โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ

ตอนที่ 12 : Let’s do it

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 818 ครั้ง
    30 มี.ค. 62


Let’s do it









         “แล้วที่ออฟฟิศไม่มีผู้หญิงเลยเหรอ” 

          กลิ่นข้าวของที่บ้านเป็นกลิ่นข้าวหอมมะลิผสมกับไรซ์เบอรี่หุงใหม่ๆ ไอร้อนลอยออกมาจากหม้อ ตามติดมากับทัพพี กลิ่นนั้นมีส่วนผสมเค็มๆ ของต้มจืดเต้าหู้หมูสับที่ตั้งกลางโต๊ะ ปลาทับทิมสามรสทอดกรอบจนเหลือง แกงส้มชะอมกุ้งที่กุ้งตัวโตกว่าร้านตามสั่งสามร้านรวมกัน นอกจากนี้ยังมีไข่เจียวที่อุดมไปด้วยผักและวุ้นเส้น สูตรเฉพาะของแม่ น้ำพริก ผักลวก มะม่วงสุกรออยู่นอกวงหลังทานมื้อเย็นเสร็จ ผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากรอกินและล้างจาน ทำอาหารไม่เป็น มากสุดก็ต้มมาม่าต้มไข่ ดังนั้นปลอดภัยที่สุดของกระเพาะตัวเองคือการซื้อกิน หรือรอฝีมือแม่ที่ชวนน้ำลายสอทุกที 

           “ก็มีนะ แต่เป็นรุ่นพี่อะ” 

           “แล้วออฟฟิศข้างๆ ไม่มีผู้หญิงเลยเหรอ พวกดาราที่มาถ่ายงานก็ได้” 

           “ก็มี แม่ถามทำไม ดาราเขาไม่ค่อยอยากมายุ่งกับเด็กโนเนมอย่างพวกผมหรอก เอาจริง” 

            “แหม ก็ถามดู ตั้งแต่เลิกกับคนเก่ายังไม่เห็นมีใครมาอวดแม่เลย” 

            “แม่กลัวเป็นเกย์” พ่อที่นั่งกินไม่ชวนใครเฉลยในท้ายที่สุด บ้านผมเป็นบ้านเล็กๆ หมายถึงจำนวนสมาชิกในบ้านมีแค่ผม พ่อ แม่ แต่ขนาดพื้นที่ใหญ่โต มรดกตกทอดมาจากอากง โคตรตลก ผมมีอากง แต่ไม่มีป๊า ไม่มีม้า มีแต่พ่อกับแม่ พอถามก็ได้คำตอบว่าไม่อยากให้แต๊ะเอีย อย่างนี้ก็ได้เหรอวะ 

            “เนี่ย วันก่อนป้าจอยมาปรึกษาแม่เรื่องพี่เข็ม” เกือบลืมไปแล้วว่าผมเคยเรียกเขาว่าพี่เข็มมาก่อน อิ้ว สยิวกิ้ว จำได้แต่เข็มทิศเคยเรียกผมว่าเบบี๋ อิ้ว อันนี้ก็สยิวกิ้ว เกิดกันห่างเดือนทำไมแม่ๆ ชอบให้ลำดับญาติกันนักไม่รู้ “แม่เห็นโฆษณาที่พี่เข็มเล่นยังตกใจอยู่เลยว่าป้าจอยไม่ดุเอาเหรอ” 

            “แม่มันคงรู้พร้อมคนทั้งประเทศอะ ไม่ทันได้ดุ” ผมว่า กับข้าวบ้านนี่มันอร่อยจริงโว้ย  

            “ก็นั่นน่ะสิ แล้วเราน่ะ ยังไง อยู่กับพี่เขาไม่ใช่เหรอ” 

            “แล้ว???” 

            “พี่เขาไม่ได้ทำอะไรแปลกๆ ใช่ไหม” 

            “ไม่ครับ” ไม่เหลือ ไม่ใช่แค่พี่เข็มของแม่ที่ทำอะไรแปลกๆ กับผม ผมก็ทำอะไรแปลกๆ กับพี่เข็มเหมือนกัน มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะแม่ “แม่ระแวงอะไรเนี่ย” 

            “แม่เข้าไปดูในเฟสบุ๊กเราไม่เห็นมีอัพเดทอะไรเลย ล่าสุดก็เมื่อเดือนที่แล้วที่แชร์งานล่ะมั้ง” 

           แน่นอนครับ ผมสร้างโลกสองใบไว้พร้อมๆ กัน โลกหนึ่งเป็นเฟสบุ๊กของผมจริงๆ อีกโลกเอาไว้ให้แม่กับญาติแอด จะบ้าเรอะ เพื่อนผมลามกจกเปรตกันตั้งแต่สมัยเรียน ถึงแม่จะเป็นคนเปิดใจมากๆ นะแต่ไม่ได้หมายความว่าญาติจะเป็นแบบนั้นด้วยนี่ครับ  

            “เข็มทิศไม่ได้เป็นเกย์หรอกแม่ ก็แค่งาน ผมเป็นคนเขียนสคริปต์โฆษณาตัวนั้นเอง นี่เดี๋ยวมีออกอีกงาน พี่รูญเอาไปเป่ากระหม่อมมาเมื่อวาน เล่นกับน้องคนเดิมนั่นแหละ เป็นเด็กฝึกงานที่บริษัท” 

