เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย [LinHoon] AU : Thai

ตอนที่ 1 : เสน่ห์จันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,267
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 579 ครั้ง
    11 ม.ค. 63





เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

บทที่ ๑ เสน่ห์จันทร์


ยามเย็น เรือนจันทร์ดาราฉาย


บ้านทรงสยามวิคตอเรียน บ้านเก่าในสมัยรัชกาลที่ ๕ ตัวเรือนสีเบจ ตั้งสง่าอยู่บนพื้นที่เกือบหนึ่งไร่ในซอยลึกแถบชานเมือง โดยรอบมีแมกไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ ต้นไม้บางต้นมีอายุเท่ากับเรือนหลังนี้


ความร่มรื่นอาจจะทำให้ยามค่ำเช่นนี้ดูสงบเยียบเย็นเกินไปสำหรับผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา แต่ผู้คนภายในเรือนจันทร์ดาราฉายนั้น ยังคงดำรงชีวิตอยู่ด้วยความสุขกายสบายใจ เช่น คุณหญิงมณีจันทร์


“แม่พวง” น้ำเสียงอบอุ่นของหญิงชราวัยเจ็ดสิบกว่าแผ่วเบา แต่คนสนิทเช่นแม่พวงที่นั่งอยู่ใกล้ชิดยังคงได้ยินชัดเจน


“ค่ะ คุณท่าน” แม่พวง หรือ ป้าพวง คนสนิทของคุณหญิงมณีจันทร์เป็นหญิงร่วงท้วม อายุเจ็ดสิบ ขยับมานั่งใกล้กับเก้าอี้โยกของคุณหญิง


“เย็นนี้ฉันยังไม่เห็นแม่ดารากับพ่อจันทร์ หลานของฉันเลยนะ ไปเล่นซนที่ไหน เย็นมากแล้ว”


“คุณเพชรพาคุณดาราไปเรียนไวโอลินที่สโมสรฯ ตั้งแต่บ่ายแล้วค่ะ ส่วนคุณจันทร์ ตอนนี้อยู่ที่ครัวหลังบ้านกับคุณอรุณค่ะ” ได้ยินแล้วคุณหญิงมณีจันทร์ก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ มองต้นสารภีต้นใหญ่นอกเรือน


“พ่อเพชรนี่ก็แปลกคน ลูกสาวล่ะพาออกนอกบ้าน ส่วนลูกชายกลับให้ขลุกอยู่ท้ายครัว” ป้าพวงได้ฟังก็คลี่ยิ้ม


“คุณท่านอย่าตำหนิคุณเพชรเลยค่ะ คราวนี้คุณดารารบเร้าว่าจะต้องเรียนไวโอลินให้ได้ อย่างไรก็ไม่ยอมท่าเดียว คุณเขาเลยตามใจ ส่วนคุณจันทร์ เธอก็ชอบทำขนมเหลือเกินค่ะ วันหยุดทีไรเป็นต้องตามคุณอรุณเข้าครัว”


คุณหญิงมณีจันทร์ยิ้มละไม แม้จะอายุล่วงเลยมาขนาดนี้แล้ว แต่มองเพียงครู่เดียวก็รู้ได้ว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน คุณหญิงเป็นสาวสวยไม่เป็นรองใครในกรุงแน่นอน


“แม่ดารานี่คงไม่เอาดีเรื่องสืบทอดตำราขนมของสกุลสินะ”


“แต่คุณดาราเธอทำอาหารคาวอร่อยนะคะ ถึงจะอายุแค่สิบขวบ แต่เห็นแม่สุรีบอกว่าคุณดาราเธอทำแกงเหลืองได้รสดีเหมือนต้นตำรับเชียวค่ะ”


“ส่วนพ่อจันทร์ แค่ไข่ดาวก็ทำเอาครัวเกือบพัง” ป้าพวงกลั้นขำ ที่ได้ยินเรื่องเกินจริง


“คุณจันทร์เธอชอบทำขนม คุณท่านคะ คุณจันทร์ปีนี้เพิ่งหกขวบเองนะคะ แต่วันนี้เธอกำลังทำขนมพระพาย”


“หืม? ขนมพระพาย” ป้าพวงพยักหน้ารับกับคำถามย้ำของคุณหญิง แล้วเอ่ยอย่างภูมิใจในตัวของเจ้านายตัวน้อย


“ค่ะ เห็นว่าคราวแรกจะทำขนมเสน่ห์จันทร์ แต่ลูกจันหมด เลยเปลี่ยนเป็นขนมพระพายแทน”


“ขนมพระพาย ไม่ได้ทำกันง่าย ๆ แค่ถั่วทองกวนก็ต้องอบควันเทียนครึ่งค่อนวัน ไหนจะแป้งก้อนสีต่าง ๆ อีก นึกยังไงแม่อรุณถึงสอนลูกทำขนมยาก ๆ แบบนั้น พ่อจันทร์เพิ่งจะหกขวบ จะไปคล่องงานขนมโบราณแบบนี้ได้ยังไง” คุณหญิงเอ่ยแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก เพราะก็เชื่อในฝีมือของลูกสะใภ้คนนี้อยู่มาก


“เห็นว่าคุณอรุณให้คนไปหาซื้อผงลูกจันทน์เพิ่มไม่ได้น่ะค่ะ ของขาดตลาด เลยต้องเปลี่ยน”


“แล้วลูกจันทน์แห้งที่เรือนเราไม่มีแล้วเหรอ ไม่เอาไปบดเก็บไว้บ้างล่ะ”


“หมดไปแล้วค่ะ วันนี้ก็ไปหาที่สวนของของตามิ่ง แต่หลานชายของตามิ่งป่วย”


“หลานตามิ่งป่วย? พ่อหนูลมน่ะเหรอ”


“ค่ะ ป่วยอีกแล้ว เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลกันวันนี้ เลยไม่มีใครเก็บผลจันทน์แห้ง” คุณหญิงพยักหน้ารับรู้  


“แม่พวงเดี๋ยวลงไปดูที่ครัวหน่อยแล้วกัน ฉันอยากรู้ว่าพ่อจันทร์ทำขนมเป็นอย่างไรบ้าง แล้วก็หาอะไรติดไม้ติดมือไปเยี่ยมหลานตามิ่งสักหน่อย ยังไงเสียตามิ่งก็คนเก่าคนแก่ของเรา บ้านใกล้เรือนเคียง เราพึ่งพาเขาก็ไม่น้อย”


“ค่ะ อิฉันจะไปจัดการ” ป้าพวงขยับเคลื่อนตัวออกจากห้องพักผ่อนของคุณหญิงมณีจันทร์ เพื่อไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา


