โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ

ตอนที่ 13 : Lost control

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,584
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 789 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

Lost control


 

            กระแส #แม็กเข็มยังไม่จบลงง่ายๆ ผมคิดผิดที่ว่าโซเชียลมีเดียเป็นสื่อที่พัดพาอะไรมาและผ่านไปเร็วกว่าสายน้ำ ฟูเฟื่องขึ้นมาราวระลอกคลื่นยักษ์ แล้วซาลงเหลือเพียงฟองและร่วงลงกลับสู่มหาสมุทร แต่ครั้งนี้มันเป็นคล้ายไฟที่ยิ่งโดนลมพัดโหมกระหน่ำยิ่งแสดงอานุภาพแผดเผาลุกลามไม่สิ้นสุด 

             “มาแล้ว ไอ้เบ๊บ มานี่เลย แกเคยเห็นแฟนเข็มทิศใช่ไหม ใช่คนนี้หรือเปล่า” 

            พี่ก้อยเรียกผมไปหน้าจอคอมตั้งแต่ยังไม่ทันวางตูดลงบนเก้าอี้ หลังคอมพิวเตอร์แม็กบุ๊คเครื่องใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์กลางเป็นแหล่งรวมพลของคนขี้เสือกไม่ต่างจากสภากาแฟ ผมวางเป้ลงบนโต๊ะ หันไปสบตาเข็มทิศก่อนเดินไปตามเสียงเรียกที่ไม่ละสายตาจากภาพหน้าจอเสียที 

             “อะไรพี่” 

             “มีคนโพสต์ว่าเข็มทิศเป็นแฟนกับคนนี้น่ะสิ แต่ก็มีคนแย้งว่าชะนีนางมีแฟนอยู่แล้ว เป็นหลานคนใหญ่โตในจังหวัดเสียด้วย” 

             “ใหญ่เท่าจังหวัดชุบแป้งทอดอ๊ะป่าว” ผมแกล้งถาม เห็นภาพถ่ายของเข็มทิศเดิมๆ ที่มีน้อยหน่าอยู่ข้างๆ หลายภาพ ภาพสุดท้ายถ้าไม่สังเกตก็แทบไม่เห็นด้วยซ้ำว่าจับมือกันไว้ แน่นอนว่านักสืบไซเบอร์กดซูมแล้ววงกลมสีแดงเน้นให้เห็นว่ามันจับมือกันจริงๆ เว้ย ซึ่งคงไม่เป็นประเด็นขึ้นมาหากไม่มีทวีตต่อมาว่าช่วงเวลาเดียวกันฝ่ายชายอีกคนก็อัพรูปแนบชิดกับน้อยหน่าแบบที่ใครเห็นก็ต้องรู้ว่าสองคนนี้แฟนกันแน่ๆ 

             “ยอมใจคนขุดเลย ตอนนี้น้องผู้หญิงตั้งแอคเคาน์เป็นไพรเวทไปแล้ว ทีมเสือกต้องรอวงในไปแคปรูปออกมา ยังไงยะ ยังไง ใช่คนที่แกเจอตอนนั้นหรือเปล่า” 

             ไม่ใช๊” เสียงสูงกว่านี้ก็ต้องไปพูดบนตึกใบหยกแล้ว เวรตะไล ทำไมต้องเป็นผมที่ตอบคำถามวะ ไม่ถามเจ้าตัวมันล่ะ “ก็เห็นอยู่ว่าเขาเป็นแฟนกับคนนี้ อ่านว่าอะไรฟระ คนห่าอะไรไม่มีสระในชื่อเลย” 

             “รน นะ พบ อ่านยากตรงไหน อีนี่ก็โง่ เชื่อได้ไหมเนี่ย” ตั้งแต่แฮชแท็กแม็กเข็มมาแรงพี่มะลิก็ไม่รักผมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าหรือน่ายินดีกว่ากัน 

             ซวยฉิบ อยู่เฉยๆ ก็มีคนมาขุดเทียบเวลากัน ขยันอย่างกับได้ค่าจ้าง” พี่แบงค์ว่าก่อนเดินออกจากวงเสือกไปคนแรก น้องฝึกงานเปิดประตูเข้าออฟฟิศต่อจากผมและเข็มทิศ ในมือหอบกาแฟเจ้าที่ผมกับเข็มทิศไปนั่งกินกันเมื่อวันก่อนมาด้วย 

             “ขอโทษครับ มาสายเลย ผมรอร้านเปิดอยู่อะพี่ มีอะไรกันเหรอ” 

             “ถามจีงงง” พี่มะลิลากเสียง มองผมสลับกับแก้วกาแฟในมือเด็กหนุ่มไปมา “นี่จีบจริงจังเหรอ” 

             “เห็นผมเป็นคนทำอะไรเล่นๆ หรือไงครับ”  

             “ไม่ใช่ แต่อีเบ๊บมันไม่ได้ชอบผู้ชายลูก” พี่มะลิปราม ผมเติมให้ในใจว่าไม่ได้ชอบผู้ชายทุกคน มีคนที่เป็นข้อยกเว้นอยู่ คนที่พี่กำลังเสือกเรื่องอดีตของเขานั่นแหละ 

             “ไม่ลองไม่รู้ๆ” มันฉีกยิ้ม ไม่มีท่าทีสลด พี่โหน่งหัวเราะพรืด แยกตัวกลับไปที่โต๊ะตัวเองอีกที ส่วนผมก็ตามกลิ่นหอมของกาแฟ จีบเรื่องของจีบ ผมเป็นคนประเภทเกลียดตัวกินไข่ครับ ยอมรับแบบคนไร้สำนึก “มีขนมครกด้วยพี่เบ๊บ” 

             “เออ ดีว่ะ ไม่ได้กินผักตอนเช้านานแล้ว ใส่ผักชีด้วย” 

             “ต้นหอมพี่” 

             “ผ่าง” ผมทำเสียงตบมุกราวชงไว้ เปล่าเลย กูแยกต้นหอมกับผักชีไม่ออก ไร้สาระ นั่งจ้วงขนมครกไม่ชวนใครทั้งสิ้น กาแฟก็ของผม ขนมครกก็ของผม ไม่รู้สะสมแต้มบุญไว้ตอนไหน วันดีคืนดีมีเด็กเอาขนมมาให้ถึงที่ จะบอกว่าเพราะหน้าตาดีก็ไม่มีอะไรไปปฏิเสธ 

             “เดี๋ยวๆ ยังไม่ได้ข้อสรุปเลย แล้วแฟนเข็มทิศคนไหนอะ ต้องมีรูปถ่ายบ้างดิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าอีที่ขุดๆ สมัยเรียนมาน่ะจะไม่ติดมาเลย มาชี้ตัวให้หน่อย อยากเห็นหน้า” 

             “อะไรเหรอครับ” แม็กถามเรื่องพี่ที่มะลิกำลังไล่ต้อน สองสาวของเฮาส์ไม่ยอมแพ้แม้ไม่ได้ข้อมูลจากผมสักแอะ จำไว้ครับ 42 คือเบอร์รองเท้าของไอ้จ่า ไม่อยากโดนกระทืบก็แสร้งทำเป็นไม่มีปากไปเสียบ้างก็ได้  

