โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ

ตอนที่ 8 : dim

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 814 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

07-Dim





           ออกกองเป็นเรื่องบรรลัยที่สนุกสนานอย่างหนึ่งในชีวิต

          หรือไม่ก็เป็นความมาโซคิสต์ของตัวเองล้วนๆ ที่ชอบบรรยากาศวุ่นวายแบบห่าลง อะดรีนาลีนหลั่ง เลือดสูบฉีด จากหัวใจลงเท้า จากเท้าขึ้นหัว และคนที่หัวร้อนที่สุดในตอนนี้กำลังกำม้วนกระดาษนั่งเคาะลงบนเข่าถี่ๆ สลับกับปลายเท้าที่ตบพื้นหญ้าซึ่งชื้นด้วยฝนที่ตกลงมาเมื่อวานทั้งวัน ว่าวกันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

          ใช่ครับ วันออกกองตามแพลนคือเมื่อวาน แล้วจู่ๆ ฝนหลงฤดูแม่งมาจากไหนไม่รู้ กองเลยต้องเลื่อนมาเป็นวันนี้ แต่ปัญหาไม่ใช่อยู่แค่ตรงนั้น มาถึงสวนสาธารณะที่นัดหมาย สปริงเกอร์เสือกเปิดทั้งที่จ่ายค่าสถานที่ไว้แล้วว่าจะเข้ามาวันนี้ช่วยงดการรดน้ำหญ้าสักวันเถอะพี่ หญ้าไม่ทันตายหรอกนี่ต้องวุ่นวายต้องไปคุยกับฝ่ายสถานที่ของสวนรายการจากนั้นคือคู่จิ้นที่จะต้องเล่นเป็นตัวนำของแอดฯ นี้ เสือกติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เช้าจนเลยเวลานัดหมายมาแล้วครึ่งชั่วโมง

          อย่างที่พี่รูญว่า แอดเวอไทส์นี้ไม่ได้กำไรเยอะนัก แต่จะเก็บเป็นพอร์ตของเฮาส์เลยต้องกระเบียดกระเสียนทำกันด้วยการปรับนักแสดง เปลี่ยนสถานที่บ้าง เนี่ย ค่าข้าวกลางวันทีมงานจากกะเพราไก่ไข่ดาวยังเหลือแค่ข้าวกะเพราไก่เลย ระยะเวลาที่ยืดออกไปนอกจากทำให้ตารางงานอื่นเพี้ยนแล้ว ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็เพิ่มขึ้นด้วย พี่รูญเหงื่อออก แต่ไม่เท่าทีมงานที่เหงื่อตก โดยเฉพาะพี่ก้อยที่เป็นฝ่ายประสานงาน เมื่อเช้าก็ใช้พี่ช่างไฟเอากางเกงในชายทรงคลาสสิคแขวนขาตั้งไฟ เชิดสูง ไม่ให้ถูกรบกวนกันฝนตกไปแล้วตามประเพณีของมนุษย์กอง 4.0 ตามด้วยธูป 16 ดอก ไหว้มูเหว้ พระมิอุมา อย่าว่างมงายเลยครับ มีทุกประเทศ อย่างอินโดนีเซียก็มีเรนแมนเป็นอาชีพจริงจังไว้นั่งกันฝนตก อะไรก็ได้ที่ไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น สุดท้ายตายห่าที่นักแสดงไม่มา เกินกำลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วมั้งครับ

          “รอไม่ได้แล้ว เช่าไว้ถึงบ่ายสาม”

          “เอาไงอะพี่”

          “เด็กสมัยนี้แม่ง...” พี่รูญเก็บคำที่เหลือไว้ในคอ แต่มองตาแล้วxหดกันเป็นแถบ ผมเปิดพัดลมมือถือเผื่อพี่รูญ ไอ้เข็มไปคุยกับพี่โหน่งหลังกล้อง แม็กกี้ออกมาด้วย มันนั่งกินไอติมไผ่ทองที่เพิ่งวิ่งผ่านไปเมื่อครู่คนเดียว

          “เอาคนในกองได้ไหม ไอ้แม็กมันก็ใช้ได้อยู่นะ”

          พี่ก้อยเสนอ ผมเห็นด้วย แม็กกี้เคยเล่นโฆษณาบ้าง หน้าตามันก็เป็นแบบพิมพ์นิยมฉิบหาย “ผมว่ามันได้นะพี่” 

          พี่รูญถอนหายใจเมื่อผมสนับสนุน แต่ปัญหาคือตามที่เสนอสตอรี่บอร์ดไปคือผู้ชายสองคนพี่ก้อยมองมาที่ผม “โน ผมกับไอ้แม็กไม่มีใครมีคาแร็กเตอร์นิ่งเลยพี่”

