หลังม่าน l Behide the scenes

ตอนที่ 27 : l ฉากยี่สิบเจ็ด l Pran l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,014
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 370 ครั้ง
    31 ส.ค. 63

l ฉากยี่สิบเจ็ด l

Pran l talk

 

เสียงประตูห้องนอนผมปิดลงดังลั่นบ้าน สะเทือนขึ้นไปจนถึงฝ้าเพดานสั่นน่ากลัวอยู่ไม่นานทุกอย่างก็เงียบสนิท ผมหอบหายใจเพราะความโมโห อัตราการเต้นของหัวใจถี่และรัวเร็วจนเจ็บหน้าอก คิดไปถึงบทสนทนาที่ไม่เหมือนการพูดคุยกันเมื่อครู่แล้วน้ำตาที่กลั้นมานานก็เริ่มเอ่อ

เพียะ!

ใบหน้าผมหันไปตามแรงตบ เจ้าของฝ่ามือที่เพิ่งทำร้ายแก้มผมเมื่อครู่สั่นไปทั้งร่างด้วยโทสะ ดวงตาแดงก่ำและคลอไปด้วยน้ำ ความเสียใจที่เจือปนไปด้วยความผิดหวังนั้นทำเอาผมไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปสบตา รู้ว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่มันไม่น่าอภัยให้แค่ไหน เข้าใจว่าความรักของผมกับมันไม่ใช่เรื่องที่พ่อกับแม่จะยอมรับได้ ไม่ว่าจะตอนนี้...หรือชาตินี้

นี่ฉันเลี้ยงแกมาผิดพลาดตรงไหน ถึงได้ทำตัวแบบนี้!

“...”

สมองกลับไปแล้วหรือไงถึงได้ไปเกลือกกลั้วอยู่กับไอ้เด็กเปรตพันธุ์นั้น แกคิดอะไรของแกอยู่ไอ้ปราณ!!

ยิ่งผมเงียบมากแค่ไหน พ่อก็ยิ่งเสียงดังขึ้นมากเท่านั้น ผมหลับตาแน่นเมื่ออารมณ์ของอีกฝ่ายปะทุแรงขึ้นจนตั้งรับไม่ไหว บรรยากาศในบ้านเดือดระอุอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และในระหว่างที่พ่อตวาดเสียงดัง แม่ก็นั่งร้องไห้ไม่หยุดอยู่ที่โซฟาด้านข้าง นี่คงเป็นครั้งแรกที่ลูกอย่างผมทำให้แม่ร้องไห้ได้มากขนาดนี้

ภัทรไม่ใช่คนไม่ดีครับพ่อ

นี่แกยังจะกล้ามาพูดแบบนี้ให้พ่อได้ยินอีกหรือไง! แกมัน...

คุณคะ!

แม่ลุกพรวดขึ้นรั้งแขนพ่อไว้ทันทีที่อีกฝ่ายทำท่าจะเข้ามาตบผมอีกรอบ น้ำตาแม่ร่วงลงตามแก้มไม่หยุด ผมเบือนหน้าไปด้านข้างเพราะไม่อาจทนมองได้

ปราณ...เสียงสั่นๆ ของแม่ดังขึ้นใกล้ๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่มือผมถูกดึงไปจับ แม่ขอร้องนะ เลิกยุ่งกับมัน กลับมาเป็นปราณคนเดิม...อึก...กลับมาเป็นเด็กดีของแม่นะ

“...ปราณก็ยังเป็นปราณแม่ ไม่ว่าปราณจะรักภัทรหรือไม่รัก คนตรงหน้านี้ก็ยังเป็นลูกแม่คนเดิมอยู่ดี

นี่ตกลงแกจะไม่ยอมเลิกกับมันใช่ไหม!เมื่อพ่อตะโกนแทรกขึ้นมา แม่ก็ร้องไห้อีกครั้งจนตัวโยน

“...”

แกคิดดีแล้วงั้นสิ แกคิดว่าครอบครัวเรากับครอบครัวมันจะดองกันเพราะพวกแกวิปริตแอบคบกันอย่างนั้นเหรอ!

พ่อ...

