โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ

ตอนที่ 2 : friends - ship

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,062 ครั้ง
    17 ม.ค. 62



1. FRIENDS-SHIP

 

 

 




เรื่องย้ายไปอยู่กับเข็มทิศชั่วคราวเกือบจะเป็นหมันเมื่อเออีเข้ามาแจ้งว่าถูกปาดหน้าเค้กด้วยบริษัทของคนใน หนึ่งคือคอนเนคชั่นหรือเส้นสายทีมนั้นแข็งกว่า อีกอย่างคือลูกค้าขอทีมเก๋าๆ ไม่ใช่เด็กจบใหม่ที่เพิ่งผ่านโปรฯ แม้พอร์ทของเข็มทิศจะน่าทึ่ง และพอร์ทของผมจะไม่ขี้เหร่ก็ตาม


พี่จรูญเรียกคุยกับทีมหลังผมปรึกษาแม่เรื่องย้ายมาอยู่กับเข็มทิศ น่าเสียดาย พี่จรูญปลอบเท่านั้น เขาอยากเปิดโอกาสให้เด็กๆ ทว่าคำสั่งของลูกค้าคือเด็ดขาด ลูกค้าว่าในห้องประชุมไม่อยากให้เด็กๆลองผิดลองถูกแต่พี่จรูญก็ให้โอกาสผมในงานอื่นๆ เราเป็นทีมโปรดักชั่นเฮาส์เล็กๆ ในเครือสื่อเจ้าใหญ่ที่ผู้ใหญ่ไม่ได้เห็นความสำคัญนัก ผมเข้าใจนะ แต่ก็เสียดาย ผมชอบบรรยากาศตอนนำเสนองาน มันตื่นเต้นกว่าช่วงทำสตอรี่บอร์ดโคตรๆ ช่วงเวลาที่ลูกค้าจะดูจนจบหรือปิดสไลด์ตั้งแต่สามหน้าแรกเป็นช่วงเวลาที่โคตรอะดรีนาลีนหลั่งเป็นการสอบไฟนอลว่าจะสอบตกสอบหรือผ่าน ยิ่งงานใหญ่ยิ่งท้าทายความสามารถ ขณะที่คนที่อยู่ในทีมเดียวกันอีกคนกลับนิ่งเฉย ไม่หือไม่อือยอมรับผลตัดสินโดยไม่เถียงสักคำ


“คุณไม่อยากทำงานนั้นเหรอ” ผมกระซิบถามเข็มทิศหน้าร้านอาหารตามสั่ง วันนี้เป็นเวรของผมกับเขาที่ต้องลงมาซื้อข้าวให้ทีมงาน บางวันโทรสั่งขึ้นไปส่งได้ ถ้าสาลี่อยู่ แต่เปิดเทอมแล้วเด็กสาวแรกรุ่นลูกสาวป้าติ่งก็ไม่ค่อยได้มาช่วยแม่อีกทีมงานต้องจัดเวรกันลงมาซื้อข้าวกับกาแฟขึ้นไปเสิร์ฟ แต่ไม่รู้ว่าจัดยังไงในหนึ่งเดือนผมกับเข็มทิศจะถูกใช้ให้ลงมามากที่สุด


“ก็ได้ทำงานอื่นอยู่ดีล่ะ พูดเหมือนออฟฟิศมีคนเหลือเฟือ”


“ไม่ใช่แบบนั้นสิ”


“รอเก็บพอร์ทงานอื่นก็ได้ เกือบขายได้แปลว่าเขาสนใจที่นี่อยู่ เดี๋ยวก็มีโปรดักส์ลูกเข้ามา” เขาปลอบเสียงเรียบซึ่งก็จริงอย่างที่ว่าแต่ผมก็เสียดายอยู่ดี


“แต่ถ้าไม่ได้มีพอร์ทหรูอันดับต้นๆ โอกาสโกอินเตอร์ก็น้อยกว่าคนอื่น”


