The city of star

ตอนที่ 5 : ไม่หวั่นเกรง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

แดเนียลทำนายได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าหมอดูไพ่ยิปซี

เมื่อหญิงสาวนิรนามได้สติเธอก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่เอาความแม้แต่ลงบันทึกประจำวันอย่างที่แดเนียลบอก แพทริกได้แต่ปล่อยให้เธอออกจากห้องไปเงียบเชียบ เลี่ยงหลบมาสูบบุหรี่มวนที่สามตั้งแต่ยังไม่แปดโมงเช้า พร้อมกับนมอุ่นๆ แทนกาแฟอย่างที่เคยกินเป็นประจำ

เรื่องควรจะจบแค่นั้น แต่แพทริกรู้สึกว่ามันประหลาด หญิงสาวถูกทำร้ายร่างกายหลังร้านเหล้าที่เปิดบังหน้า คำให้การของร้านใกล้เคียงบอกว่าแท้ที่จริงนั่นคือแหล่งค้าประเวณีกลางเมือง จริงอยู่ที่ซาคานเป็นประเทศแห่ง Sex worker อย่างทราบกันทั่วโลก กระนั้นก็ยังไม่ใช่อาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่ดี

แพทริกไม่แน่ใจว่าเพราะค้าประเวณีเป็นงานที่เอื้อให้ชายในครอบครัวผู้ไม่อาจห้ามตัวเองให้ซื่อสัตย์ต่อภรรยา เพราะศีลธรรมขั้นพื้นฐานของศาสนาประจำชาติ หรือเพราะการทำให้อาชีพโสเภณีเป็นอาชีพผิดกฎหมายเป็นการเอื้อให้เจ้าหน้าที่รัฐขูดรีดส่วยเข้ากระเป๋าตัวเองแทนการเก็บภาษีไปพัฒนาประเทศกันแน่จึงไม่มีรัฐบาลชุดไหนชูนโยบายให้หยิบอาชีพ sex worker ขึ้นมาบนดิน ทำให้ถูกต้องดังบางประเทศเสียที

เลือดนักข่าวในตัวแพทริกพุ่งพล่าน เขาอยากทำสกู๊ปเรื่องนี้ ร้านเหล้า/ค้าประเวณี/กลางเมือง และอาจกวาดถึงเรื่องค้ามนุษย์ไปด้วยพร้อมๆ กัน

 

 

“ไม่อนุญาต”

นานทีเดียวที่แพทริกไม่ได้เข้าสำนักงานเพราะได้รับหน้าที่เขียนคอลัมน์จิปาถะออนไลน์แทน3 ปมพระเอก แม่โดนรถชนตาย ทำให้เจอกับคนนี้ เซ็กซ์ ยาเสพติด ขายตัว

การเขียนข่าว เขาไม่ได้ขุดคุ้ยประเด็นเข้มข้นจริงจังได้ถึงหนึ่งในสามของหัวข้อวิทยานิพนธ์ปีที่จบเลยด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มหัวดี ปากกล้าเข้าสู่แวดวงนักข่าวสายการเมืองตั้งแต่ต้น แม้แต่ผู้จัดการอย่างลินยังเคยชมไม่หยุดปาก ถึงขั้นแซวว่าอีกสองสามปี เห็นทีแพทริกจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าบรรณาธิการณ์แซงคิวหลายๆ คนที่เข้ามาก่อนด้วยซ้ำไป

“ทำไมล่ะครับ”

“ดูก็รู้ว่ามีพวกหนุนหลัง”

“ใช่ไหม เปิดร้านผิดกฎหมายแล้วยังก่ออาชญากรรมอุกอาจ ต้องมีคนให้ความสนใจมากๆ แน่ๆ”

“มันไม่ใช่ประเด็นว่าคนสนใจมากหรือเปล่า ฟังนะแพทริก สถานการณ์ตอนนี้เราไม่ควรมีปัญหากับขาใหญ่ที่ไหนทั้งนั้น ตั้งแต่ข่าวดาร์กฟอเรสต์ที่นายเสนอไปตอนนั้นสำนักข่าวเราก็โดนเพ่งเล็งจนกระดิกตัวไม่ได้”

“แต่เราเป็นสื่อนะครับ ต่อให้กลัวก็ต้องตีแผ่เรื่องพวกนี้ออกมาให้ได้”