          อีกอย่าง ผมก็ไปเสนองานกับพี่ไงล่ะ จำได้เปล่า 

          “ไปเรียกเข็มทิศมา”

          เข็มทิศผู้ไม่เคยแม้แต่เล่นหนังสั้นให้เพื่อนที่คณะอะนะ

          “มองหน้ากูทำไม หรือมึงจะเล่นแทนผัว ไอ้เบ๊บ”

          “เปล่าครับๆ” ถึงผมจะหล่อและมีความสามารถมากกว่า ผมก็คิดว่าคาแร็กเตอร์ที่วางไว้เหมาะกับเขามากกว่า “เดี๋ยวผมรีบเลยครับท่าน”

          ก่อนพี่รูญจะโมโหกว่านี้ พี่ก้อยทำท่าปาดคอ ผมรีบวิ่งตีนขวิดไปหาไอ้แม็กก่อนเกริ่นกับเข็มทิศว่าพี่รูญเรียก นั่นเป็นการมองตาครั้งแรกระหว่างผมกับเขาหลังจากเกิดเหตุการณ์ห่าเหวเมื่อคืนเข็มทิศตอบในลำคอเหมือนปกติ เดินเฉียดไหล่ไป ผมได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟของเขาทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่ได้กลิ่นชัดขนาดนี้ เหมือนกับว่าการมีอยู่ของเขาที่นี่ชัดเจนขึ้นกว่าภาพตลอดชีวิตที่ผ่านมาอย่างรวดเร็ว

          แม่งเอ๊ย ถ้ามีกล้อง ซีนนี้ต้องเป็นลองช็อต แบบที่ผมหน้าของผมปลิวไปกับแรงลมเมื่อเกิดการเคลื่อนที่ของอีกฝ่าย กะพริบตาช้าๆ ทุกสรรพสิ่งเงียบงัน ได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเอง

          “โดนเข้าแล้วดิ”

          ตากล้องว่า ปาดเหงื่อที่ผุดบนไรผมไปด้วย บทแดดจะดีก็ดีฉิบหาย ดีแบบเหมือนโลกนี้ไม่เคยมีฝนตกมาก่อน

          “กูว่าแล้วไอ้เข็มทิศต้องโดนใช้เล่นแทนซักวัน แต่คิดว่าจะได้เป็นแค่เอ็กซ์ตร้าตอนคนไม่พอ เฮ้ยๆ นี่มันบทตัวพระเอกเลยนี่หว่า”

          “เออ ผมไม่เข้าใจว่ะ ฮอกวอร์ตแม่งแบรนด์ก็ดัง ทำไมไม่จ้างดาราที่ได้คุณภาพหน่อยวะ”

          “เดี๋ยวนี้เขาเน้นเรียลไง” พี่โหน่งว่า เรียลเชี่ยไร โฆษณาก็รู้อยู่แล้วปะว่าต้องการขายของ หลอกขายของอะ “เอาดารามาขายก็ตรงไปตรงมาเกิน มึงต้องขายของให้เหมือนไม่ขาย เหมือนผู้หญิงแต่งหน้าเหมือนไม่แต่งหน้า”

          “ไม่เก็ตครับ”

          “กูจะฟ้องพี่รูญ”

          “ผมก็จะฟ้องพี่รูญเหมือนกัน” ไอ้พี่โหน่งทำหน้าเหมือนจะต่อยผม ต้องรีบพูดก่อนโดนเหนี่ยวเข้าจริงๆ “ก็พี่พูดไม่รู้เรื่อง”
พี่โหน่งรูดแขนเสื้อขึ้นเหนือบ่าอย่างหาเรื่อง แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัวเสียงจากด้านหลังก็ดังขึ้น

          “ไม่เลือกงานไม่ยากจนโว้ยๆ”

          พี่รูญตะโกนเรียกขวัญก่อนตบบ่านักแสดงจำเป็นเบาๆ เข็มทิศลูบหน้าตัวเอง มองไปที่น้องฝึกงานร่วมชะตากรรม แหม งานออกกองคืองานแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า ใครๆ ก็รู้ ผมยิ้มให้เขาแห้งๆ ขวดน้ำในมือเชิงปลอบใจ

          “อะไรอะพี่” แม็กเดินมาบ่น ทำหน้ายู่แต่ก็น่ารักดี “ผมไม่ได้อยากมาแคสต์นะ”

          “เออ ก็ ทำไงได้...งานทุนน้อย”

          “บริษัทตั้งใหญ่โต”

