้บนแคร่ มองขนมสีเหลืองอ่อน กำลังฟูสวย ส่งกลิ่นหอม...

“เอกลักษณ์ของขนมทองโปร่งก็คือ ตรงกลางจะโปร่งเล็กน้อย และมีน้ำเชื่อมเหนียว ๆ ซึ่งเกิดจากน้ำตาลที่ผสมในแป้งครับ  ตอนที่อบขนมเสร็จแล้วรีบเอาออกจากเตา จะทำให้หน้าบนของขนมยุบตัวลง มันดูไม่สวย ดังนั้นจึงต้องอุ่นต่อไปอีกประมาณสิบนาที ขนมจะเซ็ตตัว มีรูปร่างแบบที่เห็นนี่ครับ”

ทองโปร่งทุกชิ้น ไม่มีรอยยุบตัวตรงกลางเลย ทุกอันล้วนพองตัวคับพิมพ์สวยงาม ทั้งกลิ่นที่หอม สีเหลืองสวย เสน่ห์จันทร์เลือกขนมที่เริ่มเย็นขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แกะออกจากพิมพ์ จากนั้นลองหักครึ่ง

ตรงกลางของขนมมีน้ำเชื่อมสีเหลืองเข้มคล้ายน้ำผึ้งเล็กน้อยเช่นเสน่ห์จันทร์อธิบาย กลิ่นหอมที่ไม่ใช่กลิ่นสังเคราะห์ให้ความรู้สึกนุ่มนวล จะว่าน้ำผึ้งก็ไม่เชิง กลิ่นควันเทียนอบก็ดูอ่อนไป ทว่า...ไม่ว่าอย่างไรก็ตรึงตาตรึงใจทุกคน

เพราะการอบควันเทียนให้กลิ่นหอมที่นุ่มนวล แต่กลิ่นสังเคราะห์จะหอมโดดเด่นเกินไป เมื่อนำมาอบกลบกลิ่นคาวของไข่ครู่หนึ่ง ทำให้กลิ่นไม่รุนแรง ทั้งมีความหอมของน้ำผึ้งผสมเข้าไปด้วยทำให้กลิ่นยิ่งนุ่มนวล ทั้งสีสันยังเป็นเอกลักษณ์

ไม่ต้องเอ่ยถึงรถชาติหรอกนะ...

“เคล็ดลับของทองโปร่งนอกจากปริมาณน้ำเชื่อมเหนียวหนืดตรงนี้ต้องไม่มากเกินไปแล้ว ก็คือการอุ่นขนมหลังจากอบเสร็จครับ เพราะด้านนอกต้องกรอบ ด้านในต้องนุ่มหวาน ชิมแล้วต้องรู้สึกนุ่มนวล สมกับชื่อขนมหน้านวลครับ” เสน่ห์จันทร์ยิ้ม วางขนมไว้บนถาด ก่อนจะแกะขนมที่เริ่มเย็นแล้วออกจากพิมพ์

“แก้วครับ.. เตรียมชามะลิให้คุณจันทร์หนึ่งกานะครับ เตรียมถ้วยชาสามใบครับ” แก้วไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมเสน่ห์จันทร์ถึงให้เตรียมถ้วยชาถึงสามใบ ในเมื่อตั้งใจจะไปจิบชากับสายพิรุณเพียงลำพังเป็นปรกติอยู่แล้ว แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร นอกจากลุกไปจัดเตรียมตามที่เจ้านายสั่ง

“อุ่นครับ”

“คะ?”

“อีกสักครู่ช่วยคุณจันทร์ยกของว่างไปที่สวนพิรุณนะครับ” อุ่นทำหน้างงงวย ปรกติแล้วหน้าที่นี้ถ้าไม่ใช่พี่ชบาก็ต้องเป็นพี่มะลิแต่ทำไมคราวนี้เสน่ห์จันทร์ถึงเรียกใช้งานเธอล่ะ แต่ไม่ทันได้ขบคิดคำตอบ เจ้านายก็เอ่ยปากออกมาก่อนว่า

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากที่ว่างจากงานในครัว คุณจันทร์จะให้อุ่นไปฝึกงานแกะสลักกับพี่พระพายนะครับ อุ่นคิดว่าจะทำไหวไหมครับ” เจ้านายเอ่ยมาแบบนี้ เด็กในเรือนมีหรือจะกล้าปฏิเสธ อุ่นพยักหน้าหงึกหงัก จนพี่ชบาต้องตีที่แขนของเธอเบา ๆ เป็นเชิงเตือนสติ

“คะ... ค่ะ ๆ ไปค่ะ” เสน่ห์จันทร์ยิ้มเล็กน้อย มือก็ทำงานไป

“ไม่ต้องกังวลหรอกครับ คุณจันทร์เห็นว่าครัวเสน่ห์จันทร์ควรมีคนที่แกะสลักเป็นประจำไว้สักคน ถึงส่วนมากงานขนมจะไม่ค่อยมีงานแกะสลักมากนัก แต่ก็ควรมีไว้ เพราะถ้าช่วงไหนผลไม้เยอะ ๆ พี่พระพายคงแกะให้ครัวดาราทองเป็นหลัก ถ้ามีเรื่องฉุกเฉินจำเป็นจะได้ช่วยผ่อนแรงครัวดาราทองอีกทางครับ”

ทุกคนเข้าใจตรงกัน ที่ผ่านมาครัวเสน่ห์จันทร์แทบไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับงานแกะสลักเลย งานขนมส่วนมากก็เป็นงานปั้น หรือแม่พิมพ์ขึ้นรูปก็มี ผลไม้ต่าง ๆ ส่วนมากก็เป็นเรื่องของครัวดาราทอง ดังนั้น น้อยครั้งจริง ๆ ที่จะได้เห็นงานแกะสลักฝีมือของสายพิรุณในครัวเสน่ห์จันทร์

“อีกสามเดือนจะเป็นงานครบรอบวันคล้ายวันเกิดของคุณย่า วันนั้นต้องใช้ผลไม้แกะสลักจำนวนมาก ดังนั้นในช่วงนี้ถ้ามีเวลาว่างให้อุ่นตั้งใจฝึกกับพี่พระพายนะครับ ส่วนแก้วกับมะลิ... พี่ชบากับพี่มาลัยต้องหมั่นสอนงานขนมให้เยอะขึ้น ต่อไปจะได้คล่องงานมากขึ้นอีกนะครับ”

คำพูดของเสน่ห์จันทร์ไม่ได้บีบบังคับ อย่างน้อยก็ไม่ได้ใช้น้ำเสียงให้ทุกคนรู้สึกอึดอัดอะไร แต่เมื่อได้รับฟังแล้ว คำตอบที่ออกจากปากของทุกคนนั้น ต่างเป็นคำเดียวกันนั่นคือ...