“แพทริก ฉันเข้าใจความรู้สึกของนาย ตอนยังวัยรุ่นฉันก็เฟี้ยวฟ้าวอย่างนี้แหละ” ลินพรูลมหายใจยาว เธอเห็นแววเด็กหนุ่มคนนี้ตั้งแต่วันสัมภาษณ์ ทันทีที่สบตาก็รับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่น แพทริกเป็นคนตั้งใจทำงาน ฉลาดตั้งคำถาม ช่างสังเกตและดื้อรั้น คนแบบนี้ถ้าไม่เกิดมาเพื่อเป็นนักข่าวก็ต้องเป็นนักสืบ แต่ไม่ว่าอาชีพไหนลินก็พบว่าไม่คุ้มเลยกับการรักษาอุดมการณ์ไว้และเกือบทำให้ลูกน้องตายครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อสองปีก่อนที่หล่อนอนุญาตให้เขาทำข่าวการปราบจลาจลในวัดโดยฝ่ายรัฐบาลที่มีคนตายนับร้อยศพซึ่งรัฐปิดไว้ใต้พรมราวกับคนพวกนั้นไม่มีจริงก็ด้วย

ลินไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันนี้ วันที่หล่อนต้องกลืนอุดมการณ์ที่มีเพื่อชีวิตรอดของคนในทีม หล่อนปฏิเสธแพทริกอย่างไร้เยื่อใย เห็นไฟแห่งความฝันของเด็กหนุ่มมอดลงเล็กน้อยในแววตาก่อนปลอบด้วยน้ำเสียงของพี่สาว

“อา...นายอยากทำข่าวบันเทิงไหม นิยายนายกำลังจะได้ทำซีรีส์นี่”

“ผมไม่อยากยุ่งกับคนพวกนี้เท่าไหร่ครับ”

“ทำไมล่ะ มีแต่คนพูดว่าใครก็ตามที่ได้ทำงานกับแดเนียลต้องตกหลุมรักเขา”

“เหรอครับ” แพทริกเหยียดยิ้ม ถ้าไม่รู้ว่าหมอนั่นเลือดเย็นกับตัวล่ะก็เขาอาจจะเชื่อคำกล่าวของใครๆ ก็ได้ “ให้ผมทำข่าวชาวบ้านต่อไปดีกว่า”

อย่างน้อยก็ได้รู้เรื่องปากท้องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบของการเมือง แม้ไม่ได้ไล่ล่าทุจริตคอรัปชั่นเหมือนเมื่อก่อนแต่แพทริกก็สนใจความเป็นอยู่ของคนในบ้านเมืองอยู่ดี

“ไว้ผมจะเขียนคอลัมน์พิษเศรษฐกิจกับอาชญากรรมมาส่งนะครับ”

แพทริกบอกลาผู้จัดการก่อนเดินออกมา

 

ถ้าลินคิดว่าการไม่อนุญาตให้แพทริกทำข่าวร้านดีว่าแล้วทำให้เด็กหนุ่มละความสนใจ นับว่าลินรู้จักลูกน้องของหล่อนน้อยเกินไป

ความคาใจทำให้แพทริกย้อนกลับมาในช่วงค่ำของอีกวัน เขาสวมชุดภูมิฐาน รองเท้าผ้าใบสุภาพ เมื่อการ์ดหน้าร้านขอตรวจบัตรประชาชนก็ยื่นให้ด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ไม่พบพิรุธ

“จองโต๊ะไว้หรือเปล่าคะ”

“เปล่าครับ” แพทริกตอบ กวาดตามองผ่านแสงสลัวในความมืด ภายในร้านแบ่งออกเป็นสองชั้น ตรงกลางเป็นลานที่พื้นเสมอกัน วางโต๊ะเตี้ยระดับเข่าเป็นแถวแนว เว้นช่องไฟพอประมาณ ผู้คนค่อนข้างหนาตาเมื่อเทียบกับร้านที่เขาไปเมื่อวาน

“ถ้าจะเปิดโต๊ะต้องเปิดเหล้านะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ที่บาร์ก็ได้”

บริกรสาวในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยแนบเนื้อก้าวเดินฉับๆ แพทริกมองขึ้นไปบนชั้นสองที่กั้นด้วยระเบียง มีโต๊ะและโซฟาเว้นระยะห่างเป็นสัดส่วน

“ข้างบนเป็นพื้นที่แขกวีไอพีค่ะ ต้องเป็นสมาชิกร้านแล้วก็จองล่วงหน้า”