ก็ลองดูว่าฉันจะเอาแกไม่อยู่ ไอ้ปราณพ่อกัดฟันพูด จ้องตาผมเขม็ง ท่าทางที่ไม่ยอมลงให้ง่ายๆ ทำเอาไม่กล้าเถียงอะไรต่อ จนกระทั่งอีกฝ่ายเอ่ยอีกประเด็นขึ้นมา ตอนนี้แกก็เรียนจบแล้ว เดี๋ยวฉันจะทำเรื่องให้แกไปหาไอ้ป้องที่อังกฤษ

พ่อ!

ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ไม่ต้องรับมันแล้วปริญญา มาดูกันว่าจะแยกพวกแกไม่ได้

มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย พ่ออย่าเอามันมาปนกันนะ

ฉันไม่สน! เรื่องมันมาขนาดนี้แล้วจะเหลืออะไรให้แยกแยะอีก ต่อให้แกคุกเข่าลงไปตรงนี้ฉันก็จะทำ!

พ่อตะโกนสุดเสียงอย่างเหลืออด ท่าทางที่เต็มไปด้วยความโมโหนั้นผมเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ยิ่งพูดยิ่งดัง ยิ่งเถียงยิ่งตวาด ราวกับความโกรธนี้ไม่มีที่สิ้นสุด นี่คงเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวในชีวิตของผม ที่ผู้ให้กำเนิดทั้งสองตรงหน้านั้นไม่มีวันให้อภัย หรือยอมรับได้เลย...

 

หลังจากนั้นผมก็ขังตัวเองไว้ในห้อง ล็อกกลอนแน่นหนาไม่ตอบรับเสียงเคาะประตูหรือประโยคคำถามของใคร ทำเพียงนั่งอยู่บนเตียงเหม่อลอยไร้ความคิด หลงเหลือไว้เพียงความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ใบหน้าของภัทรที่ยิ้มจนเต็มแก้มตอนตื่นนอนยามเช้าปรากฏขึ้นในหัว ไออุ่นจากมือใหญ่วางลงที่ข้างแก้มลูบไปมาแผ่วเบาผิดกับนิสัยไม่รักษาของ

นานเกินวันที่เราไม่ได้ยินเสียงกัน คงเป็นอีกครั้งกับการถูกจองจำ ล้มตัวนอนหงายปล่อยให้น้ำที่คั่งค้างอยู่ปริ่มขอบตาไหลซึมลงหมอน แม้เพียงเล็กน้อยหากแต่รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อย โทรศัพท์มือถือในกางเกงสั่น ผมลุกพรวดรีบล้วงมันขึ้นมาดู ชื่อภาโชว์หราเต็มหน้าจอ ไม่ต้องคิดอะไรมากก็กดรับ

ว่าไงภา

[กูเอง พ่อกูยึดโทรศัพท์ มึงเป็นไงบ้าง]

แผลเยอะไหม

[ไม่ ไกลหัวใจเยอะ] แม้ปลายสายจะพยายามตอบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แสร้งทำเป็นพูดเล่นอย่างนิสัย หากแต่เสียงหายใจนั้นผิดแปลกไป จนผมเองกลั้นน้ำตาไม่ไหว ไอ้ที่หยุดไหลไปเมื่อครู่ก็เริ่มคลอเบ้า [ปราณ อย่าร้อง]

กูไม่ได้ร้องอยากยัดผ้าห่มใส่ปากตัวเอง เมื่อเสียงกับคำพูดไม่ได้ไปทางเดียวกัน

[พ่อมึงว่าไงบ้าง]

ก็เดิมๆ

[ขอโทษว่ะ]

เออ มึงสมควรจะขอโทษ

[ขอโทษจริงๆ]

ผมเงียบ ไม่ได้พูดอะไรอีก ฟังเสียงขอโทษของมันแล้วหลับตาลง ไม่ได้คิดโกรธเคืองหรือติดใจอะไรตั้งแต่แรก ทั้งหมดทั้งมวลที่มันและผมกระทำล้วนเกิดจากความรักและโหยหากันทั้งสิ้น ความรู้สึกที่พวกเรามีให้กันนั้นไม่ใช่เรื่องน่าอาย ไม่เคยคิดเสียดายสิ่งที่เคยให้มัน จนถึงตอนนี้ผมก็อยากจะทลายกำแพงทุกอย่างที่กั้นระหว่างเราเอาไว้ อยากจะไม่สนความรู้สึกของใครนอกจากคนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของบ้านหลังข้างๆ

ทั้งที่ใจเราผูกติดกันไว้ขนาดนี้ แต่ทำไมในชีวิตจริง แม้แต่เจอหน้ายังเป็นความผิด...

