โลกที่ไม่มีเรื่องบังเอิญ

ตอนที่ 10 : Friend Shit!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 842 ครั้ง
    14 มี.ค. 62




        “เพื่อนบ้านพ่อมึงดิ”

        เสียงทีเซอร์หนังเรื่องล่าสุดจากค่ายยักษ์ในไทยดังขึ้น ผมสะดุ้งเฮือกขณะลากเมาส์ปากกาลงไปในคอมด้วยสายตาเลื่อนลอย พี่ๆ ในออฟฟิศล้อมกันอยู่หน้าจอคอมไอ้แม็ก แหล่งกำเนิดเสียง ส่วนผมยังคงทำหน้าไม่ถูกตั้งแต่เมื่อคืนวานกระทั่งปัจจุบัน ไกลๆ นั่นเข็มทิศเองก็ก้มหน้าก้มตากับงานโฆษณาตัวใหม่ทีเพิ่งได้จากเออีมือดี

        “เอาน้องนายมาทำแบบนี้ได้ไง โถ่ น้องนายของพี่”

        พี่ก้อยควบรวบอำนาจชายหนุ่มในจอเป็นของตัวเองโดยไม่ถามความสมัครใจ ส่วนพี่มะลิชอบหนุ่มแว่นในเรื่องมากกว่า บอกเหมือนดาราเกาหลีกิ๊วก๊าวหัวใจจนลืมรักที่เคยมีให้ผมแทบสิ้น

        “แม่ง ทีเซอร์ออกวันเดียว ยอดคนดูโคตรเยอะ”

        “ผมชอบนางเอก ใครมีบัตรรอบสื่อผมซื้อต่อนะ”

        “ถามพี่รูญเลยมึง เฮียได้ไปรอบสื่อแน่ๆ แต่ได้กี่ใบแล้วจะให้มึงมั้ยอีกเรื่องนะไอ้แม็ก” แต่ละคนพูดถึงหนังไทยตัวใหม่ที่การันตีความสนุกตั้งแต่ชื่อค่าย ไม่รวมกับศิลปินตัวท็อปที่โถมเข้าเล่นในเรื่อง ก็เป็นหนังที่น่าดู แต่แน่นอน ผมไม่ชอบความคลิเช่นี้ แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงในชีวิตปัจจุบันก็เถอะ 

        “เออ แต่โฆษณาไอติมก็ปล่อยแล้วนี่”

        “กระแสในทวิตโคตรดี”

        เดี๋ยวนะครับ ทำไมมันไวขนาดนี้ ผมหันมองพี่มะลิ สาววายอนาคตไกลละสายตาจากคอมไอ้แม็กมาเลื่อนฟีดในโทรศัพท์ตาวาววับ พลิกให้คนอื่นๆ ดู “นี่นะ มีแท็ก #แม็กเข็ม ติดเทรนด์ด้วย”

        ว้อท ว้อท ว้อท ผมนี่เบิกตาโพลงเลย “พูดเป็นเล่น”

        “ลูกสาวคะ เห็นใจไอ้แบงค์มันเถอะจ้ะ เมื่อคืนตัดต่อถึงตีสาม พี่รูญคุยกับลูกค้าเมื่อเช้าแล้วก็ปล่อยลงเฟซก่อนเลย ลูกค้าชอบมากกก”

        ผมเปิดทวิตเตอร์ของตัวเองเช็กข่าวบ้าง ยังไม่เห็นผลงานด้วยซ้ำ โห นี่ครับพลังโซเชียลมีเดีย “จ้างอินฟลูแลนซ์โปรโมตแท็กนี่”

        “เอ้า การตลาดเนาะ ทำไมๆ หึงคนไหนจ๊ะเบบี๋” พี่มะลิหยอกพลางบัมพ์สะโพกใส่เก้าอี้ผม แม็กเหลือบหางตามองมา ผมรีบไหวไหล่

        “เปล่า ก็ดี มีคู่จิ้นใหม่ผมจะได้หลุดพ้น”ตามนั้น เลิกแซวได้แล้วเพราะผมกับเข็มทิศเป็นแค่เพื่อนกัน แต่หนักกว่านั้นคือเสือกเป็นเพื่อนที่เอากันไปแล้ว เวรเอ๊ยไอ้เบ๊บ ตอนนี้ร้อนตัวเหมือนวัวสันหลังหวะขณะที่เจ้าของข่าวพูดกันไม่ออกสักแอะ แหงล่ะ ไอ้แม็กกลัวเข็มทิศอย่างกับอะไร ส่วนตัวผู้ใหญ่ก็ทำท่าสมเป็นผู้ใหญ่ให้เด็กมันเห็นเสียที่ไหน

        “ทามมาเปง” ไอ้เชี่ยพี่แบงค์ที่ยังเมากาแฟอยู่ในชุดเดียวกับเมื่อวาน แน่นอนว่ามันไม่ได้กลับบ้าน แต่เป็นเรื่องปกติแล้ว ถ้าไม่ทำงานยันสว่างมันก็หาเช่าม่านรูดราคาถูกนอนแถวนี้ มันเป็นคนสเต็ปเทพ รู้ว่ากลับไม่ไหวก็ไม่ขับมอไซค์กลับ “เมื่อวานกาแฟอร่อยมั้ยล่ะ ที่ไปแวะจู๋จี๋ก่อนเข้ามากันน่ะ”