ต้นตระกูลของคนบนเรือนจันทร์ดาราฉายเป็นห้องเครื่องในวังเก่า โดยดูแลเรื่องขนมหวานขึ้นถวายแด่สเด็จฯ ดังนั้นลูกหลานจึงได้รับการสืบทอดฝีมือ สูตรลับต่าง ๆ ของขนมโบราณ จนถึงรุ่นของคุณหญิงมณีจันทร์ ซึ่งมีลูกชายเพียงคนเดียว คือเพชรน้ำหนึ่ง แต่กลับไม่มีความสามารถด้านขนมเลยสักนิด จนกระทั่งเพชรน้ำหนึ่งแต่งงานกับอรุณพิศตามบุพเพฯ ที่คุณหญิงผูกให้เอง เธอจึงถ่ายทอดสูตรลับของขนมไทยให้แก่ลูกสะใภ้ และก็ไม่ผิดหวัง


เพชรน้ำหนึ่งรับราชการในตำแหน่งใหญ่โต ส่วนอรุณพิศนั้นเป็นแม่บ้านที่เก่งและหัวสมัยใหม่ เธอขอให้คุณหญิงมณีจันทร์เปิดบ้านจันทร์ดาราฉาย สร้างเรือนรับรอง และจัดการตกแต่งพื้นที่ให้เป็นร้านอาหาร ซึ่งเน้นสร้างบรรยากาศสมัยเก่า รสชาติอาหารไทยโบราณที่เธอมีเป็นวิชาติดตัว ทั้งสูตรขนมไทยดั้งเดิมที่แม่สามีสั่งสอน


เพียงไม่นานร้านอาหาร “เสน่ห์จันทร์ดาราทอง” ก็ขึ้นชื่อลือชาเป็นที่รู้จัก


ตอนนี้ไม่มียศศักดิ์หรือตำแหน่งใดใดเช่นต้นตระกูล คุณหญิงมณีจันทร์ก็ไม่ได้เจ้ายศเจ้าอย่าง เธออยู่ในเรือนนี้เป็นคุณแม่แก่ ๆ ของลูก เป็นย่าขี้บ่นของหลาน ๆ มองความเป็นไปของยุคสมัยที่หมุนเวียน มองความสำเร็จของลูกหลานแล้วก็ได้แต่ยิ้ม และคิดว่า... ดีแล้ว



 

ท้ายเรือนจันทร์ดาราฉาย


เรือนหลังใหญ่แห่งนี้มีครัวอยู่หลังบ้านถึงสามครัว ครัวแรกเป็นห้องครัวที่อยู่ติดกับเรือนใหญ่ มีไว้สำหรับทำอาหารสำหรับขึ้นบนเรือนจันทร์ดาราฉาย ครัวที่สองอยู่ในห้องอาหารที่ปลูกแยกห่างตัวเรือนออกมาเล็กน้อย ถือว่าเป็นครัวของร้านเสน่ห์จันทร์ดาราทอง ส่วนครัวที่สามอยู่ห่างออกไปอีกหลายสิบเมตร เป็นครัวที่ปลูกขึ้นสำหรับการทำขนม


และเป็นพื้นที่ที่ถือว่าเป็นเขตหวงห้ามของคนนอกเรือนจันทร์ดาราฉาย แม้แต่คนในเรือน ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มาทำงานที่นี่


ป้าพวงเดินมาถึงครัวที่สาม มองหาคนที่ต้องการพบ แต่ก็เจอเพียงคุณอรุณพิศที่กำลังนั่งจัดขนมไทยต่าง ๆ ใส่จานกระเบื้องลายคราม เห็นดังนั้นเธอจึงเดินเข้าไปหา และนั่งลงบนพื้นใกล้กับตั่งไม้ที่อรุณพิศนั่ง


“อ้าวป้าพวง นั่งทำไมตรงนั้นคะ ขึ้นมานั่งกับอรุณบนนี้ค่ะ”


“อย่าดีกว่าค่ะ อิฉันนั่งตรงนี้เหมาะกว่า” อรุณพิศมองค้อน เธอเหนื่อยจะบ่นกับคนในบ้านนี้แล้วเรื่องมารยาทเจ้านายกับลูกน้อง ยิ่งกับป้าพวง เธอนั้นหมดทางจะสรรหาคำมาหลอกล่อแล้ว


“ป้าพวงทำอรุณบาปรู้ไหมคะ ให้คนแก่นั่งกับพื้น” ป้าพวงไม่ว่ากล่าวอะไร นอกจากยิ้ม แล้วมองจานกระเบื้องซึ่งมีขนมพระพายก้อนพอดีคำสีสันต่าง ๆ วางบนใบตองที่ตัดเป็นรูปวงกลม มีน้ำกะทิราดด้านบนเล็กน้อย 


“ป้าพวงลองชิมสักคำนะคะ” อรุณพิศพูดพร้อมรอยยิ้ม และส่งสายตาคาดโทษปรามป้าพวงทันที เพราะเกรงว่าคนสนิทของแม่สามีจะปฏิเสธด้วยความเกรงใจ เธอใช้ถ้วยกระเบื้องใบเล็กขนาดเท่าก้นแก้ว ขอบหยักกลีบดอกไม้ วางใบตองที่ตัดไว้รองก้นถ้วย จากนั้นตักเอาขนมพระพายสีสวยมาวางบนใบตอง แล้วราดน้ำกะทิเล็กน้อย ส่งให้กับป้าพวงพร้อมช้อนเงิน


“ขอบคุณค่ะ” ป้าพวกรับถ้วยขนมพระพายมาโดนไม่อิดออด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่เธอชิมฝีมือของอรุณพิศ และแน่นอนว่าไม่มีครั้งไหนน่าผิดหวัง “แป้งเหนียว นุ่ม ฉ่ำ หอมน้ำดอกไม้มากค่ะ ไส้ถั่วทองก็หวานพอดี กลิ่นหอมติดในปาก ฝีมือคุณอรุณไม่เคยตกเลยค่ะ”


อรุณพิศยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจว่า 


“ฝีมืออรุณที่ไหนล่ะคะป้าพวง ทั้งหมดเนี่ยคุณจันทร์ทำเองทั้งนั้น”


“หา?” ป้าพวงเผลออุทานออกมาอย่างลืมกิริยา จนต้องรีบยกมือขึ้นปิดปาก


“ตกใจอะไรกันป้าพวง วันนี้ใคร ๆ ก็รู้กันทั้งเรือนว่าคุณจันทร์ทำขนมพระพาย”


