สัตว์ในเทพนิยายและตำนาน

  • 94% Rating

  • 109 Vote(s)

  • 542,108 Views

  • 3,606 Comments

  • 6,199 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9,754

    Overall
    542,108

ตอนที่ 114 : [crop] สัตว์หิมพานต์ : นก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116959
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    1 เม.ย. 56


อสูรปักษา

     เป็นสัตว์ประเภทนก มีส่วนบนเป็นยักษ์ ส่วนตั้งแต่ลำตัวลงไปเป็นนก บ้างกล่าวว่ามีส่วนล่างเป็นไก่ตัวผู้  อสูรปักษาสามารถบินได้ด้วยความเร็วสูง และเป็นที่นับถือของสัตว์ใหญ่ เช่น กวาง, ม้า รวมทั้งมนุษย์ด้วย

อสุรวายุพักตร์

 



    อสุรวายุพักตร์ใกล้เคียงกับอสูรปักษา ตรงที่มีส่วนบนเป็นยักษ์ส่วนล่างเป็นนก จะต่างกันตรงที่ส่วนล่างของอสุรวายุพักตร์เป็นนกอินทรี อสุรวายุพักตร์ปรากฏอยู่ในรามเกียรติ์

ไก่


     เป็นสัตว์หายากในโลกของหิมพานต์ที่ไม่ใช่สัตว์ผสม มีอยู่น้อยชนิด ชื่อว่า ไก่ทางเกีย(Gai Tang Kia), ไก่เสฉวน(Gai Xe Chuan), ไก่หอกเอี่ยน(Gai Hox Ian) จากการออกเสียงทำให้รู้ว่าไก่มีที่มาจากจีน

นกการเวก


     นกการเวกเป็นสัตว์วิเศษ มีเสียงไพเราะเหมือนเสียงจากสวรรค์ แต่มีชื่อเรียกน้อยมาก คือ การเวก, การวิก, โกราวิก ในบาลีกล่าวว่าชายที่มีเสียงไพเราะนั้นมีเสียงเฉกเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้า และพระพุทธเจ้านั้นมีเสียงไพเราะเฉกเช่นเดียวกับนกการเวก 8 คุณสมบัติของเสียงสวรรค์ คือ ต่อเนื่องไม่ขาดตอน, กระจ่างแจ้ง, หวานไพเราะ, เป็นจังหวะ, ผสมกลมกลืน, ไม่หยาบคาย, ลึกซึ้ง และสะท้อน

 

ครุฑ


     สัตว์ที่สำคัญที่สุดในป่าหิมพานต์ คือ ครุฑ ครุฑเป็นพญานก มีร่างกายเป็นครึ่งคนครึ่งนก อีกทั้งยังเป็นพาหนะของพระวิษณุ(พระนารายณ์) ครุฑเป็นตำนานของตำนาน ส่วนใหญ่มีหัว จะงอยปาก ปีก  และกรงเล็บเป็นอินทรี ลำตัวเป็นมนุษย์ ใบหน้ามีสีขาว ปีกสีแดง และร่างที่เป็นสีทองสว่าง

     ตำนานของครุฑในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เล่าว่าพญาครุฑเป็นบุตรของพระกัศยปมุนีเทพบิดร และนางวินตา พระกัศยปมุนีองค์นี้เป็นฤษีที่มีฤทธิ์เดชมากองค์หนึ่ง และเป็นผู้ให้กำเนิดเทพอีกหลายองค์ในศาสนาพราหมณ์ พระองค์มีชายาหลายองค์ แต่องค์ที่เกี่ยวข้องกับตำนานพญาครุฑนั้น นอกนางวินตาแล้ว ยังมีอีกองค์หนึ่งคือ นางกัทรุ ซึ่งเป็นพี่น้องกับนางวินตาและเป็นมารดาของนาคทั้งปวง

