คัดลอกลิงก์เเล้ว

[ Fic Reborn ] [ 8059 ] เมื่อยามาโมโตะกลายเป็นเจ้าหมา!

เพราะโดนรุ่นที่สิบขอร้องให้ช่วยตามหายามาโมโตะที่หายตัวไปเลยจำใจต้องบุกไปหาที่บ้าน แต่ไหนดันมาเจอกับเจ้าหมาชิบะหน้ามึนเหมือนเจ้าของมันแทนแถมโดนขอร้องให้ช่วยดูแลเจ้านี่ต่อ ให้ตาย! วุ่นวายทั้งคนทั้งหมา!

ยอดวิวรวม

935

ยอดวิวเดือนนี้

16

ยอดวิวรวม


935

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


20
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 มิ.ย. 62 / 22:37 น.
นิยาย [ Fic Reborn ] [ 8059 ] С! [ Fic Reborn ] [ 8059 ] เมื่อยามาโมโตะกลายเป็นเจ้าหมา! | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

                [ Fic Reborn ] [ 8059 ] เมื่อยามาโมโตะกลายเป็นเจ้าหมา!

 

Title : เมื่อยามาโมโตะกลายเป็นเจ้าหมา!

Author : กระเบนเรืองแสง

Pairing : 8059 ( ยามาโมโตะ x โกคุเดระ )

Rate : PG-13

Note : สวัสดีจ้าา สวัสดีปีใหม่2018ย้อนหลังนะคะ \^0^/  ปีใหม่ฤกษ์งามยามดีมาอ่านฟิคกันดีกว่า ซึ่งเป็นฟิคที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับปีใหม่เลย5555 ด้วยความที่ชิปหลายเรื่องจะแต่งฟิคเทศกาลให้ครบทุกคู่ก็เกรงจะลำบากไป(ความจริงแล้วตันค่ะ5555)เลยแต่งตามใจฉันแล้วกัน 

           หลายคนอาจจะเห็นชื่อเรื่องคล้ายเรื่องที่แล้วที่เราแต่ง(เมื่อโกคุเดระกลายเป็นเจ้าเหมียว!) ความจริงแล้วอยากกลับมาแต่งเพื่อล้อกันนี่แหละค่ะ5555เข้ากับปีจอพอดีด้วย แต่แยกกันอ่านได้เลยค่ะทั้ง2เรื่องไม่มีความเกี่ยวข้องกันข้ามมาอ่านอันนี้ก่อนไม่งงแน่ค่ะ ข้อมูลเรื่องบางอันก็อาจไม่ตรงเพราะไม่ได้ดูมานานนน การบรรยายอาจจะไม่ราบรื่นเท่าไรเพราะไม่ได้แต่งมานานแล้ว ก็พยายามฝึกใหม่ล่ะกันค่ะ555 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่าาา ^v^


       

            

  ยามาโมโตะ ทาเคชิ

ชายหนุ่มนิสัยสบายๆ หัวเราะได้ทุกเรื่อง ผู้หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา

(แปะรูปน้องหมาเพื่อจินตนาการ 555)




    โกคุเดระ  ฮายาโตะ

ชายหนุ่มขี้โมโห ขี้โวยวาย แต่ต้องจำใจเป็นพี่เลี้ยงหมา

(คนอะไร๊ทะเลาะกับหมา)



ไปอ่านกันเลยจ้าา ^v^/




* ขอบคุณเครดิตภาพทุกภาพค่ะ *

เนื่องจากเซฟรูปมานานจึงหาลิงค์ไม่เจอ ขออภัยค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 มิ.ย. 62 / 22:37


                

                ฟืดด! ฮาา!

                เสียงสูดลมหายใจเข้าออกดังขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าที่คงความเร็วสม่ำเสมอปรากฏตัวพร้อมกับเจ้าของเสียง ร่างชายหนุ่มสูงโปร่งกำลังวิ่งเหยาะในยามเช้าตรู่ ผมสีเงินหยักศกเคลื่อนไหวขึ้นลงตามแรงของร่างและลมเย็นอ่อนๆยามเช้ากลางสวนสาธารณะ เสียงหอบหายใจถี่และหยาดเหงื่อที่ไหลอาบร่างเป็นเครื่องบ่งบอกว่าเขาวิ่งออกกำลังกายมานานสมควรที่จะหยุดพักได้แล้ว ท่อนขาทั้งสองค่อยๆชะลอความเร็วก่อนจะหยุดและนั่งพักในเวลาต่อมา

                ตื๊ดด!

                เสียงโทรศัพท์ตั้งสั่นดังขึ้นดึงดูดให้ดวงตาสีเดียวกับผมจ้องมองก่อนจะตาลีตาเหลือกกดรับทันที

                “สวัสดีครับรุ่นที่สิบ~”เสียงทักทายอย่างปีติพร้อมกับใบหน้าหนุ่มลูกครึ่งอิตาลี-ญี่ปุ่นยิ้มร่ากลางสวนสาธารณะเมื่อคนที่โทรมาคือรุ่นที่สิบหรือซาวาดะ สึนะโยชินั้นเอง ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรหรือปัญหาใดเขาพร้อมรับและพุ่งไปช่วยสายรุ่นที่สิบเสมอ เพราะเขาคือมือขวาของรุ่นที่สิบแห่งวองโกเล่แฟมิลี่!

                “กะ...โกคุเดระ แย่แล้ว!”

                “เกิดอะไรขึ้นครับ! ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน!”น้ำเสียงตื่นตระหนกของผู้เป็นนายทำเอาหัวใจของโกคุเดระ ฮายาโตะหล่นวูบ ร่างชุ่มเหงื่อผุดลุกจากเก้าอี้พักอัตโนมัติ

                “ฉันสงสัยว่ายามาโมโตะจะหายตัวไป!”เสียงเล็กเอ่ยสั่นเครือแต่ประโยคที่เอ่ยออกมาเหมือนตบหน้าโกคุเดระอย่างจัง รุ่นที่สิบโทรมาหาเขาเพราะไอ้บ้าเบสบอลเนี่ยนะ! สึนะที่เห็นว่าปลายสายเงียบไปก็ชักหวั่นใจขึ้น

                “โกคุเดระ...ได้ยินที่ฉันพูดไหม”

                “อ่า...ครับๆ แล้วทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะครับ”น้ำเสียงที่ความกระตือรือร้นหายไปครึ่งหนึ่งตอบรับผู้เป็นนายและเพื่อนร่วมห้อง

                “ฉันพูดจริงๆนะ ก็ก่อนปิดเทอมรีบอร์นให้ฉันนัดยามาโมโตะมาติวที่บ้านเมื่อวานก่อนแต่นี่มันเลยกำหนดมาหลายวันแล้ว ติดต่อทางไหนก็ไม่ได้ฉันเลยคิดว่าต้องเกิดเรื่อง”น้ำเสียงเคร่งเครียดของสึนะเอ่ยเหตุผลจนโกคุเดระคิดตาม จริงสิ ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นเหลือแค่เขาเพราะทั้งคุณรีบอร์นและครอบครัวคุณสึนะก็ไปเที่ยวกันหมด ไหนจะคนอื่นๆก็คงไปเที่ยวเหมือนกัน หรือว่า...

                “ไม่ใช่ว่าไปเที่ยวกับพ่อมันหรอครับ เห็นป้ายร้านบอกว่าปิดหลายวันนี่หน่า”โกคุเดระคาดการณ์เหตุผลอย่างจริงจัง ใช่ว่าเขาจะสนใจไอ้บ้าที่บ้าแต่เบสบอลหรอกนะแต่เพราะว่าบังเอิญเดินผ่านหน้าบ้าน(ร้าน)มันต่างหาก! ถ้ารู้ว่ามันแอบไปเที่ยวกับพ่อแต่เบี้ยวนัดรุ่นที่สิบละก็...พ่อจะตามไปกระทืบถึงที่เลย! โกคุเดระคิดในใจด้วยความหงุดหงิด

                “อืมม...ถ้าอย่างนั้นฉันรบกวนนายไปดูที่บ้านยามาโมโตะให้หน่อยได้ไหม”

                “เอ๊ะ!?

                “ก็ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ญี่ปุ่นนี่หน่า เดี๋ยวฉันจะลองตามเรื่องจากที่นี่แล้วกัน ไปก่อนนะ รบกวนหน่อยน้า โกคุเดระ”น้ำเสียงเจื้อยแจ้วพูดอย่างรวดเร็วแล้ววางสายไปดื้อๆก่อนที่โกคุเดระจะเอ่ยปากปฏิเสธเสียอีก

                ใบหน้าเหวออ้าปากค้างพยายามประมวลผลความคิดจากคำพูดรุ่นที่สิบอย่างช้าๆ สรุปแล้วเขาต้องไปตรวจที่บ้านไอ้บ้ายามาโมโตะใช่ไหม โว้ยยย! จะหายตัวไปทั้งทียังสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านจนได้ โกคุเดระโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแต่แสดงออกมากไม่ได้เพราะอยู่ที่สาธารณะเกรงคนจะหาว่าเขาบ้าเลยต้องรีบเดินจ้ำกลับไประบายอารมณ์ที่บ้านแทน

                ชายหนุ่มลูกครึ่งอาบน้ำแต่งตัวทำกิจวัตรประจำวันจนเสร็จแล้วออกจากบ้านตรงไปบ้านยามาโมโตะ ร่างโปร่งก้าวขาเดินพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยใบหน้านิ่งซังกะตาย เอาเถอะ ก็เป็นคำขอร้องของรุ่นที่สิบนี่จะขัดก็ไม่ได้ ใจหนึ่งก็คิดว่าคงไม่มีอะไรแต่ใจหนึ่งก็แอบคิดเหมือนรุ่นทิ่สิบ เพราะพวกเขาไม่ใช่เด็กนักเรียนธรรมดาแต่เป็นสมาชิกวองโกเล่ในอนาคตอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยามาโมโตะอาจโดนโจมตีจากมาเฟียกลุ่มอื่นก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็คงต้องรีบแจ้งให้คุณสึนะทราบเพราะตอนนี้ที่ญี่ปุ่นเหลือแค่เขาคนเดียวจะรับมือกับคนที่สามารถทำร้ายยามาโมโตะได้คงลำบาก โกคุเดระก้มหน้าคิดไประหว่างเดินไปบ้านยามาโมโตะพลันเหลือบสายตาขึ้นมองก็ถึงหน้าบ้าน(ร้าน)พอดี

                แม้ว่าบริเวณรอบๆจะไม่ได้เงียบมากเพราะพอมีคนสัญจรไปมาแต่ดูแล้วข้างในบ้านจะเงียบน่าดูประตูก็ปิดอย่างแน่นหนา เหมือนไม่มีคนจริงๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิดก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ตามป้ายหน้าร้าน

                “...”ไม่มีเสียงตอบรับจากเบอร์ของเจ้าของร้านหรือพ่อของยามาโมโตะ โกคุเดระกดตัดสายก่อนจะหันไปมองประตูบ้านอย่างใช้ความคิด(และความหงุดหงิด)

                ตู้ม!

                คนอย่างเขาจะคิดทำไมให้ยุ่งยาก บึ้มแxงก็จบ ไม่ใช่บ้านของเขานี่! โกคุเดระกระตุกยิ้มก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้านท่ามกลางควันไฟอ่อนๆและซากของที่โดนระเบิดเมื่อครู่ไป ชาวบ้านก็ดูไม่ตกใจกับเสียงไดนาไมต์ของเขาเท่าไรคงคิดว่าจุดพลุฉลอง(มั้ง)

                “เฮ้! ไอ้บ้าเบสบอล!”หลังจากเดินสำรวจบ้านอยู่สักพักก็แน่ใจว่าไม่มีการต่อสู้อะไรเกิดขึ้นที่นี่ โกคุเดระจึงตะโกนเรียก แม้ว่าจะเข้ามาในบ้านแต่เขาก็ไม่อยากจะถือวิสาสะขึ้นไปพวกห้องนอน ห้องส่วนตัวอะไรแบบนี้หรอก ถ้าเจอพวกอะไรสิบแปดบวก...อึ๊ย ใบหน้างามเหยเกก่อนจะสะบัดเรื่องไร้สาระออกจากหัว           

                “...”

                ไร้เสียงตอบรับ โกคุเดระจึงทำใจถือวิสาสะเดินขึ้นไปสำรวจด้านบน

                กุกกัก! กุกกัก!

                มือขวาแห่งวองโกเล่หันขวับตามสัญชาตญาณทันที มีบางอย่างอยู่ด้านบนนี้ และมันอยู่ในห้องของ...ยามาโมโตะ! ดวงตาสีควันบุหรี่กวาดอ่านตัวอักษรชื่อเจ้าของห้องบนประตูอย่างตกใจ

                ร่างโปร่งค่อยก้าวเดินอย่างระมัดระวังพร้อมใบหน้าเคร่งเครียด เขาไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้นแต่ก็ต้องระวังตัว โกคุเดระเคลื่อนตัวหันหลังเข้าประตูมือขวาจับลูกบิดอย่างมาดมั่นมือซ้ายค่อยๆหยิบไดนาไมต์ออกมาจากตัว ก่อนบิดลูกบิดผลักประตูเข้าไปทันที!

                กุกกัก! กุกกัก!

                แง่งงง!

                กลุ่มก้อนสิ่ง(ที่คาดว่า)มีชีวิตดิ้นขลุกขลักหาทางออกจากกองเสื้อผ้าบนพื้นห้องก่อนที่ส่วนหัว ตัวจะโผล่ออกมาและนั่งจ้องมองเขาตาแป๋วพร้อมส่งเสียงทักทาย

                โฮ่ง!

                “หมา!


...


                [ Gokudera’s Part ]

 

                อะไรวะเนี่ย

                หลังจากมองหน้ากันอยู่นานผ่านช่วงเวลาเดดแอร์ระหว่างผมกับเจ้าหมาชิบะสีดำคำถามนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวสมอง ไอ้บ้านั่นมันเลี้ยงหมาด้วยหรอฟ้ะ ไปเที่ยวกับครอบครัวทั้งๆที่ทิ้งหมาแล้วยังขังไว้ในห้องนอนอีกเนี่ยนะ เฮ้อ ผมได้แต่เกาหัวแกรกๆอย่างหน่ายใจ สรุปแล้วมันไม่อยู่ที่นี่สินะงั้นก็กลับบ้าน

                ก่อนที่ผมจะกลับตัวเตรียมเดินออกนอกห้องก็รู้สึกว่ามีบางอย่างฉุดขาอยู่ทำให้ต้องหันกลับไปดู

                หงิง~

                เสียงร้องออดอ้อนเรียกความสงสารดังขึ้นพร้อมกับร่างขนปุกปุยหมอบอยู่ที่เท้าโดยใช้ขาหน้าทั้งสองก่ายล็อกขาผมไว้ ก่อนมันจะเงยหน้าฉายแววตาน่าสงสารบวกกับหูทั้งสองที่ตกลู่ลง ทำอะไรของมันฟ้ะ

                “ทำอะไรของแกฮะ อ้อนฉันอยู่รึไง”ผมถามมันทั้งๆที่รู้ว่ามันก็ตอบผมไม่ได้หรอก แล้วจะมาบ้ายืนคุยกับมันทำไมวะเนี่ย

                “หงิง”เจ้าหมาส่งเสียงหงิงอ้อนพร้อมกับใช้หน้าถูขาของผมไปมา คิดว่าอ้อนแล้วฉันจะใจอ่อนหรอ!

                “แล้วแกจะเอาอะไรล่ะ”ผมถอนหายใจให้กับความใจอ่อนของตัวเองก่อนจะย่อตัวลงลูบหัวมันอย่างอ่อนโยนเพื่อแสดงความเป็นมิตร ดูๆแล้วก็เป็นเจ้าหมาที่ดูใจดี เป็นมิตรดีนี่ ไหนจะขนนุ่มๆปุกปุยสีดำอีก อ๊ากก!ฉันจะทิ้งเจ้าหมาน้อยน่าสงสารนี่ลงหรอ ก็ไม่ได้ชอบหรอกนะแต่ก็ไม่ได้เกลียดสักหน่อย!

                “งื้ออ”เจ้าหมาเด้งตัวลุกขึ้นนั่งประจันหน้ากับผมก่อนจะขยับตัวรุกมาเลียและซุกไซ้ตัวผมอย่างเป็นมิตร นี่แกจะสนิทใจกับคนแปลกหน้าไวไปแล้วนะ ถ้าเป็นโจรขึ้นมาแกจะเฝ้าบ้านได้ไหมเนี่ย! ผมแคลนหัวเราะให้กับเจ้าก้อนขนสีดำที่สนุกกับการออดอ้อนผมอยู่ เอาเถอะ กลับไปแล้วแวะมาให้อาหารมันสักหน่อยแล้วกันไหนๆเจ้าของก็ปล่อยมันทิ้งไว้โดยไม่ได้ให้อาหารมันนี่หน่า

                คิดได้อย่างนั้นผมก็ลูบหัวของมันหนึ่งทีก่อนจะลุกขึ้นและเตรียมเดินออกประตู

                โครม!

