หลังม่าน l Behide the scenes

ตอนที่ 20 : l ฉากยี่สิบ l Pat l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 422 ครั้ง
    31 ส.ค. 63

l ฉากยี่สิบ l

Pat l talk

 

เป็นเรื่องยากที่ต้องเผชิญหน้ากับพ่อแม่ตัวเองหลังจากเกือบโดนลูกกระสุนของข้างบ้านมาหมาดๆ

ผมอยู่ในห้องโถงนั่งเล่น บนโซฟากว้าง โดยที่มีแม่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ใกล้ๆ พ่อยืนกอดอกสีหน้าเดียวกับคุณลุงเจ้าของปืนประหนึ่งว่าอยากจะฆ่าแกงกันเสียให้ได้

ฉันถามว่าไปสนิทสนมกันได้ยังไง

ผมสบตากับภาที่ยืนร้อนใจห่างออกไป ขณะที่ตัวเองทำได้แค่รูดซิปปากให้นิ่งสนิท

 “จะไม่พูดใช่ไหม ตาภัทร

ก็ไม่ได้สนิทกัน

อย่าโกหก

ผมกลอกตา ถูกเค้นแบบนี้แล้วอึดอัดชะมัดยาก ดันเป็นประเภทโกหกไม่เก่งเสียด้วย ผมกับปราณอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันมันก็ต้องเจอกันบ้างล่ะน่าพ่อ

เจอกันก็อย่าไปคุยกับมัน ไอ้บ้านนั้นมันจองหอง ขี้อิจฉา เห็นบ้านเราทำกิจการดีกว่าแล้วหาวิธีกลั่นแกล้งสารพัด ลูกชายก็ไม่ได้เรื่อง เรานะอย่าไปเอาแบบมันเชียว บ้านทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างดันไปเรียนสถาปัตย์

มันก็สาขาใกล้เคียงกันแหละพ่อ จะสร้างบ้านทื่อๆ สไตล์วิศวกรต่อไปได้ยังไง พ่อทำธุรกิจนี้ก็รู้ว่าเป็นอาชีพพี่น้องกัน

เถียงคำไม่ตกฟาก ยังไม่สำนึกอีก ไอ้เด็กคนนี้! เลิกสุงสิงกับมันไปเลย ไม่เห็นหน้าหรือไง ตาลึกโหล ตัวผอมซีดอย่างกับพวกติดยา นี่นัดส่งยากันหรือเปล่า

เลอะเทอะไปใหญ่แล้ว ผมแค่มีเรื่องอยากปรึกษามันเท่านั้นแหละ

มีเรื่องอะไรทำไมไม่ถามพ่อแม่ ยังเห็นหัวกันบ้างไหม

ต่อให้พยายามอธิบายยังไงสุดท้ายก็เป็นเรื่องเถียงข้างๆ คูๆ สำหรับคนฟัง ผมกุมขมับ ลองพ่อขึ้นเสียงแข็งแบบนี้แล้วคุยกันไม่รู้เรื่องแน่ และถึงแม้ผมจะไม่ใช่เด็กดีเชื่อฟังผู้ใหญ่นัก แต่ก็เป็นคนขี้เกียจต่อปากต่อคำกับคนอื่นมากพอๆ กัน

โอเคๆ ไม่ไปหาแล้ว จบยัง ง่วงแล้ว ผมอยากนอน

ไม่ต้องมาเฉไฉเลยนะ ณภัทร ภา เข้ามานี่

เด็กสาวผู้เป็นความหวังหนึ่งเดียวเดินเข้ามาทันทีที่ถูกเรียก ภาหลิ่วตาให้ผม สบตาอย่างรู้กัน

ต่อไปนี้สอดส่องพี่ชายเราด้วยนะ อย่าให้ไปสุงสิงกับไอ้ขี้ยาบ้านนั้นเด็ดขาด เดี๋ยวได้พากันสำมะเลเทเมา