เรื่องของเรื่องก็คือผมมีความฝัน และหนึ่งในนั้นคือการได้ไปเรียนงานกับพี่ป้อม เด็กฟิล์มทุกคนต้องรู้จักชื่อนี้ และมีฝันสูงสุดคือได้เจิดจรัสในแนวทางของตัวเองอย่างไร้ที่ติ พี่ป้อมเป็นคนทำหนังอาร์ตอันดับหนึ่งของไทย เป็นคนที่มีอิทธิพลในเวทีระดับโลก หนังที่ดูไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ถ้าแกะสัญญะที่ในเนื้อเรื่องได้ผู้ชมจะรู้สึกประหนึ่งยูเรก้า ทุกครั้งที่ดูจะถามตัวเองแต่ว่า แม่งคิดได้ไงวะๆ ซ้ำไปซ้ำมา ไม่ใช่เรื่องของสคริปต์ แต่เป็นการถ่ายทำ ซึ่งกว่าผมจะก้าวไปอยู่ข้างๆ พี่ป้อมต้องอาศัยประสบการณ์ล้วนๆ


เอาจริงๆ ได้มีโอกาสเรียนงานกับพี่ป้อมก็อย่างหนึ่ง ได้เก่งแบบพี่ป้อมก็อีกอย่างหนึ่ง หรือแค่เป็นคนทำหนังที่พี่ป้อมเคยเห็นชื่อผ่านตาก็เป็นฝันอีกอย่างหนึ่ง แต่ถ้าลูกค้ารายใหญ่ๆ วางตัวไว้แค่คนรุ่นเก่าเมื่อไรดาวดวงเล็กๆ ของผมจะเจิดจรัสได้ ไม่รู้ว่าเบ๊บคุงจะดังก่อนหรือพี่ป้อมจะตายก่อนกัน


“ทำงานใหญ่ก็ดี แต่ว่าประสบการณ์เรายังไม่ได้ มันเป็นความเสี่ยง ทั้งของลูกค้าทั้งของทีมเรา ขืนทำไปแล้วเละเทะไม่ถูกตราหน้ากันทั้งเฮาส์เหรอ”


“จะไปเละได้ไง ที่ผ่านมาก็ทำได้ดีตลอด พี่จรูญยังบอกว่าอนาคตไกล”


“เป็นพวกถูกชมแล้วเหลิงเหรอ”


แม่ง รู้ทัน


เข็มทิศกระตุกมุมปาก เป็นคนที่ไม่ยิ้มเต็มหน้าเหมือนอมทุกข์ตลอดเวลา เขามองผมที่ทำท่าจ๋อยสนิทด้วยหางตาแล้วอธิบายต่อ “เราเพิ่งผ่านโปรกันมาได้ไม่กี่สัปดาห์เอง งานที่ทำก็สเกลเล็ก พี่จรูญเองก็คงคิดแบบนี้ถึงไม่ได้ไฟท์ให้ แต่ก็มีงานอีกเยอะที่สเกลเล็กแต่เสียงดัง ถ้ามั่นใจก็เก็บไอเดียไว้ใช้ในงานแบบนั้นสิ”


ผมเถียงไม่ออก คำตอบที่เต็มไปด้วยเหตุผลนั่นทำให้อาการงอแงของผมกลายเป็นเด็กน้อยอยากได้ของเล่นทันที


“รู้แล้ว ผมแค่เสียดาย”


“งานในมือตอนนี้น้อยจนมีเวลาเสียดายที่ชวดงานนั้นหรือไง” เข็มทิศพูดประชดประชัน เมื่อคืนก่อนก็กลับบ้านเที่ยงคืน เที่ยงคืนนี่ผมหนีก่อนนะ พวกอิดิตเตอร์ยังอยู่ปั่นงานกันต่อ


“แล้วเรื่องมาอยู่ด้วยยังเหมือนเดิมหรือเปล่า”