                “โว๊ยย!ไอ้หมาบ้าแกคิดจะฆ่าฉันรึไงฮะ!”ผมตะโกนร้องทะเลาะหมาทันทีก็แน่สิก่อนหน้านั้นยังดีๆอยู่แท้ๆแต่เมื่อกี้กลับกระโดดงับเสื้อเชิ้ตยีนส์ผมก่อนจะเหวี่ยงผมลงพื้นดังโครม แรงเยอะเป็นบ้าเลยไอ้หมานี่

                “โฮ่ง...”เจ้าหมาชิบะสีดำตัวโตเต็มวัยกระโดดคร่อมอกก่อนจะเคลื่อนหน้ามาหาผมที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นแล้วเห่าเบาๆ แววตาบ่งบอกว่าไม่ได้จะทำร้ายแต่กำลังขอร้องต่างหาก อะไรฟ้ะ หมาอารมณ์แปรปรวนขาดความอบอุ่นรึไง

                “อะ...เออๆไม่ไปไหนแล้วก็ได้ ลงไปก่อนๆ”ผมไล่เจ้าก่อนขนสีดำด้านบนตัวเบาๆทั้งๆที่นอนแข็งทื่ออยู่บนพื้น ก็แน่ละสิถ้ามันเกิดบ้ากัดหน้าผมแหกขึ้นมาจะทำอย่างไง ผมไม่ได้ใจแข็งขนาดยัดไดนาไมต์อัดปากหมาได้หรอกนะ!

                “หงิง”เจ้าหมากระพริบแววตาเศร้าปริบๆมองมาที่ผมก่อนจะก้มลงมาไล้เลียคอลามไปแก้มก่อนจะไปที่ปาก เข้าโหมดลูกหมาอ้อนอีกแล้วสินะ หรือว่าจะเป็นหมาไบโพล่าร์? หมาวัยทอง? มีหมาแบบนั้นบนโลกเปล่าฟ้ะ ผมคิดในใจพลางรอให้เจ้าก้อนขนดำเลียทั้งหน้าอย่างพอใจก่อนที่มันจะลุกออกไปนั่งแถวปลายเท้าผมแล้วสั่นหางจ้องมองผมตาแป๋วเหมือนเดิม

                “จะเอาไงล่ะแก ไม่อยากอยู่ตัวเดียวสินะ”

                “โฮ่ง!”เจ้าหนูลุกขึ้นยืนสั่นหางไปมารัวๆก่อนจะขานรับอย่างดีใจแววเป็นประกายพร้อมกับรอยยิ้มแฮ่ๆแบบหมา ผมพึ่งรู้ว่าตัวเองมีความสามารถคุยกับหมาได้ด้วยอ่ะ

                “ฉันเอาแกไปที่บ้านไม่ได้หรอกนะ”

                “หงิง...”เจ้าหนูนั่งคอตกบรรยากาศรอบๆเหมือนมีเมฆแล้วฝนก็ตกลงมา อะไรจะเศร้าขนาดนั้น

                “แต่ฉันสัญญาว่าจะมาให้อาหารแกทุกมื้อ”

                “...”นิ่งอยู่ในท่าเดิม

                “โอเค๊?”ผมคุยกับเจ้าหมาอย่างคล่องแคล่ว เจ้านั้นดูอยู่ในท่าเดิมก่อนจะเอนตัวล้มตึงลงบนพื้นอย่างเหงาหงอย โว๊ยย!ไอ้หมาเอาใจยาก ฉันไม่ใช่เจ้าของแกนะว้อย คำสบถมากมายพรั่งพรูอยู่ในผมแทบระเบิดออกมาก่อนอารมณ์นั้นจะตัดเพราะโทรศัพท์สั่นขึ้นเมื่อมีสายเข้า

                ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาก่อนที่หน้าจอจะโชว์เบอร์คุณสึนะ รุ่นที่สิบบบ ในที่สุดก็จะได้แจ้งข่าวเจ้ายามาโมโตะก่อนจะรีบชิ่งหนีเจ้าหมาเอาแต่ใจนี่สักที เย้!

                “ฮัลโหลครับบ รุ่นที่สิบ”

                “เป็นอย่างไงบ้างโกคุเดระคุง”น้ำเสียงรุ่นที่สิบติดร้อนใจนิดหน่อย

                “เจ้ายามาโมโตะไม่อยู่ที่บ้านครับและที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่”ผมเอ่ยตอบไป รุ่นที่สิบเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบมา

                “งั้นหรอ น่าเป็นห่วงจริงๆ ที่นี่ฉันก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยเหมือนกัน”

                “...”

                “ฉันให้คนโทรไปหาพ่อของยามาโมโตะแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ไปกับพ่อเพราะพ่อของเขาไปธุระต่างประเทศยาวเลย เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ”สึนะเอ่ยอย่างร้อนใจ

                เอาแล้วไง ไม่ใช่ว่ามันโดนลอบฆ่าไปแล้วนะ ผมคิดในใจอย่างกังวล ไม่ใช่ว่าผมกับเจ้าบ้ายามาโมโตะจะเกลียดกันหรอก ไม่สิ อาจจะมีแค่ผมที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้ามันก็ได้ รอยยิ้มโง่ๆกับเสียงหัวเราะโง่ๆที่ชอบโผล่มาวนเวียนรอบๆตัวผมกับรุ่นที่สิบ มันทำให้ผมรำคาญ หงุดหงิด...แต่ถ้าไม่มีมันแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไงต่อไปเหมือนกัน

                “โฮ่ง!”เจ้าก้อนขนสีดำนึกคึกอะไรขึ้นมาไม่รู้กระโดดพุ่งตัวใส่ผมก่อนจะร้องดังขึ้นมา ดีที่ผมพยุงตัวได้เลยไม่เสียหลักล้มลงไปเหมือนเมื่อครู่กลายเป็นว่าเจ้านี่ยืนเกาะปีนตัวผมอยู่

                “เอ๊ะ เสียงอะไรน่ะ”รุ่นที่สิบถามอย่างสงสัย เสียงลอดแทรกเข้าไปในสายฉันแล้วเฟ้ย เจ้าหมาบ้า!

                “อ๋อ เสียงหมาเจ้ายามาโมโตะน่ะครับ ผมเจอมันอยู่ในห้องนอนของเจ้านั้น”ผมอธิบายนิ่งๆพลางพยายามแกะขาเจ้าหมาที่พยายามเกาะแกะปีนป่ายตัวผมอย่างไม่ลดละ

                “ฮะ?

                “อ้าว ก็ผมเจอเจ้านี่ถูกขังอยู่ในห้องนอนเจ้าบ้านั่นน่ะครับ เจ้าหมาชิบะขนปุกปุยสีดำ ตัวขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ คิดว่าน่าจะใช่ของบ้านนี้นะครับเพราะรอบบ้านไม่มีรอยงัดแงะอะไร”ผมอธิบายลักษณะหมาและเหตุผลยืดยาว รุ่นที่สิบนิ่งไปก่อนจะพูดคุยอะไรบางอย่างกับตัวเองหรือคนข้างๆ(อาจจะคุณรีบอร์น)สักพักเสียงปลายสายก็ดังขึ้น

                “งั้นหรอ ถ้างั้นฉันคิดว่า...ฝากโกคุเดระเลี้ยงเจ้าหมานั่นสักหน่อยนะ”

                “ฮะ!?!

                “โฮ่ง!!!”ผมตะโกนออกไปโดยไม่ได้เกรงใจถึงแก้วหูรุ่นที่สิบผสมกับเสียงเห่าร้องดีใจสุดขีดของเจ้าหมาปัญญาอ่อนข้างๆ บรรยากาศมันจะแตกต่างอะไรกันขนาดนี้ระหว่างผมกับเจ้าหมานี่

                “อา...ก็นะ จะทิ้งเจ้าหมาน้อยไว้ที่บ้านที่ไม่มีคนอยู่ได้อย่างไงกัน”น้ำเสียงคุณสึนะดูออดอ้อนน่าสงสารเป็นพิเศษ อาา ใจผมม

                “แต่มันเป็นหมาโตเต็มไวแล้วนะครับ”ผมพูดดักคอ ก็มันเป็นความจริงนี่ ตัวโตขนาดนี้แถมยังเป็นตัวผู้อีก มีอะไรน่าเป็นห่วง

                “เอาเหอะน่า ช่วยหน่อยนะ ดูแลเจ้าหมานั่นดีๆนะโกคุเดระคุงอย่าให้มันเป็นอะไรน้าา”

                “อา ก็ได้ครับ”ด้วยน้ำเสียงเศร้าของรุ่นที่สิบพูดก่อนจะวางสายไป ผมได้แต่ถอนหายใจกับโชคชะตาชีวิตตัวเองหลังจากตอบคำรับปากไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็รุ่นที่สิบขอมาขนาดนี้แล้วนี่ ผมคิดในใจหลังวางสายไปแล้ว

                ชวิ้ง!

                แววตาสิ่งมีชีวิตในห้องนอกจากผมที่จ้องมองผมมานานแต่ผมพึ่งรู้สึกตัว เจ้าก้อนขนสีดำที่นั่งบนพื้นหลังตรงแหน่วหางสะบัดไปมาอย่างบ้าครั้ง แววตาเป็นประกายพร้อมกับปากยาวยื่นที่อ้าออกพ่นลมหายใจและดูเหมือนรอยยิ้มของเจ้าหมา รอยยิ้มโง่เง่าปัญญาอ่อนอะไรขนาดนั้น...เหมือนเจ้าของไม่มีผิด

                ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะย่อตัวลงอีกครั้ง เจ้าหมาชิบะกึ่งวิ่งเดินตรงมาหาผมแต่ไม่ได้พุ่งแรงขนาดล้มตึงไปกับพื้นแต่เดินเข้ามาซุกไซ้ออดอ้อนออเซาะอย่างเอาใจผม คงรู้ตัวว่าจะได้กลับบ้านผมล่ะมั้ง เจ้าหมาเจ้าเล่ห์ ผมตบหัวเจ้าหมาเบาๆอย่างมันเขี้ยวก่อนจะเดินสำรวจห้องเพื่อหาสายจูงหมา เอ ไม่มีแฮะ น่าจะอยู่ด้านล่าง คิดได้ดังนั้นผมก็เดินออกจากประตูห้องนอนยามาโมโตะแล้วลงบันไดไปข้างล่างโดยมีเสียงฝีเท้าทั้ง4ตามมาติดๆประหนึ่งวิญญาณอาฆาตตามติดๆ

                “เจ้านายแกเอาสายจูงไปไว้ไหนเนี่ยฮะ”ผมเท้าเอวถามเจ้าหมาอย่างไร้ประโยชน์ ไม่ใช่ว่าพาออกไปแล้ววิ่งทะเล่อทะล่าไปให้รถชนนะ รุ่นที่สิบยิ่งกำชับเรื่องความปลอดภัยกับผมด้วย

                ดูแลเจ้าหมานั่นดีๆนะโกคุเดระคุงอย่าให้มันเป็นอะไรนะ

                “โฮ่ง!”เสียงเจ้าหมาเห่าขึ้นมาฉุดให้ผมหลุดจากภวังค์ความคิดประโยคของรุ่นที่สิบแล้วหันไปสนใจมัน ทำหน้าโง่อะไรแบบนั้นอยากบอกอะไรกับฉันหรือไง

                “อะไรจะบอกอะไร”ผมถามเจ้าหนูด้วยใบหน้ายียวน ทำอย่างกับมันฟังผมออกอย่างนั้นแหละ

                “โฮ่ง!”เจ้าหมาขยับมานั่งใกล้ด้านหน้าผมแล้วเงยหน้ามองประหนึ่งสนทนากันรู้เรื่องจริงๆ นอกจากผมจะฟังภาษาหมาออก หมาก็ฟังภาษามนุษย์ออกด้วยหรอ บ้าไปแล้ว! ผมสลัดความคิดบ้าๆออกจากหัว

                “แกฟังฉันรู้เรื่องหรอ”ถามไปอย่างนั้นแหละ ก็รู้อยู่มันเป็นไปไม่ได้

                “โฮ่ง!

                “หรอ งั้นฉันขอทดสอบแล้วกัน”ผมกระตุกยิ้มกระหยิ่มใจคิดหาอะไรคลายเครียดทำโดยการแกล้งหมาของเจ้ายามาโมโตะ ก็หมาอะไรไม่รู้ชอบทำหน้าตาโง่ๆเหมือนเจ้าบ้าเบสบอลไม่มีผิด ให้ตายเถอะ

                “โฮ่ง!

                “งั้นขอมือซ้าย”

                ฟึบ!

                “ขวา”

                ฟึบ!

                ถูกทั้งสองขาเลยเว้ย ฝึกมาล่ะสิ หมาตัวไหนก็ทำได้ ถ้าอย่างนั้น...

                “เลียปากฉันให้ได้สิ”ผมพูดจบก็ยิ้มท้าทายแล้วยืนขึ้นหลังทดสอบขอมือเจ้าหมาเสร็จ เจ้าก้อนชิบะนั่งนิ่งไปสักพักก่อนทำหน้าตาเลิกลั่กกระวนวายออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทำหน้าปัญญาอ่อนอีกแล้ว ผมแคลนขำให้กับท่าทางเจ้าหมา

                “หงิง”เจ้าหนูร้องเสียงเบาๆเหมือนขอโทษก่อนจะวิ่งกระโจนใส่ผมเต็มแรงจนล้มตึงไปอีกครั้ง เล่นทีเผลอนี่หว่า! ผมใช้สองมือล็อกปากเจ้าหมาด้านบนอย่างสุดแรง แรงหมารึจะสู้แรงคน ผมกระหยิ่มใจเมื่อได้รับชัยชนะก่อนจะพยายามพลิกตัวออกจากเจ้าหมาที่ยืนทับอยู่

                ครืด!

                เจ้าหมาพยายามเคลื่อนตัวถอยหลังจนมือที่ล็อกปากเกือบจะหลุดออกคงหวังจะดึงให้หลุดออกมือฉันล่ะสิ ไม่มีวัน ผมนอนมองการกระทำที่ไร้ประโยชน์ของเจ้าหมา เฮ้อ เลิกแกล้งดีกว่า สงส๊าร สงสาร ~ แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิดเมื่อเจ้าหมาถอยหลังไปจนหล่นลงตรงหว่างขาผมแต่...แต่มันพยายามดันจมูกเข้ามาใกล้หว่างขาผมนี่เซ่! แรงเยอะกว่าตอนจะเลียปากผมซะอีก ไอ้หมาโรคจิต! ผมปล่อยมือดันพรวดอย่างตกใจก่อนเจ้าหมาจะฉวยโอกาสตอนผมลุกขึ้นดันปากมันแล้วปล่อยมือกลายเป็นยื่นหน้าช้อนขึ้นมาเลียปากผมทันที จะ...จนได้ ไอ้หมาโง่!

                “แก!!!”ผมลุกพรวดชี้หน้าคาดโทษมันทันที

                “หงิง...”เจ้าก้อนขนสีดำคอตกหูตกน่าสลดใจเหมือนรู้ว่าเมื่อกี้ทำผิด จะเล่นละครอีกหรือไง ผมคิดพลางใช้มือปาดน้ำลายหมาออกจากปาก เฮ้อ คนที่บอกให้มันทำก็ผมนี่หว่า จะด่าหมาก็ไม่ได้อีก นี่ตูกำลังจะกลายเป็นคนทะเลาะกับหมาเรอะ! ความคิดบวกกับข้อสงสัยมากมายฟุ้งซ่านขึ้นมาในหัว

                “เออ! ช่างแxงเถอะ! จะไปกันได้ยัง”ผมถอนหายใจให้กับความบ้าของตัวเองที่ชวนหมาทะเลาะก่อนจะพูดตัดรำคาญออกไป ความสลดหดหู่เจ้าชิบะหายไปพริบตากลับมาสดใส ทั้งตัวสั่นไปตามแรงแกว่งหาง แววตาเป็นประกายและใบหน้าปรากฏยิ้มโง่ๆเหมือนเดิม  เอาเถอะ เจ้านี่มันก็ดูเหมือนจะรู้เรื่องจริงๆนั่นแหละ คงต้องดูแลมันตามคำสั่งรุ่นที่สิบจริงๆ

                “โฮ่ง!

                “แต่แกต้องสัญญาก่อนนะว่าจะไปวิ่งทะเล่อทะล่าไปให้รถเหยียบเล่น”

                โฮ่งงง!

            เจ้าหนูลากเสียงยาวส่งท้ายพร้อมกระโดดดีใจไปมาก่อนผมกับเจ้าหมาจะเดินออกจากบ้านยามาโมโตะตรงไปบ้านผม ว่าแต่...ทำไมมันถึงวิ่งกระดี๊กระด๊านำหน้าเหมือนรู้จักบ้านฉันฟ้ะ!

               

...


                [ Yamamoto’s Part ]

 

                ฮาาา~ ได้เข้าบ้านโกคุเดระแล้ว ได้เข้าบ้านโกคุเดระแล้ว!

            ผมวิ่งนำหน้าโกคุเดระไปบ้านของเขาอย่างชำนาญ ก็แน่ละสิ ผมเฝ้ามองโกคุเดระก่อนออกจากบ้านไปเรียนทุกวันก่อนจะเนียนไปเจอเขาพร้อมสึนะคุงในตอนเช้า อะไร อย่ามองผมเป็นพวกสตอล์คเกอร์สิ ผมเป็นห่วงเขาต่างหาก

                อ๋อ แล้วอีกอย่างก็อย่างที่ทุกคนเริ่มเข้าใจนั่นแหละครับผมกลายเป็นเจ้าหมาชิบะสีดำหน้าตาน่ารัก ส่วนสาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ...

