โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ

ตอนที่ 16 : farewell not well

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 718 ครั้ง
    25 เม.ย. 62







         
 “มันเกือบจะดีแล้วนะ ผมว่ามันได้กว่านี้ คือ ยังไงดีนะ...”

          ในห้องประชุมที่มีประธานบริษัทนั่งเกาคางอยู่ตรงปลายโต๊ะตัวยู กรรมการ พนักงาน แม่บ้าน อะไรก็ตามแต่แม่งนั่งหน้าสลอนกันเป็นตับ ผมยืนหลังเย็นอยู่หน้าโปรเจ็กเตอร์ที่ฉายภาพของสตอรี่บอร์ดอันใหม่อยู่เบื้องหลัง ชายวัยกลางคนยืดตัวทำท่าครุ่นคิด จะคิดอะไรมากครับ หัดเป็นมิสเตอร์เยสแมนบ้างเถอะ คิดมุกไม่ออกแล้วโว้ย

           “มันดูโง่ดีนะ อันนี้คำชม ดูโง่ดีมากๆ คนดูดูเพลินเลยล่ะ น่าจะแชร์เป็นไวรัลเลยด้วย แต่ตัดโลโก้ออกมันก็ดูเป็นโฆษณาอะไรก็ได้ไง”

          แล้วเฮียจะตัดโลโก้ออกทำเฮี้ยอะไรละครั้บ เสียงเพี้ยนผวนไม่เป็นเลยกู โซโล่เดี่ยวเสียวคุมตัวเองไม่อยู่ละจ้า “แต่ว่าหูฟังรุ่นนี้เราก็เป็นเอกลักษณ์อยู่นะคะ เห็นปราดเดียวก็น่าจะรู้ว่าเป็นของเรา”

          แจ้เก๋สู้ๆ เฮ่ สู้ เฮ่ สู้ เฮ่ เพราะเบ๊บเชียร์อยู่ อยู่ อยู่.. ไม่ใช่แล้วครับ ถึงใจผมอยากให้เกิดกันตีกันภายในแต่ถ้าประธานว่าอย่าง คนบรีฟว่าอีกอย่างงานไม่เสร็จพอดี 

          วันนั้นผมมีเวลาโกรธเข็มทิศได้ไม่นานเพราะต้องปั่นงานให้เสร็จเรียบร้อยก่อนนำเสนอ วันนี้ทีมแตกแยกย้าย นัดเจออีกทีก็หลังพระอาทิตย์ตกดินด้วยภารกิจเลี้ยงส่งน้องฝึกงานไปที่ชอบที่ชอบ อย่าจองเวรจองกรรมซึ่งกันและกันเลย แต่คนจองเวรจองกรรมผมเห็นทีจะไม่ยอมง่ายๆ นัดผมคุยเช้า ไอ้ผมก็มารอตั้งแต่ก่อนบริษัทเปิด แต่ได้นั่งรอเพราะท่านประธานมีวาระด่วนให้ต้องแทรกคิว ยาวไปถึงสั่งข้าวเที่ยงเข้ามากินในห้องประชุม ดีที่แจ้เก๋สั่งเผื่อผมด้วยเลยไม่ต้องนั่งแกร่วแห้วรอหิวๆ กว่าจะได้เข้ามาพรีเซนท์งานก็ปาไปบ่ายสองกว่า รู้งี้ให้พี่รูญตามมาเป็นกำลังหนุนก็ดี

           “ถ้าแบรนด์อื่นลอกสไตล์เราก็จบสิ ยังไงผมว่าเนื้อหามันเด่นไปหน่อย คนจะจำแต่มุก ไม่จำแบรนด์”

           “เราสามารถแพนกล้องตอนเริ่มมาที่หูฟังให้เห็นแบรนด์ก่อนได้นะครับ แล้วตัวเนื้อหามันก็บอกแล้วว่าเพราะหูฟังคุณภาพดีจริงๆ เลยตัดเสียงรบกวนออกได้หมด”

           “อืม ก็จริง แต่มันดูไปทัชกับเด็กๆ เกรียนเกมมากไปหรือเปล่า แบรนด์เรามันจะดูโลวไปเลยนะ”

          อ้าว เฮีย เฮียไปคุยกะทีมงานเฮียใหม่อีกทีไหมว่าจะเอางานแบบไหน  ถ้าเอาโง่ เอาฮา ก็ต้องแบบนี้ปะครับ 

          “ถ้าจะจับตลาดเป็นเด็กๆ ที่ติดเกมก็จะได้ประมาณนี้ครับ แต่ว่าก็ไม่ได้จำกัดว่ามีแต่เด็กนะครับที่เล่นเกม อาจจะเป็นคนวัยทำงานก็ได้เพราะสมัยนี้ตลาดเกมก็เข้าถึงทุกวัยแล้ว”

           “เออ ผมชอบไอเดียนี้นะ คุณลองปรับเป็นวัยทำงานดีกว่า ผมไม่ค่อยชอบไอเดียนี้เลย มันตลกนะ แต่แบรนด์ก็ราคาตกไปด้วย หรือถ้าทำตลกด้วย ราคาแพงด้วยได้ยิ่งดีเพราะเทียบกันแล้วลูกค้าเราก็เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อก็เป็นกลุ่มนักธุรกิจด้วย”

          ปรับของพี่คือล้างไอเดียนี้หมดเลยอะนะครับ

          โอ้โห บรีฟเหี้ยคือสิ่งนี้ คนบรีฟกับคนตัดสินใจเป็นคนละคนกัน ยินดีด้วยนะจ๊ะน้องเบ๊บ เจอโซโล่เดี่ยวก็เหี่ยวซะแล้ว ผมนะ อยากเอาเสียงที่อัดไว้ตอนบรีฟปาใส่หน้า เอาเปิดคลื่นวิทยุชุมชนในหมู่บ้าน แทรกสัญญาณกับคสช.ตอนหกโมงเย็นเลย อีฉิบหาย ในใจนี่เบิร์นเบบี้เบิร์นมากครับ ส่วนหน้ายังสวมหน้ากากยิ้มหวานจนตาปิด 

           “อันนี้ยังเป็นแค่ดราฟต์นี่เนอะ น่าจะเปลี่ยนได้”

           “...ครับ”

         “เดี๋ยวผมเพิ่มค่าเสียเวลาให้ แต่ว่าพรุ่งนี้เช้าทันไหม จะได้โปรเซสต่อไปกันเลย”

          โห รีบเหรอ รีบนักไม่ทำเองมาตั้งแต่ชาติที่แล้วเลยล่ะครับท่าน 

          “ได้ครับ”

          ลูกค้าคือพระเจ้าห่าอะไร กูนับถือศาสนามาร์เบลโล่ ไม่มีพระเจ้า และกูก็ไม่นับถือมึง


         “พรุ่งนี้เช้าที่นี่นะครับ”