ปราณมันไม่ได้ขี้ยาสักหน่อย มันแค่นอนดึกเพราะทำงานเลยโทรม

มันจะอยู่ดึกได้ยังไงถ้าไม่โด๊ปยา เราน่ะยังเด็ก ยังอ่อนต่อโลก ไอ้ภัทร

ภาเบะปากใส่หลังพ่อพูดจบ ผมถอนหายใจ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ถูกมองว่าเป็นเด็กอยู่ดี

ต่อไปนี้ดูแลพี่ชายเราดีๆ นะภา

ไม่ให้คลาดสายตาเลยค่ะ

แล้วเราก็อย่าดื้อนะภัทร

ผมรับเสียงยานคาง ลอบถอนหายใจ หลังจากถูกอบรมร่วมสองชั่วโมง อย่างน้อยก็รอดพ้นวันนี้ไปอย่างทุลักทุเลอีกวันแล้วกัน

 

พี่ภัทรก็ไม่น่าลงไปแบบนั้น

ภาบ่นเสียงขรมหลังจากพากันกลับขึ้นมาในห้องนอน ผมถอนหายใจ มองผ่านหน้าต่าง ไฟห้องไอ้ปราณยังปิดสนิท ไม่รู้ว่าป่านนี้จะถูกซักกันไปถึงไหน คิดพลางทิ้งตัวลงบนเตียงหมดแรง

ห้องนอนน้องสาวผมอยู่ข้างๆ กัน ถัดออกไปทางซ้าย แต่ถ้าไม่ติดคุยโทรศัพท์กับแฟนก็มักจะมานั่งเล่นเกมที่ห้องผมบ่อยๆ เรามีกันสองพี่น้องที่ดูจะเข้าใจกันมากกว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก อาจเป็นเพราะวัยที่ใกล้เคียงกันจนสามารถเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังได้และเข้าใจอีกฝ่ายดีก็ได้

ร้อยวันพันปีไม่เคยโดนจับได้นี่

คิดอะไรตื้นๆ เกือบเจ็บตัวแล้วไหมล่ะ

ก็รอดมาได้แล้วนี่ไง

จะรอดไปได้อีกเท่าไหร่

ยากจังวะ

ก็ช่างหาแฟนเนอะ

ผมถอนหายใจ ไฟห้องปราณเปิดแล้ว ลากเก้าอี้มานั่งข้างหน้าต่าง แล้วกดโทรหาปราณ ฝ่ายนั้นรับสายเนือยๆ มันเปิดผ้าม่านแต่ไม่ได้จ้องกลับมาเหมือนที่ผมทำ หยิบโน่นจับนี่ไปเรื่อยเปื่อย

เป็นไงบ้างมึง

[ไม่เป็นไง ก็โดนด่า ตามระเบียบ มึงอ่ะ]

อือ ก็เดาได้นี่ มึงโอเคนะ"

[อืม]

ปราณตอบเสียงเรียบๆ ถอนหายใจมาตามสาย ผมรู้ เราต่างลำบากใจ ลำบากใจกับเรื่องที่ไม่มีใครก่อ

กูขอโทษว่ะ

[เรื่อง?]

ผมอึกอัก ไม่รู้ว่าจะตอบมันไปว่าเรื่องอะไร เรื่องที่กระโดดไปหามันไม่ดูตาม้าตาเรือ เรื่องที่เครียดจนทำตัวไม่ปกติให้มันจับได้ เรื่องที่พ่อแม่ผมกับพ่อแม่มันเกลียดกัน หรือเรื่องที่ไปรักมันเข้าให้

แต่ไม่ว่าอะไร ผมไม่ชอบสีหน้าไม่สู้ดีของปราณที่อยู่ในบ้านอีกหลังตอนนี้เลย

ปราณ มะรืนนี้กลับห้องเรากันนะ

มันละสายตาจากหนังสือที่อ่านออกมานอกหน้าต่าง เราสบตากัน ไม่มีคำพูดที่ลึกซึ้งกว่านั้น แต่ทันทีที่นึกถึงห้องของเรา สถานที่ที่เราจะได้ทำทุกอย่างตามใจตัวเองมันก็อุ่นวาบขึ้นมาในใจ

