หลังม่าน l Behide the scenes

ตอนที่ 32 : l ฉากสามสิบสอง l Pat l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 466 ครั้ง
    31 ส.ค. 63

l ฉากสามสิบสอง l

Pat l talk

 

นับตั้งแต่ที่ผมหิ้วกระเช้าเข้าไปคุยกับเจ้าของบริษัทเอสพีคอร์ปเมื่อหลายวันก่อน งานที่เป็นปัญหาเริ่มมองเห็นช่องทางได้ชัดเจนมากขึ้น และผ่านพ้นไปอย่างสมบูรณ์ ถ้าไม่ติดที่ว่าคนเซ็นอนุมัติคนสุดท้ายก่อนส่งเอกสารให้คู่ค้าอาละวาดบ้านแตกด้วยเสียงเอ็ดตะโร

ซึ่งที่จริงแล้ว...ก็ไม่ต่างจากความคาดหมายสักเท่าไหร่

พ่อเกรี้ยวกราด ตวาดเสียงลั่นในห้องทำงานส่วนตัวที่แยกตัวออกจากห้องนั่งเล่นของตัวบ้าน ผมนั่งเอนหลังบนเบาะหนังของเก้าอี้บุนวมสีดำสนิท เคาะนิ้วเมื่อแฟ้มเอกสารถูกโยนตรงหน้าจนไถลลงพื้นกระจัดกระจาย

แกคิดว่าแกเล่นอะไรอยู่! ไอ้ภัทร!

ก็ไม่ได้เล่นอะไรนี่ครับตอบพลางไหวไหล่ ก่อนก้มลงเก็บของที่ร่วงหล่นบนพื้นกลับขึ้นวางบนโต๊ะ แบบนี้ก็วิน-วินทั้งสองฝ่าย

มันจะได้หัวเราะเยาะเราน่ะสิ หึ มีปัญญาประมูลตัดหน้ามาได้ ไม่มีปัญญาสานงานต่อ

ทางนั้นเขาก็มีปัญหาเรื่องเงินจมเหมือนกัน นี่มันยุคไหนแล้วพ่อ คนทำธุรกิจเหมือนกันไม่จำเป็นต้องเป็นคู่ปรับกันเสมอไปเสียหน่อย

แกมันไม่รู้อะไร

เรื่องอดีตน่ะผมไม่รู้หรอกนะ ไม่ได้คิดว่าจำเป็นต้องรู้ด้วย แต่ผมมองตอนนี้ มองอนาคต พอใจเย็นๆ แล้วลองคิดดูสิว่าเราโกรธเกลียดกับเอสอาร์มันมีอะไรดีบ้าง พ่อลองมองดูรอบๆ ตัวสิ ที่เขาเติบโตกันก็เพราะเป็นพันธมิตรกันทั้งนั้น

แกอย่าเอาเรื่องของโลกใหม่มาอ้าง ยังคิดจะเอาไอ้ลูกชายบ้านนั้นมาเป็นเมียอยู่ใช่ไหม

รู้ไหม ตอนแรกผมโคตรกลัวเลยว่าเข้าไปคุยกับอาปกรณ์แล้วจะโดนไล่ตะเพิดออกมา แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ะว่าใครกันแน่ที่หัวแข็งไม่ฟังอะไรเลยสักอย่าง

ไอ้ภัทร

แม่บอกว่าพ่อรักบริษัทนี้มาก ตอนนี้พ่อก็รู้ว่ามันเป็นปัญหา เศรษฐกิจช่วงนี้ก็ใช่ว่าจะดีสักเท่าไหร่ ผมก็กำลังช่วยให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้นอยู่นี่ไง

แกมันมักง่าย!

หรือจะยึดถือเอาหน้าตัวเองเป็นที่ตั้งแล้วปล่อยให้บริษัทค่อยๆ ล้มลงต่อหน้าต่อตาล่ะผมพูดพลางถอนใจ รู้สึกถึงสายตาโกรธเกรี้ยวที่อีกฝ่ายจ้องมองมา ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วพ่อลองเสนอความเห็นมาสิ ที่ให้งานนี้ผมทำเพราะพ่อก็มองไม่เห็นวิธีที่มันเวิร์กกว่าผมเสนอไม่ใช่เหรอ

แกมันไม่มีศักดิ์ศรีเลยหรือไง คิดว่าทำเรื่องแบบนี้แล้วจะไม่เสียผลประโยชน์รึ งูพิษมันคบได้เสียที่ไหน

ไม่มีใครเป็นงูพิษทั้งนั้นแหละ เราต่างรักบริษัทของตัวเองเท่านั้น พ่อต่างหากที่งี่เง่าแล้วโยนความผิดให้คนอื่น!ผมยกมือขึ้นกุมขมับ นิสัยดื้อรั้นของตัวเองคงเอามาจากพ่อทุกระเบียดนิ้ว ผมหาหนทางมากมาย บากหน้ายิ้มแม้บริษัทคู่อริจะไม่ต้อนรับกระทั่งอีกฝ่ายยอมใจอ่อนตกลงตามเงื่อนไข แต่ปราการที่ยากที่สุดกลับไม่ใช่ทางฝั่งเอสอาร์ กลายเป็นเจ้าของบริษัทที่บอกว่ารักที่นี่นักหนาต่างหาก ผมไม่คุยแล้ว พ่อเซ็นเอกสารแล้วทิ้งไว้ในห้องนี่แหละ พรุ่งนี้เช้าผมจะเข้ามาเอาก่อนออกไปทำงาน

ไอ้ภัทร! ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง

ถ้าพ่อให้สิทธิ์ขาดผมตัดสินใจ ผมก็ตัดสินใจแบบนี้ ไม่อย่างนั้นก็เอาไปทำเอง ถ้าพ่อคิดว่าสิ่งที่พ่อตัดสินใจมันดีกับบริษัทที่ปู่สร้างมาจริงๆ ไม่ใช่เพราะหลงมัวเมาอยู่กับความขี้ขลาดของตัวเองในอดีตผมก็จะไม่ยุ่ง ให้มันพังลงต่อหน้าเลยยิ่งดี สะใจดี

หมุนตัวจากเก้าอี้ออกมาด้านนอก รู้สึกหงุดหงิดใจหลังจากสงบเยือกเย็นอยู่นาน เพียงแค่เพราะบิดาเอ่ยถึงใครบางคนที่ทำให้ไม่อาจเป็นตัวของตัวเองได้อีก

จะต่อว่าผมเรื่องอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องปราณ

คิดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินดุ่มลงมาจากชั้นสอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ตามมาติดๆ ก่อนหัวไหล่จะถูกดึงรั้งไว้ด้วยมือของคนที่มีปากเสียงกันเมื่อครู่

กลายเป็นเรื่องชินตาไปแล้ว สำหรับผมกับพ่อที่เปิดปากเมื่อไหร่จำต้องทะเลาะกันเมื่อนั้น วิธีเลี่ยงที่ดีที่สุดคือการสงบปากสงบคำโดยสิ้นเชิง และผมมักใช้วิธีนั้นในการแก้ปัญหาเกือบทุกครั้งแต่ไม่ใช่คราวนี้

แกอย่ามาเอาแต่ใจแล้วเดินหนีแบบนี้! ไปคุยอะไรกับมันมาบ้าง!