          เจ็บปวดที่พูดได้แค่ในใจครับ คำด่าทั้งหมดทั้งมวลที่ครีเอทขึ้นมาได้ ไอ้อะมีบ้าตาเดียว ไอ้คุณนายตื่นสายไม่มีดอก ไอ้ส้อมที่อยู่ในโลกที่มีแต่ซุป กฎข้อแรกของการเป็นผู้ใหญ่คือทำตัวให้เล็กที่สุด แม่งเอ๊ย ถ้ามีพรรคพวกมาบ้างผมคงปากกล้ากว่านี้ แต่เก่งแค่ไหน ใจหมาแค่ไหนก็หมาหมู่ครับ เบ๊บไม่ชอบสู้คนเดียว กลัวแพ้ แต่นี่ก็แพ้ยับเยินราวงานที่เค้นเอาสมองส่วนลึกที่ถูกขยี้พรมจารีย์แล้วจับถ่วงน้ำ เจ๊บใจ๋

         “โอเค พรุ่งนี้คงไม่มีอะไรแทรกแล้วล่ะ เวลานัดเดิมของวันนี้นะ ขอบคุณมากครับ ผมชอบไอเดียคุณนะ บุรินทร์”

        ขอบพระคุณครับที่ชอบแต่โละทิ้ง ผมเดินคอตกออกมาจากห้องวอร์รูม ในใจตะโกนกรีดร้อง ปึงปังด้วยความหงุดหงิดแต่ตานี่ร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้ แม่งเง้ย ทำไมต้องเจอลูกค้าแบบนี้ด้วยวะกู โทรไปฟ้องเข็มทิศดีไหม แต่คิดอีกที ไปนั่งแก้งานให้มันจบๆ ไป เย็นนี้จะได้มีเวลาไปปาร์ตี้กับพรรคพวกให้หายจ๋อยก็เป็นอีกทางที่ดูสร้างสรรค์กว่าเป็นไหนๆ ผมส่งข้อความบอกเข็มทิศกับพี่รูญว่าลูกค้าแก้งาน ขออยู่เงียบๆ คนเดียวสักพัก ในร้านกาแฟย่านชานเมืองที่ไม่มีคน ผมจะกรี๊ดใส่ส้วมแล้วออกมาทำงานให้เสร็จ ไม่ให้เสียชื่อที่พี่รูญไว้ใจให้ออกมารับมือคนเดียวให้ได้

        เข็มทิศกดอ่าน ตอบด้วยสติ๊กเกอร์เป็นหมีโอ๋ มึงแม่ง โคตรเข้าใจกูทั้งที่ไม่ได้พูดอะไรอะ อยากเจอตอนนี้แต่ก็กลัวว่าจะสะกิดมันทำการบ้านจนงานการไม่เสร็จพอดี อันนี้ก็แย่ ทำไมผู้ชายต้องคลายเครียดด้วยการมีเซ็กซ์ด้วยวะ เรื่องธรรมชาติแท้ๆ แต่พอเจอคู่ที่ถูกใจก็ดูเป็นคนมักมากขึ้นมาเลย


.


          ผมนั่งแก้งานที่คาเฟ่ไม่ไกลจากออฟฟิศแต่ใกล้ร้านที่นัดกันไว้ว่าจะไปดื่มเลี้ยงส่งไอ้แม็ก อยากได้ไฮโซเหรอ ได้ อยากโชว์แบรนด์ชัดๆ ได้อยากขำด้วย อืม เอาขำหน้าตายแบบเข็มทิศแล้วกัน จะแป๊กรึเปล่าวะ แม่งผมไม่ถนัดขำหน้านิ่งด้วยดิ เป็นพวกฉิ่งฉาบทัวร์ มุกตลกตบถาดอะไรแบบนั้น นั่งสังเกตคนในร้านไปด้วย ไลฟ์สไตล์ จังหวะเปิ่น ก่อนจะพบว่าลูกค้าแต่ละคนมีความเปิ่นที่น่าปวดหัวพอๆ กับไอ้คุณโสภณ ประธานโซเนชั่นอะไรนั่นเลย คนผีอีสออลอะราวด์

          หลังพระอาทิตย์ตกดินไม่เท่าไหร่ ผมสั่งชาเขียวร้อนมากินก็มีข้อความเข้า พี่รูญเรียกให้ไปที่ร้าน อาหารมาครบแล้ว ไอ้แม็กดวดเบียร์คนเดียวไปหนึ่งขวดจากการคะยั้นคะยอของพี่โหน่ง ผมรับปากว่าจะเข้าไปก่อนเก็บของบนโต๊ะลงกระเป๋าเป้คู่ใจ ใช้เวลาเดินไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงร้านหมูกะทะเจ้าดัง หาโต๊ะของตัวเองได้ไม่ยาก มันถูกดัดแปลงจากโต๊ะสแตนเลสสี่ที่นั่งมาเป็นโต๊ะยาว วางเตาปิ้งย่างไว้เป็นระยะที่ทุกคนเอื้อมถึง มีเก้าอี้ที่ว่างคือข้างแม็ก ส่วนข้างๆ เข็มทิศเป็นแหล่งพำนักพักพิงของกระเป๋าไปเรียบร้อยแล้ว

         “ไงจ๊ะหมูน้อย มาลงเตาซะดีๆ ช้านะเรา”

        พี่ก้อยทักเป็นคนแรก ทั้งที่แขนยังเอื้อมไปกวาดเอาน้ำจิ้มไก่ในถ้วยเล็กด้วยลูกชิ้นต้มมาจนชุ่ม ผมกระชับกระเป๋าเป๋ เข็มทิศนั่งฝั่งตรงข้ามกับแม็ก จะว่าไปก็ไม่ไกลจากที่นั่งที่เหลือไว้ ผมไม่มีปัญหา แต่พอขยับขาเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มก็รวบเอากระเป๋าของทุกคนที่ฝากไว้ไปวางตำแหน่งของเก้าอี้ตัวที่ว่างพอดี

         “เอ๊ะๆ เรียกว่าหึงป้ะ”

          พี่ดิวก็มาด้วยเว้ยงานนี้ ผมหน้าร้อนผ่าว นึกถึงคำพี่รูญว่าอย่าร้อนตัว แต่ถูกแซวแบบนี้มันอดคิดไม่ได้จริงๆ นี่ครับ 

           “เบ๊บตกกระป๋องไปแล้วดิว กวนตีนดีนัก สมน้ำหน้า” พี่มะลิแทรก อ้าว หมายถึงแซวคู่จิ้นใหม่ของวงการหรอกเหรอ นึกว่าจะแซวผมเสียอีก เวร

           “เป็นดิว ดิวก็เลือกแม็กอะค่ะ เบ๊บทะลึ่งเกินไป ปวดหัว”