            “โอ๊ย ยิ่งใกล้ชิดกันใหญ่เลยเราก็อย่าไปยุ่งกับพี่เขามากนะ ใครจะไปรู้ว่ากิ๊กกั๊กกันจริงหรือเปล่า นี่ป้าจอยสติแตกไปเลย เมื่อวานเพิ่งมีคนส่งรูปเข้ามาในกรุ๊ปไลน์ถามว่าอยู่ด้วยกันเหรอ แม่นะรีบแก้ตัวให้เลยว่าพี่เข็มอยู่กับหนู ไม่อย่างนั้นป้าจอยต้องตามล่าหาแน่ๆ ว่าไปอยู่ที่ไหน” ผมเพิ่งได้ข้อสรุปวันนี้ว่าไม่ต้องเดาเลยว่าแม่เข็มทิศจะโผล่มาที่ห้องหรือเปล่า เพราะขนาดที่อยู่เขายังไม่บอกแม่ด้วยซ้ำ “เห็นเงียบๆ นี่ดื้อใช้ได้เลยนะนั่น แต่ก็อย่างว่าแหละ พ่อเขาช่วย ดีที่รักดี ไม่เสียผู้เสียคน ตัวแสบจริงๆ”  

            “แม่ก็พูดเหมือนเจ้าเบ๊บเป็นเด็กดีนักล่ะ” พ่อหัวเราะ คีบกุ้งตัวโตที่ผมเล็งไว้ไปต่อหน้า บ้านนี้ไม่มีหรอก ตัวนี้อั๊วให้ลื้อ ไม่แบ่งคราย มีแต่ลุกที่หลังล้างจาน “แล้วจะเป็นเกย์ก็ไม่เห็นดื้อตรงไหน” 

           ตอนแรกจะงัดกับพ่อ ประโยคหลังผมแท็กทีมพ่อครับ ฟ้ารักพ่อ แม่ก็พูดเกินไป “โตๆ กันแล้วดูอย่างไอ้เบ๊บสิ ไม่ใช่เบบี๋ของแม่แล้วนาอ้วนปุ๊กเป็นอาเสี่ย เดี๋ยวซื้อทองปลอมเส้นเป้งๆ ไว้รอเลย สักสามสิบหนีไม่พ้นนั่งหน้าคาเฟ่” 

            “ขอทองจริงๆ ไม่ได้เหรอ สิ้นเดือนนะแทบจะเฉือนเนื้อตัวเองกิน ชักหน้าไม่ถึงหลังเลยพ่อ” 

            “ปีกกล้าขาแข็งออกไปนอกบ้านแล้วจะเอาอะไร ฮึ” แม่ยังบ่นน้อยใจไม่หยุด ตั้งแต่วันที่ขอย้ายออกไปอยู่กับเข็มทิศ
แล้ว แน่นอน ถ้าไม่ใช่พี่เข็มที่บังเอิญรู้จักกันยันโคตรเหง้าผมก็คงโดนกระเง้ากระงอดกว่านี้ ไม่ใช่ว่าห่วงจะเอาตัวไม่รอด แต่เพราะก่อนหน้านี้ผมก็ไปเรียนที่ต่างจังหวัด ไม่ได้อยู่ที่บ้านเป็นประจำอยู่แล้ว 

            “ผมก็มีเวลาให้แม่อยู่นี่ไง นี่ครับๆ เบ๊บตักไข่เจียวให้ เอ๊ะไม่ได้ๆ คอเรสเตอรอล ผมเสียสละกินเอง” 
แม่มองค้อนขวักเมื่อผมเฉี่ยวช้อนกลางไปที่จานของแม่แต่แหมะไข่ก้อนโตลงบนจานตัวเอง แต่ยังไม่ทันเสร็จพิธีการ โทรศัพท์ก็เข้าเสียก่อน ไม่รับไม่ได้เสียด้วย 

            “อ๊าบ อี้อูน” 

            “เบบี๋ เคี้ยวให้หมดก่อนค่อยคุย” แม่หันมาดุ ผมรีบๆ กลืนไข่เจียวลงคอ ตามด้วยดื่มน้ำตามเยอะๆ ระหว่างพี่รูญแจ้งข่าว 

            “เฮ้ย ไอ้เบ๊บ สนใจไปดูเทศกาลหนังที่สิงคโปร์เปล่า” 
 
           “ไม่ไปอะ ขี้เกียจ อาหารสิงคโปร์ไม่อร่อย” 
 
           “อ้าวเหรอ เห็นชอบพี่ป้อม เนี่ยแกส่งบัตรมาให้ พอดีหนังสั้นที่แกทำเอาไปฉายเปิดงานที่นี่ ถ้าไม่เอาจะได้ให้คนอื่นไป” 
 
           “เฮ้ยๆ ไปพี่ ผมใช้สิทธิ์กลับกลอก พี่ป้อมส่งบัตรมาเองไม่ไปได้ไง โอ้ยๆ ไปครับๆ กี่วันครับ ได้ครับพี่ ผมจะวิ่งไปเก็บกระเป๋าเดี๋ยวนี้เลยครับ”

            “ให้โอกาสกูตอบบ้าง แหม ไม่มีขัดเชียว งานเปิดตัววันพุธ มีค่าตั๋วกับค่าโรงแรมให้ สองวันหนึ่งคืน เอาบิลมาเบิกทีหลัง แอดวานซ์ไปก่อน”