        “จู๋จี๋พ่องครับ” ขอโทษที่ไม่สุภาพ แต่ผมสันหลังหวะโคตรๆ เลิกลักไปหมดแล้ว ต้องเปลี่ยนเรื่องๆ “แต่กาแฟดีนะพี่ ถ้ามีโอกาสแวะไปดิ ถ้าเมื่อวานไอ้แม็กไม่โดนเรียกไปเก็บของจะพามันไปด้วยเหมือนกัน”

        “น้องกูลำบากใจแย่ว่าจะเลือกไอ้แม็กหรือมึง แต่จากขนาดตัวแล้วแซนวิชได้พอดี กูไปจ้างอินฟลูแรนซ์ทำแฮชแท็ก #แม็กเข็มเบ๊บ ดีกว่า โพสต์ละเท่าไหร่นะพี่ก้อย” ไอ้ห่าพี่แบงค์ ต่ำตมไม่สิ้นสุดของจริง ผมสั่งขี้มูกใส่ทิชชูแล้วปาใส่มันแทนคำตอบของพี่ก้อย เสียงประตูเลื่อนเปิดชนกับที่กั้น ความอลหม่านในออฟฟิศเงียบเหมือนผีเดินผ่าน ผมเห็นแผ่นหลังของเข็มทิศไวไว มันคงออกไปสูบบุหรี่เหมือนทุกครั้งที่หงุดหงิดหรือไม่สบายใจ

        “งานเข้าแล้ว ไปง้อน้องเลยมึง ไอ้แบงค์” พี่มะลิชี้หน้าคนปากหมา ต้นตอเรื่องทำท่าตกใจไม่แพ้กัน

        “แม่งโกรธจริงเหรอวะ เมื่อก่อนแซวมากกว่านี้ยังไม่เป็นไรเลย”

        “นี่ล่ะครับ สังคมไทย” ผมขอใช้สำนวนได้ทีขี่แพะไล่ให้ตัวเองในตอนนี้ “บูลลี่จนชินปาก พอเขาโกรธก็บอกเรื่องแค่นี้”

        “มึงอะไอ้เบ๊บ สนิทกับมันมากสุด คราวนี้ไม่ไปสูบบุหรี่เป็นเพื่อนกันหรือไง”

        ผมยักไหล่ ออกไปตอนนี้กูก็โดนยกสองน่ะสิ บรรยากาศเดิมระหว่างผมกับมันก็เหี้ยแล้ว ไอ้พี่แบงค์จะทำทุกอย่างเหี้ยไปอีกไม่ได้

        “จะเที่ยงแล้ว ไปซื้อข้าวดีกว่า แม็กไปถือของเป็นเพื่อนหน่อย”

        “ไอ้นี่โว้ย มึงมันพึ่งพาอะไรไม่ได้จริงๆ”กรรมชำระแทนกันไม่ได้ครับพี่แบงค์ ผมตอบในใจ แต่ไม่แสดงออก แค่นี้ก็ประสาทแดกเกินทน อยู่ด้วยกันมาสี่ห้าเดือนเคยเห็นไอ้เข็มโกรธเสียที่ไหน ขนาดที่ว่าลูกค้าปาปากกาใส่หน้ามันยังเฉยเลย เนี่ยซุปเปอร์โปรดัคทีฟตัวจริง ไม่รู้ว่าไม่เอาอารมณ์เข้ามาพัวพันกับงาน หรือที่ผ่านมาแค่คิดแต่เรื่องผู้หญิงจนไม่ใส่ใจกับเหตุการณ์รอบๆ ตัวกันแน่

        แม่ง...ความรู้สึกอยากกระแนะกระแหน ประชดประชันนี่มันอะไรวะ

        “เบ๊บ”

        “หืม?” เด็กฝึกงานร่างโข่งเรียกในลิฟต์ คนยังไม่ลงมากินข้าว ออฟฟิศใดเล่าจะสุขเท่าออฟฟิศผม ไม่มีตอกบัตร แวบไปไหนก็ได้ ขออย่างเดียว งานไม่เสร็จมึงต้องตาย โดดลงมาซื้อข้าวเที่ยงก่อนคนอื่นก็ได้ ถ้าไม่ทำงานเพลิน “เดี๋ยวนี้ปีนเกลียวนะ ไม่เรียกพี่”

        “อยากลองเรียกด้วยชื่อเฉยๆ ดู น่ารักดีเหมือนกันเนอะ ถ้ามีแฟนผมก็อยากเรียกแบบนี้”

        “อ้าว ไม่ใช่มีแล้วหรา วันเข้างานวันแรกพี่แบงค์ยังแซวอยู่เลย”

        “จำได้ด้วยเหรอ ใส่ใจเหมือนกันนะเนี่ย” ไอ้แม็กกวนประสาท ผมย่นจมูกใส่มัน

        “จะด่าว่าเสือกก็ด่าครับ อย่าถนอมน้ำใจกันด้วยคำว่าใส่ใจแล้วให้กูคิดต่อเอง”

