คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Bleach] [Kyoraku x Ukitake] Feelings Converge

เมื่อความรู้สึกที่แปลกประหลาดของพวกเขาทั้งสองเริ่มก่อเกิดขึ้นต่างจากความเป็นเพื่อนดังเดิม จึงจำต้องเก็บซ่อนไว้ภายใต้ก้นบึ้งของหัวใจ แล้วเมื่อไรกันเล่าที่ความรู้สึกทั้งสอง...จะมาบรรจบกัน

ยอดวิวรวม

1,250

ยอดวิวเดือนนี้

20

ยอดวิวรวม


1,250

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


33
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 มี.ค. 60 / 01:21 น.
นิยาย [Fic Bleach] [Kyoraku x Ukitake] Feelings Converge [Fic Bleach] [Kyoraku x Ukitake] Feelings Converge | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

[Fic Bleach] [Kyoraku x Ukitake] Feelings Converge


Title : Feelings Converge

Author : กระเบนเรืองแสง

Pairing : Kyoraku Shunsui x Ukitake Jushiro (เคียวราคุ ชุนซุย x อุคิทาเกะ จูชิโร่)

Rate : PG-13

Note : สวัสดีค่าาา นักอ่านทุกคน ^+++^/ ฟิคนี้เราลองแต่งเป็นคู่ลุงจากbleachดูค่ะ ด้วยความชอบหนุ่มผมยาวหน้าสวยแบบจูจังเป็นทุนเดิมอยู่ด้วยบวกกับนิสัยลั้ลลาของลุงเคียวราคุที่อยากหาใครมากำราบ เลยจัดสักหน่อย -.,- 5555 ส่วนตัวเราว่าคู่นี้หาอ่านค่อนข้างยากเลยอยากสนองนี้ดตัวเองที่หาอ่านไม่ค่อยได้นี่แหละ55555 เราจะขอแบ่งลงทีละพาสๆก่อนน้าแล้วจะรีบมาต่อให้เร็วที่สุด(ถ้าไม่ดองนะ)555 มีอะไรแนะนำเราได้เน้ออ เรายินดีจ้า ^v^ ถ้าอย่างนั้นเราขอให้นักอ่านทุกคนอ่านให้สนุกน้าาา   \ ^0^ /


 *** หมายเหตุ – หากมีการแจ้งเตือนว่าอัพเดตนิยายหลังจากที่เราจบเรื่องไปนานแล้วแสดงว่าเราแก้ไขคำผิดนะคะ ไม่ได้อัพหลอกน้าาา


* ขอบคุณเครดิตภาพทุกภาพนะคะ*





Kyoraku   Shunsui

เคียวราคุ   ชุนซุย




Ukitake   Jushiro

อุคิทาเกะ   จูชิโร่



ขอให้อ่านให้สนุกกันน้าาา ~ ^0^ /


เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 มี.ค. 60 / 01:21



“ พรุ่งนี้เราไปเที่ยวโลกมนุษย์ด้วยกันไหม ”

                น้ำเสียงชักชวนของชายหนุ่มเสื้อคลุมมีสีสันส่งผลให้ชายหนุ่มอีกคนที่กำลังนั่งเคลียร์งานเอกสารอย่างเคร่งเครียดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองที่ชายหนุ่มต้นเสียง

                “เจ้านี่นา เคียวราคุ เอกสารกองโตที่ค้างอยู่ที่หน่วยก็ยังเคลียร์ไม่เสร็จยังจะชวนข้าเถลไถลอีก”น้ำเสียงหยอกล้อพร้อมกับรอยยิ้มบางของหัวหน้าหน่วยที่13 อุคิทาเกะ จูชิโร่ ทำให้หัวหน้าหน่วยที่8 เคียวราคุ ชุนซุย กระตุกยิ้มก่อนจะขำให้กับความเกียจคร้านของตนเอง

                “ก็ข้าอยากไปเที่ยวมากกว่านี่หน่า ไปเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ น้า~”ร่างสูงที่ยืนพิงหลังกับโต๊ะทำงานของอุคิทาเกะโค้งตัวเข้าหาหนุ่มผมยาวสีขาวบริสุทธิ์ก่อนจะยื่นหน้าและเอียงคอออดอ้อนอุคิทาเกะผู้แสนอ่อนโยนเสมือนเด็กน้อยจนชายผมยาวที่นั่งเคลียร์งานต้องอมยิ้มให้กับความขี้เล่นของหัวหน้าหน่วยที่8