ผมก็ไปคุยแบบที่นักธุรกิจเขากล้าจะคุยกัน

แกจะบอกว่าฉันปอดแหกอย่างนั้นเหรอ

คนที่จมอยู่แต่กับเรื่องราวในอดีตจนเดินไปไหนไม่ได้ถ้าไม่ใช่กลัวการยอมรับว่าตัวเองทำผิดพลาดไปแล้วมันเพราะอะไรล่ะเสียงลมหายใจดังขึ้นถี่ เรายังเถียงกันด้วยอารมณ์ที่ร้อนแรงทั้งคู่ ไหนพ่อบอกว่ารักบริษัทนี้มาก ทำไมถึงไม่คิดจะพัฒนามันให้ดีขึ้น

พัฒนา? แกคิดว่าที่แกทำเป็นการพัฒนาหรือไง ก็แค่คิดจะใช้ข้ออ้างนี้กลับไปเป็นตุ๊ดเป็นเกย์อย่างที่แกอยากเป็นเท่านั้นแหละ ทำไมเป็นเด็กที่เอาแต่ใจนักนะ!

เอาแต่ใจ? ใครเอาแต่ใจ ใช่ผมเหรอที่เอาแต่ใจ!ปัดมือใหญ่ที่จับบ่าออก มองค้อนไปยังคนพูด พยายามเสียสละทุกสิ่งแต่กลับดูเป็นเรื่องที่ว่างเปล่า ทอดสายตามองอีกฝ่าย เราก็รู้ว่าโรงงานผลิตของไม่ทันอยู่แล้ว แล้วตอนประมูลก็ล็อกสเป็กไว้ขนาดนี้ พ่อจะยอมโดนค่าปรับแลกกับทิฐิของตัวเองอย่างนั้นเหรอ พ่อก็รู้ว่าบ้านนั้นจะโก่งราคาของ หรือไม่ขายให้เราก็ยังได้ แต่เพราะทิฐิมันจะพากันฉิบหายไปหมด ดื้อด้านต่อไปก็พังกันทั้งคู่ อาปกรณ์เขาถึงยอมลงให้ แล้วนี่อะไร พ่อยังทำตัวเป็นตาแก่ทึนทึกไม่เลิก!

อย่าพูดเอาดีใส่ตัวหน่อยเลย!

ผมต่างจากพ่อตรงไหนรู้ไหม ผมไม่เคยพูดเอาดีใส่ตัวหรือโยนความผิดให้คนอื่น มันง่ายใช่ไหมล่ะที่จะบอกว่าตัวเองเป็นสีขาวส่วนคนอื่นเป็นสีดำ ทั้งๆ ที่ความจริงทุกคนก็รู้แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร

ชายวัยกลางคนจ้องหน้าผมนิ่ง ขบกรามจนเป็นสันนูน ขณะที่ผมเองก็ไม่สบอารมณ์ไม่ต่างกัน

ทะเลาะกันเรื่องอะไรเสียงเอ็ดตะโรหญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาในตัวบ้าน สีหน้าไม่สู้ดีนักเมื่อเห็นผมประจันหน้ากับพ่อด้วยสายตาดุดัน มีเรื่องอะไรทำไมไม่ค่อยๆ พูด

ดูเอาเถอะลูกคุณ มันใช้ได้ที่ไหน เลี้ยงกันมายังไงถึงได้เกเรขนาดนี้

ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมจะไม่เถียงเลยว่าตัวเองเกเร แต่ตอนนี้อย่าพูดในเรื่องที่ผมไม่ได้ทำ

งั้นเรอะ ถ้าอย่างนั้นแกทำอะไรอยู่ ถ้าไม่ใช่หายใจเข้าออกเป็นแต่เรื่องบ้านนั้น อยากจะเอาบริษัทไปเป็นเบี้ยล่างแลกกับลูกชายห่วยๆ ของพวกมัน

ผมทำทุกอย่างเพื่อบริษัทต่างหาก

ก็แค่ข้ออ้างให้ตัวเองทั้งนั้น

คุณ! หยุดพูดแบบนี้เดี๋ยวนี้นะแม่แทรกเสียงขึ้นปราม ก่อนเม้มปากเข้าหากัน แววตาคู่นั้นสั่นไหว มองผมก่อนดึงแขนพ่อให้กลับขึ้นไปชั้นสอง ฉันว่าคุณไปสงบสติอารมณ์ก่อนดีกว่า

จะให้สงบได้ยังไง รู้หรือเปล่าว่าไอ้ภัทรมันทำอะไรลงไป!

คนตัวใหญ่สะบัดร่างออก หันหน้ามาเผชิญกับผม เหตุการณ์ตรงหน้าไม่สู้ดีนัก หัวใจที่แหลกสลายเหมือนถูกขยี้ซ้ำด้วยปลายเท้า

ความพยายามทุกอย่างของผม

สุดท้ายแล้ว...ก็ถูกมองเป็นคนที่ไม่เคยทำเพื่อผู้อื่นอยู่ดี

ใครกันแน่ที่เห็นแก่ตัว

เสียงนั้นสงบนิ่ง ผมมองคู่สนทนาด้วยแววตารวดร้าว เจ็บช้ำยิ่งกว่าการกรีดข้อมือตัวเองซ้ำๆ ราวกับสิ่งที่ทำมาตลอดเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ

ที่ผ่านมา ผมไม่เคยทำให้พ่อรู้สึกว่ากำลังเสียสละบ้างเลยเหรอ ต่อให้พ่อแม่ไม่เคยเห็นว่าผมมีชีวิต ผมก็ยอมทุกอย่างแล้ว ผมทำงานทั้งๆ ที่ตัวเองยังไม่พร้อม ผมยอมแต่งงานทั้งๆ ที่ไม่ได้รักพันช์ พ่อคิดว่ามันง่ายหรือไงที่จะให้เกย์คนหนึ่งตกลงปลงใจแต่งงานกับผู้หญิงที่เพียงแค่คู่ควรกัน!

แกอย่ามาพูดแบบนี้นะ ที่ฉันบังคับให้แกทำแบบนี้เพราะตัวแกเอง แต่แกกลับหักหลังทุกคน แกมันอกตัญญู!