        “เปล่า ดีใจเฉยๆ ผมเลิกแล้ว เลิกกับแฟนก่อนมาฝึกงาน แฟนผมนิสัยคล้ายๆ พี่เลย ตัวป่วน”

        นี่ประโยคบอกเล่าหรือด่า ขอซ้ำอีกรอบ เด็กหนุ่มวางมือบนบ่า อาศัยความตัวสูงกว่าทำไหล่กูเป็นที่พักแขนเลยนะ พอลิฟต์ลงมาถึงก็ยืนท่าทางเรียบร้อย ผมเดินนำมันไปร้านป้าคนเดิม แม็กแย่งปากกาไปจดเมนูเสร็จสรรพ มากับไอ้เข็มเหรอ เฮอะ แม่งนั่งรอหิ้วถุงขึ้นไปข้างบนอย่างเดียว

        “ทำไมพี่ถึงย้ายไปอยู่กับพี่จ่าอะ”

        “ก็คอนโดมันใกล้ อีกอย่าง ก็เห็นหน้ากันมาตั้งแต่เด็ก จะเห็นหน้ากันทุกวันทุกคืนก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก”

        “พี่จ่ามีแฟนอยู่แล้วใช่ไหม ผมเคยได้ยิน”

        ใบ้แดกละครับ กูนี่แหละที่ทำให้มันเลิกกัน “คงมีมั้ง ไม่รู้ กูก็แซวไปเรื่อย มึงสนใจเข็มทิศเหรอ จะจีบมันเหรอ เดี๋ยว มึงใช่...ใช่ปะ”

        “ก็...” มีอึกอัก แม็กหัวเราะ นั่งบนเก้ากี้พลาสติกสีแดงรอ ผมนั่งข้างๆ มัน ทำตาเล็กตาน้อยใส่ “พี่ นี่มัน 2019 แล้วนะเว้ย มันเสรีทางการค้าแล้ว”

        “เสรีทางเพศด้วย เฮ้ย กูไม่อะไร มึงพูดได้ ไม่รังเกียจหรอก แต่ถ้าจะจีบเข็มทิศกูแนะนำให้คิดใหม่”

        เพราะแม่งเยดุฉิบเป๋ง ไม่...ไม่ใช่เหตุผลนี้สิวะ 

        “ไม่จีบหรอก แค่มองจู๋ก็หดแล้วอะ กลัว” ผมเห็นด้วย แต่เมื่อวานผมไม่หดว่ะ เกลียดนักภาพที่แม่งแล่นอยู่ในหัวผมตอนนี้ ความรู้สึกร้อนฉ่าแล่นถึงหน้า หัวใจหวิวๆ ยังไงชอบกล “พี่โชคดีกว่าคนอื่นที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กมั้งเลยรู้ว่าจะทำยังไงให้บรรยากาศมันดีเวลาพี่จ่าหงุดหงิด”

        “มันหงุดหงิดแป๊บเดียว สูบบุหรี่เสร็จก็หาย”

        “เพราะตอนดูดบุหรี่พี่ออกไปคุยด้วยไง ผมเพิ่งมาแต่ผมเห็นนะเว้ย” 

        จริงของมัน แต่นี่ประเด็นคืออะไรวะ หรือชวนคุยเรื่อยเปื่อย “พี่ล่ะ เวลาหงุดหงิดจริงๆ เป็นยังไง ผมเห็นพี่เอาแต่โวยวาย ไม่เคยโกรธจริงๆ เลย เผื่อผมทำพี่โกรธแล้วง้อไม่ถูก”

        “กูเหรอ ถ้าโกรธคงเงียบมั้ง สงบสติเอง ไม่ต้องง้อ ขนลุก มึงอะ”

        “ผมใช้กำลัง กลัวปะ” พูดพลางยักคิ้ว แหม รู้เลยนะครับว่าทำไมพี่มะลิแม่งเทผมไปหาไอ้เด็กเวรนี่ เล่นหูเล่นตาเก่ง “จับจูบจนกว่าขาจะอ่อน”

        “โอ้โห พ่อพระเอก พ่อจูบเก่ง พ่อลิ้นพันตลบ ขาอ่อนเพราะปากเหม็นเหรอมึง”

        “อยากลองปะล่ะ”

        เด็กนี่มันปีนเกลียวอย่างเข็มทิศว่าจริงโว้ย เกลียดจริง ผมหัวเราะ เบือนหน้าหนี เล่นกับหมาหมาเลียปากเป็นแบบนี้ สำนวนมาอีกแล้ว ผมนี่มันเหมาะกับการทำก็อปปี้จริงๆ 

        “ไอ้จ่ามันเก่งนะ แบบ เป็นคนมีไอเดีย ไม่ค่อยพูดมาก แต่เวลาเสนองานอะไรพี่รูญจะฟังมัน อยากรู้ว่าใช้ชีวิตยังไง แต่ก็งั้นๆ ว่ะ เห็นวันๆ มันทำไม่กี่อย่างเกี่ยวกับงาน พินเทอเรสต์ อ่านบทความ ดูหนัง พวกงานอดิเรกอะนะ มีฟังเพลงอีกอย่าง”