คนนำทางว่าเมื่อเห็นลูกค้าหยุดมองด้วยความสงสัย คงเป็นพื้นที่สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อบริการอื่นนอกจากความบันเทิงที่ถูกต้องตามกฎหมายดังฉาบหน้า

“ถ้าเป็นสมาชิกต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้างครับ”

“ขอประทานโทษด้วยค่ะคุณลูกค้า เงื่อนไขการเป็นสมาชิกร้านต้องผ่านการแนะนำจากสมาชิกเก่าเท่านั้น”

อา ใช่สิ เรื่องแบบนี้จะหลุดออกไปง่ายๆ ได้ยังไง

“งั้นขอผมดูเมนูก่อนนะครับ”

บริกรสาวให้เวลาแพทริกตามที่ขอ แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจรายชื่อเครื่องดื่มหรืออาหารนัก เขายังใช้สายตาสอดส่องพฤติกรรมของลูกค้าและพนักงานทุกคนเงียบเชียบ และพบว่าทั้งหมดของพนักงานล้วนเป็นหญิงชายวัยยี่สิบต้นๆ หน้าตาดี รูปร่างตามสมัยนิยม

“คุณ! ”

เสียงเรียกที่แทรกจังหวะดนตรีเข้ามาเป็นเสียงของหญิงสาว แพทริกแทบหยุดหายใจหากไม่พบว่าเจ้าของเสียงคือหญิงสาวแปลกหน้าที่เขาช่วยไว้เมื่อคืน วันนี้หล่อนมาในชุดที่มิดชิดกว่าเดิม กระนั้นก็แนบเนื้อเน้นสัดส่วนจนชวนหายใจไม่ทั่วท้อง

“คุณมาที่นี่ทำไม”

“คุณต่างหาก...เป็นพนักงานที่นี่เหรอ” เขาถาม สังเกตป้ายชื่อที่อกซ้าย “นีน่า?”

เมื่อบริกรคนที่พาแพทริกวกกลับมาใหม่ เจ้าของชื่อนีน่าก็ส่งสัญญาณว่ารับลูกค้าคนนี้เอง ก่อนกระซิบกระซาบ “คุณมาที่นี่ทำไม”

“ผมได้ยินว่าที่นี่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย”

“คุณเป็นตำรวจเหรอ?”

“เปล่า...ผมแค่สงสัยนิดหน่อย เรื่องเมื่อวาน”

นีน่าผ่อนพรูลมหายใจออกทางจมูก นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วถาม “คุณมีสักร้อยห้าสิบเหรียญไหม”

“หา?”

“ถ้ามีก็จ่ายซื้อฉันแล้วออกไปข้างนอกด้วยกัน”

ค่าหาข้อมูลแพงชะมัดยาก ทั้งที่เขาช่วยหล่อนไว้เมื่อวานแท้ๆ “โอเค ก็ได้ รูดบัตรนะ”

“จ่ายเงินสดดีกว่า ถ้าไม่อยากทิ้งข้อมูลส่วนตัวไว้ที่นี่”

นั่นมันค่าเขียนบทความสองคอลัมน์ให้ตาย แพทริกเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นนักข่าวกิ๊กก๊อกไม่รู้ความก็ตอนนี้ ระหว่างที่กำลังชั่งใจว่าราคาข้อมูลที่ไม่ได้เอาไปเขียนข่าวควรอยู่ที่เท่าไร สายตาพลันไปเห็นใครอีกคนที่คุ้นหน้าลงมาจากชั้นสองพอดี

 

 

โรงแรมจิ้งหรีดที่อยู่ห่างออกไปสองซอยเป็นสถานที่ที่นีน่าเลือกด้วยตัวเอง ราคาไม่แพงเกินจ่าย ขนาดห้องเล็ก สะอาด ไม่มีกลิ่นอับ แถมถุงยางอนามัยให้ฟรีข้างหัวเตียงแบบไม่ระบุยี่ห้อ และขนาด นีน่าคงมาที่นี่บ่อยจนรู้จักกับพนักงานที่เลาจน์ หล่อนเดินตรงมายังห้องตามหมายเลขบนกุญแจแล้วถอดรองเท้านั่งลงบนเตียง

“ทำไมต้องมาที่นี่”

แพทริกถาม เขายืนพิงกำแพงด้านหนึ่ง ไม่นั่งลงบนเตียงเดียวกับหญิงสาว

“จะเอากันไปด้วย เล่าให้ฟังไปด้วยไหม”