             “แม็กไปคั้นเมียมาซิ คนไหนเมียของเมีย” 

            ผมขอตั้งชื่อละครเรื่องนี้ว่าเดอะเมียอินเซปชั่น แม็กไม่สนใจเข็มทิศเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็หันกลับมา เสี้ยวเวลาผ่านปุบปับฉุบฉับ ไอ้ตัวละครเด่นของเรื่องลุกจากที่นั่งมาสอยกาแฟกับขนมครกไปทั้งถุง ไม่ขออนุญาต ไม่บอกกล่าว ไม่แม้แต่มีสีหน้าของคำว่ารู้สึกผิดอยู่ในนั้น แม็กส่งเสียงครางอย่างคนไร้ทางสู้ ตัวเข็มทิศไม่ใหญ่เท่าแม็ก แต่ใจหยาบยิ่งกว่ากระดาษทรายเบอร์ที่หยาบที่สุดในร้านวัสดุภัณฑ์ 

             หาเรื่องผมอีกแล้ว” 

             “เอาน่า” ข้าแต่ศาลที่เคารพ ผมพูดอะไรได้วะ คนหนึ่งก็น้อง อีกคนก็...เข็มทิศ “มึงเอาใจไอ้จ่าบ้างก็เวิร์คอยู่นา เดี๋ยววันพุธกูจะไปดูงานที่สิงคโปร์” 

             “พี่เป็นกกต.เหรอ” 

             “กกต.พ่อง ไปดูเทศกาลหนังเว้ย ได้บัตรมาจากพี่ป้อม” 

             “เชี่ย ไปดูนาฬิกาเพื่อน” 

             “เอาถาดตบหัวสักฉาดไหม ไม่ได้พูดเล่น เข็มทิศจะดูมึงช่วงวันสองวันนั้น” 

            คนทำฮาตาเหลือกเมื่อแน่ใจว่าผมจริงจัง มันชี้ไปทางรุ่นพี่คู่ขิงสลับกับหน้าตัวเอง “พี่เอาถาดมาตบหัวผมเถอะ ให้พี่จ่าสอนงาน” 

             “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเขาก็เอาเก้าอี้ทุ่มมึงให้เอง พนันไหมล่ะ” 

            เด็กฝึกงานฟุบลงกับโต๊ะ ทำท่าอ่อนระโหยโรยแรง งอแงราวคนไม่บรรลุนิติภาวะ ผมยีหัวให้กำลังใจมันหนึ่งทีแล้วเปิดคอมทำงาน พี่แบงค์แชร์คลิปรายการที่ออกไปถ่ายกับพี่โหน่งลงไดรฟ์รวม ล็อกอินไลน์แล้วดูงานที่พี่รูญแปะเป็นโน้ตไว้ในกรุ๊ป ของผมนอกจากไปดูงานที่สิงคโปร์แล้วต้องกลับมาเขียนคอลัมน์กับเก็บภาพมาทำคลิปลงเว็บด้วย ส่วนเข็มทิศเป็นเรื่องการทำสคริปต์โฆษณาตัวใหม่ที่ถือว่าเป็นผลงานทิ้งท้ายของเด็กฝึกงานรุ่นนี้ 

             “พอดีแหละมึง ยังไงงานสุดท้ายมึงเข็มทิศก็เป็นคนเขียนสคริปต์ มึงก็ต้องดีลด้วยอยู่ดี” 

             “เขาต้องให้ผมแต่งตัวทุเรศๆ แน่” 

             “เวอร์ มองคนในแง่ร้ายไปปะ” 

             “ผมน่ะนะมองคนในแง่ร้าย ผมอยากมองคนในแง่ร้ายจะตายไป โดยเฉพาะกับพี่อะ” 

             “โถโถโถโถโถโถโถ...” รัวถอถุงจนกว่าน้ำลายจะกระเด็นใส่หน้า “คนดีอย่างกูจะมีอะไรให้มึงมองในแง่ร้ายห้ะ ไอ้แม็ก” 

             “นั่นน่ะสิ แต่อยากมองพี่ในแง่ร้ายให้หัวใจได้หยุดพักบ้างจริงๆ นะ” 

             “เพลงพี่โป้ โยคี เพลย์บอยก็มาเว้ย” 

             “ผมว่าละ ว่าพี่ต้องฟังเพลงเก่า” 

             “มันก็ไม่เก่าขนาดนั้นปะวะ”  

            แต่เอาจริง ผมก็ยังไม่เคยเห็นหน้าพี่โป้นะครับ นี่สินะที่เรียกว่าศิลปะดีๆ ไม่มีวันตาย ไม่ว่าจะเพลง หรือภาพวาด ภาพยนตร์ อืม บางงานก็รอคนทำตายไปก่อนค่อยดังก็มี อย่างแวนโก๊ะที่ถ้าอดทนใจ ไม่ตัดหูตัวเองและฆ่าตัวตายไปเสียก่อนแล้วคงปลื้มใจน่าดูที่ผลงานตัวเองจะเลื่องชื่อลือชาขนาดที่แม้กระทั่งตายไปเกิดใหม่หลายชาติยังมีคนพูดถึงเรื่อยๆ  

             “กูแม่ง จะตายก่อนงานดังหรือเปล่าก็ไม่รู้” 

             “อะไรของพี่วะ” 

             “งานนี่ไง” ผมไล่สายตาบนจอคอม ไฟล์ไฟนอล ไฟนอลจริงๆ ไฟนอลสุดท้าย ไฟนอลแบบไม่แก้แล้ว ไฟนอลของไฟนอล ไฟนอลออฟไฟนอลออฟไฟนอล อันไหนงานล่าสุดที่กูต้องส่งให้พี่รูญวะ “แม็ก กูส่งไฟล์งานกาแฟเบลเนต์ให้มึงไปบ้างปะ” 

             “ไม่อะ ทำไมเหรอ” 

             “อันไหนล่าสุดวะ” 

             “พี่ดูวันที่ดิ” 

             “ไม่ใช่อะ ไม่ใช่ตัวนี้”  

            ผมจำได้ว่าตัดคลิปสองวินาทีท้ายสุดออกแล้วเพราะเสียงมอไซค์เข้ามาพอดี จริงๆ อยากให้วิวัฒนาการของ AI พัฒนาขึ้นเยอะมากๆ เอาให้มากถึงขั้นคอมพิวเตอร์เขกกะโหลกผมทีว่าอันไหนเป็นไฟล์ที่ใช้ อันไหนเป็นไฟล์ขยะ  

          แม็กไถเก้าอี้มาข้างๆ ช่วยผมดูหน้าจอที่ไม่บอกเฮียอะไรเลย เนียนเอาแก้มมาวางบนหัวไหล่ พร้อมเสียงของแก้วน้ำพลาสติกที่ยังเต็มไปด้วยน้ำแข็งชู้ตลงถังขยะดังฟุ่บทุกสายตาเลื่อนไปยังต้นกำเนิด ก่อนเบนไปหาแมนออฟเดอะแมชอัตโนมัติ เข็มทิศเคี้ยวน้ำแข็ง มองกลับมา แต่กลายเป็นผมที่กลืนน้ำลายดังเอือกแล้วค่อยๆ ลดหัวไหล่ลงจนโย้ขึ้นข้าง โย้ลงข้าง 

