The city of star

ตอนที่ 2 : เผชิญหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    18 เม.ย. 63

แม้ทำใจไว้บ้างแล้ว แต่กว่าจะกลั้นใจเปิดประตูห้องประชุมที่นัดเวิร์กช็อปไว้นักเขียนคนเก่งก็ถ่วงเวลาบรรณาธิการที่มาด้วยกันไว้หลายนาทีทีเดียว

เมื่อเสียงประตูปิดลง แดเนียลก็เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ เขาสบตากับคนมาใหม่แววตระหนกไหวก็ฉายวูบก่อนกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มละมุน

ข้างๆ กันเป็นผู้จัดการส่วนตัวคนดังโรมานอฟ โจเซฟ

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ปลื้มจังที่คุณชาร์ล็อตมาก่อนเวลา ดิฉันวิคเตอร์ จากสำนักพิมพ์วีเลิฟ” แคทเทอรีนยื่นมือทำความรู้จัก แต่ชาร์ล็อตลุกขึ้นโค้งคำนับก่อนแนะนำตัว

“ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ พวกคุณก็มาเร็วกว่าเวลานัดเหมือนกัน”

“แหม ไว้ใจการจราจรประเทศนี้ไม่ได้หรอกค่ะ โชคดีที่วันนี้ถนนโล่งแล้วก็ไม่มีปิดขบวนเสด็จ...อุ๊บ” แคทเทอรีนเอามือป้องปากทันทีที่หลุดพูดคำต้องห้าม โจเซฟกลั้นหัวเราะก่อนเล่นมุกตลกร้าย

“ช่วงนี้คนไม่ค่อยออกจากบ้านกันหรอกครับ เศรษฐกิจไม่ดี”

“จริงๆ ก็เป็นข้อดีของวงการบันเทิงนะคะ พอคนอยู่บ้านมากๆ เข้าคงเปิดโทรทัศน์กันเรตติ้งกระฉูด อ้อ ลืมแนะนำไปเลยค่ะ นี่คอลตัน เจ้าของนามปากกาพี.ที.ที่เขียนราตรีประดับดาว”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“ในที่สุดก็ได้เจอตัว เด็กกว่าที่คิดไว้นะครับ ยังเรียนอยู่หรือเปล่า”

“ปีนี้ 25 แล้วครับ”

แพทริกแก้ต่าง เหลือบมองรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเดียวกับเขาด้วยหางตา หมอนี่ทำอะไรมาเพิ่มอีกบ้างนะ ใบหน้าแดเนียลเหมือนรูปปั้นขึ้นทุกที สมบูรณ์แบบเกินไป ทั้งความสมมาตรของดวงตาทั้งสอง สันจมูก หรือรูปกราม โดยรวมไม่ได้บิดเบี้ยวไปจากโครงเดิม แต่ธรรมชาติเคยทิ้งเสน่ห์ของความบกพร่องเอาไว้มากกว่านี้ กระนั้นก็คงยากจะปฏิเสธว่าเครื่องหน้าเช่นนี้คงทำให้ง่ายต่อการทำงาน ทั้งสำหรับตากล้อง ทีมกราฟฟิก สปอนด์เซอร์

ใบหน้าหรูหราคู่ควรกับผลิตภัณฑ์ราคาเหยียบหมื่น

ปลอมพอๆ กับนิสัย

“โอ้ หน้าเด็กมากเลย หรือเพราะตัวเล็กด้วย”

แพทริกเกือบแต่ตอบว่าส่วนสูงของเขาอยู่มากกว่าเกณฑ์เฉลี่ยทั้งเอเชียที่อยู่ที่ 164 เซนติเมตรมาถึง 10 เซน แต่พออีกฝ่ายละล่ำละลักพูดต่อที่เสียมารยาทว่า “ถ้าสูงกว่านี้อีกสักหน่อยอยากชวนเข้าวงการด้วยกัน” ก็เข้าใจได้ว่ารูปร่างขนาดเขาเรียกว่าตัวเล็กเกินไปอยู่ดี

“ผมคงไม่ค่อยเหมาะกับวงการบันเทิงน่ะครับ”

