The city of star

ตอนที่ 4 : ภาพจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    18 เม.ย. 63

เขาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงฝีเท้าที่ข้างเตียง

ภาพแรกที่เห็นคือแสงสีน้ำเงินสว่างจากเส้นปลายขอบฟ้านอกหน้าต่างบานที่เปิดม่านทิ้งไว้ตั้งแต่ก่อนค่ำ เป็นแสงสีน้ำเงินที่ผืนฟ้าสีกำมะหยี่ถูกรบกวนจากตะวันยามรุ่งสาง ก่อนเงาตะคุ่มต้นเสียงจะขยับลุกไปรูดเชือกมุมหน้าต่างบานกระจกจนม่านสีทึบบดบังแสงทั้งหมดเหลือแต่ความมืดมิด

เจ้าของเงาที่ผละห่างกลับเข้าใกล้อีกครั้ง ทิ้งร่างลงบนเตียงจนยุบยวบตามน้ำหนัก วินาทีนั้นเขากึ่งหลับกึ่งฝัน ติดอยู่ระหว่างความทรงจำที่เกือบเลือนกับความเป็นจริง

“แม่...”

แดเนียลเรียก ลำคอแห้งผาก หญิงวัยกลางคนนอนนิ่งบนกระโปรงรถ เป็นรุ่งสางของวันขึ้นปีใหม่ที่ไม่เคยมีพระอาทิตย์ขึ้นตลอดกาล แม่ออกมาตัดดาวเรืองที่ออกดอกเหลืองอร่ามเตรียมถวายพระ ส่วนเขายกสำรับอาหารสำหรับตักบาตรตามประเพณี แดเนียลก้าวออกช้ากว่าแม่เพียงห้านาทีก็พบหญิงวัยกลางคนที่โอบอุ้มเลี้ยงดูเขามาลำพังไร้วิญญาณ

ร่างผอมโปร่งของคนขับรถก้าวลงมา เดินเซซ้ายที ขวาที ไม่ค่อยได้สติสัมปชัญญะ

แดเนียลพุ่งเข้าหา ง้างหมัดต่อยคนเมาเต็มกำลัง

“ฉันทำนายตื่นเหรอ”

เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้น ภาพฝันอันเด่นชัดพร่าเลือนหายไป เงาตะคุ่มที่เบลอเลือนชัดเจนขึ้น ชายวัยสามสิบปลายวางมือลงบนแก้ม แดเนียลเอียงหน้าหลบโดยอัตโนมัติ ก่อนขยับลุกขึ้นนั่งโดยที่อีกฝ่ายยังทอดสายตาตามติด

“กี่โมงแล้ว”

“ตีสี่ครึ่ง”

ไทเลอร์ตอบ เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน ผูกเนกไทสีแดงเลือดนก กางเกงสีเทาอ่อน ส่วนเสื้อสูทอาร์มานี่วางพาดบนที่แขวนหมวกมุมห้องลวกๆ

“คุณมาทำอะไรแต่เช้า”

โชคดีชะมัดที่เขาตัดสินใจกลับมาก่อนสว่าง แดเนียลคิด อย่างน้อยก็ได้นอนเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนถูกกวนโดยเจ้าของห้องตัวจริง

“มีประชุมตั้งแต่เจ็ดโมง นอนไม่หลับก็เลยแวะมา”

“แวะมาเช็ก?”

“ไม่เห็นบอกว่ามิสเตอร์พีทีคือเด็กคนนั้น”

เดาไว้ไม่ผิด แดเนียลเดาะลิ้น ไทเลอร์ระแวงความสัมพันธ์ของเขากับแพทริก แม้แสร้งทำเป็นไม่รู้จักอดีตคนรักของเขา แต่การที่หอบดอกไม้ช่อโตไปโผล่ในห้องประชุมก็ชัดเจนว่าประธานบริหารบริษัทลีเอนเตอร์เทนเมนต์จำได้ว่ามิสเตอร์พีทีเป็นใคร ด้วยภาระรับผิดชอบอาจทำให้เจ้าตัวพลาดท่ารู้ช้ากว่าที่ควร ทว่าเรื่องที่เกี่ยวกับแดเนียลก็ไม่เคยหลุดรอดสายตาไทเลอร์ได้อยู่แล้ว

เสียดายที่เมื่อวานมีนัดดินเนอร์กับลูกค้า หลังจากสั่งให้นักแสดงในสังกัดขึ้นไปปรนเปรอจนเต็มอิ่มหนำในห้องทำงาน ไทเลอร์ต้องปล่อยให้แดเนียลกลับจากบริษัทเพียงลำพัง กระนั้นเขาก็กระวนกระวายใจจนต้องตามมาดูที่ห้องว่าคนในปกครองไม่ได้กลับไปกินของเก่า