กลับไปอยู่ด้วยกันนะปราณ

 

คืนนั้นผมกับปราณตกลงว่าจะแยกกันกลับคนละเวลา พ่อแม่ผมจะขับรถไปส่งที่หอในช่วงเช้า ส่วนปราณจะกลับไปในตอนบ่าย ผมถูกบ่นตั้งแต่เช้าที่เจอกันบนโต๊ะอาหารกระทั่งถึงที่หมาย ก่อนจะรับปากให้ทั้งพ่อและแม่สบายใจเพื่อให้เรื่องจบลงง่ายๆ กระนั้น ไม่ว่าเมื่อไหร่เรื่องของบ้านไอ้ปราณก็ยืดยาวเสมอ

พ่อส่งผมแค่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวขึ้นไปเอง

ภัทร อย่าดื้อให้มันมากนะ

คร้าบผมรับปากอีกครั้ง แบกกระเป๋าคนละใบกับภาลงมาจากรถสองคนพี่น้อง ถอนหายใจยาวก่อนไหว้ลา ภาถูกกำชับเรื่องผมเป็นพิเศษอีกครั้งก่อนเราจะมองรถคันเดิมหายลับไปสุดสายตา

ยังไม่อยากเรียนจบเลยว่ะ

ผมเอ่ยขึ้นลอยๆ เมื่อนึกถึงอนาคตจิตใจก็ฟีบแบน ไม่อยากคิดถึงว่าถ้าวันหนึ่งไม่มีหอนี้แล้วผมกับปราณจะเป็นยังไง เด็กสาวจับข้อศอกเชิงปลอบประโลม เวลานี้ก็คงมีแค่ภาเท่านั้นที่เข้าใจถึงสถานการณ์ที่บีบเค้นกันทุกทาง

อยากรู้ว่ะ บ้านเรากับบ้านนั้นมีเรื่องอะไรกันนักหนา

รู้ไปก็ทำอะไรไม่ได้ภาตอบเน้นย้ำความสิ้นหวังให้เป็นหลุมโหว่ในใจอีกครั้ง ผมพยักหน้าพลางกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นบนเพื่อเอาของไปเก็บที่ห้อง มองนาฬิการอเวลาที่จะเจอปราณ อดคิดไม่ได้ว่าระหว่างเราจะทำอะไรได้มากกว่านี้ ในครอบครัวที่เห็นลูกเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งสามารถแต่งงานอยู่กินกับหญิงสาวได้ตลอด แค่ต้องรับรู้ว่าลูกชายเป็นเกย์ก็ยากที่จะยอมรับแล้ว ยิ่งคนรักเป็นลูกชายของครอบครัวที่เกลียดนักหนา ทุกอย่างยิ่งมืดดำไปหมด

ค่อยๆ คิดน่าพี่ภัทร ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขไปก่อนดีกว่า

ผมเห็นด้วย ครู่ใหญ่ที่นับถอยหลังเข็มนาฬิกาอยู่นั้นปราณก็ส่งข้อความมาบอกว่ากำลังออกจากบ้าน ผมตอบมันกลับไปเพื่อยืนยันว่าเคลียร์ทางเรียบร้อยแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของตัวเอง

สำหรับผมกับภา การที่พ่อกับแม่จะมาส่งถึงที่เป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับปราณที่วันนี้ทางบ้านมาส่งถึงหอพักก็เพราะเรื่องเมื่อคืนที่ระแคะระคายถึงความสัมพันธ์ของผมกับลูกชายตัวเอง ผลก็คือปราณถูกจับตามองเป็นพิเศษในทันที

แล้วจะบอกพี่ปราณเรื่องพี่พันช์หรือเปล่าภาถาม ผมเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มขณะใช้ความคิด เปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ แต่สายตาเหม่อลอย

กำลังคิดอยู่ว่าจะปิดได้นานแค่ไหน

พูดตรงๆ เลยไม่ดีกว่าเหรอ จะได้หาทางแก้ด้วยกัน

หรือไม่ก็จบกันไวขึ้น

ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองขี้ขลาด

กระทั่งเรื่องนั้นเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเรา

 