          “ได้เลยครับพี่ ค่าโรงแรมค่าตั๋วเรือบินผมออกเองยังได้เลย แต่เดี๋ยวเสียน้ำใจผมเบิกแล้วกัน พี่ห้ามเปลี่ยนใจนะ” 

           “เออ ถ้าเอ็งไม่ไปกูก็ต้องไปเองแล้วล่ะ ติดคุยงานกับลูกค้าวันพุธพอดี แต่เดี๋ยวเกริ่นไว้ให้ ถ้าเจอก็แวะไปสวัสดีพี่ป้อมแกหน่อยแล้วกัน” 

           “ครับผม ขอบพระคุณอย่างหาที่สุดมิได้ครับพี่รูญ ถ้าผมไม่มีพ่ออยู่แล้วผมยกให้พี่เป็นพ่อเลยอะ”

           “ปากดีจริงๆ แล้วนี่อยู่ไหน”

           “แหะๆ อยู่บ้านครับ พ่อก็อยู่ด้วย” 

           “โดนเพ่นกบาลแยกจะสมน้ำหน้าให้ โอเค คอนเฟิร์มนะ เดี๋ยวกูส่งรายละเอียดที่เหลือในไลน์ จองตั๋ว จองเครื่องบินเองให้เรียบร้อยแล้วมาบอก เอารอบถูกๆ หน่อย”

            “ได้ครับพี่ ดีครับนาย สบายมากครับผม วันจันทร์เจอกันพี่” 
 
           พี่รูญตัดสายไปก่อน ผมเลื่อนหาเบอร์เข็มทิศทันทีจนแม่เขย่าไหล่เรียก “อะไร สิงคโปร์อะไรไหนเล่าให้แม่ฟังก่อนซิ” 

            “อ๋อ เออ ใช่ ต้องบอกแม่ก่อนสิเนอะ” ผมแม่งคิดถึงเข็มทิศเป็นคนแรกเลย ขอรางวัลลูกอตัญญูดีเด่นหนึ่งตำแหน่งครับ “คืองี้ พี่ป้อมอะ ผู้กำกับที่ผมชอบอะ หนังสั้นของเขาได้ฉายในงานนิทรรศกาลหนังที่สิงคโปร์ ทีนี้ยังไงไม่รู้ ส่งบัตรมาให้พี่รูญ พี่รูญแกติดงานเลยลองถามว่าผมอยากไปไหม” 

            “เออ ถึงว่า มันจะเขี่ยพ่อออกจากครอบครัวเลยเว้ย” บุพการีที่แท้ทรูนั่งหัวเราะ แหม ผมก็พูดเล่น “ไปกี่วัน” 

            “ไปพุธกลับศุกร์ครับ สิงคโปร์แค่นี้เองแม่ นั่งเครื่องบินไปถึงก่อนขับรถจากดอนเมืองไปสยามอะ เชี่ยแม่ ผมจะได้เจอพี่ป้อมเลยนะเว้ย” 

            “ใครเชี่ยแม่ เดี๋ยวจะตีปากแตก”  

            ยกมือไหว้ขอนิรโทษกรรมแทบไม่ทัน ก็คนมันดีใจนี่ครับ แม่ไม่เข้าใจหรือไง แม่ไม่เคยติ่งพี่เบิร์ดหรือไง โถ่  
 
           “แล้วจะกินข้าวกินปลาต่อไหม หรืออิ่มอกอิ่มใจแล้ว ไม่กินก็ได้แล้ว” 
 
           “กินสิครับ แต่ขอโทรบอกเข็มทิศก่อนนะ พ่ออย่าเพิ่งกินกุ้งหมดนะ” 
 
           “ไม่รับปาก” ว่าพลางจิ้มกุ้งตัวโตใส่ปากต่อหน้าต่อตา ถามว่าไอ้นิสัยของผมมาจากไหน ก็ดูตาลุงที่เคี้ยวกุ้งเต็มกระพุ้งแก้มเอาเถอะ แบบนี้เรียกลูกไม้งอกออกจากต้น 
 
 



           ผมกลับบ้านได้วันเดียวก็ติดปีกกลับมาที่คอนโดพร้อมเข็มทิศซึ่งเก็บของหนีแม่มาภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำ พอจะนึกออกว่ากลับไปเจออะไรบ้าง ขนาดผมยังรำคาญแม่เขาเลย เจ้าตัวจะไม่รู้สึกรู้สาก็ยอดมนุษย์หูทองคำเกินไปล่ะ 

             “สรุปคือแม่คุณคิดว่าคุณกับแม็กเป็นแฟนกันจริงๆ เหรอ” 

            “อืม ผู้ชายทั่วไปที่ไหนจะรับงานแบบนี้กัน ไม่ได้จะฟังแต่แรกแล้วจะเรียกกลับไปทำไมไม่รู้” 

            “เรียกไปเฉ่งไง” ผมพูดกลั้วหัวเราะ เลือกหนังดูขณะที่คู่สนทนาคลายเครียดด้วยการเล่นเวท ยกดัมเบลราวกับหนักเท่าหมอน พลิ้วไหวเหลือเดิน “เอาน่า แต่ก็ไม่ได้ให้ลาออกจากที่ทำงานนี่ หรือยังไง” 

            “เปล่า แค่บอกว่าถ้าจะคบกันก็อย่าเอิกเริก เห็นแก่หน้าพ่อแม่บ้าง ส่วนพ่อก็ไม่ได้พูดอะไร คงตึงๆ เหมือนกัน” 