ไม่มีใครทำเพื่อผมเลยต่างหาก! ทุกคนโทษผมทั้งๆ ลงโทษผมแล้วก็หันกลับมาพูดว่าสงสาร เวทนา แต่ก็ปล่อยให้ผมแบกรับมันไว้ด้วยตัวเองแค่คนเดียว ให้ผมซ่อนหัวใจไว้ในมุมมืด ให้ผมตายลงไปกับคำที่ประดิษฐ์ขึ้นมาว่าสิ่งที่ผมเผชิญคือความรัก ความปรารถนาดีของตัวเอง

น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งลงจากดวงตาข้างซ้าย ความเงียบงันดังสะท้านทั่วบริเวณ แม่ส่ายหน้า แต่ผมยังพูดต่อหลังจากความอดทนเส้นสุดท้ายขาดผึง

ดูสภาพผมตอนนี้โดยที่ตัดเส้นกรอบบรรทัดฐานของพ่อออกไปหน่อยเถอะ ผมต่างอะไรกับหมาที่โดนฟาดจนเจ็บปางตายแต่ต้องหลบไปเลียแผลตัวเองและกลับรับใช้คนที่ทำร้าย แค่เพราะเขาเป็นคนชุบเลี้ยงผมมาเหรอครับ

เม้มปากเข้าหากัน เมื่อหลุบตาลง น้ำตาอีกหยดก็ร่วงหล่น

ผมกลับมาทำทุกอย่างตามที่พ่อต้องการ พยายามทำความเข้าใจอดีตที่พ่อเจอ แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมได้รับ คือการถูกตราหน้าว่าอกตัญญูเพราะไม่ได้เป็นคนแบบที่พ่ออยากให้เป็นแค่นั้นเหรอ

พี่ภัทร...

สิ้นเสียงผมในคราแรก เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นแทรก ใครบางคนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องทั้งหมดโดยตรงยืนแน่นิ่ง มือข้างหนึ่งกำเข้าหากัน ขอบตาแดงช้ำและน้ำตาไหลอาบแก้ม

ไม่แน่ชัดว่าพันช์เข้ามาตั้งแต่ประโยคไหนที่ผมเปิดเผยความรู้สึกเบื้องลึกออกไป

พันช์ มาตั้งแต่เมื่อไหร่

ดวงตากลมโตหลุบลงต่ำ น้ำตายังรินไหลไม่หยุดแต่กลับไม่มีใครคิดจะพูดหรือแก้ตัวจากสถานการณ์ตรงหน้า เด็กสาวฝืนยิ้ม เป็นยิ้มที่ไม่น่ามองที่สุดนับตั้งแต่รู้จักกันมา

ไม่สำคัญเท่าพันช์ได้ยินอะไรหรอกค่ะเราสบตากัน ริมฝีปากสีสดเม้มแน่นเข้าหากัน ทั้งหมดที่พูดเป็นเรื่องจริงใช่ไหมคะ

พี่...คำพูดต่างๆ นานาจุกอยู่ที่คอหอย สายตาตัดพ้อคู่นั้นแน่ชัดว่าต่อให้ผมปฏิเสธออกไปพันช์ก็รู้ว่าเป็นคำลวงอยู่ดี

ในเมื่อหลักฐานคือการกระทำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาซึ่งผมปฏิบัติกับคู่หมายอย่างมีขอบเขต

พันช์เคยสงสัย เคยคิดว่าพี่ภัทรต้องการเวลามาตลอด แต่วันนี้พันช์เข้าใจแล้วค่ะ ขอโทษที่เข้ามาในความวุ่นวายของบ้านพี่ภัทรแล้วทำให้ทุกอย่างยุ่งเข้าไปใหญ่หลังมือขาวยกขึ้นเช็ดน้ำตาและกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้ดังจนเกินไป ขาทั้งสองข้างของผมยังแข็งเกร็งอยู่อย่างนั้น เช่นเดียวกับลำคอก็แห้งผากไปด้วย เรื่องแต่งงานที่ทางครอบครัวเราเห็นว่าดี พันช์จะเป็นคนไปคุยกับคุณแม่เอง ขอโทษนะคะที่รู้ตัวช้ามากๆ

พันช์ พี่...

แล้วก็ช่วยอย่ามาเจอพันช์ อย่ามาที่บ้านพันช์สักพักนะคะหญิงสาวพูดเสียงเด็ดเดี่ยว เมื่อถึงคราวแข็งแกร่ง พันช์ที่ผมเห็นนุ่มนวลอ่อนหวานกลับแข็งแกร่งได้อย่างเหลือเชื่อ ในทางกลับกันกลายเป็นผมเองที่อ่อนแอจนไม่อาจแม้จะเอ่ยคำขอโทษออกมาได้

โลกของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังพังลง

พันช์ถอดแหวนหมั้นออก ยัดใส่มือผมแล้วหมุนตัวกลับทันที ภายในบ้านที่อึงอลด้วยเสียงวิวาทกลับเงียบสนิท ผมเสียงฝีเท้าขยับ เมื่อผมหันกลับไปก็พบฝ่ามือพ่อลอยคว้างในอากาศขณะที่แม่ยกมือห้ามไว้

พอเถอะคุณ!

เสียงนั้นสั่นแต่ทรงพลัง พ่อเบิกตากว้างเล็กน้อย เช่นเดียวกับผมที่ไม่คิดว่าแม่จะห้ามปรามทั้งที่เกิดเรื่องน่าโมโหขนาดนี้

จำได้ไหมที่เราคุยถึงอนาคตของลูก อยากให้ลูกแต่งงาน มีหลานให้อุ้ม มีงานที่มั่นคง ทั้งหมดเพราะอยากให้เขามีความสุข

ชายวัยกลางคนเม้มปากเข้าหากัน เขาละสายตาจากผมกลับไปยังคนพูด

บางอย่าง ต่อให้พยายามหรือฝืนรั้งแค่ไหนมันก็ใช่ว่าจะได้ดั่งใจเสมอไปหรอกค่ะ

เราทำทุกอย่างก็เพื่อมัน!

แล้วดูลูกตอนนี้สิคะเปลือกตาและจมูกของแม่แดงก่ำ แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ออกมา ตาภัทรของเราทรมานจนไม่รู้จักความสุขมานานเกินไปแล้ว คุณพอได้หรือยัง

จบประโยค อ้อมกอดของแม่ช่วยปลอบประโลมหัวใจที่ด้านชาให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

อย่างน้อย มันก็บอกตัวเองว่าแม้พยายามจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แท้ที่จริงแล้ว เมื่อมองลึกลงไปผมกลับอ่อนแอเหลือเกิน

 “เราพยายามกันเต็มที่แล้วนะคุณ ภัทรเองก็พยายามเต็มที่แล้วเหมือนกัน ต้องเป็นเราแล้วที่ต้องถอยบ้าง ฉันไม่อยากจะเสียเขาไปจริงๆ

ปกป้องผมไว้ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงแต่เข้มแข็งกว่าใคร

ภัทรจะเป็นอะไรก็ได้ ภัทรจะรักชอบใครก็ได้ จะเป็นคนดีหรือคนเลว เขาก็เป็นคน เขาเป็นลูกของเรานะคะ

สายตาที่เกรี้ยวกราดในทีแรกอ่อนลง พ่อมองผมสลับกับแม่ด้วยแววตาที่แสดงออกมาถึงความสับสน มือใหญ่กำเข้าหากันก่อนหันหลังกลับขึ้นชั้นสองของบ้านไปโดยไม่มีคำตอบใดๆ หลุดออกมา

ผมยังคงไม่เคลื่อนไหว มีเพียงมือที่วางบนแผ่นหลังลูบขึ้นลงคล้ายปลอบประโลม

ไม่เป็นไรแล้วนะภัทร

แม่....