โทรศัพท์ส่งเสียงดังในช่วงบ่ายแก่ๆ ผมนอนดูโทรทัศน์จนหลับคาเตียง ส่วนภานั่งเล่นอินเตอร์เน็ตอยู่ในห้องของตัวเอง เบอร์ที่แสดงหน้าจอเป็นเบอร์ของปราณ ผมกดรับด้วยน้ำเสียงงัวเงียแต่ปลายสายกลับดังโหวกเหวกจนจับใจความไม่ได้ แว่วว่าเป็นเสียงทะเลาะกัน ด่าทอไม่น่าฟัง ไอ้ปราณตะโกนผ่านสัญญาณ คล้ายๆ ว่าให้ลงไปข้างล่างด่วน

ภา

ผมเรียกน้องสาว ภาเงยหน้าขึ้นมอง ถอดหูฟังที่สวมไว้ข้างเดียวออก ไปไหนอ่ะ

ปราณโทรเรียกลงไปข้างล่าง

อ้าว แม่พี่ปราณมาส่งไม่ใช่เหรอ ลงไปเดี๋ยวก็มีเรื่องกันหรอก

ไม่รู้ว่ะ จะเอาอะไรไหม เดี๋ยวซื้อขึ้นมาให้

เออ ผ้าอนามัยหมด เดี๋ยวภาลงไปดูเอง เอ๊ะ กระเป๋าสตางค์อยู่ไหน

เอาที่พี่ก่อนก็ได้

เด็กสาวยิ้มร่า เกาะแขนผมเหมือนเป็นเงินหลักร้อยหลักพัน ภาล็อกห้องเสร็จสรรพ ขณะที่ผมเดินไปกดลิฟต์รอ ครู่เดียวก็วิ่งตามมาทันก่อนลิฟต์ตัวเดียวของหอพักจะเดินทางมาถึง

พี่ปราณว่าไงอ่ะ

เสียงดังมาก ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง คงให้ช่วยขนของมั้ง แต่ปกติก็ไม่เคยขอให้ทำอะไรนอกจากล้างจานเลยนะ

โหย ต้องจับเรื่องพี่พันช์ได้แน่เลยพี่ภัทร

เดี๋ยวดีดปากเจ่อ

ภาแลบลิ้นแผล่ ทีเล่นทีจริง กระทั่งลิฟต์เดินทางมาถึงชั้นล่างสุด ประตูลิฟต์เปิดออกทั้งสองฝั่ง ภาพที่เห็นไม่มีแม้แต่เวลาให้ผมกับน้องสาวเตรียมใจ ชายวัยกลางคนสองคนเตรียมพุ่งเข้าหากัน ฝั่งหนึ่งมีไอ้ปราณห้ามพ่อมันไว้ ส่วนอีกฝั่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหอ ล็อกแขนพ่อของผมอยู่ โชคดีที่แม่ๆ แค่โวยวายเสียงดัง ไม่มีทีท่าว่าจะใช้กำลังเหมือนพวกผู้ชายแต่อย่างใด

มาแล้วเหรอไอ้ตัวดี นี่มันอะไรกัน ทำไมไม่บอกพ่อกับแม่ว่าอยู่ตึกเดียวกับไอ้เด็กขี้ยาแบบนี้

ใครเด็กขี้ยา พูดให้มันดีๆ นะ ฉันจะแจ้งความเธอข้อหาหมิ่นประมาท

แล้วที่คุณนายบอกว่าลูกฉันเป็นเด็กเหลือขอล่ะคะ ฟ้องกลับได้หรือเปล่า

พอกันเลย แม่ พ่อด้วย จะทะเลาะอะไรนักหนา แค่อยู่หอเดียวกันไม่เห็นเป็นไรเลย ทีหมู่บ้านเดียวกันยังอยู่มาได้ตั้งเป็นสิบๆ ปี

