โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ

ตอนที่ 20 : If we are not matched from heaven

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 972 ครั้ง
    25 พ.ค. 62

 


 

          เราเช่าเป็นโรงแรมรายเดือน โฮสเทลราคาไม่แพง พร้อมรถมอเตอร์ไซค์หนึ่งคัน ช่วงแรกที่มาอยู่พี่ป้อมใช้บริการไกด์นำเที่ยวบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วเราจะเดินไปตามแหล่งท่องเที่ยวแนะนำด้วยตัวเอง จากนั้นค่อยๆ ตีกรอบแคบลงมาเหลือเป็นความเป็นอยู่ระดับชุมชน

 

         การอยู่โฮสเทลนอกจากประหยัดเงินมากกว่าโรงแรมหรูๆ ยังช่วยเรื่องการเข้าถึงคนในพื้นที่ได้ง่ายกว่าด้วย อาหารการกิน พืชผักที่หาได้ตามท้องถิ่น ผมเกลียดผักอะไรสักอย่างที่ชาวบ้านมักใส่มาในทุกเมนูอาหาร เป็นผักกลิ่นฉุน แต่ก็กิน ของกินไม่มีอะไรอร่อยเลยแต่ก็ต้องกิน ไม่ก็ออกไปซื้อเข้ามาใช้ครัวของเจ้าของบ้านแทน เรียกว่าการเป็นอยู่ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนในเมืองใหญ่ บางครั้งผมก็คิดถึงราเมนร้านลุงที่เป็นเจ้าของคนญี่ปุ่นที่เข็มทิศแนะนำ ครั้งสุดท้ายเราไปกินด้วยกันที่ไหนนะ รู้สึกว่าจะเป็นร้านหมูกะทะ ผมหิวโซและเขาที่คอยแย่งหมูสุกๆ ไปก่อนตลอดเวลา


          พระอาทิตย์คล้อยตัวลงต่ำ โฮสเทลที่พักเป็นบ้านไม้ ด้านล่างเป็นปูน ห้องของผมมีระเบียงฝั่งทิศตะวันตก ตอนเย็นโพล้เพล้แสงสีส้มจะโอบกอดเอาไว้ ภาพตอนที่เราสูบบุหรี่ มองอาทิศอัศดงยังคงปรากฏชัด ผมโหยหาเขาตลอดเวลา ไม่อาจสลัดภาพของเราได้ออกไปได้แม้วินาทีเดียวและมันคงเป็นเรื่องตลกที่ร้ายกาจเอามากๆ ถ้าเราสองคนใจตรงกันแต่ต้องมาร้างลาเพราะความเข้าใจผิดและไม่เลือกทางที่จะพยายามรักษาไว้

          ผมอยากโทรไปหาเข็มทิศอีกครั้ง แต่ก็คิดใหม่ สุดสัปดาห์นี้ถ้าเรายังไม่ได้ความคืบหน้าอะไร หมายถึงเรื่องการทำหนังเรื่องใหม่ของพี่ป้อมซึ่งมีผมเป็นตัวถ่วงชิ้นใหญ่ ผมคิดว่าจะกลับไปไทยเพื่อพูดคุยกับเข็มทิศต่อหน้า อย่างคนไม่เอาอารมณ์มาตัดสินอีกครั้ง


          ความจริงแล้ว ผมน่าจะรู้จักเข็มทิศดีว่าคนแบบนั้นไม่มีทางง้างปากออกมาว่าตัวเองไม่พอใจอะไร ไม่อย่างนั้นคงไม่ทนคบกับนังเด็กนั่นมาได้ตั้งหลายปี

           “เบ๊บ ไอ้เบ๊บโว้ย”

          ระหว่างที่ผมกำลังดื่มด่ำอดีตและสุนทรียภาพของดวงอาทิตย์สีไข่เป็ด เสียงพี่ป้อมก็ดังเข้ามาในห้องพร้อมกับเคาะประตูไม้รัวๆ ผมดับบุหรี่ลงในกระบะทรายที่มีเถ้าสุมของวันก่อนกองไว้ประมาณหนึ่ง เบียร์ที่ซื้อมาจากข้างนอกเพิ่งหมดไปแค่ครึ่งขวด พับสมุดที่เปิดกางไว้จดความคิดเผื่อวูบวาบเรื่องทำหนังลงไป ที่ระเบียงห้องมีเก้าอี้ไว้สำหรับนอนเอกเขนก พาดขายาวเหยียดขอบระเบียง อวดตีนให้ข้างบ้านชม แต่ระหว่างบ้านมีพื้นที่มากพอไม่ให้รู้สึกคล้ายผมไปขี้ใส่หน้า พนมเปญยังไม่ได้เบียดเสียดกันขนาดนั้น มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่ม โบกโชยพัดเอากลิ่นหอมของดอกไม้มาเป็นระยะ พี่ป้อมบอกว่ามีบ้านหลังใดสักหลังที่ปลูกต้นพยอม เมื่อคราวมันออกดอกจะหอมมาไกลแต่ผมยังไม่ได้กลิ่น อาจเป็นด้วยบุหรี่รสแรงของเจ้าถิ่นที่กลบเอาความรื่นรมย์ตามธรรมชาติมอดไป

           “ครับพี่ มาแล้วครับ”

          ประตูไม้ที่เป็นอาณาเขตของห้องพักผมกับพื้นที่อื่นของบ้านเปิดออก บานพับเก่าลั่นเอี๊ยดตามสภาพ แต่ถึงแม้มันเก่าและหนักเพราะเป็นไม้โบราณก็ยังไม่ต้องใช้กำลังมากในการขยับเคลื่อน พี่ป้อมยืนอยู่ตรงนั้นแทบมิดใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