“ค่ะ”  ก็ใครจะกล้าขัดกัน

แต่ทว่า... แม้งานจะมากขึ้นทุกคนกลับยินดีที่จะทำตาม เพราะสิ่งที่เสน่ห์จันทร์ให้ทุก ๆ คนนั้นหมายถึงความก้าวหน้าในชีวิต หากวันใดไม่ได้ทำงานอยู่ที่นี่ ทุกคนก็มีวิชาติดตัวสามารถนำเอาไปใช้ต่อยอดให้กับชีวิตของตนเอง

 

สวนพิรุณ...

ภูเบศเป็นหนุ่มชาวใต้ ผิวแทน แม้จะดูคล้ำไปเล็กน้อยแต่หน้าตาก็หล่อเหลาเอาการ ทั้งยังมีเขี้ยวเล็ก ๆ ยามที่ยิ้มดูซุกซนและมีเสน่ห์ไม่น้อย

ตอนนี้เจ้าตัวมานั่งจุมปุกเป็นแขกอยู่กลางสวนพิรุณ บนแคร่นั่งมีถุงของฝากหลายถุง ซึ่งส่วนมากเป็นของจากบ้านเกิดทั้งนั้น เสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากของสองหนุ่มดังไปถึงกลางสวนดอกมะลิ ซึ่งตอนนี้ร่างสูงของเสน่ห์จันทร์กำลังเดินมา

ในมือของเขาคือถาดที่มีกาน้ำชาร้อนพร้อมถ้วยชา ส่วนขนมหน้านวลนั้นเป็นอุ่นที่ถือและเดินตามมาด้านหลัง วันนี้แม้อากาศจะร้อน แต่ช่วงสายในสวนพิรุณนั้นมีลมพัดโชยตลอดเวลา การจิบชาร้อนกับขนมก็ไม่เสียหาย

แค่เห็นจากไกล ๆ ว่าแขกผู้ไม่คุ้นตากำลังหัวเราะชอบใจพร้อมกับใช้ฝ่ามือตบไหล่ของสายพิรุณ มือที่ถือถาดกาน้ำชาก็เหมือนจะไม่ค่อยมีแรงสักเท่าไหร่...

ถ้าไม่จิบชา... อยากจะเอาราดกลางศีรษะ เสน่ห์จันทร์ก็คงห้ามไม่ได้...ละมั้ง

อุ่นไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์ที่แสนสนิทสนมของเจ้านายและเจ้าของสวนพิรุณนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้ไม่เห็นอะไร พอเด็กสาวเห็นว่ามีแขกหน้าใหม่ที่ทำตัวสนิทสนมกับสายพิรุณ เธอก็เหลือบมองแผ่นหลังของเจ้านายที่เดินอยู่เบื้องหน้า...

ก็ไม่ได้มีท่าทีผิดปรกติอะไร แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเสียวสันหลังวาบก็ไม่รู้

แต่คิดไปคิดมา เธอคงอินกับละครผีหลังข่าวมากเกินไป คุณจันทร์ผู้แสนดีและอ่อนโยนเทียมฟ้าผู้นี้ จะแผ่รังสีอำมหิตราวกับจะเอากาน้ำชาร้อน ๆ สาดใส่หน้าคนอื่นได้อย่างไร

เฮ่ออออ... ละครนี่นะ ทำเธอเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆ

 

เสน่ห์จันทร์เดินเข้าไปใกล้มุกข้างบ้านสวน ซึ่งตอนนี้แคร่นั่งเล่นเป็นที่ปักหลักของสายพิรุณและเพื่อนของเขา ทั้งสองกำลังพูดคุยกันด้วยเรื่องอะไรสักอย่าง ก่อนจะพากันหัวเราะชอบใจอีก กลัวเจ้าของสวนจะตั้งหลักและรู้ว่าเขามาหาก็ตอนที่ร่างสูงย่างกลายเข้าไปใกล้ แค่อีกสามก้าวก็ถึงตัวนั่นแหละ

“พระพาย” คำทักทายของเสน่ห์จันทร์ไม่ได้ทำให้สายพิรุณเคอะเขินอะไร เพราะชินเสียแล้วที่อีกฝ่ายไม่มีสรรพนามอายุนำหน้า แต่อุ่นที่เดินตามมานี่สิ หูถึงกับกระดิก ยิ่งสายพิรุณที่เอ่ยทักกลับมานั่นอีก...