ไอ้ภัทร! หัดต่อปากต่อคำหรือไง

พ่อใจเย็นก่อนค่ะ

อยู่ที่นี่พากันใช้เป็นแหล่งมั่วสุมล่ะสิ ฉันให้แกอยู่หอดูแลน้อง ไม่ใช่มาพี้ยากับไอ้เด็กบ้านนี้

พี้ยาบ้าบออะไร ลูกแกน่ะสิมากวนตาปราณจนต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทำตัวเกเรคนเดียวไม่พอ ยังจะพาคนอื่นเสียผู้เสียคน

พ่อ ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ผมว่าพ่อกับแม่กลับไปก่อน

จะกลับได้ยังไง ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง

ขิงก็รา ข่าก็แรง ผมคิดว่าใช้สำนวนถูกที่สุดในเวลานี้ ในฐานะที่มีจำนวนคนมากกว่าผมกับภาเลยลากพ่อออกมานอกตึกสำเร็จ ก่อนสบตากับปราณว่าต่างฝ่ายจะเคลียร์กับครอบครัวตัวเองให้ลงตัว เสียงล้งเล้งเมื่อครู่ก็คงหนีไม่พ้นที่พวกผู้ใหญ่ด่ากันจนถึงขั้นเกือบลงไม้ลงมือ

เด็กต่อยกันก็ว่าเด็ก นี่แก่จนฟันแท้เหลือไม่กี่ซี่แล้วยังไม่รู้จักถนอมอีก ผมล่ะเชื่อเขาเลย

พ่อกลับมาทำไม กลับบ้านไปแล้วไม่ใช่เหรอ

ถ้าภาไม่ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บนรถฉันคงไม่มีวันรู้ว่าแกอยู่หอเดียวกับไอ้เด็กบ้านนั้นใช่ไหม"

ก็แค่ตึกเดียวกันผมพูดไม่หมด อันที่จริงอยากบอกว่าต่อให้เตียงเดียวกันก็ไม่มีปัญหา คนมีปัญหาน่ะก็ผู้ใหญ่ทั้งนั้น

พ่อจะอะไรนักหนา เรื่องแค่นี้เอง

เราก็ช่วยพี่ปิดนะภาแม่หันไปเอ็ดน้องสาว หลังจากเห็นว่าพ่อดุผมแล้วไม่ได้อะไรขึ้นมา แม่ว่าแล้วเชียว แค่เดินผ่านไปผ่านมาในมหาวิทยาลัยจะไปเป็นเพื่อนกันได้ยังไง ที่เกรดไม่ดีเพราะมัวแต่เถลไถลใช่ไหม ตาลูกคนนี้

เกรดไม่ดีเพราะผมไม่ตั้งใจเรียนเอง แม่อย่าไปโทษมั่วได้ไหม

ยังจะปกป้องมันอีก สนิทกันนักหรือไง

บอกว่าสนิทก็โดนด่า บอกว่าไม่สนิทก็หาว่าโกหก พ่ออยากให้ผมตอบแบบไหนล่ะ

ว่าพลางเสยผมไปด้านหลัง ไม่สบอารมณ์เข้าจริงๆ แม้แต่เสียงนกร้อง หรือสายลมโชยก็ไม่อาจบรรเทาความหงุดหงิดใจนี้ได้ ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ภารู้ตัวคนแรกว่าผมเริ่มเหมือนเครื่องยนต์ที่ทำงานหนักเกินตัว

พ่อ พอก่อน

น้องสาวปรามไว้ แต่ดูคล้ายพ่อจะไม่เย็นลงด้วย ถ้าอยากรู้ว่าผมเอานิสัยดื้อดึง มุทะลุมาจากไหนก็ดูที่พ่อเลย ส่วนแม่ออกแนวไม่อยากขัดพ่อมากกว่า แต่ใจเย็นกว่า ภาก็ด้วย