                “เฮ้ย! แกจะเข้ามาได้รึยัง ยืนเซ่ออยู่ได้”โกคุเดระตะโกนเรียกผมเข้าบ้านด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

                “โฮ่ง”เข้าแล้วจ้า ~

                “อา ตรงนี้เป็นห้องนั่งเล่นนะ ส่วนด้านในเป็นห้องนอนฉัน แต่!แกอย่าคิดเสนอหน้าเข้าไปนอนในห้องเชียวนะ...”ผมสีเงินเคลื่อนไหวไปมาตามร่างกายที่ขยับชี้ไปชี้มาแนะนำ(ขู่)ห้องนอนของตนให้ผมฟัง ผมทอดสายตามองเขาแบบเงียบๆเพราะผมอยู่ในร่างนี้ก็คงพูดกับเขาไม่ได้อยู่ดี ไม่สิ ต่อให้เป็นร่างมนุษย์โกคุเดระก็ไม่คิดจะพูดกับผมอยู่แล้ว...

                “ทำไมทำหน้าหมาหงอยงั้นอ่ะ เอ๊ะ แกก็เป็นหมาอยู่แล้วนี่หว่า ฮ่าๆๆๆ”โกคุเดระถามผมกึ่งเล่นมุกก่อนจะฉีกยิ้มระเบิดขำกับมุกตัวเองออกมาจนแก้มขึ้นสีระเรื่อ น่ารักจัง อย่างน้อยในร่างมนุษย์ผมก็คงไม่ได้เห็นด้านนี้ของเขา เอาเป็นว่าขอผมหาความสุขด้วยร่างน้องหมาให้ปริ่มใจก่อนแล้วกัน~

                “...”

                “เออ เดี๋ยวฉันมานะ ขอไปซื้ออาหารแกก่อน”โกคุเดระเอ่ยก่อนจะหันไปหาของจำเป็นติดตัวแล้วเดินออกไป

                “โฮ่ง”ครับผมม ผมเอ่ยตอบเขาไป เอาละ จะได้ทำหน้าที่หมาอย่างเต็มที่โดยการเฝ้าบ้านสักที เอ๊ะ! นี่ใจผมก็เริ่มกลายเป็นหมาแล้วหรอ ฮ่าๆ เอาเถอะ ถ้าเป็นหมาให้โกคุเดระคนเดียวผมก็ยอมนะ

                ความจริงผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากลายเป็นหมาไปตอนไหนรู้แค่ว่าตื่นมาก็เป็นแบบที่เห็นซะแล้ว ครั้นจะเรียกคนมาช่วยพ่อก็ไม่อยู่ ได้ยินเสียงโทรศัพท์โทรมาก็กดรับไม่ได้ คิดว่าจะหิวตายอยู่ในห้องนอนตัวเองซะแล้วแต่โชคดีที่โกคุเดระเข้ามาช่วยพอดี นางฟ้าของผม

                พอโกคุเดระทำท่าจะทิ้งผมไปตอนนั้นผมกลัวจริงๆ หิวก็หิว อยู่คนเดียวอีกด้วย เลยคิดว่าต้องทำทุกอย่างให้เขาเข้าใจว่าผมอยากไปกลับเขาด้วยหรือไม่ก็ให้เขารู้ว่าผมเข้าใจที่เขาพูด ก็นั่นแหละ ผมไม่ได้อยากจะเลียปากโกคุเดระเลยนะ ไหนจะเลียหรือไซ้ใบหน้า ซอกคอหอมๆของโกคุเดระอีก ผมไม่ได้ตั้งใจจริงจริ๊งง มันเป็นไปตามสัญชาตญาณน้องหมา(?)ต่างหาก

                “กลับมาแล้ว”เวลาผ่านไปครู่หนึ่งเสียงคนที่ผมคุ้นเคยดังขึ้น ก่อนจะรู้ตัวผมก็พุ่งไปออเซาะพันแข้งพันขาเขาซะแล้ว

                “โฮ่งๆๆ แฮ่ๆๆ”

                “เอ้า นี่อาหารแก ฉันอุตส่าห์เลือกอาหารเม็ดรสเนื้อเชียวนะ”ร่างบางๆพูดพลางขยับตัวไปมาเทอาหารลงชามกระเบื้องก่อนจะโค้งตัวลงวางตรงหน้าผม

                อาหารหมา!!!

                ฮืออ ชีวิตนี่ต้องกินอาหารหมาจริงๆหรอเนี่ย ผมไม่อยากกินน

                “หงิงง~”ผมตะกายตัวไปเกาะเอวบางของโกคุเดระก่อนจะซุกหน้าลงท้องขาวๆอย่างออดอ้อน  อา นุ่มจังเลย

                “โว้ยย อะไรของแกอีกวะ ไอ้หมาเอาใจยาก”ใบหน้าสวยก้มมองถลึงตาใส่ผมพร้อมตะโกนถามเสียงดังอันเป็นเอกลักษณ์การพูดของเขา

                “หงิง”ฉันไม่อยากกินอาหารหมานี่ โกคุเดระ

                “จะกินไม่กิน”ใบหน้าขาวฉายแววระอาใจพลางแกะมือผมออกจากเอวเขาพัลวัน แงงง ไม่กิ๊นน

                “งื้ออ”

                “จะกินไม่กินก็เรื่องของแกแล้วกัน”โกคุเดระสะบัดหน้าหนีก่อนจะหายเข้าไปในห้องนอนแล้วปิดประตูใส่หน้าผมดังปึง! ผมลุกเดินสี่ขาตามไปแถวๆหน้าประตูห้องนอนของโกคุเดระมองบานประตูตาละห้อยก่อนจะล้มตัวนอน อา ไม่เป็นไร อดอีกสักมื้อก็ไม่เห็นเป็นไรนี่เนอะ ผมยิ้มหยันและถอนหายใจให้กับตนเองก่อนจะเคลิ้มหลับไป

                “นี่แกๆ”เสียงเรียกอันคุ้นเคยดังขึ้นปลุกผมซ้ำๆพร้อมกับแรงที่เขย่าตัวผม นอนหลับจนเวลาผ่านไปเท่าไรแล้วเนี่ย

                เอ๊ะ! กลิ่นนี่มัน!

                “ฉันลองทอดเนื้อคลุกกับข้าวให้แก เอ้า”โกคุเดระไปเปลี่ยนชุดแล้ว ไม่สิ อาบน้ำมาแล้วต่างหาก ร่างโปร่งในชุดนอนลายสก็อตสีฟ้าตัวใหญ่ก้มลงวางชามข้าวตรงหน้าผมจนเส้นผมสีเงินเคลื่อนลงมาคลอเคลียใบหน้า เป็นภาพที่หาได้ยาก กลิ่นหอมหวานจังเลย กลิ่นสบู่ กลิ่นแชมพูหรือกลิ่นตัวของเขากันน้า ผมลอยหน้าสูดกลิ่นทั้งตัวเขาทั้งอาหารอย่างเต็มปอด

                “อย่าบอกนะว่าไม่กินอีก”คราวนี้ใบหน้าโกคุเดระกลายเป็นกังวลแทนระอา อ่า กินแล้วจ้าๆ

                “แง่มๆๆๆๆ”อาหารมื้อแรกตั้งแต่กลายร่างเป็นหมา ฮือออ

                “กินได้สักที คิดว่าไม่ชอบอีกแล้ว เอ๊ะ หรือว่าแกอยู่ร้านซูชิเลยชอบกินซูชิ แต่หมากินได้ด้วยหรอวะ...”โกคุเดระเอนตัวพิงโต๊ะในห้องครัวพลางเถียงกับตนเองไปมาในระหว่างที่ผมกวาดข้าวเนื้อทอดลงกระเพาะอย่างตะกละตะกลาม อาหารฝีมือโกคุเดระถึงจะเป็นเนื้อทอดธรรมดาแต่สำหรับผมมันอร่อยมาก อิ่มทั้งพุง อิ่มทั้งใจ ~

                “หน้าฟินอะไรขนาดนั้นฟ้ะ”ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อโดนโกคุเดระแซว ก็มันอร่อยจริงๆนี่หน่า ก่อนเขาจะเอ่ยต่อ “งั้นแกนอนตรงนี้นะ ฉันปูผ้าไว้ให้”โกคุเดระพูดไปพลางจัดแจงผ้าลงข้างๆโซฟาในห้องนั่งเล่น

                “โฮ่ง...”ก็ได้ ผมตอบรับเสียงเบา ถึงจะไม่ค่อยดีใจก็เถอะแต่จะหวังไปนอนกับโกคุเดระคุงในห้องนอนของเขามันก็คงหวังมากเกินไป คิดได้อย่างนั้นก็เดินคอตกถอนหายใจไปข้างโซฟา

                “เล่นละครเก่งนะแก”อยู่ๆโกคุเดระก็พูดขึ้นมาก่อนจะเดินไปทางห้องนอนแล้วทุบประตูดังสองสามครั้งเหมือนเรียกอะไร “จะเข้ามานอนในนี้ไหมละ อากาศตอนดึกมันหนาว”ก่อนจะเอ่ยถามต่อมาด้วยใบหน้าเอือมระอาที่อยู่ๆก็สีชมพูระเรื่อขึ้นมา เอ๊ะ ถามผมหรอ!

                “โฮ่ง!ๆๆ”ไปๆๆ ผมกระโดดเด้งตัวไปมาอย่างดีใจ ก่อนจะวิ่งหน้าตั้ง ตาลีตาเหลือกไปเข้าห้องเมื่อเห็นใบหน้างามฉายแววเริ่มรำคาญ เย้! ในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่ผมได้นอนในห้องโกคุเดระ...คนที่ผมชอบ (ถึงจะเป็นในร่างน้องหมาก็เถอะ)

                แกร๊ก!

                โกคุเดระเดินเข้ามาหลังผมก่อนจะลงกลอนล็อกลูกบิดเรียบร้อย แล้วผมจะใจเต้นทำไมเนี่ย! ไม่ได้หวังอะไรแบบนั้นสักหน่อย! แต่มันเป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ในห้องนอนคนที่ชอบกับคนที่ชอบสองต่อสองเชียวนะ จะไม่ให้ผมเต้นจนระเบิดได้อย่างไร

                ผมนั่งอยู่บนพื้นเหลือบตาสังเกตของภายในห้อง ด้านหน้าผมมีโทรทัศน์หนึ่งเครื่องวางไว้บนตู้ไม้ส่วนด้านหลังเป็นเตียงนอนประมาณห้าฟุตสีเทา ด้านซ้ายเป็นทางที่ผมเข้ามาติดกับห้องน้ำส่วนตัว ด้านขวาเป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่ด้านนอกเป็นชานยื่นออกไปแต่ก็มีม่านหนาไว้บังแดดตอนเช้า ของตกแต่งด้านในก็มีรูปธรรมชาติติดไว้ตามผนัง แล้วก็มีของต่างๆวางตามพื้นห้องแต่ดูแล้วไม่เกาะกะเลย

                ตุบ!

                ติ๊ด!

                โกคุเดระโยนตัวลงบนเตียงนุ่มเด้งก่อนจะคว้ารีโมทเปิดโทรทัศน์ดูรายการต่างๆทันที อารมณ์สบายใจจังเลยน้า แตกต่างจากเขาที่กระวนกระวายใจจนจะหัวใจหยุดเต้นอยู่แล้ว ฟู่วว ใจเย็นๆ ไปนอนข้างเตียงดีกว่า ผมเดินไปข้างเตียงก่อนจะทิ้งตัวลงบนผ้าที่โกคุเดระย้ายตามมาให้

                สักพักโกคุเดระก็ขยับตัวไปมาเหมือนไม่สบายตัวก่อนจะถอนหายใจแล้วตบแขนลงบนเตียงเบาๆจนผมอดสงสัยจนเงยหน้าขึ้นไปมองไม่ได้

                “จะขึ้นมาไหมล่ะ”ผมหรอ ผมหรอ ถามผมหรอ เย้!ได้นอนเตียงเดียวกับคนที่ชอบด้วย ฮืออ ได้แค่นี้ก็พอใจแล้วสำหรับรักข้างเดียวของผม

                ตุบ!

                ไม่พูดพร่ำทำเพลงผมรีบกระโจนใส่คนตัวหอมนุ่มนิ่มด้วยความเร็วแสง ก่อนจะเงยหน้าหนุนอกนุ่มของโกคุเดระที่นอนพิงหมอนนอนดูโทรทัศน์ปลายเตียงอยู่ มีความสุขจัง

                “แก...คิดถึงเจ้านายตัวเองหรือเปล่า”จู่ๆเสียงใสเจือความเศร้าของเขาก็ถามขึ้นระหว่างที่นอนเอามือลูบหัวผมไปสักพัก “ยามาโมโตะน่ะ”

                “...”ผมเหลือบตามองใบหน้าของเขาที่ก้มมาถามผม

                “ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าไอ้บ้านั่นไปไหน รุ่นที่สิบบอกว่าติดต่อมันไม่ได้แถมยังไม่ได้อยู่กับพ่อมันอีก แล้ว แล้วมันหายไปไหนกัน”โกคุเดระเอ่ยด้วยเสียงติดสั่นเล็กน้อย แววตาสั่นระริกแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ฉันอยู่นี่ไง โกคุเดระ ฉันอยู่กับนายเสมอ ฉันอยู่กับนายตลอดเวลา ขอเพียงนายหันมามองฉันบ้าง นายก็จะเจอฉันที่อยู่เคียงข้างนายเสมอ ไม่มีวันทิ้งนายหรือทำให้นายเสียใจ

                ผมทอดสายตาจ้องมองชายตรงหน้า จ้องมองลึกเข้าไป ลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ไม่เคยฉายภาพของผมอยู่ในนั้นเลย ทุกๆครั้งที่ผมมองก็จะเห็นแต่เพียงภาพสึนะเท่านั้น มันทำให้ผมเจ็บ เจ็บลึกลงไปในหัวใจ

                ผมและโกคุเดระสอดสายตาประสานกัน ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกจากคนๆนี้จะส่งไปถึงหัวใจเขาได้บ้างไหม แต่ก็ไม่เป็นไร ขอแค่ตอนนี้...ตอนที่แววตาเขามีแต่ผมแม้จะเป็นแค่เจ้าหมาโง่ๆตัวนี้ก็ไม่เป็นไร แววตาของเขากระตุกสั่นครู่หนึ่งก่อนจะเป็นคนงามตรงหน้าที่หลุดออกจากภวังค์นี้แล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที

                “อา...ช่างมันเถอะเนอะ”โกคุเดระแค่นเสียงพูดก่อนจะตัดบทสนทนาไป ผมทำให้เขาลำบากใจหรือเปล่านะ           

                “หงิง”เพราะผมกลายเป็นเจ้าหมาจึงไม่สามารถใช้แขน ขา ขยับได้เหมือนมนุษย์ ผมจึงทำได้เพียงแค่หยัดตัวขึ้นเอนหัวซบไหล่โกคุเดระเพื่อปลอบโยน โกคุเดระหัวเราะน้อยๆก่อนจะใช้มือซ้ายขยี้หัวผมอย่างมันเขี้ยวแล้วคลี่ยิ้มออกมา นางฟ้าของผมยิ้มแล้ว

                “ฮ่าๆ แกนี่นะ”โกคุเดระลดความเร็วของมือกลายเป็นการลูบหัวช้าๆอย่างอ่อนโยนแทน

                “งื้อ”ผมยังคงซบไหล่เขาก่อนจะซุกไซ้ไปมาแถวๆซอกคอก่อนจะเงยไปชนกับพวงแก้มขาวเนียน โกคุเดระเอียงคอหันมามองผมเล็กน้อยทำให้เส้นไหมสีเงินปรกลงมาคลอเคลียกับใบหน้าขาวเนียนลูกครึ่งตัดกับพวงแก้มและริมฝีปากบางๆที่ขึ้นสีแดงฝาดเพราะอากาศเย็นยามดึก ดวงเนตรสีเงินคู่สวยหันมามองผมทำเอาใจผมสั่นไหวเหมือนเป็นโรคหัวใจฉับพลัน ฉันชอบนายจริงๆนะโกคุเดระ นายได้ยินฉันไหม เสียงความรู้สึกของผมร่ำร้องดังก้องกังวานอยู่ในใจจนน่ารำคาญ ถ้าโกคุเดระได้ยินคงรำคาญมากกว่าผมแน่ๆ

                ก่อนร่างกายผมจะรู้ตัว เจ้าหมาโง่ตัวนี้ได้อาจเอื้อมไปช่วงชิงความอบอุ่นจากริมฝีปากแดงฝาดของคนงามตรงหน้าเข้าซะแล้ว


...



 

                [ Gokudera’s Part ]

 

                ในเช้าวันต่อมาผมลุกขึ้นตื่นนอนอย่างไม่ค่อยเต็มอิ่มนัก เมื่อคืนผมแทบนอนไม่หลับด้วยซ้ำเพราะไอ้หมาบ้าที่โดนผมถีบตกเตียงหล่นลงพื้นไปเมื่อคืนนี้ ก็ไอ้หมาโง่นั้นมัน...ช่างเถอะ แล้วทำไมผมถึงเห็นหน้ายามาโมโตะซ้อนกับเจ้าหมานั่นนะ ถ้าเป็นหมาธรรมดาผมก็ไม่ทำไมหรอกแต่พอเห็นเป็นหน้าเจ้ายามาโมโตะขึ้นมาเท่านั้นแหละจู่ๆก็รู้สึกวูบวาบขึ้นมาทั้งตัว นี่ฉันเป็นอะไรไปฟ้ะ!