ตั้งใจว่าจะเข้ามาดูเงียบๆ แต่เห็นแดเนียลหลับสนิทบนเตียงแล้วก็ยากจะหักห้ามใจ แม้อีกฝ่ายจะละเมอถึงอดีตราวกับไม่เคยอภัยให้ไทเลอร์รู้สึกหัวเสียนิดๆ ก็ตาม

อา...เรียกว่าพรหมลิขิตหรือเปล่านะ

ไทเลอร์คิด พลางคลายปมเนกไทที่สวมอยู่ให้รูดต่ำลงแล้วปลดออกจากคอ

วันนั้นเขาดื่มจนเกือบเช้า ขับรถกลับจากปาร์ตี้ฉลองสิ้นปี รู้สึกตัวอีกทีก็มียายแก่นอนแหม่บอยู่หน้ากระโปรงรถ ท่อนล่างอัดกับกำแพงอิฐที่มีคราบตะไคร่น้ำสกปรก ล้อรถบดดอกอะไรสักอย่างเป็นพุ่มสีเหลืองจนแหลกละเอียด เสียงตะโกนเรียกแม่ทุ้มและดังจนหนวกหู เขาหรี่ตาลงและพบเจ้าเพชรเม็ดงามนี่วิ่งปรี่เข้ามาดันรถเขาออกจากกำแพง โง่ชะมัด นอกจากรถเขาจะไม่กระดิกแล้ว หมอนี่ยังล้มลงร้องห่มร้องไห้ไม่เป็นท่าและยังวิ่งมาต่อยเขาเต็มๆ หน้า อย่างคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

แต่ถึงอย่างนั้น ไทเลอร์ก็รู้สักว่าหมอนี่สะดุดตา เป็นผู้ชายคนแรกที่ไทเลอร์ยอมเสียเงินและออกปากจะสร้างอนาคตให้อย่างไม่คิดว่าจุดคุ้มทุนคืออะไร

“มีประชุมเช้าไม่ใช่เหรอ”

แดเนียลถามเสียงแหบแห้ง เหนื่อยหน่ายเมื่อเห็นอีกฝ่ายปลดกระดุมเสื้อ ไทเลอร์รับในลำคอ “ตั้งเจ็ดโมง จากที่นี่ขับรถไปครึ่งชั่วโมงก็ถึง รีบๆ ทำหน่อยแล้วกัน”

“ผมขอล้างหน้าก่อน”

แดเนียลว่า เขาสะบัดผ้าห่มแล้วลุกเข้าห้องน้ำ ไทเลอร์ไม่ห้ามอะไร เพียงแต่ลุกขึ้นแขวนเสื้อเชิ้ตของตัวเองกับไม้แขวนไม่ให้ยับย่น เมื่อลับตากรรมการบริหารค่าย แดเนียลก็หยิบเอาขวดยาที่ซ่อนไว้หลังกระจกในห้องน้ำออกมา กรอกเม็ดยารีเล็กตามด้วยดื่มน้ำจากก๊อกอึกใหญ่ๆ

เขาใช้ยานี่มานานเท่าไรแล้วนะ

นับตั้งแต่เลิกกับแพทริกก็ว่าได้

แดเนียลสบตากับตัวเองในกระจก แค่สามปีที่เลิกกับแพทริกเขาศัลยกรรมหน้าไปหลายรอบ ถูกตัดแต่งเสริมเติมเพิ่มเพื่อเป็นคนที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไร้ตำหนิที่สุด แม้แต่รอยผ่าตัดเล็กๆ ก็ไม่ปรากฎให้เห็นด้วยซ้ำ ใบหน้าที่ทุกคนอิจฉางั้นหรือ หนุ่มน่ากอดที่สุดในเอเชียงั้นหรือ

ต้องรีบบึ่งมาหามีความหมายใดเล่าหากไม่ได้แม้แต่แตะต้องคนที่รักสุดใจ แต่ถึงอย่างนั้นแดเนียลก็ยอม อะไรก็ได้เพียงเพื่อปกป้องรักที่ไม่อาจเอื้อมให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย แม้ต้องแบกรับความเจ็บปวดเอาไว้เพียงผู้เดียวก็ตาม