          “ใครเขาจะอยากลงทุนผ่านช่องกันวะ สมัยนี้พุ่งแอดส์เข้าเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์คนเข้าถึงมากกว่าเห็นๆ คอนเทนต์มันก็ถูกอย่างกับขี้ ใครก็เขียนได้”

          ผมพูดปลอบมัน ทั้งที่ไอ้คนควรปลอบจริงๆ นั่งแหมะอยู่อีกฝั่ง พี่ช่างวิ่งเข้าหาเข็มทิศก่อน ส่วนคนเคยผ่านกล้องและรักสวยรักงามอย่างแม็กไม่ต้องยุ่งเยอะ มันจัดการตัวเองได้ “ออกอากาศจริงจะถูกหั่นเหลือกี่วินาทียังไม่รู้เลย แค่ถือๆ ไอติมเดี๋ยวกราฟฟิคก็จัดการต่อแล้ว”

          “ง่ายขนาดนั้นพี่ไม่เล่นคู่ผมอะ” ไอ้นี่ วอนหาตีน “ก็รู้อยู่ว่าพี่เข็มทิศเหม็นขี้หน้าผม”

          “เฮ้ย คิดไปเอง มันเป็นคนหน้าเหี้ยแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ได้ไม่ชอบมึง ทำตัวสบายๆ รีแล็กซ์เป็นตัวของตัวเอง”

          “เฮอะ งั้นก็คงพิเศษกับพี่แค่คนเดียว ไม่คุยด้วยละ พาไปเลี้ยงข้าวปลอบใจเลย”

          “ได้” เดี๋ยวกูเบิกงบพี่รูญ เบิกเผื่อของตัวเองด้วย ผมคิดในใจแต่คนข้างหน้ายิ้มแฉ่งเหมือนเสนอตัวเข้าแคสต์โฆษณามาเต็มที่ เออ เด็กสมัยนี้มันอยู่เป็นเว้ย รู้ว่าเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่


          “ไฟพร้อม รีเฟล็กซ์เอียงอีกนิดนึง กล้องพร้อม โอเค สองคนเดินกินไอติมมาแล้วเฉี่ยวไหล่กันเบาๆ ยิ้มให้กันแล้วหันไปมองกล้องด้วย ไอ้จ่ากล้องหนึ่ง ตามองหูไอ้แม็กนะอย่ามองหน้าตรงๆ เดี๋ยวมุมไม่ได้ รอกล้องดอลลี่ไปก่อนค่อยยิ้มมุมปากแล้วงับไอติม”

          พี่รูญนั่งตะโกนก่อนสั่งแอคชั่น ผมชอบบรรยากาศกองต่อให้มันร้อนบรรลัย ทำนายทายทักอากาศไม่ได้ นักแสดงสายหรือโดดไปดื้อๆ อะดรีนาลีนพุ่งพล่านซ่านทั่วกาย จังหวะที่เสียงเหยียบหญ้ายังดังกว่าลมหายใจนี่มันบรรยายไม่ถูกเลยว่าความรู้สึกมีความสุขระคนตื่นเต้นมันพอกหัวใจให้หนาเตอะแค่ไหน ทั้งโฆษณานี้แม่งมีแค่ฉากเดียว ปรับบทไม่ให้พูดกันด้วย แต่แค่นี้ก็ฉิบหายวายป่วง ชนรอบแรกไอ้แม็กทำไอติมหล่นแผละ รอบสองอากาศร้อนไปหน่อย ไอติมแม่งละลายมาถึงนิ้ว รอบสามเข็มทิศเริ่มมองหน้าหาเรื่อง รอบสี่ไอ้เข็มอีกแล้ว ชนแรงจนน้องมันกระเด็นไปอีกทางทั้งที่แม็กมันตัวใหญ่กว่าเห็นๆ

          ผมนั่งจ้องมอนิเตอร์ข้างพี่รูญ ทิศทางการยกถือไอศครีมก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องบรีฟให้หนัก ทุกครั้งที่พลาดก็ทุนทั้งนั้น เขากุมหัว สั่งกล้องเดิน ก้มมองนาฬิกา 

          “ตั้งใจหน่อย รอบสุดท้ายแล้ว ถ้ายังไม่ได้กูจะแก้บทให้พวกมึงเลียไอติมแท่งเดียวกัน”

          เป็นคำสั่งที่น่ากลัวกว่าตัดเงินเดือนเป็นไหนๆ ผมนี่ขนลุกเกรียว ไม่ใช่แค่ผม คิดว่าทั้งคู่คงไม่ต่างกัน เข็มทิศหันหลังทำสมาธิ เท้าสะเอว ขณะที่แม็กกี้โบกมือเรียกผมไหวๆ

          “จะถ่ายยังพี่”

          “ให้สองนาที”