     ทั้งสองนางได้ขอพรให้กำเนิดบุตรจากพระกัศยป โดยนางกัทรุได้ขอพรว่าขอให้มีบุตรจำนวนมาก ซึ่งต่อมาก็ได้ให้กำเนิดนาคหนึ่งพันตัว อาศัยอยู่ในแดนบาดาล ส่วนนางวินตาขอบุตรเพียงสององค์และขอให้ลูกมีอำนาจวาสนา เมื่อนางคลอดบุตรปรากฏว่าออกมาเป็นไข่สองฟอง นางทนรอไม่ไหวว่าบุตรของตนจะมีหน้าตาอย่างไร จึงทุบไข่ออกมาฟองหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นเทพบุตรที่มีกายแค่ครึ่งท่อนบนชื่อ อรุณ อรุณเทพบุตรโกรธมารดาของตนที่ทำให้ตนออกจากใข่ก่อนกำหนด จึงสาปให้มารดาของตนเป็นทาสนางกัทรุ และให้บุตรคนที่สองของนางเป็นผู้ช่วยนางให้พ้นจากความเป็นทาส จากนั้นจึงขึ้นไปเป็นสารถีให้กับพระอาทิตย์หรือสุริยเทพ นางวินตาจึงไม่กล้าทุบไข่ฟองที่สองออกมาดู คงรอให้ถึงกำหนดที่บุตรคนที่สองซึ่งก็คือพญาครุฑออกมาจากไข่เอง อนึ่ง เมื่อพญาครุฑแรกเกิดว่ากันว่า มีร่างกายขยายตัวออกใหญ่โตจนจรดฟ้า ดวงตาเมื่อกระพริบเหมือนฟ้าแลบ เวลาขยับปีกทีใด ขุนเขาก็จะตกใจหนีหายไปพร้อมพระพาย รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกายมีลักษณะดั่งไฟไหม้ทั่วสี่ทิศ

     ในกาลต่อมา นางกัทรุและนางวินตาได้พนันกันถึงสีของม้าอุไฉศรพที่เกิดคราวกวนเกษียรสมุทรและเป็นสมบัติของพระอินทร์ โดยพนันว่าใครแพ้ต้องเป็นทาสอีกฝ่ายห้าร้อยปี นางวินตาทายว่าม้าสีขาวส่วนนางกัทรุทายว่าสีดำ ซึ่งความจริงม้าเป็นสีขาวดังที่นางวินตาทาย แต่นางกัทรุใช้อุบายให้นาคลูกของตนแปลงเป็นขนสีดำไปแซมอยู่เต็มตัวม้า (บางตำนานว่าให้นาคพ่นพิษใส่ม้าจนเป็นสีดำ) นางวินตาไม่ทราบในอุบายเลยยอมแพ้ ต้องเป็นทาสของนางกัทรุถึงห้าร้อยปี

     ภายหลังเมื่อครุฑได้ทราบสาเหตุที่มารดาต้องตกเป็นทาสและได้ทราบเงื่อนไขจากพวกนาคว่า ต้องไปเอาน้ำอมฤตให้นาคเสียก่อนจึงจะให้นางวินตาเป็นไท ครุฑจึงบินไปสวรรค์เอาไปเอาน้ำอมฤตซึ่งอยู่กับพระจันทร์ แล้วคว้าพระจันทร์มาซ่อนไว้ใต้ปีก แต่ถูกพระอินทร์และทวยเทพติดตามมา และเกิดต่อสู้กันขึ้น ฝ่ายเทวดานั้นไม่อาจเอาชนะได้ โดยเมื่อพระอินทร์ใช้วัชระโจมตีครุฑนั้น ครุฑไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่ครุฑก็จำได้ว่าวัชระเป็นอาวุธที่พระอิศวรประทานให้แก่พระอินทร์ จึงสลัดขนของตนให้หล่นลงไปเส้นหนึ่งเพื่อแสดงความเคารพต่อวัชระและรักษาเกียรติของพระอินทร์ผู้ป็นหัวหน้าของเหล่าเทพ ด้านพระวิษณุหรือพระนารายณ์ก็ได้ออกมาขวางครุฑไว้และสู้รบพญาครุฑด้วยเช่นกัน แต่ต่างฝ่ายต่างไม่อาจเอาชนะกันได้ ทั้งสองจึงทำความตกลงยุติศึกต่อกัน โดยพระวิษณุให้พรครุฑว่าจะให้ครุฑเป็นอมตะและให้อยู่ตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ ส่วนครุฑก็ถวายสัญญาว่าจะเป็นพาหนะของพระวิษณุ และเป็นธงครุฑพ่าห์สำหรับปักอยู่บนรถศึกของพระวิษณุอันเป็นที่สูงกว่า

