โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ

ตอนที่ 15 : respect like the air

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,900
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 713 ครั้ง
    19 เม.ย. 62

14 respect like the air








          
       “จริงๆ ก็ดีนะ”

      รู้ไหมครับ งานแบบผมคำไหนคือคำที่น่ากลัวที่สุด

       “แต่...”

      ไอ้คำเหี้ยนี่แหละ ที่เป็นคีย์เวิร์ด ประโยคที่แท้จริงอยู่หลัง but เสมอ ครูพี่แนนสอนผมมา แม่งโคตรไม่เข้าใจ ถ้างานดีมึงจะแต่อีกทำไมวะครับคุณลูกค้า ไม่ต้องถนอมน้ำใจกันหรอก พูดตรงๆ เลยว่าจะให้แก้ตรงไหน 

       “แจ้ว่ามันโง่ไปอะ คือคนรบกันอยู่ แล้วจะให้นั่งเล่น ROV ในสนามรบ น้องไม่คิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลเหรอคะ”

       ผมนั่งไหล่หนีบข้างพี่รูญ ในห้องประชุมที่มีลูกค้าสามคนถ้วนกับทีมเฮาส์ซึ่งมีผมและหัวหน้าของผมเกิดเสียงของความเงียบกระแทกหู ขณะที่ในใจแหกปากไปเจ็ดร้อยแปดสิบเดซิเบลว่า ก็! มึง! อยาก! ได้! โง่! โง่! ไม่! ใช่! เหรอ! วะ!
 
        “แต่ว่าอันนี้ก็เป็นที่คุยกันไว้ว่าคุณเก๋อยากได้ที่มีตัวละครเล่นเกมกันในสงครามไม่ใช่เหรอครับ” 
 
        ผมส่งพลังใจให้พี่รูญสู้สุดกำลัง หญิงสาวยืดตัวไล่สายตาอ่านสคริปต์ที่ผมปรินท์ออกมาบนแผ่นกระดาษสีขาวนวลถนอมสายตา ขนตาเป็นแพหนาตกลงจากน้ำหนักของมาสคาร่าขยับไปมาเหมือนปีกแมลงวัน ให้ตาย ผมแม่งโคตรไม่เข้าใจทั้งความเยอะของการแต่งหน้าและงานที่กำลังจะถูกแก้เลย
 
        “ก็ใช่นะ แต่มันโง่ไป แจ้ว่าน้องน่าจะทำได้ดีกว่านี้”
 
        “อะ...” สายตาคู่นั้นจู่โจมมาที่ผม รวดเร็วดั่งลูกธนู แทงฉึกที่หัวเข่า ผมรับคำอย่างเสียไม่ได้ “ครับ”

        “แล้วคุณเก๋อยากได้ประมาณไหนครับ”พี่รูญถามต่อ ปีกแมลงวันคู่นั้นขยับอีกครั้ง คราวนี้แจ้เก๋จ้องไปยังต้นเสียง ปิดหน้ากระดาษลงแล้วเลื่อนเอกสารคืน

        “ที่ตลกๆ น่ะค่ะ”

        กรี๊ดดดดอีเบ๊บอยากกรี๊ด แต่ตอนนี้ได้แค่นั่งกรีดร้องทางใน ผมโคตรเกลียดการบรีฟงานที่เป็นการเดาใจอย่างนี้ฉิบเป๋ง ซึ่งมักพบได้ในลูกค้ารายใหญ่เกือบทุกราย อะไรก็ได้ไม่มีจริง ดูปากผมนะครับ อะไรก็ได้แม่งไม่มีจริง

        “โอเค งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนเนาะ แล้วบุรินทร์แก้ให้พี่หน่อยแล้วกัน วันจันทร์นี้น่าจะทันใช่ไหม ผู้ใหญ่จะดูด้วย เก้าโมงเช้านะคะ”

       “ได้ครับ แต่วันจันทร์ผมอาจจะไม่ได้มาด้วยพอดีติดอีกงาน หรือคุณเก๋สะดวกเลื่อนไปวันอื่นครับ”

       “อ้อ ไม่เป็นไรค่ะ ให้น้องมาคนเดียวก็พอ โอเคเนาะ เก่งอยู่แล้วล่ะ”

       แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม เลือกที่จะไม่ไปได้หรือเปล่า ห่ามึ้ง!ผมโคตรเกลียดการไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในการทำงานพอๆ กับลูกค้าที่บอกว่าเชื่อมือผมแต่ไม่แม้กระทั่งอ่านสคริปต์ที่ผมเตรียมมาให้จบเลย โดยปกติแล้วผมจะเป็นคนขายงานให้ลูกค้า มีเทคนิกคือรวบรัดตัดบทยัดข้อมูลให้ลูกค้างงๆ ให้ผ่าน แต่ที่ผ่านมานั่นเผาหลอก เผาจริงคือรอบนี้ครับ ตั้งแต่โฆษณาไอติมออกและประสบผลสำเร็จ งานเราก็หลากหลายขึ้น ลูกค้ารายใหญ่ขึ้น ซึ่งพี่รูญยังต้องเป็นคนนำทัพให้ผมกับเข็มทิศซึ่งเป็นเด็กรุ่นล่าสุดออกจากป่าไปล่าสัตว์ ซึ่งถ้าแจ้เก๋ยืนยันเช่นนั้นแล้วดูเหมือนหัวหน้านายพรานจะต้องถีบผมลงน้ำให้รีบเอาตัวรอดให้ได้อย่างเร็วที่สุด
 
      “แล้วเจอกันนะคะ วันนี้ขอบคุณมาก”

      คุณเธอพูดจบก็คล้องแขนเข้ากับกระเป๋าปราด้า ลุกออกจากห้องประชุม ตามด้วยสมุนที่เหลือ ผมนั่งมองสมุดจดบรีฟของตัวเองที่เขียนคำว่าขอแบบฮาๆ ตลกๆ ซ้ำไปซ้ำมา มีคำว่าโง่ แต่ไม่โง่เกินไปมากเท่ากัน ถอนหายใจยาว ก่อนร้องฮือๆ เมื่อพี่รูญตบบ่า