           “อย่ากล่าวหาผมแบบไม่มีหลักฐานสิครับคุณ”

           “หลักฐานคือทุกอย่างที่แกทำไง แล้วเป็นไง วันนี้”

           “พี่ดิวอย่าพูดเรื่องเครียดตอนกินข้าวดิ ไงแม็ก เมายัง” ผมนั่งข้างเข็มทิศ หันไปถามน้องน้อยที่นั่งหน้ากรึ่มๆ ฝั่งตรงข้าม ที่ร้านลูกค้าไม่เยอะ อาจเป็นเพราะคืนวันจันทร์ไม่ใช่วันที่นิยมสังสรรค์กันนัก

         “ใกล้แล้วพี่ ก่อนพี่มาโดนยัดไปสองขวด”

         “อ่อน แค่สองขวด”

           “โห ดวลกับผมไหมล่ะ”

           “ไม่เอาเว้ย พรุ่งนี้เช้าไปส่งงานแก้” ผมตอบ แกะตะเกียบออกจากซองพลาสติก มองหาชิ้นเนื้อที่สุดพร้อมทานบนเตา คู่สนทนาเห็นท่าก็ยกในจานของตัวเองที่คีบพักไว้ให้ผมก่อน

           “เพิ่งลงเซ็ตใหม่ไป ยังไม่มีอะไรสุกหรอก พี่กินนี่ไปก่อน”          

           “โฮ่ น่ารัก ทานแล้วนะครับ” ผมคีบเนื้อขึ้นมา แต่ยังไม่ใกล้ถึงปากก็โดนตะเกียบคนที่นั่งข้างๆ เตะตัดขา ดึงหมูออกจากตะเกียบผมพรืดเดียว ใส่ปากเคี้ยวหน้าตาเฉย “ไอ้ทุเรศ ชิ้นนั้นของผม”

           “อ้าวเหรอ” เข็มทิศว่า เลิกคิ้วขึ้นแต่ยังเคี้ยวเอื้องโชว์ “กินต่อไหมล่ะ เดี๋ยวคายให้”

           “คุณนี่ควรโดนธรณีสูบอะ โคตรเลวเลย แย่งของกินคนหิว”

           “บ่นอยู่ได้ หิวนักหรือไง เอาไป”

          เขาคีบจากเตาข้างๆ ของพี่แบงค์มาให้ หมูสามชิ้นรวด ไอ้พี่แบงค์เลยโวยวายยกใหญ่แทน “ไอ้ห่าเข็มทิศ มึงมันงูพิษ”

           “พี่ให้เบ๊บกินไปเถอะ เจ้านี้บ่นแล้วหยุดยาก”

           “แล้วมึงไปแย่งมันกินทำไมเล่า”

           “มันไส้” เหตุผลฟังขึ้นมาก หล่อเลย ถุย “แก้งานเสร็จยัง”

           “ใกล้ละ เดี๋ยวให้พี่รูญตรวจก่อน พี่รูญผมส่งงานเข้าเมลพี่ไปแล้วนะ”

           “เออ เห็นแล้ว เดี๋ยวเช็กแป๊บ เอาเมื่อไหร่”

           “ขอฟีดแบคคืนนี้อะพี่ พรุ่งนี้เช้าต้องไปพรีเซนต์ใหม่”

           “เดี๋ยวพรุ่งนี้เข้าไปด้วย แก้เยอะเลยเหรอ”

           “เหมือนโละงานเก่าทิ้ง”

           “ธรรมด๊า”

            ผมหัวเราะหึในลำคอ “ธรรมด๊า” เลียนแบบเสียงหัวหน้า ธรรมดาก็ธรรมดาครับ แล้วแต่พี่เลย แค่พรุ่งนี้พี่ต้องไปโดนด่ากับผมด้วยเท่านั้นเอง

          “เฮ้ยเบ๊บ น้ำเปล่าเหรอวะ กระจอก มึงน่ะ นี่เลย เอาแก้วนี้ไป”

          “พี่โหน่งโว้ย พรุ่งนี้ผมต้องส่งงาน นี่ยังแก้ไม่เรียบร้อยเลย” ผมตะโกนแข่งเสียงคุยของคนอื่น แต่พอพี่โหน่งยื่นแก้วมาก็ยืดมือออกไปรับ กลืนน้ำลายลงเอื้อกใหญ่ เบียร์เย็นๆ เย็นเป็นวุ้นมาทีเดียว “แก้วเดียวนะพี่”

          “หน้าตาเหมือนอยากแดกแก้วเดียวมากอะ”

          “เติมบ่อยๆ ไง”

          “ได้เหรอครับ” ไอ้แม็กมึง อย่าขัดกูสิ อุตส่าห์หักห้ามใจแล้ว แต่ว่ากินเบียร์ไปคิดงานไปมันก็เพลินดีนะ ผมชอบ เด็กหนุ่มเจ้าของงานยิ้ม เทเบียร์ใส่แก้วตัวเอง สองมือยกแก้วขึ้นก่อนที่ผมจะจรดริมฝีปากกับขอบปากแก้วที่ส่งเสียงเรียกอยู่ร่ำๆ “งั้นแก้วนี้ผมขอชนกับพี่นะ”

          “รออะไรล่ะคร้าบคุณ” ผมว่า ยื่นมือออกไปชน ได้ยินเสียงแกร๊ง แต่ไม่ใช่แก้วผมกับไอ้แม็ก เป็นแก้วของเข็มทิศที่เบียดเอาแก้วผมชนกับแก้วของแม็กแค่ปาดๆ เบียร์กระฉอกออกมาเลอะไม้เลอะมือไปหมด

          “คุณนี่รอหน่อยไม่เป็นหรือไง น้องจะชนกับผม”

          “เข็มแม็กอีสเรียล” ไอ้พี่แบงค์ชงผิดคู่ละสาด แต่ก็ดีเพราะผมจะรอดตัว ไม่ต้องรู้สึกเหมือนวัวสันหลังหวะ จังหวะนั้นดันสบตากับพี่รูญผู้กุมความลับของโลกใบนี้ไว้พอดี ผมเลยได้แต่เกาท้ายทอยเก้อๆ เขินๆ วางไม้วางมือไม่ถูกเท่าไร

          “เออ พี่ ผมซื้อของมาให้พี่ด้วย แทนคำขอบคุณที่ดูแลผมอะครับ”

          แม็กรื้อกระเป๋าตัวเอง สักพักก็หยิบแม่เหล็กติดตู้เย็นภาพหนังหายากเรื่องหนึ่งมาให้ “ผมไปเดินตลาดนัดกลางคืนแล้วเจอพอดี คนขายบอกว่าเป็นหนังเรื่องแรกๆ ของพี่ป้อมที่สมัยก่อนจะแจกแม็กเน็ตแถมตอนซื้อตั๋วหนัง”