           “เพื่อนมาหา ข้าลงไปข้างล่างพอดี เขาบอกโทรหาเอ็งแล้วไม่รับ”

           “สงสัยปิดเสียงไว้ในห้องมั้งพี่ ผมออกไปที่ระเบียง”

           “เออๆ แล้วเย็นนี้เอาไง จะไปตลาดรัสเซียอยู่ไหม”

           “คง...ยังมั้งครับ” ผมว่า เหลือบไปสบตาคนข้างหลัง “วันนี้คงออกไปหาอะไรกินกับเพื่อนนะพี่”

           “เออ ไปเถอะ ข้าจะไปลองของเด็ด”

           “เชิญเลยครับ” ผมพูดกลั้วหัวเราะ หลิ่วตารู้กันกับชายวัยกลางคนว่าของเด็ดหมายถึงอะไร เขายิ้มเจ้าเล่ห์กลับมา หันไปตบบ่าชายผู้มาเยือนแล้วเดินลงบันไดบ้าน เสียงเอี๊ยดอ๊าดของไม้กระดานเบาลงเรื่อยๆ ผมเปิดบานประตูกว้างขึ้น เชิงสัญญะว่าอนุญาตให้แขกที่ไม่ได้นัดเข้าพบเป็นการส่วนตัว

           “มาได้ไง”

           “เรียกแท็กซี่มาสนามบิน บินมาลงพนมเปญ แล้วก็เหมารถมาลงนี่”

           “กวนตีน”

           “อือ คิดถึง

          เข็มทิศโยนกระเป๋าลงเตียง เมื่อผมปิดประตูเขาก็หันกลับมา ดึงผมเข้าไปกอดด้วยแขนทั้งสองข้างจนมิดอก กลิ่นของเขายืนยันย้ำชัดว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ความฝัน เพียงแค่กอดเท่านั้นผมก็ไม่สนใจถามอะไรอีก ยกมือขึ้นกอดอีกฝ่ายแน่น แล้วก็ร้องไห้เป็นการต้อนรับ ความทรมานว่างเปล่ากลวงโบ๋ถูกเติมเต็มอีกครั้งเพียงแค่มีเข็มทิศตรงนี้ ผมไม่อยากเสียเขาไป และดีใจมากจนอดกลั้นมันไม่ไหว ความรักที่มันท่วมท้น สลักรากฝังลึกลงในใจ ปราศจากข้อกังขา หรือความรู้สึกไหนมารบกวน ผมอยากกอดเขาให้แน่นที่สุด ให้นานที่สุด ชดเชยช่วงเวลาที่เราไม่ได้คุยกัน เติมกำลังจากวันที่แห้งเหือดลงให้มีพลังใจก้าวต่อ เข็มทิศเหมือนเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของผม พอขาดเขาไปแล้วการทำงานของหัวใจก็ผิดเพี้ยน ไม่ได้หมายถึงขาดเขาที่อยู่ข้างๆ แต่หมายถึงเมื่อเขาก้าวออกไปจากความสัมพันธ์ที่เราหลงระเริงจนลึกซึ้งผมก็ไม่ปกติเหมือนเดิม

           “ขอโทษที่ใจร้อน เราน่าจะรู้ว่าเบ๊บรักเรา รักมากกว่าใคร ขอโทษที่เราหึงจนหน้ามืด เราน่าจะรู้จักเบ๊บดีว่าเป็นคนยังไง”
           “ไอ้บ้าเอ๊ย หึงเรื่องอะไรวะ ก็บอกว่าไม่ได้มีคนอื่นไง ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง”

           “จำวันนั้นได้ไหม ที่ไปเลี้ยงส่งแม็กแล้วเบ๊บหายไปที่ห้องน้ำกับไอ้แม็กตั้งนาน”
          ผมพยักหน้า แต่ไม่อยากพูดถึงอีก วันที่ผมเสียน้องชายที่ชื่นชมตัวเองไปหนึ่งคน

           “เราไม่ชอบเลยที่แม็กมันวุ่นวายกับเบ๊บ แล้วยิ่งนายหายไปนาน ก็ตั้งใจว่าจะพากลับห้องแล้วปล้ำจนกว่าจะเช้า แต่เห็นรอยดูดที่ต้นคอก่อน”

          ผมควรตกใจอะไรก่อนดีวะ ตั้งแต่รอยดูดที่เข็มทิศทักกับทึกทังหึงหวงแล้วหาเรื่องยังสว่าง

           “ผมคิดว่ารอยนั่นเป็นของคุณมาตลอดเลยว่ะ... เข็มทิศ คือ..มันไม่ได้มีอะไร ผมอธิบายได้เพียงแต่...ไม่ค่อยอยากพูดถึง”

           “เพราะเบ๊บไม่พูด เราก็ยิ่งคิดมากว่าที่หายไปห้องน้ำนั่นหายไปเอากันมา ไอ้แม็กมันหาเรื่องเหยียบหน้าเราอยู่แล้วก็ทิ้งรอยไว้โชว์ เราไม่เคยทำแบบนั้นกับเบ๊บเพราะนายเคยบอกให้เรื่องระหว่างเราเป็นความลับ พอเห็นคนอื่นแสดงสัญลักษณ์ไว้ เราก็ยิ่งคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง ความกลัวของเราที่มันกัดกินเรามาตลอด...เรากลัวว่าเบ๊บไม่ได้รักเรา”

           “ผมไม่ได้มีอะไรกับแม็ก สาบานได้”

           “ถ้าเบ๊บเล่าเรื่องคืนนั้น เราคงไม่ต้องทะเลาะกันก่อนนายบินมาพนมเปญ”

          เขาคลายอ้อมกอดออก เช็ดน้ำตาของผมด้วยนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้าง ส่วนนิ้วอีกสี่และอุ้งมือประคองเอาไว้ จ้องตาจนผมเห็นเงาของตัวเองสะท้อนด้านใน