     เมื่อครุฑได้หม้อน้ำอมฤตนั้น พระอินทร์ได้ตามมาขอคืน ครุฑก็บอกว่าตนต้องรักษาสัตย์ที่จะนำไปให้นาคเพื่อไถ่มารดาให้พ้นจากการเป็นทาส และให้พระอินทร์ตามไปเอาคืนเอง ครุฑจึงเอาน้ำอมฤตไปให้นาคโดยวางไว้บนหญ้าคา (และว่าได้ทำน้ำอมฤตหยดบนหญ้าคา 2-3 หยด ด้วยเหตุนี้ หญ้าคาจึงถือเป็นสิ่งมงคลในทางศาสนาพราหมณ์) ส่วนนาคเมื่อเห็นน้ำอมฤตก็ยินดี จึงยอมปล่อยนางวินตาแม่ครุฑให้เป็นอิสระ ขณะพากันไปสรงน้ำชำระกายเพื่อจะมากินน้ำอมฤตนั่นเอง พระอินทร์ก็นำหม้อน้ำอมฤตกลับไป ทำให้นาคไม่ได้กิน พวกนาคจึงเลียที่ใบหญ้าคาด้วยเชื่อว่าอาจมีหยดน้ำอมฤตหลงเหลืออยู่ ทำให้ใบหญ้าคาบาดกลางลิ้นเป็นทางยาว (เรื่องนี้กลายเป็นที่มาว่าทำไมงูจึงมีลิ้นเป็นสองแฉกสืบมาจนทุกวันนี้) แต่นั้นครุฑกับนาคจึงเป็นศัตรูกันมาโดยตลอด และครุฑนั้นก็จะจับนาคกินเป็นอาหารเสมอ

     ครุฑมีชายาชื่ออุนนติหรือวินายกา โอรสชื่อ สัมปาติหรือสัมพาที และชฎายุ ตามวรรณคดีพุทธศาสนากล่าวว่าครุฑมีขนาดใหญ่มาก วัดจากปีกข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งได้ 150 โยชน์ เวลากระพือปีกสามารถทำให้เกิดพายุใหญ่ เกิดมืดมนและทำลายบ้านเมืองให้หมดสิ้นไปได้ ที่อยู่ของครุฑเรียกว่า สุบรรณพิภพเป็นวิมานอยู่บนต้นสิมพลีหรือต้นงิ้ว อยู่เชิงเขาพระสุเมรุ
 

หงสา

     ถึงแม้หงสาจะปรากฏเพียงในสถาปัตยกรรมในไทย น้อยนักที่รู้เกี่ยวกับมัน แต่จากจิตรกรรมฝาผนัง รูปภาพ และงานแกะสลักทำให้รู้ว่าหงสามีลักษณะใกล้เคียงกับหงส์ ในศาสนาฮินดู หงสาเป็นพาหนะของพระพรหมณ์ 

หงส์จีน

     หงส์จีนแตกต่างจากหงสา เพราะแทบจะไม่เหมือนกับหงส์เลย แต่กลับเหมือนกับนกยูงมากกว่า ในจีนเรียกหงส์จีนว่า "โฮ-โฮ" ตามตำนานจีนเชื่อว่าเป็นสัตว์นำโชค ความเชื่อนี้ส่งต่อไปยังญี่ปุ่น โดยเรียกหงส์นี้ว่า "โฮ" หรือ "โฮ-โอ" ในบางตำรารู้จัก "โฮ" ในนามของ "เฟิง" สัตว์ที่ตกลงมาจากสวรรค์ หงส์จีนถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้ประมาณ 1,000 ปี
    
คชปักษา

     พื้นฐานเป็นสัตว์ประเภทนกแต่ร่างกายผสมกับสัตว์อื่น คือ หัวเป็นช้าง ส่วนล่างเป็นหงส์ ลำตัวกับแขนเป็นครุฑ คชปักษามีร่างสีขาว

มยุระคนธรรพ์(แหะๆๆ มะมีรูปอีกแล้ว)

      เป็นร่างผสมระหว่างคนธรรพ์กับนกยูง


มยุระเวนไตย

     เป็นร่างผสมระหว่างนกยูงกับครุฑ

มังกรสกุณี

     เป็นร่างผสม มีส่วนหัวเป็นมังกร ลำตัวเป็นนก

นาคปักษี (ไปจิ้นหน้าตากันเอาเองเน่อ =w='')