             “หัวมันหนักนักหรือไง” เข็มทิศถามแม็ก ก่อนเดินมาหามันหมุนจอแม็กผมรุนแรงจนถ้าเป็นคอคนอาจจะเคล็ดไปสามวันแปดวัน ผมรีบดันคอไอ้แม็กให้กลับไปอยู่บนบ่าก่อนจะหลุดออกจากตัวลงถังขยะเหมือนแก้วกาแฟที่มันซื้อมาให้ “ดูขนาดไฟล์ เทียบกับวันที่มึงเซฟ ไอ้เหี้ยนี่ตัดไปได้เลย แล้วปัญญาอ่อนหรือไงตั้งชื่อแบบนี้” 

             “ก็งานไฟนอลก็ต้องเขียนว่าไฟนอลปะวะ” 

             “แล้วมันเคยมีไฟนอลเหรอ” ถ้ามีจะมีไฟนอลของไฟนอล ไฟนอลแล้วโว้ย โผล่มาหรือไง ถามมาได้ “เซฟชื่องานแล้วเซฟเป็นวันที่ข้างหลัง ถ้าแก้วันละหลายรอบเซฟเป็นเวลาไปเลย ก่อนคุยกับลูกค้า หลังคุยกับลูกค้า หรือเปลี่ยนบรีฟจะได้ไม่งง มักง่าย พอจะหางานทำต่อก็เสียเวลา เป็นแบบนี้ทุกวัน” 

            โห บ่นยาวขนาดนี้เชื่อแล้วครับว่าเป็นลูกป้าจอย เข็มทิศแยกโฟลเดอร์ให้ใหม่ ก็อปไฟล์ที่มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นไฟล์ตัวหลังๆ ที่ผมทำค้างไว้ให้รวดเร็วต่อการค้นหา “ลองเช็กแค่นี้ เอาไฟล์ไหนก็ลงวันที่ไว้แล้วค่อยก็อปไปรวมกับโฟลเดอร์ตั้งต้น แค่จัดการไฟล์ยังไม่ได้ จะไปทำอะไรได้ ไม่ต้องไปแล้วมั้ง สิงคโปร์อะ” 

             “เง้อ...” 

             “เง้อพ่อง คิดว่าทำแล้วน่ารักเหรอ ล็อกอินไลน์ในคอมด้วย จะคุยว่าสอนแม็กทำอะไรไปบ้างแล้วจะได้สั่งงานใหม่ให้ทำ” เข็มทิศเดินกลับไปที่โต๊ะ ขยำถุงพลาสติกที่มากับขนมครกและใบเตยสดเย็บปาลงถังขยะใบเดิมแต่ไม่ลง ไอ้พี่แบงค์นั่งกลั้นขำใกล้ๆ ถ้าเป็นผมป่านนี้โดนแซวยับ เข็มทิศแม่งเป็นผู้มีอิทธิพลในเฮาส์ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ 

             “พี่เบ๊บ ผมว่าพี่จ่าหนักแล้วว่ะ แม่งโคตรหวงก้าง” 

             “มึงก็หนักแล้ว ลามปาม เดี๋ยวกูเพ่นกบาลแยก ทำเป็นเล่นอยู่ได้” 

             “จริงจังสุดแล้วเนี่ย” แม็กยังบ่นงุบงิบ ผมสบตากับเข็มทิศโดยบังเอิญแล้วหลุบตาลงมองหน้าจอที่แสดงการเคลื่อนไหวไปมาของสัญลักษณ์รูปลูกศรอย่างล่องลอย โทรศัพท์ผมสั่นถี่ๆ ในกระเป๋า นึกขึ้นได้ว่าเข็มทิศให้ล็อกอินไลน์ในคอมก็รีบเข้า ระบบยังทำงานไม่สมบูรณ์สติ๊กเกอร์กระโดดถีบก็เด้งขึ้นรัวจากผู้ส่งเพียงคนเดียว จะเป็นใครไปได้นอกจากไอ้เคธี่ เคที คิงดอมส์ไทรอัมพ์ แสดด เล่นเอาคอมผมค้างเลยครับ 

          “พอแล้ว เครื่องกูรวนแล้วเนี่ย!” 

            นั่งห่างกันแค่สองตีนถีบถึงยังจะส่งสติ๊กเกอร์กวนตีนอยู่ได้ ผมตะโกนด่าขณะที่เจ้าตัวแสร้งทำเป็นไม่รับรู้ นั่งหน้านิ่งเฉยรัวเมาส์ดังแก๊กๆ แก๊กๆ ไม่หยุด 

             “คุยกับใครวะไอ้เบ๊บ” พี่แบงค์ถามเพราะคู่สนทนามันเป็นนักเลงคีย์บอร์ดครับ นอกจอทำขรึม ถุย อยากให้ทุกคนเห็นหน้าตอนเสี้ยนจะเอา เรียกผมเบบี๋ทุกคำ  

             “คุยกับแม่ซื้อมั้ง” 

             “เออ แล้วไป” ไอ้พี่แบงค์อยากได้ถาดมาหาดหัว ร้อง “อะเจ๊ยยย...” ตามมาทีหลัง พอเถอะมุกตึ่งโป๊ะเนี่ย เก็บไว้เล่นกับลูกพี่โหน่งก็พอ 

            เข็มทิศหยุดกวนผมด้วยประโยคที่ส่งมาว่าหงุดหงิดแล้วก็หาย ไลน์ไม่ตอบ แถวนี้ไม่มีดัมเบลให้ยกเล่นเสียด้วย ไม่รู้จะแนะนำยังไง แล้วมึงหงุดหงิดอะไร ผมเหลือบตาไปเห็นแก๊งค์รีพอร์ตเตอร์ที่ยังยืนมุงหน้าคอมตัวใหญ่ตัวเดียวแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าคงยังติดหงิดในใจเรื่องน้อยหน่าล่ะมั้ง 

            Babe: พอจะรู้ไหมล่ะว่าใครเอารูปมาลง 

            ขึ้นเครื่องหมายรี้ดนะครับ แต่ไม่มีคนตอบ 

            Babe: ก็ไม่ได้มีรูปคู่นี่ จะหงุดหงิดทำไมวะ 

            เหมือนเดิมครับ อ่าน แต่ไม่ตอบ ควายตัวไหนมันบอกให้ผมล็อกอินมาแชทกับมันครับบอกที 

            Babe: อ๋อ เห็นรูปแล้วมันยอกในอก 

            ผมคว่ำปาก เป็นไปโดยอัตโนมัติครับ สาบานว่าไม่ได้เจตนา เห็นเงาสะท้อนจากไม้บรรทัดเหล็กบนโต๊ะแล้วก็รีบดึงหน้ากลับมาเท่ๆ เหมือนเดิม 

            KT: คิด 

            มิสเตอร์เคธี่พิมพ์ตอบกลับมาในที่สุด เสียงพิมพ์รัวเร็วแล้วเอ็นเทอร์แก๊ก แก๊ก พร้อมบทสนทนาที่เพิ่มขึ้นมาบนจอผม 

            KT: วิเคราะห์ 

            KT: แยกแยะ 

            เสียงรัวแป้นพิมพ์หายไป พร้อมกับพี่รูญเปิดประตูเข้ามา ผมไม่เสียเวลาค.ว.ย.ไปกับไอ้จ่า รีบประจ๋อประแจ๋หัวหน้าทันใด  

             “ผมจองตั๋วไปแล้วนะพี่รูญ เป็นไฟลท์เช้า ค้างหนึ่งคืนแล้วกลับสี่ทุ่ม เสาร์ทำงานต่อได้เลย ผมจองโรงแรมไว้แถวๆ สนามบินเลย นั่งรถไฟฟ้าแป๊บเดียวถึ...” 