แปลก หรือจริง ๆ ไม่แปลกกันนะ

“จันทร์...” สายพิรุณยิ้มกว้าง “ยกอะไรมาเยอะแยะ ทำไมไม่บอกพี่จะได้ไปยกเอง” เจ้าของบ้านขยับตัวเล็กน้อย เมื่อเสน่ห์จันทร์เลือกที่จะวางถาดกาน้ำชามะลิลงบนแคร่ ตั้งตรงกลางระหว่างสายพิรุณและภูเบศ ก่อนจะยิ้มอ่อนหวาน

“ชามะลิครับ ส่วนนี่ขนมหน้านวล จันทร์เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ อยากให้พระพายกินตอนร้อนครับ” สายพิรุณยิ่งยิ้มกว้าง เอื้อมมือไปจับข้อมือของเสน่ห์จันทร์ พร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมอง

“ขอบคุณนะ” อุ่นวางตะกร้าขนมหน้านวลไว้ข้างกับถาดน้ำชา ก่อนจะถอยออกมายืนห่างจากหลังเจ้านายสองสามก้าว

“จันทร์.. นี่เบจ เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่คราวก่อนซื้อชีสเค้กฝากมาให้จันทร์ไง” เสน่ห์จันทร์เหลือบมองภูเบศ ก่อนจะแย้มยิ้มเล็กน้อย ยกมือขึ้นไหว้ เป็นกิริยาอ่อนช้อยที่หนุ่มใต้ไม่คิดว่าจะได้รับ เขารับไหว้แทบไม่ทันเลยทีเดียว

“สวัสดีครับ...” เสน่ห์จันทร์เอ่ยทักทาย แต่ไม่ได้แนะนำตัวอะไรมากกว่านั้นทั้งสิ้น หรือไถ่ถามอะไรกลับคืน อันที่จริงต้องเอ่ยปากขอบคุณเรื่องชีสเค้กครานั้นด้วย แต่เหมือนกับว่าสิ้นประโยคของสายพิรุณ ก็เหมือนมีลมผ่านหูพัดเอาคำพูดเหล่านั้นหายไปด้วย เขาจึง... ลืม

“สวัสดีครับ คราวก่อนทำไอ้พายผิดนัดกับคุณ ขอโทษด้วยนะ ชีสเค้กน่าจะอร่อยถูกปาก ไอ้พายกินไปตั้งเยอะ”

“โห... แกสั่งมาเยอะเกินไปหรอก ไม่กินก็เสียดายไหมล่ะ เลี่ยนจะตาย”

“อ่าว... ก็กูกลัวมึงหิว เนี่ย...ถ้ามึงไม่บอกว่าเค้กก้อนนั้นเอาให้น้องเค้าไปแล้ว กูคิดว่ามึงกินเองตอนดึกนะนั่น” ไม่พูดเปล่า ภูเบศยกมือขึ้นวางบนศีรษะของสายพิรุณแล้วออกแรงขยี้จนผมของเพื่อนซี้ยุ่งไม่เป็นทรง สายพิรุณเองก็ดิ้นรนตีมือเพื่อนไปหลายที แต่เสียงหัวเราะเบา ๆ นั้นก็บ่งบอกว่าไม่ได้โกรธเคือง

อืม...

“จันทร์กินแล้วใช่ไหมเค้กตอนนั้น เลี่ยนเนาะ” สายพิรุณเงยหน้าขึ้นมาถาม เสน่ห์จันทร์หลุบสายตาลงสบตากับคนที่นั่งอยู่ ก่อนจะเหลือบไปมองสบตากับภูเบส เอ่ยคำพูดพร้อมรอยยิ้มว่า

“ผมไม่ได้กินครับ มันบูด”

“หา?”

เสน่ห์จันทร์ไม่ตอบว่าอะไรอีก เขาเลือกที่จะขยับตัว แล้วนั่งลงข้างกายของสายพิรุณ พร้อมทั้งอุ่นที่ขยับตัวเดินเข้ามา และจัดการรินชาร้อนใส่ถ้วย

เด็กสาวยกถ้วยชาให้ภูเบศ จนอีกฝ่ายรีบรับมาถือไว้ เหลือบมองเพื่อนที่ก็รับถ้วยชาไปถือไว้เช่นกัน และเป็นเสน่ห์จันทร์ที่รับถ้วยชาไปเป็นคนสุดท้าย เมื่อเห็นว่าทุกคนทำเป็นเรื่องปรกติ เขาจึงเฉยไป

ที่บ้านก็ใช่ว่าจะไม่มีคนดูแลบ้าน แต่ให้มายกชา คอยรอรับคำสั่งแบบนี้คือไม่มี อันที่จริง... เด็กสาวผู้นี้ไม่ได้รอให้เจ้านายสั่งด้วยซ้ำ เธอรู้ด้วยหน้าที่ที่สั่งสอนกันว่า ว่าจังหวะไหนต้องทำอะไร

ที่สายพิรุณเล่าให้ฟังคร่าว ๆ ไม่ผิดจากความจริงเลย

บ้านผู้ดีเป็นแบบนี้

เวรแล้วไอ้เบจเอ้ย... ซดน้ำชายังไงให้ดูเป็นผู้ดีล่ะเนี่ย ถ้าจิบ ๆ อยู่แล้วเสียงดังซูดดดด จะดูเป็นคนร้าย ๆ ไหมล่ะ

“จันทร์ไม่ได้กินชีสเค้กเลยเหรอ? เสียดายจัง มันเลี่ยนนะ แต่ก็อร่อยดี”

“อากาศมันร้อนครับ กว่าจะถึงมือจันทร์มันก็กินไม่ได้แล้ว”

“เขาคงไม่ได้ใส่สารกันบูดอะไรแน่ ๆ งี้แหละสูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่น” สายพิรุณคิดเอง เออออไปเองเสร็จสรรพ ทั้งที่จริงแล้ว เขาก็ไม่คิดหรอกนะว่าของมันจะเสียเร็วขนาดนี้

“เอาน่า... เสียไปแล้วก็ไม่เป็นไร ไว้ฉันพาแกไปซื้อใหม่ก็ได้ คราวนี้แกก็รีบหิ้วมาฝากน้องเค้าเลย อย่ามัวแต่เถลไถลจนเค้กเสียอีกก็พอ”

“เถลไถลอะไรล่ะ ฉันก็อยู่กับแกนั่นแหละ วันนั้นรถก็ดันติดจนหลับไปเป็นตื่นด้วย” สองเพื่อนซี้เถียงกันเรื่องชีสเค้กที่บูดไป เสน่ห์จันทร์นั่งฟังแค่เสียงของสายพิรุณ ส่วนเสียงของภูเบศนั้นจะลอยไปไหนก็ช่างเถิด เพราะรสชามะลิน่าสนใจกว่า ส่วนอุ่นที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั้น.. เธอได้แต่นึกกระหวัดไปถึงเจ้าก้อนเค้กสีเหลืองที่นอนในถังขยะ เธอจำได้ว่าเช้าวันนั้น เห็นพี่ชบาเอาเค้กก้อนนั้นทิ้งลงไปเอง เพราะเมื่อเปิดครัวมาก็เห็นมันวางอยู่บนตั่งไม้ และเสียไปแล้วเนื่องจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว

“คุณจันทร์คะ...เค้กก้อนนี้...”