           “ผมไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ”

           “เราก็ไม่ได้ถาม เพราะคิดว่าถ้าเบ๊บไม่อยากให้เรารู้ก็คงโกหกอยู่ดี” เขาว่า ก่อนเน้นเสียงด้วยคำพูดเนิบช้าและจริงจัง “แต่ว่าตอนนี้เรารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ให้โอกาสเรารักกันใหม่ได้ไหม ที่ผ่านมาไม่ใช่เพราะนายบังเอิญอยู่ตรงนั้น แต่เราชอบนายจริงๆ ชอบที่เป็นนาย คนที่ทำให้เราไม่มองความรักในแง่ร้าย เราดีใจมากด้วยที่คนๆ นั้นเป็นนาย”

          ผมจะเบะปากร้องไห้อีกแล้ว ที่เข็มทิศกำลังง้อแม่งโคตรน่ารักเลย

           “แล้วไปรู้ได้ไง”

           “สัญญาก่อนว่าบอกแล้วจะไม่ด่า”

           “อือ” ผมรับปากในทันที ใครจะไปเล่าได้นอกเสียจากพี่รูญ เขาลดมือลง จับมือผมไว้ราวกับกลัวว่าถ้าสารภาพแล้วผมอาจจะใช้กำลังกับเขาแทนการก่นด่า ผมยอมให้เขาจับไว้หลวมๆ ความอุ่นของปลายนิ้ว อุ้งมือนุ่ม ผมก้มลงมองเส้นเลือดที่นูนขึ้นมาจากผิวหนัง มือของเขาเรียวสวยในแบบของผู้ชาย สากด้านเฉพาะปลายนิ้ว และมือซ้ายนิ่มกว่ามือขวา

           “เราพอนายบินมาพนมเปญ เราก็ไปต่อยมันที่มหาลัย พอดีมีเพื่อนเรียนโทเอกเดียวกับมันเป็นสายให้”

          ไอ้สัด มือที่ผมเพิ่งชื่นชมความสวยงามไปเนี่ยนะ

           “ไปต่อยมันทำไม”

           “โกรธ...ไม่รู้ดิ เราว่าใครๆ ก็รู้เรื่องของเรากับนาย เบ๊บชอบออกมาสูบบุหรี่ข้างนอกแล้วไม่ล็อกจอคอมพิวเตอร์ตั้งหลายครั้ง บางทีเขาเข้ามาเห็นพี่ก้อยกำลังใช้คอมเบ๊บอยู่เลย เพียงแต่ไม่มีใครพูด ยิ่งไอ้แม็ก มันมองเบ๊บตาเป็นมัน จะไม่สังเกตได้ไง”

           “แต่เราก็ต่อยมันไปแล้ว ตั้งแต่วันที่...”

           “ก็เพิ่งรู้ตอนที่ต่อยไปแล้ว สุดท้ายไปจบโรงพัก จ่ายค่าปรับแล้วพี่รูญก็ตามมาเคลียร์ให้”

          โธ่เอ๊ย เวรกรรมไอ้แม็ก โดนไปกี่หมัดวะนั่น เพราะความเมาชั่ววูบของเจ้าตัวแท้ๆ

           “มันเป็นอะไรมากไหม”
           “ห่วงเราก่อนดิ”

           “โห ตั้งใจไปลงมือขนาดนั้นยังเป็นอะไรได้ด้วยเหรอ”

           “เป็นดิ พอรู้ว่าเข้าใจไปเองก็โคตรเกลียดตัวเองเลยที่ทำให้เบ๊บเสียใจ”

          ผมไม่ปฏิเสธว่าเข็มทิศทำให้ผมเสียใจ แต่ผมเองก็ทำให้เข็มทิศเสียใจทั้งทีตั้งใจและไม่ตั้งใจอีกหลายอย่างเหมือนกัน อย่างน้อยที่สุดคงเป็นเพราะความชัดเจนที่เข็มทิศต้องการ ความชัดเจนที่ทำให้เขาพูดกับใครต่อใครได้ว่าความสัมพันธ์ของเราไม่ใช่เพียงเพื่อนทั่วๆ ไป

           “ขอโทษเหมือนกัน ผมทำเหมือนไม่แคร์คุณมาตลอดเลยใช่ไหม”

          เขาเงียบแทนคำตอบ มือเรายังจับกันไว้ ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเข็มทิศ ความวูบไหวปรากฎผ่านมาเมื่อประโยคนั้นจบลง

           “ผมทรีทคุณเหมือนเพื่อน...ทั้งที่...ถ้าเป็นแฟนผู้หญิงผมคงทำได้ดีกว่านี้ ถึงจะคิดว่าความรักไม่เกี่ยวกับเพศ ผมก็เอาเพศมาเลือกปฏิบัติกับคุณอยู่ดี”

           “ที่เบ๊บบอกว่าพาแฟนที่เคยคบไปที่บ้าน...เราก็คิดเหมือนกันนะว่าเบ๊บจะบอกครอบครัวยังไง เราจะเป็นคนที่เป็นข้อยกเว้นเรื่องนั้นไหม แต่เราพร้อมจะบอกกับที่บ้านนะว่าเราคบกับนาย”

          แม่มึงอกแตกตายแน่ๆ เข็มทิศ ผมคิดแต่ไม่ได้พูดไป มีอีกหลายอย่างที่เราต้องสะสางที่ไทยถ้าคบกันต่อ หมมายถึงถ้ายังคงรักกันและไปกันตลอดรอดฝั่งกระทั่งผมทำหนังเรื่องนี้กับพี่ป้อมจบ

           “ผมไม่ได้คิดหรอก ผมคิดแค่ว่าอยู่กับคุณไปเรื่อยๆ”