                ผมสะบัดหน้าไล่ความคิดประหลาดๆออกไปก่อนจะทุบหน้าอกด้านซ้ายให้ก้อนเนื้อข้างในหยุดเต้นแรงแบบนี้สักที ก่อนที่สายตาจะหันไปเจอกับเจ้าตัวปัญหาเมื่อคืนนั่งมองผมข้างเตียงส่งสายตาแป๋วและยิ้มแฉ่งมาให้ผม น่าหมั่นไส้โว้ย!

                ผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง

                “แกออกไปด้านนอกก่อน เดี๋ยวฉันจะเปิดประตูบ้านให้แกไปสนามด้านนอกส่วนฉันจะกลับมาอาบน้ำ”ผมพูดเสียงงัวเงียก่อนจะเดินไปเปิดประตูบ้านแล้ววนกลับมาในห้องนอน

                “โฮ่ง”เจ้าตูบขานเสียงรับก่อนจะเดินออกไปตามที่ผมบอก ผมจึงเดินเข้าไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัว

                เวลาครู่ใหญ่ผ่านไปผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วจึงเดินออกจากห้องนอนเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารทั้งของผมและเจ้าก้อนขนนั้น ปกติผมไม่ค่อยได้ทำอาหารหรอกซื้อกินซะมากกว่า แต่วันสองวันนี้ ผมยกให้เป็นกรณีพิเศษแล้วกัน

                เมื่อทำอาหารเสร็จไม่รู้กินหอมมันลอยไปเตะจมูกเจ้าหมาที่สนามหน้าบ้านหรือเปล่า พอออกไปห้องนั่งเล่นก็เห็นเจ้านั่นนั่งจุมปุ๊กอยู่แถวๆหน้าทีวีมองผมตาแป๋วซะแล้ว เป็นเด็กดีจริงๆ

                “เอ้า ของแก”ผมวางชามอาหารลงบนพื้นข้างๆโต๊ะอาหารของผม ก่อนจะวางอาหารตัวเองบนโต๊ะบ้าง เราหนึ่งคนหนึ่งตัวเริ่มกินอาหารตัวเองอย่างรวดเร็ว

                ไม่รู้ว่าตอนนี้รุ่นที่สิบสืบเรื่องเจ้ายามาโมโตะไปถึงไหนแล้วนะ นี่ก็หายหัวไปสองวันแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะอยู่ที่ไหนสักทีเลย จะแจ้งตำรวจก็ไม่ได้ ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย ไอ้บ้าเอ๊ย!

                ผมคิดในใจอย่างหงุดหงิด ก็ไม่ได้อยากยอมรับหรอกนะว่าเป็นเพื่อนกับมัน แต่ก็อยู่ด้วยกันสามคนมาตลอด ถ้าหากมันหายไปจริงๆรุ่นที่สิบคงเสียใจมาก...ผมก็คงไม่ต่างกัน

                ไม่รู้ว่าผมคิดมากไปหรือเปล่า หลังจากเจอหน้ากันครั้งแรกไม่นานเจ้านั่นก็ชอบมาวนเวียนรอบๆตัวผม(หรือรุ่นที่สิบ)มากขึ้น ชอบมาเซ้าซี้ตีสนิท บางทีก็คว้าผมไปกอดคอเสียดื้อๆทั้งๆที่รู้ว่าผมจะทำอย่างไรกับมันบ้าง เพราะเป็นคนชอบหัวเราะให้กับทุกเรื่องอย่างง่ายๆ เป็นคนไม่คิดมาก ทำตัวสบายๆจนน่าหมั่นไส้ แต่ก็เป็นคนที่ใส่ใจคนรอบข้างมากๆเลยไม่เว้นแม้แต่ผมที่ชอบชวนมันทะเลาะตลอดเวลา ไม่ว่าจะด่า ตะโกน ไล่เตะมันอย่างไรสุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับมาก็เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวและเสียงหัวเราะชวนน่ารำคาญทุกที ไม่หรอก...อย่างไรมันก็ทำแบบนี้กับทุกคน ผมคงคิดมากไปเองจริงๆ

                “โฮ่ง”เจ้าหนูสีดำร้องทักผมตาละห้อยคล้ายเป็นห่วง ลืมไปเลยว่ากำลังกินข้าวอยู่ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจริงๆ คิดได้อย่างนั้นก็ตบหัวเจ้านั่นเบาๆหนึ่งทีเหมือนบอกว่าไม่เป็นไรก่อนจะกินข้าวต่อ ไม่ใช่ว่าผมทำหน้าตาแปลกๆให้เจ้านั่นเห็นนะ

                หลังจากกินเสร็จก็ชวนเจ้าหมาออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ ผมนั่งพักที่โต๊ะนั่งเพื่อให้เจ้าหมาออกไปวิ่งเล่นแต่เจ้านั่นกลับฟุบตัวลงนอนพื้นข้างๆเท้าผมเฉย นี่ฉันพาแกออกมาเล่นนะเฟ้ย เจ้าหมาขี้เกียจ! เอ๊ะ หรือว่า...

                “แกจะให้ฉันไปเล่นด้วยหรอ”ผมลองถามหยั่งเชิงตามความคิดก่อนก้อนขนด้านล่างจะหันหน้าขวับกลับมามองหน้าผมแล้วร้องขานตอบ นี่ผมเดาใจหมาถูกด้วย อีกหนึ่งความสามารถพิเศษหรือไง

                ผมถอนหายใจให้กลับความคิดบ้าๆตัวเองก่อนจะลุกเดินไปกลางสนามหญ้า เพราะไม่มีอุปกรณ์ของเล่นหมาอะไรเลยแม้แต่สายจูงสมองผมก็เลยคิดออกแค่วิ่งไล่จับเท่านั้น ผมลองพูดกับเจ้าหมาด้านหน้าก่อนตัวผมจะเริ่มวิ่งหนี เหมือนเจ้านั่นจะเข้าใจที่ผมพูดจริงๆเจ้านั่นวิ่งไล่ตามผมอย่างเอาเป็นเอาตาย ขำหน้ามันชะมัดจริงจังอะไรขนาดนั้น พวกเราวิ่งเล่นกันไปมาจนเวลาล่วงเลยไปเท่าไรไม่ทราบจนผมเหนื่อยถึงได้เรียกให้เจ้าหมาหยุด ไม่อยากจะบอกว่าวิ่งเล่นกับเจ้านี่เหนื่อยกว่าผมวิ่งออกกำลังกายทุกวันตอนเช้าซะอีก แถมยังสนุกกว่าอีกต่างหาก เวลาเห็นเจ้าหมาวิ่งเล่นไปมาทำท่าสนุกมันเพลินตาจริงๆ สงสัยผมคงต้องคิดเรื่องจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองบ้างแล้วซะมั้ง อย่างไงเจ้านี่ผมก็ต้องคืนยามาโมโตะอยู่ดี หาน้องหมาเป็นของตัวเองดีกว่า

                แต่ว่าถ้ายามาโมโตะไม่กลับมาแล้วล่ะ เจ้านี่จะอยู่กลับพ่อยามาโมโตะได้ไหม เจ้ามีความสุขแบบนี้อีกหรือเปล่า ผมมองเจ้าหนูวิ่งเล่นไปมาระหว่างที่ตัวเองนั่งพักจมกับความคิดของตนเอง

                “โฮ่ง!”จู่เสียงเห่าก็ดึงสติผมกลับมาก่อนร่างที่เต็มไปด้วยขนฟูสีดำจะวิ่งตรงดิ่งเข้ามาหาผม

                “จะกลับบ้านแล้วหรอ”

                “โฮ่ง”เจ้าหมาขานตอบ ผมจึงกวักมือเรียกเจ้านั่นกลับบ้าน

                อา เหงื่อออกเยอะชะมัด ทั้งผม ทั้งเจ้าตูบ สงสัยต้องจับเจ้านั่นอาบน้ำซะแล้ว เอ๊ะ ผมก็อาบน้ำพร้อมมันด้วยเลยดีกว่าจะได้เปียกน้ำทีเดียวด้วย

 

                [ Yamamoto’s Part ]

 

                อาบน้ำพร้อมกัน!!!

                หลังจากกลับมาจากสวนสาธารณะโกคุเดระก็เอ่ยบอกผมสั้นๆก่อนจะออกไปซื้อแชมพูอาบน้ำสุนัขทันทีทิ้งให้ผมนั่งเอ๋อกับคำพูดชวนใจสั่นเมื่อครู่ อ๊ากกก จะเกินไปแล้วนะ ให้ผมเป็นหมายังไม่พอยังให้โอกาสชวนวาบหวิวกับผมอีก ทำไมตอนเป็นมนุษย์โชคแบบนี้ไม่หล่นมาใส่ผมบ้าง

                เวลาผ่านไปชั่วครู่โกคุเดระก็กลับมาพร้อมกับแชมพูสุนัขก่อนจะไล่ต้อนผมเข้าห้องน้ำไปเพราะคิดว่าผมจะกลัวน้ำ ไม่ชอบอาบน้ำตามประสาหมาทั่วไป โอ๊ย ใจผมเต้นจนมันจะกระโดดออกมา โอกาสเหมือนเมื่อคืนเลยแต่เพราะผมทำเสียโอกาสเองที่ไปจุ๊บโกคุเดระจนโดนถีบตกเตียงอดนอนกับเขาเลย ครั้งนี้ผมจะไม่ยอมพลาดอีกแล้ว! ผมนั่งนิ่งเกร็งไปทั่วตัวด้วยความตื่นเต้นคอแทบหันไม่ได้ด้วยซ้ำเลยใช้วิธีกลอกตาไปมาแทน

                จนโกคุเดระเตรียมอุปกรณ์เข้ามาทั้งโต๊ะนั่งตัวเล็ก แปรงสางขน แชมพูสุนัข ผ้าขนหนูสองผืนและเสื้อคลุมอาบน้ำของเขา โดยเจ้าตัวมัดผมสีเงินไว้ พับแขนเสื้อยืดขึ้นและถกขากางเกงที่เป็นขาสามส่วนขึ้นเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหวมากขึ้น เท่ชะมัด

                โกคุเดระเริ่มใช้ฝักบัวฉีดน้ำใส่ผมจนขนฟูๆฟีบแบนเคล้ากับน้ำก่อนจะละเลงแชมพูสุนัขจนฟองฟอดทั่วตัวผมพร้อมกับใช้มือขยี้และใช้แปรงขัดตัวทำความสะอาดให้ผม ผมไม่ได้อาบน้ำมาสองวันแล้วนี่หน่า อ่า สบายตัวจัง มือนุ่มๆลูบไล้ตามตัวไปมาจนตัวผมเริ่มสั่น

                “เป็นอะไร กลัวน้ำหรอ เมื่อกี้ก็เห็นทำหน้าเคลิ้มเหมือนจะชอบนี่”โกคุเดระมองผมอย่างสงสัยเมื่อกี้มันก็สบายอยู่หรอกแต่พอนึกได้ว่าคนที่ชอบเริ่มลูบไล้ตัวผมไปมามันก็ต้องรู้สึกแปลกๆใช่ไหมล่ะ แล้วถ้าโกคุเดระทำความสะอาดช่วง เอ่อ ช่วงด้านล่างผมจะทำอย่างไงล่ะ

                “...”คิดไปคิดมาพออยู่ในร่างหมาผมก็โป๊ตลอดเวลานี่หน่า อ๊ากก อายทันไหมเนี่ย!

                “งั้นฉันต่อเลยนะ”โกคุเดระไม่ว่าเปล่าใช้มือข้างหนึ่งถูแถวๆก้นแล้วลูบไล้ลงมา ส่วนอีกข้างจับหางผมก่อนจะรูดขึ้นลงทำความสะอาด มัน มัน ถ้าทำต่อไปผมจะไม่ไหวแล้วนะ!

                โครม!

                “โว้ย! ทำอะไรของแกวะ!”ผมกระโจนคร่อมใส่ตัวโกคุเดระจนล้มหล่นเก้าอี้กระแทกพื้น อา โชคดีที่หยุดมือของเขาทัน ไม่งั้นคง...

                “ฉันเปียกไปหมดแล้วนะโว้ย!”ร่างโกคุเดระที่เปียกน้ำเปื้อนฟองแชมพูของผมตะโกนลั่นห้องน้ำ ถ้าผมไม่หยุดมือเขาล่ะก็ผมคงได้รู้ว่ายามาโมโตะ ทาเคชิในร่างเจ้าหมาสามารถทำอะไรที่มันหน้าด้านกว่าตอนเป็นมนุษย์ได้บ้าง!

                “หงิง”ขอโทษน้าโกคุเดระ เจ็บตรงไหนบ้าง

                “เออๆ ไม่อยากอาบน้ำงั้นก็พอแค่นี้แหละ”โกคุเดระเอ่ยอย่างเหนื่อยใจพลางลุกขึ้นปัดฟองแชมพูตามตัวออกก่อนจะเปิดฝักบัวฉีดน้ำล้างตัวให้ผมจนเสร็จ ผมสะบัดตัวไล่น้ำออกก่อนจะโดนโกคุเดระเอ็ดเล็กน้อยเรื่องน้ำกระเด็นโดนตัวเขาแต่ก็ไม่ได้โดนด่าร้ายแรงอะไรแถมเจ้าตัวยังเอาผ้าขนหนูผืนนุ่มมาเช็ดตัวให้ผมอย่างเบามืออีก ถ้าเป็นผมในร่างมนุษย์คงโดนด่าพร้อมกับไล่เตะข้อหาพวกนี้แล้วล่ะ เป็นหมาหน้าตาน่ารักนี่มันดีจังน้าโกคุเดระยังชอบเลย หรือผมจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปดีน้า ผมคิดในใจไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะหันไปหาโกคุเดระที่เงียบไปสักพัก

                “แกอยู่ไหนนี้สักพักให้ตัวแห้งก่อนนะ เดี๋ยวแกไปอยู่มุมนั้นก่อนฉันจะอาบน้ำแล้วค่อยออกไปพร้อมกัน”โกคุเดระหันหลังเอ่ยกับผมพลางเปลื้องผ้าที่ตัวเองใส่อยู่ออกทีละชิ้นเริ่มจากเสื้อยืดเผยให้เห็นผิวด้านหลังอันขาวเนียนชวนสร้างรอย ก่อนผมจะได้ยินเสียงปลดตะขอกางเกงตาม อ๊ากกก ไม่ไหวแล้วนะ! ผมจะทนไม่ไหวแล้วนะ!

                ผมรีบวิ่งไปมุมห้องน้ำตรงที่โกคุเดระบอกก่อนจะหันหลังให้เขาด้วยใจระทึก หัวใจเต้นโครมครามอย่างน่ากลัว ผมกลัวว่าผมจะช็อกตายเพราะหัวใจเต้นแรงจนหยุดเต้นเสียจริง

                แม้ว่าผมจะไม่เห็นการกระทำของเขาแต่เพราะเป็นหมาจึงได้ยินเสียงชัดเจนกว่ามนุษย์ทำให้ผมพอรู้ว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่ หลังจากโกคุเดระถอดเสื้อเสร็จก็ปลดกางเกงออกและปลดซับในออกก่อนจะเดินในเขตที่อาบน้ำเพราะผมได้ยินผมหล่นลงพื้นและเสียงม่านกั้นดังเสียดกับราวเหล็ก ก่อนที่เสียงสายน้ำจะดังซ่าอย่างต่อเนื่องเขาน่าจะอาบน้ำอยู่ อยู่ๆตาไม่รักดีคู่นี้ก็ค่อยๆเหลือบไปมองม่านกั้นอย่างไม่น่าให้อภัยเพราะว่าม่านกั้นหนาแต่ก็ค่อนข้างขุ่นทำให้ผมเห็นเงาร่างของโกคุเดระที่กำลังลูบไล้ผิวตัวอาบน้ำอยู่อย่างสบายใจ โกคุเดระขยับตัวลูบฟองสบู่ไปมาทั่วตัวบางทีก็ร้องเพลงเคล้ากับการอาบน้ำไปด้วยแม้ว่าจะไม่ได้ไพเราะอย่างมืออาชีพแต่น้ำเสียงก็แสดงถึงความสบายใจอย่างเต็มเปี่ยม เสียงชวนฟังจนผมลืมเรื่องไม่ดีในหัวไปหมด

                ครั้นพอรู้สึกตัวอีกทีร่างของโกคุเดระก็อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำพร้อมกับผ้าขนหนูที่กำลังขยี้เช็ดเส้นผมสีเงินที่เปียกก็มายืนมองนิ่งประจันหน้ากับผมซะแล้ว เสร็จตอนไหนกันหว่า

                “ตัวแห้งแล้วนะแก”

                “โฮ่ง”

                “งั้นก็ออกไปได้แล้ว”ร่างโปร่งพูดพลางเดินเปิดประตูเดินนำผมออกไป ผมได้โอกาสก็รีบวิ่งออกไปนอกห้องนอนโกคุเดระทันที แน่ล่ะสิ จะให้ผมมาทนใจแข็งมองเขาตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกหรือไง!