     เป็นสัตว์แปลกประหลาด ส่วนบนเป็นมนุษย์สวมมงกุฏนาค ส่วนล่างเป็นนก


นาคปักษิณ

     เป็นร่างผสมระหว่างนาคกับหงส์ มีชื่อคล้ายกับนาคปักษี แต่ว่าทั้งสองแตกต่างกัน เพราะนาคปักษิณมีร่างกายสีแดง ส่วนหัวเป็นนาค ลำตัวเป็นหงส์ 

นกหัสดี


     นกหัสดีเป็นนกขนาดใหญ่ มีส่วนหัวเป็นช้าง เป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่มากรวมทั้งกำลังที่มีมากมายมหาศาลกว่าสัตว์อื่นๆ ในตำนานของพระสุธนมโนราห์ ปรากฏสัตว์ประเภทนกซึ่งในเนื้อเรื่อง นกนั้นมีขนาดใหญ่เท่ากับบ้าน 

นกอินทรี

      นกอินทรี เป็นสัตว์ขนาดใหญ่มีจริงในโลกแห่งความเป็นจริง ในโลกของหิมพานต์นกอินทรีมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยจากความเป็นจริง คือ ร่างกายมีสีเขียวสว่าง มีปีกสีน้ำตาล และหางเหมือนหางของสิงห์ 


นกเทศ

     นกเทศมีชื่อย่อมาจาก นกกระจอกเทศ แต่ในโลกหิมพานต์ นกเทศไม่มีส่วนใดใกล้เคียงกับนกกระจอกเทศเลย นกเทศมีร่างกายสีแดง มีหางเหมือนไก่ตัวผู้ บ้างเชื่อว่า นกเทศเป็นนกที่สร้างขึ้นจากจินตนาการ

 

พยัคฆ์เวนไตย (รีดเดอร์ผู้น่ารัก หาภาพให้แล้ว >w<)

  

     ขอบคุณรูปภาพจาก rainbow  rozen< My.iD > ครับ 
http://www.reurnthai.com/index.php?action=dlattach;topic=3022.0;attach=6929;image

     เป็นร่างผสมระหว่างสิงห์ ครุฑ และหงส์ ในภาพวาดโบราณพยัคฆ์เวนไตยมีส่วนหัวเป็นสิงห์ ร่างกายเป็นครุฑ และหางเป็นหงส์ 

นกสดายุ และ นกสัมพาที

 

 

 

 


นกสัมพาที(บน) และ นกสดายุ(ล่าง)


     เป็นนกขนาดใหญ่ หน้าเป็นครุฑ นกสัมพาทีเป็นลูกคนโตของพญาครุฑกับนางวินายกา มีขนสีแดงสด ส่วนนกสดายุเป็นน้องชายนกสัมพาที มีขนสีเขียว นกทั้งสองนี้เป็นนกใหญ่ที่มีกำลังมาก ครั้งหนึ่งนกสดายุเห็นพระอาทิตย์ตอนเช้าตรู่สีแดงสดใส คิดว่าเป็นผลไม้จึงเข้าไปจะจิกกิน ทำให้พระอาทิตย์โกรธมาก จึงเปล่งแสงที่ร้อนแรงออกมาจะเผานกสดายุให้ไหม้เป็นจุณ นกสัมพาทีบินไปกางปีกบังแสงอาทิตย์ไม่ให้เผาน้องชาย แสงอาทิตย์จึงเผาขนนกสัมพาทีจนหลุดร่วงหมด และพระอินทร์ยังได้สาปนกสัมพาทีให้อยู่แต่ในถ้ำที่เขาเหมติรัน จนกว่างกองทัพของพระรามจะเดินทางผ่านมาเพื่อไปยังกรุงลงกา เมื่อทหารของพระรามโห่ขึ้น ๓ ลา นกสัมพาจึงจะพ้นคำสาป และขนจะกลับขึ้นมาดังเดิม นกสดายุบินไปหาพระรามและได้พบทศกัณฐ์ขณะอุ้มนางสีดาจะไปลงกา นกสดายุจึงเข้าต่อสู้กับทศกัณฐ์เพื่อช่วยชิงนางสีดา ทศกัณฐ์สู้ไม่ได้ นกสดายุก็ฮึกเหิมพูดอวดว่าตนไม่มีทางจะแพ้ใคร นอกจากพระอิศวร พระนารายณ์ และแหวนของพระอิศวรที่นางสีดาสวมอยู่เท่านั้น ทศกัณฐ์จึงถอดแหวนจากนิ้วนางสีดาขว้างไปที่นกสดายุ ทำให้ปีกหักตกลงบนพื้นดิน นกสดายุคาบแหวนรอพบพระราม พระลักษมณ์เพื่อถวายแหวนและทูลเล่าเรื่องให้ฟังแล้วก็ขาดใจตาย ส่วนนกสัมพาทีคอยบอกทางให้ทัพพระรามอยู่ทีเขาเหมติรัน เมื่อพระรามพระลักษมณ์ออกเดินทางตามหานางสีดา ได้ส่งหนุมาน องคต และชมพูพานไปสืบข่าวนางสีดา หนุมาน องคต และชมพูพาน กับไพร่พลมาพักแรมอยู่ ณ เขาเหมติรัน นกสัมพาทีจึงออกมาขอให้พวกทหารช่วยโห่ ๓ ลา พอทหารลิงโห่สุดเสียงขนนกสัมพาทีสีแดงสวยสดก็งอกขึ้นมาทั้งตัว แล้วนกสัมพาทีก็พาองคต หนุมาน และชมพูพานบินไปดูนครลงกา