“อิฉันตกใจก็เพราะเป็นคุณจันทร์เธอทำนี่แหละค่ะ” ป้าพวงมองหน้าอรุณสลับกับขนมพระพายและถ้วยกระเบื้องในมือของเธอ นึกถึงรสชาติขนมที่กลืนไปเมื่อสักครู่


“ไม่เชื่อเหรอคะ”


“ไม่ใช่อิฉันไม่เชื่อนะคะ อิฉันรู้ แต่ไม่คิดว่า... รสมือคุณจันทร์จะอร่อยขนาดนี้”


“คุณจันทร์มีพรสวรรค์เรื่องนี้ค่ะ ป้าพวงขึ้นไปรายงานคุณแม่ได้เต็มที่เลยนะคะ บอกท่านเลยว่า จันทร์ดาราฉาย มีคนสืบทอดที่ยอมเยี่ยมแล้วค่ะ”





ทางเดินจากครัวที่สาม เมื่อลัดเลาะมาตามรั้วของเรือน สักพักใหญ่ จะเจอประตูเล็กที่เชื่อมกับพื้นที่ของข้างบ้าน ซึ่งเป็นสวนกล้วยและพืชพันธุ์ต่าง ๆ


“พี่ชบาครับ คุณจันทร์จะโดนคุณย่าท่านตำหนิเรื่องเมื่อสักครู่ไหมครับ” เด็กน้อยวัยหกขวบเอ่ยถาม ขณะที่เดินไปตามทางกลางสวนกล้วย


พี่ชบา คือหญิงสาววัยสิบแปด ญาติของเธอเป็นคนบ้านเดียวกับป้าพวง เห็นว่าเธอไม่ได้เรียนหนังสือ เลยฝากให้มาทำงานในเรือนจันทร์ดาราฉาย ป้าพวงเองเห็นว่าเธอไม่ได้เกเรอะไร เลยช่วยฝากฝัง จนได้อยู่เป็นคนคอยดูแล เสน่ห์จันทร์ ลูกชายคนเล็กของเพชรน้ำหนึ่งกับอรุณพิศ


“ไม่หรอกค่ะคุณจันทร์ อย่ากังวลไปเลย คุณจันทร์ไม่ได้ตั้งใจสะดุดจนชุดกระเบื้องลายครามตกแตกสักหน่อยค่ะ”


“คุณจันทร์เสียดาย”


“พี่ชบาเข้าใจค่ะ ถ้วยกระเบื้องชุดนั้นน่าจะหลายบาท” เด็กน้อยวัยหกขวบที่ถือถาดและฝาครอบกระเบื้องลายเดียวกันไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา


เสน่ห์จันทร์เสียดายเหลือเกิน...


ขนมพระพายตั้งหลายชิ้นตกเปื้อนดินไปหมด...


เฮ้ออออ


 



เสน่ห์จันทร์ จันทร์ดาราฉาย หรือ คุณจันทร์ เป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน ชื่อของเขามีคุณหญิงมณีจันทร์เป็นคนตั้ง มาจากชื่อขนมไทย ส่วนพี่สาวของเขา คือ ดาราทอง จันทร์ดาราฉาย หรือ คุณดารา ดาราทองคือชื่อขนมไทย


เด็กน้อยเติบโตมาก็พบเจอกับขนมไทยมากมาย รอบกายของเขามีแต่กลิ่นน้ำลอยดอกมะลิ ควันเทียนอบ ดอกไม้สีต่าง ๆ ที่นำมาเป็นส่วนผสมของขนมไทย ไม่แปลกเลยที่เสน่ห์จันทร์จะชอบขนมไทยเหล่านั้น


แม้เขาจะเป็นเพียงเด็กน้อยตัวผอม แขนขายาวเก้งก้าง แต่เสน่ห์จันทร์ก็มีพรสวรรค์เกี่ยวกับเรื่องขนม จมูกของเขารับรู้กลิ่นต่าง ๆ ได้ดีมาก ลิ้นรับรสสัมผัสเป็นเลิศ แววตาสวยช่างสังเกต ความช่างจดช่างจำและความคิดสร้างสรรค์ที่มีมาเรื่อย ๆ เกินเด็กวัยเดียวกัน


ถึงอย่างนั้น เสน่ห์จันทร์ก็ไม่ได้ทำแต่ขนมเพียงอย่างเดียว เขาลองทำอาหารคาวกับพี่สาวด้วย แต่เหมือนเขาจะไม่มีความสามารถทางด้านอาหารคาวสักเท่าไร เด็กน้อยจึงสนใจแต่ขนมเสียมากกว่า ไหนจะเพราะเพื่อนบ้านติดกันอีกเล่า


เสน่ห์จันทร์และพี่ชบาเดินมาจนถึงบ้านของตามิ่ง ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้นใต้ถุนโล่ง แต่ส่วนมากก็มีบรรดาพืชพันธ์ุ ของใช้ต่าง ๆ วางจนเต็มพื้นที่


เด็กน้อยเงยขึ้นมองชานเรือน ที่มีบันไดทอดยาวลงมา และเป็นพี่ชบาที่เอ่ยเรียกคนบนเรือน 


“ตามิ่งจ๊ะ น้ายุพิน อยู่บ้านไหมจ๊ะ” สิ้นเสียงเรียกของพี่ชบา มีเสียงฝีเท้าย่ำเดินบนเรือน แม้จะไม่ได้ดังมาก แต่ก็พอจะรู้ว่าเจ้าของบ้านรีบร้อนไม่น้อย และเมื่อรออยู่เกือบครึ่งนาที ก็ปรากฏร่างของตามิ่งเดินมาหยุดที่ชานเรือน


“อ้าว! คุณจันทร์หรือเหรอครับ”


“สวัสดีครับคุณตามิ่ง” เพราะในมือของเสน่ห์จันทร์ถือถาดกระเบื้องลายครามอยู่ เด็กน้อยจึงยกมือไหว้ไม่ได้ เลยได้แต่คำนับศีรษะลง เห็นอย่างนั้นตามิ่งก็เฉยไม่ได้ รีบเดินลงจากเรือนทันที


“อย่าทำแบบนั้นครับคุณจันทร์ โอ๊ย นรกกินหัวไอ้มิ่งพอดี” ตามิ่งลงมาถึงพื้น ก็ยืนกุมมือไว้อย่างพินอบพิเทาตามประสาคนเก่าคนแก่ของเรือนจันทร์ดาราฉาย


“ทำไมล่ะครับ ก็คุณตามิ่งเหมือนญาติผู้ใหญ่ของคุณจันทร์ คุณจันทร์เสียอีกที่เสียมารยาท ยกมือไหว้คุณตามิ่งไม่ได้”