“จริงๆ ก็ยังไม่ได้คิดต่อนะ” ผมว่า ไม่มีงานเป็นเป้าหมายแล้วก็ไม่ค่อยอยากออกนอกบ้าน ผมมันพวกติดบ้าน อะไรจะเป็นสวรรค์กว่าการมีอาหารพร้อมทานรออยู่ในทุกมื้อโดยไม่ต้องคิด “อยากให้ไปอยู่ด้วยเหรอ”


“เปล่า พี่จรูญติงมาว่านายมาสาย เข้าใจว่าบ้านไกล”


“เฮ้ย แต่ไม่มีเวลาเข้าออกงานปะวะ”


“แต่มาสายแล้วกลับก่อนนี่มันก็นะ”


ผมไม่เถียง กว่าจะมาถึงก็เลทกว่าคนอื่น มิหนำซ้ำถ้างานเลิกดึกก็ต้องขอกลับก่อน ส่วนวันไหนฝนตก น้ำท่วม ลาได้เลย เวลาเดินทางไม่คุ้มเวลาทำงาน


“ก็บ้านไกลจริงๆ อะ”


“เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ย้ายมาอยู่ใกล้ๆ ก็นะ งานมันต้องทำเป็นทีม”


เรียกว่ากำลังด่าที่ผมกินแรงคนอื่นรวมถึงเขาด้วย คร้านจะงอแงเถียงกลับความจริงก็จุกที่อก ได้แต่ทำหน้าให้ติ๋มที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนเรื่องย้ายงานน่ะฝันไปเลย นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่เด็กรุ่นใหม่อยากทำด้วยมากๆ ไม่ใช่เงินเดือนหรือบริษัทใหญ่โต แต่งานที่ออกสู่สื่อปังทุกตัว มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและฮิปเหี้ยๆ แน่นอนว่าถ้าผมทำงานอินดี้แต่ตีตลาดได้ผมต้องเป็นบุคคลที่มีรายชื่อติดในคนเขย่าวงการโฆษณาอีกคนแน่ๆถูกต้องครับ ผมเป็นคน Gen Z ที่โหยหาชื่อเสียงและความก้าวหน้าในวิชาชีพ เต็มไปด้วย Passion และแรงบันดาลใจ โห พูดถึงตัวเองแล้วโคตรคลู


“หรืออยากนอนที่ออฟฟิศ แต่พี่รูญไม่แนะนำนะ ผีดุ”


“เฮ้ย จริงดิ” บ้าว่ะ ก็อยู่ทำงานด้วยกันดึกๆ ออกจะบ่อย ไม่เห็นเคยเจออะไร “มั่วป่าว หลอกให้ผมไปหารค่าไฟ”


“ค่าไฟมันจะสักกี่บาท”


“เพิ่มค่าน้ำด้วย สุดตัว สองร้อย”


“น้ำมันรถทุกวันนี้เดือนละเท่าไหร่”


“สามพัน”


“เราเอาค่าเช่าห้องแค่พันห้า” กูว่าแล้วต้องมีแผน “ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ตบวกลบไม่เกินห้าร้อย”


เข็มทิศก็คือเข็มทิศ เขาพูดหน้าตายเหมือนที่กุเรื่องผีหรือที่พี่จรูญฝากดุผมเรื่องเข้างานสาย


“นายได้ลดค่าน้ำมัน เอาเงินไปผ่อนรถ เราได้ลดค่าผ่อนคอนโด อยู่แค่ซอยโน้น เดินมาทำงานยังได้เลย แต่ถ้าขี้เกียจขับรถมาได้ อ้อมไปด้านหลังซอย” เขาชี้นิ้วบอกทางคร่าวๆ “ไม่ถึงห้านาที นายถอยจอดยังนานกว่า”


สิ่งที่ผมรับรู้มาตลอดคือเข็มทิศไม่มีสเน่ห์ในด้านงานขาย แต่ก็ไม่คิดว่าจะขายได้โง่ขนาดนี้ ไม่มีอินเนอร์หรือวิธีการโน้มน้าวที่ดีไปกว่าการพูดเนื้อหาแต่ไม่มองหน้ามิหนำซ้ำยังเสือกด่าลูกค้าว่าขับรถห่วยอีก