แม่จะช่วยคุยกับพ่อเขาเองผมยกมือขึ้นไว้ ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากราบมารดาด้วยความขอบคุณอย่างที่สุด

ผมขอโทษครับแม่

ไม่เป็นไรแล้วลูก ไม่ใช่ความผิดของภัทร แม่เข้าใจแล้วสัมผัสอ่อนโยนสอดสางเข้าเส้นผม ลูบไปมาด้วยความเอ็นดูเหมือนผมเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก แม่เข้าใจแล้วว่าความสุขของแม่ที่จริงคือเห็นภัทรมีความสุขเท่านั้นเอง

ผมกอดแม่กลับ กอดรัดแน่นพร้อมสะอื้นไห้

คำว่าเข้าใจของแม่

แค่เท่านั้นก็เพียงพอ

 

สายวันถัดมาผมก็พบเอกสารซื้อขายอุปกรณ์ก่อสร้างระหว่างพีแอนด์พีและเอสอาร์คอร์ปวางอยู่ในแฟ้มสีดำบนโต๊ะทำงานของบริษัท ภายในมีรายละเอียดเงื่อนไขการซื้อขายซึ่งผมเป็นคนเตรียมไว้เอง แต่ที่สมบูรณ์กว่านั้นคือลายเซ็นของผู้บริหารใหญ่ท้ายกระดาษเป็นการอนุมัติ ก่อนถอนหายใจโล่งอกแล้วต่ออินเตอร์คอมเรียกพี่มานพเข้ามาพบ

ครับ คุณภัทร

เดี๋ยวพี่มานพช่วยเดินเอกสารเรื่องสั่งซื้อสินค้าจากเอสอาร์คอร์ปให้ผมหน่อยนะครับ

เอ๊ะ คุณหนุ่ยอนุมัติแล้วเหรอครับ

อืม ผมก็เพิ่งเห็นเหมือนกันยื่นแฟ้มให้หัวหน้าเซลส์คนเก่ง วันก่อนผมหิ้วกระเช้าไปให้คุณปกรณ์แล้ว รอบนี้เว้นไว้ก่อนก็ได้ เอาไปถี่ๆ เดี๋ยวจะดูไม่จริงใจ ผมอยากให้พี่มานพช่วยรื้องานช่วงนี้ที่เราตกสเป็กเรื่องขาดบริษัทร่วมลงทุนไปด้วย ถ้าการทำงานกับเอสอาร์คอร์ปพอจะเป็นไปได้ผมก็อยากลองดู

คุณภัทรน่าจะปรึกษาเรื่องนี้กับคุณหนุ่ยก่อน

พี่ก็รู้ว่าถ้าเราผ่านเงื่อนไขเรื่องบริษัทร่วมลงทุนเราไม่ต้องวิ่งงานเล็กเลยก็ได้ โปรเจ็กต์เดียวก็สบายไปตลอดทั้งไตรมาสแล้ว

พนักงานเก่าแก่ของบริษัทมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย ผมยิ้มให้กำลังใจพลางเคาะนิ้วบนกระจก ไม่เอาน่าพี่มานพ ขนาดเจรจาขอซื้อของจากเอสอาร์คอร์ปผมยังกล่อมพ่อได้เลย พี่ไม่อยากได้โบนัสเยอะๆ เหรอ

คุณหนุ่ยไม่ไล่ผมออกแน่นะครับ

ผมยักยิ้ม ความไม่มั่นใจเมื่อแรกเริ่มทำตัวนอกคอกค่อยๆ ละลายหายไป ทิศทางการทำงานเปลี่ยนเบนเข็มไปคนละอย่างกับก่อนหน้านี้ ผมมีอำนาจตัดสินใจมากขึ้น ขณะที่พ่อก็เริ่มปล่อยงานชิ้นสำคัญๆ ให้ทำมากขึ้นทีละน้อย

ไม่น่ามีปัญหาครับ ผมรับผิดชอบเอง

ราวกับกำลังบอกว่า เขาเริ่มมีแนวคิดที่จะสอนผมในอีกแบบที่ยังไม่เคยทำมาก่อน

 

ความสัมพันธ์ของผมกับเจ้าของบริษัทใกล้เคียงคำว่าเจ้านายลูกน้องไปทุกที

หลังจากงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้าถูกยกเลิก พ่อก็ไม่คุยกับผมอีก บ้านยังคงเงียบเชียบ ไม่ต่างจากเดิมที่ผมสูญเสียปราณไปมากนัก

ความร้าวฉานแทรกตัวผ่านทิฐิที่เป็นกำแพงสูง สุดท้ายก็เหลือเพียงเรื่องงานที่ทำให้เขาอ้าปากพูดคุยด้วยได้ กระนั้นก็ไม่ใช่ด้วยปราการของความชิงชัง หรือไม่ยอมรับกันเหมือนก่อนหน้านี้เสียทีเดียว

เขาเตรียมจะวางมือ

แม่พูดในบ่ายวันหนึ่ง ผมนั่งอ่านแฟ้มกองมหึมาที่หอบมาจากสำนักงานอยู่ในห้องทำงาน เสียงถาดแก้ววางกระทบกระจกโต๊ะ ก่อนกลิ่นหอมของชาผลไม้จะลอยแตะจมูก เสิร์ฟคู่กันกับเมลอนสีส้มอ่อนบนจานใบเล็ก

แม่คุยกับพ่อว่าบางทีเราอาจเป็นห่วงภัทรมากเกินไปจนทำให้ภัทรไม่ได้มีชีวิตสมวัยของตัวเองทั้งๆ ที่บรรลุนิติภาวะมานานแล้ว

ผมกำลังโดนตัดหางปล่อยวัดอยู่หรือเปล่า?”