           “เอาๆ” 

            ผมกระเหี้ยนกระหือรือรับด้วยสองมือ ยกบูชาขึ้นเหนือหัว แต่ถูกคนข้างๆ เตะขาไปที อะไรเล่า ของสะสมแบบนี้หายากนะเว้ย โคตรแปลกเลยครับที่ตัวเลขค่าเงินเฟ้อไทยก็ไม่ได้แกว่งเท่าไหร่ แต่ค่าตั๋วหนังแม่งก้าวกระโดดฉิบหาย สวนทางกับบริการโดยสิ้นเชิง ดูเอาเถอะ เมื่อก่อนมีแม่เหล็กแปะตู้เย็นแถมจนเต็มตู้เย็นไปข้าง เดี๋ยวนี้ทุกอย่างบริการตัวเองหมด จองเอง เลือกที่เอง ปริ๊นท์ตั๋วเอง บางรายการทำผ่านแอพพลิเคชั่นแม้แต่กระดาษสักแผ่นก็ไม่เสีย บ่นยืดยาวเพราะผมโคตรเกลียดเลยเวลาไปกดซื้อบัตรที่ตู้แล้วตู้แม่งโง่ใส่ จะอารมณ์มากก็ไม่ได้ มันไม่ใช่คน ไม่ตอบสนองต่อคำตำหนิติเตียนใดๆ ครั้นจะไปหาพนักงานที่เป็นมนุษย์จริงๆ ก็ดูพี่แกไม่ค่อยสะดวกจะคุยเท่าไหร่

          “เดี๋ยวไปใส่กรอบเลี่ยมทองเลยดีปะ”

           “เห็นพี่ชอบผมก็ดีใจอะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยกับพี่เลย”

           “งานเยอะ อีกอย่าง มึงเป็นเด็กในสังกัดเข็มทิศไปแล้วไง ขอไม่แทรกแซงครับ เพราะลำพังตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอด” 

            ผมหมายถึงงานของโซเนชั่นที่ต้องแบกไว้หลักๆ ด้วยตัวเอง เป็นหน้าที่รับผิดชอบของผมโดยเฉพาะ ส่วนคนอื่นก็มีงานของตัวเองที่ต้องคอยติดตาม แต่ช่วยกันทำบ้าง งานเดี่ยวบ้าง ตามขนาดและงบ 

          “เออกูเจอนี่มา ซื้อมาให้เหมือนกัน”

           “ไปซื้อตอนไหน” เสียงเข้มนั่นไม่ใช่ของใครอื่น เป็นผู้ชายขี้อิจฉาข้างๆ เขาวางตะเกียบลง เล่นเอาผมชะงักมือที่ล้วงเข้ากระเป๋าเป้ไปทันที 

           “ก็เดินผ่านแล้วเห็นน่ารักดี” ทำเสียงสองลดโทษกึ่งหนึ่ง “อะ แม็ก เอาไว้เป็นกำลังใจวันที่เหนื่อยมากๆ ว่ามึงมีพวกพี่อยู่ เรียนจบแล้วมีอะไรก็ปรึกษากันได้ พี่ๆ น้องๆ กัน คุยได้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องเงิน”

           “พี่เบ๊บพูดดีแล้วผมเขินเลยอะ”

           “เขินเหี้ยอะไร ก็พูดตามพิธี” เข็มที้สสส มึงจะประกาศตัวเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กชัดเกินไปแล้ว “หิวไม่ใช่เหรอ รีบๆ กิน จะได้รีบๆ กลับ ต้องแก้งานอีก”

           “ก็ต้องรอพี่รูญตรวจอยู่ดีนี่ครับ ไม่เห็นต้องรีบเลย พี่จ่ารีบเหรอครับ กลับก่อนไหมครับ”

            ไอ้เวรนี่พอฝึกงานเสร็จก็เปรี้ยวตีนเลยน้า ผมลั่นระฆังดังเป๊ง! ด้วยปาก ก่อนฮัมเพลงแต่งงานออกมา “แถ่แดแดแด แถ่แด๊แด่แด ว่าไงครับคุณจ่าเฉย จะยอมรับน้องแม็กเป็นภรรยาไหมครับ”

           “ตลกเหรอ” 

          เชี่ย...ไม่ขำ

          ผมเปลี่ยนเรื่องด้วยการพลิกหมูบนกระทะแล้วคีบผักเปื่อยๆ ใส่จานเข็มทิศ “ไม่ขำก็แดก อะ แดกเข้าไป กินผักเยอะๆ ร่างกายแข็งแรง”

           “ผักต้มน้ำล้างหมูไหม้น่ะนะ”

           “เออ ถ้าแดกไอ้นี่ได้นะคุณ เบาหวานความดันไม่เป็นแน่นอน ตายเพราะมะเร็งก่อน เชิญครับเชิญ อย่าเลี้ยงยาก ต้องป้อนไหม”

           “ก็ดี”

           “ง่ายกว่าป้อนก็มีนะครับ ให้ทางสายยาง” ไอ้แม็กไม่ยอมจบเว้ยเฮ้ย อาจเพราะกรึ่มๆ แล้วก็ได้ หน้ามันแดง แดงลงมาจนถึงคอ เอ๊ะ เดี๋ยว เป็นผื่นด้วยเหรอวะ

           “แม็ก มึงแดกเหล้าได้ปะเนี่ย”

           “ได้นิดหน่อยพี่ แพ้แอลกอฮอล์”

           “อ้าว แล้วไม่บอกใครไว้” 

            ผมมองไปที่ทุกคน ไม่มีใครสนใจเราสองสามคนเลยครับ ไอ้พี่โหน่งโม้เหม็นถึงลูกตัวเองว่าสอบได้ที่หนึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง ต่อด้วยกีฬายิมนาสติกที่พ่อไม่รู้ว่าลูกไปเอามาจากไหน โดดขึ้นไปช่วยแมวที่หลังคาบ้านเพื่อนตกลงมาฟันหน้าหักไปหนึ่งซี่

          “พอเลย ไม่ต้องกินแล้ว เอาแก้วมานี่”

          ผมคว้าแก้วของรุ่นน้องข้ามฝั่ง เสียดายที่เหลือเลยเทใส่แก้วตัวเองแล้วตักน้ำแข็ง เทน้ำเปล่าให้มันใหม่   

          “กินน้ำเข้าไป จะได้ฉี่ออกมา”

          “ไม่ช่วยหรอกพี่ แต่รอซักพักก็หายไปเอง” แม็กพูดเหมือนเคยชิน แต่ผมไม่ชินด้วย ยังคะยั้นคะยอให้มันดื่มน้ำเปล่าจนหมดแก้วแล้วเติมแก้วใหม่ให้

          “ไปล้างหน้าล้างตัวหน่อยดีกว่าว่ะ ไปๆ เดี๋ยวกูไปสูบบุหรี่ด้วย”