            “เอาจริงนะ ถือว่าเขาเคารพสิทธิ์คุณโคตรๆ เลย ผมนึกว่าจะบ้านบึ้มไปแล้ว” 

            “ใกล้เคียง แต่ขัดใจบ่อยๆ เขาก็รู้เองว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แต่เราไม่ได้คบกับไอ้เด็กนั่นไง ไม่เคยฟัง” 

            “ก็เขาเห็นโฆษณานี่ ไอ้พี่แบงค์ก็ตัดต่อเนียนเกิน แต่เดี๋ยวน้องฝึกงานเสร็จก็คงซาๆ ไปเองแหละคุณ แต่ตอนนี้กระแสจุดติดไง ถึงขั้นนำโชคบอกถ้าคุณกับแม็กเล่นจะบวกคะแนนให้มากกว่าเอเจนซี่อื่นยื่นข้อเสนอมา ไม่ธรรมดานะเว้ย” 

            “แม่ได้เป็นบ้าแน่ๆ แต่ก็อธิบายไปแล้วว่าพี่รูญขอร้อง” ที่เรียกออกไปกินข้าวด้วยกันสามคน ได้ข่าวกินหรูอยู่สะอาดนะครับ ไม่รู้ว่าหรูแค่ไหนแต่ทำเอาเข็มทิศยอมรับงานคู่กับไอ้แม็กที่ว่าเหม็นขี้หน้านักหนาได้ “ว่าแต่นาย ทำไมกลับมาไว อย่าบอกนะว่ากลับมาจัดกระเป๋า” 

            “ตื่นเต้นๆ” 

           ทำไหล่ดุ๊กดิ๊กๆ ประกอบคำตอบ เข็มทิศวางดัมเบลลง เดินมาขยี้หัวผมแล้วนั่งลงข้างกันบนโซฟา เอาขาพาดโต๊ะเตี้ยด้านหน้าที่วางกระป๋องเบียร์เปล่าๆ ไว้ตั้งแต่ก่อนผมมาถึงเขายกศอกขึ้นวางเหนือเบาะ ถ้ายืดแขนอีกนิดจะเป็นโอบผมเข้าจริงๆ แต่ไม่แปลกหรอก ในเมื่อเราก็ไปถึงไหนต่อไหนต่อไหนจนกู่ไม่กลับแล้ว แน่นอน ผมกับเขาก็ไม่ได้มีใครอยากกู่กลับกันเสียหน่อย 

            “แล้วไปค้างยังไง นอนกับพี่ป้อมเหรอ” 

            “บ้า จองห้องนอนคนเดียวดิ แต่จะพยายามหาทางไปสวัสดีฝากเนื้อฝากตัวกับพี่แกหน่อย ฮิฮิ” 

            “อย่าไปเมากับพี่เขาล่ะ” 

            “ไม่รับปาก” 

            “งั้นไม่ต้องไป” 

           เอ้อ เว้ย เขาพูดเสียงเรียบ สีหน้านิ่งเฉย ไม่ลังเลสักนิดว่ามีสิทธิ์สั่งกันหรือเปล่า แต่สารภาพว่าผมหูลู่หางตกเอาเหมือนกัน 

            “ไม่ใช่ไม่ไว้ใจพี่เขา ไม่ไว้ใจนาย” 

            “เดี๋ยวดิ มันต้องเราไว้ใจนายแต่ไม่ไว้ใจคนอื่นไม่ใช่เหรอ” 

            “ถูกแล้ว” คู่สนทนาไม่กลับคำ ไม่มีท่าทีลังเลสักนิด ไม่ได้แสดงออกว่าพูดผิดแต่ทำเนียนแก้เก้อ ไม่ไว้ใจผมนี่มันแปลว่ายังไงนะครับ “พอเมาแล้วอ้อน หลุดพูดอะไรออกมาหมดไม่รู้ ได้โดนหลอกถามหมดแน่ ไม่อยากให้ใครรู้ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็กลับมาโกรธเราอีก” 

           เฉียบ มองเกมขาดมาก ผมพยักหน้าหงึกหงักแพ้ทาง เอนซบแขนที่ไม่ยอมยืดมาโอบเสียทีด้วยตัวเอง “เหนียวเหงื่อ อย่ามาพิง เดี๋ยวรอเหงื่อแห้งก่อนแล้วจะไปอาบน้ำ” 

            “เก็บกระเป๋าเลยดีปะ” 

            “อีกตั้งกี่วันกว่าจะไป เวอร์ไปละ แล้วไอ้เด็กนั่นให้ใครดู จะหมดวันฝึกงานแล้วไม่ใช่เหรอ” 

            “ก็คงฝากคุณนั่นแหละ จะให้ใครดูล่ะ ช่วงนี้ก็สามัคคีกันไว้หน่อยนะ อย่าเพิ่งกัดกัน เดี๋ยวกลับมาคงรู้เรื่องงานของนำโชคด้วย พี่รูญเองก็ยุ่งๆ เรื่องนี้ถึงยกบัตรให้ผม” 

           เข็มทิศถอนหายใจยาว ผมขยับตัวออกมาแล้วเพราะตัวอีกฝ่ายเหนียวจริง ขนาดที่ว่าเปิดแอร์ก็ไม่ช่วยอะไร “บอกให้มันทำตัวดีๆ หน่อย แล้วพูดกับมันยังไงเรื่องที่มันแซวว่าจะจีบ” 

            “ก็บอกว่าไม่ได้ชอบ” 