เสือปีก

 


     ส่วนหัวเป็นนก ลำตัวเป็นนก มีร่างกายสีเหลือง มีลักษณะใกล้เคียงกับพยัคฆ์เวนไตย

สกุณเหรา



      เป็นร่างผสมระหว่างเหรา(หรือนาค) และนก จิตรกรมักวาดหัวของสกุณเหราใกล้เคียงกับหัวของเหราหรือนาค พร้อมกับกับมีเขากวาง 2 ข้าง

สินธุปักษี



     เป็นสัตว์ที่แปลกประหลาด เพราะเป็นทั้งนกและปลา มีลำตัวเป็นนกสีชมพูอมแดง ครีบและหางเป็นปลา

สีหสุบรรณ 


  ขอบคุณรูปภาพจาก rainbow  rozen< My.iD > ครับ 
http://sv6.postjung.com/picpost/data/164/164766-8-2708.jpg


     มีหัวเป็นสิงห์ ลำตัวเป็นครุฑ และหางเป็นหงส์ ใกล้เคียงกับพยัคฆ์เวนไตย

สุบรรณเหรา

 


      มีหัวเป็นนาค(มีเขา 2 ข้าง) ลำตัวเป็นครุฑ น่าแปลกที่ทั้งนาคและครุฑ ล้วนเป็นคู่อริกับหงส์ 

เทพกินนร



     เทพกินนร หรือ กินนร เป็นเพศผู้ มีส่วนบนเป็นมนุษย์ ส่วนล่างเป็นหงส์

เทพกินรี



     กินรี ได้ชื่อว่าน่ารักมากที่สุดในป่าหิมพานต์ เป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งหงส์ ตั้งแต่หัวถึงเอวเป็นหญิงสาว หางและขาเป็นหงส์ กินรีมีแขนเหมือนมนุษย์และปีกเหมือนหงส์ ถ้าเป็นเพศผู้จะเรียกว่า กินนร กินรีเป็นเลิศทางด้านการร้องรำทำเพลง จะพบความสง่างามของกินรีได้ในภาพวาดฝาผนัง และภาพโบราณต่างๆ

เทพปักษี

 



     เป็นร่างหสมระหว่างมนุษย์กับนก สิ่งที่ทำให้เทพปักษีแตกต่างจากเทพกินนรและกินรี คือเทพปักษีมีขาเป็นมนุษ์เช่นเดียวกับร่างท่อนบน

นกทัณฑิมา



     นกทัณฑิมาเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ มักจะแตกตัวด้วยไม้ยาวๆอยู่ตลอดเวลา ในบางตำนานนกทัณฑิมามีหน้าตาเป็นมนุษย์ ซึ่งแตกต่างจากภาพข้างบน
 