[กูรักมึงปราณ]

ประโยคบอกรักดังขึ้นเบาๆ หากแต่ชัดเจน ราวกับเจ้าตัวมากระซิบอยู่ข้างหู ทำเอาผมสามารถยิ้มได้แม้น้ำตาจะอาบแก้ม

พูดทำไมบ่อยๆ

[มันล้นมาก ถ้าไม่บอกต้องอกแตกตายแน่ๆ]

ความเถรตรงที่ยังคงเป็นตัวตนของเจ้าของคำพูดนั้นไม่ว่าเมื่อไหร่ผมก็นึกอิจฉา หากผมสามารถพูดทุกอย่างได้ดั่งใจคิดสักครึ่งหนึ่งของมัน บางทีอาจจะไม่อึดอัดแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นปากเจ้ากรรมก็ยังไม่ยอมเอ่ยสักเรื่องที่ตรงกับใจ

มึงไม่กลับมานอนห้องเหรอ ไฟมืดตั้งแต่เมื่อคืน

[โดนจับย้ายห้องแล้ว ห้องนั้นล็อก]

ผมยิ้มกับตัวเอง ทั้งที่รู้แท้ๆ ว่าคำตอบจะออกมาประมานไหน แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้เอ่ยปากถามให้ตอกย้ำตัวเอง มองผ่านหน้าต่างออกไปเห็นหน้าต่างของห้องอีกฝ่ายปิดม่านทึบไว้จนไม่อาจมองเห็นภายใน คิดถึงจนหลุดปากบอกไปว่าวันไหนภาเข้ามาให้เปิดม่านไว้

[แต่กูไม่ได้อยู่แล้วนะ]

คำตอบที่ได้รับกลับมาไม่ต่างกับน้ำเย็นๆ สาดหน้า เพื่อบอกให้ตื่นขึ้นจากความฝันโง่ๆ ได้แล้ว เพราะไม่ว่าจะนั่งมองห้องเปล่าๆ ที่มีภาพเจ้าของห้องฉายซ้อนอยู่อีกนานแค่ไหน สุดท้ายก็คงไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นอยู่ดี

หัวข้อต่อมาในการสนทนาคือเรื่องการแต่งงานของแฟนตัวเอง จากน้ำเสียงของมันทำให้ผมรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายจริงจังและพยายามจะหาทางออกมากขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ต้องแต่งหรือคนที่ได้แต่นั่งมองอยู่ห่างๆ ต่างก็ล้วนเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่ากัน

ทั้งที่มันกำลังประคองความรู้สึกของผมอยู่สุดความสามารถ แต่ผมก็ยังไม่สามารถยิ้มออกได้เลยแม้แต่น้อย เพราะนอกไปจากความมุ่งมั่นของภัทรแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนไม่ต่างกัน นั่นคือความจริงที่รู้อยู่แก่ใจ ว่าท้ายที่สุดแล้วการดิ้นรนที่เรากำลังพยายามทำอยู่นั้นมันไม่ต่างอะไรกับปลาขาดน้ำที่พยายามกระเสือกกระสนจะหายใจต่อ...ให้ได้อีกสักวินาทีเดียวก็ยังดี

 

เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผมขังตัวเองไว้ในห้อง ไม่ยอมออกไปไหนและไม่ยอมให้ใครได้เข้ามา พอตกเย็นเสียงไขกุญแจก็ดังขึ้นหลังบานประตู ผมขมวดคิ้วเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ไม่นานนักประตูก็เปิดออก เป็นพ่อที่เดินหน้าบึ้งเข้ามา