                หลังจากแต่งตัวเสร็จโกคุเดระก็ออกมาทำอาหารกลางวันพร้อมกับผ้าขนหนูพาดคอ ผมที่อยู่ในช่วงไม่มีอะไรทำก็เดินไปนั่งแถวๆห้องนั่งเล่น บริเวณห้องนั่งเล่นก็มีโซฟายาวตัวหนึ่งตรงข้ามก็มีโทรทัศน์ที่วางบนโต๊ะไม้ บริเวณรอบมีตู้ลิ้นชักหลายตัวไว้เก็บของด้านบนก็มีของบางส่วนวางเอาไว้ ส่วนบริเวณที่ติดกับห้องครัวก็มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่

                “นั่นแกกระโดดเกาะตู้ฉันทำไมน่ะ”ผมสะดุ้งตัวเมื่อโกคุเดระถามผมพลางเดินเอาอาหารมาวางที่โต๊ะอาหารทั้งของเขาและของผม ผมเลยปล่อยขาจากตู้แรงขยับทำให้ของบางส่วนของโกคุเดระหล่นลงมา ผมจะโดนด่าอีกไหมเนี่ย

                “หงิง”ขอโทษครับผมไม่ได้ตั้งใจทำของหล่นนะ แต่เอ๊ะ...

                “แกได้กลิ่นจากเจ้านี่หรอ”โกคุเดระเดินมาถามใกล้ผมพลางก้มเก็บของที่หล่นก่อนเขาจะชูของบางอย่างขึ้นมา รูปถ่ายของผมกับโกคุเดระในงานโรงเรียนปีที่แล้วกับตุ๊กตาน้องหมาชิบะตัวสีดำที่ผมให้กับเขาในวันนั้น แม้ว่าในงานโรงเรียนวันนั้นโกคุเดระจะไม่ค่อยเต็มใจถ่ายกับผมมากนักแต่เพราะคำขอร้องของสึนะเขาจึงจำใจยืนถ่ายกับผม ใบหน้าของเขาไม่ถึงกับบูดบึ้งนักแต่ก็ไม่ได้ยิ้มแฉ่งประดับใบหน้าแบบผมที่ยืนแนบชิดกันอยู่ ถือเป็นรูปถ่ายใบเดียวของเราที่ผมกับเขาได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้ แถมวันนั้นก่อนกลับบ้านผมก็มีโอกาสให้ตุ๊กตาหมาที่ผมแอบอัดเสียงบางอย่างไปให้เขาด้วยตอนนั้นเขารับด้วยใบหน้าบูดบึ้งแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ผมคิดว่าเขาคงไม่ได้สนใจอะไรเพราะวันต่อมาเขาก็พูดคุยกับผมอย่างปกติ

                “...”อยู่ๆใจผมก็สั่นขึ้นมา โกคุเดระยังเก็บไว้อีกหรอ

                “เจ้านี่น่ะคือของที่เจ้าของแก ยามาโมโตะให้มาน่ะ”โกคุเดระลูบภาพพลางคลี่ยิ้มบางออกมาก่อนอีกมือจะเขย่าตุ๊กตาหมาชิบะสีดำขนาดเล็กเล่นไปมา

                “แกอยากเล่นตุ๊กตาหมานี่หรอ ฉันไม่ให้หรอกนะนี่มันของฉัน”ใบหน้าขาวยื่นลงมาพูดกับผมก่อนจะยิ้มด้วยแววตาอ่อนโยนอย่างเห็นได้ยากก่อนโกคุเดระจะเอนตัวนั่งลงบนโซฟาแล้วเล่าเรื่องวันนั้นให้ผมในร่างนี้ฟัง ผมจะคิดบางอย่างเข้าข้างตัวเองได้ไหมนะ

                “ฉันได้มาเมื่อปีที่แล้วในงานโรงเรียนน่ะ ยามาโมโตะให้ฉันมาพร้อมกับรูปถ่ายที่เพื่อนต่างห้องถ่ายเล่นๆในวันนั้น ฉันไม่คิดว่ามันจะบ้าไปซื้อต่อจากเพื่อนมาจริงๆ”

                “...”

                “ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอยากจะถ่ายกับมันหรอกแต่เพราะรุ่นที่สิบขอร้องไหนจะรอยยิ้มโง่ๆบนหน้าแดงๆนั่นกับท่าทางประหม่าชวนหัวเราะมันอดทำให้ฉันยอมไม่ได้ เป็นครั้งแรกที่มันอยู่ใกล้ฉันโดยไม่โดนต่อยหรืออะไรพวกนั้นน่ะ ฮ่าๆๆ”โกคุเดระมองภาพไปพลางเล่าเรื่องอดีตไปโดยมีผมหนุนตักฟังอยู่ข้างๆ

                “ฉันคิดจะทิ้งทั้งภาพทั้งตุ๊กตาตั้งแต่ได้มาแล้วล่ะ”

                “...”

                “แต่พอเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตั้งใจในเย็นวันนั้น...ฉันกลับทำไม่ลง”โกคุเดระคลี่ยิ้มบางให้กับความหลัง แต่ทำไมใบหน้าถึงเศร้าขนาดนั้นนะ ผมอยากปลอบเขา ผมในตอนนี้สามารถทำอะไรเพื่อเขาได้บ้างนะ

                “ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติของยามาโมโตะที่ทำให้เพื่อนหรือเปล่านะทั้งให้ของที่ระลึก ให้อาหารฝีมือตัวเองหรือให้ของตามเทศกาล แต่ฉันก็ไม่ได้เกลียดการกระทำแบบนี้หรอก”ไม่หรอก ฉันทำให้แค่นายคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าบางอย่างผมจะทำให้คนอื่นเช่นพ่อ สึนะ แต่ผมก็จะมีบางอย่างที่ทำให้โกคุเดระพิเศษกว่าคนอื่นเสมอ รอยยิ้มของโกคุเดระที่ให้ผมตอนนี้มันช่างอบอุ่น ผมไม่เสียใจเลยที่ชอบเขาแม้ว่าเขาจะไม่รู้ถึงความรู้สึกของผมก็ตาม

                “ฉันชอบด้วยซ้ำเพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้สึก...พิเศษกว่าคนอื่นนิดหน่อย”โกคุเดระเอ่ยพลางกระแอมเบาๆใบหน้าขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฝาดระเรื่อขึ้น ใจผมเต้นโครมครามเหมือนรออะไรบางอย่างอยู่ ผมคาดหวังมากเกินไปหรือเปล่า

                “...”

                “ตอนที่เขาหายตัวไปฉันก็เป็นห่วงเขามากนะถึงจะทำเป็นไม่สนใจแต่เพราะฉันมีนิสัยแบบนี้จะให้เปิดเผยอย่างยามาโมโตะฉันคงทำไม่ได้ จนตอนนี้ฉันก็เป็นห่วงเขา มันไม่ชินเลยเวลาที่เขาหายไป ปกติเขามักจะวนเวียนอยู่รอบๆตัวฉันเสมอแม้ว่าฉันจะบ่นว่ารำคาญหรือเกลียดแต่เขาก็ไม่เคยหายไปไหน เขาจะอยู่ข้างๆฉันเสมอ แต่ตอนนี้เขาหายไป ฉัน ฉันอยากให้เขายังอยู่ อยู่ข้างๆฉันเหมือนเดิม”โกคุเดระพรั่งพรูคำพูดภายในใจออกมา มันทำให้ผมมีความสุขจนล้นหัวใจ โกคุเดระเป็นห่วงผม ความรู้สึกที่เขามีให้ผมมันไม่ใช่ความเฉยชาหรือความเกลียด แต่มันเป็น...ถ้าหากผมคืนร่างเดิมเมื่อไหร่ผมจะพูดความในใจของผมให้เขาฟังด้วยตัวเอง ผมสัญญา

                “ฉันก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรเพราะฉันก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนกับทั้งรุ่นที่สิบหรือคนอื่นๆ ฉันเพียงแค่อยากให้เขาอยู่ข้างๆฉันก็พอไม่ต้องรู้สึกแบบเดียวกับฉันก็ได้” ใบหน้าลูกครึ่งที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงฝาดลามไปถึงคอและใบหูมองมาทางผมแล้วยิ้มซื่อๆให้ นี่มันใช่คำสารภาพรักหรือเปล่านะ ถ้าตอนนี้ผมอยู่ในร่างมนุษย์คงหน้าแดงเถือก เหงื่อแตก หัวใจพองโตเต็มไปด้วยความสุขจนแทบกระอักตายเชียวล่ะ

                “หงิง”ฉันรักนาย โกคุเดระ

                “แกนี่ชอบอ้อนจังเลยนะ”โกคุเดระวางภาพและตุ๊กตาบนโต๊ะก่อนจะคลี่ยิ้มลูบหัวผมอย่างเบามือ ขอหยุดเวลา ณ ตรงนี้ได้ไหมนะ ผมมีความสุขจนไม่อยากให้ผ่านช่วงเวลาตรงนี้ไปเลย

             ตื๊ดด!

                เสียงโทรศัพท์ตั้งสั่นของโกคุเดระที่วางไว้บนลิ้นชักอีกฝั่งดังขึ้นเขาจึงรีบลุกเดินไปหยิบเพราะคาดว่าน่าจะเป็นสายของสึนะจนชนตุ๊กตาหมาชิบะสีดำที่ผมให้ร่วงหล่นพื้นโดยไม่รู้ตัว เดี๋ยวผมคาบเก็บให้ดีกว่า ถ้าเปียกน้ำลายผมจะเป็นอะไรหรือเปล่าน้า

                “ครับบ รุ่นที่สิบ ได้ข่าวอย่างไงบ้างครับ”โกคุเดระรับสายอย่างกระตือรือร้นแล้วเงียบฟังปลายสายสักพักก่อนที่ตัวเขาจะเบิกตาโพลงนิ่งตะลึงกับอะไรบางอย่าง

                “ฉันชอบนายนะ โกคุเดระ ฉันชอบนายนะ โกคุเดระ...”เสียงตุ๊กตาอัดเสียงที่ผมกำลังคาบเก็บดังขึ้นมาเอ่ยถ้อยคำความลับในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางความเงียบงันภายในบ้าน จนโกคุเดระหันกลับมามองทั้งๆที่ยังฟังปลายสายอยู่ ใบหน้านิ่งสงบจ้องมองผมจนผมใจหายวาบก่อนนิ้วเรียวจะเลื่อนไปกดที่ลำโพงเสียงทำให้ผมได้ยินเสียงปลายสายด้วย

                “หมาชิบะตัวสีดำที่นายเจอน่ะคือยามาโมโตะที่ได้รับผลข้างเคียงจากยาแปลงสภาพร่างกายขององค์กรเรานี่แหละ ฉันพึ่งรู้ว่าเขาร่วมทดลองตัวยาด้วยหลังจากสอบถามสมาชิกในองค์กร ดูเหมือนว่ายาแปลงภาพร่างกายจะมีจุดประสงค์ใช้ในการดัดแปลงร่างกายเพื่อใช้ในการสอดแนมหรือล้วงความลับอย่างมีประสิทธิภาพ เจ้าของยาก็พึ่งแน่ใจนี่แหละว่ายาตัวนี้ใช้ได้จริงเพราะร่างของยามาโมโตะและผู้ทดลองอื่นๆแปลงเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นจริงๆ ขอบคุณที่ช่วยดูแล...”ยังไม่ทันที่สึนะจะพูดจบโกคุเดระก็กดว่างสายไปอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ประโยคที่สึนะพูดทำให้ผมใจหายวาบปั่นป่วนในหัวใจจนแทบร้องไห้ ร่างอันสั่นเทาของโกคุเดระจ้องมองผมด้วยใบหน้าแดงก่ำ น้ำใสๆรื้นขอบตาพร้อมกับแววตาที่มองผมเปลี่ยนไป...

 




 

                “ออกไป!!! จะไปตายที่ไหนก็ไป!!!”น้ำเสียงสั่นเครือตวาดลั่นออกจากปากมือขวาแห่งวองโกเล่ ตอนนี้เขารู้ความจริงแล้วทุกอย่าง ทำไมทุกๆอย่างต้องถูกจัดฉากทำเหมือนเขาเป็นตัวตลกโง่ๆคนหนึ่ง ความรู้สึกของเขา ความไว้ใจที่เขามีให้ มันเป็นสิ่งที่ควรถูกเหยียบย่ำขนาดนั้นเชียวหรือ

                ภายในหัวใจเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความเกลียดชัง ความผิดหวังและความเสียใจ ยามเขามองหน้าเจ้าหมา...ไม่สิ ยามาโมโตะ มันทำให้เขาเห็นแต่ความหลอกลวง คำโกหกและความเห็นแก่ตัว ทำไมถึงปวดที่อกด้านซ้ายขนาดนี้นะ

                โกคุเดระไล่ตะเพิดเจ้าหมาชิบะหรือก็คือยามาโมโตะในร่างหมากลิ้งออกจากบ้านไปตรงถนนเสมือนเขาเป็นตัวน่ารังเกียจ แววตาชิงชังและน้ำเสียงที่แสดงถึงความขยะแขยงเป็นเสมือนมีดแหลมหลายร้อยพันเล่มจ้วงแทงเข้าไปในหัวใจของเขา เขาไม่มีแต่โอกาสจะอ้อนวอน หรือร้องบอกความจริงด้วยซ้ำ

                เพราะอยู่ในร่างนี้ไม่ว่าจะตะโกนบอกความจริงไปเท่าไร ก็ส่งไปไม่ถึงคนตรงหน้า

                เพราะอยู่ในร่างนี้ไม่ว่าจะพยายามเข้าไปสวมกอดเท่าไรก็ถูกเหวี่ยงออกมาอย่างไร้เยื่อใย

                เพราะอยู่ในร่างนี้ไม่ว่าจะเอ่ยขอร้องอ้อนวอนจนน้ำตาแทบเป็นสายเลือดเท่าไร โกคุเดระก็ไม่มองมาที่เขาอีกแล้ว

                ตุ๊กตาหมาชิบะสีดำและรูปถ่ายของเขาทั้งคู่ที่ตัวเขาเคยให้เขาไว้ถูกมือเล็กๆของโกคุเดระขยำด้วยความโกรธจนยับยู่ยี่ไม่มีชิ้นดี ก่อนสิ่งนั้นจะถูกปาทิ้งใส่หน้าเขาอย่างแรงเหมือนเขากำลังทิ้งขยะชิ้นหนึ่งออกจากชีวิต

                โกคุเดระเกลียดเขาแล้ว

                หลังจากยามาโมโตะร้องเห่าไปเพื่ออธิบายทุกอย่างแต่เหมือนโกคุเดระจะไม่เข้าใจและไม่สนใจที่จะฟังเขาอีกจึงจำใจเงียบเสียงลงก่อนจะเงยหน้ามองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่กำลังมองเขาเช่นกัน

                แม้ว่าพวกเขาจะจ้องมองกันเท่าไรก็ไม่มีเสียงใดดังขึ้นระหว่างทั้งคู่เลย

                ดวงตาสีเงินจ้องมองเจ้าหมาตรงหน้าด้วยความผิดหวัง ทุกๆอย่างที่พวกเขาทำด้วยกันพังทลายลงไปตรงหน้าพร้อมกับความรู้สึกที่เขามีให้กับชายคนนี้ พอกันที

                ดวงตาสีเปลือกไม้สั่นไหวเต็มไปด้วยความเสียใจที่ปรารถนาให้ชายที่เขารักตรงหน้าเข้าใจความรู้สึกภายในใจของเขา เขาไม่ได้ต้องการทำให้โกคุเดระเจ็บปวด เสียใจ หรือผิดหวัง แต่เพียงขอแค่ให้เขาอธิบายทุกๆอย่างรวมทั้งความรู้สึกของเขา ขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม

                ด้วยตาทั้งสองสอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงันครู่ใหญ่ก่อนจะเป็นชายผมสีเงินที่เบือนหน้าหลบแล้วหมุนตัวพาร่างกายอันอ่อนล้าของเขาเข้าไปในบ้านด้วยใจที่เต็มไปด้วยความเศร้า

                ยามาโมโตะในร่างของสุนัขยังคงนั่งอยู่ที่เดิมทอดสายตามองประตูบ้านที่ปิดไปเมื่อสักครู่โดยปรารถนาจะมองเข้าไปให้ถึงคนด้านในมากกว่า เมื่อเสียงการปะทะกันจบลงความเงียบก็โรยตัวลงบริเวณนั้น เหลือเพียงเขาในร่างหมาที่เต็มไปด้วยความเศร้ากับตุ๊กตาหมาชิบะที่เหมือนเขาและกระดาษยับๆใบหนึ่งที่เมื่อก่อนมันเคยเป็นสิ่งที่บันทึกความทรงจำระหว่างเขากับโกคุเดระ

                ร่างหมาตัวใหญ่ยังคงนั่งจ้องประตูบ้านอยู่ที่เดิมและจะไม่ไปไหนจนกว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของคนที่มันรักอีกครั้ง

 

                [ Gokudera’s Part ]

 

                เสียงโทรทัศน์ยังคงดังไปเรื่อยทั้งๆที่เสียงพวกนั้นไม่เข้าหูผมเลยด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ผมก็ใช่ว่าจะไม่เคยเจอคนทรยศหักหลังเลย แต่พอเป็นยามาโมโตะทำไมมันถึงรู้สึกผิดหวังขนาดนี้

                ผมไม่รู้ว่ายามาโมโตะต้องการมาสืบอะไรในบ้านของผมกันแน่เขาถึงลงทุนร่วมการทดลองแปลงสภาพร่างกายขนาดนี้ เขาต้องการอะไรกันแน่นะ ผมพลางในใจอย่างอ่อนล้าก่อนจะเอนตัวล้มนอนบนโซฟาอย่างอ่อนแรง อา วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยจริงๆ

                เมื่อล้มตัวลงนอนสายตาของผมจับจ้องไปทีจอโทรทัศน์ทั้งๆที่ในหัวมีแต่เรื่องยามาโมโตะ โดยไม่รู้ตัวจู่ๆภาพบนโทรทัศน์ก็เบลออย่างน่าประหลาดก่อนจะรู้สึกถึงของเหลวอุ่นที่กำลังเคลื่อนที่ไหลลงตามแรงโน้มถ่วง

                ผมร้องไห้...