ส่วนผมไม่เคยเชื่อฟังพ่อแม่

อย่างมากที่สุดคือฟัง แต่ไม่เชื่อ

เก็บของ ย้ายกลับบ้านเลยไอ้ภัทร

ผมไม่กลับ

จะไม่กลับได้ยังไง แกคิดว่าจะใช้ชีวิตเหลวไหลที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน จะช้าจะเร็วแกก็ต้องกลับ แกมีบ้าน แกมีบริษัทต้องดูแล จะใช้ชีวิตเป็นผีพเนจรแบบนี้ต่อไปไม่ได้ สอบเสร็จไปหลายตัวแล้วไม่ใช่หรือไง

ก็ยังเสร็จไม่หมด ก็แค่เก็บคะแนน ผมจะกลับได้ยังไง ไหนยังมีงานต้องส่ง พ่ออย่ามาไร้สาระเอาอคติมาบังตาหน่อยเลย

แกนั่นแหละเลิกหลงมัวเมากับเพื่อนแบบนั้นเสียที ฉันให้อิสระแกมากเกินไปใช่ไหมณภัทร ไม่ได้รู้เลยใช่ไหมว่าที่พ่อมันสอนมันสั่งทุกอย่างเพราะหวังดีกับแก

พ่อก็แค่อยากให้ผมโกรธปราณเหมือนที่พ่อโกรธพ่อมันเท่านั้นแหละ

จะเพราะอะไรก็ช่าง แต่แกต้องกลับเสียงนั้นนิ่งเรียบ เราจ้องตากันโดยไม่มีใครยอมใคร ฉันจะถอยรถให้แกหนึ่งคัน เลือกได้เลยว่าอยากได้รุ่นไหน ยี่ห้ออะไร แต่แกต้องกลับบ้าน

พ่อไม่ต้องเอาของมาล่อผมหรอก ผมบอกว่าไม่กลับ

ภา ขึ้นไปเก็บของ

พูดไม่รู้เรื่องหรือไงเล่า!

ผมผลักอกพ่อจนแม่ร้องเสียงดังลั่น ภาวิ่งมากอดผมไว้ให้ใจเย็นลง นี่มันบ้าบอชัดๆ ผมหนีมาจากที่บ้านเพื่อใช้เวลาอยู่กับปราณแต่ยังต้องมาเจอฝันร้ายพวกนี้อีกไม่จบไม่สิ้น

ยังไงภาก็ต้องกลับ ฉันไม่ให้ลูกสาวฉันอยู่ใกล้อสรพิษอย่างไอ้คนบ้านนั้นหรอก

เชิญเลย ตามสบาย

แกจะทนเห็นน้องขึ้นรถเมล์ ตกระกำลำบากแค่เพราะอยากอยู่กับเพื่อนเลวๆ แบบนั้นเหรอณภัทร

พ่อรู้เสมอว่าสำหรับผมแล้วอะไรคือสิ่งสำคัญ สิ่งที่ผูกมัดผมไว้กับที่บ้าน ภากอดผมแน่นขึ้นราวกับรู้ว่าโทสะวิ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย

พ่อจะเอาภามาเป็นตัวประกันแบบนี้ไม่ได้

ได้ไม่ได้เดี๋ยวก็รู้

ผมข่มตาหลับ เม้มริมฝีปากแน่น สะบัดแขนจนหลุดจากภา กระโดดถีบโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่ใต้ร่มไม้จนแผ่นหินร่วงลงพื้น

ขึ้นไปเก็บของ

ผมจ้องหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย เดินปึงปังกลับมาที่หอพัก ไอ้ปราณไม่อยู่ที่เดิมแล้ว คงลากพ่อแม่มันเข้าห้องไป ผมกลับขึ้นมาบนหอเพียงลำพัง ให้ภาดูแลพ่อแม่ และเพื่อให้อารมณ์ของผมสงบลงหลังจากต่อล้อต่อเถียงกับครอบครัวมาพักใหญ่

ภัทร

ประตูห้องข้างๆ เปิดออก พ่อแม่ไอ้ปราณยืนอยู่ด้านหลัง ผมยกมือไหว้ แต่ดูคล้ายจะไม่ลดความฉุนเฉียวของผู้ใหญ่ลงได้เลยแม้แต่น้อย

ถ้าต้องแยก กูว่ามึงอยู่นี่ไปเหอะ งานมึงเยอะ เดินทางไปกลับบ้านกับมหาลัยจะลำบาก

ผมเม้มริมฝีปาก ถอนหายใจ ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งกลับไปอยู่บ้านเพื่อกันไม่ให้เราสนิทสนมกันมากเกินไปกว่านี้อยู่แล้ว

มึง...