        “เขาเป็นศิลปินมากๆ เลยนะครับ คงมีความคิดหลายอย่างในหัว แต่เสนอออกมาได้ยาก แค่พูดจาภาษาเดียวกับพี่รูญล่ะมั้งเลยเข้าใจกันง่าย”

        “อ้าว นี่กูพูดภาษารัสเซียอยู่เหรอ”

        “ไม่ใช่ดิพี่” แม็กหัวเราะ เด็กแม่งดีแบบนี้ ยิ้มง่าย หัวเราะเก่ง “คือพี่แม่งชอบพูดอะไรเวอร์ๆ เกินจริงอะ ลูกค้าชอบ แบบ โห โคตรเท่! แต่พอคนทำฟังแม่งเหนื่อยฉิบหาย เล่นใหญ่ทุกอย่าง พี่รูญเลยชอบฟังเวลาพี่จ่าเสนอความเห็นมั้ง แต่เรื่องของไอเดียยังไงผมว่าพี่ก็เก่งนะ”

        “กูมาสายประกวด”

        “สายตะกวดอะดิ”

        “เดี๋ยวกูจะไปปั่นแฮชแท็กแม็กเข็มให้มึงจีบใครต่อไม่ได้เลย ไอ้กร๊วก”

        “ไม่จีบใครแล้ว ปั่นไปเถอะ ตามสบาย อีกอย่างถ้ารู้จักจริงๆ ผมว่าคนเข้ามาน่าจะดูออกนะว่าแม็กกับเข็มชอบแทงเหมือนกัน”

        โอ้โห มุกนี้กูซื้อ! “แน่จริงไปเล่นต่อหน้ามันดิ”

        “ไม่เอาครับ กลัวโดนแทง มีดแทง”

        ป้าร้านข้าวตะโกนเรียกว่าได้แล้ว ผมตบหัวไอ้เด็กปากดีแต่ปอดแหกไปหนึ่งครั้งด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ ใช้อำนาจเกิดก่อนเต็มที่ นี่ล่ะครับสิทธิพิเศษของชนชั้นปกครอง เด็กมันฟึดฟัดแต่ก็ไม่กล้าตบหัวผมกลับ แน่ล่ะ ขนาดผมอยากถีบไอ้พี่แบงค์วันละแปดรอบยังทำได้แค่ชูนิ้วกลางอวดไปวันๆ เลย

        “เออ พี่อ่านไลน์กรุ๊ปยัง ไม่ต้องซื้อกาแฟไปนะ พี่แบงค์บอกพี่จ่าออกไปซื้อแล้ว”

        “อ้าวเหรอ เออ ดี ทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้าง สงสัยกลัวน้องรักเหนื่อย”

        แม็กเก็บมือถือลงกระเป๋า มองผมตาขวาง “ร้านเมื่อวานที่พี่บอกว่าอร่อยอะ เอาใจใครมั้ง”

        จู่ๆ หัวใจผมก็หล่นวาบไปกองที่ข้อเท้าก่อนวิ่งขึ้นมาบนหัวให้หน้าร้อนฉ่า มึงจะเล่นโรลเลอร์โคลสเตอร์เพราะการกระทำเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ไม่ได้นะเว้ยเบ๊บ ทำใจดีๆ ไว้

        “มันอาจจะอยากกินเองก็ได้ กูก็บอกแล้วว่าร้านนั้นดี”

        ปีชงหรือไงไอ้เด็กเวร ชงเก่งเป็นบ้าถ้าไม่ติดว่าเป็นเรื่องในมุ้งในหมอนจะปรึกษาใครสักคนอยู่หรอกว่าต้องทำตัวแบบไหน แต่พอเป็นเรื่องที่ถูกแซวตั้งต้นอยู่แล้วดันกลายมาเกิดขึ้นจริงก็ไม่รู้ว่าจะกลบเกลื่อนยังไงให้เนียน

        “แต่วันนี้พี่กับพี่จ่าแปลกๆ กันทั้งคู่นะ...มีอะไรหรือเปล่า สังเกตกันทั้งออฟฟิศนะ ผมบอกก่อนเลย”

        โว้ยยยย ไอ้พวกขี้เสือก!




        ...




        ระยะทางระหว่างคอนโดของเข็มทิศถึงที่ทำงานจะว่าสั้นก็สั้น จะว่ายาวก็ยาว

        นั่นเป็นความคิดของการเดินทางในช่วงเช้าที่ผมกับเข็มทิศยังมึนๆ ใส่กัน ส่วนในตอนเย็น ประโยคเปลี่ยนเป็น ระยะทางระหว่างคอนโดถึงที่ทำงาน เหมือนจะสั้น แต่จริงๆ โคตรยาว