                “ก็ได้ๆ ข้าจะไปด้วย”อุคิทาเกะที่ทนลูกออดอ้อนคล้ายหมาน้อยไม่ไหวต้องใจอ่อนยอมร่างใหญ่ผู้มีเอกลักษณ์ที่เสื้อคลุมสีสวยอยู่เรื่อยไป เคียวราคุเมื่อได้ยินก็ยิ้มกลับด้วยความดีใจ นานๆทีเขาก็อยากพาอุคิทาเกะไปเปิดหูเปิดตาบ้างเพราะเจ้าตัวมักป่วยบ่อย 3วันดี4วันไข้เอาแน่เอานอนไม่ได้จนทุกคนเป็นห่วงรวมทั้งเขาด้วย แต่จะเป็นห่วงจนคล้ายกักขังเขาเอาไว้ไม่ได้เพราะเขารู้ว่าอุคิทาเกะเหงาที่ต้องอยู่เพียงลำพังแค่ไหนเพราะฉะนั้นเขาจะเป็นคนดูแลอุคิทาเกะเอง

                “แล้วเจ้าคิดอย่างไรถึงชวนข้าล่ะ ปกติเห็นเที่ยวเล่นคนเดียวก็ยังได้”น้ำเสียงสดใสและใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ถามเขาไปพลางขีดเขียนเอกสารรายงานบนโต๊ะไปทำให้เคียวราคุมีความสุขจนบอกไม่ถูก เจ้าตัวทรุดตัวลงนั่งย่อเข่าใกล้ๆเก้าอี้ของชายผมสีขาวบริสุทธิ์ รอยยิ้มละมุนเผยบนใบหน้าก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะจรดปลายผมสีขาวอ่อนนุ่มของอุคิทาเกะอย่างเบามือจนเจ้าตัวละสายตาจากเอกสารมามองที่เขา

                “ก็พรุ่งนี้เป็นวันพิเศษน่ะสิ”น้ำเสียงตื่นเต้นชวนให้ชายหนุ่มผู้ที่ป่วยง่ายจนไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวไหนอย่างอุคิทาเกะตื่นเต้นตาม แววตาสดใสเป็นประกาย รอยยิ้มแห่งความดีใจและน้ำเสียงตื่นเต้นที่ซักไซ้ถามเขาเรื่องเที่ยววันพรุ่งนี้อย่างกระตือรือร้นทำให้ชายไว้หนวดหรือหัวหน้าหน่วยที่8อดที่จะให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆไม่ได้ ชายผมสีขาวจึงเร่งเคลียร์เอกสารให้เสร็จเร็วที่สุดเพื่อพรุ่งนี้เขาจะได้ไปเที่ยวโลกมนุษย์บ้างสักที เพราะเขาสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ป่วยบ่อยลูกน้องของเขาจึงค้านที่จะไม่ให้เขาทำอะไรเกินกำลัง ปกป้องเขาจนเกินเหตุจนเขารู้สึกน้อยใจตนเองแต่ก็มีเคียวราคุเพื่อนสนิทของเขาที่มักจะชวนเขาไปทำอะไรสนุกๆแปลกๆโดยไม่คำนึงถึงข้อด้อยเรื่องสุขภาพของเขาเลยแม้ยามป่วยก็จะคอยปกป้องดูแลเขาเสมอ เพราะอย่างนี้เวลาเขาออกไปที่ไหนลูกน้องของเขาจะต้องให้ไปแน่ๆเพราะมีเคียวราคุอยู่ข้างๆ อุคิทาเกะเมื่อนึกได้ดังนั้นก็เคลียร์งานอย่างตั้งใจ ภาพของเขาถูกฉายบนแววตาทั้งคู้ของเคียวราคุที่ยืนหันหลังพิงโต๊ะและคอยลอบมองอมยิ้มอยู่คนเดียวตลอดเวลาแม้ว่าอุคิทาเกะจะไม่รู้ตัวก็ตาม...

 

...