“ไม่เอา ๆ ไม่ทำนะครับคุณจันทร์ แม่ชบานี่ก็ยังไง ปล่อยให้คุณจันทร์ทำแบบนี้”


“โธ่ตา ชบาห้ามคุณจันทร์เธอได้ที่ไหนล่ะคะ ขนาดจะถือถาดขนมให้ คุณจันทร์ยังไม่ยอม”


เสน่ห์จันทร์ยิ้มให้ตามิ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปบนเรือน 


“พี่สายลมล่ะครับ คุณจันทร์มาเยี่ยมพี่สายลม” ตามิ่งไม่ทันได้ตอบว่าหลานชายของตนเองกำลังทำอะไรอยู่ คำตอบก็โผล่มาในสายตาของคนถามแล้ว


สายพิรุณ หรือ สายลม เด็กชายวัยสิบขวบ เดินออกมาที่ชานเรือน เกาะราวบันไดไว้มั่น ดวงตาคู่สวยที่เหมือนมีดวงดาวนับร้อยพันส่องประกายหรี่แคบ ก่อนจะหยักโค้งเป็นสละอิเพราะยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าใครมาเยี่ยม


“น้องจันทร์”


“เจ้าลม! เรียกคุณจันทร์อย่างนั้นไม่ได้” ตามิ่งเอ็ดหลานชายของตนเองทันที แต่เจ้าของชื่อไม่ได้ถือสาอะไรเลยสักนิด


“ไม่เป็นไรครับคุณตามิ่ง คุณจันทร์อายุน้อยกว่าพี่สายลม เรียกคุณจันทร์ว่าน้องก็ถูกแล้วครับ”


“ไม่ได้ครับ ไม่ได้จริง ๆ” อย่างไรตามิ่งก็ไม่ยอมตีตนเสมอท่าน เป็นเรื่องที่เสน่ห์จันทร์ยังไม่เข้าใจนัก ว่าเพราะอะไร ทำไมใครต่อใครถึงต้องนอบน้อมกับเด็กน้อยเช่นเขา ทว่าเรื่องนี้ก็ถูกปัดออกจากความสนใจอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่า สายพิรุณกำลังจะลงเรือนมาหา


“พี่สายลมไม่ต้องลงมาครับ เดี๋ยวคุณจันทร์ขึ้นไปหา พี่สายลมไม่สบายอย่าเดินมากจะดีกว่า” ไม่พูดเปล่า เสน่ห์จันทร์ถอดรองเท้าแล้วเดินขึ้นบันไดไปทันที ราวกับกลัวว่าช้าเพียงก้าวเดียวสายพิรุณจะกลิ้งลงจากบันได


บนเรือนของตามิ่งนั้นเปิดโล่ง มีห้องนอนเพียงห้องเดียว ซึ่งเป็นห้องของยุพิน ลูกสาวของตามิ่ง และลูกเขย หรือก็คือ พ่อแม่ของสายพิรุณนั่นเอง ส่วนตามิ่งนั้น กั้นห้องด้วยผ้าม่านง่าย ๆ ด้านหนึ่ง อีกด้านก็เป็นตู้ไม้เก่าที่ยกมาขวางเป็นผนัง ใช้เป็นที่หลับนอนของตนเองยามกลางคืน โดยให้หลายชายอย่างสายพิรุณนอนด้วย กลางวันก็จะพับเก็บที่นอน ของใช้ส่วนตัวใส่ตู้ไว้ แต่สำหรับวันนี้ ที่นอนหมอนมุ้งที่เคยเก็บเรียบร้อย ถูกนำออกมาใช้งานเร็วกว่าปรกติ เพื่อให้สายพิรุณซึ่งเพิ่งดีขึ้นจากอาการเจ็บไข้ได้นอนพัก


สายพิรุณ เป็นเด็กรูปร่างท้วมเล็กน้อยตามประสาเด็กกินเก่ง ใบหน้ากลม แก้มยุ้ย ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้ม ที่น่ามองที่สุดของเด็กน้อยคงเป็นดวงตาที่สวยหวาน และนัยน์ตาที่เหมือนมีดวงดาวส่องแสงระยิบระยับในนั้น แม้ว่าตอนนี้เจ้าตัวจะดูซีดเซียวเพราะเจ็บป่วยอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าสภาพร่างกายดีกว่าภาพในหัวที่นึกคิดไว้ก่อนหน้า


“คุณจันทร์นั่งที่เก้าอี้ตรงนี้ก่อนครับ ผมจะไปเอาน้ำเอาท่ามาให้ดื่มแก้ร้อน”


“คุณตามิ่งอย่าลำบากเลยครับ คุณจันทร์ไม่ร้อน แล้วเดี๋ยวคุณจันทร์จะนั่งกับพี่สายลม” เสน่ห์จันทร์พูดจบก็เดินไปทรุดนั่งข้างฟูกผืนบาง ซึ่งสายพิรุณใช้เป็นที่นอนพัก


เมื่อเห็นอย่างนั้นตามิ่งก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ไอ้เขาก็แค่ชาวบ้านชาวสวน บ้านช่องไม่ได้หรูหราเหมือนเรือนจันทร์ดาราฉาย กลัวว่าพื้นไม้เก่า ๆ จะทำให้ลูกหลานเจ้านายเก่าจะนั่งไม่สบาย


“ตาไม่ต้องกังวลหรอกจ้ะ คุณจันทร์เธอเป็นคนอยู่ง่าย ๆ” พี่ชบาเอ่ยเสียงเบาให้ตามิ่งได้ยินและสบายใจ ก่อนจะนั่งลงบนพื้นกลางเรือนของตามิ่ง ทิ้งระยะห่างจากแผ่นหลังของเจ้านายตัวน้อย ซึ่งนั่งปักหลักรอให้เจ้าของที่นอนมานั่งที่เสียที


สายพิรุณยังไม่ค่อยสดใสดีนัก ดังนั้นจึงเชื่องช้าต่างจากเดิมอยู่มาก แต่สุดท้ายเด็กน้อยก็ค่อยเดินไปนั่งบนที่นอน ซึ่งตนเองเพิ่งลุกขึ้นมา


“พี่สายลมเจ็บตรงไหนบ้างครับ คุณจันทร์ไม่ได้ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลเลย” เด็กน้อยเอ่ยถาม เมื่ออีกฝ่ายนั่งลงบนฟูกแล้ว


“พี่ปวดท้องครับน้อง...” สายพิรุณกำลังจะเอ่ยชื่อของเสน่ห์จันทร์ แต่เหลือบไปเห็นสายตาของตามิ่งที่มองอย่างห้ามปราม ก็ชะงักไป “ผมปวดท้องครับคุณจันทร์ ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว”