          ผมวิ่งเข้าไปหาหนึ่งในนักแสดง แม็กยกมือไหว้ผมเหมือนขอพร “เกร็งเยี่ยวจะราดเลยอะ” ขำมัน ยิ่งปอดแหกกับไอ้เข็มอยู่ด้วย

          “จับมือผมดิ มือสั่นแล้ว ทำให้ผมหายตื่นเต้นหน่อย”

          “เวอร์จริง” ผมลดมือลงมาจับมือเย็นเฉียบของเด็กฝึกงานในปกครองทั้งที่อากาศร้อนจัด“อะ อุ่นขึ้นยัง”

          เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นอีกฝ่ายมองอยู่ก่อน ผมเลิกคิ้วแทนการถามย้ำ แม็กก็ระบายยิ้มออกมา “ดีมากเลยพี่”

          “พร้อมยัง เบ๊บหลบ กล้องเดินนะ จ่าอย่าลืมว่าไม่ต้องจ้องหน้า มองไปทางหู รอกล้องแพนไปที่หน้าแม็ก แม็กก็อย่าก้มลงกัดไอติมเร็วไป รอกล้องดอลลี่ไปที่หน้าแล้วขยิบตา สุดท้ายนะ จะหมดเวลาเช่าแล้ว สาม สี่...”

          พี่จรูญสั่งเสียงดังโดยไม่ต้องใช้ลำโพง ผมหลบออกมานอกเฟรม ยืนด้านหลังแม็กออกไป เข็มทิศทำตามบท แต่ไม่ได้มองที่หู สายตาของมันมองมาที่ผม นิ่งค้างอย่างนั้นจนเสียงผู้กำกับสั่งคัท แม็กเดินออกจากเฟรมมาหาผมคนแรก ยื่นไอติมที่ตัวเองกัดทิ้งกัดขว้างรอบที่สิบมาให้ ผมนี่อิ่มไอติมแทนข้าวแล้วครับ ส่วนไอ้เข็มส่งต่อให้คนอื่นสลับๆ ไป มีแต่แม็กที่ยืนยันว่าผมต้องกินเพราะผมเป็นพี่เลี้ยงมัน เหตุผลฟังขึ้นฉิบหาย แต่พี่รูญบอกตามๆ ใจมันเถอะ ให้งานจบไวๆ

          “โอเค ทีนี้เดี๋ยวไปอัดเสียงไอ้แม็ก ใส่ซาวด์ดนตรีอีกทีน่าจะเรียบร้อย เก็บของ ๆ ก้อยโทรหาไอ้แบงค์ให้แสตนด์บายกูกลับไปคอนโดไม่เจอมันโทรบอกแม่เตรียมโลงศพได้เลย”

          ผมแทะไอศกรีมรสผลไม้ข้างตัวเอกโฆษณา มันเอาศอกกระทุ้ง “ชมหน่อยดิ”

          “อะไร”

          “เมื่อกี้ไง ตอนกล้องดอลลี่มาที่หน้านะ ผมนึกถึงตอนพี่จับมือผมเลย เห็นแล้วอมยิ้มออกมาเอง ทำดีใช่ปะ”

          “กูจะไปรู้เหรอ ไม่ได้อยู่หน้าจอมอนิเตอร์ ไปช่วยคนอื่นเก็บของไป เดี๋ยวต้องกลับไปที่ออฟฟิศอีก”

          “พี่...”

          “เบ๊บ” เสียงของแม็กเงียบไปเมื่อเข็มทิศแทรกขึ้นมา เขามองแม็กด้วยหางตาก่อนมองกลับมาที่ผม “ไปซื้อกาแฟก่อนกลับออฟฟิศปะ”

          “ได้ๆ มีใครเอามั่ง”

          “ไม่รู้ดิ ไม่ได้ถาม” เออ ตอบสมกับเป็นมึง “ไม่ต้องถามได้ปะ ร้อน อยากรีบออกก่อนรถกอง”

          พูดจบก็เดินผ่าผมกับไอ้แม็กไปทางลานจอดรถ ประโยคที่ว่าไม่ต้องถามได้ปะกลายเป็นประโยคคำสั่งแทนคำถามทันที แปลว่าผมไม่มีทางเลือก แหงล่ะ กุญแจรถอยู่ที่ผมและเข็มทิศก็ดูอารมณ์เสียเกินกว่าจะยืนรอ ได้ออกกล้องนิดๆ หน่อยๆ ทำเป็นดาราต้องมีผู้จัดการส่วนตัวเลยนะมึง

          “ไปด้วยกันไหม เดี๋ยวกูเข้าออฟฟิศเหมือนกัน อาจจะถึงช้าหน่อย”