 

                “พักผ่อนได้แล้ว อุคิทาเกะ”เคียวราคุที่นั่งกอดเข่าเฝ้าหัวหน้าหน่วยที่13เคลียร์เอกสารตั้งแต่บ่ายจนเริ่มเย็นออกปากเตือนด้วยความเป็นห่วง ถ้าหากป่วยขึ้นมาอีกล่ะก็อดเที่ยวด้วยกันแน่ๆ

                “อื้อ ข้าเคลียร์เอกสารเสร็จพอดีเลย อา~”ชายผมยาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะบิดตัวไปมาไล่ความขี้เกียจและความเมื่อยล้าออกไป ก่อนจะสังเกตเห็นเคียวราคุนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ข้างๆเขาบนพื้น สงสัยต้องตั้งแต่บ่ายหลังคุยเรื่องเที่ยวที่โลกมนุษย์แน่ๆเลย

                “เคียวราคุ ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ กลับหน่วยเถอะเย็นแล้ว”อุคิทาเกะเอ่ยอย่างเป็นห่วงสีหน้าเป็นกังวลก่อนจะเดินไปหาร่างชายหนุ่มหัวหน้าหน่วยที่8และเอื้อมมือไปดึงมือเขาให้ลุกขึ้น

                “ไม่ได้หรอก วันนี้ลูเคียไม่อยู่...ข้าเป็นห่วงเจ้า”ร่างสูงใหญ่ลุกขั้นปัดตัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบหัวหน้าหน่วยที่13ด้วยสีหน้าจริงจังผิดนิสัยของเขา เมื่ออุคิทาเกะได้ฟังชายตรงหน้าก็อมยิ้มก่อนจะขำเบาๆออกมา

                “ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะเคียวราคุ ลูกน้องคนอื่นข้าก็มี ไม่ต้องเป็นห่วง”ใบหน้าสวยถูกประดับด้วยรอยยิ้มทำให้เคียวราคุสบายใจขึ้นมาบ้างแต่ก็วางใจไม่ได้อยู่ดี ลูเคียที่เป็นรองหัวหน้าหน่วยก็ไม่อยู่เพราะต้องไปทำภารกิจด่วนที่อื่นอยู่ด้วยถ้าเกิดฉุกเฉินอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร

                “ขอบคุณนะ ชุนซุย”อุคิทาเกะเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนเหมือนกับจิตใจของเขา เคียวราคุได้แต่หลับตาขำกับความคิดตนเองก่อนจะเปิดเปลือกตามองใบหน้าของอุคิทาเกะ จูชิโร่ คนนี้อีกครั้ง ร่างใหญ่เคลื่อนตัวเข้าหาชายหนุ่มผมยาวร่างเล็กกว่าเขานิดหน่อยก่อนจะโอบแขนทั้งสองข้างกอดรั้งร่างที่แสนบอบบางของอุคิทาเกะเอาไว้ ใบหน้าคมเคลื่อนลงมาซบที่ไหล่กว้างของชายหนุ่มจนได้กลิ่นหอมของเส้นผมขาวนุ่มที่ไล้ซอกคอของอุคิทาเกะอยู่ แม้ว่าอุคิทาเกะจะตกใจจนชะงักไปครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือผลักไสอะไรปล่อยให้เคียวราคุกระชับอ้อมกอดให้ร่างกายของเขาทั้งสองแนบแน่นใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม ชอบทำตัวเหมือนเด็กอยู่เรื่อยเลยนะ ชุนซุย อุคิทาเกะคิดในใจพลางอมยิ้มละมุนเผยออกมาบนใบหน้าสวยที่อยู่ในอ้อมกอดของชายคนนี้

                ครู่ใหญ่ที่ปล่อยให้เคียวราคุกอดร่างเขาจนหนำใจ อุคิทาเกะก็ถูกไล่ให้ไปนอนพักผ่อนโดยมีเรื่องเที่ยวโลกมนุษย์ในวันพรุ่งนี้เป็นตัวขู่ เคียวราคุที่ดื้อดึงจะอยู่เฝ้าอุคิทาเกะจนนอนหลับทำให้อุคิทาเกะหาเหตุผลมาอ้างไล่เขากลับไปหน่วยไม่ได้แถมลูกน้องในหน่วยของเขายังเห็นดีเห็นงามกับการกระทำของเคียวราคุที่จะมาตามเฝ้าดูแลเขาแทนระหว่างลูเคียที่ไม่อยู่เสียอีก ให้ตายเถอะ เขาก็ไม่ได้อ่อนแอจนต้องมาเป็นห่วงกันขนาดนี้สักหน่อย