ไทเลอร์นั่งไขว่ห้างรอบนเตียง คลุมร่างด้วยชุดที่ทำจากผ้าขนหนูสีขาวเนื้อนิ่ม กลิ่นของเทียนหอมโรยตัวทั่วห้อง จิบไวน์ในแสงสลัวของการมอดไหม้ในเชิงเทียน เมื่อแดเนียลออกมาจากห้องน้ำเขาก็วางแก้วไว้ที่โต๊ะกระจกข้างเตียง เลื่อนเปิดลิ้นชักหยิบถุงยางอนามัยออกมา

เจ้าเด็กนี่ไม่เคยหึงหวงเวลาที่เขาไปนอนกับใคร ไม่ก้าวก่าย ไม่เรียกร้อง ข้อเดียวที่แดเนียลวอนคือทุกครั้งที่เสพสังวาสต้องป้องกัน ไทเลอร์ไม่ติดขัดอะไร ดีเสียอีกสำหรับฝ่ายรับอย่างเขาที่ต้องทำความสะอาดร่างกายตัวเองหลังเสร็จกิจ ดังนั้นเขาจึงเก็บถุงยางอนามัยไซส์แดเนียลไว้ทุกที่ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ในกระเป๋าสตางค์ บนรถ หรือกระทั่งที่ทำงาน

นอกจากใบหน้าที่ตราตรึงจนเรียกได้ว่าเป็นรักแรกพบของไทเลอร์แล้ว เรื่องนั้นแดเนียลก็ทำได้ดีอย่างที่เขาพอใจมากทีเดียว

“เจอหน้าหมอนั่นอีกครั้ง เป็นไงบ้าง”

แดเนียลนั่งลงบนเตียง เอี้ยวตัวมาบีบนวดหัวไหล่คนถาม เขาต้องเล้าโลมอีกฝ่ายพักใหญ่จนกว่ายาจะออกฤทธิ

“ครับ?”

“ถ่านไฟเก่าคุหรือเปล่า”

“กังวลไม่สมกับเป็นคุณเลยนะ”

แดเนียลเย้า ออกแรงกดที่นิ้วหัวแม่มือเมื่อลากไปบนสะบักจนคนอายุมากกว่าส่งเสียงพอใจออกมาคล้ายแมว

ไทเลอร์เป็นลูกครึ่งซาคาน-สิงคโปร์ ตัวสูงโปร่ง ตาตี่แบบคนเอเชีย ผมสีดำสนิทมักถูกกวาดไปด้านหลัง เซตด้วยเจลให้เรียบร้อยพองาม เขาเป็นคนอายุเหยียบเลขสี่ที่ดูดีผิดกับคนวัยเดียวกันโดยสิ้นเชิง ผิวขาวละเอียด ใบหน้าอ่อนเยาว์ สุขุม มีมาด ทว่าเอาแต่ใจคล้ายเด็กวัยรุ่น เขาชอบคนอายุน้อยกว่า และคนโปรดที่สุดเสมอมาคือแดเนียลอย่างไม่ต้องสงสัย

“อะไรที่เป็นนาย ฉันก็กังวลทั้งนั้น”

ไทเลอร์วางทาบมือของตัวเองบนหลังมือของอีกฝ่าย ลูบเบาๆ ด้วยปลายนิ้ว แดเนียลโน้มตัวลงจูบที่นิ้วชี้ที่ทาบทับมือตัวเองไว้ ไทเลอร์รั้งใบหน้าอีกฝ่ายเข้าจูบ พอดีกับความรู้สึกกระสับกระส่ายเริ่มเข้าเล่นงานเด็กหนุ่มจากภายใน แดเนียลโถมตัวเข้าหาไทเลอร์จนคนอายุมากกว่าร่วงล้มลงบนฟูกเตียง

“ผมเป็นของคุณอยู่แล้ว”

คำพูดนั้นทำให้ไทเลอร์คลายกังวล เขาจูบแดเนียลดูดดื่ม ไล้ฝ่ามือบนแผงอกกำยำ ชุดคลุมของแดเนียลไม่ได้รัดไว้มิดชิด เมื่อร่างกายบดเบียดกันก็คลายจนเปลือยกายแผ่หลา แม้เครื่องปรับอากาศจะทำงาน แต่ทั้งคู่กลับชื้นไปด้วยเหงื่อ ในแสงสลัว ผิวขาวของไทเลอร์สว่างโดดเด่น แดเนียลเค้นปลายนิ้วลงบนร่างหนักหน่วง วูบหนึ่งที่เขานึกถึงแพทริก แต่จูบที่ตักตวงเอาฝ่ายเดียวของไทเลอร์ก็ทำให้เขาได้สติ กระนั้น ทั้งยาปลุกกำหนัดและสถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่อาจทำให้แดเนียลชะงักงัน

“เด็กดี”