          ผมคิดว่าเราเข้ากันดีทุกอย่าง แทบไม่ต้องปรับอะไรเลย เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนแล้วค่อยมาคบกันแบบนี้ มานึกย้อนกลับไป เข็มทิศเป็นฝ่ายใส่ใจกว่าที่ผมทำมาก ไม่แปลกสักนิดถ้าเขาจะรู้สึกหวาดระแวงว่าผมจะมีคนอื่นได้ง่าย

           “ผมขอโทษ...ไม่รู้จริงๆ ว่าทำให้คุณไม่มั่นใจ ผมรู้สึกว่าเราเริ่มทะเลาะกันตั้งแต่มีเรื่องน้อยหน่าเข้ามาอีกครั้ง แล้วก็โยงไปเรื่อย ผมไม่รู้...ไม่รู้จริงๆ”

           “ช่างมันเถอะ ตอนนี้เราแค่ไม่อยากเสียเบ๊บไป เราถามจากพี่รูญว่านายกับพี่ป้อมพักที่ไหนแล้วก็รีบเคลียร์งานมาหา โชคดีที่พนมเปญอยู่แค่นี้ ถ้าเบ๊บไปไกลกว่านี้เราไม่รู้จะตามมาขอโอกาสอีกครั้งทันหรือเปล่า”

          ให้ตาย ที่ผ่านมาเราไม่เคยพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจริงจังแบบนี้มาก่อน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีเรื่องผิดใจจนถึงขั้นเลิกราตั้งแต่ยังไม่ตกปากรับคำ แต่ในความไม่เคยนั้นก็ช่วยได้มาก อย่างน้อยมันทำให้ผมเข้าใจว่าตัวเองรักเข็มทิศมากแค่ไหน และเขาก็ไม่ได้รู้สึกน้อยไปกว่ากันสักนิดเดียว หลักฐานก็คือผ้าผ่อนที่หอบข้ามประเทศมาเพื่อขอให้เรากลับไปคุยกันเหมือนเดิมนี่แหละ

          บังเอิญจังเลยเนอะ ผมคิดว่าจะกลับไปง้อคุณสุดสัปดาห์นี้เหมือนกัน

           ผมสารภาพ นึกขอบคุณที่เราใจตรงกันขนาดนี้ อย่างน้อยมันก็บอกผมว่าเมื่อเรารักถูกคน ความรักก็ไม่ได้เฮงซวยสักเท่าไหร่

          นัยน์ตาเข็มทิศยิ้มเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยองศาที่มุมปากยกขึ้น ผมเม้มปากเข้าหากัน เขินเป็นบ้า ขอบคุณที่จับมือกันไว้ตรงนี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอามันไปวางไว้ตรงไหน

           “ไม่บังเอิญหรอก เพราะนายรักเราต่างหาก”  

           เออเว้ย มั่นหน้ามั่นโหนกสมกับเป็นเข็มทิศดีจริงๆ ไม่เปิดโอกาสให้ผมเป็นคนพูดหน่อยเหรอวะ

            “แต่ผมต้องทำหนังกับพี่ป้อมนะ กลับไปกับคุณไม่ได้”

            “ไม่เป็นไร นายก็ไม่ได้มาทำหนังกับพี่ป้อมเพราะเราไล่มาเสียหน่อย ทำไปเถอะ เรารู้ว่าเบ๊บชอบงานนี้ แค่หาเวลาโทรหากันบ้าง แล้วก็หวั่นไหวกับใครก็พอ”

            “ให้หวั่นไหวกับใคร พี่ป้อมเรอะ”

            “รุ่นพ่อเลยนะ”

            “เข็มทิศ นี่จริงจังนะ”

           ผมวางมือลงบนหัวไหล่ทั้งสองข้าง ขยับเลื่อนมาทีละนิด ไล้นิ้วหัวแม่มือลงบนกระดูกไหปลาร้า กอบกุมรอบลำคอ ก่อนโอบกอดที่แก้มสากด้วยสองมือของตัวเอง

           เสียงลมพัดจากด้านนอก หวีดหวิวผ่านหน้าต่าง ผ้าโปร่งสีขาวคงระบำร่า แสงสีส้มทอดเข้ามาแผ่หราบนเตียงฟูก เป็นแสงจากธรรมชาติที่เรามักยืนมองด้วยกันจนมันลับหายไปเสมอๆ ผมยืดตัวจูบริมฝีปากหยักเบาๆ แล้วผละถอย ทว่ายังคงจับใบหน้าของชายหนุ่มไว้เช่นนั้น

            “ผมรักคุณ และผมจะไม่มีคนอื่นนอกจากคุณจนกว่าเราจะเลิกกัน ไม่ว่าเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม คุณเชื่อใจผมได้ ผมไม่ทำร้ายคนที่ผมรักแบบนั้นครับ ผมไม่เคยทำ”

           เข็มทิศโน้มตัวลง เป้าหมายคือริมฝีปากผม แต่พลาด ผมเบี่ยงตัวหนี จับแก้มเขาไว้ บังคับไม่ได้บุ่มบ่ามเอาแต่ใจ

            “คุณต้องสัญญากับผมเหมือนกันว่าเวลาที่มีอะไรไม่เข้าใจ ไม่ชอบใจ หรือสงสัย คุณจะบอกผมคนแรก ปากนอกจากมีไว้จูบก็มีไว้พูดนะคุณ”

            “มีไว้อมตีนด้วย เบ๊บบอกเรา”

            “ยังจะทำเป็นเล่นอีก”

           ผมเพิ่งเข้าใจเวลาที่ใครพูดจริงจังแล้วถูกผมกวนตีนไม่ใส่ใจความตึงเครียดนั้นก็วันนี้ เข็มทิศแม่งก็อปคาแรกเตอร์ผมมากขึ้นทุกวัน ก็อปแต่เรื่องที่ไม่ดีเสียด้วย