       “ไม่เป็นไร ไม่ได้ก็ช่างมัน มีอีกหลายงานให้ทำ”

      พี่จรูญแม่งเป็นหัวหน้าที่ควรจะพาทีมฉิบหายติดอันดับหนึ่งในสิบของประเทศ แต่ไม่ยักจะเป็นแบบนั้น ส่วนหนึ่งเพราะทีมฟอร์มมาดี เท่าที่เคยอยู่มาสี่ซ้าห้าเดือน ผมยังไม่เคยเห็นใครทำงานหลุดสักครั้ง ซึ่งอาจจะมีผมเป็นผู้บุกเบิกประสบการณ์นี้เองก็ได้

        “วันจันทร์พี่ติดอะไรอะ”

        “ไปพรีเซนต์แอ๊ดส์ของเบียร์บุษยา”

        “เสร็จแล้วเหรอพี่ โคตรไว ผมไม่ทันได้เห็นอะไรเลย”

        “มึงจะเห็นอะไรล่ะ น่าจะเสร็จสักแปดโมงวันจันทร์”

        “พรีเซนต์ลูกค้ากี่โมงนะ”

         “เก้าโมง”

          ใจพี่สู้มากอะ เอาจริง ผมหลุดหัวเราะออกมา วางมือบนหัวตัวเองแล้วขยี้ให้ยุ่งเหยิงก่อนพับแม็กบุ๊คขนาดพกพาใส่กระเป๋า งานใช้หัวนี่แปลกนะครับ ให้นึกเรื่องขำมันจะไม่ขำ พอคิดว่าจะไม่ขำ กลับขำเฉย ความโง่ก็เหมือนกัน ถ้าถามว่ามุกอะไรที่โง่บอกว่าตัวละครโง่ที่สุดเวลานี้ คงเป็นมุกที่เอางานมาเสนอตามลูกค้าต้องการ แต่เปลี่ยนคำว่าเกมเป็นROV เสือกไม่ผ่าน

         “เอาเว้ย สักตั้ง ไอ้เจ้าก้อยก็เคยผ่านมาแล้ว เอ็งไฟแรงกว่าตั้งเยอะ ทำไมจะทำไม่ได้ แล้วต้องไปส่งไหม หรือมีคนมารอรับอีก”

         “โอ๊ย พี่รูญคร้าบ ผมไหว้ล่ะ อย่าแซวเลย เรื่องนี้เซนซิทีฟมาก”

         “ยังไม่ได้แซวอะไรเลยอะ แล้วคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่ที่ย้ายไปอยู่ด้วยกันน่ะเหรอ”

         “โห ไม่ใช่เลยพี่ จริงๆ ผมก็ไม่รู้อะ มันไวมาก ไม่รู้จะเล่ายังไง”

         “อย่าให้กระทบกับงานแล้วกัน แต่แปลกดี ดูไม่น่าเข้ากันได้ ไอ้จ่ามันไม่อกแตกตายรึ ได้ลิงไปเลี้ยงไว้ตัว”

         “สบประมาทมาก ผมเป็นทั้งลูกน้องที่น่ารักและผู้ชายที่ดีได้พร้อมๆ กันนะครับ”

          เราลุกออกจากห้องประชุมเล็กๆ มาด้วยกัน เช้าวันหยุดผมขับรถออกมาเอง เข็มทิศว่าสายๆ จะเดินไปที่ออฟฟิศเอง ไปแก้งานของตัวเองต่อ บางครั้งวันหยุดก็หายไปง่ายๆ แต่ไม่เคยงอกมาง่ายๆ เช่นกันกับเงินในกระเป๋า 

         “ให้มันจริง เดี๋ยวจะเข้าไปที่ออฟฟิศ ไปด้วยกันไหม”

         “ผมขับรถมาอะ เดี๋ยวจะเข้าไปที่ออฟฟิศเหมือนกัน แต่ขอเถลไถลหน่อย นั่งคิดงานร้านกาแฟแถวนี้แป๊บ”

         “ตามใจ” พี่รูญว่า แยกกับผมไปคนละฝั่ง “เออ วันจันทร์ตอนเย็นนัดเลี้ยงส่งไอ้แม็กนะ จริงๆ อยากให้ลงเมื่อวานแต่งานเยอะว่ะ เลี้ยงเย็นวันศุกร์เช้าเสาร์ก็ต้องทำงานกันอยู่ดี”

         “อ๋อได้ครับ ไวเหมือนกันเนาะพี่ เข้ามาแป๊บๆ ก็ฝึกงานเสร็จแล้ว เหมือนผมยังไม่ได้สอนอะไรมันจริงจังเลย”

         “โอ๊ย แค่นี้ก็กำไรไปเยอะแล้วมั้ง”

         ถึงพี่รูญจะพูดแบบนั้นแต่ผมก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี ตอนผมไปฝึกงานถูกใช้โหดมาก โหดแบบที่ต้องโทรกลับบ้านมางอแงกับแม่ตั้งหลายรอบ แม้ว่าจะมีฝีมืออยู่บ้างในการทำงานกลุ่มกับเพื่อนก็ไม่เหมือนร่วมงานกับคนที่ทำงานจริงๆ คนประเภทอิหยังวะงอกมาไม่รู้จักจบสิ้น จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยได้รับหน้าที่ประสานงานกับฝ่ายคอสตูม เสือกเจอฝ่ายคอสตูมที่รีดผ้าไม่เป็น คนที่เลือกซื้อเสื้อผ้าด้วยวิธีตัวไหนต้องรีดไม่ซื้ออย่างผมต้องนั่งรีดเพื่อให้งานเสร็จเร็วๆ ก็เคย ซึ่งนั่นมันแค่ของเล่นอีกนั่นแหละ โลกจริงซับซ้อนซ่อนเงื่อนเวอร์ ผมอยากเห็นหน้าคนออกแบบว่ามนุษย์คนหนึ่งต้องเจออะไรกับชีวิตสุดๆ ว่าต้องมีความซับซ้อนได้ขนาดไหน หนักใจจนครั้นถึงคราวต้องเป็นพี่เลี้ยงเองบ้างแล้วก็เสียดายที่ไม่ได้ให้แม็กทดลองงานมาก จังหวะโคตรไม่ดี งานมาเยอะตอนท้ายๆ ของการฝึกงาน แล้วก็ต้องเปลี่ยนถ่ายจากผมเป็นเข็มทิศคอยดูมันแทนด้วย