ไทเลอร์มักพูดอย่างนั้น และแดเนียลก็แทรกกายเข้าไป ลึกขึ้น และลึกขึ้นอีก ไทเลอร์ยกขาขึ้นชั้น เขามองใบหน้าหล่อเหลาของเด็กในปกครองด้วยความพอใจ ยิ่งเมื่อแดเนียลสอดแทรกชำแรกกระแทกกระทั้น คว้านควักเอาลมหายใจของเขาให้ติดขัด ไทเลอร์ก็ยิ่งครางออกมาเสียงดังสมอารมณ์

“อา...อาห์...ดีมาก”

สะโพกบางถูกยกให้ลอยสูง แดเนียลขยำกำก่อนดันร่างเข้าหา ไทเลอร์ครางกระเส่าไม่เป็นศัพท์ ก่อนยกมือขึ้นวางบนแผ่นอกเบาๆ “ช้าหน่อย...หิวขนาดนั้นเลยเหรอ”

“คุณบอกให้รีบไม่ใช่เหรอ มีประชุมเช้านี่ครับ” ถามทั้งที่ยังไม่เพลาแรงลงแม้แต่น้อย ไทเลอร์ยิ้มมุมปากด้วยความพึงใจ

“...นายนี่มัน...เด็กดีจริงๆ” เขาตอบรับด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อ “โอ๊ะ เหมือนไอ้นั่นของนายจะขยายขึ้นนะ”

“คุณยั่วผมนี่”

“ชอบหรือเปล่าล่ะ”

ก็แค่เซ็กซ์

ใครๆ ก็ชอบทั้งนั้น

แดเนียลไม่ตอบ เม้มปากเข้าหากัน ร่างกายของไทเลอร์งดงาม กล้ามเนื้อแข็งแรงอย่างคนออกกำลังเป็นประจำ แดเนียลอดคิดไม่ได้ว่าไทเลอร์น่าจะเป็นคนที่หลายคนปรารถนา สะอาด จัดจ้าน แข็งแกร่ง ยามบิดกายแอ่นอกขึ้นช่างกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของคู่สังวาสดุเดือด เป็นชายวัยย่างเข้าสี่สิบที่เผ็ดร้อน และมีความต้องการสูงเสมอๆ เพียงแต่เขา มีเพียงแค่เขาที่ไทเลอร์ปรารถนาครอบครอง ไม่ว่าด้วยใบหน้า รูปร่าง หรือรสชาติของเซ็กซ์ แต่แดเนียลไม่เคยรู้สึกว่านั่นคือโชคดีที่เจ้าตัวปรารถนาแต่อย่างใด

“กัดนมฉัน”

ไทเลอร์มักออกคำสั่งราวเขาเป็นตุ๊กตายางที่มีชีวิต เป็นเครื่องบรรณาการอารมณ์ดิบเถื่อนของตัวเองจนสมใจ แดเนียลทำตามอย่างไม่มีข้อแม้ พยายามบอกตัวเองว่าต่างฝ่ายควรตักตวงสุขสมของตัวเองให้ถึงที่สุด เมื่อยาออกฤทธิ์เขามักหน้ามืดเช่นนั้น บีบสะโพกแล้วฟาดมือแรงๆ จนด้านในกระตุกสั่น โอบกอดรัดรึงกายเนื้อของเขาจนแทบปริแตก ชายหนุ่มดันสะโพกสอบเข้าออกรุนแรง เสียงเนื้อกระทบกระแทกดังเป็นจังหวะเดียวกับสปริงที่นอน แดเนียลจับขาทั้งสองข้างของไทเลอร์รวบเข้าหากัน พาดไว้ที่บ่าซ้าย แล้วควบสะบัดสะโพกจนคนอยู่เบื้องล่างหัวสั่นหัวคลอน

“อ๊ะ...อ๊า....”

ไทเลอร์เปลือยกายกรีดร้อง วางมือบนท้องน้อยเมื่อรู้สึกว่าเด็กหนุ่มจ้วงแทงลึกเกินไป

เช่นนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ไทเลอร์ไม่อาจโงหัวขึ้นจากแดเนียลนับตั้งแต่เจอกัน เซ็กซ์ที่เร่าร้อนดุจสัตว์ป่า พละกำลังของเด็กหนุ่มวัยกลัดมัน อาห์...ขนาดของไอ้นั่น ที่สูงกว่ามาตรฐานของชายชาวเอเชียทั่วไปด้วย