          “แม็ก ช่วยยกของหน่อย!” พี่โหน่งตะโกนมา กำลังสาละวนกับกล้อง จะว่าไปเก็บของ เสิร์ฟน้ำนี่มันหน้าที่ของเด็กฝึกงานนะครับ เจ้าตัวยักไหล่เชิงตอบว่าไปด้วยไม่ได้

          “เจอกันที่ออฟฟิศพี่”

          ผมพยักหน้า ก่อนกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไอ้หนุ่มขายาวที่เดินพรวดๆ ไปถึงรถไม่รอกุญแจ อยู่ในรัศมีที่ใกล้พอก็ใช้รีโมทปลดล็อกให้เข็มทิศเข้าไปนั่งก่อน วันนี้กระผมจะทำหน้าที่เป็นคนขับรถพาไปแดกกาแฟเองครับนาย

          “เอาน่า คุณ นานๆ ที พี่รูญก็ไม่อยากใช้เด็กๆ ผิดหน้าที่หรอก คุณก็รู้งานนี้...”

          “เด็กฝึกงานจีบเหรอ”

          ผมสตาร์ทรถ เปิดแอร์เย็นฉ่ำ หัวเราะในคอ “หงุดหงิดจนเป็นบ้าเลยเฮ้ย คนเรา”

          “จับมือกันแบบนั้นมันปกติหรือไง”

          “น้องมันตื่นเต้น”

          “แม็กไม่ใช่มือใหม่” เขาว่า พรูลมหายใจออกมายาว “เคยถ่ายแบบ เล่นโฆษณา เคยเป็นตัวประกอบฉาก เคยเล่นละครเวทีที่มหาลัย เป็นพรีเซนเตอร์ของมหาลัยมาตั้งแต่ปีสอง”

          “ก็คุณตั้งท่าไม่ชอบมัน ก็เลยกลัวไง” ช่วยส่องกระจกทีเถอะ หน้าตอนมึงหงุดหงิดดุกว่ายุงที่ว่าร้ายกว่าเสืออีก “ถามจริง มีประเด็นอะไรกับแม็กปะ?”

          “แค่บางทีรู้สึกมันปีนเกลียว”

          “มันขี้หยอก ใจเย็นน่า มาๆ เดี๋ยวเฮียเลี้ยงกาแฟเองหนู เอาร้านไหนเปิดกูเกิ้ลแมปเลย วันนี้เป็นแกร๊ปคาร์ให้”

          “เหอะ”

          เสียงพ่นลมหายใจเชิงประชดประชันดังออกมา เขาตบกระเป๋าสองสามครั้งก่อนทิ้งตัวลงเบาะแรง ผมถาม“อะไร”

          “ลืมบุหรี่ไว้ที่กอง”

          “เอาของผมไปก่อนไหม แต่อยู่ในกระเป๋ากางเกงว่ะ แป๊บนะ รอรถติดเดี๋ยวหยิบให้”

          “ข้างไหน”

          “ซ้าย เฮ้ยๆๆ! จะมาล้วงมาควักอะไรตรงนี้ ลูกชายเขามีพ่อมีแม่นะคุณ” ดาราหน้ากล้องมือใหม่ถือวิสาสะล้วงหยิบกล่องเหล็กในกระเป๋ากางเกง โชคดีที่ผมไม่ได้ใส่กางเกงพอดีตัว เป็นยีนทรงใหญ่หลวมๆ แบบที่ขยับตัวได้ง่าย เหมาะกับการทำงานนอกสถานที่ไม่งั้นคงมีสยิวกิ้วกันบ้าง

          “พูดมาก เดี๋ยวก็ควักให้จริงๆ มีอยู่ตัวเดียวเนี่ยนะ” 

          “ผมว่าจะลดว่ะ บุหรี่แม่งแพงสัด ขึ้นเอาๆ ไม่เห็นใจคนต้องเก็บเงินไว้รักษามะเร็งปอดอะ นี่ก็แบ่งมาวันละตัว ถึงออฟฟิศแล้วคืนด้วย”

          “รายได้น้อยรสนิยมสูง” พูดอีกก็ถูกอีก ต้นเดือนดูดบุหรี่นอก สิ้นเดือนเกือบพึ่งยาเส้นแก้ขัด 

          “ใจเย็นดิ ด่ากันเหมือนไม่ได้ยืมบุหรี่ผมน่ะ”

          ผมมองเข็มทิศผ่านกระจกมองหลังแล้วตัดมาที่จีพีเอสแสดงพิกัดร้านกาแฟใกล้ๆ ต้องเอาใจคุณชายเบอร์ไหนวะถึงจะหายอารมณ์เสียได้ 

          “เอาไหม?”