            “รู้แล้วครับ ต่อไปเราจะพูด สงสัยจะซักให้ขาวเลย นายรู้แน่ว่าเราเป็นห่วงได้มากแค่ไหน”

            “เป็นห่วงหรือขี้หึง เอาให้แน่”

            “ทั้งสองอย่าง จูบได้ยัง อยากฟัดแล้ว”

           จ่าเฉยเริ่มไม่เฉยอีกต่อไป เขาแปลงร่างเหมือนปลาหมึกเข้าสิง ปากขอจูบ มือล้วงเข้ามาใต้เสื้อ อย่างนี้เรียกปากว่ามือถึงขนานแท้

           ผมยินยอมให้เขาจุมพิตเบาๆ เหนือริมฝีปาก ก่อนบดเบียดแนบแน่น ช่วงชิงดูดกลืนรสและกลิ่นของกันและกัน นวดเค้นปลายนิ้วไปตามผิวหนัง ตอมไต่คล้ายมดงานโหยหาน้ำตาลเชื่อม

           “อย่าเพิ่งดิ มาถึงก็จะทำเลยหรือไง ไปดูพระอาทิตย์ตกกัน โรแมนติกหน่อย”

           “พระอาทิตย์ก็ตกทุกวัน ค่อยดูเมื่อไหร่ก็ได้”

           “ไม่เหมือน นี่เราเพิ่งดีกันใช่มะ คุณเองก็เพิ่งเดินทางมาถึง ถุงเท้ายังไม่ถอดเลยนะ”

           “ก็ถอดพร้อมทุกอย่างนั่นแหละ”

           “มาเพื่อเยอย่างเดียวปะเนี่ย”
           “เปล่า มาง้อจริงๆ” เขาหยุดบิ๊วท์อารมณ์ ดึงมือผมยกขึ้นจูบเบาๆ ทอดสายตาออดอ้อนเต็มไปด้วยความเว้าวอน ผมแพ้ทางเขาจริงๆ แพ้ทุกทางที่เจ้าตัวยื่นให้ “มาง้อแต่ก็ต้องได้เยด้วย ไม่งั้นบินมาเสียเที่ยวพอดี”

           “ไอ้ห่าเข็มทิศ”

           ผมสบถ พลางกลั้วหัวเราะ ใครเป็นคนคิดว่าเขาคือจ่าเฉยวะ แม่งโดนความหน้านิ่งหลอกจนเชื่อสนิท เขาคือจ่าหื่นตื่นเป็นบดขนานแท้ ชายหนุ่มพรายยิ้มเมื่อเห็นผมชอบใจ แสงสีส้มอาบทอดระหว่างเราเพราะไม่ได้ปิดม่าน เป็นแสงที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นละมุนละไม ภาพตรงหน้าเป็นผู้ชายที่ผมคร่ำครวญหาและอยากกอดรัดเขาจนฟ้าสางไม่ต่างกัน แต่พูดก็พูด เขาเพิ่งเดินทางมาถึง ผมอยากให้พักผ่อน

          “ผมยื่นข้อเสนอ ใหม่ คุณไปอาบน้ำ แล้วเราออกไปหาอะไรกินแถวนี้ก่อน ค่อยกลับมาทำดีไหม”

           “อือ ก็ได้ ตามใจเบ๊บ แต่ไม่ดูพระอาทิตย์ตกแล้วเหรอ โน่น ใกล้แล้ว”

           ผมพลิกตัวออกไปด้านนอก วิวห้องผมเป็นวิวที่สวยมากยามโพล้เพล้ ตะวันใกล้ลับขอบฟ้า โชคดีที่วันนี้แดดจ้าออกจัดตลอดทั้งวัน ไม่มีก้อนเมฆลอยมาบดบังทัศนียภาพ โชคร้ายตรงที่อากาศในห้องจะร้อนเพราะถูกเผาจากไอแดด ลมที่พัดก็เป็นลมร้อนชวนรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ

           เข็มทิศโอบกอดจากด้านหลัง วางคางลงบนบ่า มองวันเวลาค่อยๆ พาทินกรณ์ลับหายไป ช่วงเวลาที่เรียกผีตากผ้าอ้อมเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีแสง แต่ก็ไม่มืดดำเสียสนิท เขาจูบที่ต้นคอเหนอะของผมอย่างไม่รังเกียจ จูบย้ำเบาๆ และกระซิบแผ่ว

          “เบบี๋”

           “เรียกแบบนี้แล้วจั๊กจี้หูดีเนอะ”

          เขามักจะใช้ยามที่เราร่วมรัก หรือกอดก่ายกันหลังเสร็จกิจ เข็มทิศทำตัวออดอ้อนไม่บ่อย แต่ทุกครั้งก็หวานหยดย้อย และส่วนมากจะเป็นช่วงเวลาที่ส่งสัญญาณว่าเจ้าตัวอดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ

           “หรือเรียกว่าที่รักดี”

           “ยอมแล้วๆ”

           “เราไม่ได้อ้อนเพราะอยากให้เบ๊บตามใจนะ...เราอยากให้เบ๊บรู้สึกว่าทุกครั้งที่เราทำไม่ใช่แค่เซ็กซ์ เราไม่เคยบอกนายเลยเพราะกลัวว่าถ้าพูดออกมาแล้วจะเสียนายไป แต่วันนี้ขอให้เราได้ทำเรื่องที่เราอยากทำสักครั้งได้ไหม” เข็มทิศพูดเยอะผิดปกติ ผมเริ่มสนใจว่าเขาต้องการจะทำอะไร มือใหญ่เลื่อนมาปิดตา คราวนี้ความมืดเข้าจู่โจมโดยพลัน การทำงานระบบประสาทสัมผัสอื่นชัดเจนขึ้น ทั้งกลิ่นและเสียง ความหยุ่นชื้นกดลงข้างแก้มผม เสียงสูดลมหายใจหอมดังฟอดใหญ่ เสียงกระซิบที่เบาจนแทบกลืนไปกับลมหายใจทำให้ผมระทวย หัวใจเต้นดังและรัวไม่เป็นจังหวะ