คิดอะไรแบบนั้น พ่อเขาแค่น้อยใจ เลี้ยงมากับมือแท้ๆ แต่กลับไม่ได้ดั่งใจ

แค่เรื่องความรักเท่านั้นเองแม่

มารดาพยักหน้า เดินมาลูบหัวผมแผ่วเบา เขาอยากให้ภัทรสมบูรณ์แบบในแบบของเขา พ่อรักภัทรมากเลยนะ รักจนทำให้เราอึดอัด

ผมไม่ได้บอกว่าพ่อไม่ได้รักผมนะแม่ ผมเข้าใจท่าน ยิ่งโตยิ่งเข้าใจ แต่การที่ผมชอบผู้ชายก็ไม่ได้ทำให้ตัวเองบกพร่องอะไรนี่ครับ

นั่นก็ใช่ แต่พ่อเกิดมาคนละยุคกับเรา ภัทรก็ให้เวลาเขาหน่อย แม่เองก็ยังต้องใช้เวลาเลยกว่าจะยอมรับได้ว่าลูกชายแม่ไม่ได้ชอบผู้หญิงอย่างที่คาดหวังไว้

นั่นก็เรื่องหนึ่งผมยกแก้วชาขึ้นจิบแล้ววางลงที่เดิม อีกเรื่องคือต่อให้ผมไม่ได้รักปราณแบบชู้สาว พ่อก็เกลียดบ้านนั้นจนธุรกิจเราไปไม่ถึงไหนต่างหาก

ภัทรก็ฟังแม่เล่าแล้วนี่คะ

แต่เป็นแค่ความเข้าใจจากเราฝ่ายเดียวนี่ครับ เราไม่เคยถามเหตุผลทางนั้นจริงๆ จังๆ สักครั้งเลยด้วยซ้ำ

แม่ถอนหายใจ ลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานตัวใหญ่มานั่งข้างๆ

ช่างมันเถอะ แต่จะให้พ่อทำใจไปญาติดีกับฝั่งโน้นก็ลำบาก เขาฝังใจมานาน ต้องให้เวลาหน่อย อย่างมากที่สุดก็คงแค่ปล่อยให้เราคบหากับลูกชายฝั่งนั้นได้ แต่จะให้รักใคร่สมัครสมานก็คงเป็นเรื่องยาก

ผมพยักหน้ารับรู้ ยิ่งเอสอาร์คอร์ปมีแนวคิดที่เปิดกว้างกว่าฝั่งตัวเองก็นับว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วนะแม่ ถ้าพ่อรักบริษัทจริงๆ ก็น่าจะมองออกว่าเราต้องเดินไปทางไหน

เพราะแบบนั้นไงพ่อเขาถึงได้คิดจะวางมือให้เราสานต่อ จะให้ฝืนใจไปผูกมิตรก็ยาก อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ลดทิฐิไม่ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับเอสอาร์คอร์ปอยู่

ผมจะไม่ทำให้มันพัง จะไม่ทำให้พ่อผิดหวังกับเรื่องนี้รับปากมารดาด้วยสัจจริง ถึงแม้จะโอนอ่อนต่อคู่แข่งตลอดชีวิตของพ่อ แต่ก็มั่นใจว่าสามารถประคับประคองพีแอนด์พีได้ตลอดรอดฝั่ง แล้วเขาว่ายังไงบ้างครับ เรื่องที่ผมเอาเข้าที่ประชุมเมื่อวันศุกร์

ที่จะขอร่วมมือกับบ้านนั้นเรื่องประมูลงานตึกนารายณ์น่ะเหรอ

ครับ ผมเพิ่งเห็นว่าเรื่องนี้ถูกตีตกไปเพราะเราไม่มีจอยท์เวนเจอร์ แต่ถ้าร่วมมือกับทางเอสอาร์คอร์ปได้ แล้วร่วมงานประมูลครั้งนี้ก็น่าเสี่ยง มันงานระดับประเทศ แม่ก็รู้

ก็ไม่ว่ายังไงนะมารดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน มือขาววางบนศีรษะผม ลูบไปมาด้วยความเอ็นดู บริษัทนี้เขายกให้ภัทรอยู่แล้ว เพราะภัทรเป็นคนทำให้เขาอยากมีชีวิตต่อในวันนั้น

แม่ยังโกรธผมอยู่หรือเปล่า

ทำไงได้เสียงถอนหายใจดังขึ้น มือที่ลูบหัวเมื่อครู่เลื่อนลงมาวางบนบ่า เปลี่ยนไม่ได้แล้วใช่ไหมภัทร

ผมขอโทษ

ในเมื่อภัทรเปลี่ยนไม่ได้แล้ว แม่ก็จะยอมรับ ขอแค่ภัทรเป็นเด็กที่มีความสุขง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อนก็พอ ยังดื่มก่อนนอนเหมือนเดิมหรือเปล่า ช่วงนี้แม่ไม่เห็นขวดเบียร์แล้ว

ก็ลดลงเยอะแล้วครับ แค่เฉพาะวันที่ไม่คิดถึงปราณเท่านั้นเอง

ห้องทำงานเล็กๆ เงียบสงัดลง แม่ถอนหายใจก่อนถามถึงอนาคต ภัทรจะทำยังไงต่อเรื่องลูกชายบ้านนั้น ถ้าพ่อกับแม่ไม่ขัดใจแล้ว

ถ้าปราณไม่อยากอยู่กับผม ผมก็คงได้แต่อยู่แบบนี้ต่อไปน่ะครับ ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ ฝั่งนั้นก็เด็กดีเหลือเกินเสียด้วย

แม่ถามอีกนิดนะ ถ้าไม่มีวันได้คบกันจริง ภัทรคิดจะแต่งงานไหม

เป็นอีกครั้งที่ทั้งห้องเหลีอเพียงเสียงลมหายใจ ผมมองลูกตุ้มเหล็กบนโต๊ะที่เหวี่ยงกระทบกันไปมาเบาๆ ไม่รู้เหมือนกันครับ

เอาเถอะ...อนาคตของภัทร แม่ให้ภัทรตัดสินใจ ต่อให้ไม่ชอบใจ แต่แม่ก็อยากให้ภัทรสมหวังในทุกเรื่องนะ

เราต่างรู้ว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร นั่นหมายถึงรอยยิ้มของอีกฝ่าย และแม่ก็ปรารถนาจะให้ผมมีรอยยิ้มประดับทั้งที่ริมฝีปากและดวงตา เหมือนเด็กชายณภัทรคนเดิมที่เคยเลี้ยงดูมาตลอดชีวิต

ผมเอนศีรษะเข้าสู่ฝ่ามือนุ่ม ความขลาดกลัวและเงียบเหงายังเกาะกินในใจ หากแต่กลับอุ่นซ่าน เมื่อพบว่าอย่างน้อยวันที่ไม่มีปราณ ก็ยังมีใครอีกคนเป็นกำลังใจให้กัน

 

ช่วงสายของวันจันทร์ผมได้คิวว่างของคุณอาปกรณ์ เจ้าของบริษัทเอสอาร์คอร์ปเป็นครั้งที่สองของเดือน ผมเข้ามาที่บริษัทกับคุณมานพ พร้อมแฟ้มเอกสารและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสะพายพาดบ่า ใช้ห้องประชุมเล็กๆ เป็นที่ต้อนรับ พนักงานสาวสวยช่วยจัดการต่อโปรเจ็กเตอร์ให้ระหว่างที่รอประธานบริษัทเดินทางมาถึง เมื่อประตูเปิดออกอีกครั้ง พ่อของปราณในชุดสูทสีดำสนิทก็เดินสุขุมเข้ามาเพียงลำพัง