“อ้อ ใช่ แพทริกน่ะเป็นคนตรงไปตรงมาจนเกือบตายมารอบ” แคทเทอรีนพูดเกินหน้าที่บรรณาธิการ แต่เจ้าของชื่อเพียงกระแอมไอตัดบทเท่านั้น “ลืมบอกไปน่ะค่ะ เจ้านี่เป็นนักข่าวด้วย”

“อาชีพหลักผมต่างหาก”

“แต่ไม่คุ้นหน้าจริงๆ นะครับ” โจเซฟยังยืนยัน “ถ้าไม่สนใจทำข่าวแล้วอยากเข้าวงการบันเทิงติดต่อผมได้จริงๆ นะ ไม่ต้องเป็นนายแบบก็ได้ ปั้นเป็นเน็ตไอดอลก็น่าจะดังแล้ว”

“อย่าเซ้าซี้น่า! อย่างหมอนี่ให้เป็นนักข่าวกระจอกๆ ก็พอแล้ว”

คนที่เงียบตั้งแต่แรกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด แพทริกพบว่ารอยยิ้มละมุนละไมเมื่อครู่หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แดเนียลขมวดคิ้วเข้าหากัน ไม่สบอารมณ์

“พูดอย่างนี้ไม่น่ารักเลย แดน”

โจเซฟติงคนในปกครอง เจ้าของชื่อได้แต่พรูลมหายใจยาว

“แพทเพิ่งบอกว่าตัวเองไม่เหมาะกับวงการบันเทิง ไม่ได้ยินหรือไง”

“คอลตัน”

เจ้าของชื่อที่แดเนียลเรียกว่าแพทอย่างสนิทสนมเมื่อครู่กล่าวเสียงเรียบ ศิลปินหนุ่มยกมุมปากข้างหนึ่งขึ้นพลางหัวเราะผ่านจมูก

“คงเก่งแค่เขียนนิยายประโลมโลก แต่คุมอารมณ์ไม่เป็นใช่ไหมครับ คุณคอลตัน”

“อยู่ที่ว่าคุมอารมณ์กับขี้โกหกเหมือนกันหรือเปล่าน่ะครับ”

แพทริกสาบานเลยว่าการเจอกันอีกครั้งเขาไม่ได้ตั้งใจจะเริ่มต้นด้วยการหาเรื่องอีกฝ่าย แต่ท่าทีเย็นชาหยามเหยียดที่แดเนียลแสดงออกมาทำให้เขาโกรธแทบบ้า นักข่าวกระจอกๆ งั้นเหรอ ที่เคยพูดว่า “ตามความฝันของนายให้สุดทางนะ” เป็นแค่เรื่องลวงที่อยากเขี่ยเขาทิ้งเท่านั้นกระมัง

“ใจเย็นๆ น่า สองคนนี้ยังต้องทำงานด้วยกันอยู่นะ จะทะเลาะกันตั้งแต่วันแรกเลยเหรอ”

แคทเทอรีนอาสาเป็นทูตผสานสัมพันธ์ โจเซฟเห็นอย่างนั้นก็รีบออกปากในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุด

“แดน ขอโทษคุณแพทริกสิ”

“ทำไมต้องขอโทษ”

“นายเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน”

“ผมพูดในสิ่งที่เขาอยากเป็นนี่”

แดเนียลในวันนี้ช่างแตกต่างจากแดเนียลที่แพทริกเคยรู้จักราวเป็นคนละคน ท่าทางยโส จองหอง ไม่รู้จักถ่อมตน ที่ร้ายกว่านั้น นิสัยดูถูกคนอื่นแบบนี้ ราวว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นวิญญาณของใครอีกคนที่สวมเข้าร่างของชาร์ล็อตคนเก่า ไม่เหลือเค้าโครงความดีงามของอีริคในนิยายช่วงต้นแม้แต่น้อย