           “ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เรารักเบ๊บมากนะ”

          ผมเม้มปากจนเป็นเส้นตรง เกร็งสะท้านไปทั้งร่าง มืออีกข้างที่ไม่ได้ใช้ปิดตาผมวนเวียนรอบริมฝีปาก กระทั่งหาช่องทางง้างปากของผมออกมาได้ในที่สุด

           “เวลาเห็นนายอาย น่ารักดีว่ะ”

          ผมจูบปลายนิ้วของเขา กระทั่งชายหนุ่มยอมปล่อยให้ผมเป็นอิสระ ทั้งห้องมืดทึมเห็นเพียงเงารางๆ เมื่อเข็มทิศออกไปปิดม่านทุกอย่างก็ยิ่งมืดลงไปอีก

           “เอาเลยปะ”

           “โห แม่ง สร้างบรรยากาศตั้งนาน มาถามงี้” ผมหัวเราะร่วน สบถคล้ายเซ็ง เงาของเข็มทิศอยู่ตรงหน้าเขาถอดเสื้อแล้วกางแขน

          ผมเดินเข้าไปในอ้อมกอดนั้น ยอมดีให้อีกฝ่ายฉีกทึ้งเสื้อผ้าเป็นพัลวัน เราจูบกันจนเลิกนับจำนวนครั้ง ทำลายความอ่อนหวานด้วยความเร่าร้อน ทิ้งความกระดากอายและชั้นเชิงกองไว้ให้ไกลเตียง สองร่างเปลือยเปล่า กลิ่นของเรากลับมาอีกครั้ง คล้ายฟีโรโมนกำจายซ่าน ปลุกเร้าสัญชาตญาณให้เต้นเร่าโลดโผน

          เข็มทิศเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำลงบนเตียง ผมปีนตามขึ้นมาทาบทับอีกฝ่ายไว้ทั้งร่าง จูบเขาดั่งปรารถนา กัดกินตั้งแต่ริมฝีปากลงมา ทั่วเรือนร่างและกล้ามมัดที่เกร็งขึ้นอย่างชัดเจน ลากไล้แสดงความเป็นเจ้าของทุกตำแหน่ง ไม่ชะงักยักแย่ยักยัน ปล่อยให้อารมณ์เป็นฝ่ายพัดพา ความรู้สึกของผมเป็นของเข็มทิศ และเข็มทิศก็เป็นของผม ไม่ใช่อดีต แต่เป็นปัจจุบันและอนาคต

           “เบ๊บ...”

          เสียงทุ้มแหบเพียงเท่านั้น เขาสูดปากเมื่อผมใช้ปลายลิ้นและครอบเอาอวัยวะตั้งตระหง่านเข้าไปในปาก เล้าโลมรูดเลียปรนเปรอและบำเรอด้วยความเต็มใจโดยปราศจากการร้องขอ ผมยินดีให้เขาเสพความสุขถึงที่สุด ชดเชยช่วงเวลาที่ปกคลุมด้วยความเย็นชาเหินห่าง รักเขาให้เห็นว่ามากกว่าจินตนาการของใครว่าชายสองคนจะมีความรักได้มากเท่าไหน แสดงออกซึ่งความรู้สึกมากกว่าการมีเพศเป็นเครื่องกั้น 

           พนมเปญเป็นเมืองที่เงียบสงบ บ้านเรือนปิดประตูตั้งแต่หัวค่ำ นับเป็นครั้งแรกที่เรามีสัมพันธ์นอกสถานที่ ในต่างบ้านต่างเมือง อุณหภูมิขึ้นสูงเพราะไม่ทันปิดหน้าต่างเปิดแอร์ แม้ม่านจะบดบังแต่เมื่อลมพัดมันก็โบกโบยพลิ้วไหว เสียงไม้กระดานลั่นเอียดอาด เราติดอยู่ในการกระทำให้เบาที่สุดเพื่อไม่รบกวนห้องอื่น ขณะเดียวกันก็รุนแรงที่สุดตามความปรารถนาจะไปถึง

         หลายเรื่องเกิดขึ้นระหว่างเราอาจเรียกว่าเรื่องบังเอิญหรือพรหมลิขิต การตกหลุมรักเข็มทิศเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดเดาว่าจะมีได้

          คนทุกคนมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของชีวิต

          จากเด็ก สู่วัยรุ่น จากวัยรุ่น เป็นผู้ใหญ่

          จากอนุบาล ขึ้นชั้นประถม จากประถม ขึ้นมัธยม โตขึ้นอีกนิดก็เป็นนักศึกษา

           โลกเราล้วนแต่เกิดความบังเอิญขึ้นทุกวัน การพบเข็มทิศตั้งแต่วันที่ร้องไห้จ้าเพราะคิดว่าแม่เอาไปทิ้งไว้โรงเรียน จวบจนถึงการพบกันในที่ทำงานนับเป็นเรื่องบังเอิญ แต่การประคองและเลือกที่จะเก็บความสัมพันธ์ระหว่างกันไว้เป็นเรื่องที่โลกของความบังเอิญไม่อาจทำได้

          จวบจนฟ้าสาง พระอาทิตย์ดวงเดิมที่หายลับทอแสงประกายเข้าวันใหม่ ผมนอนกอดก่ายหมดเรี่ยวแรงกับชายหนุ่มผู้มาเยือนในสภาพไม่ต่างกัน

          โลกใบเดิมหมุนไปอีกครั้ง

          โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ

 

Fin.