สวัสดีครับ

ยกมือไหว้ก่อนรับน้ำเย็นๆ จากเลขาฯ ไว้ในมืออาปกรณ์พยักหน้า เลื่อนเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะและนั่งลงเงียบๆ โดยปราศจากคำทักทาย

ผมลองกลับไปค้นดูเรื่องงานประมูลของบริษัทที่ตกหล่น ไม่ได้ประมูลเพราะติดเงื่อนไขเรื่องผู้ร่วมลงทุน คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ทั้งกับพีแอนด์พีและเอสอาร์คอร์ปเลยอยากจะนำมาเสนอคุณอาให้พิจารณา

ไม่เห็นต้องมาเองเลยนี่เขาว่าพลางสอดสายตาลอดแว่น ให้เซลส์มาคุยก็ได้

ไม่ได้หรอกครับ อันนี้งานใหญ่ ผมอยากมาเจรจากับคุณอาด้วยตัวเอง

ครั้งนี้พ่อก็ไม่รู้อีกล่ะสิ

อ้อ คราวนี้ทราบครับ ไม่ได้ว่าอะไร ท่านใกล้วางมือเต็มทนเลยอยากให้ผมเข้ามาทำตรงนี้มากขึ้นผมพูดตามจริง และคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบัง ตามที่เราต่างรู้ว่าธุรกิจตอนนี้เดินทางมาถึงยุคใหม่แล้ว ผมว่าการรวมกลุ่ม หรือเป็นพันธมิตรกันจะเป็นเรื่องที่ช่วยให้บริษัทของเราก้าวหน้าไปมากกว่าเดิม ทางคุณอาเองก็มีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการออกแบบสถาปัตยกรรมด้วย ส่วนฝั่งของผมก็มีประสบการณ์ในเรื่องการก่อสร้างมานานหลายปี ถ้าใช้พอร์ตตรงนี้ไปยื่นเสนอประมูลงานต้องเป็นกลุ่มบริษัทที่ต้องจับตามองอีกที่แน่นอนครับ

คู่สนทนาพยักหน้า ขณะที่ผมเปิดไฟล์พรีเซนต์ขึ้นมาบนหน้าโปรเจ็กเตอร์

อันนี้เป็นรายชื่อโครงการที่ทางพีแอนด์พีร่วมประมูลไม่ได้ ส่วนทางซ้ายมือเป็นชื่อโครงการที่เอสอาร์คอร์ปไม่ได้ยื่นประมูล และติดที่เงื่อนไขเรื่องประสบการณ์ทำงานกับที่ปรึกษาด้านโครงสร้าง ซึ่งตรงนี้ทางพีแอนด์พีมีบุคลากรอยู่แล้ว

เลื่อนปลายนิ้วไปเรื่อยๆ ถึงมูลค่าที่ต่างสูญเสียไปในระยะเวลาเพียงหนึ่งปีที่ผ่านมา

ข้อมูลแน่นดี ไปเอามาจากไหน

จริงๆ ตั้งแต่เริ่มทำงานที่นี่ผมก็คิดเรื่องนี้มาตลอด แต่ไม่มีโอกาสได้เสนอความคิดที่อยากจะเชิญทางเอสอาร์ร่วมลงทุนด้วยน่ะครับ

เมื่อเลื่อนมาถึงงานล่าสุด โครงการยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในวาระซึ่งยังสามารถเสนอรายชื่อได้ก็หันกลับมามองชายวัยกลางคนอีกครั้ง

ถ้าเร่งมือตั้งแต่พรุ่งนี้ ผมคิดว่าเราน่าจะเตรียมเอกสารร่วมประมูลโครงการตึกนารายณ์ได้ ถ้าได้งานนี้ทั้งสองบริษัทก็จะขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่สูงขึ้น แต่ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยก็มีชื่อในการส่งพอร์ตประมูลครั้งต่อไป คุณอาคิดว่ายังไงครับ

ดวงตาของเขาสงบนิ่ง ทอดมองอย่างครุ่นคิดครู่ใหญ่ ผมและพี่มานพนิ่งเงียบรอการตัดสินใจ กระทั่งเขาเลื่อนสายตามายังผมด้วยแววตาที่ตีความหมายได้ยาก

ส่งไฟล์นี้เข้าเมลฉันหน่อยแล้วกัน

แนบไปในเมลที่ส่งให้คุณอาเมื่อคืนแล้วครับ CC ถึงคุณอนงค์ เลขาฯ ของคุณอาด้วย น่าจะได้รับแล้ว

ฉันยังไม่มีเวลาเข้าเช็กเมล แต่เดี๋ยวจะกลับไปดูก็แล้วกัน เรื่องเอกสารกับเส้นสายคิดว่าเตรียมทันอย่างนั้นหรือ

ก็ต้องลองครับ ดีกว่าไม่ส่งเลย

เขาพยักหน้า ยังคงมองผมด้วยสายตาแบบเดิมไม่เปลี่ยน ดูเป็นผู้ใหญ่จังเลยนะ แบบนี้ล่ะมั้งพ่อถึงวางใจ ว่าแต่มัวแต่มาสนใจเรื่องงาน คู่หมั้นไม่น้อยใจเอาเหรอ

ผม....เงียบไปครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจบอก “...ยกเลิกงานแต่งแล้วครับ

เจ้าของบริษัทเอสอาร์คอร์ปไม่แสดงความยินดียินร้าย แต่กลับนิ่งเงียบระหว่างที่รอผมอธิบายต่อ

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนทางคู่หมั้นรู้ความรู้สึกของผมที่มีต่อปราณเลยขอยกเลิกน่ะครับ ทางผมเองก็ไม่ได้คิดจะขอโอกาส ปล่อยให้เรื่องมันจบไป ให้คนไม่ได้รักกันมาอยู่ด้วยกัน ผมคิดว่ามันร้ายแรงมากสำหรับชีวิตคู่

ทั้งๆ ที่ไม่ได้คบกับเจ้าปราณแน่ๆ อย่างนั้นน่ะเหรอ

ผมยิ้มขื่น ความรู้สึกจุกอัดแน่นในอก ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ถ้ารักมันต้องทำร้าย ก็ให้ทำร้ายแค่ผมก็พอแล้วครับ

คู่สนทนาพยักหน้าเมื่อประโยคนั้นจบลง เขาหมุนตัวหันหลังไปนอกกระจกใสที่เห็นวิวทิวทัศน์ของมหานครสุดลูกหูลูกตา ไม่มีใครคะแนได้ว่าภายใต้ความสงบนิ่งนั้นอาปกรณ์คิดอะไรอยู่ ช่วงเวลาที่เราเผชิญอยู่ในห้องที่มีเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน กว่าชายวัยกลางคนจะเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบ สุขุม