พ่อให้ย้ายของกลับบ้าน วันนี้คงเอาเท่าที่จำเป็นไปก่อน โทษทีว่ะ กูไม่รู้จริงๆ ว่าเขาวนกลับมา

ไม่เป็นไรเรามองตากันเหมือนมีเรื่องราวมากมายอยากพูดมากกว่านี้ แต่เสียงกระแอมไอเบื้องหลังก็ทำให้ต่างหลบสายตาซึ่งกันและกันอย่างกระอักกระอ่วนใจ เดินทางดีๆ

ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้อยากให้เรื่องมันวุ่นวายขนาดนี้ ให้ปราณอยู่ที่นี่ต่อเถอะครับ มันจำเป็นมากกว่าผม

พูดจบก็หลบเข้ามาในห้องตัวเองก่อนโดนด่าซ้ำ นี่มันแค่เริ่มต้นเองว่ะภัทร ต่อไปนี้จะเดินเกมยังไงต่อให้ได้อยู่กับปราณจริงๆ

เอนหัวพิงประตู หลับตาลงพร้อมเรื่องหนักอึ้งที่ยังวนเวียนอยู่ในใจ




Tbc...


ภัทรผู้อ่อนต่อโลก พ่อแม่เขาก็หวงก็ห่วงธรรมดาาาาาาาาาาาา
จริงๆเป็นเรื่องของอคติค่ะ คนบางคนแค่ได้ยินชื่อก็ไม่ชอบแล้ว พ่อภัทรกล่าว 
ตอนหน้าส่งให้ปราณ จุ๊บๆ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 422 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,313 ความคิดเห็น

  1. #1312 fffffang2 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 19:23
    หงุดหงิดพ่อแม่ว่ะ

    จะทะเลาะกันก็ทะเลาะไปดิ ขอต่อยทีได้ป่ะ
    #1,312
    0
  2. #1306 สกาย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 22:57

    อ่านแล้วหงุดหงิดพวกพ่อแม่ แบบหงุดหงิดจนร้องไห้ทำไมว่ะ เกินไปป่ะงี่เง่า

    #1,306
    0
  3. #1274 MeoyMeoytx (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 02:51
    พ่อแม่ก็เกินไปเอาจิง ควรปลงได้แล้วอ่ะ เป็นพ่อเป็นแม่คนแล้วยังมาทะเลาะกันอย่างกับเด็ก ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ เวลาเกลียดใครแล้วก็พลอยให้เพื่อนเกลียดตามด้วยอ่ะ
    #1,274
    0
  4. #1212 ข้าวหอม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 22:55

    พ่อแม่ก็เกินไป ทำอย่างกับเด็ก ที่เวลาเกลียดใครแล้วเพื่อนจะต้องเกลียดด้วย

    #1,212
    0
  5. #1159 bbussya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 23:09
    รุ่นพ่อ รุ่น แม่ นี่เคยมีปมอะไรกันขนาดนั้น ยังกะละครรักในรอยแค้นอ่ะ
    #1,159
    0
  6. #1138 sugarraeks (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 18:38
    สงสารอ่ะ
    #1,138
    0
  7. #1054 PeachJAYKAY (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 21:26
    น้ำตาจะไหลเลยอะเข้าใจฟีลมากๆ ผ่านมันไปด้วยกันนะ
    #1,054
    0
  8. #1012 PARKSELOR (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 10:55