             “ไอ้จ่าส่งไฟล์งานให้มะลิยัง เขียนสตอรี่บอร์ดส่งด้วยเดี๋ยวต้นเดือนหน้าจะยิงขึ้นหน้าเว็บเลย แบงค์งานเจ๊เกี๊ยวส่งอาร์ทเวิร์คเก้าโมงพรุ่งนี้นะ ส่วนเอ็งก็จัดการเคลียร์เด็กเอ็งก่อนส่งให้ไอ้จ่าให้เรียบร้อยด้วย” 

            ยังไม่ทันเล่าจบก็ถูกพี่รูญแร็ปใส่ไม่หายใจหายคอ วงเผือกเมื่อครู่ที่ยังสุมเซฟรูปเข็มทิศตามแฮชแท็กสลายหายไปเหมือนไม่เคยมีมาก่อน พี่ก้อยนั่งคร่ำเครียดกับจอคอมพิวเตอร์แบบปลอมๆ ก่อนเงยหน้าถาม 

             “อ้าว เบ๊บจะไปไหน” 

             “ไปสิงคโปร์ฮะ พี่รูญให้ตั๋วไปดูงานเทศกาลหนังที่นั่น” 

             “หนังพี่ป้อมได้เป็นหนังเปิดงานด้วยสินะ” 

             ทรู้ ทรู ทรู” ผมทำมือเป็นรูปปืนยิงไปหาคนพูด โยกตัวไปด้านหลังเลียนแบบท่าเต้นของวงแบล็กพิงค์เพิ่มความดี๊ด๊า ก่อนมีก้อนกระดาษโยนมา แม่นเป๊ะราวจับวาง ทิศทางที่มาก็ไม่กี่คนหรอกเล่นกันแบบนี้ 

             “น่ารำคาญจริงๆ เอ็งน่ะ ไปๆ กลับไปนั่งที่ ทำงานได้แล้ว อย่าลืมว่าไม่ใช่ให้ไปดูเฉยๆ ดูงานต้องได้งาน” หัวเรือแสร้งทำเสียงเข้ม ผมย่นจมูกบ่นงุบงิบ พอพี่รูญถาม “หรือจะไม่ไป” 

            ผมก็ทำเสียงเอ๊ง เอ๊ง เป็นหมาถูกฟาด ยกไหล่กลับโต๊ะแทบไม่ทัน ได้ยินเสียงหัวเราะหึดังมาจากแถวๆ โต๊ะที่เข็มทิศนั่ง เสียงหัวเราะที่คล้ายกับหยามเหยียดและสมเพชในลมหายใจเดียวกันนั้นไม่มีทางเป็นอื่นได้ เหลือบไปไม่เห็นพี่แบงค์นั่งอยู่แล้ว คงออกไปสูบบุหรี่ เข็มทิศย้ายที่จากโต๊ะตัวเองมาหน้าคอมพี่แบงค์ เสร็จโจร พี่แบงค์แม่งลืมล็อกเอาท์เฟสบุ๊กแน่นอนครับงานนี้

           “เออ เบ๊บ บ่ายนี้มีงานอะไรค้างไหม เดี๋ยวออกไปหาลูกค้าด้วยกันหน่อย”พี่จรูญตะโกนลั่นออฟฟิศอีกรอบ ผมขานรับแล้วถามต่อ

          “ใครอะครับ”

          “โซเนชั่น”

            ชื่อบริษัทเครื่องเสียงจากจีนที่กำลังตีตลาดไทยดังผัวะ ผัวะ ผมเองก็มีหูฟังตัดเสียงของแบรนด์นี้อยู่ตัว เป็นหูฟังขั้นเทพแบบที่ต้องหล่อเมพๆ เท่านั้นจะใช้ เดี๋ยวนี้งานน่าทำเข้ามามากขึ้น เดาว่าจากการกระแสแม็กเข็มที่ทำเอายอด reach มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พี่ดิววิ่งขายงานง่ายขึ้น เลือกงานที่ทำท้าทายเข้ามามากขึ้น เสียอย่างเดียวคือมีแต่งานโฆษณา ผมอยากทำหนังสั้นบ้าง อย่างน้อยหนังโฆษณาที่เป็นหนังสั้นก็ยังดี

           “เดี๋ยวออกไปด้วยกัน ส่งแม็กให้เข็มดูเลยแล้วกัน เดี๋ยววันพุธก็ไม่อยู่อยู่แล้วนี่”

           เข็มทิศกับแม็กสามัคคีกันกลืนน้ำลายดังเอื้อก คนยิ้มแก้มปริเห็นจะมีแต่แม่ยกแม็กเข็มที่ทำเป็นมองจอแต่เก็บความเริงร่าไว้ไม่ไหว บ้าบอจริงๆ ไม่รู้กันหรือไงว่าไอ้สองตัวนี้ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกันด้วยซ้ำไป

 





          “แจ้อยากได้ที่มันฮาๆ อะค่ะน้อง เอาแบบคนกลั้นขำกันไม่ได้เลย ไม่ใช่แค่เห็นแล้วอ๋อๆ อืมๆ ให้มันเป็นที่พูดติดปากกันด้วยว่าสินค้าของเราให้เสียงสมจริงแค่ไหน”

           ผมจดบรีฟใส่สมุดไม่มีเส้นด้วยลายมือที่ตัวเองแกะออกแต่เพียงผู้เดียวเมื่อหญิงวัยกลางคนซึ่งแทนตัวเองว่าแจ้วาดฝันภาพโฆษณาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ผิดเนื้อหา “แล้วก็เป็นตัวละครแบบโง่ๆ เลย คาแรคเตอร์โง่จัดแบบที่ว่านั่งเล่นเกมตอนกำลังอยู่ในสงครามงี้ เพื่อนตายไม่สน ขอเล่นเกมก่อน”

           ถ้าแบบใครตายช่างแม่งก็ต้องสาวก ROV เท่านั้น ทีมต้องการแทงค์ เฮ้ย ผมก็เคยเล่นอยู่

          “มู้ดแอนด์โทนก็เอาที่น้องว่าดีเลย ยังไงก็ได้”