        หลังพระอาทิตย์ตกเป็นเวลากลับบ้านโดยส่วนใหญ่ของพนักงานที่นี่ เพราะกว่าจะเข้าก็ปาไปเกือบสิบโมง ถ้าไม่มีออกกองหรือประชุม ต่างตรงวันนี้จู่ๆ พี่รูญก็บ่นหิวเบียร์ เลยลงมานั่งดื่มเบียร์โปรโมชั่นแกล้มหมูสามชั้นทอดกรอบแทนข้าวเย็นเข็มทิศสั่งแค่โซดามาดื่ม กับลาบหมูเผ็ดน้อย อ้างว่าต้องขับรถทั้งที่เป็นรถผมแท้ๆ ส่วนไอ้แม็กไม่ได้รับคำเชิญ เจ้ามือไล่มันกลับตามเวลาเลิกงานปกติ อาจเพราะเขาเห็นความผิดปกติของผมกับเข็มทิศบางอย่างเลยพยายามกลบเกลื่อนด้วยความเป็นเพื่อนในวงเหล้า ผมพยายามหาจังหวะทักมันเรื่องสายลมแสงแดดบ้าง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ให้ความร่วมมือ มันมองหน้าผมเฉยๆ แล้วนั่งอมน้ำลายจนมิตรสหายในวงเหล้าแยกย้าย นั่นอาจเป็นการเพิ่มความรู้สึกยาวนานในระยะทางเท่าเดิมที่เราต้องอยู่ด้วยกันในห้องปิดขนาดเล็กกว่าเสื่อหนึ่งผืนด้วยซ้ำไป

        ผมอดทนกับบรรยากาศเหมือนฝนจะตกแต่ไม่ตก จะร้อนก็ไม่ร้อน อบอ้าว ไม่สบายตัวในหัวใจได้ไม่นาน ด้วยนิสัยโผงผางอาจทำให้เป็นเช่นนั้น ทว่าในตอนนี้ก็ไม่อาจหาทางออกด้วยวิธีไหนให้ทั้งตัวเองและอีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นได้เลยแม้แต่น้อยสบายใจขึ้นหน่อยตรงเมื่อถึงคอนโดเขาไม่แวะร้านสะดวกซื้อซื้อถุงยางเหมือนเมื่อวาน แต่หยิบเชือกออกกำลังกายที่อยู่บนตู้ลงมา ผมแม่งโคตรผวากลัวโดนฟาดไล่ออกจากห้องเหมือนหมูเหมือนหมา แต่พอเจ้าตัวเคลียร์พื้นที่กว้างมากพอเขาก็กระโดดเชือกออกกำลังกาย ไอ้เหี้ย นี่อารมณ์ไหนของแม่งวะ

        แม็ก: พี่ถึงห้องยัง

        แม็ก: ถึงแล้วบอกหน่อยนะ

        ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เห็นไอ้แม็กข้อความทิ้งไว้ตั้งแต่หกโมงกว่าๆ ก็กดตอบ มันบ่นรัวยาวๆ ว่าแฮชแท็ก #แม็กเข็ม ถูกปั่นเต็มฟีด เจริญพวงเถอะโยม พอกดเข้าไปดูในทวิตเตอร์ก็เห็นคนขุดรูปเข็มทิศสมัยเรียนขึ้นมา บางรูปถ่ายโดยกลุ่มเพื่อน ในนั้นมีน้องน้อยหน่าของเขาอยู่ด้วย แปลว่าเป็นที่รู้ว่าคบกันในหมู่เพื่อน แต่ไม่ยักมีรูปคู่หลุดออกมาให้เห็น มีภาพทีเผลอจากรุ่นน้องที่แอบถ่ายบ้าง ตอนเรียนก็ดูดี แต่ตอนนี้ดูดีกว่า อาจเพราะชุดเครื่องแบบทำให้เขาดูเป็นคนเรียบร้อยกว่าความเป็นจริงก็ได้
เสียงเชือกตีพื้นเป็นจังหวะสั้นๆ เมื่อครู่เงียบไป เขากระโดดเชือกสิบห้านาที แล้วไปนั่งยกดัมเบลต่อ ผมเปิดโทรทัศน์ มีแต่ข่าวน่าเบื่อกับละครไม่น่าดู เข้าเน็ตฟลิกซ์ดูซีรีส์ก็ได้วะ ครั้งก่อนดู Bandersnatchไปรอบ ยังงงๆอยู่ต้องซ้ำลุกไปหยิบเบียร์กระป๋องในตู้เย็นมาเติมในเส้นเลือดอีกหน่อย หางตาเห็นเจ้าของห้องเลิกเล่นดัมเบลแล้ว เขาถอดเสื้อโยนลงตะกร้า ตามด้วยกางเกง ซึ่งผมเริ่มชินมาสักระยะกับการใส่บ็อกเซอร์เดินไปเดินมาในห้องของเขาแล้ว แต่เมื่อเห็นเหงื่อโทรมกาย กล้ามเนื้อบิดตัวตามจังหวะเคลื่อนไหว จู่ๆ ก็เกิดรู้สึกเหมือนวันแรกที่เห็นขึ้นมาอีก

        หนักกว่านั้น คือภาพเมื่อวานที่ชายหนุ่มแนบนาบทาบทับลงมา เผลอจินตนาการไปถึงความรู้สึกแปลบปลาบเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่าง ความเครียดขมึงของกล้ามเนื้อ เสียงผิวที่กระทบกัน ความดุดันและหนักแน่นทำให้ต้องรีบกวาดเบียร์มาเพิ่มอีกสองกระป๋องหวังว่ามันจะดับความคิดเพ้อเจ้อของตัวเองออกไป