ปลายนิ้วเรียวจิกขยำกำผ้าปูจนยับย่น จังหวะการขยับกายต่อเนื่องและเร่งเร้ารุนแรงทำให้เขากระโจนทะยานในความหฤหรรษ์นับร้อยพันรอบ ไทเลอร์สามารถปลดปล่อยออกมาโดยไม่มีใครแตะไอ้นั่นของเขาแม้แต่น้อย ใช่ นั่นเป็นความสามารถพิเศษที่แดเนียลมีต่างจากคู่นอนคนอื่น

กระนั้นเจ้าเด็กนี่ก็เหมือนเสือ เลี้ยงไม่เชื่อง หากไม่อยากมีปัญหาให้หงุดหงิดใจ ไทเลอร์รู้ดีว่าเขาต้องให้พื้นที่หมอนี่เป็นตัวของตัวเองบ้าง

ดังนั้นเขาจึงมาหาแดเนียลเฉพาะตอนที่อยากถูกเอาอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง

ไม่มีดินเนอร์ ไม่มีวาเลนไทน์ ไม่มีดอกไม้หรือการแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เว้นเสียแต่เมื่อวานที่ไอ้เด็กนั่น รักเก่าของแดเนียลปรากฏตัว

“อึก...”

แดเนียลกระตุกร่างเมื่อถอนกายออก ขยับข้อมือรูดรึงท่อนเนื้อถี่ รีดเร้นจนของเหลวสีขุ่นถะถังบนท้องน้อยอีกฝ่ายพลางหอบหายใจ เขาไม่เคยครางชื่อไทเลอร์ และนั่นพออภัยได้ เพราะเจ้าของชื่อก็ไม่เคยได้ยินเด็กหนุ่มในอาณัติเรียกชื่อไอ้นักข่าวคนนั้นเช่นกัน

อาจเป็นแค่นิสัยส่วนตัวเสียกระมัง

“เสร็จทั้งที่ตัวเองยังไม่ถอดเสื้อผ้าสักชิ้น ขี้โกงจังนะ”

ผู้เปลือยกายเย้า เขาขยับลุกขึ้นหยิบทิชชูข้างหัวเตียงเช็ดซับหยาดหยดข้นเหนียวของตัวเองและศิลปินหนุ่ม มองร่างกายใต้ชุดนอนด้วยสายตาโลมเลียเปิดเผย “แต่โดนเอาทั้งๆ ที่นายยังสวมเสื้อผ้าแบบนี้ก็รู้สึกเซ็กซี่ดีเหมือนกัน เหมือนนายทนเสียเวลาถอดชุดไม่ได้ ต้องจัดการฉันทันที”

ไทเลอร์เย้า โดยที่แดเนียลไม่ตอบโต้อะไร การทำงานของยาดูเหมือนจะสิ้นสุดเร็วกว่าที่ควร ส่วนหนึ่งเพราะภาวะเครียดและพักผ่อนน้อยของเจ้าตัว กระนั้น เท่านี้ก็เพียงพอแล้วกับความต้องการของเจ้าชีวิต

“คุณจะอาบน้ำเลยไหม” เด็กหนุ่มถาม อีกฝ่ายส่ายหน้า

“นอนกอดกันหน่อยสิ”

“คุณจะไปทำงานสายได้นะ”

“ช่างหัวมันเถอะน่า”

“ผมอยากเตรียมอาหารเช้าให้คุณสักหน่อยระหว่างที่คุณเข้าไปแช่ตัวในอ่าง”

เจ้าเด็กนี่...ชักร้ายกาจขึ้นทุกวัน

“เอางั้นก็ได้ เตรียมน้ำอุ่นให้ฉันหน่อยแล้วกัน”

แดเนียลพยักหน้ารับก่อนลุกเดินเข้าห้องน้ำเพื่อรองน้ำใส่อ่าง เสียงซู่ของน้ำที่ไหลจากก๊อกดังกระทบเซรามิกขาว มือใหญ่หยิบบาธบอมบ์กลิ่นโปรดของไทเลอร์โยนใส่ มีเสียงตุ๋ม ดังแทรก ก่อนฟองขาวฟูฟ่อง ค่อยๆ ก่อตัวคล้ายฟองจากระลอกคลื่นริมหาด เพียงแต่มันไม่ซึมซาบลงผืนทราย ถูกกักเก็บไว้ในแอ่งจากุซซี่ขนาดสองคนนั่งได้สบายๆ

ความคับแค้นใจที่เขามีต่อไทเลอร์ก็เช่นนั้น กักตัวขังไว้อย่างเงียบเชียบ ปฏิบัติละมุนละม่อมคล้ายฟองโฟมหากแต่ฟูฟ่องรอวันล้นเอ่อ แดเนียลสูญสิ้นความเป็นตัวเองไปคล้ายนานชั่วกัปชั่วกัลป์ เขาแทบนึกถึงตัวเองเมื่อก่อนวันที่ไทเลอร์จะพุ่งชนร่างของแม่อัดกำแพงบ้านไม่ได้เลย