    พ่อแม่ก็สำคัญ แต่ไม่ใช่เจ้าชีวิต ว้าย ท่ดค่ะ อินเกิน5555 ก็ยากอยู่นะ คำว่าอคติอะเนาะ ทำใจๆ
    #1,012
    0
  9. #963 heykiki (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 18:21
    รำคาญอะ โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แยกแยะกันหน่อยเถอะ ไม่ชอบเลยที่มาว่าปราณว่าติดยาอะ
    #963
    0
  10. #941 minidays (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 20:12
    พ่อแม่เปนไรมากไหม หือออ
    #941
    0
  11. #926 D-Sooo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 12:47
    พ่อแม่นี่ก็เกินไปนะบางที อารมณ์เสียๆ
    #926
    0
  12. #895 ploy-p-ploy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:43
    หงุดหงิดอะ อ่านแล้วแบบ อะไรวะ
    #895
    0
  13. #681 mkatui (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:33
    ฮือออออ เคลียปัญหาพ่อแม่เร็วๆนเเ
    #681
    0
  14. #655 6OGM387 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 20:31
    ปลูกฝังมาผิดๆมากๆอะ ดีนะทั้งสองคนไม่ทำตามที่พ่อสอน อคตินี่ฆ่าคนจริงๆนะ แก่ๆกันแล้วเนอะ ลดลงมาบ้างก็ดีนพ
    #655
    0
  15. #621 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 22:54
    โอ๊ยยยยยยยยยย ลำไยพ่อแม่ได้ปะคะ
    #621
    0
  16. #575 Quiqoang (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 15:09
    ทะเลาะกันแบบนี้ ไม่อายชาวบ้านชาวช่องเขาเลยนะ หน้าที่การงาน ตำแหน่งก็ออกจะใหญ่โตแล้ว มีบริษัท มีลูกน้อง แต่ไม่เข้าใจอะไรเลย สงสารลูกๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกันเลยเนี่ยยยย เง้อ โตๆ กันแล้ว น่าจะคิดอะไรเป็นกันบ้าง
    #575
    0
  17. #508 Whatever it is (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 07:54
    พ่อแม่ปัญญาอ่อนมากค่ะ แต่ก็นั่นล่ะ พ่อแม่ก็แค่คน ก็ปัญญาอ่อนได้เหมือนคนปกติทั่วไป

    แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นานจริงๆ
    #508
    0
  18. #401 bo1360 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 14:11
    โฮฮฮ ทำมายยยยยย
    #401
    0
  19. #224 angel188 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 23:18
    เป็นเรานี่เราไม่ยอมนะคะ บอกเลยว่ามีตายกันไปข้างนึงอะ ทำไมอะ ชีวิตก็ชีวิตเรา รู้ว่าห่วง แต่ลูกก็โตแล้วปะ ถ้าไม่เชื่อใจลูกตัวเองก็เลิกเรียกตัวเองว่าพ่อแม่เหอะ แบบ นอยแดกหนักมาก
    #224
    0
  20. #223 Purplenose (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 05:42
    โอ้ยเดือด เดือดมากค่ะ แถมยังอึดอัดตามภัทรด้วย เหมือนมันมีอะไรแต่มันพูดไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าจะเกลียดกันไปทำไม ทำไมต้องมาบังคัลให้คิดเหมือนๆกับที่ตัวเองคิด ประมาณนี้ ตอนนี้ต้องแยกกันอีกแล้ว งือ ; - ; รอตอนต่อไปฮะ
    #223
    0
  21. #222 ❥เอ๊ะฮุน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 22:52
    โอ้ยยย รอตอนต่อใจจะขาด ลุ้นเหลือเกิน
    #222
    0
  22. #220 เรนด้า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 14:37
    โอ๊ยๆๆๆๆ โรมิโอ จูเรียต ภาควาย ชัดๆ มันถูกใจอ่า

    ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นอ่ะ



    รออ่านตอนต่อไป ใจจะขาดละจ้า
    #220
    0
  23. #218 a_little_elf (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 07:52
    โรมิโอกับจูเลียตแท้ๆเลย
    #218
    0
  24. #217 Paaapunggg (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 18:35
    ขอให้ภัทรแวะมาหาปราณทุกวันก็พอ
    #217
    0
  25. #216 pannjed . (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 11:31
    อึดอัด ทำไมต้องบังคับกันขนาดนี้
    #216
    0