เรื่องงานฉันขอดูอีกทีแล้วจะให้เลขาฯ ตอบกลับไปให้ไวที่สุดผมใจชื้นขึ้นมา อย่างน้อยก็มีความหวังขึ้นมาหน่อย ส่วนเรื่องปราณ ถ้าไม่ได้มีพันธะอะไร แล้วยังยืนยันความรู้สึกของตัวเองว่ามั่นคงเหมือนเดิม อยากจะบินไปหาเขาก็ได้

ผมมองพนักพิงของคนพูดอยู่นาน ไม่มีคำอธิบายที่กระจ่างกว่านั้น แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองได้กุญแจดอกสำคัญเพื่อข้ามทะลุให้หลุดพ้นคำว่าเป็นไปไม่ได้ให้มีหวังขึ้นมา หากแต่การกระทำที่เย็นชาจากปราณคราวนั้นก็ฉุดรั้งไม่ให้ตัวเองไม่ให้ลิงโลดจนเกินไป

ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าปราณจะอยากเจอหน้าผมอยู่หรือเปล่า

คนที่รู้สึกอย่างนั้นต้องเป็นเจ้าปราณไม่ใช่หรอกเหรอ

ผมเผลอขมวดคิ้วเข้าหากัน ไม่ทันได้เอ่ยถาม คู่สนทนาก็เอ่ยขยายความ ฉันส่งปราณไปอยู่กับป้อง ลูกพี่ลูกน้องเขา ได้ยินมาว่าเจ้าเด็กดื้อเงียบนั่นแอบโทรกลับมาหาเรา แต่ไม่ได้รับสาย ก็เลยไม่แน่ใจนักว่ายังอยากจะสานต่ออีกไหม

โทรมาอย่างนั้นเหรอครับ

นึกย้อนกลับไป เมื่อไม่กี่วันก่อนมีเบอร์แปลกติดต่อเข้ามาแต่กำลังหัวหมุนกับงานที่ได้รับมอบหมาย สุดท้ายก็ละเลยเรื่องเบอร์โทรเลขหลายหลักนั่นไปโดยปริยาย

ผมไม่ทราบว่าเป็นปราณ

อยู่ที่นั่นเขาคงเหงา ถ้ามีโอกาสแวะไป ก็บอกให้หน่อยแล้วกันว่าพ่อคิดถึง

ครับ?”

ฉันอนุญาตให้คบหากันได้แล้ว เลิกโกรธพ่อมันเสียที ที่บ้านมีลูกชายแค่คนเดียว

ผมหลุบตาลง และอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้ม ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมคราม แค่เด็กดีของอาปกรณ์ยอมโทรมาหา แม้จะขัดคำสั่งที่ห้ามติดต่อกันโดยสิ้นเชิงผมก็รู้สึกเหมือนได้ปราณคืนกลับมาอีกครั้ง

บ้าชะมัดที่ไม่นึกน้อยใจที่เขาปล่อยมือและหันหลังให้ในคราวนั้นอีกต่อไปแล้ว เพียงเพราะการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของคนรักที่แสดงออกว่ายังมีเยื่อใย

ถ้าทำให้มันมีความสุขได้ก็ทำเสีย เพราะพ่อที่ไม่ได้เรื่องอย่างฉันคงพลาดไปทำให้มันเสียใจนานเกินไปแล้วเขาเอนศีรษะพิงกับพนัก เห็นได้ชัดถึงความเหนื่อยอ่อนเต็มกำลัง

ผมจะรีบเคลียร์งานแล้วหาเวลาไปบอกสารจากคุณอาด้วยปากของตัวเองให้ไวที่สุดเลยครับ

ปราณรอผมอยู่ แน่นอนผมจะไปหาและไปทวงคืนความรักที่เหือดแห้งไปให้กลับคืนมาชุ่มฉ่ำมีชีวิตชีวาอีกครั้ง...สู่หัวใจ









Tbc...


พ่อยังไม่โอเคเหรอ แร้วไงคัยแคส์ ภัทรไม่ได้กล่าว
สำหรับคนหัวแข็งมากๆๆๆ ของพ่อภัทรคงยอมได้มากสุดเท่านี้จริงๆ ค่ะ ถือว่าอ่อนลงมากแล้ว ฮู้ววว หมดซักที ดราม่าเซ็ตใหญ่ๆ ฮาาา 
นับถอยหลังวันจบเรื่องได้แล้ววว เหงาเลย ตอนต่อไปส่งให้น้องเดย์ค่ะ อิอิ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 466 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,318 ความคิดเห็น

  1. #1289 Enoolly (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:28
    ฉันอนุญาตให้คบกัน

    ปล่อยโฮเลยจร้า
    #1,289
    0
  2. #1248 258011 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 17:08
    พ่อปราณคือดี เหลือเเค่พ่อภัทร
    #1,248
    0
  3. #1222 Suraiya1874 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 10:36
    สักทีนะะ
    #1,222
    0
  4. #1208 Themukiizzz (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 18:57
    สุดจริงตอนนี้ ทั้งเศร้า ทั้งหน่วงเลย ความรัก ครอบครัว มันยากที่จะตัดสินใจจริงๆ
    #1,208
    0
  5. #1204 waritsara123456 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 08:25
    พ่อปราณปังมากกกกกกก ดีที่แม่ภัทรเข้าใจ
    #1,204
    0
  6. #1203 waritsara123456 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 08:25
    พ่อปราณปังมากกกกกกก ดีที่แม่ภัทรเข้าใจ
    #1,203
    0
  7. #1147 sugarraeks (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 20:36
    ทุกข์มาตั้งนานดิ่งและหน่วงจนจะเป็นบ้าอยู่แล้วเวลาจะมีความสุขก็ขอแบบนานๆๆๆๆๆๆๆๆ แน่นๆๆๆนะ
    #1,147
    0
  8. #1134 Aubbbbb (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 17:58
    เป็นตอนที่อ่านแล้วน้ำตาไหล ดีมากๆเลยค่ะ ดีใจจริงๆที่พ่อแม่ของทั้งคู่ยอมรับและเข้าใจ
    #1,134
    0
  9. #1131 Happysad (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 10:05

    เพิ่งมาอ่านแล้วนับถือใจภัทรมากค่ะ เป็นเราคือไม่อยู่แล้วนะคงตายไปแล้ว ดีใจกับภัทรที่เข้มแข็งขนาดนี้