                “แค่กๆๆ”คิดในใจไม่ทันขาดคำอุคิทาเกะก็ไอออกมาอย่างต่อเนื่องจนเคียวราคุรีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วงระหว่างที่กำลังทำอาหารเย็นให้อุคิทาเกะอยู่

                “อย่างนี้เหรอจะไม่ให้ข้าเป็นห่วง”เคียวราคุเอ่ยแซวอย่างอารมณ์ดีก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆร่างของอุคิทาเกะที่(ถูกบังคับให้)นั่งบนฟูกรออาหารเย็นจนเจ้าตัวหน้ามุ่ยแสดงความไม่พอใจออกมา(แต่เคียวราคุว่ากลับน่ารักเสียมากกว่า)

                “ข้าไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ข้าก็ไอเป็นปกติอยู่แล้วนี่”น้ำเสียงเอ่ยเรียบๆพร้อมกับดึงผ้าปิดปากกันเชื้อโรค อุคิทาเกะป่วยบ่อยๆมาตั้งนานแล้วจะไม่ให้เขาเป็นห่วงอย่างไร เคียวราคุได้แต่มองชายผมสีขาวตรงหน้าอย่างห่วงใย

                “อากาศตอนเย็นเริ่มจะเย็นแล้วเจ้าใส่นี่ไว้ก่อนนะเดี๋ยวข้าให้ลูกน้องไปเอาผ้าห่มมาเพิ่ม”หัวหน้าหน่วยที่8พูดไปพลางถอดเสื้อคลุมสีชมพูหวานของตนออกมาก่อนจะบรรจงห่มร่างของอุคิทาเกะที่นั่งบนฟูกอย่างอ่อนโยน

                “ขอบคุณนะ”อุคิทาเกะเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะเอื้อมมือสีขาวซีดมากระชับเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเคียวราคุให้ห่มร่างเขาอย่างแน่นหนามากขึ้น อากาศก็แปลกเสียจริง เมื่อตอนบ่ายยังร้อนอยู่แท้ๆแต่ตอนนี้กลับเริ่มเย็นลงจนเขาไม่ทันสังเกตทำให้ร่างกายของเขามันฟ้องแทน ถ้าพรุ่งนี้เขาป่วยจนไปเที่ยวไม่ได้ล่ะก็ อุคิทาเกะพลางโทษตัวเองในใจ เคียวราคุที่มองอุคิทาเกะขอบคุณเขาและกระชับเสื้อคลุมก็อมยิ้มให้กับหัวหน้าหน่วยที่13 ดูจะตื่นเต้นกับวันพรุ่งนี้จนลืมเรื่องสุขภาพตนเองซะแล้ว ก่อนที่เขาจะขอตัวไปหาลูกน้องเรื่องผ้าห่มและกลับไปทำอาหารต่อหลังจากสั่งลูกน้องของอุคิทาเกะ เขาและอุคิทาเกะเป็นเพื่อนกันมานานเรียนก็เรียนมาด้วยกัน สนิทกันจนคล้ายคู่หู แถมยังได้เป็นหัวหน้าหน่วยทั้งคู่แต่ที่เขากังวลก็คงเรื่องสุขภาพของอุคิทาเกะแม้ว่าจะได้รับตำแหน่งหัวหน้าแต่ดูเหมือนสุขภาพของเขาที่ป่วยมาตั้งแต่เด็กจะไม่เอื้ออำนวยทำให้บางคนคัดค้านในตัวเขาแต่ด้วยความอ่อนโยน ใจดี และเป็นมิตรก็เอาชนะใจใครได้ไม่ยากจนทุกคนยอมรับและเชื่อถือในตำแหน่งหัวหน้าอย่างสมเกียรติ แต่ด้วยเรื่องสุขภาพทำให้เขาไม่ค่อยได้ออกไปไหนต้องคอยระมัดระวังทั้งเรื่องสุขภาพและศัตรูจนเจ้าตัวอึดอัดบางทีก็มาระบายให้เขาฟัง เขาหวังว่าวันพรุ่งนี้เขาจะพาอุคิทาเกะไปเที่ยวโลกมนุษย์คงเป็นเรื่องดีที่จะได้พาเจ้าตัวไปเปิดหูเปิดตาระบายความอึดอัดน่ะนะ เคียวราคุคิดในใจพลางตักข้าวต้มร้อนใส่ในชามแล้วยกไปห้องอุคิทาเกะ