“เพื่อนพี่พระพายฝากมาให้ครับ”

“มันเสียแล้วค่ะ กลิ่นเปรี้ยวเลย”

“เอาทิ้งครับ อย่าให้กลิ่นของเสียติดครัว” นั่นคือคำพูดของเสน่ห์จันทร์ ยามที่พี่ชบาเอ่ยถึงสภาพเค้ก ไม่มีใครกล้าถามว่าทำไมเจ้าเค้กที่สายพิรุณหอบหิ้วมาให้เสน่ห์จันทร์ถึงวางอยู่ตรงนั้นทั้งคืนจนเสีย และทุกคนก็พร้อมใจกันไม่เอ่ยถึงมันอีก จนวันนี้... อุ่นรู้แล้ว ว่าทำไม... เสน่ห์จันทร์ถึงปล่อยให้เค้กของสายพิรุณบูด

“พระพายครับ”

“?” เสน่ห์จันทร์ยิ้มให้กับคนที่นั่งอยู่ข้างกาย ก่อนจะเอ่ยว่า

“เรื่องของอุ่นที่จันทร์ขอไว้น่ะครับ”

“อ่อ...” สายพิรุณตอบ พร้อมกันไปทางภูเบศ “แกนั่งรอก่อนนะ อุ่นครับ ตามผมมาทางนี้”

สายพิรุณพูดจบแล้วก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในบ้าน โดยมีอุ่นเดินตามหลัง เสน่ห์จันทร์นั่งจิบชาไปเรื่อย ส่วนภูเบศนั้นหยิบขนมหน้านวลขึ้นมาชิม ตอนแรกก็ว่าจะกินสักคำพอเป็นมารยาท แต่ว่าหมดไปชิ้นแรก ชิ้นที่สองที่สามก็ตามมา

“สมัยที่เรียนอยู่ด้วยกัน พายพูดชื่อของคุณให้ได้ยินบ่อย ๆ บอกว่าข้างบ้านคือร้านขายขนมไทย รู้จักสนิทกับเจ้าของร้าน ตอนที่ได้ยินชื่อคุณจันทร์ ผมคิดว่าเป็นผู้หญิง” ภูเบศเท้าความไปเรื่อย น้ำเสียงไม่ได้ตั้งใจจะทำเป็นดุดันหรืออย่างไร แต่ภาษากลางของเขานั้นติดสำเนียงทางใต้มาไม่น้อย

“อันที่จริงผมคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงจนกระทั้งเจอพายครั้งที่แล้ว ตอนที่ผมบอกว่าของฝากให้ผู้หญิงเป็นชีสเค้กคงจะดี พายถึงได้บอกว่าคุณจันทร์... เป็นชื่อผู้ชาย”

“การที่ผมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย คงไม่ใช่ประเด็นที่คุณอยากพูดเท่าไหร่มั้งครับ คุณภูเบศ” ภูเบศขำเล็กน้อย กัดขนมเนื้อนวลชิ้นใหม่ไปอีกคำ

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้อยู่ครับ... เพราะที่ผ่านมาเวลาฟังพายพูดถึงคุณจันทร์คนเก่งทำขนมอย่างนั้นขนมอย่างนี้ ไอ้ผมก็คิดว่าคนในใจของหมอนี่เป็นสาวน้อยน่ารัก สักวันพายก็คงจะจีบแม่สาวจันทร์ติด แต่พอรู้ว่าคุณเป็นผู้ชาย ก็เลย...”

เสน่ห์จันทร์หลุบสายตามองน้ำชามะลิในถ้วยที่ถืออยู่ รอยยิ้มบางเบาแต้มอยู่ที่มุมปาก

“คิดแล้วก็ตลกนะคุณ... ผมซื่อบื่อเองที่คิดเองเออเองว่าชื่อจันทร์ต้องเป็นชื่อของผู้หญิง เลยเสียเวลาไปฟรี ๆ สี่ปีเลย”

ถ้วยชาในมือของเสน่ห์จันทร์ถูกวางลงข้างกับถ้วยชาของสายพิรุณ ชายหนุ่มยังคงมีสีหน้าอ่อนโยน ไม่มีร่องรอยของความรู้สึกใดใด

“คุณภูเบศครับ” เสน่ห์จันทร์หันไปจ้องมองภูเบศอย่างเต็มตา รอยยิ้มสวยคลี่ออก ทำเอาคนมองถึงกับตะลึงงัน เพราะไม่คิดว่าผู้ชายจะยิ้มได้งดงามเพียงนี้

“ครับ”

“ไม่ว่าผมจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย หรือต่อให้คุณมีเวลามากกว่านี้อีกหลาย ๆ ปี ก็ไร้ประโยชน์อยู่ดีครับ”

“เอ๋?”