“ไม่ล่ะ ผมไม่ได้ชอบผู้หญิง” เขาตอบพลางยกมือขึ้นกอดอก นีน่าเปิดโทรทัศน์รายการเพลงแล้วตบลงบนเบาะข้างตัว

“งั้นก็มานั่งใกล้ๆ กำแพงที่นี่ไม่ได้หนามากพอเก็บความลับไม่ให้ห้องข้างๆ ได้ยินขนาดที่ฉันจะเล่าทุกอย่างให้คุณฟังแล้วทุกอย่างจะเป็นความลับหรอกนะ”

เมื่ออีกฝ่ายว่าดังนั้นชายหนุ่มก็ทรุดตัวลงข้างๆ ตามที่บอก นีน่าพรูลมหายใจออกยาวอย่างเหนื่อยหน่าย “คุณนี่มันว่างงานนักหรือไง”

“แล้วคุณไม่มีงานอื่นทำเหรอถึงกลับไปที่นั่น”

“คนเราไม่ได้มีทางเลือกให้ทำงานอย่างที่อยากทำได้ทุกอย่างหรอกนะคะ”

“แต่พวกนั้นเพิ่งซ้อมคุณ”

จริงอย่างที่ชายหนุ่มว่า แต่หล่อนก็เป็นคนเลือกเอง บนทางที่ไม่ได้มีตัวเลือกอื่นเลย

“คุณจำได้ไหม ปีนั้นที่มีโรคระบาด”

นีน่าเท้าความ ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนที่โรคระบาดอุบัติขึ้น เริ่มจากในประเทศแผ่นดินใหญ่ขยายอาณาเขตไปทั่วโลก เป็นปีที่หนักหนาของแพทริกเช่นเดียวกัน ทุกคนสูญเสียเวลาโดยใช่เหตุไปร่วมครึ่งปีกับการนั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน เขาจำได้แม่น ความเบื่อหน่ายเกาะติดยาวนานราวชั่วกัลปวสาน

“เป็นปีที่เฮงซวยที่สุด”

“พ่อฉันเป็นคนขับรถรับจ้าง ส่วนแม่ค้าขาย พอตลาดปิดพ่อก็ต้องรับภาระไว้คนเดียว ปีนั้นฉันยังเป็นนักเรียนแต่ไม่รู้หรอกว่านั่นเป็นปีสุดท้ายที่ได้เรียน เพราะหลังจากโรคระบาดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็มีลูกค้าของพ่อที่ได้รับเชื้อ”

แพทริกเงียบเพื่อฟังแม้มันอาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เขาต้องการรู้เลยก็ตาม

“พ่อต้องกักตัว แต่ที่บ้านฉันไม่มีห้องแยกหรอก เราอยู่รวมกัน พ่อต้องยืมเงินไปทั่วเพื่อเปิดโรงแรมอยู่ กักตัวได้สัปดาห์เดียวก็ทนไม่ไหว ฉันกับแม่ไม่มีรายได้ อยู่กันสองคนเขาก็ห่วง สุดท้ายก็ต้องกลับไปอยู่บ้าน ก็โดนด่า คนรุมประณาม เขาก็เลยวางแผนฆ่ายกครัว โชคร้าย คนตายมีแค่แม่ ฉันปลอดภัย ส่วนพ่อพิการ มาพร้อมหนี้สินก้อนใหญ่เกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะรับผิดชอบไหว พอดีมีคนแนะนำให้รู้จักร้านนี้” อดีตของนีน่าขมขื่น ทว่าหญิงสาวกลับเหยียดยิ้มก่อนเล่าต่อ “ตอนนั้นไม่ได้เปิดเป็นร้านเหล้าแบบนี้หรอก เขาจะส่งผู้หญิงไปให้แขกตามบ้าน”

“บ้าฉิบ งานอื่นก็มี”

“ใครจะรับเด็กอายุไม่ถึง 18 เข้าทำงาน นอกเสียจากธุรกิจที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย”

เมื่อพูดถึงตรงนี้แพทริกก็สะอึกสิ้นทางออก เขามองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง “ขอโทษที่ตัดสินคุณ”

“ไม่แปลกหรอก ฉันชินแล้วที่คนตัดสินพวกเรา ไม่สิ ไม่เรียกว่าชิน ฉันเข้าใจมากกว่า”

ชายหนุ่มรู้สึกราวมีก้อนแข็งๆ ติดอยู่ในลำคอ หูอื้อตาลายชั่วขณะ ราวกับตัวเองติดอยู่ในถังที่มีน้ำท่วมจนล้น ดิ้นรนไม่ได้ หายใจไม่ออก