“ไม่เห็นมีใครเสียอะไร”


ไอ้เวร ถ้าพูดกับผมเพราะกว่านี้สักนิดก็ใจอ่อนนานแล้ว ไม่ใช่เพราะเห็นใจแต่ผมตายข้อเสนอที่ว่าค่าห้องรวมค่าน้ำค่าไฟยังถูกกว่าค่าน้ำมันเกือบครึ่ง ส่วนอาหารย่านนี้ก็ไม่แพง เผลอๆ อยู่ดึกพี่จรูญเลี้ยงข้าวกล่องฟรีเป็นขวัญและกำลังใจอีกประเด็นก็คือ ผมจะไม่ยอมกลับไปขอเงินแม่อีกแล้ว รับปากดิบดีว่าถ้าแม่ดาวน์ให้หลังได้งานจะผ่อนเองนับเป็นศักดิ์ศรีลูกผู้ชายก็ว่าได้ แต่แม่ง ไอ้เวรเบ๊บ ไม่มีแดกยังจะหยิ่ง


ระหว่างการต่อรองอาหารกล่องโฟมสองถุงใหญ่พิเศษก็ถูกยกข้ามเคาน์เตอร์ ร้านข้าวตั้งเรียงกันใต้เต๊นท์ผ้าใบแต่ป้าติ่งเป็นร้านประจำ ป้าแกหน้าไม่รับแขก พูดก็ไม่รับแขก รสชาติอาหารพอแดกได้เลยไม่ค่อยมีคน การทำงานของครีเอทีฟต้องอาศัยความเร็วและผมกับเข็มทิศมักเลือกร้านนี้ให้ทุกคนในออฟฟิศเสมอ ส่วนคนอื่นถ้าไม่ใช่ลูกสาวแกบริการไปส่งถึงหน้าประตูไม่มีทางเหยียบเข้ารัศมีให้ป้าถามได้ว่าวันนี้จะกินอะไรแน่นอน


“กล่องโฟมแม่งทำลายโลก” ผมบ่นอุบ พยายามรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการสร้างขยะ แต่ก็ยากจริงๆ มิหนำซ้ำยังเป็นตัวการก่อคาร์บอนมอนนอคไซด์ด้วยซ้ำ


“ทีหลังก็เอาปิ่นโตมาซะสิหรือจะใช้มือรองไปกิน จะเทใส่จานเหมือนไอ้ด่างก็ได้นะ เดี๋ยววางจานไว้ให้ใกล้ๆ ถังขยะเขียวโน่น” ป้าติ่งพูดกระแทกตะหลิวกับกระทะ เสียงน้ำร้อนฉู่ฉ่าเมื่อราดลงล้างบนกระทะร้อนๆ เข็มทิศยักคิ้วให้ เขาเป็นคนจ่ายเงินยอดพอดีกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วเดินนำออกมา ผมไม่เถียงต่อเพราะกำลังคิดเรื่องการย้ายไปอยู่กับเข็มทิศเพื่อลดค่าน้ำมัน แต่ต้องเพิ่มรายจ่ายด้านอาหารและความเสี่ยงที่จะโดนป้าติ่งด่ามากขึ้น


บวกลบกันแล้ว ผมอาจจะไม่ประหยัดเงินลงมากนัก แต่นึกถึงเวลาที่มีเหลือแหล่จนสามารถเอาไปรับงานฟรีแลนซ์หรือเรียนงานใหม่ๆ จากเข็มทิศก็ยังก่อประโยชน์กว่าหมกตัวแหกปากร้องเพลงบนรถ ไถทวิตเล่นแม่งทุกแท็กจนมือเปื่อยรถก็ไม่ขยับไปได้สักกี่เมตร


ระหว่างเดินไปรับกาแฟที่สั่งทิ้งไว้จากร้านประจำใต้สำนักงาน เข็มทิศให้เวลาผมคิดเงียบๆ และผมก็ยอมเป็นหมาเซื่องๆ ของเขาในที่สุด