“ของที่ไม่ใช่ของตัวเอง ต่อให้ใช้เวลาตลอดชีวิต... ก็ไม่มีทางครอบครองครับ”

ใบหน้าที่งดงาม น้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟัง แต่กลับเอ่ยถ้อยคำคมกริบได้อย่างละมุนละม่อมแบบนี้ กว่าที่ภูเบศจะได้สติก็ตอนที่สายพิรุณเดินออกจากบ้านมาพร้อมกับอุ่นที่ในมือมีถุงกระดาษเล็ก ๆ หิ้วติดมือมาด้วย

“อุ่นลองเอาไปเล่นสักวันสองวันนะครับ ถ้าเรียบร้อยแล้วเอามาให้ผมดูอีกที ผมจะได้รู้ว่าต้องเริ่มสอนจากตรงไหน”

“ได้ค่ะ ขอบคุณคุณพระพายมากนะคะ” อุ่นยกมือไหว้ชายหนุ่มอีกครั้ง หลังจากที่ไหว้ตอนรับของแล้วครั้งหนึ่ง

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าอุ่นแกะสลักได้เก่ง ๆ ต่อไปจะได้มีคนช่วยคุณจันทร์เพิ่มอีก” สายพิรุณพูด ก่อนจะเดินยิ้มตรงมาหาเสน่ห์จันทร์และภูเบศ “พี่ให้อุ่นไปลองแกะอะไรเล่น ๆ ก่อนนะครับ ยังไม่ได้สอนอะไร”

“ทำไมล่ะครับ?” เสน่ห์จันทร์เอ่ยถาม ขยับตัวให้สายพิรุณนั่งลงข้างตัว ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเสน่ห์จันทร์นั่งคั่นกลางระหว่างทั้งสองคน

“ไม่บอกหรอก... รออุ่นเอาผลงานมาให้ดูก่อน” สายพิรุณพูด สองแก้มพองขึ้นเพราะอมยิ้มไปด้วย ก่อนจะเอี่ยวตัวมองภูเบศที่ถือขนมหน้านวลแกว่งเล่นไปมา “ทำไรของแกวะเบจ นั่นของกินไม่ใช่ของเล่นนะ ไอ้บ้านี่... รู้ไหมว่ากว่าจันทร์จะทำขนมออกมาแต่ละชิ้นมันเหนื่อย”

“คิดอะไรเพลิน ๆ ขนมนี่ก็ไม่ได้เล่น จะกิน” ไม่พูดอย่างเดียว ภูเบศยัดขนมแสนอร่อยใส่ปาก ตามด้วยชามะลิหอมกรุ่น “เออ... ตะกี้พูดค้างไว้ เรื่องมะลิ แกอย่าลืมต้นกล้านะเว้ย พรุ่งนี้ฉันจะมาเอานะ”

“เอาไปวันนี้เลยก็ได้ ฉันมีต้นกล้าพร้อม”

“วันนี้กูนั่งแท็กซี่มา มึงลืมเหรอ ไว้พรุ่งนี้ก่อน ฉันจะยืมรถน้ามาขนไปดีกว่า จะได้เอาไปจัดการส่งไปพังงาเลย”

“แล้วแกกลับพังงาวันไหนวะ?”

“มะรืน”

“อืม ๆ” สายพิรุณพยักหน้าหงึกหงัก เอื้อมไปหยิบขนมหน้านวลมากิน พอกัดไปคำแรกก็ยิ้มแฉ่งทันที “อร่อยอีกแล้ว” เสน่ห์จันทร์ไม่ตอบว่าอะไรนอกจากยิ้มอ่อนหวานให้

“อร่อยจริง ๆ นั่นแหละ คุณจันทร์ฝีมือทำขนมดีขนาดนี้ สาว ๆ คงชอบ” ภูเบศเปิดประเด็นขึ้นมา แต่แทนที่เสน่ห์จันทร์จะมีท่าทีอึดอัด กลายเป็นสายพิรุณเสียอีกที่สีหน้าไม่ดีนัก

ก็เรื่องผู้หญิง... มันละเอียดอ่อน

“เดี๋ยวนี้ไม่ได้มีแค่ผู้หญิงครับที่ชอบขนมไทย ผู้ชายไม่น้อยก็ชอบ...” คำพูดของเสน่ห์จันทร์จะว่ามีอะไรก็เหมือนไม่มี แต่ถ้าจะบอกว่าไม่มีมันก็ฟัง... เหมือนมีอะไรอยู่สักนิด

“พระพายก็ชอบขนมไทย” เสน่ห์จันทร์เอ่ย โดยที่มือข้างหนึ่งหยิบขนมหน้านวลขึ้นมา แล้วส่งให้สายพิรุณ “จริง ๆ แล้วต้องบอกว่า พระพายชอบขนมที่จันทร์ทำให้...”

สายพิรุณรับขนมหน้านวลชิ้นนั้นไป พยักหน้า มีเสียงในคำคอแผ่วเบาเป็นเชิงตอบรับ “อือ”

“จันทร์กวนพระพายนานแล้ว จันทร์ขอตัวก่อนนะครับ”

“จันทร์ไม่ได้มากวนอะไรนะ จะไปแล้วเหรอ?” สายพิรุณเอ่ยถาม ทั้งที่คำพูดของเสน่ห์จันทร์ก็ชัดเจนแล้ว ทั้งยังมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ...

สมควรที่เสน่ห์จันทร์จะต้องกลับครัว ตอนนี้สิบโมงกว่าแล้ว

“ครับ... วันนี่คุณดาราทำทอดมันสายบัวขึ้นโต๊ะ เห็นว่าเมื่อวานลองรสมือให้คุณย่าชิมแล้ว พระพายต้องไปชิมนะครับ”

“แน่นอน วันนี้พี่เป็นเจ้ามือเลี้ยงเบจด้วย” เสน่ห์จันทร์แย้มยิ้ม หันไปส่งรอยยิ้มอ่อนโยนนี้ให้กับภูเบศด้วย

“เชิญคุณภูเบศที่ร้านเสน่ห์จันทร์ดาราทองด้วยนะครับ วันนี้ผมทำมะกรูดลอยแก้ว อยากให้คุณได้ชิม

“เออ... ครับ”