CREDIT : http://www.himmapan.com/thai/himmapan_bird.html
 



ตอบเม้นๆ >>

     #1 อ่อ หมายถึงไก่ตัวนั้นสินะครับ

     #2#3 ครับผม ^^

     #4 คงต้องไปแถวป่าหิมพานต์ 555+

     #5 มากครับ = =''

     #6 จำไม่ได้ก็อย่าไปจำมันเลยครับ ดูจากหน้ามันก็เดาชื่อเลยครับ -0-

     #7 ขอบคุณมากๆครับ มากถึงมากที่สุด >[+++]<


     #8 มีแค่นี้เองอ่ะครับ ตามต้นฉบับ ต้องขออภัย

     #9 เยอะจริงๆนั่นแหละครับ 

     #10 ขอบคุณมากนะครับผม ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #3606 ืnanzzzzzz (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 17:08

    ทำไมครุฑชอบกดขี่ข่มเหงนาคตลอด

    #3606
    1
  2. #3133 นาคเฝ้าคัมภีร์ (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 16:00
    https://www.facebook.com/notes/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8Cmsa-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C/446584588804022
    #3133
    0
  3. #3098 bluebunny (@kiluza) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 01:01
    หนูเข้าใจแล้วล่ะค่ะ ว่าทำไมไม่ค่อยมีใครใช้สัตว์เทพนิยายไทยแต่งนิยาย(เจออย่างมากก็จะมีครุฑกับนาค)มันเยอะ หาข้อมูลยาก แถวยังวาดยากสุดๆเลยด้วย
    #3098
    0
  4. #2749 Good--Evening-- (@duck--secrat--) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 14:21
    ใช่ มยุระเวนไตย ที่อุ้มนางกากีหรือเปล่าค่ะ?
    #2749
    0
  5. #2682 คามิวล่า ไนท์ (@sng1313) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 29 เมษายน 2556 / 22:51
    ซึ้งจัง ความรักของพีน้อง
    #2682
    0
  6. #2564 sahikl (@kantitat) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 11:47
    ความรักของนกสดายุ และ นกสัมพาที ชั่งหาได้ยากมาก(รักกันจัง)
    #2564
    0
  7. #2441 rainbow ♥ rozen (@rainbow-rozen) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 มกราคม 2556 / 11:17
    พี่คะ ได้รูป สีหสุบรรณแล้วค่ะ
    ความจริงมีรูปเก่า ๆ อีกเยอะเลย ลองดูค่ะ อาจมีตัวที่ยังหารูปไม่ได้อีก

    นี่รูปสีหสุบรรณค่ะ >http://sv6.postjung.com/picpost/data/164/164766-8-2708.jpg

    อันนี้ลิงค์ที่ไปเจอค่ะ>http://picpost.postjung.com/164766.html#pic8
    #2441
    0
  8. #2421 namtan (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 21:05
    ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ทำไมมันเยอะแบบนี้ T^T
    #2421
    0
  9. #1923 เปลวแสงอาทิตย์ (@manmakpailaw) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 16:52
    มีอีกไหม  อยากได้อยากได้
    #1923
    0
  10. #1692 rainbow ♥ rozen (@rainbow-rozen) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 กันยายน 2554 / 10:34
     พี่คะ ได้รูป พยัคฆ์เวนไตย แล้วค่ะ

    >>>จิ้ม ๆ<<<


    #1692
    0
  11. #794 ..... (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 16:45
    เยอะแยะจนจำไม่ได้เลยอ่ะ ( อ่าน10ครั้งก็คงจำไม่ได้ )
    #794
    0
  12. #449 more (@mirer) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 14:45
    ป่าหิมพานต์นะเยอะจังงิ
    #449
    0
  13. #306 แอ้ (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 8 กันยายน 2553 / 17:52
    สวยมากเลย



    อยากเห็น
    #306
    0
  14. #243 H-bunny (@haha-bunny) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 21:54
    ขอบคุนฮะ
    #243
    0
  15. #164 dargonblack (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 มีนาคม 2553 / 11:22
    ขอบคุณครับ
    #164
    0
  16. #59 Maple N. Sarika (@Maple_MP) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2551 / 20:27

    นี่ก็เท่ห์

    ชอบไก่ที่ดูไม่เหมือนไก่ตัวนั้นจัง

    555+

    #59
    0