          “หืม?”

          “บุหรี่”

          “ตักบาตรอย่าถามพระ”

          เข็มทิศยื่นบุหรี่ให้ตอนรถติดไฟแดง ผมลดกระจกลง คาบกระดาษที่ยังอุ่นและชื้นจากริมฝีปากของอีกฝ่ายไว้ สูดลมหายใจผ่านก้นกรอง ปล่อยให้ไอควันเข้าปอด ตายผ่อนส่งช้าๆ 

          “ติดตั้งแต่เมื่อไหร่”

          “ปีหนึ่ง รุ่นพี่พาลอง โห ตอนนั้นโคตรเละ ทั้งเหล้าทั้งบุหรี่ มีดีเรื่องเดียว ผู้หญิง”

          เข็มทิศหัวเราะ ผมก็โล่งใจที่เขาอารมณ์ดีขึ้น เปลี่ยนคลื่นวิทยุเป็นเพลงในเพลย์ลิสต์มือถือของตัวเอง แน่นอนเป็นเพลงที่ผมชอบเหมือนกัน

          “ฉันลองตอนปีสอง ตั้งแต่มีเรื่องน้อยหน่า ที่บ้านยังไม่รู้เลย”

          “กลับบ้านบ่อยนักแหละ”

          “อืม ก็ตามนั้น นายล่ะ พ่อแม่ดูรีแล็กซ์นะ คงไม่ห้าม”

          “โอ้ กว่าจะผ่านจุดนั้นมาก็โดนด่าจนแม่ปากชานั่นล่ะครับ” ส่วนหูชาน่ะไม่ต้องถาม ผมมันประเภทหูทวนลม เข็มทิศรับบุหรี่คืนจากผมไปสูบต่อ แวบหนึ่งที่เราสบตากันแล้วผมก็นึกถึงเรื่องจูบเมื่อวานขึ้นมา เมื่อเขาแนบริมฝีปากกลับย้ำไปตำแหน่งเดิมที่ผมวางเมื่อครู่หัวใจก็เต้นผิดปกติอีกครั้ง รู้สึกเหมือนกำลังถูกจูบซ้ำเลยว่ะ บ้าเอ๊ย มึงไม่คบผู้หญิงนานเกินไปหรือเปล่าวะเบ๊บ

          “นี่ วิธีทำใจอย่างนึงเวลาเลิกกับแฟนเก่าคือหาคนใหม่รู้ป่ะ” ผมรีบพูดก่อนอีกฝ่ายจะทันสังเกตอาการ เข็มทิศเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มีควันสีจางๆ ระหว่างเรา เป็นส่วนที่ไม่สามารถระบายออกไปด้านนอกได้ทัน เขามองผมผ่านกระจกหรี่ตาลงเล็กน้อยแทนคำถาม

          “ลองออกไปเที่ยว เจอคนใหม่ๆ บ้าง อาจจะทำใจเรื่องน้อยหน่าง่ายขึ้นนะ ผมใช้วิธีนี้ตลอดเลย มูฟออน”

          “เรื่องใจต้องใช้เวลา ไม่ใช่ใช้คน”

          “คมสัด นี่พี่ฉ้อยหรือพี่ออด”

          “เบื่อผู้หญิง” ประโยคนี้ของเข็มทิศทำผมชะงัก ก่อนอีกฝ่ายจะพูดต่อ “อยากลองพักอยู่นิ่งๆ บ้าง เจ็บมานานไปอยากอยู่แบบใจโล่งๆ บ้าง”

          “เหมือนกันเลย รอบนี้หลังจากเลิกกับคนก่อนเลยไม่ได้หาใหม่ ผู้ชายเราแม่ง ถึงจุดนึงก็เลิกอยากจีบสาวเนอะ มันไม่สนุกแล้วอะ มาพยายามอะไรใหม่ๆ พออยู่ในคอมฟอร์ตโซนแล้วไอ้เหี้ย หมาจากไหนไม่รู้คาบไปแดก”

          “หมาแบบเราไง”

          “โทษๆ ไม่ได้จะแซะ”

          “อืม ไม่เป็นไรหรอก ขยี้บ่อยๆ ก็ดีจะได้ไม่ลืมตัว”

          ลืมอีกก็เหี้ยแล้ว เหี้ยแบบหกสายพันธุ์มารวมกันเลย เข็มทิศมองออกไปนอกหน้าต่าง หางตาตกลงจากเดิมเล็กน้อยเมื่อพูดถึงคนรักเก่า รำคาญๆ ทำเหมือนหน้าตาจะหาใหม่ไม่ได้งั้นล่ะ

          “เข็ม คือกูก็ยอมรับอะนะว่ารักมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้ายากตลอดเวลามันก็ไม่ใช่ปะวะ”