          ผมเคยมีเพื่อนที่แพ้แอลกอฮอล์จนขั้นเข้าโรงพยาบาล หมอซักประวัติถามเจ้าตัวว่ารู้ไหมว่าตัวเองแพ้ แม่งบอกรู้แต่กินยาแก้แพ้ก่อนกินเบียร์แล้ว กลัวเลี้ยงรุ่นจะกร่อยเลยฝืนๆ ดื่มไป ผลคือเป็นผื่นทั้งตัว หายใจไม่ออก ปากบวม เพื่อนแต่ละคนก็เมาๆ กันทั้งนั้น กว่าจะพากันไปถึงมือหมอก็เกือบตายเพราะรถชนมากกว่าอาการแพ้ เข็ดมากๆ ครับ ไอ้คนตรงหน้าก็ไม่รู้ว่าแพ้รุนแรงแค่ไหน ดื่มไปแล้วเท่าไหร่ เท่าที่ฟังว่าโดนไปสองขวดก่อนผมมาถึงก็ไม่ใช่น้อย ถ้าไม่ทันสังเกตคงไม่เห็นว่าเกิดความผิดปกติ

          “ถ้าพี่จะไปสูบบุหรี่อยู่แล้วผมไปด้วยก็ได้”

           “เดี๋ยวเราไปเป็นเพื่อนน้องเอง” เข็มทิศพูดแทรก ผมรีบกดบ่ามันไว้ ฉีกยิ้มปะเหลาะเอาใจ มึงน่ะตัวไว้ใจไม่ได้เลยไอ้จ่า คนอื่นอาจไม่รู้ แต่ผมรู้ดีที่สุด ไอ้นี่มันแสบน้อยเสียเมื่อไร

           “ไม่เป็นไร เฝ้ากระเป๋าให้หน่อย”

          เข็มทิศเอียงคอทรงต่อ-ฮอร์โมน ประมาณว่าพร้อมบวกเต็มที่ ผมทำใจดีสู้เสือ บวกคูณบวกเป็นบวก บวกคูณลบเป็นลบ แสร้งฉีกยิ้มกว้างอีกที ตามด้วยตบบ่าเขาสองครั้ง 

          “ผมเหนื่อยมากเลย ขอดูดบุหรี่แป๊บเดียว เดี๋ยวไม่มีคนเฝ้ากระเป๋าให้ ดูแต่ละคนดิ แม่งไม่สนใจอะไรเลยนอกจากของกิน”

          เข็มทิศถอนหายใจ เป็นการยอมรับเงื่อนไขแบบจำใจสุดๆ ผมลุกขึ้นประคองไอ้แม็กไปที่ห้องน้ำ ก่อนปล่อยให้มันสังสรรค์กับอ่างล้างหน้า ส่วนตัวเองจุดบุหรี่สูบข้างๆ กัน 





          “เบ๊บ” 

          ไอ้เด็กแก่แดดไม่รู้จักประมาณตัวเรียกชื่อผม ยืนพิงอ่างล้างหน้า เปียกตั้งแต่โคนผมยันอก นี่ล้างหน้าหรือตกส้วม ถามจริง

          “ไหวไหมมึง”

           “ไหวดิ ผมไม่เป็นไรหรอก แค่ตัวแดงแล้วก็ผื่นขึ้น คันๆ นิดหน่อย ผมดีใจนะที่เบ๊บเป็นห่วง”

           “ใครรู้ว่ามึงแพ้แล้วแดกเข้าไปก็ต้องห่วงปะวะ”

           “ไม่เหมือนกันดิ เบ๊บสังเกตผมด้วยไงว่าเป็นผื่น” 

          พูดจริงๆ ก็ไม่ได้ทันสังเกตหรอก แต่ปากมึงวอนตีนมากกลัวจะอิ่มตีนเสียตั้งแต่ต้นงานเลยเห็น ผมอัดบุหรี่เข้าปอด นึกถึงเรื่องที่ต้องกลับไปเคลียร์กับเข็มทิศอีก พากันออกมาสองคนแบบนี้ต้องงอนแน่ๆ ไม่รู้จะจงเกลียดจงชังอะไรน้องนักหนา วันสุดท้ายแล้วแทนที่จะคุยกันดีๆ 

           “สอนผมสูบบุหรี่หน่อยดิ”

           “จะดูดทำไม ไม่ดีหรอก อย่าไปเริ่มเลย”

          พูดจบผมก็จิ้มปลายบุหรี่ลงบนถังทรายข้างๆ แม็กเดินเซๆ มา วางแขนคร่อมผม ตาปรือปรอย “ไม่ดีแล้วเบ๊บสูบทำไมอะ”

           “เรื้อนละๆ ไม่เล่นงี้ กูเป็น...”

          ผมยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยค เด็กหนุ่มก็โค้งตัวลงมาปิดปาก ใช้มือทั้งสองข้างจับกระชับต้นคอผมไว้ ขยับเท้าเข้าใกล้จนเบียดเข้าหากันทั้งร่าง ผมพยายามหันหน้าหนีพร้อมกับผลักอีกฝ่ายออก แต่เพราะไม่ทันตั้งตัว ทั้งอยู่ในท่าทางที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด เลยกลายเป็นเราสองคนมะรุมมะตุ้มฟัดกันริมกำแพงห้องน้ำชาย มันกดสะโพกลงมา จงใจให้รู้สึกถึงร่างกายที่ตื่นตัวและต้องการการตอบสนอง ก่อนปล่อยคอ เปลี่ยนเป็นรวบมือผมขึงกับกำแพง 

         เมื่อเป็นอิสระผมก็สะบัดหน้าหนี หอบหายใจเข้าทางปาก รู้สึกเจ็บตรงต้นคอ รวบรวมกำลังได้ก็ผลักคู่กรณีออกตามด้วยกำปั้นแรงๆ หนึ่งหมัด เชี่ย! ทั้งโมโห ทั้งเสียใจจนน้ำตาจะไหล ผมระบายลงไปด้วยการดึงคอเสื้อเปียกน้ำของมันขึ้นมาแล้วต่อยไปอีกหมัด แม็กไม่สู้ ยอมให้ผมต่อยสองครั้งติด จนรอบที่สามถึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกระด้าง

           “คบกับพี่จ่าจริงๆ ใช่ปะ”

           “เหี้ยไรมึง เห็นกูใจดีแล้วทำงี้กะกูเหรอ”

          “ตอบคำถามผมดิ จริงๆ แล้วคบกับพี่เข็มทิศอยู่ใช่ปะ ออกอาการขนาดนั้น ทำไมไม่พูดวะ”

           “ธุระของมึงเหรอ เสือก”

           “ธุระดิวะ พี่ก็รู้ว่าผมคิดยังไง”