“บุญปากแกแล้วเว้ยเบจ... บอกเลยนะว่ามะกรูดลอยแก้วไม่ใช่ของหากินได้ง่าย ๆ ยิ่งเป็นฝีมือของจันทร์ด้วยแล้ว รับรองว่าชาตินี้แกจะไม่มีวันลืมรสชาตินี้เลย” สายพิรุณโอ่ ทำเอาภูเบศนึกหมั่นไส้จอมขี้โม้ขึ้นมาตงิด ๆ ไอ้ครั้นจะเอ่ยว่าอะไร เสน่ห์จันทร์ก็ชิงลุกขึ้น ทำให้สายพิรุณหันไปสนใจอีกฝ่ายแทน

“จันทร์ไปก่อนนะครับ”

“อือ.. เดี๋ยวพี่จะตามไปนะ” เสน่ห์จันทร์ยิ้มแล้วหมุนตัวเดินจากไป อุ่นรีบเดินตามเจ้านายไปทันทีเช่นกัน ภูเบศมองตามแผ่นหลังของเสน่ห์จันทร์ ก่อนจะเหลือบมามองเพื่อนซี้ที่สนใจขนมแสนอร่อย

“ไหนมึงบอกกูว่า คุณจันทร์ของมึงแสนดีที่หนึ่งไงวะ”

“หือ?” สายพิรุณเลิกคิ้วขึ้น มองหน้าเพื่อน สลับกับมองแผ่นหลังของคนรักที่เดินห่างไปไกลแล้ว

“ก็คุณจันทร์ของมึงอะ”

“ทำไม?”

“ไหนว่าเป็นคนดี คนน่ารัก แสนดีทีหนึ่งไง”

“แล้วไม่ดีตรงไหนวะ?” สายพิรุณงงจริง ๆ นะเนี่ย อยู่ ๆ ภูเบศก็มาพูดอะไรแบบนี้

“ก็...” หลังจากคำนี้หลุดออกไป ภูเบศก็เล่าสิ่งที่ตนเองได้พูดคุยกับเสน่ห์จันทร์ให้กับสายพิรุณฟัง คนเล่าก็เล่าไปอย่างออกรสออกชาติ คนฟังก็ฟังไปหน้าแดงไป “กูเล่าให้เห็นความร้ายกาจของคุณจันทร์ของมึง ไม่ได้ให้มานั่งเขินหน้าแดง ไอ้เวร!

“ก็ให้กูทำไงอะ... เขินจริง ๆ นี่หว่า”

“แสนดีที่หนึ่ง... แสนร้ายสิไม่ว่า คำพูดคำจา ท่าทางนี่กดหัวกูจมดินแล้ว”

“ก็มึงดันไปพูดแบบนั้น เป็นกูนะ.. เอาหินปาหัวไปแล้ว มีอย่างที่ไหนมาพูดจาเหมือนจะจีบแฟนชาวบ้านเขา”

“แฟนเต็มปากเต็มคำ...แหมมมมม ไหนมึงบอกขอเป็นแฟนหลายครั้งแล้วแต่เขายังไม่ยอมไง”

“ก็...” ภูเบศเห็นท่าทางของสายพิรุณแล้วก็นึกอยากเขกกะบาลให้สักที ไอ้เรื่องชอบพอกับเด็กข้างบ้านน่ะเขารู้มานานแล้ว นับนิ้วก็ตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกัน คิดว่าเดือนสองเดือนหรือไงที่เขารับรู้เรื่องของทั้งคู่มาน่ะ

ไอ้เขารึก็ไม่อยากจะเชื่อนักหรอกว่าโลกนี้จะมีผู้ชายที่นุ่มนิ่ม ละมุนละไมขนาดที่เพื่อนของเขาเล่าให้ฟัง ครั้นมาเจอ มาเห็นกับตาก็เชื่อสนิทใจ แต่...ไม่รู้สิ วินาทีแรกที่เขาได้สบตากับอีกฝ่าย คำพูดทักทายภายใต้น้ำเสียงนุ่มนวลนั้น ภูเบศสัมผัสด้วยสัญชาติญาณบางอย่างที่ร้องเตือนมาดัง ๆ ในหัวว่า... อันตราย!

“ไม่ต้องมาทำเป็นอึกอัก กูว่านะ เด็กมันร้าย”

“ถามจริงนะเบจ”

“อะไร?”

“มึงไม่รู้สึกบาปบ้างเหรอวะที่พูดถึงจันทร์แบบนี้”

“ก็ถ้าไม่นึกถึงหน้าตอนพูดก็ไม่ค่อยรู้สึกบาปเท่าไหร่ ตอนนั่งพูดต่อหน้าเมื่อกี้นะมึง... ปากกูชวนตี แต่ในใจกูท่องนโมวนไม่รู้กี่จบ จะแผ่เมตตาให้ตัวเองก็ไม่ได้ เพราะรู้สึกบาปจนลืมบทสวด”

“เนี่ย... มึงเข้าใจหัวจิตหัวใจของกูหรือยัง เวลาเข้าใกล้จันทร์อะ ว่ารู้สึกบาปแค่ไหน”

“กล้าพูด! นึกว่ากูตาบอดเหรอ ถึงไม่เห็นว่ามึงมีรอยอะ! กลัวบาป.... แต่ไม่กลัวมีผัวเด็ก”

!!

 

 

ตอนที่เสน่ห์จันทร์เตรียมของสำหรับทำน้ำเชื่อมเพื่อลอยแก้วมะกรูด พอดีกับที่สายตาไปเห็นสายพิรุณซึ่งพาภูเบศเดินผ่านประตูรั้วด้านหลังมา สายพิรุณพูดเจื้อยแจ้วเรื่องโน้นเรื่องนี้ ส่วนภูเบศนั้นเดินยิ้มและกอดคอเพื่อนสนิทเอาไว้

เสน่ห์จันทร์รู้ดีว่าพิรุณไม่ได้สนใจภูเบศมากกว่าเพื่อนสมัยเรียน  การแสดงออกชัดเจน และเปิดเผย ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ไม่ค่อยจะชอบใจนัก

“คุณจันทร์คะ? นั่นคือโถเกลือค่ะ” พี่ชบาเอ่ยออกมาแทบจะทันที ที่เห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะเทเกลือลงในหม้อน้ำเชื่อม  เสน่ห์จันทร์ชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในมือ

เนื้อมะกรูดในน้ำผึ้งถูกเขาแยกออกมา น้ำผึ้งที่มีรสมะกรูดผสมถูกเก็บใส่โถแยกไว้ต่างหาก ช่วงบ่ายเขาจะจัดการทำเป็นวุ้นกรอบรสมะกรูดน้ำผึ้ง ส่วนมะกรูดลอยแก้วตอนนี้ก็เหลือแค่น้ำเชื่อมสำหรับใส่ในถ้วยพร้อมเสิร์ฟ...