ถูกแล้ว มันควรเป็นเช่นนั้น

แดเนียลพ่ายแพ้แด่กลอำนาจที่เขาไม่อาจต่อสู้ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีเทียบเท่ามนุษย์เมื่อตำรวจเข้าล็อกตัวและเขาโดนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายไทเลอร์ โดยที่ลูกชายเจ้าของกิจการลีเอนเตอร์เทนเม้นต์ไม่โดนตั้งข้อหาเจตนาฆ่า ข้อหาเมาแล้วขับ หรือแม้แต่ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงความตายด้วยซ้ำ เรื่องราวเงียบหายแบบที่เขาซึ่งมีรุ่นพี่ในวงการสื่อหลายฝ่ายยังไม่ช่วยเล่นข่าวให้สังคมร่วมประณาม เรียกร้องความยุติธรรมให้แม้ว่าแดเนียลจะเป็นที่รักของคนในคณะตลอดมาก็ตาม

งานศพแม่จัดขึ้นเงียบๆ โดยมีแพทริกช่วยจัดการธุระทุกอย่าง แดเนียลกลายเป็นคนบื้อใบ้ ไม่สบอารมณ์ ใครๆ ก็บอกแพทริกว่าเป็นภาวะปกติหลังการสูญเสียครั้งใหญ่ที่ชายหนุ่มจะช็อกจนไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้นซ้ำ เด็กหนุ่มเลือดร้อน ดื้อรัน มุทะลุอย่างแพทริกกลายเป็นนิ่งเย็น สุขุม และเติบโตเป็นที่พักพิงให้คนรักรุ่นพี่อย่างใจเย็น กระทั่งวันเผาที่รถตู้สีดำมาจอดข้างเมรุ ชายแปลกหน้าก็ปรากฏตัวขึ้นและแดเนียลก็ลากผู้ชายคนนั้นออกจากงานไป

“มึงมาทำไม”

“ตามมารยาทก็ควรมาแสดงความเสียใจไม่ใช่เหรอ” ไทเลอร์สั่งให้การ์ดหยุดอยู่กับที่เมื่อเห็นแดเนียลผลักอกเจ้านายจนเซแล้วว่า “ฉันอายุมากกว่านาย หยาบคายแบบนี้ ไม่น่ารักสมกับหน้าหล่อๆ เลยนะ”

เป็นคำชมที่แดเนียลรู้สึกขยะแขยง ชายหนุ่มเกือบได้คดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นครั้งที่สอง แต่เมื่อกำหมัด การ์ดที่ตั้งท่าเมื่อครู่ก็ตะบึงเข้าใส่ทันที พูดให้ถูก คราวนี้เหมือนกับพวกนั้นรู้แต่แรกแล้วว่ามาเพื่อจัดการเขา ที่ตรงนั้นห่างจากเมรุที่เผาเพียง 200 เมตร แต่แดเนียลหายตัวจากงานศพโดยไม่ส่งแขก หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ซู่…

น้ำในอ่างกระเซ็นเมื่อน้ำวนทำงาน แดเนียลหลุดออกจากภวังค์แล้วเดินออกมาเรียกไทเลอร์ด้วยสายตา เมื่อคนอายุมากกว่าพยักหน้า เขาก็เข้าครัวไปเตรียมอาหารเช้าง่ายๆ สำหรับตามสัญญา ต้มน้ำร้อน ตักเมล็ดกาแฟคั่วบดใส่เครื่องชงก้านกด เปิดเตาไฟฟ้า หยิบไข่ไก่และแฮมในตู้เย็นออกมา วางขนมปังลงในเตาปิ้งแต่ยังไม่กดให้เครื่องทำงาน รอให้แฮมและไข่สุกค่อยปิ้งขนมปังให้กรอบกำลังดีก็ยังไม่สาย

 

แดเนียลรู้สึกตัวอีกครั้งในภาพจำที่สะลึมสะลือคล้ายภวังค์ฝัน เขาถูกมัดขึงไว้บนเตียงกว้าง ร่างเปลือยเปล่า ขึงไว้ด้วยโซ่ทั้งแขนและขา ไทเลอร์นั่งไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์ อีกข้างถือมวนบุหรี่ที่เขารู้ภายหลังว่าไม่ใช่บุหรี่

“ปล่อยกู! ระยำ! ”

“ว้าว...ตื่นมาก็ดุเชียว ไอ้เสือ”