“เรียกคุณจันทร์ว่าน้องจันทร์ก็ได้ครับ” เสน่ห์จันทร์แก้ แต่สายพิรุณหลบตา เห็นแบบนี้แล้วเด็กน้อยก็ไม่คาดคั้น วางถาดกระเบื้องลายครามลง “พี่สายลมกินข้าวเย็นหรือยังครับ คุณจันทร์ทำขนมพระพายมาฝาก ถ้ากินข้าวแล้วจะได้กินขนมล้างปากสักหน่อย”


สายพิรุณส่ายหน้า แล้วเสียงถอนหายใจของตามิ่งก็ดังแทรกเข้ามา ทำให้เสน่ห์จันทร์ต้องหันไปมอง 


“เจ้าลมไม่ยอมกินข้าวครับคุณจันทร์ ตอนอยู่โรงพยาบาลก็ยังดีว่ากินได้บ้าง ได้น้ำเกลือช่วยบ้าง แต่พอกลับบ้านมา ข้าวสักคำก็ไม่ยอมเคี้ยว”


“ตา...” ตามิ่งทำตาดุใส่หลานชายคนเดียว ก่อนจะหันไปตอบคำถามของพี่ชบา


“หมอว่าไงบ้างจ๊ะ”


“โรคเบื่ออาหาร แล้วพอไม่กินก็จะกลายเป็นโรคกระเพาะน่ะสิ ที่ปวดท้องเพราะแบบนี้แหละ” เสียงพูดคุยเข้าหูของเสน่ห์จันทร์ เด็กน้อยหันกลับไปมองเพื่อนบ้านที่อายุมากกว่าสี่ปี


“ไม่กินข้าวไม่ได้นะครับ”


“แต่ผมไม่หิว กินแล้วก็อ้วก”


“กับข้าวไม่ถูกปากเหรอครับ คุณจันทร์ให้คุณป้าสุรีทำกับข้าวเผื่อไหมครับ” ไม่ต้องรอให้คุณตาปราม สายพิรุณก็ส่ายหน้าหวือ ขนาดจะเรียกเสน่ห์จันทร์ว่าน้อง ยังทำไม่ได้ ถ้าต้องรบกวนให้อีกฝ่ายทำอาหารมาส่ง สายพิรุณคงโดนคุณตาลงหวายแน่ ๆ


“คุณจันทร์ไม่ต้องลำบากครับ”


“ก็พี่สายลมไม่กินข้าวที่คุณน้ายุพินทำนี่ครับ อาจจะไม่ถูกปาก”


“เดี๋ยวผมกินครับ แค่ตอนนี้ยังไม่หิว” ไม่ใช่ว่าเด็กน้อยอย่างเสน่ห์จันทร์ไม่เชื่อ แต่เวลาเย็นขนาดนี้แล้ว คนป่วยก็ควรได้กินข้าว ดังนั้นเด็กน้อยจึงหันไปทางตามิ่งอีกครั้ง


“คุณตามิ่งครับ กับข้าวของพี่สายลมอยู่ไหนครับ เดี๋ยวคุณจันทร์จะไปยกมาให้”


“ไม่ต้อง ๆ ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมจัดการเองครับ” ไม่รอช้าตามิ่งรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปอีกฝั่งของบ้าน ซึ่งเป็นห้องครัว ตอนนั้นเองที่มีเสียงตะโกนจากใต้ถุนเรือน เป็นเสียงของยุพินลูกสาว ร้องเรียกให้ตามิ่งไปช่วยยกเข่งใบตองที่อยู่กลางสวน เพราะลำพังเธอกับสามีทำไม่ทัน


ตามิ่งรีบนำจานข้าวผัดไข่ที่ยังอุ่นอยู่มาให้สายพิรุณ ก่อนยุพินจะเข้าไปในสวนกล้วย เธอทำกับข้าวไว้ให้ลูกชายแล้ว และให้อยู่กับเรือนโดยฝากตามิ่งช่วยดู จนเสน่ห์จันทร์มาหานี่แหละ


“ผมไปช่วยแม่ยุพินขนใบตองก่อนนะครับคุณจันทร์ เอ่อ... ก่อนพ่อเจ้าลมจะเข้าสวน ผมบอกให้ดูผลจันทน์แห้งไว้ด้วย ถ้าได้มามากน้อยยังไง ผมจะรีบบดแล้วเอาไปส่งให้เรือนจันทร์ดาราฉายนะครับ”


“ขอบคุณมากครับ คุณตามิ่งอย่ายกของหนักเกินไปนะครับ”


“ครับ” ตามิ่งถอยออกมาแล้วลงเรือนไป พี่ชบายังนั่งอยู่ที่เดิม มองเห็นใบตองสองพับที่วางอยู่ไม่ไกลและกระทงใบตองที่เย็บค้างไว้ คาดว่าของเป็นฝีมือตามิ่งที่ทำค้างไว้ จึงทำต่อฆ่าเวลารอเจ้านาย


 

“พี่สายลมกินอีกสักคำสิครับ” เสน่ห์จันทร์มองช้อนที่ถูกวางไว้ในจาน หลังจากที่สายพิรุณใช้ตักข้าวเข้าปากไม่กี่คำ


“ไม่ไหวแล้วครับ ผมไม่หิว” สายพิรุณเอ่ยเสียงเบา มองข้าวผัดฝีมือแม่ยุพินด้วยสายตาเสียดาย ถ้าเป็นก่อนหน้านี้สายพิรุณคงจัดการจนเกลี้ยงจาน แต่ตอนนี้กลับไม่นึกอยากเลยสักคำ


“พี่สายลมจะไม่หายป่วยนะครับ” แม้จะถูกคั้นคะยอแค่ไหน แต่สายพิรุณก็ไม่สามารถตักอะไรเข้าปากได้อีก เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ “ถ้าเป็นอย่างนี้ พี่สายลมก็จะไม่หาย แล้วใครจะไปเล่นกับคุณจันทร์ที่เรือนล่ะ คุณจันทร์เหงานะครับ”


“แต่...” สายพิรุณจะค้าน แต่เมื่อสบตากับดวงตาใสซื่อของเสน่ห์จันทร์ ก็พูดไม่ออกและก็ไม่รู้ว่าจะค้านอย่างไร ครั้นจะตักข้าวกิน ก็ไม่ไหวแล้ว แต่เมื่อเหลือบไปเห็นถาดกระเบื้องที่มีฝาปิดอยู่ ก็พอจะนึกออก “น้อง... เอ่อ คุณจันทร์ทำขนมเหรอครับ”


“...”