ชื่อเสียงและเงินพาไปได้ถึงขั้นนี้

ไม่เสียแรงที่เขายอมปล่อยอีกฝ่ายไปเมื่อสามปีก่อนจริงๆ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แพทริกไม่ใช่คนคิดมาก อีกอย่างนายก็เป็นนักข่าวกระจอกจริงๆ นี่นา ผันตัวมาเป็นนักเขียนนิยายอาชีพเถอะน่า”

ประโยคแรกแคทเทอรีนพูดกับคู่กรณี ก่อนจะเฉไฉชวนเปลี่ยนเรื่องกับคนที่มาด้วยกัน ชายหนุ่มอายุน้อยที่สุดเกือบจะปล่อยตามน้ำแล้วหากแดเนียลไม่พ่นหัวเราะผ่านจมูกอีกครั้ง

“ขนาดไม่คิดมากยังเก็บมาเขียนใส่หนังสือได้เป็นเล่ม”

“เรียกว่าเป็นคนไม่ถือสาเวลาหมาเห่าดีกว่าครับ”

“แล้วชอบเวลาหมาเลียปากไหม”

“อ้าว มากันแล้วเหรอ ผมไม่ได้มาเลทใช่ไหม” ทีมสุดท้ายที่เข้ามาขัดจังหวะราวระฆังลั่นหมดยกได้ทันการคือฝ่ายโปรดัคชั่น ผู้กำกับวัยกลางคนหันมาทางแพทริกแล้วยิ้มกว้าง “นี่ใช่คุณพี.ที.หรือเปล่า”

“ครับ ก่อนหน้านี้ขอโทษด้วยครับที่ให้แคทเทอรีนติดต่อแทนตลอด”

“เรื่องเล็กน่า ผมชอบนิยายคุณมากเลยนะ แต่ว่าต้องเปลี่ยนตอนจบนิดหน่อย”

เจ้าของเรื่องเหลือบมองนักแสดงนำที่ทำให้ตอนจบต้องเปลี่ยนเป็นแฮปปี้เอนดิ้ง “โชคดีมากเลยที่ได้แดเนียลมาเล่นเป็นตัวเอกของเรื่อง ก็เลยต้องเปลี่ยนเอาใจแฟนๆ แต่ผมก็ชอบตอนจบของคุณนะ”

“ขอบคุณครับ แค่คุณชาร์ล็อตลดตัวมาเล่นซีรีส์เกย์ เปลี่ยนตอนจบให้มีความสุขนับเป็นเรื่องที่เล็กมากเลย”

อย่างที่รู้ว่าภาพสังคมของประเทศซาคานคล้ายเปิดกว้าง แต่ความเป็นจริงผู้คนยังทระนงหลักคำสอนโบราณที่ยึดมั่นในเพศหญิงชาย เพศอื่นๆ ถูกจัดวางให้เป็นเรื่องขบขัน ผิดบาป แม้แต่ในซีรีส์ทำเงิน นักแสดงที่ร่วมแสดงบทก็มักถูกลดทอนคุณค่าลงไปด้วย ไม่มีใครอยากเล่นซีรีส์ชายรักชาย เว้นเสียแต่ดาราใหม่ที่ฝีมือไม่ถึงขั้นโด่งดังเปรี้ยงปร้างในละครหลังข่าว ดังนั้นเมื่อวกกลับไปที่แคทเทอรีนบอกว่าแพทริกโชคดีเหลือเกินที่ได้นักแสดงระดับเอเชียมาร่วมงาน

คนที่พร้อมทั้งรูปลักษณ์และความสามารถ

แถมยังรับเล่นในราคาต่ำกว่ามาตรฐาน

ถึงตอนนี้แพทริกก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเพราะเหตุใดแดเนียลถึงยอมรับงานนี้

“ว่าแต่เรโอะยังไม่มาเหรอครับ”