จะประท้วงอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ

พ่อพูดเสียงนิ่ง ไม่มีกระแสความห่วงใย ราวกับออกคำสั่งกับคนในปกครอง แม่ยกถาดอาหารเข้ามาวางเงียบๆ หันมามองผมด้วยแววตาเจ็บปวดก่อนเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ พ่อยังยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน หรี่ตามองผมแล้วดันประตูให้ปิดลง วางซองน้ำตาลที่ถือติดเข้ามาด้วยลงที่โต๊ะแรงๆ

นี่คือเอกสารของมหาวิทยาลัยที่ฉันจะส่งแกไปเรียน เมื่อวานติดต่อไปหาป้องมันเรียบร้อยแล้ว กำหนดการอีกสองอาทิตย์ เดี๋ยวจะให้คนพาไปทำวีซ่า

“...”

ถ้อยคำยาวเหยียดนั้นไม่ใช่ประโยคคำถาม ไม่ใช่แม้แต่ประโยคบอกเล่า หากแต่เป็นคำสั่งที่กล่าวให้ปฏิบัติตาม ลูกอย่างผมทำได้เพียงก้มหน้ารับฟัง ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยแย้ง ในห้องเงียบสนิทไม่มีใครพูดอะไรต่อ ไม่เกินอึดใจพ่อก็เปิดประตูเดินออกจากห้องไปเอง ผมปรายตามองซองเอกสารที่ว่านั่น รู้สึกมีก้อนขมๆ จุกอยู่ที่ลำคอ

เป็นอีกครั้งที่ผมล้มตัวนอนลงบนเตียง เงยหน้ามองฝ้าเพดานสีขาว ไม่คิดจะลุกไปกินอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะแม้จะหิวเต็มทน ถึงใจจะไม่อยากกินแค่ไหน สุดท้ายร่างกายก็ยังคงต้องการ ผมเม้มปากแน่น เมื่อเผลอหวนนึกถึงความทรงจำตอนที่ยังอยู่ด้วยกันที่ห้อง ภาพภัทรเปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ถลาเข้ามานอนหนุนตักอ้อนให้ทำนั่นทำนี่ให้ ความรู้สึกตอนได้นอนกอดและหลับไปด้วยกันบนเตียง เป็นความธรรมดาที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ทำให้ยิ้มได้ คิดแล้วก็ได้แต่เอ่ยถามตัวเองซ้ำๆ

นี่เรามาไกลถึงตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

อยากกลับไปตอนนั้นเหลือเกิน...

 

โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขยับสั่นแรงๆ อีกครั้งกลางดึก ผมนิ่วหน้าเพราะถูกปลุก ขยี้ตาไปมาแล้วยันตัวลุกขึ้นเอื้อมหยิบมาดู ขมวดคิ้วเมื่อพบว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่ได้เมม

ลังเลอยู่จนสายใกล้จะตัดถึงได้ตัดสินใจรับ

ฮัลโหล...

[ปราณ]

ยิ่งได้ยินเสียงคุ้นหูที่ไม่ต้องถามว่าใครก็จำได้ ซ้ำยังได้ยินเสียงรถวิ่งดังอยู่ไม่ไกล ผมก็ลุกพรวดขึ้นนั่งหลังตรง ขยับเปิดไฟหัวเตียง ภัทร? นี่โทรมาจากที่ไหนเนี่ย

[กูอยู่แถวหน้าปากซอย]

ไปทำอะไรตรงนั้นถามเสียงจริงจังพลางเหลือบตามองนาฬิกา นี่มันจะตีสามแล้วนะเว้ย มึงอยากถูกตีหัวหรือไง!

[กูทนไม่ไหวแล้ว] เสียงนั้นฟังจริงจังไม่ต่างกัน จนผมชะงัก [เรื่องแต่งงานแม่กูไม่ยอมถอยเลย คราวนี้แม่จริงจังมาก กูก็ไม่อยากยอมแล้วเหมือนกัน]

ภัทร...

[มึงเก็บของเท่าที่จำเป็นแล้วออกมาเลย]

เดี๋ยวภัทร...