จบแล้วเหวยยยยยยยยยยยยยยยย

มากันจนจบได้ ดีใจกับทุกคนที่ฝ่าฟันมากับนังตัวดรี ทั้งเบ๊บทั้งเข็มทิศ เีรื่องนี้เราตั้งใจเขียนมากหลังจากเคยปล่อยคาให้เขียนไม่จบมาเป็นปีจากอาการป่วย ตอนนี้ดีขึ้นมาก ขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างกันจริงๆ เรามีวันนี้ได้เพราะทุกๆ คนฃ่วยส่งกำลังใจมานะ 

เรื่องนี้ที่เขียนเราทำการบ้านพอควร ได้ความรู้มาเป็นของแถม ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะก๊ะ ชี้แนะกันได้ พอโตขึ้นก็อยากทำวายให้มีความหมายกว่านิยายแฟนตาซีของสาวๆ อะเนอะ ด้วยเกียรติของการเป็นนักเขียนขอรับผิดฃอบสังคมผ่านงานเขียน หวังว่านิยายเรื่องนี้จะให้อะไรกับคนอ่านไม่มากก็น้อย (แน่ล่ะสิ ไม่น้อยก็ต้องมาก เอ็งพูดอะไร) 

ต่อจากนี้เรามีโปรเจ็กต์จะเขียนนิยายกับจิตติค่ะ แต่ว่าไม่รับปากเลยว่าจะลงเมื่อไหร่ เป็นโปรเจ็กต์เขียนหาเงินบินไปฮ่องกง ไปขอผัว 55555555555555555 ล้อเล่นแต่เอาจริง แม่งนกตั้งแต่จะไปวัดดังๆ ที่เค้าไปชอกันปิดแล้วอะ โถ่

แล้วเจอกันเรื่องหน้า ขอเขียนสบายๆ คอมมาดี้อีกเรื่อง อยากเขียนแนวพีเรียดเหมือนกันแต่ต้องใช้เวลาเยอะมากแน่ๆ พอดีเป็นวัยโจ๋ ใครวัยรุ่น 90 ไม่รู้จักเว่ย กามิกาเซ่ตืออะไร คือใครกันที่ทำให้ฉันรัก ใครกันที่มาอยู่ในความฝัน /เดี๋ยว 

เอาล่ะ ดึกมากแล้ว ชอโทษที่ล่วงมาถึงวันพฤหัสอีกแล้ว สัญญาว่าจะพยายามทำตัวให้ตรงต่อเวลามากขึ้นในนิยายเรื่องหน้า

แล้วเจอกันตอนพิเศษอีกสองพุธฮะ ขออนุญาตเขียนก่อน ตอนนี้กำลังหมกมุ่นกับแมวเป็นไรในหู เครียดมากๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 972 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,069 ความคิดเห็น

  1. #2053 oshbbh (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 01:05
    ตามมาอ่านเพราะมีคนแนะนำมา ดีจริงๆด้วยค่ะ ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆมาให้อ่านนะคะ น่ารักมาก บรรยายดีมาก ฮื้อออออ
    #2,053
    0
  2. #2040 PunJoonma (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 09:33

    อ่านไปใจหวิวไปทุกตอนเลยยย ฮือออออ มันดีมากเลยค่ะ ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆให้อ่านนะคะ แล้วก็เป็นกำลังใจให้สำหรับเรื่องต่อๆไปค่ะ
    #2,040
    0
  3. #2036 PCB614 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 10:36
    อยากบอกว่าชอบมาก ๆ เลยค่ะ ดีใจที่ได้อ่านเรื่องนี้นะคะ
    #2,036
    0
  4. #2018 -Imreader- (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 22:55
    ขอบคุณสำหรับงานเขียนดีๆนะคะ
    #2,018
    0
  5. #2014 ชาใหญ่ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 22:51
    ติดตามงานเขียนคุณเวสมาจากนิยายที่เป็นเมจมิวซ์ ไม่ผิดหวังเลยค่ะ เขียนดีมากกกกกก

