เที่ยวทั่วไทย 76 จังหวัด

ตอนที่ 17 : ~ จังหวัดอุทัยธานี ~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 175
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ต.ค. 49

 คำขวัญ

" อุทัยธานีเมืองชนก จักรีปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกโลกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำสะแกกรัง ตลาดนัดดังโลกระบือ "

 

ข้อมูลทั่วไป

อุทัยธานี เป็นจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่าง มีพื้นที่ประมาณ 6,730 ตารางกิโลเมตร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นป่า และภูเขาสูง สภาพป่าไม้อุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางธรรมชาติ จนทำให้เขตรักษาพันธุ์ห้วยขาแข้ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทยทุกคน และมีส่วนปลุกสำนึกของคนไทย ให้หันมาอนุรักษ์ธรรมชาติมากขึ้น ดินแดนบางส่วนพบหลักฐานว่า เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายเมืองในสมัยทวารวดี จังหวัดอุทัยธานี แบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอทัพทัน อำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก อำเภอสว่างอารมณ์ อำเภอหนองขาหย่าง อำเภอหนองฉาง และอำเภอห้วยคต 

 

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอพยุหะคีรี อำเภอโกรกพระ และอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์

ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอวัดสิงห์และอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี

ทิศตะวันออก ติดต่ออำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท โดยมี แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้น แบ่งเขตแดน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อำเภอสังขละบุรี และอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี  


 
เทศกาลงานประเพณี

1. งานไหว้พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จัดขึ้นในวันขึ้น 3-8 ค่ำ เดือน 4 เป็นงานประเพณีไหว้พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด อุทัยธานี ซึ่งเดิมนั้นเป็นเพียงงานนมัสการปิดทอง พระพุทธบาท จำลองบนยอดเขาสะแกกรังเท่านั้น ต่อมามีพุทธศาสนิกชนมาไหว้ พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ และขึ้นยอดเขา เพื่อปิดทองพระพุทธบาทจำลองมากขึ้น จึงได้จัดงานในคราวเดียวกัน พร้อมทั้งให้มีการละเล่นสนุกสนานควบคู่กันไป

2. งานตักบาตรเทโว วัดสังกัสรัตคีรี ถือเป็นประเพณีสำคัญในวันออกพรรษาของชาวอุทัยธานี ซึ่งจะจัดขึ้น ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (ตุลาคม) พระสงฆ์ประมาณ 200-300 รูป จะเดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรัง นำด้วยพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ ลงมารับบิณฑบาตข้าวสารจากพุทธศาสนิกชนที่ลานวัด โดยสมมติมณฑปบนยอดเขาสะแกกรัง เป็น "สิริมหามายากูฏคาร" ที่พระพุทธเจ้าทรงเทศน์โปรดมารดา แล้วเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ ลงบันได 339 ขั้น ซึ่งถือเป็นบันไดแก้วสู่กัสนคร คือ บริเวณวัดสังกัสรัตนคีรี ดังนั้น วันนั้นประชาชนจะแต่งตัวสวยงาม และมาร่วมทำบุญกันอย่างพร้อมเพรียง

3. งานแห่เจ้าของชาวจีนในอุทัยธานี เป็นประเพณีของชาวจีนในอุทัยธานีที่จะจัดพิธีแห่เจ้าพ่อและเจ้าแม่ ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่ศาลต่างๆ โดยกำหนดวันแห่ตามการครบปีของ เจ้าแต่ละศาล ซึ่งเจ้าบางองค์ 5 ปีถึงจะมีการแห่ครั้งหนึ่ง บางองค์ 12 ปี และบางองค์ 14 ปี ในการแห่เจ้าพ่อปึงเถ่ากง เจ้าพ่อหลักเมืองอุทัยธานีนี้ ในขบวนแห่จะ มีสาวงามถือธงร่วมขบวน ไปตามถนนรอบเมือง และจะมีสิงโตคณะต่างๆ อวยพรตามร้านค้าคนจีนในตลาด ซึ่งทุกร้านจะตั้งโต๊ะบูชาไว้ ถ้าเป็นงานของเจ้าแม่ทับทิม "จุ้ยบ้วยเนี้ยว" จะมีพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงเจ้าแม่ เมื่อครบ 12 ปี และเข้าทรงพร้อมกับทำพิธีลุยไฟ 