[หนีไปกับกูนะปราณ ไปอยู่ด้วยกันนะ ไปเริ่มใหม่กันสองคน ไปที่ไหนก็ได้ที่มึงกับกูจะสามารถอยู่ด้วยกันได้]

ภัทรมึงฟังก่อน

[ไปเช่าบ้านสักหลังไกลๆ กูกับมึงช่วยกันทำงานต้องอยู่ได้แน่]

ภัทรมึงฟังก่อน!ผมตะโกนออกไปเสียงดัง รู้สึกร้อนผ่าวและเจ็บแปลบไปทั้งอก ทุกอย่างที่มันพูดมาทำให้ผมสั่นไปหมด มีทั้งความกลัวและยินดีปะปนกัน ไม่เถียงว่าสิ่งที่ได้ฟังนั้นทำให้หัวใจพองโตแค่ไหน รู้ดีว่าตัวเองต้องการมันมากไม่ได้ต่างไปจากอีกคน หากแต่ความจริงก็ยังคงเป็นความจริง

บนโลกแห่งความจริงสิ่งที่มันกำลังจะทำไม่ใช่เรื่องง่าย ภัทรยังคงเป็นคนเดิมที่ทำอะไรไม่เคยไตร่ตรอง ลุยๆ ไปก่อนแล้วค่อยมานึกถึงผลที่จะตามมาทีหลัง ภาพไอ้ขี้เมาที่นอนให้หมาเลียปากอยู่หน้าเซเว่นผุดขึ้นมาในหัว ผมยิ้มมุมปากส่ายหัวไปมาด้วยนึกเอ็นดู

ความเป็นภัทรยังคงทำให้ผมยิ้มได้เสมอ และผมไม่อยากทำลายสิ่งเหล่านั้นไปด้วยมือของตัวเอง

ภัทร...

[ปราณ] เสียงที่เรียกชื่อผมกลับมานั้นสื่อความหมายชัดเจนว่ามันเข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังคิด เรารู้จักกันดี และดีเกินไป

ที่มึงพูดมาทั้งหมด กูแม่งอยากตกลงโดยไม่ต้องคิดอะไรเลยด้วยซ้ำ

[งั้นมึงก็ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว]

แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นเลยภัทร

[มึงจะสนใจความจริงอะไร กูรักมึง กูอยากอยู่กับมึง]

แค่รักกันอยากอยู่ด้วยกันมันไม่พอ มึงไม่เข้าใจหรือไง มึงคิดว่ามันง่ายเหรอที่เราจะทิ้งทุกอย่างไว้แล้วหนีไปอยู่ด้วยกัน มึงคิดว่าการที่กูกับมึงจะไปหาบ้านสักหลังอยู่ หางานทำ แล้วใช้ชีวิตไปวันๆ นอนกอดกันอยู่ในห้องแบบนั้นมันดีใช่ไหม

[มันก็ดีกว่าถูกขังอยู่แบบนี้แล้วต้องทนแต่งงานกับใครที่ไม่ใช่มึงแล้วกัน!]

ภัทรมึงไม่เข้าใจ แค่นี้กูก็กลายเป็นลูกที่แย่มากพอแล้ว หลายวันมานี้แม่กูนั่งร้องไห้ตลอด ทุกอย่างมันกำลังแย่ลงไปหมดมึงไม่เห็นเหรอ

[กูไม่สนใครทั้งนั้นแหละ กูอยากอยู่กับมึง มึงไม่เข้าใจเหรอ!]

ภัทร!

[กูไม่อยากทนแล้วมึงเข้าใจไหม กูไม่อยากทน!]

ภัทรมึงใจเย็นๆ ก่อน มึงฟังกู ฟังกูนะ

ในที่สุดน้ำตาผมก็ไหล เราสองคนต่างฝ่ายก็ต่างทรมาน ความอดทนใกล้ถึงขีดจำกัด จะบ้าคลั่งขึ้นเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ อาการคล้ายคนอยากยาที่กำลังจะลงแดง

มึงต้องตั้งสติ มึงก็รู้ว่าเราหนีไปอยู่กันแค่สองคนไม่ได้ มึงจะไม่แคร์คนที่บ้านเลยได้จริงๆ หรือไง