 

 

                “ข้าหิวแล้ว เคียวราคุ”น้ำเสียงเนือยๆออกมาจากกองผ้าห่มสีขาวที่ไหนสักแห่งบนฟูก แล้วอุคิทาเกะอยู่ไหนล่ะ เคียวราคุขมวดคิ้วสงสัยและวางถาดข้าวต้มบนโต๊ะญี่ปุ่นข้างฟูกก่อนจะนั่งลงรื้อกองผ้าห่มสีขาวบนฟูกจนพบร่างอุคิทาเกะที่นอนแผ่หลาอยู่บนฟูกกลมกลืนกับฟูกและผ้าห่มสีขาวอย่างไม่สะดุดตา เจ้าตัวยิ้มแหยๆก่อนจะยื่นมือทั้งสองข้างให้เคียวราคุ

                “แล้วเจ้ามานอนให้ผ้าห่มทับตรงนี้ทำไมล่ะหื้ม ถ้าขาดอากาศหายใจจะทำอย่างไร”หัวหน้าหน่วยที่8เอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อพร้อมกับดึงมือให้ร่างอุคิทาเกะลุกมานั่งในท่านั่งดังเดิมก่อนจะยิ้มและขำให้กับความโก๊ะของหัวหน้าหน่วยที่13ที่ยิ้มอย่างเขินอายเบื้องหน้า

                “ก็...ข้าแค่นั่งรอเจ้าไม่ไหว ก็มันเมื่อยนี่หน่า ข้าก็เลยเอนตัวนอนแล้ว...ผ้าห่มกองใหญ่ที่ลูกน้องเอามาห่มให้มันก็หนักมากเมื่อข้านอนลงไปแล้วมัน...”

                “หนักจนทำให้เจ้าลุกขึ้นมาไม่ได้”เคียวราคุต่อเรื่องจากการคาดเดา อุคิทาเกะได้แต่ผงกหัวหงึกหงักเพราะเป็นเรื่องจริงจนเคียวราคุระเบิดหัวเราะใหญ่ออกมาจนอุคิทาเกะอายจนหน้ามุ่ย พวงแก้มเริ่มมีสีฝาดแดงขึ้นก่อนเจ้าตัวจะแกล้งไม่สนใจชายร่างใหญ่ที่หัวเราะก๊ากไม่ยอมหยุดแล้วมาสนใจกับข้าวต้มบนโต๊ะอาหารญี่ปุ่นตรงหน้าแทน

                “เมินข้าเลยหรอ อุคิทาเกะ”เคียวราคุที่ขำจนเหนื่อยหอบก็พยายามหยุดขำและมานั่งตรงข้ามกับชายผมยาวตรงหน้าแทน

                “ก็เจ้าล้อข้านี่”อุคิทาเกะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ก็เขาลุกขึ้นไม่ไหวจริงๆนี่หน่า ผ้ามันหนักมากจริงๆนะ แต่เคียวราคุกลับหัวเราะเยาะเขามากกว่าเห็นใจเขาอีก เจ้ามันนิสัยไม่ดี เคียวราคุ!

                “ฮ่ะๆ ข้าขอโทษๆ แต่มันก็ขำจริงๆนี่หน่า”เคียวราคุเอ่ยพลางปาดน้ำตาที่เล็ดออกมาตอนขำก่อนจะกระแอมเพื่อหยุดขำเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อครู่ขึ้นมาอีกครั้ง อุคิทาเกะละสายตาจากชามข้าวต้มและเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจแต่เคียวราคุก็หวาดกลัวไม่ เจ้าตัวยังคงนั่งเท้าข้อศอกลงบนโต๊ะเหล่มองอุคิทาเกะก่อนจะอมยิ้มเจ้าเล่ห์ล้อเลียนชายผมขาวเบื้องหน้าอย่างสนุก อุคิทาเกะไม่เคยโกรธเขาจริงจังสักครั้งอาจแค่ไม่พอใจ งอนเล็กๆน้อยๆแต่สักพักก็จะกลับมาอารมณ์ดีดังเดิม เคียวราคุมองชายตรงหน้าที่เริ่มทานข้าวต้มอย่างช้าๆเส้นผมสีขาวก็หลุดออกมาจากผ้าห่มที่ห่มร่างหล่นมาไล้ใบหน้าขณะเจ้าตัวกำลังทานอาหารจนต้องจับรวบลวกๆไว้แล้วทานต่อ

                ครืน!