           “กูบอกมึงแล้วไงว่าได้แค่พี่น้อง”

           “พี่ก็บอกดิวะ ว่าคบกับพี่จ่า จะให้ความหวังผมทำไม”

           “กูให้ความหวังอะไรมึง”

           “ก็หวังว่าพี่ยังไม่มีใครไง หวังว่าผมยังมีโอกาส พี่คิดว่าผมคิดกับพี่เล่นๆ เหรอวะ พี่รู้ไหมผมสมัครเข้ามาฝึกงานที่นี่เพราะผมรู้ว่าพี่ทำงานที่นี่ ผมตามงานพี่ตั้งแต่ตอนที่พี่เรียน ผมเลิกกับแฟนพอรู้ว่าผมยื่นเรื่องมาขอฝึกงานที่นี่แล้วได้เพราะไม่อยากคาราคาซัง ผมทำทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าพี่จะชอบผู้ชายหรือเปล่า พี่มีแฟนหรือเปล่า พี่แม่งโคตรเท่เลยในสายตาผม แต่เสือกใจหมา ไม่กล้าบอกว่ามีผัวแล้ว แล้วยังทำดีกับผมแบบนี้อีกจะให้คิดยังไงอะ”

          เหี้ยอะไรของมึ้ง ในใจผมไม่รู้จะปลาบปลื้มยินดีหรือร้องไห้เพราะมันปิดท้ายด้วยคำด่าก่อนกันแน่ ผมง้างมือเอาไว้อย่างนั้น ไม่ได้ต่อยมันเป็นหมัดที่สาม

           “มันไม่เกี่ยวเลยเว้ยว่ากูจะคบกับใคร แต่กูเซย์โน ก็แปลว่าโน เพราะต่อให้กูไม่มีใคร กูชอบผู้ชาย แต่กูไม่ชอบมึง มึงก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ หรือต่อให้กูชอบมึงแต่กูไม่ได้อนุญาตให้มึงทำแบบนี้ก็แปลว่ามึงทำไม่ได้ เข้าใจอะไรยากวะ”

          “พี่นั่นแหละ จะทำอะไรให้มันยากไปทำไมวะ คบกันก็บอกว่าคบกันดิ อย่างน้อยก็ช่วยให้ผมทำใจหน่อยไม่ได้หรือไง โคตรใจดำ”

           “กูจะกิน ขี้ ปี้ เยี่ยวต้องรายงานมึงตั้งแต่ตอนไหน มึงต้องรับผิดชอบตัวเองปะวะ กูดีใจนะที่มึงตั้งใจมาฝึกงานที่นี่เพราะตามงานกูมา แต่โคตรเสียใจเลยว่ะที่มึงเสือกจบการฝึกงานด้วยวิธีนี้”

          ผมปล่อยมือที่คว้าต้นคอของมันเอาไว้ ผลักอกให้อีกฝ่ายเซไปชนกำแพงอีกด้าน จ้องหน้าแม็กแข็งกร้าว ขณะที่คู่สนทนาไม่แม้แต่มองตาผมด้วยซ้ำไป

          “กูไม่ขอโทษหรอกนะที่ต่อยมึงไป ที่มึงจะปล้ำกูนี่ก็ด้วย ถ้าไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองผิดจริงๆ ก็ไม่ต้องมาขอโทษ กูไม่ได้ต้องการ ของที่กูให้ไปจะทิ้งหรือจะเก็บไว้ก็แล้วแต่มึง โชคดีแล้วกัน กูกะอยู่เลี้ยงส่งมึงจนร้านปิดแต่คงไม่อยู่แล้วว่ะ แค่นี้เข็มทิศก็หงุดหงิดจะแย่แล้ว”

          ถ้าอยากให้พูดให้ชัด ผมก็พูดชัดว่าผมรักมันในฐานะน้อง เลือกมันในฐานะน้อง แต่ถ้าเทียบในฐานะผู้ชายคนหนึ่งแล้วผมเลือกเข็มทิศ และแคร์ความรู้สึกของเข็มทิศมากกว่า แม่งเอ๊ย ทำไมต้องมาทำอะไรงี่เง่าแบบนี้ด้วย เมื่อพูดจบผมก็หันหลัง แต่ถูกรวบกอดเอาไว้อีกครั้ง นอกจากหมัดแล้วยังอยากโดนตีนกูด้วยหรือไง ไอ้เวรนี่

         “เบ๊บ อย่าไปได้ไหม ผมชัดเจนมาตลอดว่าผมชอบพี่ แต่เขาไม่เคยพูดสักนิดเลยนะว่าเขากับพี่เป็นอะไรกัน เขาชอบผู้หญิง เดี๋ยวเขาก็กลับไปหาผู้หญิงอยู่ดี พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเขาชอบผู้หญิงคนนั้นถึงขั้นยอมเป็นชู้ตั้งแต่มหา’ลัยอะ”

          แม่งทำไมหัวทึบอย่างนี้วะ ก็เพิ่งพูดไปว่าไม่เกี่ยวว่ามีหรือไม่มีเข็มทิศ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ผมว่าผมชัดเจนกว่างานที่ลูกค้าบรีฟตั้งเยอะ ถ้ามันไม่เข้าใจเรื่องนี้ต่อไปจะทำงานอะไรได้ ทำไมต้องโง่ กูไม่เข้าใจ

          “ปล่อย”

          “ถ้าพี่กลับ ผมจะดื่ม ดื่มจนเข้าโรง’บาลไปเลย”

          “ถ้าจะตายช่วยตายสิ้นเดือนหน่อยแล้วกัน ไม่มีตังค์ใส่ค่าซองงานศพ แต่ตอนนี้ปล่อยกู”

          “ผม...”

          “เมาละแม็ก กลับไปให้แม่ดูแลเหอะ กูไม่ดูแลมึงหรอกนะ”

          อ้อมแขนที่รัดรึงคลายออก จนปล่อยให้ผมเป็นอิสระในที่สุด ผมเดินออกมาจากฉากกั้นห้องน้ำโดยไม่พูดและไม่หันหลังกลับไปมอง เดินมาที่โต๊ะโดยการท่องยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอในใจทุกก้าว เข็มทิศยังนั่งคีบหมูเข้าปาก มองผมค้อน นั่นแปลว่าเอาล่ะ กูต้องจัดการปัญหาของตัวเองสักที

          “แป๊บบ้านนาย นานเท่ากลับไปแล้ว”

          “นานขนาดนั้นจะมาอยู่ตรงนี้ได้ไง้ อยากให้กลับมาเร็วๆ ไม่ไปตามล่ะ” แกล้งแหย่ แต่ไม่ไปน่ะดีแล้ว เพราะถ้าเห็นผมก็ไม่รู้จะห้ามทัพยังไงเหมือนกัน รังแต่จะโดนสมน้ำหน้าว่ากูสั่งแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปยุ่งกับมัน 