      ผมเดินเตร่มาจนถึงร้านกาแฟที่มีของจุกจิกขาย ย่านนี้เป็นย่านจำลองของญี่ปุ่น ร้านรวงเป็นสไตล์มินิมอล ตบแต่งด้วยเครื่องแต่งเล็กน้อยสะอาดตา ของใช้แฮนด์เมด เน้นอนุรักษ์ธรรมชาติ ผมเห็นพวงกุญแจที่ทำจากหนังและทองแดงรูปม้วนฟิล์มราคาไม่กี่ร้อยก็หยิบซื้อ พร้อมสั่งเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ชื่อประหลาดๆ อันไม่อาจบอกได้ว่าเป็นส่วนผสมของอะไรบ้าง จากนั้นก็เลือกมุมเงียบๆ ให้ตัวเอง จ่ายเงินรวมพร้อมเล็งเค้กสักชิ้นไว้ห่อกลับเผื่อเข็มทิศ เปิดเว็บไซต์ข่าวประหลาดที่ชายหนุ่มเคยแนะนำสร้างแรงบรรดาลใจ หาไอเดียใหม่ๆ ไปเรื่อย

          ถ้าจะให้พูดกันจริงๆ แล้ว ผมเพิ่งสังเกตว่างานที่ทำช่างไม่จำกัดและเป็นรูทีนแบบที่อธิบายได้อย่างครอบคลุม งานของคนไม่มีเหตุผล คนอีโก้สูง เป็นความคิดเองเออเองว่ามันต้องเปรี้ยว มันต้องปัง ส่วนจะปังจริงๆ หรือปังปิ๊นาศนั่นก็ทราบผลหลังจากผลิตงานจนเสร็จ เค้นเอาสมองจากทุกรอยหยักออกมาและมักคิดว่ามันฉลาดเวอร์ แต่ก็โดนฟาดเปรี้ยงด้วยสิ่งที่ไม่มีเหตุผลที่สุด แต่ต้องดีลด้วยเหตุผลให้มากที่สุด บางทีก็เจอลูกค้าที่เคมีตรงกันมากจนไม่อยากทำงานให้จบเลยก็มี แต่บางทีเราก็ต้องทำเพื่อปากท้อง ฝืนธรรมชาติตัวเองไปบ้าง เกลี่ยๆ ให้มันสมดุลกัน อย่างว่า งานออฟฟิศกับงานตอนทำประกวดเองมันคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

          กลิ่นกาแฟช่วยให้ผมผ่อนคลายลงมาก ถ้าให้เลือกระหว่างกาแฟดำกับเครื่องดื่มชูกำลังอื่นผมเลือกกาแฟ ให้เลือกกาแฟกับบุหรี่ผมเลือกกาแฟ แต่ถ้าให้เลือกระหว่างบุหรี่กับเข็มทิศผมเลือกเข็มทิศ บร๊ะ! หายใจเข้าออกเป็นผู้ชายของตัวเองแม่งโคตรน่าหมั่นไส้ นั่นเป็นอีกเหตุผลให้ผมนั่งสงบสติกามาอารมณ์ลำพัง เข็มทิศมักมีเสน่ห์บางอย่างที่ผมไม่อาจต้านทาน ทุกครั้งที่เขาขอจูบ โอบกอด หรือกระทั่งร่วมรัก ผมยินดีกระโดดเข้าหาเสียทุกครั้ง ไม่น่าเป็นเรื่องอภิรมย์นักในภาวะที่งานร้อนดั่งเพลิงเพราะเห็นทีจะแผดเผาเราให้ตกงานทั้งคู่เอาง่ายๆ

          แสงแดดยามตะวันตรงหัวค่อยๆ ขยับไล่ผมที่นั่งอยู่ในทิศตะวันตกเข้ามาทีละน้อย ผมใช้คอมพิวเตอร์ทำงานกระทั่งพนักงานปรับม่านลง ลูกค้าร้านกาแฟส่วนมากเป็นพวกหอบคอมพิวเตอร์มานั่งทำงานเงียบๆ คนเดียว ไม่ก็สองถึงสามคน ไม่เกินห้า มีเรื่องเล่าหลากหลาย ผมฟังบ้างไม่ฟังบ้าง บางครั้งก็แอบโน้ตเป็นไอเดียไปใส่ในงาน ความโดดเดี่ยวของผู้คนในร้านกาแฟมักไม่เดียวดาย เราไม่ใช่คนแปลกหน้าของกันและกันเมื่อต่างนั่งคนเดียวในสถานที่แห่งนี้ ทุกคนพยายามเคลื่อนย้ายสิ่งของให้กระทบน้อยที่สุด พลิกหน้ากระดาษให้เบาที่สุดราวห้องสมุดแม้ไม่มีกฎบังคับ นานทีที่มาเป็นหมู่คณะ แต่จะถูกกดดันด้วยบรรยากาศให้เงียบไปเอง ถ้าเป็นร้านกาแฟย่านนักศึกษาหรือย่านการค้าจะเป็นอีกแบบ ที่นั่นไม่เหมาะกับวัยทำงาน จะว่าก็คือแหล่งรวมคนแก่มักจะดึงดูดคนแก่ และแหล่งรวมวัยโจ๋มักดึงดูดวัยโจ๋ เป็นเช่นนั้นเสมอ

         ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกปวดตั้งแต่สะบักขึ้นมาตรงต้นคอ นับเป็นการทำงานที่ยาวนานพอประมาณ มีสองสายที่ไม่ได้รับ ไม่ใช่ที่บ้านเพราะผมกึ่งๆ โดนตัดหางปล่อยวัดมานานแล้ว แต่เป็นเจ้าของฮันนี่ชีสเค้กที่ผมเล็งว่าจะซื้อไปฝากตั้งแต่ตอนเที่ยงนั่นแหละ

           “ฮาโหล”

         ผมโทรกลับ ปลายสายรับเร็วจนไม่ได้ยินเสียงสัญญาณสักตื๊ด รออยู่อะดี้

          “อืม”

          “ผมปิดเสียงตั้งแต่เข้าไปคุยกับลูกค้า ลืมเปิดอะ โทดที มีไรป่าว”

          “พี่รูญกลับมานานแล้ว”

         เข็มทิศพูดเสียงเรียบ กึ่งๆ ดุ แต่เข็มทิศในเวลาที่ดุหรือเงียบก็ใกล้เคียงกันมากเพราะเป็นคนห้วนแต่ไหนแต่ไร

          “ผมนั่งแก้งานที่ร้านแถวนี้ก่อนไง งานคุณเสร็จหรือยัง”

          “เสร็จแล้ว อยู่ที่คอนโด”

          “กินอะไรหรือยัง ผมซื้อไปให้ไหม หรือจะออกมาด้วยกัน มีเค้กที่ร้านน่ากินอะ เอาไหม”

          “ไม่ต้อง กินแล้ว”

          ถามคำตอบคำแบบนี้แสดงว่าอารมณ์ไม่ดี ทางที่ดีคือผมควรรีบกลับไปหา แต่ขอส่งเมลให้พี่รูญดูงานที่แก้แล้วอีกห้านาทีแล้วกัน

          “เดี๋ยวผมรีบกลับไป ไว้ค่อยออกมากินอะไรกันเย็นๆ เนอะ” ใช้เทคนิคของกินระบายอารมณ์แทน เดี๋ยวปิดร้านราเมนเลี้ยงเลยก็ได้ โทรมาไม่รับทำเป็นงอน ตัวใหญ่ใจน้อยจริงๆ “ยังไงครับคุณ เงียบเชียว”

        “รีบๆ มา”

         ผมอมยิ้ม วางหูแล้วจัดการกับงานที่เหลือต่อในเวลาอันรวดเร็ว




         ข้อดีอย่างหนึ่งของการคบกับผู้ชายคือไม่ซับซ้อน หลังจากผมกลับมาถึงห้องก็เดินพากันไปกินมื้อเย็นที่ร้านราเมนเจ้าเดิม เจ้าโปรดของเข็มทิศ ตามด้วยไอติมกะทิรถเข็น โรยด้วยซีกถั่วเขียวและนมคาเนชั่น ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นคิดเอาถั่วเหลืองซีกมาใส่ในไอติมแทนถั่วลิสงคั่ว ผมเถียงกับเข็มทิศว่าแบบไหนอร่อยกว่ากัน ยังไม่ทันได้ข้อตกลงไอติมรถเข็นที่หาเจอได้ยากในกรุงเทพก็หมดไม่เหลือแม้แต่ซาก นึกถึงตอนเด็กๆ ที่วิ่งไปสั่งไอติมหลังเลิกเรียนที่ลุงรถเข็นทันทีที่โรงเรียนเลิก รถไอติมตอนนั้นเป็นไอติมจากน้ำอัดลม ใส่ในรูที่เหมือนรูหอยหลอด เสียบด้วยไม้เสียบลูกชิ้นหักปลาย ราคาไม้ละบาท หวานนำ เค็มตัด เป็นรสเค็มของเกลือที่เจือลงไปให้น้ำแข็งแข็งเร็วและนานขึ้น ผมชอบสีเขียวที่สุด ข้อเสียคือสีที่ติดปากจะกลายเป็นสีเหมือนคนโดนยาพิษ แต่ถ้าสีส้มหรือแดงจะเหมือนสาวๆ ทาลิปทินต์ในสมัยนี้

          “รสโค้กอร่อย แต่หมดไว” เข็มทิศว่า เขามีความทรงจำที่ไม่ต่างกัน เราเคยยืนต่อคิวรอรับไอติมแท่งละบาทนั่นแล้วผิดหวังเพราะสีของตัวเองหมด เย็นไม่ทัน แม่ๆ มารับไว หรือกระทั่งผิดหวังที่บางวันลุงไม่มา ลุงขายไอติมเริ่มไม่มาเจอพวกเราตามนัดตอนที่ขึ้นชั้นประถมช่วงปลาย แล้วก็หายไปก่อนผมกับเข็มทิศจบปอ.หก ความสนใจของเด็กในตอนนั้นมีมากมายแต่ไม่ถาวร เราไม่ได้ตั้งคำถามด้วยซ้ำว่าลุงหายไปไหน รู้แต่ว่าหลังเลิกเรียนต้องเปลี่ยนไปกินอย่างอื่นแทนแล้ว

          “นายว่าลุงหายไปไหนวะ”

         “รวยแล้วมั้ง”

           “ขายไอติมแบบนั้นรวยได้ด้วยเหรอ”

           “ใครจะไปรู้ ต้นทุนเท่าไหร่เชียวน้ำหวานนั่นก็ไม่ใช่น้ำหวานแบรนด์ดี มีอ.ย.หรือเปล่าก็ไม่รู้”

           “แต่ก็กินมาตั้งหลายปีอะเนอะ”

           “กินตั้งแต่ขู๋เล็กกว่าไอติม”

          ผมขำพรวดออกมา เข็มทิศแม่งพูดหน้าตายฉิบเป๋ง “ละตอนนี้อะ”

           “ไม่มิด”

           “อะไรไม่มิด”