[มึงแคร์พ่อ แคร์แม่ แคร์ทุกคนได้ แต่มึงไม่เคยสนใจกูเลยสินะ]

ภัทรมึงอย่ารวน

[มึงไม่สนใจเลยใช่ไหมถ้าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ถ้าเราต้องเลิกกัน ถ้ากูต้องไปอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่มึง]

ผมสะอึก โดนคำพูดของอีกฝ่ายแทงเข้ามากลางใจจังๆ ไม่เคยบอกว่าตัวเองทนได้ ไม่เคยบอกว่ายอมเลิกกับมันได้ ไม่เคยปฏิเสธว่าไม่รักมัน แค่เห็นมันอยู่กับคนอื่น แค่รับรู้ว่างานแต่งงานกำลังจะถูกจัดขึ้นใจก็พานจะร้องว่าไม่ไหวแล้วอยู่ตลอด

อยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วหนีไปกับมันได้อย่างที่มันคิด

อยากทำตัวเป็นคนโง่ที่ไม่รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร

อยากไม่สนใจใครและเห็นแก่ตัวสักครั้ง

เพราะผมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าชีวิตต่อจากนี้ไปผมอยากใช้กับมัน

เพียงแต่...

มึงไม่แคร์พ่อกับแม่มึง แล้วมึงไม่แคร์น้องเหรอภัทร

[...]

พอผมเล่นไม้นี้ ปลายสายก็เงียบไปทันที แต่ไหนแต่ไรมาภัทรเป็นผู้ชายคนนึงที่รักน้องมากเท่าชีวิต ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรย่อมยกให้น้องเป็นที่หนึ่ง ตั้งแต่จำความได้จุดอ่อนเพียงหนึ่งของมันก็คือภา

[มึงพูดแบบนี้คืออะไร...] เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากหัวใจออกจากอก เมื่อได้ยินเสียงที่สั่นพร่าของอีกฝ่าย ไม่ต้องเห็นก็รู้ว่ามันกำลังร้องไห้ [ยังไงมึงก็จะไม่ยอมไปกับกูใช่ไหม]

ผมไม่เคยอยากเห็นมันร้องไห้ ไม่เคยอยากให้มันเสียใจ ความรักของเราครั้งนี้นั้นเหมือนการจับมีดที่ไม่มีด้ามด้วยมือเปล่า เพราะรักเลยไม่อยากถอดใจ ได้แต่กัดฟันและจับไว้แน่น ยอมให้คมมีดบาดลึกเข้าผิวเนื้อโดยไม่ยอมปล่อย นานเข้าก็ยิ่งสร้างแผลลึกเกินเยียวยา ทางออกมีเพียงทางเดียวคือมีสักคนยอมปล่อยมือ

ภัทร...ผมครางเรียกชื่อมัน ร้องบอกรักอยู่ในใจเป็นร้อยเป็นพันครั้ง หากแต่ต้องอดทนกลืนลงคอไป กูจะไปนอก

[อะไรนะ]

พ่อให้กูไปเรียนต่อกับพี่ป้อง

[กูไม่ให้ไป]

มึงก็รู้ว่ากูขัดพ่อไม่ได้

[กูถึงได้บอกว่าให้มึงหนีออกมานี่ไง กูไม่ให้มึงไป!]

มึงจะทำตัวเป็นเด็กแบบนี้ตลอดไปไม่ได้นะภัทร!

[ถ้ากูเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องเสียมึงไป กูไม่เป็นก็ได้ มึงได้ยินไหมกูไม่เป็นก็ได้!]

เราสองคนต่างหอบหายใจเพราะตะโกนใส่กัน ทั้งที่รักกันมากแต่กลับเข้าข้างกันไม่ได้

กูเถียงกับมึงจนเช้าไม่ได้นะภัทร ดึกป่านนี้แล้วมันอันตราย มึงกลับเข้าบ้านเดี๋ยวนี้

[กูไม่กลับ]

ภัทรมึงอย่าเด็กได้ไหม

[มึงจะเลิกกับกูใช่ไหม]

ทั้งที่รู้ว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น แต่พอพูดออกมาตรงๆ แล้วก็อดเจ็บจนน้ำตาไหลไม่ได้

[มึงรู้ใช่ไหมว่ากูต้องแต่งงาน]

“...”