“คุณจันทร์?”


“คุณตามิ่งไม่อยู่แล้ว เรียกคุณจันทร์ว่าน้องจันทร์เหมือนทุกทีก็ได้ครับ”


“...”


“นะครับ”


“...” สายพิรุณก้มหน้า เหลือบไปมองพี่ชบา ซึ่งก็ทำเป็นไม่ได้ยินอะไร ก็ในเมื่อเจ้านายของเธอต้องการอย่างนั้น เธอก็ไม่ค้านอะไร


“พี่สายลม”


“น้องจันทร์ทำขนมอะไรมาน่ะ เมื่อกี้พี่ฟังไม่ถนัด” เมื่อได้ยินสรรพนามที่ถูกใจแล้ว เสน่ห์จันทร์ก็ยิ้มออก เด็กน้อยเปิดฝากระเบื้อง ก่อนจะช้อนสายตามองสายพิรุณซึ่งมีสีหน้าตื่นตะลึงกับขนมก้อนสีสันงดงามตรงหน้า


“ขนมพระพายครับ คุณจันทร์ทำเอง”


“น่ากินมาก”


“งั้นพี่สายลมกินหลาย ๆ คำนะครับ” เสน่ห์จันทร์พูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง แต่สายพิรุณไม่ยอมหยิบขนมไปกิน ทำให้เด็กน้อยต้องจ้องมองอีกฝ่ายจนเต็มตาอีกครั้ง “พี่สายลม... ไม่อยากกินเหรอครับ”


“...พี่กลัวอ้วก”


“ไม่เป็นไรครับ ถ้าอ้วก คุณจันทร์จะดูแลพี่สายลมเองนะครับ มาครับ คุณจันทร์ป้อน” ไม่พูดเปล่า เสน่ห์จันทร์หวังจะใช้ช้อนเงินคันเล็กตักขนมพระพายสีชมพูที่คั้นน้ำจากผลกระเจี๊ยบ แล้วนำมานวดกับแป้งจนได้สีชมพูสวย แต่มองแล้วกลับไม่เห็นช้อนเงิน อาจจะเพราะตอนที่กลับไปเอาขนมรอบที่สองนั้นรีบมากเกินไปเลยลืมหยิบมาด้วย และเสน่ห์จันทร์ก็ไม่รู้ว่าที่บ้านของสายพิรุณมีช้อนคันเล็ก ๆ บ้างไหม แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ เด็กน้อยไม่คิดจะใช้ช้อนตักข้าวผัดคันนั้น


“คุณจันทร์ใช้มือนะครับ” สายพิรุณพยักหน้าและอ้าปากรับขนมพระพายก้อนเล็ก กลิ่นหอมที่ติดแป้งเหนียวนุ่ม รสชาติฉ่ำลิ้นนั้นคือกลิ่นดอกมะลิอบอวลอยู่ในปาก ผสมกับรสของกะทิข้นทำให้ไม่รู้สึกหวานเลี่ยนเกินไป ไหนจะไส้ถั่วทองนุ่มลิ้น รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมหวานจากการอบควันเทียนนานหลายชั่วโมงนั้นอีก


เด็กน้อยเผลออมขนมชิ้นเล็กนั้นไว้ ไม่กล้ากลืนเพราะเสียดายความอร่อย 


“พี่สายลมอย่าอมสิครับ ไม่อร่อยเหรอ”


“อร่อย” สายพิรุณรีบแก้ ก่อนจะเคี้ยวขนมแล้วกลืนลงคออย่างรวดเร็ว “อร่อยจนไม่อยากกลืน พี่เสียดาย” ได้ยินแล้วเสน่ห์จันทร์ถึงกับยิ้มกว้างจนดวงตาปิดเป็นเส้นโค้ง


“คุณจันทร์ทำมาเยอะแยะครับ ถ้าพี่สายลมชอบ ที่เรือนก็ยังมีอีก คุณจันทร์จะให้พี่ชบาไปเอามาเพิ่มให้” สายพิรุณรีบส่ายหน้า เพราะแม้ว่าพี่ชบาจะสามารถไปเอาของอร่อยให้ตนเองได้และบ้านก็ติดกัน แต่เพราะบ้านของสายพิรุณนั้นอยู่ในสวนกว้าง กว่าพี่ชบาจะเดินกลับมาคงเหนื่อยหอบ เขาไม่อยากรบกวน


“นี่ก็เยอะแล้ว” สายพิรุณเอ่ย พร้อมกับอ้าปากรับเอาขนมพระพายสีน้ำเงินอมม่วงเข้าปาก สีนี้คงเกิดจากดอกอัญชัน


“จริง ๆ เมื่อกี้คุณจันทร์ทำถาดขนมตกกลางทางด้วยแหละครับ แตกหมดเลย ต้องเดินกลับไปเอามาใหม่” เสน่ห์จันทร์เล่าให้สายพิรุณฟัง ตั้งแต่ไหนแต่ไรที่เด็กสองคนนี้อยู่ด้วยกัน ก็จะผลัดกันเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้กันฟัง ดังนั้นไม่แปลกที่เสน่ห์จันทร์จะเล่าเรื่องความซุ่มซ่ามของตนเองอย่างไม่เขินอาย 


“คุณจันทร์เห็นว่าถาดมีลายสวย อยากให้ขนมวางอยู่ในของสวย ๆ แต่มันหนัก แถมพอตกแล้วก็แตกง่าย ไม่รู้คุณย่าจะเคืองคุณจันทร์ไหม”


“คุณหญิงย่าจะตีน้องจันทร์ไหม”


“ไม่ตีหรอกครับ” เสน่ห์จันทร์ยิ้ม หยิบขนมพระพายชิ้นที่สามป้อนให้กับสายพิรุณอีก


“พี่ชบาครับ”


“คะ?” ชบาเงยหน้าจากกระทงใบตองในมือ มองสายพิรุณด้วยสายตาเป็นคำถาม


“ถ้าคุณหญิงย่าจะตีน้องจันทร์ พี่ชบามาบอกลมได้ไหมครับ ลมจะให้คุณหญิงย่าตีลมแทน ที่น้องจันทร์ทำของแตกก็เพราะต้องยกเดินมาให้ลมไกล ๆ”


“เอ่อ...”


“พี่สายลมครับ คุณจันทร์บอกว่าคุณย่าจะไม่ตีคุณจันทร์ไงครับ พี่สายลมไม่ต้องห่วงนะครับ”


“แต่...”