           “ไม่รู้ ยังไม่ได้คิด” สาบานไหมว่าไม่คิด เช็มทิศแม่งโคตรกาม “เหมือนคนแก่เลย รำลึกความหลัง”

           “เฮ้ย ก็มันแปลกดี ถ้าเราไม่ได้เป็นแบบนี้ก็คงไม่คิดว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆ ตอนนั้นสำคัญปะ คุณมีภาพจำของผมยังไงบ้าง”

           “ชอบทำตัวเป็นหัวโจก หื่น”

           “เดี๋ยวนะ ใช่เหรอ”

           “นายเป็นคนเอาหนังสือโป๊มาให้เพื่อนที่โรงเรียนคนแรกของรุ่น”

          ทำไมอันนั้นผมจำไม่ได้วะ บ้าฉิบหาย แล้วเข็มทิศเสือกจำได้ โคตรแย่ “จำผิดคนหรือเปล่า”

           “ไม่ผิด เรื่องนี้จำได้แม่นเลย พอมาเจอที่ทำงานยังคิดเลยว่ายังไม่เป็นเอดส์ตายไปอีกเหรอ”

           “โห แรง” แต่ถ้าจำนวนผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมก็มากกว่าเข็มทิศจริงๆ นั่นแหละ ส่วนผู้ชายเราเสมอกัน ไม่นับแต้ม “แล้วตอนนี้ล่ะ”

           “ก็ยังไม่เป็น แล้วก็คงไม่มีโอกาสได้เป็นเพราะเราใส่ถุงทุกรอบ ไม่ได้เปลี่ยนคู่นอนด้วย อะไรอีกนะ น่ารักมั้ง”

          รู้สึกประหลาดแบบจั๊กจี๋นิดๆ เมื่อถูกชมด้วยคำว่าน่ารักจากผู้ชายด้วยกัน คงเพราะไม่ค่อยมีใครว่าอย่างนั้นในแง่ที่ว่าน่ารัก หมายถึงน่ารัก ไม่ใช่เอ็นดูในลักษณะของผู้ใหญ่ แต่เป็นความน่ารักใคร่ในเชิงชู้สาว “น่าทำรักดี”

          เข็มทิศโอบแขนรอบคอขณะที่ผมไขประตู แล้วหอมแก้มฟอดใหญ่ ผมหดคอลง อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงนุ่มทุ้มที่เต็มไปด้วยเลศนัย เมื่อประตูปิดก็ซุกไซ้เหมือนแมวขี้อ้อน

           “เดี๋ยวดิ เดินกลับมาร้อนๆ อาบน้ำก่อน”

           “ไม่ต้องหรอก ชอบกลิ่น” เขากระซิบ จับมือผมไปวางตรงเป้า ร่างกายที่ตื่นตัวก่อนอยู่แล้วฟ้องว่าแม้แต่วินาทีก็ไม่อาจรีรอ 

           “ตั้งแต่เมื่อไหร่ โห ไม่ใช่ผมแล้วที่หื่น คุณแม่ง กามว่ะ”

           “ไม่รู้ดิ พอนึกถึงที่เบ๊บบอกว่าชอบกินไอติมน้ำอัดลมเราก็นึกถึงตอนเบ๊บกินมันจริงๆ”

          ผมเบิกตากว้าง เข็มทิศจู่โจมด้วยริมฝีปากและจมูก ปากเขายังเย็นและหวานด้วยรสของไอติมกะทิ ลมหายใจหอบสั่น บดเบียดเข้ามาจนแผ่นหลังผมแนบประตู เขาปลดตะขอยีนส์ลงรวดเร็ว ก่อนกดบ่าผมลง

           “กินให้ดูหน่อย” ผมส่ายหน้าปฏิเสธ เรามีความสัมพันธ์กันเช่นนั้น แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ผมคิดว่าการใช้ปากจะเป็นเรื่องจำเป็น เข็มทิศเล้าโลมด้วยเสียงของลมหายใจ และร่างกายที่แสดงออกชัดว่าปรารถนาเพียงใด “นายก็รู้ว่าเวลาที่ใช้ปากมันรู้สึกดีแค่ไหน”

          นิ้วหัวแม่มือคลึงลงบนริมฝีปากล่าง เขากัดปากด้านบนของผมด้วยฟันเรียง ใช้จมูกแตะปลายจมูก หลุบสายตาลง ก่อนช้อนขึ้นมองตาผมด้วยแววตาออดอ้อน ร้องขอ

           “นะ...”

          ชั่วชีวิตของการเกิดเป็นผู้ชาย ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมีความสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกันมาก่อน เรื่องการใช้ปากบำเรอเครื่องเพศที่ต่างจากที่‘เคย’ไปไม่ต่างกับการยอมจำนนสวามิภักดิ์อีกฝ่าย หรือคล้ายยินดีเป็นรองด้านอารมณ์ ความสัมพันธ์ของเราพลิ้วไปกับความลื่นไหลของอารมณ์ เมื่อดำเนินมาถึงจุดที่ท่าทางเป็นสัญญะอย่างหนึ่งของความเท่าเทียมผมจึงขัดเขินกระดากอาย 
          แต่เมื่อคำว่า “ได้ไหมครับ” กระซิบ ผมก็ไม่อาจปฏิเสธอีกฝ่าย ค่อยๆ ย่อตัวคุกเข่า อ้าปากด้วยประดักประเดิด เก้ๆ กังๆ และเริ่มใช้ลิ้นสัมผัสเอาถึงร่างกายอุ่นร้อนของชายหนุ่ม 

          เข็มทิศใช้มือข้างหนึ่งค้ำกับประตู อีกข้างประคองช่วยผมที่ยังไม่กล้าใช้มือแตะต้องมันโดยตรง เสียงสูดปากดังจากด้านบน ผมเงยหน้าขึ้น พบดวงตารีจับจ้องลงมาเช่นกัน เขาไม่บุ่มบ่ามเอาแต่ใจ เลียริมฝีปากแห้งผากแล้วหรี่ตาลง จุมพิตผมด้วยความหยุ่นนุ่มแต่แข็งขัน ก่อนแทรกเข้ามาเชื่องช้า พร้อมกัดริมฝีปากล่างเมื่อผมรับมันเข้าลึกขึ้นเรื่อยๆ