ไทเลอร์ยักยิ้มที่มุมปากก่อนเดินอ้อยอิ่งแล้วทรุดตัวนั่งลงข้างเตียง ไม่บ่อยนักที่เขาใช้กำลังเพื่อให้ได้คนที่อยากได้ ส่วนมากแค่โอนเงินให้ในจำนวนที่เจ้าตัวพอใจทุกอย่างก็จบ

“ฉันแค่ตรวจดูสินค้าสักหน่อย เจ้าพวกนั้นเล่นล็อกนายจนกลัวว่าจะเป็นรอย”

“มึงจะเอาอะไร ปล่อยกู ไอ้เหี้ย”

“พูดเพราะๆ หน่อย”

กึง!

เสียงโซ่กระทบกับเสาเตียงดังเมื่อเด็กหนุ่มพยายามสะบัด พละกำลังของแดเนียลทำได้เพียงเท่านั้น แม้ส่วนสูงเขาจะเกินค่ามาตรฐาน ร่างกายแข็งแรง แต่เมื่อถูกจองจำก็ทำได้เพียงบิดกายอย่างไร้หนทาง

“อย่าดื้อสิ” ไทเลอร์แกว่งแก้วไวน์ในมือเบาๆ สีแดงม่าเหมี่ยวของเหล้าองุ่นหมักหลายปีกลิ้งไปบนความโค้งมน “ฉันไม่อยากรุนแรงหรอกนะ”

“มึงฆ่าแม่กู ใช้เงินกลบคดีแล้วยังกล้าลักพาตัวกูอีก คนอย่างมึงมันชั่วยันกระดูก”

“ก็รู้นี่ว่าเงินซื้อได้แม้แต่กฎแห่งกรรม”

ไทเลอร์ไม่สะทกสะท้านกับคำที่อีกฝ่ายผรุสวาทแม้แต่น้อย เรื่องนี้ไร้สาระจะตายไปเทียบกับสิ่งที่เขาจะได้ต่อจากนั้น ปลายนิ้วผู้มีอิสระกรีดจากสันคาง ส่งเสียง จุ๊ๆ ในลำคอ แดเนียลเอียงคอหนี ตามด้วยถ่มน้ำลายรดหน้าอีกฝ่าย

ถุด!!

มุมปากที่กดยกเมื่อครู่ค่อยๆ ลดองศาลง ไทเลอร์มองคนบนเตียงด้วยแววตาเย็นเยียบ ก่อนสะบัดข้อมือราดไวน์ชั้นดีจนเปียกปอน

 

เฮือก!

 

“ตกใจเหรอ ไข่ดาวจะสุกเกินไปแล้ว”

คนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำเปลือยเปล่า กอดชายหนุ่มที่อยู่หน้าเตาจากด้านหลัง ไทเลอร์ไม่ชอบกินไข่ดาวสุก เขาสนุกยามที่ได้ใช้ส้อมปลายแหลมจิ้มไปบนผิวตึงๆ ของไข่แดง มองมันไหลเยิ้มลงมาบนไข่ดาวสุกช้าๆ ขนมปังต้องปิ้งแบบเกือบไหม้ ส่วนกาแฟไม่ใส่น้ำตาล และไม่ทานมื้อเช้าหากแดเนียลไม่ทานด้วย

“คุณไปแต่งตัวเถอะ”

“กลัวห้ามตัวเองไม่ได้เหรอ”

“เดี๋ยวสายนะครับ”

แดเนียลตอบ อีกฝ่ายเดาะลิ้นขัดใจแต่ยอมเดินไปหยิบเสื้อผ้าติดมือออกมาใส่ต่อหน้าเด็กหนุ่มแต่โดยดี “เออนี่ ไม่ต้องไปเวิร์คช็อปกับหมอนั่นแล้วนะ”

“ครับ?”

“ฉันสั่งโจเซฟไปแล้วว่าให้มิสเตอร์พีทีติดต่อกับผู้กำกับถ้าอยากบรีฟเรื่องบท ไม่ต้องเอานักแสดงไป”

แดเนียลพยักหน้า ไม่แสดงท่าทีดีใจหรือผิดหวัง ไทเลอร์ลอบมองปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มที่ขยับโยกหยิบขนมปังปิ้งที่เพิ่งดีดจากเตาใส่จาน วางแฮม ชีส ผัก และไข่ดาวเกือบสุกก่อนทับด้วยขนมปังอีกแผ่น เสิร์ฟพร้อมกาแฟอเมริกาโน่ร้อนๆ ในแก้วมักสีขาว

“เสียใจหรือเปล่า”