        ไม่เป็นไรน่า ไม่เป็นไรหรอก เรื่องมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเคยเท่านั้นเอง

        ซีรีส์เล่นไปได้ 20 นาที เบียร์หมดทั้งสามกระป๋อง นั่งจกขนมกรุบกรอบดูทางเลือกของตัวเอกที่ถูกตัดไปทีละรายการ สลับกับรีเฟรชหน้าฟีดทวิตเตอร์อย่างคนคลั่ง ผมกด favoritesเกือบทุกรายการที่เป็นเรื่องเล่าของเข็มทิศทั้งจากแหล่งที่มีที่มาและไม่มีที่มา แม้ไม่ได้ขึ้นติดอันดับแต่ก็มีมาเรื่อยๆ เกือบทุกห้านาทีจนสับสนว่าพวกเอ็งไปรู้จักเข็มทิศจากไหนกันนักหนา รู้ไหมว่าเขาเป็นคนบ้า วันดีคืนดีลุกขึ้นมาโดดเชือก ยกดัมเบล บางวันก็ออกไปวิ่งรอบคอนโด ชอบกินราเม็งร้านที่อยู่ระหว่างคอนโดกับที่ทำงาน ตอนเด็กๆ เข็มทิศถูกจับให้แต่งตัวเนี้ยบกว่าเด็กทั่วไป แทบจะไม่ได้ใส่เสื้อยืดด้วยซ้ำ ผมจำตาดำๆ กลมๆ ที่จ้องมองผมขเม็งได้ ตาเขามองแข็งเป็นพิเศษตอนที่ไปหยิบจับของเล่นส่วนตัว พวกขี้หวง แต่ไม่พูดแสดงความเป็นเจ้าของ มีครั้งหนึ่งที่เผลอไปทำไม้บรรทัดเซ็ตพาวเวอร์เรนเจอร์ของเขาหัก เข็มทิศไม่ว่า แต่ต่อยผมจนฟันน้ำนมหลุดคาปาก

        “ไปเชื่อมาก ในทวิตเตอร์ เรื่องแต่งทั้งนั้น”เสียงดังมาจากด้านหลัง เขาคงอารมณ์ดีขึ้น เอาผ้าเช็ดตัวเปียกๆ วางโปะบนหัวก่อนทรุดตัวนั่งลงข้างกัน แรงกดของน้ำหนักอีกฝั่งของโซฟาทำให้หัวผมเอียงไปซบตรงหัวไหล่พอดิบพอดี และนิ่งค้างอย่างนั้นราวกับการพยุงตัวลุกขึ้นมานั่งตรงๆ ยากลำบากเหลือเกิน

        “เมาแล้วดิ” เขาถาม นั่งเกร็งไปทั้งตัว มือใหญ่กุมหัวเข่าตัวเองทั้งสองข้าง โคตรไม่ธรรมชาติ ผมช่วยผ่อนคลายด้วยการประสานมือเข้าไปจับ ไถหัวขึ้นเล็กน้อย แนบแก้มแทนที่ขมับ ซึ่งวางอยู่บนหัวไหล่เปลือยอีกฝ่ายพอดี

        “ยัง ได้อีกเยอะ”

        “ได้อีกเยอะอะไรที่ร้านก็กินมาตั้งเยอะแล้ว นี่ฟาดหมดตู้เย็นแล้วปะ”

        “น่าจะ หวงอ๋อ”

        “อ๋อพ่อง” ทำเสียงสะบัด เอนตัวลงพนักพิงโซฟา ผมร่วงตุ้บลงบนหน้าตักอีกฝ่าย ขยับตัวเล็กน้อยโดยการเอาขาขึ้นจากพื้น นอนงอเข่าบนโซฟา ใช้หัวหนุนตักเจ้าของห้องด้วยท่าทีสบายๆ 

        “เมา”เขาตัดสินทันที ยึดมือถือไปจากมืออีกข้าง ยังคงพูดคนเดียวต่อ “คุยกับมันจังนะ ไอ้แม็กเนี่ย”

        “น้องมันทักมาอวดแฮชแท็กคู่ชิป”

        “ชิปหายล่ะสิ”

        “น่ารักดีออก #แม็กเข็ม เต็มฟีดเลย”

        “ก็กดค้นแฮชแท็กมันก็ต้องเจอดิ งี่เง่า” เจ้าของเรื่องถอนหายใจยาว ลูบหัวผม ไล่ลงมาถึงแก้ม แล้ววกกลับไปใช้นิ้วพันเล่นกับเส้นผมและใบหู “ไอ้ลูกหมา จับมอมบ่อยๆ ดีไหม”

        “บอกว่าไม่ได้เมา”

        “ไม่เมาจะมานอนอ้อนแบบนี้เหรอ นั่งหน้าตึงทั้งวัน”