“ที่คุณรู้ว่าที่นี่ค้าประเวณีก็จริงตามนั้น แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่เดียว ใครๆ ก็รู้ ฉันไม่เข้าใจว่าคุณต้องการอะไรถึงต้องตามสืบเรื่องนี้ให้ได้”

“ที่คุณโดนซ้อมเมื่อวานก็เป็นเรื่องปกติงั้นเหรอ” หญิงสาวเงียบแทนคำตอบ แพทริกถามต่อ “แล้วมิสเตอร์ลีเป็นลูกค้าที่นี่ด้วยเหรอครับ”

ปลายนิ้วของหญิงสาวกำเข้าหากันแน่น จังหวะของลมหายใจขยับเปลี่ยน ชั่วขณะหนึ่งที่แววตาสายตากระตุกไหว

“ผมเห็นคุณไทเลอร์ ผมรู้จักเขา ไม่สิ เคยมีคน...เอ่อ...ชวนผมเข้าสังกัด”

แพทริกรู้สึกประดักประเดิดนิดหน่อยที่ต้องพูดแบบนั้น ที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองดูดีพอจะทำงานที่ต้องใช้หน้าตาเป็นส่วนประกอบสักนิด ไม่รู้ว่าเพราะเป็นคนไม่โดดเด่นแต่แรกหรือเพราะอยู่ข้างแดเนียลแล้วเผลอเอาตัวเองไปเทียบอีกฝ่ายที่มีคนสนใจบ่อยๆ กันแน่

“คุณ...ตอบเขาไปว่ายังไง”

“ไม่ได้สนใจ”

คำตอบนั้นทำเอา ให้นีน่าเผลอระบายยิ้มออกมาที่มุมปาก ไม่ใช่รอยยิ้มที่เหยียดระคนสมเพชชีวิตอับแสงของตัวเองเช่นก่อนหน้านี้ แพทริกนึกย้อนขึ้นมาได้ว่าปฏิกิริยาเช่นนี้ช่างสอดคล้องกันกับสิ่งที่แดเนียลปฏิบัติกับเขาเมื่อคราวเจอกันอีกครั้งเหลือเกิน

“คุณช่วยชีวิตฉัน แต่เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับนะคะ”

แพทริกรับปากครึ่งหนึ่ง เขากดอัดเสียงโทรศัพท์ไว้ตั้งแต่ปิดประตูห้องแล้ว “จริงอยู่ที่ว่าฉันเป็น sex worker แต่ที่ร้านมีบริการหลายระดับ”

“ระบบเม็มเบอร์สินะครับ”

เรื่องต่อจากนั้นเป็นเรื่องที่คนในร้านที่เป็นระดับเม็มเบอร์เท่านั้นที่ทราบ นีน่าเล่าว่าร้านนี้มีผู้บริหารระดับสูงของลีเอนเตอร์เทนเมนต์อย่างไบรอันซึ่งวางมือจากกิจการของครอบครัวไปแล้วคอยสั่งการ ส่วนไทเลอร์เติบโตมากับธุรกิจนามดีว่าที่ยังไม่เป็นรูปร่าง กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ยึดเอาที่ดินทำเลดีมาเปิดร้านกินดื่มตรงหัวมุมถนนได้

“เขาเป็นผู้จัดการของที่นี่”

แพทริกเปิดเสียงคลิปที่อัดไว้ลับๆ ทันทีที่ถึงคอนโด ใส่หูฟังเร่งเสียงสูงสุดเพราะเสียงของนีน่าดังแผ่ว ดวงตารีหรี่ลงเล็กน้อย ขยับมือจดโน้ตสั้นๆ ไปด้วย

“ศิลปินในค่ายลีเอนเตอร์เทนเมนต์ก็เป็นสินค้าของที่นี่”

ไม่ผิดแน่ ชายหนุ่มฟังวนทับหลายครั้ง เขาลังเลใจครู่หนึ่งเมื่อนึกถึงศิลปินบางคนในค่าย ตั้งแต่เลิกกันไปแพทริกไม่เคยโทรหาแดเนียลอีก ศักดิ์ศรีและความโกรธแค้นที่อีกฝ่ายทำเหมือนความรักของเขาไร้ค่าผลักดันให้ทั้งคู่ห่างหายจากกันไปในที่สุด แต่แม้ไม่มั่นใจว่าอดีตคนรักจะยังใช้เบอร์โทรศัพท์เดิมอยู่ไหม แพทริกก็กดโทรออกด้วยหัวใจที่เต้นรัว เสียงรอสายดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีคนใช้เบอร์นี้ กระทั่งขาดหายไปและเสียงทุ้มคุ้นหูกระซิบตอบกลับมา

“แพทริก...”

“ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ”

 

การนัดเจอศิลปินดังไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แดเนียลก็หาคิวให้แพทริกได้ในยามวิกาลของสองวันถัดมา สวนสาธารณะสำหรับประชาชนไม่อนุญาตให้ใครเข้าหลังยามวิกาล ทว่าแดเนียลเป็นข้อยกเว้น

เขามักมาที่นี่เวลาแบบนี้ นอกจากลุงยามแก่ๆ ก็ไม่มีใครรู้ ครั้งแรกแดเนียลบังเอิญผ่านมา เหนื่อยล้าและหมดเรี่ยวแรง ชายหนุ่มขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่ว่าเขาคือศิลปินหนุ่มผู้โด่งดังซึ่งไม่มีโอกาสแม้แต่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางต้นไม้และตอบแทนกลับไปด้วยเครื่องดื่มชูกำลังหรือสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ

“ไม่ยักรู้ว่าคุณยังมาที่นี่”

ระหว่างนั่งรอที่เก้าอี้ไม้ตัวที่สามจากทางเข้า เด็กหนุ่มซึ่งแดเนียลไม่คิดว่าจะเป็นฝ่ายติดต่อมาก่อนก็ทักขึ้น ในมือถือแก้วลาเต้ร้อนกับมอคค่าอย่างละแก้ว

“ฉันดื่มลาเต้ไม่ได้”

“ทำไมล่ะครับ ผมไม่ใส่อะไรไว้หรอก”

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ปะทะฝีปากกันดุเดือด พอรุ่นน้องชวนคุยด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนปรนกว่าเดิมแดเนียลก็อนุญาตให้ตัวเองคลายกติกาส่วนตัวลงมาบ้าง เขาคิดถึงกลิ่นของนมในกาแฟ ความนุ่มอุ่นลิ้นเหมือนตอนที่จูบกับแพทริกก็ด้วย ประโยคว่า คุณยังมาที่นี่ ไม่ได้หมายความแค่ว่าเด็กหนุ่มประหลาดใจ แต่มันแฝงนัยเร้นที่แพทริกไม่ลืมว่าเขาเคยมาที่นี่ด้วยกันเมื่อครั้งยังเป็นแดเนียลของแพทริกครั้งเก่าก่อน

เมื่ออีกฝ่ายทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ ระยะห่างที่เหลือไว้เพียงข้อศอกแตะกันก็แทบทำให้แดเนียลพังทลาย

 

เขาเม้มริมฝีปากยามยกจิบลาเต้ร้อนแล้วมองมันคายไอกรุ่นพวยพุ่งเป็นควันจาง

แม้บอกว่าอย่าพบกันอีกเลย แต่แดเนียลกลับไม่ได้ภาวนาอย่างนั้นจริงๆ เขาหวังว่าแพทริกเองก็เช่นกัน

“ผมกลับไปที่ร้านนั้นครับ”

แพทริกเริ่มก่อน ศิลปินหนุ่มปล่อยให้ศีรษะตัวเองตกลงมาเมื่อได้ยิน ผิดจากที่เดาเสียเมื่อไร ทั้งดื้อรั้น เอาแต่ใจ ไม่รู้จักกลัว เป็นอย่างนี้ตั้งแต่สมัยเรียน

“ถ้าโดนจับได้ ป่านนี้นายไม่ได้มานั่งตรงนี้หรอกนะ”

“คุณรู้ใช่ไหม”

ประโยคที่หลบเลี่ยงเบี่ยงประเด็น ทว่าพุ่งเน้นตรงไปตรงมา

“เรื่องไหนล่ะ”

“ร้านนั้นเป็นของลีเอนเตอร์เทนเมนต์”

“หุ้นส่วน”

“สี่สิบเปอร์เซ็นต์เชียว” แค่เข้าเว็บไซต์ ใช้ชื่อร้านเสิร์ชหาก็พบว่าเป็นร้านเหล้าที่อยู่ในเครือลีคอร์ป “รายได้หลักของร้านนั้นไม่ได้มาจากการขายเหล้า แต่เป็นค้าประเวณี”

“แล้วนายจะทำยังไงต่อไป แจ้งความเหรอ”

“เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว แต่ผมมีเรื่องอยากถามคุณ”

แพทริกรู้สึกราวน้ำลายตัวเองข้นเหนียว ทั้งที่เจตนาจะพูดเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ทว่าถึงเวลากลับกระอักกระอ่วนไปหมด มือทั้งสองข้างที่ถือรอบโอบกอดแก้วกาแฟอุ่นๆ ไว้เย็นยะเยือก เสียงหรีดหริ่งเรไรรอบตัวดังสะท้าน ขณะที่แดเนียลยังผ่อนลมหายใจในจังหวะปกติ

“ถามมาสิ ฉันมีเรื่องที่อยากขอนายเหมือนกัน”

“ที่ว่าศิลปินในค่ายลีเอนเตอร์เทนเมนต์ก็เป็นสินค้าด้วย จริงหรือเปล่า”

ความเงียบชั่วอึดใจที่บีบคั้นเนิ่นนาน ส่วนมากคนในค่ายเป็นเด็กที่ถูกฟูมฟักเพื่อโตเป็นศิลปินให้ค่าย นักร้อง นักแสดง นายแบบ แดนเซอร์ บางคนสานฝันของผู้ปกครอง ถูกส่งเข้าเรียนในสถาบันของบริษัท เซ็นต์สัญญาทาส ข้อกฎหมายที่มีเงินเดิมพันอย่างไม่อาจหาชดใช้ได้ เมื่อแตกเนื้อหนุ่มสาว หรืออาจจะเป็นวัยยังไม่ประสา หากลูกค้านายทุนต้องการก็จำต้องบริการอย่างไม่มีข้อแม้

มากไปกว่านั้น เรื่องที่บังคับให้ถ่ายหนังเอวีด้วย

หากไม่ยินยอมก็ถูกซ้อม ไม่ก็หายสาบสูญตลอดกาล

“เมื่อก่อนคุณไม่ได้อยากเป็นนักแสดง เกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมถึง...”

“ฉันเซ็นต์สัญญานั้น”

“เขาให้คุณทำอะไรบ้าง”

“ไม่หรอก ไม่มีอะไร ฉันเป็นคนโปรด ดูไม่ออกเหรอ”

แดเนียลกระตุกยิ้มขื่นที่มุมปาก เขาไม่เคยอยากให้แพทริกรับรู้เรื่องราวอันน่าอัปยศนี้เลยสักนิด

“เอาล่ะ ถึงคราวฉันพูดบ้าง แพทริก อย่าแจ้งความเลย ตำรวจเป็นคนของพวกมันทั้งนั้น ฉันขอร้อง”

ชายหนุ่มทอดเสียงเอื่อย เขาถือวิสาสะเอื้อมมือไปจับมือที่สั่นเทาของอีกฝ่ายไว้ ใช้นิ้วหัวแม่มือลูบหลังมือแผ่ว ทะนุถนอมและโอนอ่อน เมื่อสบตากับแพทริกใต้เงารางของดวงจันทร์เขาก็พบแววประกายใสของน้ำตาเคลือบบนดวงตาของอีกฝ่าย

“อย่าร้องไห้เลย แพทริก ฉันไม่ใช่คนที่นายจะต้องเสียน้ำตาให้หรอกนะ”

“คุณสู้กับอะไรอยู่บ้างทำไมไม่บอกผม คุณไปเซ็นต์สัญญาเฮงซวยนั่นทำไม"

“แพทริก”

เพราะแดเนียลรู้ว่าคนรักของเขาเป็นเช่นนี้

ที่พูดจาร้ายกาจไม่อยากให้เข้ามาข้องแวะ ก็เรื่องนี้เหมือนกัน

“ช่างมันเถอะ นายมีชีวิตที่ดีก็ดีแล้ว ลืมมันเรื่องที่รู้มาแล้วใช้ชีวิตเหมือนเดิมต่อไปได้ไหม ฉันไม่เป็นไร”

แดเนียลยังรักเขาอยู่เต็มหัวใจ ไม่ต้องทวนถามซ้ำแต่แพทริกรู้สึกได้ มันเป็นความรู้สึกที่ชัดเจนยิ่งกว่าการพูดคำหวานออกมาด้วยซ้ำ