โรเบิร์ตถามหานักแสดงนำอีกคนที่จะมารับบทราฟต์ รุ่นน้องที่หัวใจใสซื่อที่หลงรักอีริค โจเซฟทำหน้าไม่สู้ดีนัก ทั้งเรโอะและแดเนียลเป็นนักแสดงในสังกัดการดูแลของเขา แต่การควบคุม ออกคำสั่งหนุ่มน้อยลูกครึ่งซาคานญี่ปุ่นนั้นเป็นเรื่องที่ยากทีเดียว เจ้านั่นเป็นคนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้สักอย่าง เรื่องที่รับปากเป็นมั่นเหมาะก็ถูกปฏิเสธซึ่งๆ หน้าหลายครั้งหลายหน และเหตุผลที่แดเนียลต้องมารับงานนี้คู่กับหมอนั่น ก็เพราะต้นสังกัดอยากให้กู้ภาพเจ้าเด็กจอมเกเรของเรโอะขึ้นมาหน่อย

“เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนบอกว่ากำลังมาน่ะครับ”

“งั้นคุยกันเรื่องบทของแดเนียลก่อนก็ได้ เป็นยังไง อ่านบทแล้วใช่ไหม มีอะไรไม่เข้าใจหรือเปล่า”

“ไม่น่ายากเกินความสามารถของคุณชาร์ล็อตหรอกครับ ผมเขียนมาจากเค้าโครงของคนจริงๆ”

ถึงคราวได้เอาคืนเล็กๆ น้อยๆ แพทริกก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดรอดไปได้ เดิมทีก็ใช่ว่าเขากับดาราดังจะจบกันสวยอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อเปิดฉากกลับมาพบกันใหม่แดเนียลเผยธาตุแท้เพื่อลบเลือนเรื่องราวดีๆ ครั้งเก่าก็ไม่มีประโยชน์ที่จะผูกสัมพันธ์ แพทริกไม่ได้คิดอยากให้ถ่านไฟเก่าปะทุขึ้นใหม่ จึงไม่ยากเลยที่เขาจะประกาศกร้าวเป็นปฏิปักษ์กับอีกฝ่ายซึ่งๆ หน้า

แดเนียลเผลอกำมือแม้ยกปากยิ้ม

“บทของอีริคไม่ยากหรอกครับ เห็นใจก็แต่เรโอะที่ต้องรับบทราฟต์ เป็นตัวละครที่แสนดีเกินคนไปหน่อย ไม่แปลกเหรอครับที่คนดีๆ ขนาดนั้นจะถูกเขี่ยทิ้ง”

“ถ้ากลิ่นเงิน กลิ่นชื่อเสียงมันหอม คนเห็นแก่ตัวอย่างอีริคก็เลือกเงินสิครับ ไม่เห็นเข้าใจยากตรงไหน”

“พอหนังสือเล่าในมุมของราฟต์ก็ไม่เห็นรู้สึกเลยนะครับว่าอีริคจะเป็นคนแบบนั้น”

“ตัวละครอ่อนต่อโลกน่ะครับ พอตอนจบที่ใบหน้าที่แท้จริงของอีริคเปิดเผย เรื่องเลยจบหักมุม”

การฟาดฟันระหว่างแพทริกและแดเนียลถูกขัดจังหวะด้วยเสียงกระแอมไอของผู้กำกับ นักแสดงนำกับนักเขียนจ้องตากันไม่ลดละจนแคทเทอรีนต้องแตะข้อศอกทีมงานตัวเองเบาๆ

“เอ้อ ตรงนี้ผมปรับแก้หน่อย ที่อีริคทิ้งราฟต์เข้าวงการบันเทิง ผมแก้เป็นว่าให้มีปาปารัชซี่จับภาพได้ แล้วก็เกิดเป็นคู่จิ้น ทำให้ทั้งสองคนกลับมาคบกันใหม่นะ”

โรเบิร์ตว่า เขาหยิบกระดาษที่เต็มไปด้วยร่องรอยของปากกาจนเลอะเทอะยับย่นขึ้นมากาง

“ตรงนี้จะใส่ว่าเพราะอีริคอยากให้ราฟต์มีชีวิตที่เป็นส่วนตัวเลยขอเลิก แต่ว่าราฟต์ดึงดันว่าจะเคียงข้างต่อสู้ไปด้วยกัน ตรงจุดตัดสินใจสุดท้ายต้องเป็นรางวัลของตัวละครที่ไม่ว่าเลือกอะไรก็ต้องได้ทุกอย่างที่อยากได้ ตามโรลของซีรีส์ที่จบแฮปปี้เอนดิ้งน่ะ มิสเตอร์พี.ที. คุณคิดว่าไง”