                เสียงเคลื่อนตัวของชายร่างใหญ่หัวหน้าหน่อยที่8ตรงไปข้างหน้า เคียวราคุดึงยางรัดผมที่มีดอกไม้สีสวยประดับอยู่ออกก่อนจะเอื้อมมือไปรวบผมสีขาวดูหนานุ่มของอุคิทาเกะมารวบแทนก่อนจะบรรจงมัดอย่างเบามือเมื่อเสร็จแล้วก็กลับมานั่งที่เดิม อุคิทาเกะที่กำลังทานข้าวต้มได้แต่นั่งนิ่งมองการกระทำที่ใส่ใจของเคียวราคุอย่างมีความสุขจนเจ้าตัวยิ้มน้อยๆออกมา ถึงแม้ในสายตาของบางคนเคียวราคุอาจดูไม่ได้เรื่องไม่ค่อยสนใจอะไรแต่สำหรับเขาแล้วเคียวราคุเป็นคนที่เอาใจใส่คนอื่นเสมอ

                “เป็นคนดีจริงๆน้า ขอบคุณนะ”อุคิทาเกะเอ่ยแซวและขอบคุณเคียวราคุ วันนี้เคียวราคุทำอะไรเพื่อเขาไปแล้วบ้างนะ แล้ววันนี้เขาเอ่ยคำขอบคุณเคียวราคุไปกี่ครั้งกัน เขาต่างหากที่ไม่ค่อยใส่ใจผู้อื่นเลยแม้แต่ตัวเองก็ยังลืมได้ เขานี่มันแย่จริงๆ

                “อื้ม~”เคียวราคุยิ้มตอบชายตรงหน้าก่อนจะเท้าแขนวางโต๊ะทำตัวตามสบายเหมือนเดิม อุคิทาเกะชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าหน่วยที่13แต่กลับมีความอ่อนโยนและเป็นมิตรรอบๆตัวจนบรรยากาศเคร่งเครียดเลือนหายไปทุกครั้ง วันนี้เจ้าตัวนั่งทานข้าวต้มอยู่บนฟูกสีขาวสะอาด เรือนผมสีขาวบริสุทธิ์ถูกมัดด้วยยางรัดผมที่ประดับด้วยด้วยไม้สีแดงของเขา แบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ เคียวราคุอมยิ้มกับเรื่องในใจ

                “เจ้าในชุดคลุมกับยางรัดผมของข้าดูเข้ากันดีนะ”หัวหน้าหน่วยที่8เอ่ยขึ้นเมื่ออุคิทาเกะทานอาหารอิ่มแล้วจนเจ้าตัวเบนสายตามามองเขาด้วยความแปลกใจ

                “ถึงเจ้าจะพูดอย่างนี้ก็เถอะ ข้าก็ไม่แต่งตัวฉูดฉาดแบบเจ้าหรอกนะ”อุคิทาเกะขำไปพลางยิ้ม ถ้าหากเขาแต่งตัวแบบเคียวราคุคงจะขำน่าดู เขาเหมาะกับสีขาวมากกว่าถึงแม้จะไม่มีสีสันแต่ก็เรียบง่ายสบายตาดี

                “ข้าไม่ได้อยากให้เจ้าแต่งตัวแบบข้าสักหน่อย เจ้าจะแต่งอะไรสวมอะไรแบบไหนข้าก็ว่า...น่ารักทั้งหมดนั่นแหละ”อุคิทาเกะชะงักหยุดขำก่อนจะเบนสายตามองมาที่เขาอย่างแปลกใจอีกครั้ง สบกับรอยยิ้มและสายตาของเคียวราคุที่จ้องมองเขาอยู่ มันมีความหมายอะไรกันนะ อุคิทาเกะคิดในใจขณะที่สายตายังประสานกับเคียวราคุที่จ้องมองเขาเหมือนจะสื่อความหมายบางอย่างอย่างไม่ละสายตา