“ต้นเดือนหน้า นายว่าไง”


เจ้าของห้องผิวปากเป็นเพลง ไม่ตอบแต่ตอบด้วยท่าทางให้รู้ว่าพอใจ เท่สัด เอาจริง เข็มทิศน่าโดนจับไปแคสงานมากกว่าทำงานเบื้องหลังอะ คาแรกเตอร์เขาชัดมาก


“เข็มทิศ ถามจริง เคยเล่นหนังสั้นปะ”


“อะไร”


“ตอนมหาลัย มันต้องมีบ้างดิ”


“ไม่เคย”


อุปสรรคอย่างเดียวที่เข็มทิศไม่เคยเป็นนักแสดงทั้งที่คุณสมบัติครบผมเข้าใจได้เลยว่าคงเป็นเพราะท่าทางพูดน้อยของเขา แต่ก็เป็นเอกลักษณ์ดี ถึงจะจัดอยู่ในกรอบของผู้ชายเรียบร้อยแต่เข็มทิศก็มีมุมกวนของผู้ชายเหี้ยๆ เยอะ ถ้าให้นึกถึงใครสักคนผมคงบอกว่าเหมือนซันนี่ แต่ซันนี่ก็เป็นพระเอกนะเว้ย อ้อ แต่ซันนี่ก็มีอีคิวมากกว่าไอ้เวรนี่หลายขุม


“ถามทำไม”


“ถ้าให้เล่นจะเล่นได้ปะ”


“ไม่มีทาง” เขาว่า สั้น เด็ดขาด ไม่ใช่เล่นไม่ได้ แต่ไม่มีทางที่มีความหมายว่าฝันไปเถอะไอ้เตี้ย คนอย่างกูไม่มีทางเล่นเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองให้มึงดูหรอกลืมข้อกำหนดที่ไม่มีข้อกำหนดอย่างหนึ่งไปว่าคนอย่างเข็มทิศไม่มีอะไรที่ทำอะไรไม่ได้ ป้าจอยอวดลูกไว้ขนาดนั้น น้องเข็มทิศคนดี อย่าให้รู้ตอนหลังว่าดีไม่ห่างเหินนะไอ้สัด! ลิฟต์ลงมาแล้ว ชายหนุ่มไม่รอให้ถามต่อ เขาเดินนำขึ้นลิฟต์ก่อนปิดประตูให้เหลือเพียงเราสองคนกับถุงอาหารทั้งสองมือ



..


 

“อาหารมาแล้วครับคุณพี่”


เสียงเดินไวกว่าแสงเสมอ ผมเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมพิสูจน์ทฤษฎีนั้นด้วยการตะโกนเข้ามาในออฟฟิศก่อนตัวถึง เข็มทิศใช้หลังดันประตูกระจก วางข้าวกล่องกับกาแฟเย็นบนโต๊ะรวม ผมเดินตามมาขณะที่เขาหยิบข้าวกล่องและกาแฟของตัวเองไปนั่งที่โต๊ะแล้ว ผมหยิบข้าวกล่องให้พี่จรูญ เรื่องประจบไม่ต้องสอน ทำเป็นโดยกมลสันดาน


“กระดิกหางเลียยันไข่พี่รูญเลยนะมึง”


“อะ แน่นอน ใครเป็นหัวหน้าล่ะครับ” คนตะโกนแซวจากหลังคอมพิวเตอร์แม็คบุ๊ครุ่นล่าสุดเป็นรุ่นพี่วัยเบญจเพสที่ฟาดเคราะห์เบญจเพสด้วยการสนิทกับเข็มทิศ พี่แบงค์เป็นคนปากหมา และใจหมา เข็มทิศด้อมๆ มองๆ อยู่เป็นเดือนกว่าจะเอ่ยปากถามว่ามีอะไรให้ช่วย และเขาเลิกเป็นคนปากหนักทันทีเพราะอยากให้พี่แบงค์สอนโปรแกรมออกแบบ 3Dเวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งไอ้พี่แบงค์ก็เพิ่งใจอ่อนยอมสอนก่อนผ่านโปรแค่เดือนเดียว ส่วนที่ว่าใจหมาคือพี่แบงค์ไม่ให้ผมเข้าไปเรียนด้วยเพราะผมไม่ใช่โอตะ ถูกครับ เข็มทิศกับพี่แบงค์แม่งเข้ากันได้เฉยจากเพลงคุ้กกี้เสี่ยงทายที่แม่สาวคณะกระโปรงรุ้งทำปรากฏการณ์ตกหนุ่มๆ ไปเกือบค่อนประเทศ