          เวลานั้น ผมไม่รู้สึกคล้ายถูกหยามเหยียดอย่างที่คิดไว้ แต่กลายเป็นฝ่ายชักนำเข็มทิศให้คล้อยตาม เป็นพายุที่พัดเอาเรือในทะเลไหวคลอน เขาเปลี่ยนเป็นยันข้อศอกทั้งสองข้างไว้กับประตู พิงหน้าผากซบกับกำหมัดแน่นทั้งสองข้างของตัวเอง ผมจับจ้องทุกการกระทำ เปลือกตาที่ปิดลง กระทั่งหยีจนเห็นริ้ว สะโพกเริ่มขยับไหว เสียงครางของเข็มทิศคำรามดังกว่าที่เคย มันกึ่งๆ ระหว่างสุขสมกับทุกข์ทรมาน ผมเริ่มสนุกกับการหยอกล้อให้เขาเข้าใกล้ฝั่ง แต่เมื่อคราวเรือนร่างขึงขังก็ผ่อนแรงให้ตายทั้งเป็น

          เสียงคำว่าเบบี๋ สลับกับที่รัก และจังหวะที่อีกฝ่ายสูดหายใจเข้าทางไรฟัน ผมรังแกเขาให้ตกเป็นทาส ว้าวุ่นในอารมณ์ กระทั่งดวงตาคู่นั้นเปิดเข็มทิศก็ไม่ยอมให้ผมเป็นฝ่ายชักนำอีกต่อไป ชายหนุ่มลดมือลง แทรกปลายนิ้วในเส้นผม ขยับโยกสะโพกสวนทางกับการบังคับศีรษะของผม ผมปล่อยให้อีกฝ่ายควบคุมตามปรารถนา ขณะที่ลดมือลงสัมผัสร่างกายตัวเองท่าทางของเข็มทิศและกลิ่นที่ชัดจากลิ้นขึ้นโพรงจมูกปลุกเร้าให้ผมรู้สึกไม่ต่างกันใช้เวลาไม่นานผมก็จัดการกับตัวเองจนเสร็จ ขณะที่เข็มทิศสวนแทรกกระแทกร่างเข้าหลั่งลงลึกในลำคอ ผมไอโขลกเมื่ออีกฝ่ายกดศีรษะผมแช่แน่นิ่ง จำเป็นต้องกลืนคราบเหนียวคาวลงคอเพื่อหายใจ 

          เพียงไม่กี่นาทีนับจากโลดแล่นด้วยบทรักแบบใหม่ สงครามก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เข็มทิศประคองผมยืนแล้วบรรจงคราบเลอะที่ล้นออกมาด้วยปลายนิ้วอย่างนุ่มนวล ผมมองค้อนขวับ ปัดมือเขาออกด้วยความหงุดหงิด เข้าห้องน้ำไปชำระล้างเอาความหนืดด้านใดออก เข็มทิศตามเข้ามา กอดจากด้านหลัง ซบหน้าผากลงบ่าออดอ้อน

           “ขอโทษ ตอนนั้นมันไม่ไหวจริงๆ”

           “คุณจะโกหกผู้หญิงแบบนี้ก็ได้นะ แต่อย่าลืมว่าผมเป็นผู้ชาย”

          เขาไม่เถียง ปล่อยให้ผมกลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปากจนพอใจ เดินตามเงียบๆ แต่ในความเงียบก็เจือไปด้วยความสลดอย่างคนรู้ตัวว่าผิด

          “ผมยอมทำตามที่คุณขอ ไม่ได้แปลว่าคุณจะทำอะไรก็ได้ปะวะ”

          “เราไม่รู้ว่าเบ๊บ...ไม่ชอบ

          เข็มทิศพยายามเลี่ยงคำว่ารังเกียจ ผมเองก็เลี่ยงการใช้คำนั้นเช่นกันเพราะผมไม่ได้รังเกียจ เพียงแต่มันใกล้เคียงกันมากกับคำว่าไม่พร้อม ระหว่างเราก้าวข้ามเส้นแบ่งของสายใยต่างๆ ทีละนิด ทีละขั้นละตอน แต่เมื่อถูกจู่โจมแบบนี้ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาเห็นผมเป็นแค่เครื่องบำบัดอารมณ์ มันเป็นความรู้สึกที่แน่นอยู่ด้านใน อึดอัดและไม่สามารถอธิบายเป็นคำอื่นได้นอกจากคำว่าผมไม่ได้ยินยอมพร้อมใจที่จะกลืนกินมันลงไปอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ 

          ผมออกไปนอกระเบียง ท้องฟ้าด้านนอกเป็นสีดำที่ไม่ดำสนิทหลังตกวันตกดิน แสงไฟสะท้อนพื้นขึ้นมาให้เห็นเป็นไอสีเทาจางๆ จุดบุหรี่ขึ้นสูบด้วยความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่าน

           “เบ๊บ...”