           ไอ้ฉิบหาย คำว่ายังไงก็ได้ของลูกค้าแปลว่าอะไรรู้ไหมครับ แม่งหมายถึงแจ้แกมีอยู่ในใจแล้วแต่เอ็งเดาดูสิว่าจะเขียนมาถูกใจแจ้แค่ไหน ยังไงก็ได้ขอจัดให้อยู่ในพจนานุกรมอันดับต้นๆ ของคำว่าบรีฟเหี้ย เพราะมันมีที่เหี้ยกว่านั้นประมาณว่าแก้สิบรอบ เอางานแรกที่ส่งมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมเคยหัวร้อนโคตรๆ ตอนทำงานใหม่ๆ มานับครั้งไม่ถ้วน ชีวิตจริงต่างจากตอนเรียนคนละโลก ที่คิดว่าอาจารย์โหดแล้วในตอนนั้นความจริงคือแค่ขนมๆ ขนาดผมเป็นสายประกวดที่ตีโจทย์กรรมการแตกและมีอำนาจมืดจากคณะคอยช่วยดันตลอดยังอดเกลียดลูกค้าไม่ได้ เมื่อก่อนคิดว่าตัวเองเฉยๆ กับศาสนาอื่นนอกจากพุทธ เพิ่งรู้ว่านอกจากพุทธแล้วผมก็ไม่เคารพศาสนาใดที่มีพระเจ้าเลยเพราะคำว่าลูกค้าคือพระเจ้านี่ล่ะ

         “งั้นเดี๋ยวผมจะให้น้องเขียนสตอรี่บอร์ดกับสคริปต์ส่งให้พี่เก๋ดูก่อนนะครับ แต่สัปดาห์นี้บุรินทร์ต้องไปสิงคโปร์วันพุธ สักประมาณ...”

        “ส่งให้พี่ดูก่อนบินก็ได้ค่ะ พอกลับมาค่อยว่ากันอีกที ไปนานไหม”

        ไปนานไหมไม่ใช่ประเด็นโว้ยแจ้! ผมนั่งอยู่ถึงกับตาเหลือก เวลาที่คุยคือบ่ายสองครึ่งวันจันทร์ แปลว่ามีเวลาเขียนสตอรี่บอร์ดกับสคริปต์ให้ตรงกับงบหนึ่งวันกับอีกสองคืน ถึงจะเป็นโฆษณาสองนาทีแต่มันไม่ง่ายเลยนะโว้ย

        “ว่าไงจ๊ะ”

        “คืนวันศุกร์ก็กลับแล้วครับ”

         “โอเค พอดีเลย เช้าเสาร์พี่ยังว่าง”

         “โห เสาร์ผมมีติดออกกองน่ะครับ” พี่รูญพูดช่วย ป้าจะบ้าเหรอ นี่คนนะครับ ขอพักผ่อนบ้าง ถึงเครื่องบินบินไปสิงคโปร์จะใช้เวลาน้อยกว่าเดินทางจากเอกมัยไปสนามบินน้ำก็เถอะ “ถ้าเลื่อนออกไป...”

             “ออกกองงานของอะไรคะ”

             “เบียร์บุษยาน่ะครับ”

             “อ๋อ เจ้าใหญ่ด้วย งั้นบุรินทร์มาหาแจ้เองคนเดียวก็ได้ค่ะ เดี๋ยวแลกคอนแท็กไว้เลยเนอะ ทิปส์ซี่งานไวอยู่แล้ว นี่ได้ยินว่าเป็นตัวทีเด็ดของเฮาส์ด้วยใช่ไหม”

            ยิ่งกว่าน้ำท่วมปากครับ งานโซเนชั่นก็อยากได้ ไม่อยากมีปัญหาตั้งแต่งานแรกด้วย การทำงานในฝันจริงๆ แม่งสอนให้ผมฝันสลายได้รายวันเลยสิพับผ่า

             “แต่ว่า...”

             “ไม่เป็นไรพี่ ช่วงนี้ผมไม่ได้ถืองานอะไรไว้ด้วย แล้วก็ส่งไอ้แม็กให้เข็มทิศไปแล้ว” ผมขัดพี่จรูญต่อให้เขาพยายามจะออกหน้าช่วยอีกนิดก็ตาม ลูกค้าทรงนี้แข็งแกร่งกว่าท่านชัชชาติครับ พูดไปก็เหนื่อยเปล่า อีกอย่างผมก็คิดว่าไม่น่าเกินศักยภาพของตัวเองด้วย

             “ดีจ้ะ งั้นเดี๋ยวเราดีลกับแจ้เลยก็ได้นะ ได้ผลยังไงค่อยไปเล่าให้รูญฟัง จะได้ตัดกังวลได้งานนึง” คุณลูกค้าที่เคารพยิ้มจนเห็นลิปสติกที่เลอะฟัน ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่เจอลูกค้าบีบเวลา แต่มันเป็นปัญหาตรงที่ตอนนี้งานที่เข้ามาแม่งเยอะฉิบหาย แปลว่าผมอาจจะไม่ได้เข็มทิศเป็นดูโอ้ ไม่ได้มีพี่รูญคอยตรวจงานให้ รวมทั้งไม่มีไอ้แม็กเป็นลูกมือ จะดีจะชั่วก็แล้วแต่ตัวทำล้วน “โชคดีจังเลยนะ ทิปส์ซี่ได้เด็กไฟแรงไม่กลัวงานแบบนี้ไป จะได้ร่วมงานกันบ่อยๆ”

          หัวหน้าผมยิ้มแบบเหงือกแห้ง ประมาณว่าเอาริมฝีปากลงไม่ได้เพราะเหนียวติดเหงือก ใช้ศอกกระทุ้งผมที่สะเหล่อยื่นหน้าไปรับงานไม่ดูหินดูแดด แต่ถามจริง พี่รูญมีทางเลือกอื่นเหรอ เงินเขาก็อยากได้แท้ๆ

           “ขอบคุณครับพี่เก๋ แต่ถ้ามีปัญหาอะไรพี่ติดต่อผมได้เลยนะ น้องยังไม่เคยรับงานเดี่ยว ที่ออฟฟิศก็ยุ่งๆ ด้วย”

           “ตั้งแต่ยิงแอดส์ไอศครีมฮอกวอตส์ไปก็ยุ่งน่ะสิ เห็นว่าติดเทรนด์ทวิตเตอร์ด้วย”

           “ก็ได้เจ้านี้แก้สคริปต์น่ะครับ”

            แจ้เก๋แสดงความรู้สึกเชื่อมั่นในฝีมือผมผ่านแววตาขณะที่ตัวผมเองก็ยังร้อนๆ หนาวๆ ไฟในใจแรงและร้อนเร่า ติดก็แต่กลัวมันจะร้อนมากจนวกกลับมาเผางานนี่ล่ะ

             “อย่างนี้คุณรูญไม่ต้องกังวลแล้วมั้งคะ”

           จากเหงือกแห้ง ผมว่าตอนนี้ขึ้นมาจนดั้งแห้ง งานนั้นใช่ว่าได้ไอเดียปิ๊งแว๊บแบบสองวันโป๊ะป๊ะโป๊ะเป้ง อร๊าง งานออกเสียเมื่อไหร่ ช่วงเวลาเล็กน้อยที่แสนนานของเด้ดแอร์นั้นโทรศัพท์ผมส่งสัญญาณติ๊ง ติ๊ง ตะปบกางเกงหยิบมาปิดเสียงแทบไม่ทัน ปกติใช่ว่ามีคนติดต่อมากมายก่อนเข้ามาคุยกับลูกค้าก็เลยลืมปิดเสียงไปด้วย