            “ไม่ได้ชอบผู้ชาย” 

            “เปล่า ไม่ได้ชอบมัน” 

            “แล้วชอบผู้ชายหรือเปล่า” 

           ผมหันหน้ากลับไปมองคนถาม ไม่มีคนเครียด2019อีกต่อไป เข็มทิศปล่อยให้ผมจ้องอยู่สักพักแล้วหันหน้ามาเค้นคำตอบด้วยการยิ้มที่มุมปาก ผมต้องเอามือขึ้นมาปิดหน้าทั้งสองข้าง 

            “เขิน หึๆ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ เลวมาก รู้แล้วยังคอยแกล้งไม่เลิก  “ตอบหน่อย”

           คนถามเอานิ้วมาเขี่ยแก้มส่วนที่มือปิดไม่มิด ไม่รู้ว่าหน้าใหญ่ไปหรือมือเล็กไป แต่ไม่ได้ดั่งใจเลยสักอย่าง 

            “เซ้าซี้จริง ไม่ได้ชอบๆ” 

           ผมพูดเสียงอู้อี้ ก่อนถูกรวบข้อมือด้วยมือของอีกฝ่าย ยื้อยุดฉุดกระชากโย้ไปมาก่อนผมจะแพ้ กางแขนสองข้างออก เข็มทิศใช้สายตาเก่ง เขามองโดยไม่ถามแต่เต็มไปด้วยคำถามเชิงล้อเลียน ดวงตาที่เป็นประกายวับวาวคล้ายเศษกระจกหรือแสงที่กระทบบนท้องทะเล 

            “ไม่ได้ชอบผู้ชายทุกคน” 

            “ชอบคนไหนล่ะ” 

            “ไม่เอาโว้ย ไม่เล่นด้วยแล้ว ไปอาบน้ำดิ เหม็นเหงื่อมาก เหมือนสาปจากศพ” 

           ผมย่นจมูก พ่นลมหายใจเป็นจังหวะสั้นๆ กอปรความเห็น เข็มทิศปล่อยแล้ว เขายักไหล่ราวกับไม่เสียความมั่นใจแม้แต่น้อย คนอะไร อีโก้สูงเป็นบ้า 

            “เสร็จแล้วมาช่วยจัดกระเป๋าหน่อย” 

            “ต้องเลืออกกางเกงในให้ด้วยไหม” 

            “ก็เลือกดิ ใครห้าม” 

           ประโยคแค่นี้ผมไม่สะท้าน คำแซวใดเล่าจะอานุภาพรุนแรงเท่าสายตาพี่ ใครที่สาปให้เข็มทิศเป็นจ่าเฉย ผมยืนยันว่าทำถูกแล้ว เพราะเมื่อเป็นมนุษย์ขึ้นมาเมื่อไหร่จะกลายเป็นมนุษย์ผู้เปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับอันจับต้องไม่ได้ในทันที 

            “เบ๊บ” 

            “อะไร” 

            “ช่วยจัดกระเป๋าแล้วทำได้ไหม คิดถึง” 

           ผมเม้มปากเข้าหากัน ถามกันขนาดนี้มึงไม่เขียนจดหมายขออนุญาตมาเลยล่ะ ปั๊มตราครุฑมาเลยนะ อย่าลืมลายเซ็นพยานอีกสองคน  

            “ไม่รู้โว้ย เหม็นเหงื่อ” 

            บ้าฉิบ นับวันที่ระหว่างเราก้าวผ่านความเป็นเพื่อนที่บังเอิญเรียนโรงเรียนเดียวกันในวัยนั้นชัดเจนขึ้น หัวใจผมก็เต้นแรงขึ้น เขินง่ายขึ้นราวกับเป็นนาทีที่สารภาพรักกับแฟนคนแรก ถ้ารู้ว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องแสดงการครอบครองหรือบอกรัก ไม่เรียกร้องเกินนิสัยเดิมทำให้รู้สึกดีขนาดนี้ ผมคงไม่ฝืนตัวเองให้เอาใจคนรักคนก่อนๆ อยู่นาน กระทั่งยอมเป็นฝ่ายถูกทิ้งทุกที ราวกับเรากำลังบอกกันว่าน้ำตาที่ผ่านมาเป็นเพราะผมและเขายังไม่เคยเจอความสัมพันธ์ที่ลงตัวแบบนี้กระมัง 




           เข็มทิศใช้เวลาในห้องน้ำไม่นานนัก เขาไม่ใช่คนอาบน้ำช้า ไม่ใช่ผู้ชายจอมประทินผิว ต่างจากป้าจอย หลายครั้งที่ผมมองเขามักมีภาพสมัยเด็กติดตามาด้วย อดประหลาดใจไม่ได้ว่าโตขึ้นจะเป็นคนคนเดียวกัน ลูกชายที่ถูกประคบประหงมราวไข่ในหิน กลุ่มเพื่อนของผมลงมติว่าเข็มทิศต้องเป็นตุ๊ดแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้มีกลุ่มเพื่อนผู้หญิง หรือท่าทีในช่วงที่เข้าวัยรุ่นที่แปลกไปจากผู้ชายทั่วไป ผมนึกถึงเพื่อนสนิทสมัยนั้น เพื่อนที่สนิทจริงๆ ชื่อกรรณ ช่วงปีหนึ่งปีสองยังติดต่ออยู่บ้าง แต่พอขึ้นปีสามเขาก็หายสาบสูญไป บางคนเข้ามาในชีวิตเรา พูดคุยกันทุกวัน ร่วมหัวจมท้ายกับภารกิจประหลาดพิสดารแต่กลับเหินห่างและจางหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น ผมกับกรรณเป็นหัวโจกจอมโดดเรียน ส่วนเข็มทิศไม่มีเพื่อนคบเพราะนิสัยประหลาด ผมหมายถึงเพื่อนสนิทในวัยคะนอง เขาไม่มีปัญหากับใคร คบกับทุกคนแค่เพียงผิวเผิน ส่วนกับผมจะเป็นอัตราส่วนมากที่สุด แต่เราก็ไม่ได้สนิทกันอยู่ดี 