[มึงยอมได้เหรอ]

“...”

[มึงทนเห็นกูอยู่กับคนอื่นได้เหรอ]

ผมปิดปากเงียบ พูดอะไรไม่ออกราวกับมีก้อนอะไรจุกอยู่ในลำคอ ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้สักคำ

[กูจะถามมึงอีกครั้งนะปราณ...] ภัทรเอ่ยเสียงสั่น กัดฟันคล้ายคนอดกลั้น [มึงจะไปใช่ไหม จะไม่ออกมาหากูใช่ไหม]

ผมสูดลมเข้าเต็มปอดแล้วกลั้นหายใจ พยายามไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา ไม่อยากอ่อนแอให้เห็นในเวลาที่จะต้องจากกัน

อืม...

สิ้นเสียงครางตอบรับ อีกฟากของโทรศัพท์ก็เงียบไปหลายอึดใจ ได้ยินเสียงสะอื้นดังเข้าหูจนเริ่มกลั้นน้ำตาไม่ไหว เจ็บปวดไปทั้งหัวใจ เหมือนทุกอย่างกำลังแตกสลาย หากแต่ไม่มีแรงพอจะหอบเศษซากของความรักที่แหลกละเอียดอยู่บนพื้นมาประคองไว้ในอ้อมแขน

[ถ้ามึงตัดสินใจอย่างนั้น กูก็คงต้องกลับไปแต่งงานให้พ่อแม่กูเหมือนกัน]

เสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือนหัวใจ การวางสายครั้งนี้ห้วนสั้น ไม่มีการเอ่ยคำหวานหรือถ้อยสัญญา ได้ยินเพียงสัญญาณที่ขาดหาย ฟังมันอยู่แบบนั้นจนดับไปเอง

ผมทรุดเข่าลงที่พื้น คาดหวังเพียงแต่อยากให้ต่อจากนี้มันมีความสุข สามารถกลับไปเป็นภัทรคนเดิมถึงจะไม่มีผม กำโทรศัพท์ไว้แน่นด้วยสองมือ ซบหน้าลงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเป็นสายโดยไม่กลั้นอีกต่อไป กระซิบถ้อยคำรักที่ไม่ว่าจะเสียงดังเท่าไหร่ก็ไม่อาจส่งไปถึงอีกคน

กูรักมึง...

แม้ไม่อาจทำทุกอย่างได้ดั่งใจ หากแต่อย่างน้อยขอเพียงให้เจ้าของหัวใจนั้นสบายดี






Tbc...



บางเวลาที่จับมือกันไว้แน่นขณะที่กำลังเคลื่อนตัวออกไปในทิศตรงกันข้าม ทางออกที่ดีที่สุดอาจจะต้องมีสักคนยอมปล่อยมือ...


วันนี้มาช้ามากเลย พอดีเพิ่งถึงบ้าน (แงงง) แต่ก็รีบพุ่งมาลงให้เลยค่ะ หอบแฮ่กก
ตอนต่อไปส่งต่อให้พี่เวสต์ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 370 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,313 ความคิดเห็น

  1. #1295 Baekberry12 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 23:00
    หน่วงอ่า
    #1,295
    0
  2. #1279 ธนัชชา (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 16:02

    จะจบแบบดราม่าหรือป่าว

    #1,279
    0
  3. #1270 nnongpla (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 23:38
    น้ามตาท่วม
    #1,270
    0
  4. #1255 yuwatida42 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 23:17
    เกลียดมาก เกลียดแบบมากๆคนที่เอาปมเอาความเกลียดมาลงกับลูกไม่สมควรมีคนเรียกว่าพ่อแม่ด้วยซ้ำ
    #1,255
    0
  5. #1207 memory28231 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 16:48
    กลับมาอ่านอีกรอบก็ไม่เคยจะโอเคเลยกับตอนนี้ โกรธไปหมดเลยอะทำไมถึงใจร้ายกับเค้าทั้งคู่ขนาดนี้ โกรธมากๆเลย
    #1,207
    0
  6. #1179 tonlhewpinket (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 22:57
    ไม่ไหวเลยคุณ เจ่บแบบอยากตาย
    #1,179
    0
  7. #1174 Kudatharn (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 06:00
    หน่วงมาก จะยังไงต่อไป😔
    #1,174
    0
  8. #1161 ดาด้า (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 14:39