 

สถานที่น่าสนใจ

1. วัดสังกัสรัตนคีรี ตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้าง ในเขตเทศบาลเมือง ภายในวิหาร ประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี เป็นพระเนื้อสำริดปางมารวิชัย สร้างในสมัยพระเจ้าลิไท ฝีมือช่างสุโขทัย ส่วนเศียรกับส่วนองค์พระ เข้าใจว่าเป็นชิ้นส่วนซึ่งนำมาจากพระคนละองค์ และอาจจะซ่อมเป็นองค์เดียวกัน ก่อนที่จะนำมาไว้ที่เมืองอุทัยธานี จากบริเวณลานวัด มีบันไดขึ้นไปสู่ยอดเขาสะแกกรัง หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 3220 เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวบริเวณสนามกีฬาจังหวัด ไปตามทางขึ้นสู่ยอดเขา จากบนยอดเขา จะมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานี และมีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ ระฆังใบใหญ่ที่ชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้างเมื่อ พ.ศ. 2443 ถือกันว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ไปเที่ยวอุทัยธานีแล้วไม่ได้ขึ้นไปตีระฆังใบนี้ ก็เท่ากับไปไม่ถึงอุทัยธานี ในบริเวณยังเป็นที่ประดิษฐาน พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก แห่งรัชกาลที่ 1 ซึ่งมีพระนามเดิมว่านายทองดี ประสูติที่เมืองสะแกกรังนี้เอง มีพิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์แห่งนี้ ในวันที่ 6 เมษายนของทุกปี ซึ่งตรงกับช่วงที่ดอกสุพรรณิการ์ หรือฝ้ายคำ ดอกไม้ประจำจังหวัดอุทัยธานี บานสะพรั่งอยู่ทั่วไปบนเขาสะแกกรัง

2. ลำน้ำสะแกกรัง สองฟากฝั่งแม่น้ำจะมีชาวแพอาศัยอยู่ พวกเขาอาศัยอยู่ในแพเรือนไม้ ซึ่งสร้างอยู่บนแพลูกบวบไม้ไผ่ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพชาวประมง และทำปลาย่างแห้งรมควัน บริเวณเรือนแพยังมีกระชังเลี้ยงปลาสวาย ปลาแรด ผู้ที่ต้องการชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำ ว่าจ้างเรือบริเวณท่าเรือตลาดสดเทศบาลเมืองได้

3. แหล่งทอผ้าพื้นเมืองบ้านโคกหม้อ เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กของชาวไทยลาวที่อพยพมาอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทอผ้าพื้นเมืองมานาน โดยชาวบ้านนิยมทอผ้าเมื่อหมดฤดูทำนา ผ้าที่ทอนิยมทำเป็นผ้าซิ่นตีนจก ผ้ามัดหมี่ ผ้ายกดอก ลายเชิงแบบเก่า

4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง ครอบคลุมพื้นที่ อ.บ้านไร่ อ.ลานสัก อ.ห้วยคต ในจังหวัดอุทัยธานี อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ ในจังหวัดกาญจนบุรี และ อ.อุ้มผาง ในจังหวัดตาก มีพื้นที่ประมาณ 5,775 ตารางกิโลเมตร การรวมพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์สองแห่งเข้าด้วยกัน ทำให้เป็นผืนป่าอนุรักษ์ต่อเนื่องที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาพป่าที่นี่ มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ประกอบด้วยป่าดงดิบ ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรังป่าผลัดใบ สลับกับทุ่งหญ้าต่างๆ ก่อให้เกิดความหลากหลายของพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ต่างๆ บางชนิดเป็นสัตว์ที่หายากใกล้จะสูญพันธุ์ เช่น ควายป่า เลียงผา เสือดาว หมาใน ไก่ป่า และยังมีแมลงป่าพันธุ์ต่างๆ อีกมากมาย จึงทำให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติ" ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ขององค์การยูเนสโกระหว่างวันที่ 9-13 ธันวาคม 2534 ณ เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย นับเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีคุณค่า และมีความสำคัญยิ่ง 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น