           “ถ้าผมให้คุณใช้ปากให้ ถ้าผมเสร็จในปากคุณ ใส่หน้าคุณ คุณจะโอเคปะ ก็ไม่ปะ หยุดขอโทษเหอะว่ะ แม่งโคตรเห็นแก่ตัว”

           “ไม่ใช่แบบนั้น”

           “ไม่ใช่แบบนั้นแล้วแบบไหนอะ คุณแม่งเคยแคร์ปะว่าผมรู้สึกยังไง”

           “ถ้าเราไม่แคร์เบ๊บเราจะขอร้องทำไม ตัวเบ๊บเล็กนิดเดียวเราบังคับเอาก็ได้แต่เราก็ไม่ทำไง”

           “ผมแม่งโคตรรู้สึกแย่อะ เหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตายางว่ะ”

           “ทำไมเทียบตัวเองแบบนั้นวะ เราแคร์มากนะเว้ย ตอนเบ๊บหายไปเมื่อเที่ยงแล้วพี่รูญกลับมาที่ออฟฟิศโดยที่ไม่บอกอะไร รู้ไหมว่าเรากังวลแค่ไหน โทรไปหาก็ไม่รับ ไลน์หาก็ไม่อ่าน แต่แค่เบ๊บทำเสียงอ้อนเราก็ไม่โกรธแล้ว จะบอกว่าเรารู้สึกอย่างนี้เพราะเห็นเบ๊บเป็นตุ๊กตายางเหรอวะ”

           “อย่าเอาเรื่องเก่ามาทะเลาะดิ แม่งโคตรนิสัยผู้หญิง”

           “นิสัยผู้หญิงยังไงวะ ก็เบ๊บพูดเองว่ารู้สึกเหมือนเราไม่แคร์ เราก็บอกอยู่นี่ไงว่าแคร์”

          ผมอัดลมหายใจผ่านก้นกรอง ไม่สบตาเข็มทิศ เขาดึงไหล่ผมให้หันมาเผชิญหน้า ขณะที่ผมยังรู้สึกไม่อยากจะมองเห็นเงาอีกฝ่ายในตอนนี้ด้วยซ้ำไป

          “ผมจะกลับบ้าน ค่อยเจอกันที่ออฟฟิศวันจันทร์แล้วกัน ไม่อยากทะเลาะว่ะ”

          “ไม่อยากทะเลาะก็ไม่ต้องทะเลาะดิ”

           “ไม่เข้าใจอีกหรือไงวะ”

           “เบ๊บหงุดหงิดเพราะรู้สึกว่าเราบังคับนายใช่ปะ จะเอาคืนไหมล่ะ อะไรที่นายรู้สึกว่าเรารังแกนาย อะไรที่ทำให้นายรู้สึกว่าไม่แฟร์ แต่เราไม่ยอมให้เบ๊บออกไปจากห้องนี้ทั้งที่รู้สึกแบบนี้”

          เข็มทิศพูดเสียงแข็ง เขายืนกันประตูทางเข้าห้องเป็นด่านแรก และดูเหมือนยินดีจะยืนตรงนั้นจนกว่าผมจะเปลี่ยนใจ

           “งั้นขอผมอยู่คนเดียวแป๊บได้ปะ”

          ผมต่อรอง แววตากร้าวคู่นั้นก็อ่อนลง เขาเดินมากอดผม กอดไว้ทั้งตัว วางคางลงกับบ่า กอดแน่นราวกับกลัวว่าผมจะหายไป

           “อยู่ด้วยกันไม่ได้เหรอ” เสียงทุ้มถาม ผมรับรู้ถึงหัวใจที่หดเล็กลงของคนตัวใหญ่ “เรากลัวว่าถ้าปล่อยให้เบ๊บอยู่คนเดียว หายโกรธได้เอง นายจะไม่ต้องการเรา”

          ผมหลับตา หัวไหล่ที่เกร็งเพราะโทสะเมื่อครู่ก็ลู่ลง ผ่องถ่ายลมหายใจเข้าออกลึก กระทั่งใจเย็นพอที่จะกอดเข็มทิศกลับด้วยสองมือเช่นเดียวกัน
 



To be continue



TGIF

วันนี้เวสต์ขอเป็น Friday girl นะคะ แงงงงงง ผิดสัญญาอีกแล้ว พอดีว่าเมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้บ้านพักที่บ้านไร่ไออรุณโดยไม่ได้จองล่วงหน้าค่ะ! เลยดิ่งไปเลย สัญญาณมือถือในห้องพักไม่มีเด้อเจ้า ไวไฟไม่มี ทีวีไม่มี มีพ่อแม่ให้ตีด้วยสองคน ต่อด้วยการที่เห็นเจ้าของประกาศแจกแม่แมวสก็อตติชโฟลด์ พันธุ์หน้าเหี้ยมค่ะ!! กว่าจะจัดการธุระกันเสร็จก็เลยช้าไปหน่อย น้องยังเครียดๆ อยู่  เราก็เซอร์ไพรส์แม่มาก ขับรถกลับจากระยอง ผ่านสมุทรสาคร เลี้ยวเข้าไปรับน้องแบบไม่มีอะไรทั้งนั้น ไม่มีการขออนุญาต ไม่มีการเตรียมอาหาร ที่อยู่ บลาๆ กลับมาต้องเอาพวงมาลัยมาขอขมากันทีเดียว แต่ที่บ้านโอเคนะคะ ระวังอย่างเดียว หมา!!! หมาที่บ้านสี่ตัวจ้องจะกินอาหารแมวค่ะ!!! แต่นังไม่สนใจแมวเลย อยู่กันได้อย่างสงบสุขดี
ตอนนี้ชื่อตอนrespect like the air ค่ะ ใส่ฉากเรทที่ค่อนข้างละเอียดไปหน่อยแฮร่ แต่อยากสื่อถึงการมีเซ็กส์ด้วยความเคารพ ซึ่งพี่เข็มต้องใจเย็นนะ พี่จะเอาพี่ฟินคนเดียวไม่ได้ ถามเบ๊บด้วยว่าพร้อมยังงง

ส่วนเวสต์ผู้ซึ่งไม่บอกให้แม่เตรียมพร้อมเรื่องการเลี้ยงแมวโดนไล่ลงมานอนห้องล่างแล้วค่ะ เริ่มต้นหลังปีใหม่ไทยด้วยการรีโนเวทห้องสำหรับการหนีตามไปอยู่กับแมว เอวังด้วยประการะฉะนี้ 
เจอกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 713 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,069 ความคิดเห็น