            KT: ยังคุยกับลูกค้าอยู่ใช่ปะ

            KT: เห็นรถพี่รูญที่ลานจอดรถ

            ข้อความจากไอ้จ่าขึ้นแสดงที่หน้าจออัตโนมัติ ส่งผลให้ผมไล่สายตาอ่านทีละข้อความอย่างเสียมารยาท

            KT: เสร็จแล้วข้อความมาบอกด้วย กลับพร้อมกัน

             “มีอะไรหรือเปล่า”

            พี่จรูญถามเป็นเชิงว่ารอแยกกับลูกค้าก่อนค่อยอ่านแชทสิโว้ย ผมปิดเสียง คว่ำหน้าโทรศัพท์ลง ส่ายหัวปฏิเสธ “ไม่มีอะไรครับ”

             “โอเค งั้นแจ้ไม่กวนแล้วดีกว่าเผื่อว่ามีธุระกันต่อ อันนี้นามบัตรแจ้นะจ๊ะ เม็มเบอร์โทรศัพท์แล้วจะลิงค์เข้าไลน์เลย ติดต่อทางนี้จะตอบไวกว่าเมล งานเสร็จ จะเข้ามาคุยก่อนไปสิงคโปร์ก็ได้ เผื่อว่าว่างตรงกัน”

            ที่สุดของแจ้เป็นแบบนี้ นี่กะไม่ให้ผมหลับนอนบ้างหรือไง รีบนักไม่สั่งตั้งแต่ชาติที่แล้ววะครับ ผมก่นด่าในใจ มั่นใจว่าพี่รูญก็คิดเหมือนกันแต่ก็ได้แต่ยิ้มแห้งจนถึงหน้าผากก่อนร่ำลาลูกค้าเงินหนาตามมารยาท ผมยกมือไหว้ก่อนออกจากห้องกระจกของสำนักงานในตึกสูงกลางตัวเมือง เมื่อออกมาจากห้องประชุมขนาดเล็กก็เห็นบรรยากาศของออฟฟิศเชี่ยนในชุดสุภาพ นั่งหลังคอมพิวเตอร์ มีเซ็ตผลไม้รถเข็นวางบนโต๊ะประปราย ก่อนเอาบัตรจอดรถของพี่รูญไปแสตมป์ที่แอดมินจะได้ไม่ต้องเสียค่าจอดที่ราคาแพงกว่าข้าวกลางวันสองวันรวมกัน พี่รูญกดลิฟต์รอ ยังเก็บอาการ เมื่อลิฟต์มารับ ทันทีที่ประตูเหล็กปิดก็บ่นยืดยาวถึงระยะเวลาที่จำกัดกับความคาดหวังที่สูงลิ่วของแจ้เก๋ที่ตั้งไว้กับผม

             “มึงเคยเห็นคนถูกหวยสองครั้งซ้อนเหรอวะ ไอ้เหี้ย ไม่มีทาง”

            เริ่มแล้วครับ ผมเข้าใจว่าโซเนชั่นแม่งกะให้งานนี้ติดเทรนด์เหมือนงานไอติมที่โคตรฟลุ๊กรอบก่อนซึ่งแน่นอน น้อยคนนักที่จะถูกหวยสองรอบติด

             “เอาไอ้แม็กเล่นอีกได้ปะพี่”

             “เกร่อสัด อีกอย่าง รอบเบียร์บุษยากูแทบยกเมียตัวเองให้เข็มทิศช่วยรับงานคู่ไอ้เจ้าแม็กแล้ว มากกว่านี้ต้องกราบตีนถึงจะยอม”

             “โห ยอมเสียสละสิ่งที่มีค่าที่สุดให้ลูกน้อง”

              “เปล่า ขู่มันว่าถ้าไม่รับงานต้องรับเมียกูไปเลี้ยง”

             อันนี้ได้ ยอมแพ้ ผมไม่รู้จักภรรยาพี่จรูญเป็นการส่วนตัว แต่รู้ว่าเป็นเครื่องบูชาขึ้นหิ้ง กล่าวคือห้ามแตะต้องถ้าไม่จำเป็น เหมือนเด็กๆ ที่ห้ามล้อชื่อพ่อแม่นั่นล่ะครับ

              “แล้วเมื่อกี้มีอะไรหรือเปล่า ข้อความเข้าทำหน้าตกอกตกใจ”

 ลิฟต์ไต่ระดับลงมาเรื่อยๆ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง ข้อความสุดท้ายคือเข็มทิศบอกว่าคุยงานเสร็จให้ผมติดต่อกลับ

            Babe: เพิ่งคุยเสร็จ อยู่ไหนอะ

            KT: ร้านกาแฟตรงข้ามST tower

            Babe: อ้าว มาทำอะไร แล้วแม็กล่ะ

            KT: สั่งงานไว้แล้ว อยู่ออฟฟิศ ฝากพี่แบงค์ดู ห่วงมันเหรอ

            Babe: เปล่า ก็ยังไม่เลิกงาน แล้วมาทำอะไร

            ผมเห็นเครื่องหมายอ่านปรากฏบนหน้าจอ แต่ไม่ตอบ พี่รูญกดโทรศัพท์ของตัวเองไปด้วยเลยไม่ได้คาดคั้นเอาคำตอบ เมื่อลิฟต์มาถึงชั้นที่เชื่อมต่อกับลานจอดผมก็อ้ำๆ อึ้งๆ

             “เฮียกลับไปที่ออฟฟิศอีกหรือเปล่า”

             “กลับดิ ทำไม จะไปไหน”

             “ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบ ทำปากจู๋ “เข็มทิศอยู่แถวนี้ ผมว่าจะไปหามัน ไปนั่งคิดงานที่ร้านกาแฟด้วยเลย กลับไปเดี๋ยวไอ้แม็กป่วนไม่ได้งานพอดี”

             “ตามใจ แล้วไอ้จ่ามาทำอะไรข้างนอก”

             “ไม่รู้ครับ ถามแล้วมันไม่ตอบเหมือนกัน สงสัยจะตีกับน้อง”

             “ไอ้นี่ก็พิลึก” พี่รูญเห็นด้วยกับผม และเชื่อว่าเป็นความเห็นเดียวกับคนส่วนใหญ่ในเฮาส์ “ปกติไม่ใช่คนเรื่องเยอะแท้ๆ กลับตั้งท่ากับไอ้แม็กแบบไกล่เกลี่ยไม่ลงเลย”

             “มันไม่ชอบเด็กๆ มั้งครับ ถือตัวนิดนึง”

             “ถ้าคิดแบบนั้นก็ไม่น่าชวนเอ็งไปอยู่ด้วยตั้งแต่แรกแล้วมั้ง” พี่รูญหมายความว่าไงครับ ผมขอคำจำกัดความที่ชัดเจน “มีแต่คนบอกว่าไอ้แม็กนี่นะเป็นคนน่ารำคาญพอๆ กับเอ็งเลย แต่ดีคนละอย่าง นั่นน่ะหน้าดี”

             “ผมก็หน้าดีปะ”

             “หน้าด้าน”

             “โหย พี่” สวนกลับไม่ได้ ในฐานะคนที่รับผมเข้าทำงานรวมทั้งคนให้ตั๋วไปสิงคโปร์ก็ด้วย ได้แต่แกล้งชกเบาๆ ที่ไหล่ พี่รูญหัวเราะ สะบัดมือไล่