ลอยแก้วทะเลเดือดน่าจะเหมาะกับรสปากของภูเบศ ทว่า... เสน่ห์จันทร์ไม่ต้องการให้ชื่อเสียงของครัวเสน่ห์จันทร์ดาราทองด่างพร้อย

ชายหนุ่มเยาะเกลือลงไปเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโถน้ำตาล ดวงตาคู่สวยมองเม็ดน้ำตาลทรายสีขาวสะอาดที่ค่อย ๆ ละลายในหม้อทองเหลือง สลับกับเนื้อมะกรูดขาวใสในโถน้ำเชื่อม

ถ้าเสน่ห์จันทร์จำไม่ผิด ดอกชมจันทร์ที่พ่อของเขาปลูกเอาไว้ริมรั้วหลังโรงรถตอนนี้น่าจะพอมีดอกบ้างแล้ว เขาไม่ได้ใช้เยอะหรอก แค่ไม่กี่ดอกก็รู้เรื่อง

มะกรูด น้ำตาลเชื่อม ดอกชมจันทร์....

อืม...

“พี่ชบาครับ คุณจันทร์จำได้ว่าครัวยังไม่ได้ขูดมะพร้าวที่ผ่าเอาไว้ใช่ไหมครับ?”

“ค่ะ คุณจันทร์จะเอามาใช้อะไรหรือเปล่าคะ?” เสน่ห์จันทร์ยิ้มละไม มองหม้อทองเหลืองด้วยแววตาอ่อนหวาน เอ่ยด้วยน้ำเสียงน่าฟังว่า...

“คุณจันทร์คิดว่า ถ้าเอามาทำเป็นชามใส่มะกรูดลอยแล้ว น่าจะทำให้แขกของพี่พระพายประทับใจนะครับ” พี่ชบาอยู่กับเสน่ห์จันทร์มานาน ได้ยินก็นึกภาพตามได้ทันที การจัดของหวานใส่ภาชนะที่ทำจากสิ่งของธรรมชาติทำให้ของกินนั้นไม่ว่าจะคาวหรือหวานน่ากินขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เธอจึงขยับตัว ตั้งท่าจะออกจากครัวไปดูกะลามะพร้าวที่เอาใส่เข่งไว้

“พี่ชบาครับ”

“คะ?”

“คุณจันทร์รบกวนพี่ชบาเลือกอันที่มีเนื้อมะพร้าวติดอยู่เยอะหน่อยนะครับ แล้วก็ใช้ไฟแรงเผาเนื้อด้านในให้พอหอมด้วยนะครับ”

“ได้ค่ะ... พี่ชบาว่านะคะ ลอยแก้วมะกรูดถ้วยนี้ต้องอร่อยมากเลยค่ะ”

“อ่อ... ให้ใครที่พอจะว่างไปเก็บชมจันทร์หลังโรงรถมาให้คุณจันทร์สักกำมือนะครับ”

“ชมจันทร์? ดอกชมจันทร์น่ะเหรอคะ?”

“ใช่ครับ... คุณจันทร์จะเอามาประดับชามกะลามะพร้าว ส่วนของพี่พระพายใช้ถ้วยกระเบื้องเหมือนทุกทีนะครับ พี่พระพายไม่ชอบดอกชมจันทร์”

“อ่อ.. ได้ค่ะ พี่จะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้” พี่ชบารีบออกจากครัวไปทำตามคำสั่งของเสน่ห์จันทร์อย่างรวดเร็ว

ส่วนคนที่ช่างคิด ช่างสรรหาอย่างเสน่ห์จันทร์นั้นกำลังคำนวณปริมาณสิ่งของที่ต้องใช้ในชามมะกรูดลอยแก้วของภูเบศอย่างละเอียดลออ

มะกรูด น้ำตาลเชื่อม ดอกชมจันทร์ รวมเข้าอยู่ในชามกะลาที่มีเนื้อมะพร้าวหนา ถูกเผาไฟจนมันเยิ้ม ขูดเนื้อให้ฟูนิด ๆ  (กะทิ) รสชาติคงถูกปากภูเบศ เพื่อนสมัยเรียนของสายพิรุณไม่น้อย และ... พรุ่งนี้คงหมดแรงจนโผล่หน้ามาที่สวนพิรุณไม่ได้

สิ่งที่เขาทำดูเด็กน้อยมากจนเขาเองก็ไม่ชอบนัก แต่...ให้อีกฝ่ายมาเดินชมสวนของคนรักของเขาเพิ่มอีกวันนั้น... เขาทนมองไม่ได้

เห็นคนอื่นมาวอแวรอบกายสายพิรุณแล้ว คุณจันทร์ใจหาย

จริง ๆ นะ

 

 

+++++++++++

 นี่ก็สิบกว่าตอนแล้วค่ะ ให้ได้เห็นตัวละครในมุมต่าง ๆ บ้างเนาะ

ร้ายกว่านางอิจฉาละครหลังข่าวก็คุณจันทร์นั่นแหละ

มากกว่านี้นางก็แกล้งได้ เชื่อสิ


อ่อ...


มะกรูด น้ำตาลเชื่อม ดอกชมจันทร์ กะทิ = ยาถ่าย


ถ้าธาตุหนัก ๆ หน่อย ก็ท้องไส้ปั่นป่วนเล็กน้อย

แต่ถ้าธาตุเบา... เกลือแร่อาจจะพอช่วยได้

 สู้นะเบจ...