“ถ้าคุณย่าจะตีคุณจันทร์จริง ๆ คุณจันทร์จะวิ่งมาซ่อนกับพี่สายลมดีไหมครับ” เสน่ห์จันทร์คิดหาทางออก ก่อนที่สายพิรุณจะวิ่งไปให้คุณหญิงมณีตีก้นแทนตนเองจริง ๆ และดูเหมือนความคิดนี้สายพิรุณจะเห็นด้วย ดังนั้นคนป่วยจึงยิ้มออก และอ้าปากกินขนมพระพายสีเขียวอ่อนจากใบเตย


พี่ชบามองดูเจ้านายตัวน้อยคอยดูแลเพื่อนคนสนิทก็ยิ้ม และก้มลงเย็บกระทงใบตองต่อไป ไหน ๆ พรุ่งนี้มันก็คงไปอยู่ในครัวของเรือนจันทร์ดาราฉายอยู่แล้ว เธอช่วยเย็บมากหน่อยก็คงไม่เป็นไร

 



สายพิรุณกินขนมได้เยอะมาก และขนมของเสน่ห์จันทร์ไม่ทำให้ท้องไส้มีปัญหา แต่ต่อให้ยังอยากกินอีกหลาย ๆ คำ ขนมที่เหลือก็ยังเยอะเกินไป


“เดี๋ยวเอาใส่ตู้ไว้ก่อนก็ได้ครับ เผื่อคุณตามิ่ง คุณพ่อคุณแม่ของพี่สายลมกลับมาเหนื่อย ๆ จะได้ลองชิม”


ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ พี่ชบาที่เห็นว่าตอนนี้เย็นมากแล้ว และกว่าจะเดินกลับเรือนคงมืดค่ำพอดี เธอจึงเอ่ยเตือนเจ้านายตัวน้อยเบา ๆ


“คุณจันทร์คะ พี่ว่าเรากลับเรือนกันก่อนเถอะค่ะ ใกล้เวลาอาหารค่ำที่เรือนแล้ว”


“แต่ยังไม่มีใครกลับมาเลยนะครับ คุณจันทร์เป็นห่วงพี่สายลม” จบประโยคของเสน่ห์จันทร์ก็เหมือนว่าทุกอย่างช่างพอดีกันไปหมด เพราะเสียงพูดคุยจากใต้ถุนเรือนไม้ของตามิ่งดังชัดขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นสัญญาณว่าทุกคนเดินกลับมาจากสวนกล้วยแล้ว


“พ่อกับแม่กลับมาแล้ว น้องจันทร์กลับก่อนก็ได้” เสน่ห์จันทร์ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่พยักหน้า


“หายเร็ว ๆ นะครับ จะได้ไปดูคุณจันทร์ทำขนม แล้วพรุ่งนี้คุณจันทร์จะทำขนมมาอีกนะครับ” สายพิรุณยิ้มแล้วรีบพยักหน้า “พี่สายลมชอบขนมพระพายไหม”


“ชอบ... น้องจันทร์ทำอร่อย พี่ชอบขนมที่น้องจันทร์ทำ”


“งั้น... คุณจันทร์จะทำมาให้กินบ่อย ๆ นะครับ” สายพิรุณพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะนึกขึ้นได้ เลยรีบพูดว่า


“ไม่ต้องเอาใส่ถาดกระเบื้องมาอีกนะน้องจันทร์ มันหนัก”


“ถ้าไม่ให้คุณจันทร์เอาใส่ถาดกระเบื้องมา แล้วจะให้คุณจันทร์เอาใส่อะไรมาเหรอครับ คุณจันทร์ไม่เอาใส่กล่องโฟมหรือถุงพลาสติกนะครับ ไม่ดีกับสุขภาพ ถ้วยชามธรรมดาก็ไม่สวย” สายพิรุณเอียงคอคิด ก่อนที่ดวงตาจะเห็นใบตองและกระทงใบตองที่ตามิ่งและพี่ชบาทำไว้


“พี่จะทำกระทงใบตอง...”


“?”


“พี่จะหัดทำกระทงใบตองให้สวย ๆ สวยกว่าถาดกระเบื้อง แล้วให้น้องจันทร์ใช้ใส่ขนม มันไม่หนัก ตกก็ไม่แตกด้วย”


“พี่สายลมจะทำให้คุณจันทร์เหรอครับ”


“อื้อ” สายพิรุณพยักหน้ายืนยัน “แต่ต้องให้เวลาพี่หัดทำก่อนนะ” เสน่ห์จันทร์ยิ้มหวาน ชูนิ้วก้อยขึ้นตรงหน้า


“คุณจันทร์จะรอครับ” สายพิรุณยกนิ้วก้อยขึ้นเกี่ยว เขย่าเบา ๆ พร้อมรอยยิ้ม


“พี่จะเย็บกระทงใบตองให้สวยที่สุดเลย... สัญญา”


“คุณจันทร์ก็จะใช้แค่กระทงใบตองที่พี่สายลมเย็บให้เท่านั้นครับ... คุณจันทร์สัญญา”




*************************************



ถามว่านิยายเรื่องอื่น ๆ ล่ะ
............ไม่รู้สิ 55555


จริง ๆ ว่าจะลงเมื่อวานแล้วค่ะ แต่นั่นแหละ วันนี้ดีกว่า

อีกอย่าง... ตั้งใจว่าจะอัพวันละตอน เพราะนี่คือเดือนเกิดของสามี... เอ๊ยยยยยยย ของน้องหลินนนนนนน

เราก็ต้องขยันนิดเนิงงงงงง


ฝาก #เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย ด้วยนะคะ


ไม่ค่อยรู้เรื่องขนมไทยนักหรอกค่ะ ดังนั้นใครที่สนใจขนมไทยอยู่ มาแชร์กันนะคะ

ปล. พระเอกเรื่องนี้นุ่มนิ่มมาก ขอความกรุณาอย่ารุนแรงกับคุณจันทร์นะ

ปล. 2 บอกตัวเองทุกครั้งที่จับนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา คุณจันทร์เป็นของพระพาย! ท่องไว้ปุ้ย มึงท่องไว้ กี๊ดดดดด




#เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 579 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,397 ความคิดเห็น