             “จะไปไหนก็ไป แล้วเสือกไปรับปากพี่เก๋ว่าทำได้ทำให้ได้นะมึง ถ้าไอ้จ่าเสร็จโปรเจ็กต์มันแล้วก็ลองถามดู เผื่อมีไอเดียเมาๆ ไปเสนอ อย่าเลทนะ”

             “เชื่อมือผมดี้” ทำเสียงสูงเหมือนพูดอยู่บนดอยสุเทพ แต่ความมั่นใจในระดับหลังเต่าครับ จะตื่นเต้นเรื่องไปงานที่สิงคโปร์ก็ไม่สุด เหมือนคนอึหักใน จะต้องพูดยังไงให้เข้าใจความรู้สึกนี้ดี “เดี๋ยวผมส่งงานให้พี่สกรีนก่อนคุยกับพี่เก๋ เปิดเสียงแช็ทรอได้เลย”

             “ปากดีจริงๆ แล้วผัวเอ็งรออยู่ไหน เดี๋ยวไปส่ง”

            นาทีนี้แหย่อะไรก็ไม่สะดุ้งเท่าแหย่ว่าเข็มทิศเป็นผัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็แหย่กันเรื่องนี้เป็นปกติเสียด้วยซ้ำ หรือว่าพี่รูญสังเกตได้วะ ไอ้เหี้ยจ่า ก็มึงเล่นมาธุระแถวที่ที่ผมคุยกับลูกค้าพอดีพี่รูญต้องรู้แน่เลยว่าผมกับมันมีอะไรมากกว่าเพื่อน เวรแล้ว ผมควรทำไงวะ เลิกลักไปหมด ก็บอกว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสองคน แม่งเล่นแสดงออกขนาดนี้มองจากดาวพฤหัสก็รู้แล้วปะว่าผมกับเข็มทิศ...

             “อยู่ร้านกาแฟตรงข้ามตึกฮะ พี่ต้องยูเทิร์นรถอยู่แล้วปะ ผมติดไปลงตรงนั้นก็ได้ แต่...มันชัดขนาดนั้นเลยเหรอวะพี่”

            คู่สนทนากดรีโมทเปิดรถ ผมก้มหน้าก้มตาถาม สวมตัวเข้าไปนั่งบนรถส่วนตัวของหัวหน้า เสียบเบลท์โดยไม่สบตากับพี่จรูญ ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ ก่อนประตูรถปิดและเครื่องยนต์สตาร์ท

             “ก็ไม่นะ เหมือนเพื่อนกันทั่วๆ ไป”

             “แต่พี่รู้ไง”

            รถขยับออกจากลานจอด หมุนตามทางเดินรถกระทั่งออกจากตัวตึกมาถนนใหญ่ ตรงข้ามตึก ST ของบริษัทโซเนชั่นมีร้านกาแฟร้านเดียวตั้งเด่นเป็นเอกลักษณ์ ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานรถบนถนนในเมืองใหญ่ค่อนข้างโล่ง แค่สามนาทีฟอร์จูนเนอร์รุ่นล่าสุดก็เทียบข้างทางเปิดไฟกะพริบหน้าร้านให้ผมลง พี่รูญไม่ตอบคำถาม เขาเปิดเพลงพลางผิวปากใจเย็นตลอดการเดินทางอันแสนสั้นแต่บีบหัวใจผมเหลือเกิน ถ้าพี่รูญรู้แล้วคนอื่นแม่งจะไม่รู้ได้ไงวะ เขาอยู่ออฟฟิศน้อยกว่าไอ้พี่แบงค์ หรือบรรดาสาวนักจินตนาการของเฮาส์เสียอีก

             “รู้ตอนเอ็งถามว่าชัดขนาดนั้นเลยเหรอนี่ล่ะ เข็มทิศออกมาทำงานข้างนอกก็เป็นปกติของมันอยู่แล้ว เฮาส์เราก็จำกัดเรื่องการนั่งทำงานในออฟฟิศเสียเมื่อไหร่ อย่าร้อนตัวมากไอ้เปี๊ยก ลงไปได้แล้ว เดี๋ยวตำรวจเรียก”

            ผมมุ่ยหน้าลงจากรถ ยกมือไหว้พี่รูญ กอดกระเป๋าเป้ที่จุโน้ตบุ๊คไว้กับอกก่อนเดินเข้าร้าน เข็มทิศนั่งโต๊ะเล็กสำหรับสองคน มีแก้วกาแฟร้อนกับครัวซองก์กัดไปสองคำ สังเกตเห็นไม่ยาก เมื่อผมโยนตัวเองลงบนเบาะเขาก็ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมอง

             “อะไร”

             “พี่รูญรู้เรื่องคุณกับผมว่ะ”

             “เหรอ” เขาถามเสียงเรียบ ไม่ได้ตื่นตกใจเหมือนผม “แล้วเขาว่าไง”

             “เฮียบอกอย่าร้อนตัวให้มาก”

            เอ๊ะ...

            เข็มทิศยืดตัวขึ้น พาดขาไขว่ห้างด้วยท่าทีสบายๆ กดสายตามองมาที่ผมด้วยสายตาประเมิน ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายกาจราววิญญาณหมาป่าจากหนูน้อยหมวกแดงเข้าสิง วางข้อศอกลงบนที่พักแขน กระดิกนิ้วเบาๆ ตามจังหวะเพลงเบาๆ ที่เปิดในร้านสราญรมย์

             “แปลว่า...” เสียงนุ่มทุ้มถามให้ผมทบทวนตัวเอง

             “แปลว่า...”ผมทวนคำถามนั้นกับตัวเองอีกครั้ง

             “อืม...แปลว่า”

            แปลว่าเบ๊บโป๊ะแตกเองไงครับ ผมนั่งกุมขมับ ขณะที่คู่กรณียกกาแฟขึ้นจิบใจเย็น ยกโน้ตบุ๊กขึ้นพิมพ์งานต่อราวเรื่องที่ผมหลุดไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเอง หรือไม่ก็ทำนองว่าเรียนผูกก็เรียนแก้เองนะไอ้หนู

             “ทำไงดีวะเข็มทิศ คือผมนึกว่าเฮียจับพิรุธว่าคุณมารอรับหรือเปล่าเลยถามว่ามันชัดแค่ไหนโว้ย ไอ้ห่าเบ๊บ ทำไมโง่แบบนี้วะ สันหลังหวะฉิบหาย”

            ผมดึงทึ้งหัวตัวเอง ไม่อยากเชื่อว่าแม้แต่นาทีที่พี่รูญเฉลยว่าจับโป๊ะได้เพราะผมเฉลยคำตอบยังไม่เฉลียวใจว่าเกิดจากอาการกินปูนร้อนท้องของตัวเองสักนิด จะแก้ตัวตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ได้แต่ภาวนาอย่าให้พี่รูญเอาไปบอกใครในเฮาส์เลย ผมยังอยากกลับไปทำงานเหมือนเคย ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงครับ ได้โปรดที่นี่เล่นกันยับยิ่งกว่ากระดาษหนังสือพิมพ์เมื่อชาติก่อนขยำแล้วคลี่ออกมาเสียอีก