        “ก็คุณไม่คุยกับผม”จริงที่ผมเองก็เป็นฝ่ายไม่คุยกับเขาตั้งแต่เมื่อคืน มันกระอักกระอ่วนบอกไม่ถูก แต่ก็...ก็พยายามแล้วไง

        “ไม่อยากแกล้งคุยให้คนอื่นเลิกถาม อยากคุยจริงๆ”

        “ไม่รู้ดิ” ผมจับมือเขาที่ยังป้วนเปี้ยนรอบๆ คอเอาไว้ ซีรีส์ในจอยังคงฉายต่อ แต่สำหรับเราเกิดความเงียบเป็นวงกว้างอีกครั้ง เขาตอบแสดงอาการรับรู้ในลำคอเบาๆ “คุณเคยต่อยผมด้วย จำได้ไหม”

        “เมาแล้วพูดไปเรื่อย”

        “บอกว่าไม่ได้เมา คนทำอะลืม ถามคนถูกทำดิ” จำได้ว่าร้องไห้กลับบ้าน แม่บอกว่าฟันซี่นั้นมันโยกมานานแล้ว เข็มทิศเอาออกให้ก็ดี ไม่อย่างนั้นก็ปวดอีกเรื่อยๆ

        “เหรอ แล้วเมื่อคืนจำได้ป่าวว่าเราทำอะไร”

        กลายเป็นผมที่เงียบไป นี่มันเพื่อนไม่จริงชัดๆ ผมยอมรับก็ได้ว่ามันไม่เหมือนเดิม “อือ”

        “โกรธหรือเปล่า”

        Bandersnatch ไม่อาจดึงความสนใจไปได้อีก ผมพลิกตัว มองหน้าเขาจากมุมที่อยู่ด้านล่าง เข็มทิศไม่หลบตา ดวงตาประกายวาววับคล้ายกระจกยามกระทบแสงแดด ไม่ราบเรียบเหมือนทะเลในฤดูร้อน ระยับวาวอย่างคนเจ้าเล่ห์ เว้าวอน และอ่อนโยนในที

        ผมส่ายหน้า เอามือเขามาวางบนอกตัวเอง หัวใจเต้นเร็วชะมัดยาด อาจเพราะเริ่มเมาอย่างเจ้าของตักยัดเยียดให้จริงๆ 

        “จูบได้ไหม” เขาถาม ผมไม่ตอบ แต่ดันตัวลุกขึ้นนั่ง เข็มทิศเองก็ไม่บังคับเอาแต่ใจ หัวหูอื้ออึงไปหมด พยายามสะบัดไล่อาการมึนงงออก แต่เหมือนปัดหยากไย่ออกจากเสื้อผ้า มันม้วนไปติดนั่นนี่น่ารำคาญ กว่าจะยอมรับว่าผมสับสนกับอะไรบางอย่างในประโยคนั้น ผมก็เป็นฝ่ายตะโบมจูบชายหนุ่มจนรู้สึกแสบรอบริมฝีปาก เขาตั้งรับและรุกไล่อย่างชำนาญเป็นไปตามกลไกของธรรมชาติ เมื่อผมจะปลดกางเกงตัวเองออกเข็มทิศกลับรั้งไว้ให้กอดรอบคอเขาแทน

        “เราไม่อยากทำตอนนายเมา”

        “ไม่ได้เมา”

        “อย่าดื้อดิ ไม่ชอบ” เสียงนั้นดุห้วน เขาตบแก้มผมเบาๆ เรียกสติ “ไปอาบน้ำก่อน ถ้าอาบเสร็จแล้วยังอยากทำเจอกันบนเตียง”

        แปลว่าอะไรวะ แม่งอาบน้ำก็หมดอารมณ์แล้วปะ

        “อย่าทำหน้างอ เบบี๋ เราไม่อยากให้นายตึงใส่เราอีก”

        ผมแม่งโคตรไม่เข้าใจเลย “ทำไมอะ ทำไมไม่ทำ อยากทำ”

        “ไม่ทำ” เขาจ้องผม เหมือนแววตาวันนั้นที่ผมทำผิดต่อเขา เป็นตาที่เฉียบขาดและบอกว่าอย่าดื้อดึงไปกว่านี้ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ผมหดคอ เลื้อยลงบนตัก นอนดู Bannerstate ต่อ พึมพำบ่นอยู่ในลำคอ


        ไอ้เข็มทิศ 
        .
        ไอ้คนเอาแต่ใจ


        ..



          .
          