            “ทำไมตอนนั้นเราถึงไม่สนิทกันนะ” 

           ผมเผลอพูดความคิดของตัวเองออกมาขณะที่มองเข็มทิศห่มผ้าเช็ดตัวท่อนล่าง นั่งเป่าผมหน้าพัดลม เสียงของพัดลมดังหวึ่ง หวึ่ง รบกวนบทสนทนาทำให้เขาต้องปิดแล้วหันกลับมาถามซ้ำด้วยการเลิกคิ้ว 

            “หมายถึงตอนเด็กๆ ถ้าเราสนิทกันจะเป็นยังไงนะ” 

            “คงไม่ได้เอากัน” 

            “ใครจะไปรู้ อาจจะทำกันตั้งแต่คุณเจอเด็กน้อยหน่านั่นก็ได้ แล้วคุณอาจไม่ชอบผู้หญิงอีกเลย” 

            “มั่นใจจังนะ” เขาแค่นยิ้ม ผมกระโดดไปนั่งด้านหลัง ยื้อผ้าเช็ดตัวผืนเล็กในมือมาเช็ดให้ ชดเชยกับที่ต้องทำให้เข็มทิศปิดพัดลมคุย “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลของมัน” 

            “ประมาณว่าวันหนึ่งความเจ็บปวดจะสอนอะไรบางอย่างกับเราน่ะเหรอ” 

            “ถ้าผ่านมันไปได้ เราก็จะไม่เจ็บซ้ำกับเรื่องเดิม ถ้าผ่านไม่ได้ก็วนเวียนแบบนั้น...เป็นกรรม” 

            “โอ้ พุทธศาสนิกชนหรือนี่” 

           ผมแกล้งทำเสียงเข้มแซว ยกมือพนมกลางอก เขายักไหล่แทนคำตอบ “ไม่รู้ แต่เชื่อเรื่องที่อะไรเกิดขึ้นแล้วดีเสมอไหม เราว่ามันคงดีที่สุดในแบบของมัน” 

            “อย่างที่คุณกับผมนอนด้วยกัน คือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้ในช่วงนี้น่ะเหรอ” ผมคิดตามที่ตัวเองพูดไปด้วย จริงอย่างที่เข็มทิศว่า บางทีถ้าเราสนิทกันในตอนนั้น เวลานี้อาจจะดำเนินชีวิตไปอีกแบบก็ได้ “คุณเคยมีเพื่อนสนิทไหม” 

            “ไม่มี อายแม่” 

           ผมหัวเราะลงคอ เออ แม่มึงน่ะอย่างกับแม่ผัวตัวร้ายในละครหลังข่าว แต่เท่าที่ฟังเรื่องของเข็มทิศแล้วก็คิดว่าคงไม่ได้ร้ายกาจ หรือน่ารำคาญจนทนไม่ไหว เข็มทิศมีแม่ที่รักมาก แค่วิธีการเลี้ยงมันขัดธรรมชาติของเด็กผู้ชายไปสักหน่อย 

            “ตอน ม.หก แม่คุณยังตามไปนั่งเฝ้าในที่เรียนพิเศษเลยนี่เนอะ”แถมยังเอาไปฟ้องแม่ผมด้วยว่าผมกับไอ้กรรณโดดเรียนตั้งแต่กลางคาบ “แต่เขาก็ยอมรับถ้าคุณจะคบกับผู้ชายนี่” 

            “คงปลง” 

            “เป็นเรื่องที่ทำใจยากนะ” 

            “นายล่ะทำใจยากหรือเปล่า” เขาถาม จับมือผมไว้ไม่ให้ยีหัวผ่านผ้าเช็ดตัวอีกต่อไป เส้นผมที่เปียกเมื่อครู่ถ่ายโอนความชื้นผ่านอากาศและซับลงบนผ้า อุณหภูมิอุ่นๆ จากมือของเข็มทิศถ่ายลงบนมือของผมเช่นกัน “นายเคยมีคู่ดูโอ้ เราคุ้นๆว่าแบบนั้น” 

            “ไอ้กรรณ กำลังนึกถึงพอดี แต่ติดต่อไม่ได้นานแล้ว ตั้งแต่มหา’ลัย” 

            “ไปเรียนที่ไหนล่ะ” 

            “ลงใต้ จำไม่ได้ เรียนคณะอะไรก็จำไม่ได้ รู้แค่ว่าพอปีสามงานเยอะก็ไม่ว่างเจอมัน รู้ตัวอีกทีก็ลืมไปแล้วว่าเคยมีเพื่อนสนิท” 

            “เคยคิดจะทำแบบนี้กับกรรณหรือเปล่า”  