  1. #2389 `โรฮันลัสกี้★ (@oam-kus40) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 02:33
    คุณจันทร์กับพี่ลมแสนจะน่าร้ากกกกกกก
    #2,389
    0
  2. #2364 Mychumild (@payphone) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 04:59
    น่ารักกกก
    #2,364
    0
  3. #2190 August to the moon (@Ping_Yaoi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 21:48
    รอบที่10แล้วจ้าา แงง เรื่องนี้มันดือมากๆๆๆ
    #2,190
    0
  4. #2050 Jkvlh. (@waritsara123456) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 14:53
    นุ่มนิ่มมากเลยยยย พระเอกนุ่มนิ่มมากแงงงตอนแรกนึกว่าเป็นนางเอก 😭🙏🏻
    #2,050
    0
  5. #2019 Luv Jihoonnie~~ (@kobkerojang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:29
    กลับมาอ่านอีกรอบเพราะคิดถึงหลินฮุน อ่านตอนใหม่ๆไม่ทันเพราะเราห่างหายไปนาน จะกลับมาอ่านให้ทันค่ะ
    #2,019
    0
  6. #1977 ลอร์ดโวลเดอมอร์ (@edwerd) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:54
    กลับมาอ่านอีกรอบ ก็ยังสนุกเหมือนเดิม ขอบคุณคนเขียนนะคะ ที่เขียนนิยายให้อ่าน
    #1,977
    0
  7. #1967 Ggamjong (@wate2ain) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 02:07

    คุณจันทร์~~

    #1,967
    0
  8. #1888 katooyaoi9080 (@katooyaoi9080) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 22:53
    ครั้งแรกอ่านในเล้ามันไม่ใช่ฟิค อันนี้เห็นวงเล็บหลินฮุน เราจะพยายามอ่านแบบไม่โฟกัสความเมจหลินฮุน ไม่ถนัดฟิคเลยหั้ยตัยเถอะะ ฮื้ออ
    #1,888
    0
  9. #1848 Kwonbori (@Kwonbori) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 00:54
    นุ้บนิ้บทั้งคู่เลยค่ะ เราเพิ่งมาตามอ่านเพราะอยากได้เล่ม อ่านตามก็คิดตาม อยากมีคนมาป้อนขนมให้บ้างจังเลยค่ะ
    #1,848
    0
  10. #1834 jihoonnn_s (@jihoonnn_s) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 10:52
    คุก คุก คุก 55555 งุ้ยยยย นุ่มๆนิ่มๆน่ารัก
    #1,834
    0
  11. #1805 panwinkinyourarea (@itisnan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 15:43
    เนี่ยกุชิพตั้งแต่น้องอายุเท่านี้เลย เคมีได้มากเป็นห่วงเป็นยัยยยยย รีบวิ่งขึ้นเรือนกลัวอีกคนจะกลิ้งลงมาไออ้วนลมไอตุ้ยนุ้ยไอน่ารัก
    #1,805
    0
  12. #1764 padme (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 13:48

    เปิดมาก็ชอบแล้ววววววว คุณจันทร์พี่พระพายวัยตะเล็กกกก

    #1,764
    0
  13. #1763 miniworld (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 13:29

    ตามามาจากในทวิตคืออออชอบงานเขียนแบบนี้ ละมุน แหมมคุณจันทร์ พี่พระพายเด็กน้อยวัยใสๆ ทำสัญยงสัญญากันแต่เด็กเนออะะะ

    #1,763
    0
  14. #1693 Ff_mino (@Ff_mino) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 10:10
    ไม่เคยอ่านนิยายเรื่องไหนที่ให้ความรู้สึกผู้ดีขนาดนี้มาก่อนเลยอ่ะ แล้วภาษาที่ใช้ก็สวยมากกกกกกกกกก นับถือคุณไรท์จริงๆ นี่เพิ่งมาอ่านตอนแรกก็ตกหลุมรักเข้าเต็มๆ ชอบเวลาที่คุณจันทร์แทนตัวเองว่าคุณจันทร์ พระเอกของฉันละมุนนุ่มนิ่มแต่ภายในดุแน่ๆ อีกอย่างคืออ่านแล้วทำให้เราอยากลองทานขนมไทยเลยอ่ะ ^^
    #1,693
    0
  15. #1388 pataran (@pataranan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 20:59

    กลับมาให้กำลังใจนักเขียนค่ะ ปกติไม่ได้เม้นท์เพราะไม่รู้จะเม้นท์อะไร ชอบเรื่องนี้มากนะคะ

    #1,388
    0
  16. #1383 ploythanaa (@ploythanaa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 13:58
    กลับมาอ่านด้วยความคิดถึงคุณจันทร์ของบ่าว
    #1,383
    0
  17. #1342 Dream_in_A_Dream (@reednier) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 00:20
    ภาษาดีมากค่ะ ชอบการนำชื่อขนมมาใช้
    #1,342
    0
  18. #1242 ppthana60 (@ppthana60) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 13:02
    กลิ่นอายยมะลิลามาก ชอบความละมุน คิดพลอต สเน่ห์แลลหนังฟิลไทยออกเลย ไรท์บรรยายดีมากค่ะ มีความละมุนอบอุ่น กลิ่นอายภาพโทนเย็นๆ 55555555
    #1,242
    0
  19. #1198 N_Ahgase&Army (@0804452409) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 11:56
    ฮรืออ เด็กๆน่ารัก คุณจันทร์อ่อนโยนมากลูกก
    #1,198
    0
  20. #1027 ิบอมอ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 12:06

    แงงงงงง น่ารักมากๆ

    #1,027
    0
  21. #930 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 22:50
    เริ่มก็ดีแล้วอ่ะ ภาษาสวย บรรยายแบบเห็นภาพชัดมากก ละมุนละไม
    #930
    0
  22. #906 Raatty (@Raatty) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 17:46
    สนุกมากๆเลยค่ะ ชอบสำนวนภาษาที่คุณใช้บรรยายมากๆเลย นึกภาพตามออกทันทีอ่านจบแล้วอยากกินขนมพระพายขึ้นมาเลยค่ะ 5555
    #906
    0
  23. #901 바람~ (@chocolatebt) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 16:07
    สวัสดีค่ะ เราตามนิยายเรื่องนี้มาจากรีวิวในทวิต อ่านครั้งแรกภาษาสวยมาก ชื่อตัวละครก็สวยและเพราะมาก ชอบมากๆเลยค่ะ คุณจันทร์น่ารัก พี่สายลมก็ละมุน คิดว่าน่าเก็บหนังสือไว้อยู่ สู้ๆนะคะ
    #901
    0
  24. #885 Noodee Kunentarasai (@noooodee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 00:09
    ตามมาจากรีวิวในทวิตเตอร์แต่ไม่ถนัดอ่านในเล้าเลยมาในนี้แทนค่า ภาษาสวยจังเลย โตไวๆนะคะเด็กๆ
    #885
    0
  25. #856 My Angle (@love-w) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 22:10

    ความละมุนตุ้นมุ้งมิ้งนี่มันแบบ...ดจีย์


    อ่านไปก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมๆของขนมไทยเลยทีเดียว


    ฮือ...แค่ตอนแรกก็หิวแล้วววววววว

    #856
    0