แต่ไม่ใช่กับผม


ผมอีปิค ไม่ฟังเพลงแมสเว้ย!


“อย่าว่าน้องนะแบงค์ เบ๊บแก้วไหนของพี่”


“หลอดชมพูเลยครับพี่มะลิ”


“แหม อีอ้วน ใครซื้อของกินมาให้มึง มึงก็ปกป้องหมดแหละ” ไอ้พี่แบงค์คนเลวตะโกนแซว ได้คำตอบเป็นนิ้วกลางป้อมๆ ของพี่มะลิ อิดิเตอร์อารมณ์ดีเต็มหน้า


“ทะเลาะอะไรกันหนุ่มๆ”


“หมากัดหมูจ้ะดิว”


“หมูตัวไหนพี่ก้อย”


“หมูมะลิ กับหมูเบ๊บ”


“เฮ้ยๆ ผมบอกว่าเบ๊บมาจากคำว่าเบบี๋ไง” ยืนเท้าเอวข้างพี่จรูญ พี่แกขำคิกไม่ช่วยสักแอะ “เบบี๋ ที่รัก ไม่ใช่หมูเบ๊บนะเว้ย”


“แหม ชื่อจริงมึงก็บุรินทร์ไหม”


“เจ๊ก้อยไม่อยู่ทีมผมเหรอ”


“มีใครทีมแกด้วยเหรออีเบ๊บ” โคตรไม่เข้าใจ ถ้ามีวัตถุดิบชั้นดีสักคนต้องเป็นผมที่ถูกยำเละ เข็มทิศก็อายุเท่ากันไม่เห็นใครจะเปลี่ยนไปแซวทางนั้นบ้าง ผมอยากลิ้มรสผู้ล่า เบื่อเล่นบทเหยื่อจะแย่


“เออ วันนี้ตากล้องเราหายไปไหน”


“พี่โหน่งโดดไปรับงานนอก” ผมตอบพี่ดิว เกิดเสียงฮึ่มฮั่มในลำคอก่อนแย้งให้ “ล้อเล่น ไปรับลูกเมื่อเที่ยงครับ ครูโทรมาบอกว่าน้องนิ้งไม่สบาย ไข้สูง”


“มันเป็นคนแบบนี้อะดิว” พี่ก้อยสำทับ “ไอ้โหน่งนี่ทีมเดียวกับมันสุดๆ แล้วพอเขาไม่อยู่ก็เล่นพวกเดียวกัน ใครจะไปไว้ใจ”


“ผมก็แหย่เล่นไหมล่ะ”


“เด็กเลี้ยงแกะเหรอเรา” พี่ดิวเอาม้วนกระดาษที่ติดมือมาตีหัวก่อนพูดเข้าเรื่อง “เออ โฆษณาโทรศัพท์ของซิมซิมิเราได้นะ เตรียมตัวไว้เลย น่าจะซ้อนกับของโฮมแลนด์ เดี๋ยวใบปอไปจัดคิวทีว่าแบ่งทีมยังไง ใครทำงานอะไรซ้อนอะไรได้บ้าง พรุ่งนี้คุยเรื่องคิวก่อน เก้าโมง พี่รูญสะดวกไหมคะ”


“เอาเลยๆ ช่วงนี้เด็กๆ มันว่างกันเดี๋ยวจะเป็นบ้า”