          “อือ” เขาตอบในลำคอ “คมกว่าคลับฟรายเดย์”

          “แน่นอน คลับควายเดย์”

          “ปากดี” เข็มทิศว่า หาถังขยะใบเล็กในรถ ถึงจะขี้ยาแต่มีจิตสาธารณะอะ ทิ้งมวนปลายบุหรี่ที่เหลือลงไป ผมเลี้ยวเข้าร้านกาแฟน่านั่งที่ไม่ห่างจากสวนรถไฟเท่าไหร่ บรรยากาศสบายๆ สั่งอเมริกาโน่ของตัวเอง เข็มทิศเอาลาเต้หวานน้อย ละมุนสัด

          “นายมีแฟนมากี่คน”

          “ตลอดชีวิต?”

          “อืม ตลอดชีวิต”

          “ที่พาเข้าบ้านก็สอง แต่เพิ่งเอาเป็นตอนมหา’ลัยนะ ตามประสาเด็กอยู่บ้าน โห่ คุณก็รู้”

          “น้าฮุยน่าจะเข้ากับลูกได้ดีนี่นา”

          “ก็ไม่ทุกเรื่องปะ” เข็มทิศนั่งตรงบาร์ แม้ว่าทั้งร้านจะยังมีที่ว่างอีกมาก สายตาเขาเปลี่ยนเป็นกะลิ้มกะเหลี่ยหยอกล้อ ผมไม่ค่อยเห็นบ่อยนักแต่ดูว่าพอพูดถึงเรื่องอย่างว่าแล้วมันปลาบทุกที “อะไรยังไง มองทำไม”

          “เปล่า ไม่ได้มอง”

          โกหก

          “มองก็มอง” เจ้าตัวสารภาพเมื่อผมหรี่ตาจ้อง อเมริกาโน่ของผมได้ก่อน แต่ผมไม่ถามถึงเรื่องที่เขามองซ้ำเพราะเริ่มรู้สึกหัวใจเต้นแปลกๆ อีกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะแก่แล้วเหนื่อยง่ายก็คงเริ่มตกหลุมรักเข็มทิศนั่นแหละ

          “กำลังคิดว่า แปลกดีที่จูบกันจนปากเยินเมื่อวานแล้วยังมานั่งคุยกันแบบนี้ได้อีก”

          แค่ก!

               อเมริกาโน้โนโนโน่โนโน บอกเธอง่ายๆ แค่ออกผิดรู พุ่งจากคอขึ้นจมูกเลยครับ บาริสต้าคว้าทิชชูให้ผมแทบไม่ทัน ส่วนตัวการนั่งขำคิก ไม่รู้สึกรู้สา “เสียอาการนะเราน่ะ”

          “เออ ไม่ต้องพูดก็ได้ปะ ก็แค่อุบัติเหตุ”

          ที่แบบ...ออกจากคอนเสิร์ตฟินๆ แล้วจัดการกับปัญหาได้อย่างบ้าบอที่สุด ความไร้สติไม่มีปุ่มหยุด เลยเตลิดเปิดเปิงกันไปหน่อย

          “อือ...ก็อุบัติเหตุจริงนั่นแหละ ทิชชูติดแก้ม”ผมยังไม่ทันประมวลผล เขาก็หยิบเศษกระดาษที่ม้วนจากการถูไถกาแฟออกจากใบหน้าผมเบาๆ ดวงตาคู่นั้นมองมาที่ปากก่อนตลบขึ้นมาสบตา ผมชะงักงัน เหมือนถูกสะกดให้แน่นิ่งไปอย่างนั้น

          “ลาเต้ได้แล้วค่ะ”

          เสียงบาริสต้าเหมือนเป็นระฆังคั่นยก ผมพรูลมหายใจออกมาเช่นเดียวกับเข็มทิศ เขาหยิบหลอดพลาสติก ก่อนคว้ากุญแจรถที่วางไว้บนเคาน์เตอร์ไป “เดี๋ยวขับให้ ไปเหอะ พี่รูญน่าจะใกล้ถึงออฟฟิศแล้ว”

          ผมพยักหน้า จะควักเงินจ่ายแต่เสี่ยใหญ่วางแบงค์พันไว้ก่อน บอกแค่ว่าไว้เคลียร์ทีหลัง

          บรรยากาศแบบนี้ ขมุกขมัวด้วยความสับสนระคนหวั่นใจตอนนี้นี่มันอะไรวะ 
          




.....