ชีวิตคนเรามันก็สั้นแค่นี้แหละพี่



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 456 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,397 ความคิดเห็น

  1. #1935 KRAM_ (@MByim) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 16:15
    คุณจันทร์เป็นประเภทที่ร้ายข้างในแต่ก็ดูแสนดีอะ คืองงกับตัวเองเหมือนกันว่าคนอะไรร้ายกาจมากแต่ก็เป็นคนอ่อนนุ่ม พ่อคนดีของพี่พระพาย
    #1,935
    0
  2. #1886 Kwonbori (@Kwonbori) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 10:52
    น่ากลัว อยากบอกรอบที่ร้อย คุณจันทร์ทำไมร้ายได้ถึงขนาดนี้555555 เด็กมันร้ายอย่สงที่เบจบอกจิงๆด้วย เบจได้นั่งชมจันทร์ในห้องน้ำแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ ก็เค้ารักเค้าหวงของเค้านี่เนอะ
    #1,886
    0
  3. #1824 panwinkinyourarea (@itisnan) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 12:16
    ผู้ชายรว้ายๆๆ เพื่อนพระพายพ่อเขาก็ไม่ปรานีนะจ้ะ
    #1,824
    0
  4. #1728 Ff_mino (@Ff_mino) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 18:04
    อันตราย!!!! 55555555555555555555555555 บอกตามตรงว่าขำมาก ทั้งขำทั้งสงสารนายภูเบศ ไปยั่วโมโหคุณจันทร์เรื่องพี่พระพาย เป็นไงล่ะ โดนยาถ่ายไปเล้ย แล้วคุณจันทร์นะ แสนจะร้าย ตัวอิจฉาในละครว่าร้ายแล้วยังสู้คุณจันทร์ของบ่าวไม่ได้เลยค่ะ แล้วคำพูดคำจานี่นะ ทิ่มแทงสุด ชอบๆๆๆๆ เค้าก็รักเค้าก็หวงของเค้าอ่ะเนอะ
    #1,728
    0
  5. วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 16:53
    คุณจันทร์ร้ายอะ
    #1,648
    0
  6. #1630 Puzzler_P (@Puzzler_P) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 22:07
    เบจบางทีก็พูดตรงไป เขิน ผัวดงผัวเด็กอาไรรร้ 55555555 คู่นี้ได้
    #1,630
    0
  7. #1488 Yckrise (@Yckrise) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 00:44
    โห คุณจันทร์ ยอมแล้ว 55555
    #1,488
    0
  8. #1408 pataran (@pataranan) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 10:27

    แรงหึงนี่มันรุนแรงดีแท้

    #1,408
    0
  9. #1403 ploythanaa (@ploythanaa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 08:51
    คุณจันทร์ผีร้ายปลุกความร้ายในตัวคุณจันทร์ 55555
    #1,403
    0
  10. #1376 Babi_bomb (@frand) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 22:50
    อยากกินเลยอ่าาา
    #1,376
    0
  11. #1314 nytts (@onlykyu) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 14:10
    สงสารภูเบศล่วงหน้าเลยคุณจันทร์นี่ร้ายจริงๆ5555555
    #1,314
    0
  12. #1262 ppthana60 (@ppthana60) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 09:38
    คุณจันทร์โถ่พ่อคุณ 55555555555555555
    #1,262
    0
  13. #1163 bluefire99 (@bluefire99) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 07:52
    สาบานว่านี่พระเอก 5555
    #1,163
    0
  14. #1143 yousoung (@IsteemaS) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 11:41
    คุณจันทร์แบบร้ายยย ร้ายมากกก
    #1,143
    0
  15. #1133 PPruedee (@chompoo-pin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 08:28
    ที่บอก4ปีนี่เรื่องจ้อจี้เอาตลกป่ะ แงงงงงง ซวยเฉยยยยยยยยย
    #1,133
    0
  16. #1079 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 17:50
    โดนเลยเป็นไงภูเบจ สี่ปีหรือจะสู้ตั้งแต่เกิดอ่ะคะ
    #1,079
    0
  17. #1064 Popan6112 (@Popan6112) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 14:45
    ร้ายยยยยยย คุณจันทร์ร้ายที่สุดในเรื่องแล้ว สวดมนต์ให้เบจรอเลย โชคดีนะเบจ พรุ่งนี้นายอาจสบายท้องมากๆ
    #1,064
    0
  18. #1037 바람~ (@chocolatebt) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 20:49
    คุณจันทร์เป็นคนรวั๊ยรว๊าย 5555
    #1,037
    0
  19. #1030 nami-maya (@nami-maya) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 14:17
    หนีไปปปป...อ่า... คงไม่ทันสินะ
    #1,030
    0
  20. #1028 napa22 (@napa22) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 12:56
    โอ๊ยยยยย คุณจันทร์ ร้ายมากค่ะ!
    #1,028
    0
  21. #1025 jogod (@jochittranant) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 09:32
    ร้ายลึกนะคะ แหมๆรู้สึกบาปจัง ว่าคุณจันทร์คงจะต้องไปทำบุญละ
    #1,025
    0
  22. #967 Teddybear_EPN (@earn-pinyada) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 09:53
    ไว้อาลัยกับภูเบศ
    #967
    0
  23. #963 tanikanjh29 (@tanikanjh29) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 07:35
    ร้ายมากนะพ่อจันทร์
    #963
    0
  24. วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 00:54
    โอ้โห้ พ่อเบจเอ้ย ชะตาขาดนะพ่อน่ะ ไปๆเข้าวัดเถอะพ่อ
    #945
    0
  25. #918 Noodee Kunentarasai (@noooodee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 20:43
    เกียมเกลือแร่ให้นายเบจแร้ว คุณจันทร์ร้ายจริง ไม่พูดเยอะ5555555
    #918
    0