  1. #2031 PCB614 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 23:17
    ชอบตรงที่มีอะไรก็เคลียร์ ๆ กันไปเลย เนี่ย นางมีความอ้อน ๆ อะ กอดไม่ให้ไปไหน
    #2,031
    0
  2. #1971 Biekps99 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:15
    มันรู้สึกละมุนละไมมากอะ
    #1,971
    0
  3. #1929 bbae214 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 18:06
    ชอบแบบนี้ ไม่เถียงๆๆๆ จะเอาชนะละแยกกันไป ชอบเข็มทิศมากเลย ตอนทะเลาะกันรอบก่อนก็งี้ ดีอะ
    #1,929
    0
  4. #1920 heykiki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 22:00
    โอโฮ ไม่ปล่อยด้วยอะ เข็มทิศคือนิสัยแบบบอกไม่ถูกแต่น่ารักนะ โมโหก็ไม่ให้ไป อยู่ด้วยกันจนใจเย็นเลยอะ แต่แบบนะ มันดูนังไม่คลี่คลาย มันดูแบบ
    #1,920
    0
  5. #1897 m51t (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 13:40
    เข็มเธอตัวเล็กตัวน้อยมากอะ หื้อออ
    #1,897
    0
  6. #1883 Tofu_Jcbsmm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 11:35
    ฮือออ พี่จ่าาา
    #1,883
    0
  7. #1881 Mapranglism (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 09:09
    ขอบคุณที่เข็มรั้งน้องไว้ แงงงง
    #1,881
    0
  8. #1837 peachpk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 13:45
    รักคุณเข็มจัง แงงงงง แต่คุณเข็มนังก็กามอยู่เด้อออ
    #1,837
    0
  9. #1806 HaeMay (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:46
    นี่เข้าใจที่เบ๊บจะรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นที่ระบายอารมณ์นะ เบ๊บก็คิดว่าตัวเองคือผช.คนนึงที่ยอมจ่าอ่ะ ไม่ได้คิดว่าตัวเองยอมเพราะเป็นรับ

    แต่เราก็ชอบวิธีการแสดงออกของจ่าด้วย เราว่าจ่าก็แสดงออกชัดเจนนะว่าวางเบ๊บไว้ในสถานะแบบไหน แต่แค่ยังไม่ได้พูดออกมาว่าคือแฟน คือคนรักนะแบบนี้
    #1,806
    0
  10. #1744 gabriel.la(: (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 12:30
    เอาจริงเข็มโคตรพลิกเลยนะแรกๆคือนิ่งใส่กวนตีนกันจนไม่คิดว่านังจะเป็นคนที่แก้ปหตอนทะเลาะได้ดีแบบนี้อะ การทะเลาะที่แยกกันไปมันดีแต่การที่เข็มยื้อไม่ให้ออกจากห้องแต่เป็นเว้นสเปซให้มันดีมากอะ คิดไม่ถึงจุดนี้จริงๆนะประทับใจมากกกก
    #1,744
    0
  11. #1729 youyougyu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 19:37
    ขอบคุณที่มีคนหนึ่งหนัก คนนึงก็เบาลงให้
    #1,729
    0
  12. #1689 jiibbb (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 18:40
    จะหาคนที่เข้าใจกันขนาดนี้ได้จากที่ไหน ชอบความที่ถ้าใครร้อนอีกคนจะเย็นทันที ละคุยเลยไม่ปล่อยเบลอ แคร์กันมากขนาดนี้รู้ตัวกันหรือยัง
    #1,689
    0
  13. #1589 Vivachoco (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 05:17
    เอ้าผลิกเฉย
    #1,589
    0
  14. #1558 D-Sooo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 12:23
    คือแบบชอบอ่ะที่เข็มไม่ปล่อยให้เบ๊บอยู่คนเดียว น่ารัก
    #1,558
    0
  15. #1545 YUK (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 13:28

    เหตุผลดีนะ กลัวว่าถ้าโกรธได้หายเอง

    แล้วต่อไปจะไม่ต้องการกัน

    คิดตามแล้วก็จริง โกรธแล้วอยู่ด้วยกันนี่แหละ

    จะได้รับรู้อารมณ์กัน

    #1,545
    0
  16. #1492 Srnoey (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 07:43
    มันบีบบบบบ
    #1,492
    0
  17. #1429 Demonseaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 03:36
    ดิฉันเป็นปวดหัว นายเข็มมมมมมม อย่าเหลิงมาก เอาจริงๆ-กันทั้งคู่ ตอนทะเลาะกันนี่เผลอกลั้นหายใจเลยค่ะ โอย. กลัวเจอเรื่องหนักกว่านี้แล้วพูดกันแรงกว่านี้จัง
    #1,429
    0
  18. #1423 fuxxy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 01:56
    หูยยยยยยยยยยย ทะเลาะแล้วต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงละนะคู่นี้
    #1,423
    0
  19. #1239 Mabaeklol (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 12:37
    เข็มนี่มันแมวชัดๆ
    #1,239
    0
  20. #1227 minidays (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 12:10
    ขี้เอาแต่ใจจริงๆนะเข็มเนี่ยยยย หึ่ยๆๆ แต่พอง้อ อ้อนกอดแล้วก้นะ น่ารักจริงๆ
    #1,227
    0
  21. #1152 KaRToon_HH (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 10:54
    เห็นเค้าทะเลาะกันแล้วมันปวดใจ
    #1,152
    0
  22. #1135 MissLUSH (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 06:47
    ค่อยๆคุยกันนะ ปรับตัวกันไป
    #1,135
    0
  23. #1133 JongjitSriyan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 06:21
    คือไรท์ถ่ายทอดอารมณ์ทุกอย่างออกมาชัดเจนมาก ความละเอียดเล็กน้อย มันทำให้เรารู้สึกได้
    #1,133
    0
  24. #1033 gift72 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 11:05
    แงงงงงงงงงงง
    #1,033
    0
  25. #1015 annelf10783 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 20:44
    อย่าทะเลาะกันน้าาาาา
    #1,015
    0