#westonwednesday มาแน้ว
เจอกันพุธหน้าจะมาคุยด้วยเยอะๆ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์เลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกสนุกกับการเขียนนิยายขึ้นมากๆๆ ฮืออ เหมือนมีเพื่อนเม้า วันนี้ขอพักก่อน กู้ดไนนนนท์ <3

ปล. Dim มีความหมายถึงความสลัว/เรือนลาง หรืออีกนัยยะคือโง่ค่ะ 
ตอนนี้เหมือนจะมีคน dim-witted หรือเป็นไอ้เบื๊อกอยู่แน่ๆ 
อย่างน้อยก็หนึ่งคนล่ะ แฮร่!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 814 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,069 ความคิดเห็น

  1. #2065 Pimnok2124 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 13:36
    แม็กกี้รุกหนักมากกกก
    #2,065
    0
  2. #2025 PCB614 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 23:30
    อะไรยังไงอะคะ เข็มทิศนี่ยังไง แต่เบ๊บคือเสียอาการแล้ว ถูกมะ55555
    #2,025
    0
  3. #2007 Brownsugar1980 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 06:40
    เรียกเบ๊บรอบนี้นี่เหมือนจะไม่ได้หมายถึงชื่อนะ😆
    #2,007
    0
  4. #2003 somjaiy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 20:22
    ยังยืนยันว่ารักเบ๊บ 5555
    #2,003
    0
  5. #1964 Biekps99 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:10
    55555 เก็บอาการหน่อย
    #1,964
    0
  6. #1950 tuckkiijung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 21:41
    โหยยยย ชอบนิสัยเบ๊บมากอะ ดูเป็นคนเข้าใจความรู้สึกตัวเองและไม่ซับซ้อน
    #1,950
    0
  7. #1912 heykiki (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 23:13
    เข็มทิศคือหึง ดูออก เบ๊บมันเป็นตัวกวน มีแต่คนชอบ อย่างน้อยก็แม็กกี้ล่ะวะ
    #1,912
    0
  8. #1891 m51t (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 00:20
    เธอเลิ่กลั่กนะ เบ๊บบบบ
    #1,891
    0
  9. #1868 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 21:08
    ความไม่ชัดเจนคือความชัดเจนรึปะนะ
    #1,868
    0
  10. #1856 Earn0624 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 06:47
    หึงออกหน้าออกตาเชียวค่ะ คิ
    #1,856
    0
  11. #1831 peachpk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 21:21
    แม็กชอบพี่เบ๊บหรือยั่วโมโหพี่เข็มเอ่ย
    #1,831
    0
  12. #1817 รักไรท์ทุคน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 23:11
    เชียร์แม็กได้เป่าแม่555555 อนค.ผัวเด่กที่ดือ ส่วนเข็มคือไปจัดการตัวเองก่อนค่อยมาหึงลูกชั้ร
    #1,817
    0
  13. #1799 HaeMay (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 19:53
    มีคนหึงจ้าแม่!!!!
    #1,799
    0
  14. #1733 gabriel.la(: (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 21:05
    เข็มขี้อ่อยน้าว่าเขาเสียอาการละไปขัดตอนแม็กมาหยอดเบ้ยทำมายยย
    #1,733
    0
  15. #1702 Ihaveadream (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 23:01
    ใครชัดเจนก่อนชนะ ถ้าอิน้อยหน่ากลับมา ยกลูกให้แม็กสถานเดียว
    #1,702
    0
  16. #1582 Vivachoco (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 03:23
    แม็กคือไม่เนียน!
    #1,582
    0
  17. #1574 eieieieiei_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 22:58
    เข็ม นายมีพิรุธ ดูออก
    #1,574
    0
  18. #1548 D-Sooo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 19:16
    เข็มหึงป่ะวะ โธ่ๆ
    #1,548
    0
  19. #1537 PINKLAND (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 08:12
    เลิ่กลั่กกก
    #1,537
    0
  20. #1484 Srnoey (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 04:26
    แม็กจงเข้ามาแค่ยั่วพี่เข็มพอนะะะะ
    #1,484
    0
  21. #1440 PeEarn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 10:21
    เข็มทิศโคตรร้ายยย
    #1,440
    0
  22. #1436 nin.ms (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 05:31
    มันออกจะเขินกันหน่อยๆอ่ะนะ
    #1,436
    0
  23. #1407 fuxxy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 19:45
    น่ารักๆๆๆๆๆ ค่อยพัฒนาความรู้สึกกันไป
    #1,407
    0
  24. #1394 Demonseaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 16:48
    มันยังไงคะจ่า จะหึงน้องจะกะลิ้มกะเหลี่ยไปตลอดไม่ไดัป่ะค้าาา
    #1,394
    0
  25. #1346 iam1485 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 15:31
    แม้กนี่ยังไงงงงงง
    #1,346
    0