“ได้ครับ ผมเห็นส่วนที่แก้ในเมลแล้ว”

“งั้นดีเลย”

ก่อนที่โรเบิร์ตจะทันขึ้นหัวข้อใหม่ประตูห้องประชุมก็เปิดออก ตัวละครหลักอีกคนสวมเสื้อยืดตัวหลวมโคร่ง โดยมีหมวกพรางใบหน้าก็เดินเข้ามา เรโอะตัวเล็กกว่าแพทริกมาก ยิ่งเมื่ออยู่ในชุดเสื้อสไตล์ฮิปฮอปไหล่ลู่ตกก็ยิ่งดูตัวเล็กเข้าไปใหญ่

“ผมเลทเหรอ?”

เขาถามก่อนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ช้ากว่าเวลานัดไปแค่สิบนาทีเท่านั้น

“ไม่เห็นต้องมองกันเหมือนผมมาสายเลย สิบนาที กว่าจะจอดรถได้ เมื่อไหร่ตึกนี้จะมีที่จอดรถให้ศิลปินสักที”

เรโอะบ่น ก่อนลากเก้าอี้มานั่งข้างแดเนียล เขากระทุ้งข้อศอกถาม “คุยถึงไหนกันแล้ว”

“ยังไม่เริ่มส่วนของนาย”

“โอ้ สวัสดีครับ ผมเรโอะที่จะรับบทราฟต์ในนิยาย คุณพี.ที.ใช่ไหม ผมเคยเจอคุณแคทเทอรีนแล้ว เด็กกว่าที่คิดอีกนะครับ”

“เขาอายุมากกว่านาย”

แดเนียลว่า คนมาใหม่ทำตาโตทันที “จริงเหรอเนี่ย งั้นผมก็เด็กที่สุดในทุกคนเลยสิ นี่ คุณพี.ที. ตอนออกกองคุณจะมาด้วยกันไหมครับ ผมเป็นแฟนนิยายคุณนะ”

“คงไม่ครับ ผมไม่ได้เป็นคนเขียนบท แค่มาประชุมถ้าพวกคุณยังไม่เข้าใจนิสัยของตัวละครที่เขียน”

“แย่เลย ผมคงเหงามาก รู้ใช่ไหมว่าแดเนียลน่ะเป็นใบ้”

ถึงเรโอะจะดูเป็นจอมป่วนไปหน่อย ด้วยความที่อายุเพิ่ง 20 เมื่อไม่นานมานี้ แต่โจเซฟก็ยอมรับว่าหมอนี่เป็นคนที่คอยแก้สถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างพระเอกกับเจ้าของผลงานได้ดีทีเดียว กระนั้นผู้จัดการส่วนตัวก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมแดเนียลถึงทำตัวยียวนเกินปกติ

หรือรู้สึกเสียหน้าที่เขาให้ความสำคัญกับคนใหม่?

แต่ชาล็อตก็ไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะเป็นคนขี้อิจฉา มิหนำซ้ำบางครั้งเวลาที่ลูกค้าให้งานมาเขายังถามไถ่กับผู้จัดการว่าจะกระจายงานให้คนอื่นได้หรือไม่ด้วยซ้ำ

หรือเพราะมิสเตอร์พี.ที.เป็นแค่นักเขียนที่เพิ่งโด่งดังจากงานเขียนวาย ชาร์ล็อตถึงแสดงท่าทีไม่สมกับเป็นแดเนียลผู้ใจดีออกมา

นาทีนี้แม้แต่มิสเตอร์ลุคที่ดูสนิทกับศิลปินดังก็ยังไม่อาจตอบได้ว่านิสัยที่แท้จริงของชาร์ล็อตนั้น เป็นเช่นไร

 

 

TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #12 thongda (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 18:13
    ดุเดือดมากกกกก อารมณ์มาเต็ม
    #12
    0