    เรื่องนี้เราชอบทุกอย่างเลย ชอบความสัมพันธ์ที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นมาจนเปนความผูกพันไม่ใช่นิยายวายไก่กาจีบกันไปวันๆ รักคุณเวสนะคะ ติดตามงานเขียนต่อไปค่ะ เลิฟฟฟ
    #2,014
    0
  6. #2012 Brownsugar1980 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 17:26
    เราค่อยๆอ่านช้าๆไม่อยากให้จบเลย ขอบคุณมากๆนะคะ❤️🙏🏻
    #2,012
    0
  7. #2000 atmosphere_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 10:49
    สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ชอบมากเลยค่ะ ชอบความเป็นธรรมชาติ ความธรรมดาในความสัมพันธ์ ดีมากกก รู้สึกถึงบรรยากาศอุ่นๆในใจ ฮือออ
    #2,000
    0
  8. #1998 Mune (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 16:15
    ขอบคุณคุณเวสมากๆนะคะสำหรับนิยายดีๆ เรื่องนี้คุณเวสทำการบ้านเยอะมากๆเลยค่ะ 555555 เห็นจากการลงรายละเอียดงานที่เบ๊บทำเลย ไม่ได้ตามผลงานคุณเวสไปพักนึง พอมาอ่านอีกรอบก็คิดถึงค่ะ 555 ในที่สุดทั้งสองคนก็เข้าใจกันสักทีน้า ปากแข็งกันอยู่ตั้งนาน ตอนแรกคิดว่าเรื่องนี้จะดราม่าครอบครัวหนัก เพราะดูแล้วแม่เข็มทิศอาจจะรับไม่ได้ ทางนี้แอบต้มมาม่ารอเบาๆเพราะไม่ไว้ใจคุนเว้ดด คลจัยร้ายชอบใส่ดราม่าหนักๆท้ายเรื่อง (แต่ชอบนะคะ) 55555555 ขอบคุณคุณเวสสำหรับงานดีๆเสมอมาค่า เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ :)
    #1,998
    0
  9. #1987 Onkanlaya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 20:23
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบบ
    #1,987
    0
  10. #1982 ThanitaNP (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 07:23
    อ่านรวดเดียวจบ มาราธอนมาก และชอบมากค่ะ 😍😍😍
    #1,982
    0
  11. #1981 tpparnns (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 01:43
    พึ่งมาเจอ เราอ่านรวดเดียวจบเลยค่ะ 555555555 สนุกมากจริงๆ ไรท์เขียนได้ไหลลื่นมากๆ ชอบภาษามากๆเลยค่ะ มันอ่านแล้วเข้าใจแล้วก็ธรรมชาติมากๆ เราชอบการอธิบายในเหตุผล เหตุการณ์ การบรรยายมากๆเลยค่ะ ดีจัง เหมือนได้โตไปกับเบ๊บกับเข็มทิศเลย ขอบคุณที่แต่งนิยายเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ เป็นวันดีๆของเราอีกวันนึงเลยที่เจอนิยายเรื่องนี้ จะรอติดตามต่อไปค่ะ
    #1,981
    0
  12. #1976 Biekps99 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:47
    ถ้าคุยกันมันคงไม่ต้องสับสนแบบนี้
    #1,976
    0
  13. #1942 metonnum (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 23:45
    ชอบภาษาในเรื่องมากๆเลยค่ะ รวดเดียวจบใน1วัน55555 ขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องนี้จนจบ ชีวิตเราคล้ายเข็มทิศกับเบ็บแต่แตกต่างตรงที่ห่างกันไปเพราะความไม่เข้าใจแล้วไม่เคยกลับมาในวงโคจรกันอีกเลย เขามีแฟนใหม่แล้วถึงในเราอยู่ในความอบอุ่นที่เคยมีค่ะ ความสงสัยก็ถูกทิ้งไว้โดยที่ไม่มีคำตอบ ตลกดี555555 รอติดตามเรื่องอื่นๆนะคะ
    #1,942
    0
  14. #1937 eye-water maker (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 19:13
    ขอบคุณสำหรับเรื่องนี้มากๆ เรากละบไปฟังพีชพิทเพราะคุณเลยยย รักกกก
    #1,937
    0
  15. #1925 heykiki (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 19:41
    ดีอะเห้ออออออออ ชอบการบรรยายมากเลยค่ะ ชอบจังเลยยย เข็มทิศอย่างอ้อน เบ๊บก็โคตรน่ารัก
    #1,925
    0
  16. #1903 gunnk16 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 11:19
    ชอบมากเลยค่ะ เพิ่งได้มาอ่าน รวดเดียวจบเลยยยยย ภาษาดีมาก เนื้อเรื่องคือชอบอะ บอกไม่ถูกเลย ขอบคุณสำหรับนิยายเรื่องนี้นะคะ รอติดตามผลงานต่อไปปปป
    #1,903
    0
  17. #1901 m51t (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 15:10
    แงงง จบแล้วว ขอบคุณมากๆที่เขียนเรื่องนี้นะคะ ชอบมากๆๆ ภาษาดีมากค่ะ รู้สึกเข้าถึงตัวละครได้เลยค่ะ ชอบประโยคหลายอันมากค่ะ เป็นมุมมองใหม่ให้เราเลย รักนะคะ รอเล่มม 😭
    #1,901
    0
  18. #1886 Eiteenust95 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 18:27
    ชอบในความเป็นธรรมขาติของการเล่าเรื่อง มันดูเป็นชีวิตคนคนนึ่งดี ชอบที่มันดูธรรมดาแต่ก็มีอะไรไม่ธรรมดาในความสัมพันธ์ของเบ๊บกับเข็มทิศ ติดตามต่อไปนะคะ
    #1,886
    0
  19. #1884 Mapranglism (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 17:26
    อบอุ่นมากอ้ยยยยย ขอบคุณไรท์มากนะคะที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้มาให้อ่าน เอแง รักนะคะะะะ
    #1,884
    0
  20. #1857 LvEVQOktaU3Q1pR (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 06:55
    ฟิคไรท์แม่งแนวพึ่งอ่านแนวนี้ครั้งแรก มันดูผู้ใหญ่มีประสบการณ์เยอะชอบการถ่ายทอดของบทความ คือมันธรรมชาติมันสุด แล้วเราก็ได้ไปฟังเพลงที่ไรท์เสริมมาในบท เราชอบแนวนี้ ถ้ามีโอกาสจะทักไปถามเพลงแนวนี้กับไรท์นะคะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆแบบนี้นะคะ
    #1,857
    0
  21. #1855 yellow.is.you (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 00:48

    ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะ ดีมากๆเลย
    #1,855
    0
  22. #1854 yellow.is.you (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 00:47
    จบได้ดีที่สุด!
    #1,854
    0
  23. #1840 peachpk (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 19:41
    ในที่สุด ;__; เป็นปริ่มมากๆๆๆๆ
    #1,840
    0
  24. #1828 Gxbuide (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 01:23
    ฟุ้งๆไปหมดเลยค่ะ ดีมากๆเลย
    #1,828
    0
  25. #1811 HaeMay (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 00:09
    คือมันดีมากเลยค่ะ ภาษา การบรรยาย บรรยากาศ เหมือนทั้งสองคนเป็นคนที่พบเห็นได้ทั่วไป มันดูเรียลมากในความรู้สึกเรา
    #1,811
    0