    ร้องไห้หนักมากกกกกก 😭😭😭😭

    #1,161
    0
  9. #1160 bbussya (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 00:27
    งง กับความบ้าบอ ของพ่อแม่ 55555555
    #1,160
    0
  10. #1150 Naphatthira_21 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 19:42
    รู้สึกหน่วงมากๆ😭😭
    #1,150
    0
  11. #1144 sugarraeks (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 19:52
    แม่มมมมมมมเอ๊ยยยยยย ร้องไห้แล้วนะทำไม
    มันมืดมนแบบนี้สงสารอ่าาาาาา
    #1,144
    0
  12. #1121 Biekps99 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:12
    น้ำตาไหลเป็นสายเลือดจริงๆ
    #1,121
    0
  13. #1093 MARRYBENN21 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 01:37
    โห้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #1,093
    0
  14. #1082 Noon_13 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 18:19
    นอนร้องไห้เเล้วววว
    #1,082
    0
  15. #1079 อาย (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 20:36

    กัดผ้าห่มร้องไห้ สงสารอ่ะ

    #1,079
    0
  16. #1061 PeachJAYKAY (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 16:42
    คำว่ากูรัก-ของตอนนี้รู้สึกทรมานจังเลยอะ
    #1,061
    0
  17. #1021 PARKSELOR (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:39
    เราใช้เวลาอ่านแชปนี้นานกว่าทุกตอนเลย บอกไม่ถูก แต่ไม่อยากเป็นแบบนี้ พ่อกับแม่เค้าจะรับรู้สักนิดไหม ว่าลูกเขาทุกข์ขนาดไหน
    #1,021
    0
  18. #1020 PARKSELOR (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:37
    ไม่รู้จะเมนต์อะไรเลยค่ะ แหะๆ
    #1,020
    0
  19. #991 MaNow5116 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 06:02
    ฮือทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย
    แต่อีชิบหายกุนั่งร้องไห้อยุ่บนรถตู้
    #991
    0
  20. #985 First'lucifer Kkaebsong (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 16:20

    ฮื่ออออ T_T พูดไม่ออกเลย
    #985
    0
  21. #973 heykiki (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 22:10
    เหนื่อยอะ ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแลเวได้มั้ย ตอนนี้แบบ ไม่มีใครผิด ทั้งภัทรทั้งปราณ ภัทรไม่ทน แต่ปราณทน แต่แอบเสียใจอยู่หน่อย ๆ ที่ปราณไม่เลือกภัทร
    #973
    0
  22. #933 D-Sooo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:24
    ฮื่อออ ไม่เอาแบบนี้ดิวะ สงสารทั้งสองคนเลยอ่ะ ที่พ่อแม่ขัดขวางแบบนี้ จะล้องงง
    #933
    0
  23. #920 AiJaewa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 02:08
    ทำได้แค่นี้เองหรอ ขัดไม่ได้นู้นนี่ หรือไปนอกมีวุฒเพิ่มพ่อแม่จะยอมรับงี้หรอ ไม่รู้ดิแต่แอบผิดหวังในตัวปรานมาก มากจริงๆ
    #920
    0
  24. #903 ploy-p-ploy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 22:33
    ไม่โอเคเลย แต่คิดแล้วว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นจริงๆ
    #903
    0
  25. #846 Cha' nok (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 15:36
    เป็นการบรรยายที่ดีมาก อารมณ์ที่สื่อออกมามันชัดมาก ใช้ภาษาเข้าใจง่ายแต่ครบ คือมันดีจริงๆ เอาจริงเราก็รู้แหล่ะว่าพ่อแม่ไม่ชอบกันมาตั้งนานจะให้เลิกเกลียดกันก้ยาก แต่ก็เห้อมมมม หน่วงเนอะ หน่วงมากเลยอ่ะ โอ้ย จะร้อง ช่วยด้วย
    #846
    0