          “ขี้เกียจ”

          “อิ่มยัง กลับกันเหอะ”

          “ทำไม เหนื่อยเหรอ ไปทำอะไรกับมันมาล่ะ”

          “เฮ้ย บ้า เปล่า ไม่ได้มีอะไร ไม่ได้โดนตัวกันเลย พอไปห้องน้ำผมก็ยืนดูดบุหรี่รอแม็กมันล้างหน้า คืองี้ น้องมันอ้วกด้วยก็เลยนานไปหน่อย”

           แก้ตัวเวอร์เกินไปหรือเปล่าวะ ผมขยับชายเสื้อที่รั้นไปด้านหลังให้ลงมา ไอ้เวร เสื้อเปียกตอนแม็กมากกอดแน่ๆ

           “อ้วกมันเหม็นมากเว้ย ผมเลยล้างหน้าด้วยเลย ถ้าล้างจมูกได้จะล้วงเอาขนจมูกมาล้างทีละเส้น เสื้อเปียกเลย แฮ่”

           เข็มทิศเคี้ยวหมูชิ้นสุดท้ายอ้อยอิ่ง ผมอยากออกจากที่นี่ก่อนแม็กจะกลับมาที่โต๊ะ นั่นแปลว่าให้ไวที่สุด

           “กลับกันเถอะเข็มทิศ ซื้อเบียร์ไปกินกันสองคนที่ห้องกันไหม จะได้ดูงานที่ต้องส่งพรุ่งนี้ด้วย ให้คุณดูก่อนก็ได้ เผื่อมีอะไรแนะนำ รอพี่รูญเผลอๆ แม่งเมา ลืมตรวจงาน”

          ผมอ้อนโดยการวางมือบนหน้าขาเขา เข็มทิศเงียบไปอึดใจก่อนยืดตัวไปหยิบกระเป๋าฝั่งตรงข้าม

          “เฮ้ย อะไร ไอ้จ่า จะไปไหน”

          พี่แบงค์เรียกทันทีเมื่อเห็นคู่ซี้บีเอ็นเคของตัวเองเปลี่ยนอิริยาบถ เข็มทิศพยักเพยิดมาทางผม “ไอ้นี่มันจะกลับไปแก้งาน”

          “งานไว้ทีหลัง วันนี้ส่งน้องก่อน”

          “ไม่มีผมกับเบ๊บมันก็เดินออกจากเฮาส์เองได้ ตอนมาไม่เห็นต้องไปอัญเชิญ”

          “ทิ้งคู่จิ้นใหม่กลับไปเอาคู่จิ้นเก่าเหรอจ๊ะ” 

          พี่มะลิแซวทั้งที่ตายังมองลูกชิ้นที่เด้งบนน้ำเดือด สักพักก็คีบขึ้นมาใส่จานตัวเอง พูดแล้วหิวว่ะ แต่อยู่ไม่ไหวแล้วจริงๆ โคตรอยากร้องไห้ เป็นความรู้สึกกล้ำกลืนที่อธิบายไม่ได้ ไม่รู้ว่าควรนิยามมันว่าอะไร แต่ถ้าเห็นหน้าไอ้แม็กอีกรอบไมเกรนขึ้นแน่ๆ

          “เบ๊บมันเหนื่อยอะพี่ ตั้งแต่กลับจากสิงคโปร์ก็ไม่ได้พักเลย”

          ทำไมคำตอบของเข็มทิศแม่งดูดีอย่างนี้วะ ผิดกับที่กูคิดได้ลิบลับ พี่รูญมองหน้าผมแล้วก็เห็นด้วย ถึงกับเอ่ยปากไล่ “เอามันกลับไปนอนก่อน เดี๋ยวไม่เกินตีที่กูส่งเมลกลับไป แต่เช้าไม่เข้าไปด้วยแล้วนะ”

          “ดูไอ้แม็กด้วยนะพี่ มันแพ้แอลกอฮอล์ อย่าให้มันดื่มเข้าไปอีก”

          ผมบอกเหมือนสั่งเสีย เอาจริงก็แอบกลัวมันกลับมากระดกเหล้าประชดชีวิตรักเหมือนกัน ความคิดความอ่านแม่งยังเด็กกว่าตัวหลายเท่า

          “อ้าว แล้วมันหายไปไหน มันแพ้เหล้าแล้วทำไมไม่บอกใครไว้ มึงรู้แล้วไม่เตือน เดี๋ยวตายห่าขึ้นมาล่ะฉิบหายกันทั้งเฮาส์ เอานักศึกษามามอม”

          “ผมก็เพิ่งรู้เนี่ย คงล้างหน้าอยู่ในห้องน้ำอะ อยากอยู่ดูนะพี่แต่ไม่ไหวละ เหนื่อยจริง”

          คำว่าอยากอยู่ดูเป็นแค่ประโยคมารยาท ใจคือกลับไปนอนซบเข็มทิศเพราะความอวดดีของตัวเองรอที่ห้องเรียบร้อยแล้ว แม่งเอ๊ย โคตรอยากให้มันปลอบ แต่ก็ไม่อยากโดนด่าซ้ำ ไม่อยากให้มันมีปัญหากับแม็กมากกว่านี้ แค่นี้ก็เข้าหน้ากันยากแล้ว วงการบันเทิงก็แคบแสนแคบ วกไปวนมากันแค่นี้ ไม่หนีไปไหน

          “เออๆ กลับไปเถอะ ดูแลเมียด้วยไอ้จ่า”

          เข็มทิศรับคำในลำคอ ลุกขึ้นก่อนดึงข้อศอกผมให้ลุกเดินตาม เมื่อผ่านพ้นประตูร้าน ก็เลื่อนมือลงมาจับประสานผมไว้ เขาเปิดรถ ให้ผมไปนั่งข้างคนขับ ส่วนตัวเองอาสาเป็นสารถี

          “เดี๋ยวแวะกินโจ๊กก่อนค่อยเข้าไปแล้วกัน เมื่อกี๊เหมือนกินไปสองคำ”

          “อืม” ผมรับคำ แค่อยากออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด “เข็มทิศ ขอบคุณว่ะ”

          “เรื่อง?”