                “จะ...เจ้านี่ก็”สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่เบนหลบสายตาหนี อุคิทาเกะรับรู้แค่ว่าใบหน้าของเขาเริ่มร้อนอย่างประหลาด เขาคงจะไม่ได้มีไข้หรือป่วยใช่ไหมนะ เคียวราคุที่มองการกระทำของหัวหน้าหน่วย13ก็อมยิ้มกับความใสซื่อของอุคิทาเกะ เจ้าคงยังไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้หรอกจูชิโร่ แม้แต่ข้าเอง...ก็ยังไม่เข้าใจหัวใจของข้าเลย ร่างสูงของอุคิทาเกะที่เอื้อมมือขาวมาแนบกับแก้มทั้งสองข้างด้วยสีหน้าสงสัย เจ้าจะรู้ไหมนะว่าตอนนี้หน้าเจ้าแดงระเรื่อขนาดไหน เคียวราคุได้แต่มองชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างสบายใจ ถ้าเขาอยากเป็นมากกว่าเพื่อนอุคิทาเกะผู้ใจดีจะยอมให้เขาเป็นได้ไหมนะ เคียวราคุคิดในใจขำๆก่อนจะผุดยิ้มยิ้มออกมาแต่กลับเป็นยิ้มแห่งความเศร้าและกังวลใจแทน...

 

 

                หลังจากอุคิทาเกะทานข้าวต้มและทำธุระส่วนตัวเสร็จ เคียวราคุก็ส่งเขาเข้านอนทันทีโดยใช้เหตุผลว่าอุคิทาเกะต้องพักผ่อนเยอะๆพรุ่งนี้จะได้มีแรงเที่ยวทำให้หัวหน้าหน่วย13ยอมแต่โดยดี ร่างบอบบางเอนตัวลงนอนบนฟูกก่อนจะมีผ้าห่มหนานุ่มดึงขึ้นมาห่มร่างเขาถึงอก

                “ข้าทำเองได้น่า เคียวราคุ”อุคิทาเกะดุเบาๆ ใจคอจะไม่ให้เขาทำอะไรเองบ้างเลยใช่ไหม เคียวราคุ

                “เอาเถอะน่าๆ~”หัวหน้าหน่วย8เอ่ยปัดๆอย่างไม่จริงจังตามนิสัยของเขาก่อนจะจัดแจงเครื่องนอนของอุคิทาเกะให้เข้าที่ก่อนจะคลานไปมุดตัวในผ้าห่มและฟูกของเขาที่ปูข้างๆอุคิทาเกะ ใช่แล้ว วันนี้เขาต้องดูแลอุคิทาเกะให้ครบทั้งวัน ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าภารกิจที่ลูเคียจังฝากไว้ไม่สำเร็จน่ะสิ

                “เคียวราคุ...”เสียงเรียกเบาๆจากอุคิทาเกะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบในยามค่ำคืน ทำเอาเคียวราคุชะงักครู่หนึ่ง

                “หืม?”เคียวราคุส่งเสียงกลับไปยังชายข้างๆเขา

                “ขอบคุณ...สำหรับทุกอย่างนะ”น้ำเสียงสดใสเอ่ยขอบคุณเขาแม้ว่าจะไม่ได้หันไปมองอุคิทาเกะแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าจะต้องมีรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของหัวหน้าหน่วย13อย่างแน่นอน

                “อืม”เขาตอบกลับไปเพียงสั้นๆ ความเงียบสงัดปกคลุมภายในห้องและบรรยากาศภายนอกยามค่ำคืน ใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าที่เคียวราคุจะตัดสินใจหันกลับไปมองอุคิทาเกะ ชายหนุ่มหลับตาสนิท เสียงหายใจเข้า-ออกสม่ำเสมอแสดงว่าเขาได้หลับใหลจากความเหนื่อยอ่อนจากการทำงานไปแล้ว เคียวราคุหันกลับมาและพยายามข่มตาหลับบ้าง

                “ราตรีสวัสดิ์ จูชิโร่”เคียวราคุเอ่ยกับตัวเองเบาๆก่อนจะหลับตาพักผ่อนเข้าสู่นิทรา หวังว่าพรุ่งนี้เขาคงจะได้เห็นรอยยิ้มของอุคิทาเกะมากกว่านี้น่ะนะ




                “เคียวราคุ ตื่นได้แล้ว”น้ำเสียงสดใสตะโกนปลุกเขาให้ตื่นจากนิทรา เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นนัยน์ตาสีน้ำตาลก็พบกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้างามของชายเรือนผมสีขาวบริสุทธิ์ อุคิทาเกะ จูชิโร่ และมีถุงผ้าใส่เครื่องแต่งกายแบบมนุษย์อยู่ข้างในข้างๆร่างเจ้าตัวอีกด้วย อ่า...วันนี้เขาชวนเจ้าตัวไปเที่ยวโลกมนุษย์นี่หน่า