          .
          [/color]
 
ฮือออออออออออ สงสารน้อง สงสารน้องเบ๊บบ ทำไมต้องตกเป็นทาสราคะไอ้จ่าไปแร้ววววว (วิบัติเพื่ออรรถรส) มาแล้วค่ะ คิกค้ากกก /ยังมีหน้ามาคิกค้ากก  คือ west on wednesday ผิดนัดอีกแล้ว T_T เมื่อวันจันทร์ไปหาหมอมาค่ะ อังคาร/พุธ ก็วิ่งเข้าออกโรงบาลเป็นว่าเล่น ตามหาพ่อทองเอกจากหมอยาท่าฉลอง /ยัง ยังไม่เลิก / มุกค่ะ จริงๆ คือแพ้ยา วันนี้เป็นวันแรกในสัปดาห์ที่ไม่ได้ไปโรงบาล (และไม่ได้ไปทำงานด้วย) เลยหายไปไม่บอกไม่กล่าว อย่าโกรธกันเลยยย 
อาจมาผิดนัดด้วยสุขภาพบ้าง สติสตังค์บ้าง แต่จะพยายามให้ตรงเวลาที่สุดนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูมา ณ ที่นี้
คอมเม้นต์สนุกมาก! รออ่านต่อนะคะ ฮรี่
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 842 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,069 ความคิดเห็น

  1. #2048 Wafuii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 18:51
    เขาเรียกว่าเบบี๋แล้วเขินมากแม่
    #2,048
    0
  2. #2039 PunJoonma (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 13:27
    นายมันแน่มาตลอดเข็มทิศ
    #2,039
    0
  3. #2027 PCB614 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 00:06
    ง่ะ เบบี๋ว่ะ แอแงงงงงง
    #2,027
    0
  4. #2017 -Imreader- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 18:55
    คำว่าเบบี๋ทำน้วยเลย
    #2,017
    0
  5. #2009 Brownsugar1980 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 07:31
    เบบี๋ เบบี๋เบบี๋!!!โอ้ยยย😆😆😆
    #2,009
    0
  6. #1995 Mune (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 05:59
    คนเมาอะเนอะ ไม่มีใครยอมรับว่าเมา 55555555
    #1,995
    0
  7. #1979 Selu.hh (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 04:11
    อ้อนมากกก ใจเหลวเป็นน้ำ
    #1,979
    0
  8. #1966 Biekps99 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:07
    ตกลงปลงใจแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
    #1,966
    0
  9. #1952 tuckkiijung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 23:45
    ฮืออออออออออออออออ เบ๊บตอนนี้น้วยมาก ใจดิชั้นก็น้วยค่ะ เขินจนท้องไส้ปั่นป่วน
    #1,952
    0
  10. #1940 metonnum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 19:57
    น้องตกในหลุมของ-จ่าแล้วอ่ะ5555555
    #1,940
    0
  11. #1932 BLACK LILY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 19:58
    อ่านกี่รอบก็เขินอ่ะ55555
    #1,932
    0
  12. #1915 heykiki (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 23:48
    โอ๊ยยยยยยเบ๊บบี้โคตรน่ารัก เขินโว้ยยยยยยยย โอ๊ยยยยย ปกตินายก็พูดเรามาตลอดปะเข็ม ทำไมนายพูดครัง้นี้ละมันหวิวแท้วะ โคตรจะแบบ บ้ามาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,915
    0
  13. #1893 m51t (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 00:56
    น้องงอออออมากก เอนดูววว หื้อออ
    #1,893
    0
  14. #1870 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 21:57
    เรียกเบบี๋ตลอดไปเรยได้มั้ยจาา
    #1,870
    0
  15. #1864 Mapranglism (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 19:12
    อ๋ยน้องงงงงงงงงงง
    #1,864
    0
  16. #1853 Tofu_Jcbsmm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 00:11
    กุเขินนๆๆๆๆๆๆ แง
    #1,853
    0
  17. #1833 peachpk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 23:48
    เวลาคุณเข็มเรียกเบบี๋แล้วแทนตัวน้องว่านายทำไมมันเป็นเขินจังวะ งองงง
    #1,833
    0
  18. #1801 HaeMay (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 20:46
    มันเป็นความขุ่นๆมัวๆ อึมครึมๆ แต่ทำให้ใจเราเต้นรัวอ่ะ
    #1,801
    0
  19. #1783 NNHYENA (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 00:47
    เป็นเขินคำว่า เบบี๋ของพี่เข็มเขาาาาาา งื้ออออออ
    #1,783
    0
  20. #1735 gabriel.la(: (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 22:13
    ถ้าเข็มไม่ชอบเบ้บแล้วมาทำงี้แม่จะทุบให้ร่วง ทำแบบนี้คิดเด้อออออ
    #1,735
    0
  21. #1720 Alice J (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 11:17
    ไรท์เขียนสนุกค่ะ ชอบการเรียบเรียงแบบนี้จัง
    #1,720
    0
  22. #1710 youyougyu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:01
    เบ๊บ ตาหนูลูก อ่านแล้วมีแต่ความเอ็นดู อยากรู้ว่าจ่าคิดอะไรในใจ คือหวงอะ หวงแน่ๆ แต่มันยังไม่น่าใข่รัก แค่หวงเพื่อนเฉยๆ เพื่อนที่มีอะไรกันแล้ว แค่นั้น?
    #1,710
    0
  23. #1647 คนใจจะวาย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 21:18
    วิ่งไปหาเตียงให้ไวเลยเบบี๋
    #1,647
    0
  24. #1584 Vivachoco (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 03:54
    ชอบฟีลของทั้งสองคนอะ
    #1,584
    0
  25. #1572 -PY- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 04:25
    น่ารักจังโว้ยยยย

    ไม่ไหวแล้วววว กีสสสสสๆๆๆๆๆๆ
    #1,572
    0