           เข็มทิศถาม จู่ๆ ก็กลายเป็นคนขี้สงสัย ผมตอบโดยไม่เสียเวลาคิดด้วยซ้ำ “ผิดผีมากๆ ก็บอกไปแล้วไงว่าไม่ได้ชอบผู้ชายทุกคน เป็นปลาทองเหรอ ความจำสั้น” 

            “เปล่า จำได้ แค่คิดว่าทำไมนายถึงทำใจยอมรับเราได้” 

            “ไม่ได้ยอมรับ มึงปล้ำกู” ผมพูดกลั้วหัวเราะ เอาคางวางบนบ่าเปลือยที่ยังหมาดน้ำ “คุณล่ะ คิดไงเริ่ม คิดจะเอาผมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ วันที่จูบเหรอ” 

            “ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้สังเกตตัวเองขนาดนั้น แต่รู้ว่าถ้าสนิทกับใครมากๆ แล้วจะหวง เลยไม่มีเพื่อนสนิทดีกว่า มันแย่นะเวลาที่เราคิดว่าเขาสำคัญแต่เราไม่ได้สำคัญกับเขาเท่าที่คิด” 

            “โคตรนิสัยผู้หญิง มีตัดพ้อด้วย” ลักษณะแบบนี้เกิดในผู้ชายน้อยมากๆ อาจเพราะวัฒนธรรมหล่อหลอมให้ผู้ชายเป็นเพศที่ต้องไว้เชิง การงอแงเป็นเรื่องที่งี่เง่าสุดๆ “อย่างนี้ยิ่งงงว่าคบกับผู้หญิงคนนั้นไปได้ยังไง” 

            “น้องก็เป็นคนดี น้อยหน่าดีกับเรา เวลาที่อยู่กับเราคือเวลาของเรา ไม่ได้ทำให้รู้สึกน้อยใจ ที่จริงแล้วเราได้สัดส่วนเวลามากกว่าแฟนจริงๆ ของเขาด้วยซ้ำ” 

            “ก็เลยคิดว่าเขาจะเลือกคุณจริงๆ?” 

            “ไม่รู้ว่าเอาความมั่นใจมาจากไหนเหมือนกัน แต่ช่างเถอะ เรื่องมันจบไปแล้ว” 

           เข็มทิศถอนหายใจ ยังมีเยื่อใยเบาบางเมื่อพูดถึง ซึ่งไม่ทำให้หงุดหงิดนัก ที่ตัดขาดโดยสิ้นเชิงแบบนี้ในระยะเวลาที่ไม่ถึง 1% ของเวลาที่มีร่วมกับเด็กนั่นก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายพยายามได้เก่งมากแล้ว 

            “เข็มทิศ อาบน้ำเสร็จแล้วจะทำอะไรไม่ใช่เหรอ” 

           ผมกระซิบถามให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ขยับยืดขาให้นั่งสบาย ผ้าเช็ดตัวสีขาวแยกออกเล็กน้อย จังหวะที่สลับท่าผมเห็นต้นขาและกล้ามน่องชัดเจน ก่อนจูบเบาๆ ที่ต้นคออีกฝ่าย 

            “จะจัดกระเป๋าเลยเหรอ อีกตั้งหลายวัน” 

           ผมกลอกตามองบนจนแทบอยากให้ลูกตาหายไปด้านหลัง อย่ามาซื่อบื้อกับเรื่องแบบนี้สิวะ “กระเป๋าไว้ทีหลัง ทำอย่างอื่นก่อน” 

           เข็มทิศยิ้มมีเลศนัย ดึงมือผมให้เลื่อนผ่านแผ่นอก ลอนกล้ามเนื้อที่เกร็งเป็นก้อนแข็ง กระทั่งถึงปมแน่นหนาของผ้าขนหนูสีขาว เขายืดตัว กระซิบเสียงแผ่ว 

            “ก็ทำสิ”



--------------------------------

มาช้ามากๆเลย ขอโทษที่ผิดนัดอีกแล้วค่ะ หลังกลับจากเชียงใหม่ก็กลับบ้านต่างจังหวัด ไม่ได้เอาคอมไป หวังพึ่งใบบุญคอมพิวเตอร์ที่บ้าน คุณพระ คีย์บอร์ดเสีย เมาส์ใช้ได้นะ แต่จะเอาเมาส์ไปทำอะไรถ้าคีย์บอร์ดไม่ดี ดั่งสวรรค์สั่งมากๆ 
ตอนนี้เสนอท็อปปิค 'เป็นเกย์แล้วจำเป็นต้องเป็นคนดีถึงสมควรรับการยอมรับว่าเป็นคนหรือไม่' เลยแอบเมนชั่นหยอดไปเบาๆ เรื่องไม่ว่าใครก็สมควรได้รับการยอมรับว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง จะดี/เลวก็ตาม พรบ.สัตว์ยังมี พรบ.คนก็ต้องมี ถูกมะ 
ล่าสุดสิทธิ์การใช้อากาศบริสุทธิ์ของภาคเหนือบ้านเราหายไปแล้ว ค่า P.M.สูงมาก ทุกคนหนีไป!! ใครหนีไม่ได้อยู่ในบ้าน ใส่แมสก์ รักษาสุขภาพนะคะ 
เป็นห่วงมักมาก วันที่ 2 เราไปงานหนังสือ จะไปห้อยแถวๆ จิตติ ใครไปอาจจะได้เจอกันเนาะ เมนชั่นมาบอกในทวิตเตอร์ได้ครัช
/จูบ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 818 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,069 ความคิดเห็น