                ผมหัวเราะเหยียดหยันให้กับตัวเอง นี่ผมเป็นอะไรไป แค่เรื่องไอ้โง่คนนั้นถึงขั้นทำให้ผมเป็นได้ขนาดนี้เชียวหรือ มันจะเป็นอย่างไงก็ช่าง มันก็ไม่เกี่ยวกับผมอยู่แล้วนี่ จะไปตายที่ไหนก็ช่างหัวมัน ก็แค่เมินมันไปแบบเมื่อก่อน...ตอนนี้ผมทำไม่ได้แล้ว

                ผมตกหลุมรักมันไปแล้ว

                ผมร้องไห้สะอึกสะอื้นใส่หมอนอย่างไม่เคยทำมาก่อนเพราะกลัวคนจะได้ยินเสียงผมร้องไห้ ผ่านไปครู่ใหญ่จนผมรู้สึกว่าดวงตาไม่มีน้ำจะออกมาแล้วจึงลุกปาดคราบน้ำตาแล้วลุกขึ้นนั่งดูโทรทัศน์ต่อแทน เวลาผ่านไปเท่าไรผมไม่ทราบแต่ผมพึ่งได้ยินเสียงสายฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง ให้ตายเถอะ นี่ฟ้าร้องไห้เป็นเพื่อนผมหรอ ผมอมยิ้มให้กับความคิดปลอบโยนความรู้สึกของตนเองก่อนจะมีเรื่องหนึ่งแวบผ่านเข้ามาในหัว

                ยามาโมโตะจะไปหลบฝนที่ไหน!

                ผมรีบลุกวิ่งไปเปิดม่านมองที่หน้าต่างก่อนจะเพ่งสายตาฝ่าม่านฝนหายามาโมโตะแถวๆต้นไม้ข้างถนนทันที เหมือนมันจะไม่ได้อยู่หลบฝนแถวนี้แฮะ ดีแล้ว ผมไม่อยากเจอหน้ามันอีก ผมหลุบตาลงถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะเงยหน้าเตรียมปิดม่านพลันสายตาเหลือบไปเห็นบางสิ่งอยู่หน้าบ้านผม

                ยามาโมโตะในร่างหมาชิบะสีดำนั่งอยู่ที่เดิมหน้าบ้านของผมท่ามกลางม่านสายฝนที่ร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ขาดสาย ไอ้โง่เอ๊ย! อยากให้ผมรู้สึกผิดที่ไล่มันออกจากบ้านไปใช่ไหม! ผมมองร่างตรงนั้นด้วยความรู้สึกต่างๆปนเปภายใจจิตใจ อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะให้อภัยแกนะ ยามาโมโตะ ผมมองเขาแล้วถอนหายใจก่อนะจะปิดม่านลงแล้วเดินไปนั่งบนโซฟาเงียบๆเหมือนเดิม

                ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผมกับยามาโมโตะทะเลาะกัน ตอนนี้ฝนยังตกอย่างไม่มีท่าทีจะหยุดลงแต่ที่เปลี่ยนไปเห็นจะเป็นท้องฟ้าที่เคยมีแสงสว่างไสวแต่ตอนนี้กลับมืดสนิทบ่งบอกถึงเวลากลางคืน ใจผมเป็นกังวลอะไรอยู่นะ ผมนิ่วหน้าลงอย่างไม่รู้สึกตัวก่อนจะลุกขึ้นเก็บชามอาหารเย็นแล้วเดินตรงไปบริเวณหน้าต่างอีกครั้ง

                ช่วงเวลากลางคืนแม้จะมืดแต่ไฟหน้าบ้านก็พอจะส่องแสงให้บริเวณนั้นสว่างพอมองเห็น เมื่อผมกวาดสายตามองรอบๆกลับไม่เห็นร่างของสิ่งใดแล้ว รวมทั้งของที่ผมขว้างทิ้งไปด้วย อา คงจะถอดใจแล้วสินะ ทั้งๆควรจะสบายใจที่เป็นเหมือนเดิมแต่ร่างกายกลับมีความรู้สึกภายในใจวาบหาย รู้สึกมีอะไรมันจุกอยู่ที่อกจนมีน้ำใสๆเอ่อร้นออกมาอาบแก้มอีกครั้ง ผมร้องไห้อีกครั้งและยังคงร้องต่อไปพร้อมกับสายฝนที่ร่วงหล่นลงจากฟ้าตอนนี้

               

                [ Yamamoto’s Part ]

 

                “ยามา...”

                “...”

                “ยามาโมโต...”ใครเรียกชื่อผม

                “...”

                “ยามาโมโตะ! ยามาโมโตะ!”จนผมเริ่มมีสติมากขึ้นจึงได้ยินเสียงใครสักคนเรียกชื่อผมอย่างชัดเจน ผมค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างอยากลำบากเพราะรู้สึกเปลือกตาช่างหนักเหลือเกิน ผมเป็นอะไรไปนะ

                “นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”เสียงเรียกชื่อพร้อมกับแรงเขย่าร่างผมทำให้ผมมีสติอย่างเต็มที่ คนที่ตะโกนเรียกชื่อผมก็คือสึนะนั่นเอง ก่อนผมจะกวาดตามองไปรอบจนรู้ว่าผมนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนของตัวเอง เอะ แต่ความรู้สึกสุดท้ายผมจำได้ว่าผมนั่งอยู่หน้าบ้านโกคุเดระนี่หน่า ผมต้องรีบไปหาเขา!

                พลันผมลุกพรวดขึ้นจากเตียงจนสึนะตกใจผมก็รู้สึกถึงมุมมองภาพการมองเห็นที่เปลี่ยนแปลงไป...มันดูสูงกว่าปกติ

                “เป็นอย่างไงบ้างยามาโมโตะ ฉันให้คนฉีดยาถอนการแปลงสภาพให้นายแล้วนะ โอเคขึ้นไหม”สึนะถามผมอย่างเป็นห่วง นี่ผมกลับเป็นเหมือนเดิมแล้วใช่ไหม! คืนร่างมนุษย์แบบเดิมแล้วสินะ! ดีล่ะ ผมต้องรีบไปอธิบายทุกอย่างให้โกคุเดระฟัง

                วูบ!

                “เฮ้! ระวังตัวหน่อยสิ นายยังไม่หายป่วยนะ”สึนะเอ็ดเตือนผมเบาๆก่อนจะช่วงคว้าตัวผมแล้วพยุงลงเตียงเหมือนเดิม

                “ฮะ?

                “ก็นายเล่นตากฝนทั้งคืนแถมยังไม่ได้กินอะไรอีก ไม่เป็นไข้ก็ยอดมนุษย์ไปแล้ว”เพื่อนตัวเล็กเอ่ยทีเล่นทีจริงก่อนจะยกชามข้าวต้มมาวางตรงหน้าผม “กินซะจะได้หายป่วยไปทำตามหัวใจเร็วๆ”

                “นายรู้หรอ!”ผมเบิกตากว้างเอ่ยอย่างตกใจ นี่สึนะรู้ด้วยหรอ ผมแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเลยหรอ

                “ฮ่าๆๆ ก็แสดงออกขนาดนั้นไม่มีใครไม่รู้หรอก ยกเว้นโกคุเดระน่ะนะ”สึนะหัวเราะอย่างอารมณ์ดีพลอยทำให้ผมยิ้มตามไปด้วย

                “ดูท่าโกคุเดระคุงจะโกรธจริงๆซะด้วย เล่นวางหูฉันทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย”สึนะพูดอย่างเศร้าสร้อย มันเป็นความผิดของผมต่างหาก

                “ฉันขอโทษที่ทำเหมือนนายมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนะ”ผมก้มหน้าเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิดกับเพื่อนตัวเล็กตรงหน้าทั้งๆไปถึงอิตาลีแท้ๆแต่ต้องเสียเวลามาช่วยผมอีก ผมนี่มันแย่จริงๆ

                “ไม่เป็นไรน่า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”สึนะเอ่ยพลางตีแขนผมเพื่อให้กำลังใจก่อนจะเปลี่ยนท่าที“แล้วนายบอกหน่อยได้ไหมถึงเข้าร่วมทดลองยานั่นด้วย”สึนะจ้องมองถามผมอย่างจริงจัง

                จริงๆแล้วที่ผมเข้าร่วมการทดลองนี่ก็ไม่ได้หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับโกคุเดระเพราะผมรู้ว่ารักข้างเดียวของผมคงไม่มีวันสมหวัง แต่ว่าก่อนวันปิดเทอมไม่กี่วันผมได้พบกับชามาลอาจารย์ห้องพยาบาลซึ่งเป็นคนที่โกคุเดระค่อนข้างนับถือ ผมได้คุยกับเขาแล้วพบว่าเขาเป็นคนที่มีส่วนสร้างยานี้ขึ้นมาและต้องการให้สมาชิกในวองโกเล่ร่วมในการทดลองด้วยเพราะตัวยาที่ใช้นี้ก็เพื่อประโยชน์ของวองโกเล่ถ้าผู้พิทักษ์อย่างผมทดลองใช้คงเข้าใจได้ดีกว่าการมาฟังอธิบาย ผมเห็นด้วยในการทดลองจึงเข้าร่วมด้วย ตอนนั้นผมหวังแค่ว่าได้ช่วยคนที่โกคุเดระรักนับถือได้บ้างก็คงดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้อยู่กับโกคุเดระและรับรู้ความรู้สึกที่เขามีต่อผม แต่สุดท้ายก็เป็นผมที่พังมันด้วยการกระทำของตัวเอง

                สึนะเมื่อได้ฟังทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็มีสีหน้ากังวลเรื่องของผม เขาทำได้แค่เพียงพูดปลอบโยนให้กำลังใจผมก่อนจะให้เวลาผมทบทวนบางอย่างเมื่ออยู่คนเดียว ผมตั้งใจแล้ว ผมจะต้องทำให้โกคุเดระยิ้มอีกครั้งเพราะผมให้ได้และผมจะต้องบอกความรู้สึกภายในใจของผมให้เขารับรู้ตามสัญญาสักที!

                เมื่อคิดได้อย่างนั้นผมก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะกินยาลดไข้ดักไข้ไว้ก่อนพร้อมกับติดแผ่นเจลไว้ที่หน้าผากเพื่อระบายความร้อนในตัวก่อนจะเหลือบไปเห็นซากตุ๊กตาชิบะสีดำและรูปภาพที่ถูกขยำเป็นก้อนจนยับยู่ยี่ที่เปียกน้ำฝนและดินโคลนจนเละเทะไปหมด ก่อนจะไปหาโกคุเดระก่อนผมคงต้องจัดการของพวกนี้ก่อนสิน้า

               

                [ Gokudera’s Part ]

 

                เมื่อคืนผมนอนไม่หลับเพราะคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นซ้ำไปมาบวกกับร้องไห้ติดต่อกันหลายชั่วโมงทำเปลือกตาผมบวมปูดขึ้นจนน่ากลัว แสบตาไปหมดเลย ผมมองภาพเงาสะท้อนในกระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ในห้องน้ำก่อนจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ตั้งสั่นดังขึ้น

                ตื๊ดด!

                ผมลากสังขารไปรับอย่างเอื่อยเฉื่อยตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไร ไปไหนหรือพบเจอใครเลย รู้สึกแย่ชะมัด ก่อนตาบวมๆจะเบิกโพลงเป็นไข่ห่านรีบกดนิ้วรับสายทันทีเมื่อปลายสายคือรุ่นที่สิบแห่งวองโกเล่แฟมิลี่!

                “สวัสดีครับ รุ่นที่สิบ ขอโทษที่รับช้านะครับบ”ผมทักทายไปอย่างรู้สึกผิด ปล่อยให้รุ่นที่สอบรอเพราะปัญหาไอ้...ไม่อยากพูดถึงมัน ช่างเถอะ

                “ฮัลโหล โกคุเดระคุง...ฉันรู้เรื่องหมดแล้วนะ ขอโทษที่เมื่อวานบอกนายช้า คือฉันพึ่งได้ข้อมูลมา...”สึนะพูดอธิบายรัวด้วยเสียงสั่นเครือทำเอาผมอดอมยิ้มให้กับความน่ารักของเขาไม่ได้

                “ไม่เป็นไรครับๆผมไม่ได้ว่าคุณรวมหัวกับไอ้บ้านั่นสักหน่อย ฮ่า”ผมเอ่ยตอบก่อนจะหัวเราะเบาๆให้รุ่นที่สิบสบายใจขึ้น

                “เออ ว่าแต่รุ่นที่สิบทราบเรื่องนี้จากใครหรอครับ”ผมถามรุ่นที่สิบอย่างสงสัยพลางเดินจากห้องไปไปเปิดตู้เย็น เช้านี่กินอะไรดีน้า

                “ฉันรู้จากยามาโมโตะกับชามาลน่ะ”ทั้งสองชื่อทำเอาผมชาไปทั้งตัว เจ้าพวกนั้นรวมหัวกันหลอกผมสินะ ผมคิดในใจด้วยความโกรธ

                “...”เมื่อเห็นผมนิ่งไปรุ่นที่สิบจึงพูดต่อรัวๆ

                “เอ่อ..ไม่ใช่อย่างที่โกคุเดระคิดนะ จริงๆแล้วคือ...”ก่อนสึนะจะอธิบายทุกอย่างที่เขารู้มาอย่างหมดเปลือกทั้งสาเหตุที่ยามาโมโตะร่วมการทดลอง จุดประสงค์ที่แท้จริงของยา รวมถึงเมื่อวานที่ยามาโมโตะหายไป

                ใช่ ผมรู้ทุกอย่างแล้วแต่ผมก็ยังไม่หายโกรธมันอยู่ดี เมื่อวานตอนผมรู้ว่าหมานั่นคือยามาโมโตะผมโกรธเขามาก โกรธจนร้องไห้ออกมาด้วยความผิดหวัง รู้สึกเหมือนตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันเขาหลอกผมตลอดเวลา ทุกๆเรื่องจนผมอดคิดไม่ได้ว่ามันจะเป็นเรื่องหลอกทุกเรื่องเลยหรือเปล่ารวมทั้งเรื่องนั้น... แต่เมื่อกลับมาทบทวนช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันอีกครั้งผมกลับค่อยๆใจอ่อนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะอะไรกันนะ ก่อนภาพความทรงจำตั้งแต่เจอเจ้าหมาชิบะตัวดำในห้องจนมาถึงเมื่อกลางวันที่ทะเลาะฉายเข้ามาในหัวพาลทำให้คิดถึงเหตุการณ์ล่อแหลมจนใบหน้าผมร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความอับอาย ผมให้ยามาโมโตะพิสูจน์ว่าเข้าใจโดยการเลียปาก แถมก่อนนอนไอ้บ้านั่นยัง...จนเขาถีบมันตกเตียง แล้วที่เลวร้ายที่สุดผมอาบน้ำกับมัน! อ๊ากกก! ไอ้คนฉวยโอกาส ผมไม่มีวันให้อภัยมันแน่! ผมทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะกินข้าวอย่างหมดแรงก่อนที่เหตุการณ์สุดท้ายที่ผมจะไล่มันออกจากบ้านฉายเข้ามาในหัวจนผมรู้สึกถึงความร้อนที่ใบหน้าและหัวใจ...

                ฉันชอบนายนะ โกคุเดระ ฉันชอบนายนะ โกคุเดระ...มันเป็นเสียงของยามาโมโตะที่อัดไว้กับตุ๊กตาหมาชิบะสีดำที่เขาให้ผมมันดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผมรำคาญ ใช่! น่ารำคาญจะตาย! ผมหยักยิ้มขึ้นให้กับข้ออ้างของการกระทำที่ผมกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้เมื่อคิดถึงเรื่องยามาโมโตะ ทั้งๆที่ผมไม่ควรให้อภัยคนแบบนี้แท้ๆแต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าหากยามาโมโตะบอกทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเขาเองล่ะก็ ผมอาจจะให้อภัยเขาก็ได้นะ ทำไมผมถึงใจง่ายแบบนี้นะ แค่คำบอกรักไม่กี่คำที่ไม่ได้ออกจากปากไอ้บ้าเบสบอลนั่นด้วยซ้ำ ทำไมต้องใจอ่อนหายโกรธมันง่ายด้วย แล้วเมื่อคืนจะร้องไห้จนจะเป็นจะตายทำไมกัน ผมเหม่อคิดทะเลาะตบตีกับตัวเองไปเรื่อยขณะเริ่มทำข้าวต้มกุ้งเป็นอาหารเช้าอย่างเอื่อยเฉื่อย แต่คงไม่มีวันนั้นหรอก ก็ยามาโมโตะถอดใจไปแล้วนี่...

                ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

                เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองสามครั้งเรียกความสนใจจากหม้อข้าวต้มกุ้งตรงหน้าไปได้แถมยังช่วยดึงสติผมอีกด้วย ผมยื่นมือไปปิดเตาแก๊สก่อนก้าวเดินไปเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือน ก่อนร่างมนุษย์ในชุดมาสคอตสัตว์ชนิดหนึ่งตรงหน้าจะทำผมประหลาดใจอีกแล้ว

                'หมา...อีกแล้วหรอ!'

                ผมตะโกนโห่ร้องในใจ นี่ชีวิตฉันจะต้องพัวพันกับเรื่องหมาๆอีกนานเท่าไรวะเนี่ย! เมื่อคิดๆได้อย่างนั้นก็ปัดมือปิดประตูดังปังทันที

                “อะ..เอ๊!เดี๋ยวก่อนสิโกคุเดระ นี่ฉันเอง”เจ้าของน้ำเสียงโง่เง่าอันเป็นเอกลักษณ์ของมันดังขึ้นพร้อมกับเสียงรัวเคาะประตูเหมือนรัวกลอง โว๊ย น่ารำคาญเป็นบ้าเลย

                “...”

                “เปิดประตูให้ฉันทีสิ โกคุเดระ”น้ำเสียงหลังประตูเอ่ยอย่างอ่อนแรงจนผมใจหายวูบ ถ้าคิดจะมาบอกเลิกชอบฉันจะกลับมาทำไมอีก ยามาโมโตะ

                “...”

                “ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเลยนายนะ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดฉันไม่คิดด้วยซ้ำว่ายานั่นจะใช้ได้ผลจริง”ยามาโมโตะในชุดมาสคอตหมาชิบะสีดำยืนอธิบายทุกอย่างอยู่หลังประตูอย่างช้าๆด้วยความตั้งใจ ผมหมุนตัวหันกลับไปมองเขา ตอนนี้มีเพียงบานประตูเท่านั้นที่ขวางกั้นพวกเราอยู่

                “...”

                “ยานั่นคือยาแปลงสภาพร่างกายที่แฟมิลี่และชามาลมีส่วนช่วยในการสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นอาวุธในการสอดแนมความลับ เป็นอาวุธของแฟมิลี่น่ะ ฉันเลยอยากมีส่วนร่วมด้วย อย่างน้อยก็ทำตัวมีประโยชน์บ้าง...ให้เหมือนนายที่จะเป็นมือขวาของสึนะในอนาคตไง ฮ่าๆ”ยามาโมโตะค่อยๆอธิบายพลางขำตามนิสัยของมัน มันใช่เวลาหรือไง ไอ้โง่เอ๊ย!

                ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของยามาโมโตะเลย มันแค่ต้องการช่วยแฟมิลี่ให้ได้มากที่สุดในฐานะผู้พิทักษ์ที่จะสามารถทำได้เท่านั้น และเมื่อมันอยู่ในร่างหมามันไม่สามารถพูด เล่าหรืออธิบายอะไรกับผมได้ตามที่ใจมันต้องการ เพราะถึงมันจะอธิบายอย่างไรแต่เมื่อผมไม่คิดที่จะฟังมันทุกอย่างที่มันทำก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี...เหมือนเมื่อวานนี้ ผมใจกระตุกวาบเสมือนตัวเองเป็นคนผิด ไม่สิ! มันเป็นคนทำให้เกิดเรื่องทุกอย่างไม่ใช่หรือไง ทำไมผมต้องรู้สึกผิดด้วย!

                “ฉันรู้ว่านายเกลียดฉันจนไม่อยากเจอหน้า แต่ว่า ฉันมีเรื่องที่อยากจะบอกกับนาย”

                “...”

                “ความรู้สึกของฉันที่มีต่อนายตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันจนถึงตอนนี้...มันเป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องจริงมาตลอด”แม้ว่าผมจะมองไม่เห็นใบหน้าเขาแต่กับรับรู้ถึงความรู้สึกที่ยามาโมโตะมีผมได้อย่างชัดเจน น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจแตกต่างจากยามาโมโตะในยามอื่นที่มักจะมีความกล้าเสมอแต่ตอนนี้เหมือนเขากำลังอ่อนแอ ทำเอาใจผมอ่อนยวบลงไปเลย

                “ฉันรักนายนะ โกคุเดระ”ยามาโมโตะเอ่ยถ้อยคำๆหนึ่งออกมา แม้ว่าน้ำเสียงเขาจะเบาเหมือนขาดความมั่นใจแต่กลับทำให้หัวใจผมเต้นโครมครามเหมือนเป็นบ้าได้อย่างอัศจรรย์ นี่ผมรอคำคำนี้อยู่หรือ

                “อา...ถึงตอนนี้นายจะไม่อยากเจอหน้าฉันแต่ว่าออกมารับของที่ฉันเอามาให้หน่อยสิ ฮ่าๆๆ หรือถ้าไม่งั้นฉันวางไว้หน้าบ้านนายนะ”ยามาโมโตะปรับน้ำเสียงเป็นปกติแล้วหัวเราะโง่ๆออกมาอีกครั้งก่อนผมจะได้ยินเสียงตะกุกตะกักดังอยู่หน้าประตู เขากำลังจะไปแล้ว

                ปึง!

                ไม่รู้ว่าร่างกายผมกระตุกก่อนความคิดไปเมื่อไรแต่ตอนนี้ผมกลับยืนประจันหน้ากับมาสคอตหมาตัวสูงที่หอบของในอ้อมกอดซะแล้ว ดูเหมือนเจ้าตัวจะตกใจที่ผมพรวดพราดเปิดประตูดังปังขนาดนี้ ไม่ได้ต่างจากผมตอนนี้ที่ผมได้สติเลยสักนิด

                “...”จู่ๆก็เกิดเดดแอร์ขึ้นมาเพราะไม่มีใครกล้าพูดหรือขยับตัวทำอะไรเลยจนได้ยินแค่เสียงลมหายใจของเขาและผมเท่านั้น น่าอึดอัดชะมัด ฉันจะเปิดประตูออกมาทำไมวะเนี่ย!

                “อะ...เอ่อ ฉันเอาของมาคืนน่ะ”เป็นยามาโมโตะเองที่ทำลายความเงียบ ยามาโมโตะในมาสคอตหมาชิบะสีดำที่กอดอะไรบางอย่างยื่นแขนใหญ่ๆทั้งสองนำสิ่งนั้นออกมาให้ผม

                เป็นตุ๊กตาเจ้าหมาชิบะสีดำและรูปภาพของผมกับเขาในงานวันโรงเรียน แต่มันกลับเหมือนเดิมทุกอย่าง เหมือนเดิมก่อนที่ผมจะขยำรูปภาพจนเละและขว้างทั้งตุ๊กตาและรูปใส่หน้าเขาจนตกพื้นเปื้อนไปกับพื้น มันเหมือนไม่เคยผ่านเหตุการณ์นั้นมาด้วยซ้ำ!

                “...”ร่างในมาสคอตเห็นผมนิ่งไปจึงพูดต่อ

                “ที่จริงแล้วตุ๊กตากับรูปภาพโดนฝนตกใส่จนเปียกน้ำแล้วก็เปื้อนดินโคลนไปด้วย แต่ว่ารูปภาพนั่นที่จริงแล้วฉันขอซื้อไฟล์ภาพจากเพื่อนมาน่ะจะปริ้นท์อีกกี่รอบก็ได้ ฮ่าๆๆ ส่วนเจ้าตุ๊กตานั่นฉันพยายามหาซื้อใหม่แล้วแต่มันไม่มีฉันเลยพยายามซักเอารอยเปื้อนออกก่อนจะซ่อมระบบอัดเสียงภายในเอาน่ะ”คนตัวสูงตรงหน้าอธิบายไปหัวเราะไปพลางชี้ไม้ชี้มืออย่างลืมตัวจนผมมองแรงใส่ นี่แกลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าฉันโกรธแกอยู่นะเฟ้ย ผมคิดในใจพลางขำกับท่าทางคนตรงหน้า

                “เอ่อ..ฮ่าๆ ขอโทษทีฉันลืมตัวน่ะ แต่ว่า นายจะช่วยรับของพวกนี้ได้ไหมแล้วฉันสัญญาเลยว่าจะไม่มาทำให้นายรำคาญใจอีก”หมาชิบะตัวยักษ์ตรงหน้าพูดด้วยเสียงติดเศร้ากับผมพลางเกาหัวแล้วหัวเราะแห้งๆออกมา คิดจะใส่หน้ากากนั่นอีกนานไหม เจ้าบ้า!

                “ถอดหัวหมานั่นออกซะ แล้วฉันจะคิดดู”ผมจ้องมองยามาโมโตะด้วยใบหน้านิ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ยามาโมโตะนิ่งไปสักพักก่อนจะค่อยๆถอดหัวมาสคอตออกอย่างประหม่า

                ภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ตั้งแต่หัวจนถึงเท้าอยู่ในชุดมาสคอตหมาชิบะตัวสีดำสนิทตัวใหญ่อ้วนนุ่มนิ่มก่อนจะเหลือแต่เพียงด้านบนที่เขาพึ่งถอดหัวหมาชิบะหน้าตาน่ารักออกไปถือเหน็บที่เอวแทนเผยให้เห็นผมสั้นสีดำอันยุ่งเหยิงเพราะใส่หัวมาสคอตพร้อมกับเหงื่อซึมไหลเปราะทั่วใบหน้าไหลลงคอ ดวงตาสีเปลือกไม้ที่รื้นน้ำตามองมาที่ผมสั่นประหม่าอย่างชัดเจน รอยยิ้มเจิดจ้าสว่างไสวจนคนรอบข้างชื่นชอบที่ผมมักเรียกว่ารอยยิ้มโง่ๆอยู่เสมอประดับขึ้นบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา...ใบหน้าที่ผมคุ้นเคย

                ยามาโมตะจ้องมองผมครู่หนึ่งแล้วเหมือนรู้สึกตัวเขาจึงให้แขนและมือปัดป่ายเช็ดร่องรอยบนหน้าก่อนจะยกแขนเกาหัวแก้ประหม่า

                “ถ้าอย่างนั้น ฉันไปแล้วนะ”ยามาโมโตะเอ่ยลาและยิ้มกว้างอย่างเศร้าสร้อยให้ผมครั้งสุดท้ายก่อนจะเตรียมหมุนตัวเตรียมเดินออกไป

                ฟึบ!

                “อื้อ!”ผมพุ่งตัวไปกระชากคอชุดยามาโมโตะรั้งให้ใบหน้าเขาโน้มลงมาก่อนผมจะเงยหน้าประกบริมฝีปากปากเข้ากับเขาทันทีจนยามาโมโตะตาเหลือกมองผมและกู่ร้องอย่างตกใจอยู่ในลำคอ

                ยามเมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่งผมก็ยอมถอนริมฝีปากออกปล่อยเขาที่ยังนิ่งตะลึงออกไปเป็นอิสระ ใช่ ครั้งนี้ผมรู้ตัวดีว่าผมทำอะไร แต่ว่าหลังจากนี้ผมจะทำอย่างไงต่อไปล่ะ! ใบหน้าที่ร้อนผ่าวขับให้สมองผมทำงานรวนไปหมด หลังจากผมฉวยโอกาสจูบยามาโมโตะบรรยากาศก็เงียบสนิทชวนกระอักกระอ่วนอีกครั้ง ผมไม่กล้ามองหน้ามันเลย!

                “เอ่อ...”จู่ๆยามาโมโตะก็เปิดปากพูดออกมา แกจะพูดอะไร อ๊ากกก ทำอย่างไงดี!

                “หยุดพูด แล้วลืมเรื่องนี้ไปซะ!”ผมก้มมองพื้นพลางพูดเสียงดังด้วยความรวดเร็วก่อนจะหันตัวเตรียมเปิดประตูเข้าบ้านแต่กลับช้ากว่ายามาโมโตะที่พุ่งแขนอัดประตูกักผมไว้ในอ้อมแขนเขา น่ากลัวเป็นบ้าเลย!

                “นายทำแบบนั้นกับฉันแล้วจะให้ฉันลืมหรอ ใจร้ายจังน้า ไม่คิดจะรับผิดชอบกันหน่อยหรอ...”อยู่ๆผมก็รู้สึกถึงร่างยามาโมโตะที่เบียดชิดเข้าใกล้ผมจนร่างและใบหน้าผมจวนจะติดกับประตูก่อนจะรับรู้ถึงน้ำเสียงอ้อยอิ่งและลมหายใจที่เข้าใกล้ข้างหูผมอย่างหยอกล้อ ไอ้บ้าเอ๊ย!

                “อะ...ออกไปสักทีสิ”ผมพูดเสียงสั่นกับยามาโมโตะทั้งๆที่ยังยืนหันหลังให้กับร่างสูงยักษ์ในชุดมาสคอตหมา ผมไม่กล้าเจอหน้ามันเลย

                “ฉันรักนายนะ โกคุเดระ”ก่อนยามาโมโตะจะเอ่ยอย่างอ่อนโยนด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ท่อนแขนใหญ่สีดำนุ่มนิ่มของมาสคอตทั้งสองข้างยกขึ้นสวมกอดผมจากด้านหลังอย่างเบามือก่อนเขาจะวางใบหน้าลงบนไหล่แล้วเอียงคอมาซบและถูไถไปมากับใบหน้าของผม

                “อื้อ”ผมส่งเสียงในลำคอเอ่ยตอบสั้นๆ หัวใจของผมเต้นรัวจนผมกลัวว่ายามาโมโตะจะรู้ เมื่อไหร่จะปล่อยตัวผมสักที

                “นายยังจำที่เราคุยกันก่อนที่จะทะเลาะกันได้ไหม”ยามาโมโตะเอ่ยเรื่องในอดีตขึ้นอย่างช้าๆ

                “ฉันไม่เคยให้ของหรือทำอาหารให้กับใครเลยที่ฉันไม่คิดว่าสำคัญ ฉันจะทำ...แค่กับคนพิเศษเท่านั้น”

                “...”

                “ฉันดีใจนะที่นายชอบสิ่งที่ฉันทำให้นาย ฉันแค่เพียงต้องการให้นายรู้ว่านายน่ะพิเศษสำหรับฉันมากกว่าคนอื่น”

                “...”

                “และฉันก็ขอบคุณจริงๆที่นายห่วงใยฉัน ตอนฉันได้ยินฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจมากเลยล่ะ ฉันรู้ว่านายเป็นคนแบบไหนฉันไม่โทษที่นายปากหนักเพราะฉันชอบนายที่เป็นแบบนี้ แล้วก็ฉันอยู่กับนายเสมอ ฉันอยู่ข้างๆตลอดเวลา เพียงแค่นายหันมามองฉัน ฉันก็จะรอนายอยู่ตรงนี้” ร่างสูงตรงหน้าค่อยๆออกแรงรั้งผมให้ไปเผชิญหน้ากับเขาแล้วสวมกอดเอวผมไว้หลวม ยามาโมโตะเอ่ยช้าๆเต็มไปด้วยความตั้งใจ เขาตั้งใจจะถ่ายทอดความรู้สึกทุกอย่างให้ผมรับรู้ ภาพใบหน้าของชายตรงหน้าเต็มไปด้วยความแดงซ่านไม่ต่างจากผมในตอนนี้ ผมพึ่งรู้ว่ายามาโมโตะแอบชอบผมมาตลอดทั้งๆที่คนอื่นเหมือนจะรู้กันตั้งนานแล้ว ทำไมผมถึงดูโง่ขนาดนี้! ผมก่นด่าตัวเองในใจ

                “ส่วนคำถามสุดท้ายที่นายถาม ฉันก็ไม่รู้ว่านายเป็นอะไรแต่ฉันว่านายคงรู้คำตอบแล้วล่ะ และฉันก็หวังว่ามันคงจะเป็นอาการเดียวกับฉันเป็นตอนนี้น่ะนะ”ยามาโมโตะเอ่ยยิ้มๆก่อนจะดึงมือข้างขวาของผมไปวางทาบลงบนอกซ้ายทำให้ผมรับรู้แรงเต้นของก้อนเนื้อด้านในได้อย่างชัดเจน

                “ฉัน...ฉันคิดว่า”

                “...”

                “ฉันคงตกหลุมรักแกแล้ว...มั้ง”ผมค่อยๆเค้นแต่ละคำออกมาจากลำคออย่างยากลำบากก่อนจะโดนร่างใหญ่ตรงหน้าโถมตัวเข้ามาสวมกอดอย่างแนบแน่นพร้อมกับเสียงโห่ร้องดีใจ ผมจึงยกแขนกอดตอบก่อนจะซุกหน้าลงบนอกนุ่มนิ่มอย่างมีความสุขจนรูปภาพและตุ๊กตาหมาที่ผมถืออยู่อีกมือชิดแน่นกับกายยามาโมโตะจนเกิดแรงกดทำให้มันดังขึ้นมา

                “คบกันฉันนะ โกคุเดระ คบกันฉันนะ โกคุเดระ...”เสียงยามาโมโตะในตุ๊กตาอัดเสียงดังขึ้นไปมาทำเอาทั้งผมและยามาโมโตะกอดกันตัวแข็งทื่อทั้งคู่ ยามาโมโตะผละกอดผมออกก่อนจะกดปิดเจ้าตุ๊กตาตัวดีในมือผมก่อนเราทั้งคู่จะสบตากันแล้วยิ้มเขินด้วยใบหน้าแดงทั้งคู่

                “คบกับฉันนะ โกคุเดระ”ครั้งนี้ยามาโมโตะพูดเองด้วยความหนักแน่น แววตาที่มองมาที่ผมมีแต่ความตั้งใจจริงที่จริงใจ แล้วจะให้ผมปฏิเสธได้อย่างไรกัน!