            เสียงหัวเราะดังเบาๆ เขาส่ายหัวกับความประสาทแดกของผมและยังปฏิเสธที่จะช่วยรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มิหนำซ้ำยังชวยให้ความรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ชัดเจนเป็นร้อนฉ่าบนในหน้าด้วยประโยคเบาๆ ที่ว่า

             “ก็มารอรับจริงๆ นี่ จะเข้าใจยังไงก็แล้วแต่เขา”

            ดวงตาสีดำขลับวาววับสบกับผมแล้วหลุบลง แก้มเข็มทิศขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย ผมรู้ว่าเขาเขิน แต่คงเทียบไม่ได้กับตัวเองที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงจนกลบเมโลดี้ของเพลงในร้าน กลืนน้ำลายลงเอือกก่อนลุกขึ้นจนเก้าอี้ขูดลากพื้นดังครืดยาว

             “ไปสั่งกาฟีก่อน”

             “กาแฟ”

             “เออ นั่นแหละ”ผมตอบห้วนดีที่มีสติพอวางกระเป๋าโน้ตบุ๊กบนโต๊ะไม่ให้หล่นตอนผุดลุกยืน

            เข้าใจว่าเรียนจบความรู้สึกขนมๆ ตอนมีความรักมันควรเหือดแห้งหายไปแล้ว ทำไมจู่ๆ มันเกิดขึ้นได้อีกครั้งกับผู้ชายร่างหมีหน้าไม่รับบุญแบบนี้ได้วะ ไม่ฮาร์ดคอเลย อ่อนโยนกับใจเหมือนอายุลดลงสักแปดสิบปีทั้งที่เพิ่งอายุสี่สิบกว่าๆ

ผมกำมือจนเปียก เช็ดถูๆ กับกางเกง ยืนมองชื่อเมนูตรงหน้าเคาน์เตอร์แล้วสั่ง

             “เอา...อเมริกานี่ กินโน่นครับ”

            ไม่ใช่สิ “หมายถึงอเมริกาโน่ กินที่นี่ครับ”

            พนักงานอมยิ้ม เสียงกดคีย์ข้อมูลลงบนแป้นพิมพ์ต๊อกแต๊ก ส่วนผมยืนโง่สูดลมหายใจเข้าลึก ออกยาวก่อนจ่ายเงินแบงค์ห้าสิบหนึ่งใบ

             “ไม่ต้องทอนครับ”

              “หกสิบห้าบาทค่ะ คุณลูกค้า”


              อรุ่ก..


            เขินจนเสียอาการแม่งเป็นอย่างนี้นี่เอง!



#WestonWednesday

มาแน้ววว สี่ทุ่มกว่า เวลากำลังแจ๋ว(ใครแจ๋วกับหล่อน พาหนุ่มๆ มารายงานตัว ตอนนี้มีคนร้อนตัวทำเรื่องหลุดไปคนนึงแล้วนะฮะ ขอแฮชแท็ก #พ่อก็คือพ่อ ให้พี่รูญหนึ่งดอก  พระเอกของเรากินเรียบมาก ทั้งอิเบ๊บทั้งขนมครก สงสารแต่น้องแม็กของพี่

ตอนที่แล้วเบ๊บโดนคนอ่านฟาดก้นลายเลย สงสัยจะโดนเฆี่ยนจนจบเรื่อง /พรากส์ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์นะกั๊บ อ่านสนุกมากเลย 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 789 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,069 ความคิดเห็น

  1. #2029 PCB614 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 09:56
    โอ๊ย55555555
    #2,029
    0
  2. #1999 atmosphere_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 08:16
    เบ๊บลูก555555555 ขำ55555555
    #1,999
    0
  3. #1986 Bellex (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:56
    โอ๊ยยยย

    ขำมากค่ะ

    ขำไม่หยุด 5555 น่าเอ็นดูเบบี๋มากก
    #1,986
    0
  4. #1969 Biekps99 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:03
    โอ้ยยยยย เจ็บท้องไปหมดแล้ว
    #1,969
    0
  5. #1918 heykiki (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 21:11
    เอ็นดูไอต้าวเบ๊บบี้ 55555555555
    #1,918
    0
  6. #1896 m51t (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 01:49
    เอนดูววว
    #1,896
    0
  7. #1879 Tofu_Jcbsmm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 14:11
    ลู้กกกกก5555555555555
    #1,879
    0
  8. #1873 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 02:22
    คุณเคทีก็คือยัง ยังนิ่งอยู่อีก แต่คิดไปคิดมาเขาก็ไม่รู้อะเนอะว่าเบบี๋อยากจะคบกันหรือพอใจจะเปนแบบนี้ไปเรื่อยๆ
    #1,873
    0
  9. #1835 peachpk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 09:50
    เบ๊บ 5555555555555
    #1,835
    0
  10. #1827 Gxbuide (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 23:46
    ขำมุกอเมริกานี่กินโน่นมาก เบ๊บ555555555555555555
    #1,827
    0
  11. #1820 รักไรท์ทุคน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 11:30
    อเมริกานี่ กินโน่น5555 อิหยังวะ555555
    #1,820
    0
  12. #1804 HaeMay (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 23:10
    จ่านี่เห็นนิ่งๆพูดทีคือเบ๊บไปไม่เป็นเรยเนี่ยย
    #1,804
    0
  13. #1786 priyatida_tt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 14:59
    เบ๊บบบบบบบ555555555
    #1,786
    0
  14. #1767 Pantawan Khaokaew (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 21:14
    อิเบ๊บบบบบบ
    #1,767
    0
  15. #1717 youyougyu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 21:26
    น้องเบ๊บบบบ อยากตีแรงๆ โป๊ะจริงๆ 555555 แต่เห้ย เข็มทิศเขินด้วยเว้ยย ชอบเวลาเข็มทิศอมยิ้มด้วย
    #1,717
    0
  16. #1677 Angzaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 16:05

    เขินนนแรงน่ะเบ๊บ
    #1,677
    0
  17. #1649 คนใจจะวาย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 22:09
    ใจเย็นเบ๊บบบบ
    #1,649
    0
  18. #1587 Vivachoco (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 04:48
    ขั้นกว่าของเลิกลัก
    #1,587
    0
  19. #1566 PINKLAND (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 23:47
    ขำเบ๊บ555
    #1,566
    0
  20. #1556 D-Sooo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 10:24
    เบ๊บโป๊ะแตกจ้า 5555 ขำอ่ะ
    #1,556
    0
  21. #1543 YUK (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 12:59

    เบ๊บเอ้ยยยยยย

    #1,543
    0
  22. #1524 joy6004 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 08:58
    โอ๊ยยยย!!! เบ๊บตลกอ่ะ 555
    #1,524
    0
  23. #1517 pintha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 18:41
    กินโน่นเลยนะเบ๊บนะ5555555555555
    #1,517
    0
  24. #1506 Horizon_right (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 12:49
    โป๊ะเอง 5555555555555555
    #1,506
    0
  25. #1489 Srnoey (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 06:45
    แด๊ดดี้เหลือเกินค่ะพี่เข็มขาาาาา หนูเบ๊บโป๊ะสุด555555555
    #1,489
    0