“โอเคค่ะ ตามนั้นนะใบปอ ส่วนเรื่องบรีฟกับเอ็มวีตัวล่าสุดลูกค้าโอเคแล้ว ฝากชมเบ๊บมาด้วยว่าพรีเซนท์งานได้น้ำไหลไฟดับจริง”


“นับเป็นคำชมใช่ไหมพี่ดิว”


เออีคนเก่งหัวเราะลงคอ เป็นอันรู้กันว่าผมพูดมากจนลูกค้าไม่ทันตั้งคำถาม เคยโดนแซวบ้างว่าหายใจทางผิวหนังหรือเหงือก ส่วนเจ้าของไอเดียหรือเข็มทิศมักจะถูกแซวว่าเอาจ่าเฉยมาตั้งในห้องประชุมทำไม เป็นฉายาให้เรียกกันสนุกปากได้สองวันเต็มแล้วเบื่อกันไปเองเพราะความจ่าเฉยของเจ้าตัว


“พี่ดิวกินข้าวยัง ผมซื้อมาเหลือ เผื่อพี่โหน่ง”


“พี่รูญดูเด็กพี่เอาเถอะ”ไอ้พี่แบงค์แกว่งปากอีกแล้ว ได้นิ้วกลางนิ้วเดียวต่อวันไม่พอจริงๆ “มันใช้คำว่าเหลือกับคนหาเงินให้มัน”


“พี่แบงค์นี่ประหลาดนะครับ ตัวเป็นบ่าง ปากเป็นหมา”


“เล่นกับหมาระวังหมาเลียปากนะจ๊ะหนู”


“ไม่เอาดิแบงค์” พี่ก้อยเปิดมาแบบนี้ไม่เหมือนพี่ก้อยที่ผมรู้จัก “อย่าตีท้ายครัวน้อง ไอ้จ่ามันก็อุตส่าห์วางใจมึง”


เข็มทิศมีชื่อเล่นที่พี่ในเฮาส์เรียกว่าจ่า นับตั้งแต่ที่โดนลูกค้าแซวครั้งนั้น ส่วนผมกับเข็มทิศตกเป็นคู่จิ้นกันหลังจากคนอื่นรู้ว่าเคยเรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก หนักกว่านั้นแม่ยังสนิทกันด้วย


“เออ เมียผมหึงโหดนะ รู้จักขวานไหมพี่แบงค์ เดี๋ยวบิ๊กไบค์พี่ได้โดนขวานจาม”


“กูว่าไอ้จ่ามันจะจามหน้ามึงก่อน ไอ้หมู”


“โวะ บอกว่าไม่ได้ชื่อหมู” ผมพานกลับไปอีกรอบ พี่แบงค์กินข้าวไปพูดไป แต่ที่ทำให้ผมสำลักกาแฟคือจ่าเฉยที่นั่งเงียบๆ หลังคอมพิวเตอร์ของตัวเองเสือกพูดขึ้นมาเสียงดัง


“หมูน่ะ ชื่อพ่อมันครับ”


เป็นครั้งแรกที่ผมคิดว่า ถ้ามึงจะเป็นใบ้ตอนนี้ ก็ไม่มีใครโกรธปะวะเข็มทิศ



.

.

westonwednesday มาแน้ววว 

ครั้งก่อน ก่อนลบเรื่องไปจำไม่ได้ว่าถึงตอนไหนแฮะ ใครเคยอ่านแล้ว อ่านแก้เบื่อทวนความจำกันไปก่อนน้า

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มาฮับ รับไว้สองมือเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.062K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,069 ความคิดเห็น