    #1,131
    0
  10. #1126 Biekps99 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:37
    โล่งอกเลย
    #1,126
    0
  11. #1066 PeachJAYKAY (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 23:38
    ขอบคุณมากๆค่ะ ขอบคุณจริงๆฮือน้ำตาแทบไหลเลย
    #1,066
    0
  12. #1027 PARKSELOR (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 13:54
    ตอนปลดล็อกนี่แหละค่ะตัวดี น้ำตาแตก มันบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าไหลเพราะเศร้าหรือดีใจ ปนเปกันไปหมด แกเก่งมากเลยภัทร ถ้าชั้นเป็นแกชั้นว่าชั้นคงเสียคนไปแล้ว แกเก่งมากที่ใช้ความรักที่มีไปในทางที่ถูก เป็นคนที่ดีเพื่อคู่ควรกับความรักที่มีให้เขา ประทับใจมาก ส่วนเรื่องครอบครัว สั้นๆเลย สักทีโว้ย! อึดอัดมานาน สักที!
    #1,027
    0
  13. #987 KaRToon_HH (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 10:35
    จะได้เจอกันแล้วววววว
    #987
    0
  14. #978 heykiki (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 23:13
    ขอบคุณมาก ๆ ขอบคุณจริง ๆ น้ำตาไหลเลยตอนภัทรเถียงกับพ่อ เราหมั่นเขี้ยวมาก เขาไม่ยอมฟังเลย แต่ภัทรก็อธิบายดีแล้ว ตอนนี้ค่อยเป็นค่อยไปนะ ทุกอย่างต้องดีขึ้นแน่
    #978
    0
  15. #948 D-Sooo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 22:25
    ขอบคุณมากๆ ฮื่อออ ดีใจ
    #948
    0
  16. #947 minidays (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 22:14
    !!!!!!!! ในที่สุด
    #947
    0
  17. #913 ploy-p-ploy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 23:31
    แงงงงงงงงง ในที่สุดดดด น้ำตาคลอเลยฮือ
    #913
    0
  18. #831 blastocyst (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 01:22
    ยังอ่านไม่จบตอน แต่ขอพิมพ์ชมคนเขียนก่อนเลย พาร์ทนี้ดีมากกกก ทำเราน้ำตาไหลเลย บทพูดต่างๆ มันกินใจมาก เราชอบที่เขียนมาให้ภัทรยอมรับว่าเป็นเกย์ หรือไม่ได้รังเกียจคำว่าเกย์ ภัทรไม่เกี่ยงสถานะเขาเป็นอะไรก็ได้ เราชอบมากกก นิยายวายหลายเรื่องที่ผู้หญิงแต่งมักชอบใช้คำว่าไม่ได้เป็นเกย์แค่ชอบผู้ชายคนนี้เท่านั้น เราว่ามันแปร่งๆ มันดูเหมือนมีความไม่ยอมรับให้ตัวเอกเป็นเกย์ซ่อนอยู่ ขอชื่นชมคนเขียนนะคะที่ดีไซน์ตัวภัทรและบทพูดต่างๆ ออกมาดีขนาดนี้ ถึงบทพ่อของภัทรจะดูสุดกู่ แต่มันก็คือเรื่องจริง ความรู้สึกจริงของคนเป็นพ่อ เขายอมรับได้แต่ต้องใช้เวลาหน่อย คนเขียนเขียนดีมากค่ะ ทั้งตอนที่แม่ภัทรเริ่มยอมรับ พ่อของภัทรเริ่มยอมรับ ความพยายามที่จะก้าวข้ามปัญหาและมีความสุขพร้อมกันของครอบครัว เมื่อพยายามมากแล้วแต่มันเป็นไปไม่ได้ก็ต้องยอมรับความจริง เขียนดีจนไม่รู้จะชมยังไงเลยค่ะ
    #831
    0
  19. #806 ภรมน (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 01:50
    ชอบความสมัยใหม่ของบ้านปราณ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องบอกว่าเพราะภัทรด้วยที่กล้าเข้าหาผู้ใหญ่ ถึงจะเป็นเรื่องงานแต่พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าโตพอมีความรับผิดชอบ แถมยังรักลูกเขาจริงๆ เยี่ยมไปเลย ผิดกับบ้านภัทรอะ พอกันทั้งพ่อทั้งแม่ แหะๆ
    #806
    0
  20. #789 yaoippnn (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 23:11
    ตอนนี้อ่านเเล้วคือเเอบเคืองเเม่ของภัทร คือ...นั่นลูกแกนะ จะไม่สังเกตเห็นช้าไปหน่อยเหรอ มันนานไปหรือเปล่ากว่าจะรู้ว่าลูกตัวเองทรมาน ตอนนี้มาบอกว่าเข้าใจ พอเเต่ก่อนเเสร้งว่าไม่มีไรไม่เห็นไรเมินเฉยต่อความรู้สึกลูกตัวเอง เอาจริงๆถ้าเจอแบบนี้กับตัวคือไม่ได้เห็นกูมีความสุขหรอกกูตายก่อนพอดี ///ฮ่าๆฮึฮึ อัดอั้นฉิบหาย
    #789
    0
  21. #788 Zmiinury (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 02:17
    ถ้าเราเป็นภัทรเราคงกลายเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้วไม่ก็คิดฆ่าตัวตาย คืออ่านแล้วรู้สึกดิ่งมากอยากร้องไห้อะ มันอินอะ คิดว่าถ้าเราไปอยู่ จุดนั้นเราจะรู้สึกยังไง คือเป็นเราเราคงทนไม่ได้อะที่แบบ มันคือชีวิตกูอะ กูขอเลือกเองบ้างไม่ได้เหรอวะ พ่อแม่ทะเลาะกันก็ส่วนพ่อแม่ดิ โตๆกันแล้วเป็นผู้ใหญ่แล้ว ใช้สมองอย่าใช้แต่เล็บขบคิด ศักดิ์ศรีที่มันค้ำคอมันกินไม่ได้หรอก ตายไปก็เอาไปไม่ได้ //โคตรอิน
    #788
    1
    • #788-1 yaoippnn(จากตอนที่ 32)
      19 มีนาคม 2562 / 23:13
      จริง นี่ร้องไห้จนตาบวมสะอื้นจนตัวโยนเลย มันอดไม่ได้จริงๆ อินมากบทเศร้านี้//ชอบดราม่าหนักเป็นทุน
      #788-1
  22. #749 aoommie (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 14:14
    แงงงงงงงงงง น้ำตามา
    #749
    0
  23. #747 satpw (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 01:48
    อ่านทั้งในเว็บ และในเล่ม
    เขียนดีมาเเลยค่ะ เราร้องให้หนังมากกกกด555
    #747
    0
  24. #688 mkatui (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:24
    แง้งงงงงงงงงงง พ่อๆยอมแล้วววววววว
    #688
    0
  25. #665 fah_ikon14 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 11:07
    ดีใจไม่ม่าแล้ว ฮืออออ นิยายที่อ่านม่าช่วงสอบนี่มันนรกดีๆนี่เองครับ จิงๆอ่านในเล่มแต่อดไม่ได้ที่จะเม้น เสียน้ำตาไปเยอะพอสมควรกับเรื่องนี้...
    #665
    0