  1. #2050 Wafuii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 18:52
    น้องเบ๊บร้ายขึ้นทุกวันเลยย
    #2,050
    0
  2. #1978 Becxvtmii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 19:16
    นังน้องเบ๊บมันร้ายมากกกกกก แต่ความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนเลยเนาะ ดูออกแหละว่าแอบมีใจให้กันแต่ก็นะ ทำฝห้มันชัดเจนก็คงจะดีกว่า
    #1,978
    0
  3. #1968 Biekps99 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:21
    ทพไมมันเหมือนไม่มีอะไรต่อกันแบบแปลกๆอะ
    #1,968
    0
  4. #1954 tuckkiijung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 00:34
    ชอบที่คุยกันแทบทุกเรื่อง แต่อดเป็นห่วงไม่ได้ ความสัมพันธ์คลุมเครือมาก
    #1,954
    0
  5. #1941 metonnum (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 20:39
    เป็นคสพที่แอบน่ากลัวยังไงไม่รู้เนอะ สุขง่ายๆราวกับว่าจะพังลงไปง่ายๆเช่นกัน
    #1,941
    0
  6. #1917 heykiki (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 20:44
    หวิวใจดี แต่ก็กลัวเช่นกัน มันดูพังง่ายมากกกกกกกกกก แต่น่ารักอะ
    #1,917
    0
  7. #1895 m51t (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 01:32
    ร้ายมากกก. ยัยเบ๊บ
    #1,895
    0
  8. #1872 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 01:57
    คสพที่ไม่มีชื่อเรียกจะอยู่ได้ถึงเมื่อไหร่ก่อนนน
    #1,872
    0
  9. #1860 Earn0624 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 07:42
    ดีมากๆเลย น่ารักกันมาก เหมือนแฟนเลย เช็ดผมให้ ช่วยจัดกระเป๋า แล้วที่ยังชอบมากๆเหมือนเดิมเลยคือเขาคุยกันทุกเรื่องอะ ค่อนข้างเปิดเผยต่อกันมาก โคตรดีเลย
    #1,860
    0
  10. #1803 HaeMay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 22:18
    การกระทำคือแฟนแหละ แฟนเลยแบบนี้ แต่แค่ยังไม่มีใครพูดแค่นั้น
    #1,803
    0
  11. #1761 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 15:43
    ความสัมพันธ์ตอนนี้มันดีมาก ๆ แต่มันจะดีไปอีกนานแค่ไหนกัน
    #1,761
    0
  12. #1737 gabriel.la(: (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 22:47
    พ่อเบ้บสุดเจ๋งอะ ตอนแรกคิดว่าพ่อเข็มก็โอเคนะสรุปผิดคาด ตอนนี้ที่อยู่ด้วยกันมันโคตรจะแฟนน่ารักมากกกกกเบ้บเป็นตัวแสบกล้าขอตรงๆกันแล้ว5555
    #1,737
    0
  13. #1714 youyougyu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 08:51
    เวลาเขาอยู่ด้วยกัน2คนมันโคตรน่ารักเลย ชอบที่เบ๊บบอกว่าไม่ได้ชอบผช.ทุกคนอะ คือเข็มทิศ ไง โอ่ยยยยยย กลายเป็นป้าจอยน่าจะสบายใจกว่าแม่เบ๊บ เราเห็นถึงดราม่าแล้วว แงง
    #1,714
    0
  14. #1680 fffyty (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 21:34
    อย่า​มี​อุปสรรคอะไรเยอะเลยนะ
    #1,680
    0
  15. #1586 Vivachoco (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 04:29
    ไม่อยากให้มีอุปสรรคแล้ว
    #1,586
    0
  16. #1561 PINKLAND (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 16:11
    กลัวใจแม่เบ๊บ
    #1,561
    0
  17. #1554 D-Sooo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 07:49
    น่ารักแบบมึนๆซึนๆ
    #1,554
    0
  18. #1488 Srnoey (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 06:05
    ถึงพ่อแม่จะตึงๆหน่อยๆ แต่ลูกๆละมุนมากกกกกกกกค่ะ
    #1,488
    0
  19. #1419 fuxxy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 23:54
    หืมมมมมมมมมมมม
    #1,419
    0
  20. #1399 Demonseaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 18:05

    ครอบครัวไม่น่ามีปัญหา แต่พวกเทอจะกินกันไปแบบงงๆมึนๆแบบนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ เข็มทิศนิสัยเหมือนเพื่อนชายคนนึงของเรามากๆ ขี้หวง ตัดพ้อเก่งเหมือนกันเลยค่ะ55555
    #1,399
    0
  21. #1247 mint_Byunny (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 20:16
    โอโหหหหหหหห
    #1,247
    0
  22. #1226 minidays (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 10:56
    ใครติดใคร ไหนพูดดดดดด
    #1,226
    0
  23. #1209 mxhh (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 22:25
    ครอบครัวเริ่มมามีส่วนแล้ว ผิดคาดที่แม่เข็มดูจะรับได้มากกว่าแม่เบ๊บ /ส่วนลูกชั้นน่ะ เบ๊บ หน้อย ก้านมะยมอยู่ไหน
    #1,209
    0
  24. #1196 หลานหุ้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 17:03
    เล่นจ้ำจี้กันเก่งงง
    #1,196
    0
  25. #1140 ปาปิก้า อร่อย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 08:15
    ชอบบทสนทนาที่เค้าคุยกันมากๆ
    #1,140
    0