                หลังจากผมตอบตกลงใบหน้าของเขาก็สดใสขึ้นมาทันตา รอยยิ้มสว่างจ้าประดับบนใบหน้าอย่างมีความสุข อ้อมแขนอบอุ่นทั้งสองคว้าตัวผมไปกอดโดยไม่ฟังเสียงทัดทานแต่อย่างใด แต่ผมก็ไม่ได้จะปฏิเสธการกอดเขานะ

                “นี่ โกคุเดระ”หลังจากโดนยามาโมโตะกอดอย่างหนำใจจู่ๆเขาก็เอ่ยกระซิบอ้อมแอ้มออกมา

                “หือ?

                “ฉันขอเข้าบ้านนายได้ไหมอ่ะ”

                “ฮะ?

                “ก็ฉันยังป่วยไม่หายเลยนี่ นายต้องดูแลฉันนะ”ยามาโมโตะเอ่ยเสียงเศร้าแล้วก้มตัวลงก่อนจะช้อนตามองผมด้วยแววตาออดอ้อน เหมือนตอนอยู่ในร่างหมาไม่มีผิด!

                “มะ...ไม่ต้องเลยแก”ผมพูดเสียงดังติดๆขัดๆก่อนจะใช้มือดันหน้าออเซาะของยามาโมโตะออกไปอย่างไม่ไว้ใจ

                “ทำไมล่ะก็ตอนฉันอยู่ในร่างหมานายยังช่วยฉันตั้งเยอะทั้งทำอาหารให้ พาไปเดินเล่น ให้นอนด้วยกัน แล้วก็ยัง...อาบน้ำให้ด้วย”ยามาโมโตะเลื่อนใบหน้าคมคายเข้าใกล้ใบหน้าผมพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีเลศนัยแล้วลากเสียงอ้อยอิ่งให้คิดลึกในตอนท้าย แววตาวูบวาบพลางกระตุกยิ้มมุมปากทำเอาผมตัวสั่นอย่างบอกไม่ถูก ก่อนริมฝีปากของผมจะรับรู้ถึงความเปียกชื้นจากลิ้นของยามาโมโตะที่ตวัดเลียปากผมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นะ... นี่มันหมาชิบะหรือหมาป่ากันแน่วะ!

                “อ๊ากกกกกก!”ผมตะโกนลั่นสะดุ้งตัวอย่างตกใจก่อนจะดันแขนกระแทกตัวยามาโมโตะพรวดแล้วเปิดประตูเข้าบ้านหนีไอ้บ้ายามาโมโตะทันที เฮ้อ รอดจากมันสักที ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เอ...ผมว่าผมลืมอะไรไปบางอย่าง...

                ผมลืมล็อกประตู !

 

 


- END -



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Talk : สวัสดีค่าา ^0^ เปิดเรื่องมาก็เจอความวุ่นวายเลย พี่เนียนของเราหายไปไหน๊ 5555 หลังจากห่างหายไปนานรู้สึกภาษาแข็งมากเลยค่ะต้องขุดเรื่องมาทบทวนบวกกับหาโมเมนต์จากโดฯเพื่อมาแต่ง55555 อย่างที่เราบอกเรื่องนี่อ่านแยกจากโกคุเดระกลายเป็นแมวได้เลยนะคะแต่ถ้าอยากย้อนอ่านก็คลิ๊กตามนี้เลย (ขายของนิดนึง5555) เนื่องจากเรามีเรียนอาจจะมาต่อได้ไม่รวดเร็วเท่าไรนะคะ แต่คิดว่าช้าสุดไม่น่าเกิน1สัปดาห์ค่ะ ถ้านานเกินทวงได้นะคะเราไม่ว่า 555 ตอนแรกก็มาน้อยหน่อยโปรดติดตามตอนต่อไปด้วยน้าา เจอคำผิดหรืออยากติชมบอกได้นะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่าา (8/1/61)


            มาต่อ 30% แล้วน้าา ทำไมเจ้าหมามันเนียนอย่างนี้ ทั้งเนียนทั้งหื่น 5555 ภาระตกมาถึงโกคุเดระแล้วล่ะ เอาใจช่วยหนูก๊กด้วยเน้อ ตอนนี้ยังพอจะมีคนชิป8059อยู่ไหมค่ะ ;-; เราว่าเราก็ไม่ได้ชิปคู่เก่าคู่แก่อะไรขนาดนั้นน้านน (พยายามกรอกหูว่าตัวเองไม่แก่5555) ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ฝากติดตามไปเรื่อยๆน้าา ^[]^/ (10/1/61)


            มาทายกันนะคะว่าหลังจากนี้ยามาโมโตะของเราจะเจออะไรบ้าง 1.ไดนาไมต์ยัดปาก 2.โดนโกคุเดระกระทืบ 3.โดนทุกอย่าง 5555 ก็เล่นเป็นหมาหื่นซะอย่างเนี๊ยะ แต่โกคุเดระของเราไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นมั้งง 555 มาต่อ 45% แล้วเน้ออ เจอคำผิดหรือพิมพ์ตกอย่างไงบอกได้นะคะ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาตรวจทานเท่าไร แหะๆ - -; ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ติดตามไปเรื่อยๆเลยเน้ออ ^0^ (14/1/61)


           อ๊ากกก มาช้ากว่าที่คิดไว้เยอะเลย ขอโทษนักอ่านที่ติดตามด้วยนะคะ ฮืออ T^T งานเยอะมากเลย แต่ว่าก็มาลง 65% แล้วน้า อย่าพึ่งทิ้งเราไปเน้อ 5555 ก็บอกแล้วโกคุไม่ใจร้ายแถมยังใจดี เปลืองเนื้อเปลืองตัวสุดๆให้ยามะในพาร์ทนี้ 5555 แต่ว่าก็เป็นพาร์ทที่ค่อยๆเปิดความรู้สึกของโกคุเดระที่มีต่อยามาโมโตะ มีหลายอารมณ์แถมความหน่วงพ่วงท้ายอีก รอให้กำลังใจยามาโมโตะทั้งเรื่องร่างและเรื่องรักกันด้วยเน้ออ 

           เออ! ครั้งต่อไปเราจะมาลงที่เหลืออีก 35% ให้ครบจบเลยน้า เลยอาจจะหายไปนานกว่านี้อีก แหะๆ - -; รอพาร์ทสุดท้ายกันด้วยน้าา ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันเน้อ ติดตามพาร์ทสุดท้ายกันด้วยน้าา ^+++^ (23/1/61)


          ขออภัยที่มาช้าค่าาา//สไลด์เข้ามาขอโทษด้วยความเร็วแสง ฮือออ งานชุมจริงๆค่ะเลยหายไปหลายอาทิตย์อยู่ แต่ว่ามาต่อจนจบแล้วค่าา ฮู้เล่~ จบแล้วโว้ยย(บอกตัวเอง 55555) เสร็จไปอีกหนึ่งเรื่อง สรุปคู่นี้ก็รักกันจนได้ ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยย แต่ก็มีน้ำตาร่วงกันบ้าง//ตบตียามะข้อหาทำหนูโกคุร้องไห้ โกคุออกแนวปากแข็งแต่ใจแข็งได้ไม่นานหรอกค่ะโดนลูกอ้อนของยามะเข้าไป ยามะก็เนียน+เจ้าเล่ห์จนจบจริงๆ ทิ้งท้ายความหื่นให้ไปจินตนาการต่อกันเอาเองเน้ออ 5555 เออ!เราขอทิ้งคำว่า 100% กับต่อไว้สักพักนะคะ ผ่านไปสักพักจะลบออกจ้า

          ท้ายสุดนี้ขอขอบคุณที่ติดตามแล้วก็อ่านมาถึงตอนนี้นะคะ ขอโทษจริงๆที่หายไปนานแล้วก็ระบุวันมาลงไม่ได้ เราไม่เคยหายไปนานขนาดนี้ก่อนจะเข้ามหา'ลัยเลยค่ะ ฮืออ T^T //ปาดน้ำตา อย่างไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ หวังว่าจะได้พบกันใหม่น้าา บ๊ายบายย ^o^/ (10/2/61)


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ กระเบนเรืองแสง~* จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 เมษายน 2562 / 21:33
    สนุกมากๆค่า น่ารักมากเลยยย เขินหนักสุด แอบน้ำตาซึมนิดๆด้วย เป็นกำลังใจให้ค่า
    #9
    1
    • 28 พฤษภาคม 2562 / 13:15
      ดีใจที่ชอบค่า ฮาา ^0^ เราเน้นน่ารักๆช่วงแรก ดราม่าหนักๆช่วงกลาง แล้วหวานมดขึ้นช่วงท้ายค่ะ55555 แอบน้ำตาซึมช่วงดราม่าหน่อยๆแต่เจ้าหมาเนียนยามาโมโตะอย่างไงก็ต้องง้อหนูโกคุเดระได้อยู่แล้วว555 ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ^/\^ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านด้วยน้าา ^+++^/
      #9-1
  2. #8 0655580709 (@0655580709) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 18:36
    ฮือๆเศร้าเหลือเกิน
    เเต่ในท้ายที่สุด!
    โกคุเดระก็เป็นของยามาโมโตะ...โฮะๆๆ(หัวเราะอย่างสะใจ)
    #8
    1
    • #8-1 WDLoR (@-valensia-) (จากตอนที่ 1)
      23 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:47
      ชูป้าย8059เลยค่ะ 5555 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ^-^
      #8-1
  3. #7 0655580709 (@0655580709) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 18:34
    ฮือๆ~เศร้าเหลือเกินนนน
    แต่ท้ายที่สุด!!!!
    โกคุเดระก็เป็นของยามาโมโตะ!อิอิ
    #7
    1
    • #7-1 WDLoR (@-valensia-) (จากตอนที่ 1)
      23 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:45
      เป็นนิยายเศร้าเคล้าน้ำตาช่วงกลางๆ หลังๆก็หวานมดไต่ละค่ะ55555 ด้วยความแม่ยก8059อย่างไงทั้งคู่ก็ต้องลงเอยกันค่ะ5555 เดี๋ยวจะใจร้ายกับนังหมาเนียนยามาโมโตะเกินไป//โดนหมาโดดงับคอ 555 ดีใจที่พาคุณเศร้า(?) ผิดๆหมายถึงเข้าถึงอารมณ์ฟิคได้นะคะ ฮาา ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่าา ^{}^/
      #7-1
  4. วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 14:17

    เพิ่งมีโอกาสได้อ่านฟิครีบอร์นเรื่องแรกเลย แล้วก็เพิ่งรู้ว่ามีคนชิปคู่นี้แบบที่เราแอบจิ้นคนเดียวมานานด้วย 555555 ฟิคน่ารักมากค่ะ อ่านเพลินๆ ชอบมากเลย รอฟิคเรื่องต่อไปของคู่นี้นะคะ

    #6
    1
    • 28 พฤศจิกายน 2561 / 18:35
      ฮืออ ดีใจที่ชอบนะคะ^0^/ ชิปคู่เดียวกันเลย5555 ยามาโมโตะนี่หมาป่าในคราบน้องหมาน่ารักชัดๆ เนียนได้เนียนตลอด จนหนูโกคุเดระตามไม่ทัน -.,- เราก็หวังว่าจะมีฟิคต่อๆไปเช่นกันค่ะ//นั่งกอดไหดอง 5555 รอติดตามนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านมากๆค่าา ^/\^
      #6-1
  5. #5 Rufly
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 23:58

    มายก้อด เพิ่งมาเห็นฟิคนี้ คาร์ยามะคุงน่าเอ็นดูมากค่ะ โฮ

    แต่ชอบตอนท้ายมาก ฮือออออ น่ารักกกก

    ขอบคุณที่แต่งมากนะคะ คิ้วท์มากๆ เลย ดีต่อใจสุดๆ เลยค่ะ

    #5
    1
    • 9 กันยายน 2561 / 11:55
      ดีใจที่ชอบค่าา ยามาโมโตะนี่นิสัยไทป์น้องหมาเลยค่ะ จะร่างคนหรือร่างสุนัขก็ไม่ต่างกันเท่าไร5555 น่าเอ็นดู ส่วนอีกคนก็ซึน ขู่ฟ่อๆ เป็นลูกแมวน่าฟัด อยู่ด้วยกันแล้วน่ารักก -///- เป็นคู่ที่มุ้งมิ้งฮีลใจดีค่ะ 555 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ >o<
      #5-1
  6. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:24
    ไรน เล่นงี้เลยเหรอผมนี้เสียน้ำตาไปเยอะเลยนะเนี่ย แต่ก็สนุกดี โกคุเทระลืมล็อกประตูยามะโมโตะเข้าได้สบายเลย555+

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:26
    #4
    1
    • 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:42
      เล่นงี้เลยค่า กระชากอารมณ์ดี!//โดนทุบ ไม่ร้องนะคะๆ5555 ดีใจที่ชอบน้าา หลังจากลืมล็อกก็น่าจะเป็นฉากที่ทุกๆคนก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น! เก็บไปจินตนาการต่อได้เลยค่ะ 5555 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ^v^
      #4-1
  7. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:43
    กลับมาอ่านแล้วค่ะช่วงนี้ไม่ค่อยได้เปิดแอพดูเพราะใกล้สอบ(โดนยึดโทรศัพท์) สุดท้ายก็แอบมาอ่านจนได้...เย้!!~~ตอนจบเป็นอะไรที่พีคมาก..."ผมลืมล็อคประตู"เห้ย!!!โกคุรีบไปล็อคเดี๋ยวนี้ไม่งั้นแกเสร็จอิเนียนแน่แต่วิ่งไปตอนนี้คงไม่ทันแล้วล่ะมั้ง555 ไม่คิดเลยว่าโกคุจะรุกกระชากคอเสื้อมาจูบยามะอร้ายยยยฟินค่ะ ตอนที่สองคนนี้ทะเลาะกันบรรยาตึงเครียดมากค่ะเผลอกัดเล็บเลยแต่สุดก็จบลงได้ดีมีความสุข ชอบมากเลยค่ะ สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณที่แต่งชิพนี้มาให้อ่านค่ะ!!

    #3
    1
    • 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:38
      ยินดีต้อนรับกลับค่าา ฮูเร่~//จุดพลุ คิดว่าคุณMaki8059ไปไหนซะแล้ว5555 เรื่องสอบขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ
      เป็นตอนจบปลายเปิดให้ไปจิ้นต่อเลยค่ะว่าหลังจากโกคุลืมล็อกประตูจะเกิดอะไรขึ้น! ไรต์ก็ว่าไม่รอดค่ะ5555 เสร็จหมาเนียนแน่ ดีใจที่ทำให้เครียดได้นะคะ(?)แบบเข้าถึงอารมณ์ตัวละครไปด้วยกันอะไรอย่างนี้ สุดท้ายก็จบแฮปปี้ค่าา ไรต์ก็ทำใจจบแบดเอนด์ไม่ได้เช่นกัน5555 ดีใจที่ชอบนะคะ ขอบคุณเช่นกันที่เข้ามาอ่านและติดตามจนจบเรื่องเลย ขอบคุณค่าา ^0^/
      #3-1
  8. วันที่ 15 มกราคม 2561 / 11:24
    มาอ่านต่อแล้วค่าา น่ารักมากกกกเลยยยยยยย ยามะนี้ก็เนียนได้โล่จริงๆ แต่ว่าโกคุนายเผลอพาตัวอันตรายเข้าห้องแล้วนะ!!! ส่วนยามะจะเจออะไรน่ะหรอขอทายว่าโดนกระทืบค่ะ!!! โกคุคงไม่โหดขนาดเอาไดนาไมต์ยัดปากหรอก...(มั้ง) //สู้ๆนะคะ!!! รออ่านอยู่ค่ะ
    #2
    1
    • 24 มกราคม 2561 / 07:26
      สรุปยามาโมโตะแค่โดนถีบแต่ว่าได้อย่างอื่นไปเยอะเลยค่ะ5555 แต่ก็ยังคงเนียนและหื่นเช่นเดิม ความจริงเปิดเผยแล้วค่า ยามะจะทำอย่างไงต่ออ ฝากติดตามด้วยน้าจะจบแว้ว ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ^/\^ //รู้สึกได้รับกำลังจายย 5555
      #2-1
  9. วันที่ 12 มกราคม 2561 / 19:59
    มาต่อเร็วๆนะคะ!!! //ตามมาจากเมื่อโกคุเป็นเจ้าเหมี๊ยว เป็นกำลังใจให้ค่าาา /เท่าที่ดูแล้วท่าทางโกคุน่าจะเสร็จมาน้อยยามะแล้วล่ะหุหุ
    #1
    1
    • 14 มกราคม 2561 / 20:18
      งื้ออ มาแล้วน้าา ขอบคุณที่ติดตามทั้งสองเรื่องเลยนะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่าา T^T ในที่สุดก็ยังมีชาวเรือชิปคู่นี้อยู่ 5555 ต้องมาลุ้นกันว่าระหว่างความเนียนหรือความซึนอะไรจะชนะค่ะ 5555 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ^0^
      #1-1