  1. #2066 PJMinn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 01:01
    เข็มทิศต้องในเย็นนน
    #2,066
    0
  2. #2056 Pimnok2124 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 12:21
    อ่ยน่ารักกกกก จิ้นหนักมากกกก
    #2,056
    0
  3. #2041 Wafuii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 11:48
    ไปแกล้งเขาทำไม55555
    #2,041
    0
  4. #1988 Mune (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 03:50
    เข็มทิศกวนมาก 555555555 แต่กวนกับแค่เบ๊บไหมน้า แถมยังหาวิธีหลอกล่อ(?)เค้าไปอยู่ด้วยอีก แหมมม พ่อคุนน
    ปล. มีคำผิดนะคะ พาน->พาล ค่า
    #1,988
    0
  5. #1958 Biekps99 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:01
    55555 เบ๊บเราจะรอดูว่าใครจะผัวใครจะเมย
    #1,958
    0
  6. #1945 tuckkiijung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 15:48
    ฮือ สนุก บทสนทนาเป็นธรรมชาติมาก คาแรคเตอร์พระ-นายเข้ากันแปลกๆ
    #1,945
    0
  7. #1906 heykiki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 21:34
    จ่าเปงเมียจริงเปล่าเบ๊บบี้ 5555555555
    #1,906
    0
  8. #1887 m51t (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 19:10
    ขำมากก ชื่อพ่อ555555
    #1,887
    0
  9. #1844 Earn0624 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 15:29
    เอ้ยยย ภาษาดีมากเลยค่ะ โบ๊ะบ๊ะ จังหวะดี ชอบคาแรกเตอร์พระนายมาก ชอบ bg แม่อวดลูก ความขายไม่เป็นและกวนส้นของนายเข็มทิศนี่โดนใจมาก จ่าเอ๊ย
    #1,844
    0
  10. #1826 fluffyminn_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 19:35
    เปิดมาก็เดินเรื่องสนุกเลยค่ะ ภาษาลื่นเหมือนเดิม ฮื้อ ชอบบบคุณไรท์นะคะ 55555
    #1,826
    0
  11. #1821 peachpk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 18:00
    พี่ๆจิ้นน้องเยอะๆค่าาา
    #1,821
    0
  12. #1793 HaeMay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 16:47
    จ่าไม่น่าได้เปนเมียนะเบ๊บ
    #1,793
    0
  13. #1759 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 21:09
    ดูเค้าสนิทกันทั้งออฟฟิศเลยเนอะ ดีจัง
    #1,759
    0
  14. #1600 aomm_choco (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 11:47

    เป็นออฟฟิตที่หรรษาจริงๆ

    #1,600
    0
  15. #1576 Vivachoco (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 01:25
    ขำ555555555
    #1,576
    0
  16. #1538 D-Sooo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 10:11
    555 สนุกๆ
    #1,538
    0
  17. #1528 PINKLAND (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 09:04
    จ่า! 5555555555555
    #1,528
    0
  18. #1477 Horizon_right (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 23:48
    จ่า... อยู่เงียบผิดเวลาไปหน่อยนะ5555555
    #1,477
    0
  19. #1475 Srnoey (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 23:26
    เป็นการเอาคืนที่โดนแซวว่าเป็นคู่จิ้นได้แสบ555555555
    #1,475
    0
  20. #1387 Demonseaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 13:52
    น้อววววว เป็นคู่จิ้นนะคะ น้องบอกพี่จ่าเป็นเมียด้วย ฮือ55555 แต่ทักษะการหลอกล่อของนายเข็มทิศคือจะว่าแย่ก็ไม่แย่ ยอม55555
    #1,387
    0
  21. #1386 fuxxy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 13:24
    น่ารักดีอะ
    #1,386
    0
  22. #1218 MyJS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 13:23
    อะ พี่ๆ ตาถึง รับรู้เคมีที่ดีงามกันโดยทั่ว
    #1,218
    0
  23. #1200 mxhh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:33
    น้องเปิดตัวเองด้วยการบอกว่าเขาเป็นเมีย แง 55
    #1,200
    0
  24. #1192 fa-gun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 14:29
    เป็นคู่จิ้นกันแล้วเป็นคู่จริงกันเลยได้ปะคะะ
    #1,192
    0
  25. #1176 หลานหุ้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 02:31
    เข็มทิศ5555555555555 ว่าแต่ลูกพ่อหมูเหรอจ๊ะน้องเบ๊บ
    #1,176
    0