          “เปล่า แค่คิดว่าโชคดีจังที่มีคุณ”

          ได้ยินเสียงหัวเราะหึในลำคอ อีกฝ่ายไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเรื่องนั้น ผมเอื้อมไปจับมือข้างซ้ายที่วางบนเกียร์ ชายหนุ่มหงายมือรับ ใช้มือขวาข้างเดียวบังคับพวงมาลัยจากร้านหมูกะทะกลับคอนโด เพลงบนรถเล่นดนตรีที่โยกสบายๆ กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวของ Peach pit ผมฮัมมันออกมา It’s been a long season through หลับตาลงกระชับมือหยาบกร้านให้แน่นขึ้น

          ความรู้สึกอึดอัดเมื่อครู่บรรเทาเบาบางลง 


          รับรู้ได้ว่ากำลังถูกคุ้มครองอย่างปลอดภัยเมื่อร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งสัมผัสกัน





#โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ


มาแน้วววววววววว เลทตามเคย นังตัวดรี ขอโทษที่มาช้าไปหนึ่งวันค่ะ เมื่อวานกลับจากหาหมอแล้วร่างยับมาก หลับคาผ้าเช็ดเท้า แม่ต้องปลุกมานอนดีๆ (แบบไม่อาบน้ำ) เลยไม่ได้มาลง อะแฮ่ม อีแม็กรอบนี้ออกเยอะนะ ก่อเรื่องด้วย ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและคอมเมนต์นะฮะ ชื่นไตมากๆ เนย
เลิฟยูนะ จุ๊บ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 718 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,069 ความคิดเห็น

  1. #2032 PCB614 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 07:42
    แม็กแกไม่น่าทำงี้เลย โคตรเสียความรู้สึกอะ
    #2,032
    0
  2. #1996 Mune (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 15:09
    เบ๊บเป็นคนชัดเจนมาก ถ้าเป็นเบ๊บก็คงโกรธแม็กเหมือนกัน เบ๊บเองก็บอกชัดอะว่าพี่น้อง แถมแม็กก็รู้ว่าเข็มทิศกับเบ๊บคบกัย จะคาดคั้นคำตอบทำไมถ้าเค้าไม่บอก บอกไปเค้าก็ไม่เลือกแก 555 ดีนะที่เข็มไม่มาเห็นตอนนั้น
    #1,996
    0
  3. #1972 Biekps99 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:04
    อืม หาคนมาปลอบแม็กด่วน
    #1,972
    0
  4. #1921 heykiki (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 22:32
    โอ๊ยแม็กเอ้ย ไม่คิดว่าจะเป็นขนาดนี้อะ เบ๊บคงตกใจจริง ๆ สงสารเลย
    #1,921
    0
  5. #1902 porzaza182546 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 17:14
    สงสารเบ๊บมากเลยอะ เบ๊บก็พยายามเซฟทุกฝ่ายแล้วอะ แล้วคือต้องให้เบ๊บชอบแม็ก แม็กจะทำงี้ได้ไงอะ ไม่ได้ปะ ฮือ เบ๊บ ลูกแม่ กอดนะคับ
    #1,902
    0
  6. #1898 m51t (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 14:06
    น้องงงแม็กเธอมาผิดเวลา ถึงมาถูกถ้าคนไม่รู้สึกก็คือไม่รู้สึกอะ สงสาร ;-;
    #1,898
    0
  7. #1822 รักไรท์ทุคน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 00:46
    สงสารแม็กแงงง เข้าใจฟีลคนแอบชอบนะ มันแบบหวังว่าเราจะมีโอกาสบ้างถ้าเทอยัมไม่มีคัย มันเจ่บทิตงนิ ;____;
    #1,822
    0
  8. #1807 HaeMay (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 22:20
    แม็กคือเกินเบอร์ไปมากนะ อย่างที่เบ๊บบอกคือไม่มีสิทธิ์มาลวนลามเบ๊บแบบนี้อ่ะ ชอบเองก็ต้องรับผิดชอบตัวเองดิ เนี่ยไม่เหลือกระทั่งความเป็นพี่น้องแล้วป่ะ
    #1,807
    0
  9. #1745 gabriel.la(: (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 13:10
    ยิ่งเมาเลยงอแงหนักไปอีกกก แต่เบ้บพูดถูกทุกอย่างเลยว่ะชอบเองก็ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วยหนุ่ม เบ้บกลับบ้านก็ให้เข็มโอ๋ๆ
    #1,745
    0
  10. #1730 youyougyu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 19:39
    น้องแม็ก แ ่งงงงง นี่หลงว่าจะเป็นพระรองให้พี่แอบกรี๊ด บทหายไปนาน กลับมาทีทำเบบี๋ของเข็มทิศยังนี้เลยเหรอ เบ๊บก็ชัดเจนมานานแล้วนะเห้ย
    #1,730
    0
  11. #1628 kkolk (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 16:46
    ถ้าเข็มรู้รอบหน้าเจอกันซัดน้องร่วงแน่ เขาหวงของเขามาตั้งนาน
    #1,628
    0
  12. #1590 Vivachoco (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 05:31
    ทำไมเป็นแบบนี้
    #1,590
    0
  13. #1559 D-Sooo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:17
    ชอบง่ะ
    #1,559
    0
  14. #1525 cookiecako (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 21:50
    เขียนดีอะ อ่านละรู้สึกถึงตัวละครชัดเลยย
    #1,525
    0
  15. #1510 Horizon_right (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    อื้อหือ คนปล่อยรูปนี่แม็กกรอ แง ลูกกกกก
    #1,510
    0
  16. #1493 Srnoey (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 08:12
    สุดท้ายเธอก็ชั่วววว
    #1,493
    0
  17. #1468 rattanasrilay (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 14:27
    คือ มันไส้ นี่ หมั่นไส้ ใช่มั้ยคะ
    #1,468
    0
  18. #1430 Demonseaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 03:53
    โอ่ย น้องแม็กกกก ละเบ๊บปิดไว้ นายจ่าจะมารู้ทีหลังมั้ยเนี่ย เป็นเครียดแล้วค่ะ ฮือ
    #1,430
    0
  19. #1424 fuxxy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 02:22
    แม๊ก นายเดินเกมผิดแล้ว
    #1,424
    0
  20. #1421 หลานหุ้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 01:09
    แม็กกกกก กำไม้เรียวแร้วนะ
    #1,421
    0
  21. #1228 minidays (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 12:33
    ให้พี่เข็มจัดการรรร
    #1,228
    0
  22. #1154 KaRToon_HH (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 11:33
    ไอ่แม็ก!!!!ถ้าพี่จ่าเห็นก็คือโดนโกรธเพราะไม่ยอมเล่าแน่ๆ TT
    #1,154
    0
  23. #1147 MissLUSH (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 09:49
    คุณไรท์พักผ่อนนะคะ หายไวๆน้า
    ส่วนเบ๊บ เราชอบคำพูดตอนคุยกับแม็กมากๆ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แต่นี่กลัวแม็กจะทำอะไรไม่ดีอีกจัง
    #1,147
    0
  24. #1143 JongjitSriyan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 08:37
    แม็กเอ้ยยย
    #1,143
    0
  25. #1017 annelf10783 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 21:19
    แม็คเลือกวิธีบอกความรู้สึกผิดไปมากอ่ะ แต่ก็สงสารนะก็คนมันชอบ
    #1,017
    0