เงาของยอดไม้สูงใหญ่พลิ้วไหว เป็นสีทึมทับกว่าท้องฟ้าสีเข้มยามราตรีย้อมด้วยแสง แดเนียลลุกขึ้นยืนโดยวางแก้วเครื่องดื่มทิ้งไว้ สิ่งที่เขากลัวตลอดมาคือการที่แพทริกหลงเข้ามาในวังวนที่ตัวเองยังหาทางออกไม่เจอ เจ็บปวดกดดันไม่เคยเป็นเรื่องยากสำหรับชายหนุ่มสักนิด แต่แค่เห็นน้ำตาของแพทริกก็ทำให้เขาสั่นสะท้านทั่วทั้งร่าง

ร่างในเงายิ้มหยัน เขาเป็นผู้ชายตัวโตที่ทั้งโง่งมและขลาดเขลา เพราะเหตุนั้นถึงมีชีวิตที่สงบจนถึงตอนนี้ แต่ถ้าเจ้าคนตัวเล็กกว่าตรงหน้าล่ะก็ไม่มีวัน แพทริกเหมือนดอกไม้ที่ยิ่งถูกเด็ดก็ยิ่งผลิบาน เข้มแข็งยิ่งกว่าดอกหญ้าที่ถูกเหยียบและหยัดยืนสู้ขึ้นใหม่

“คุณกลัวเหรอ”

ใช่...เพราะแดเนียลคลุกคลีกับไทเลอร์จนรู้ว่าฝั่งนั้นทำอะไรได้ และการปกป้องแพทริกไว้เห็นทีจะมีแต่การตีตัวออกห่างเท่านั้น

“ผมไม่กลัวหรอกนะ คุณจะสู้กับผมไหม”

“แพท นายไม่รู้จักคนพวกนั้นเลยสักนิด”

“คุณจะสู้กับผม หรือยอมถูกพวกมันกดหัวแบบนี้ต่อไป”

“ไม่รู้จักกลัวบ้างเลยหรือไง”

ดวงตาของคนตัวเล็กกว่าแดงก่ำ เดือดดาล หยัดตัวยืนขึ้นคู่กับเขา โผเข้ากอดทั้งร่างจนคนตัวสูงไหวเอน ความอบอุ่นแทรกตัวระหว่างอ้อมกอดเชื่องช้า ริ้วอารมณ์มากมายถาโถมเข้ามา แดเนียลคล้ายจดจำตัวเองได้ว่าที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนด้านชาแต่อย่างใด

“ปราศจากคนที่รัก ก็ไม่เหลืออะไรให้กลัวแล้ว”

เมื่อแพทริกพูดคำนั้นออกมา แดเนียลก็ยกมือขึ้นโอบอีกฝ่ายกลับใต้เงาจันทร์

“นายนี่มันเป็นเด็กบ้าเหมือนเดิมเลยนะ แพทริก”

ห้ามไปก็คงไม่ฟัง

 

TBC

 

เรื่องจะเริ่มแน้วว เรื่องนี้เป็นดราม่าค่ะ แต่ดราม่าอย่างไม่โดดเดี่ยว ผิดใจกันแค่ตอนต้นที่เหลือสู้ไปด้วยกัน ไปได้ไกล อุแง

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ไว้เจอกันพุธหน้าครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #17 เขียวขั้วโลก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 04:25
    พุธไหน ดิฉันรอนะคะ ฮือ อยากอ่านตาอ
    #17
    0
  2. #16 Noyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 14:32

    ไรท์มาต่อได้มั้ยคะ ได้โปรด มัน

    ดีมาก

    #16
    0
  3. #14 thongda (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 19:32
    รอตอนต่อไป อีกสองวัน หุหุหุ มีความสุข
    #14
    0
  4. #9 Felinonajang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 03:20
    เรื่องนี้กลิ่นไอดราม่าเครียดมาก เครียดแบบอินอะ อินก็เลยเครียดมาก แต่ชอบมาก โคตรชอบบบบบบบ สอดแทรกมาอีกนะคะ บางทีตามข่าวไม่ทัน

    เฮ้อ...ตกบ่วงพี่เวสอีกละ แต่งอะไรมาก็ต้องอ่าน ไปไหนไม่รอดทุกทีเลยยย
    #9
    1
    • #9-1 thongda(จากตอนที่ 5)
      4 พฤษภาคม 2563 / 19:33
      เหมือนกันเลย รักคนเขียนเนาะ
      #9-1
  5. #7 cholthichaz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 13:08
    ดีมากเลยค่ะ
    #7
    0
  6. #4 whiterose (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 23:03

    เค้ารักกันจริงๆ ฮือๆๆๆๆ

    #4
    0