“ต้องเสียใจหรือครับ”

“เผื่อว่าจะอยากเจอ”

“ผมแค่ทำงาน ไม่ได้สนใจเรื่องอื่น งานนี้ผมก็ไม่ได้รับเอง” แดเนียลเว้นจังหวะครู่หนึ่งก่อนพูด “คุณไบรอันเป็นคนบอกว่าให้ทำงานคู่กับเรโอะ”

“อา...พ่อคงหลงเจ้าเด็กนั่นหัวปักหัวปำ ถึงขั้นอยากดันให้เป็นกระแสคู่กับนาย”

'เหมือนที่คุณหลงผมนั่นแหละ'

ประโยคนี้แดเนียลไม่ได้พูดออกไป

“ทั้งที่เล่นซีรีส์วาย นายจะอาจจะถูกมองเป็นเกย์คู่กับหมอนั่นจริงๆ เสียประวัติหมด”

“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ ผมเป็นเกย์อยู่แล้ว ไม่รู้สึกว่าเสียหายด้วย”

“เป็นสิ จะไม่เป็นได้ยังไง กว่าฉันจะดันให้นายมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ มีข่าวหลุดว่าเป็นโฮโมเซ็กชวลพวกแบรนด์ไฮเอนด์อาจจะแบนนายไปเลย”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณไบรอันคงไม่ดันเรโอะให้รับงานนี้หรอกครับ”

“เพราะมันยังเป็นแค่งานวายไง ไม่ใช่หนังเกย์หรือเปิดเผยว่านายเป็นเกย์จริงๆ”

แดเนียลไม่เข้าใจความแตกต่างนัก เขานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วดื่มอเมริกาโน่ของตัวเองแทนมื้อเช้า อันที่จริงเด็กหนุ่มชอบลาเต้มากที่สุด มีความสุขกับการได้ทำลาเต้อาร์ตหรือฟองนมเป็นลวดลายต่างๆ แต่นับตั้งแต่เป็นศิลปินในสังกัดลีเอนเตอร์เทนเมนต์เต็มตัว แดเนียลก็ดื่มกาแฟที่มีส่วนผสมของน้ำตาลและนมไม่ได้อีกต่อไป รวมถึงครีมเทียมที่อาจทำให้หน้าบวม เสียหุ่นด้วย

“คนประเทศนี้ดัดจริต อยากดูผู้ชายหน้าตาดีสองคนกุ๊กกิ๊กกันแต่ก็รับไม่ได้ที่ศิลปินเป็นเกย์ ทั้งเกลียดและกลัวโฮโมเซ็กชวลจนต้องดันไปอยู่ในหมวดแฟนตาซี ผลิตสนองตัณหา เอาไว้ขายของ แต่ไม่ยอมรับว่ามีพวกเราอยู่จริง”

แดเนียลคิดตาม โดยมากผู้ผลิตและผู้เสพเป็นเพศหญิงเขาเดาว่าเกิดจากการปลิ้นของสังคมกดทับบางอย่าง เช่นว่าการกดขี่เพศหญิงที่กำหนดให้เพศชายสามารถพูดถึงเรื่องเซ็กซ์ได้อย่างเปิดเผย จากนั้นนายทุนก็พบว่าเป็นขุมทรัพย์ ตามหลักการทุนนิยมที่ไม่ซับซ้อนอะไร

“ผลผลิตของสังคมที่ไม่เท่าเทียมน่ะครับ”

แล้วจะต้องโทษใครได้เล่า ในเมื่อมนุษย์เราต่างหวาดกลัวกันและกัน

 

 

TBC

 

มาถึงตอนที่ 3 แล้วค่ะ เรื่องนี้เราแพลนไว้ว่าไม่ยาวมาก ประมาณ 12 ตอนจบ ไม่แบ๊ดเอนด์ค่ะะะ อยากเขียนเป็นแรงกระเพื่อมเล็กๆ น้อยๆ ให้เห็นภาพของการต่อสู้และขบถในใจเราค่ะ เจอกันพุธหน้านะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #13 thongda (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 19:13
    ที่มาอยู่กับไทเลอร์อาจจะเกี่ยวกับแพท ใช่ไหม?
    #13
    0
  2. #6 cholthichaz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 11:19
    ทำไมแดนถึงมาอยู่กับคนที่ฆ่าแม่ตัวเอง ㅠㅠ
    #6
    0
  3. #3 อาร์ซีทาเอ่อร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 02:40
    ม่ายยยย อ่านแล้วอึดอัด แต่มันก็ได้อย่างเสียอย่าง เงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ เฮ่ออ
    #3
    0