                “ตื่นแล้วจ้าๆ~”น้ำเสียงเนือยๆพร้อมกับร่างใหญ่ที่ลุกขึ้นมานั่งเกาหัวอย่างงัวเงียก่อนจะหาวออกมาด้วยความง่วง

                “เร็วๆสิเคียวราคุ สายแล้วนะ”น้ำเสียงตื่นเต้นเอ่ยถึงเขาก่อนอุคิทาเกะจะวิ่งออกไปข้างนอกเพราะเจ้าตัวทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วรอเพียงแค่ไกด์นำทางผู้ชำนาญเรื่องการเที่ยวเถลไถลอย่างเขาเท่านั้น นี่ยังไม่เช้าด้วยซ้ำสายตรงไหนนะ อุคิทาเกะ เคียวราคุยิ้มเหนื่อยใจกับความกระตือรือร้นของหัวหน้าหน่วยที่13ก่อนจะลุกไปทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว

 

 

                หลังจากนั้นไม่นานเคียวราคุก็พาอุคิทาเกะผ่านประตูยมโลกไปยังโลกมนุษย์ที่เมืองคาราคุระที่พวกอิจิโกะอาศัยอยู่และฝากร่างยมทูตไว้ในห้องอิจิโกะ แม้เจ้าตัวจะโวยวายแต่ก็ยอมเพราะนานๆทีอุคิทาเกะหัวหน้าของลูเคียจะมาโลกมนุษย์บ้าง ก่อนที่ทั้งสองจะใช้ร่างมนุษย์เปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่เตรียมมาและออกไปเที่ยวรอบเมืองกัน

                “บอกข้าได้หรือยังว่าวันนี้วันอะไร”ระหว่างเดินเท้าบนถนนผู้คนเริ่มมากขึ้นโดยมีการแต่งชุดยูกาตะทั้งชายหญิงและเริ่มมีท่อนไม้ไผ่มาปักบริเวณหน้าบ้านบ้าง ตามสถานที่สำคัญบ้างพร้อมกับกระดาษทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลากสีสันและของตกแต่งมากมาย อุคิทาเกะที่เดินผ่านได้มองด้วยแววตาเป็นประกายเป็นสิ่งใหม่ที่เขาอยากรู้ว่ามันคืออะไรจนต้องถามคู่หูที่เดินอยู่ข้างๆ

                “วันนี้เป็นวันทานาบาตะน่ะ”เคียวราคุเอ่ยตอบชายผมขาวข้างๆที่กระตือรือร้นกับเหตุการณ์ข้างทางจนอดขำไม่ได้

                “หือ วันทานาบาตะ”ชายหนุ่มหันหลังกลับมามองและถามด้วยเสียงสงสัยขณะยังเดินเท้าไปด้วย

                “เป็นเทศกาลของประเทศนี้น่ะ เป็นวันที่เราจะขอพรกับดวงดาวได้โดยการเขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษหลากสีที่เจ้าเห็นนั่นล่ะ”เคียวราคุอธิบายพลางชี้ไปที่กระดาษตัวอย่างเพื่อให้อุคิทาเกะเข้าใจมากขึ้น

                “อ๋อๆแล้วข้าขอเขียนบ้างได้ไหม”น้ำเสียงตื่นเต้นชักชวนเคียวราคุทำให้เจ้าตัวเกือบใจอ่อน ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้อุคิทาเกะเล่นสนุกหรอกแต่ยังไม่ถึงเวลาต่างหาก

                “ยังน่าๆข้าวางแผนว่าจะให้เจ้าทำอย่างอื่นก่อน”เคียวราคุรีบปรามหัวหน้าหน่วย13อย่างเร็วทำเอาเจ้าตัวหน้าจ๋อย แอบรู้สึกผิดแฮะ

                “อะไรหรอ”น้ำเสียงตัดพ้อดูน่าสงสารของอุคิทาเกะทำเคียวราคุใจแป้วรีบหากิจกรรมให้ทำด่วนๆ

                “ไปซื้อชุดยูกาตะกัน!”หัวหน้าหน่วยที่8ชักชวนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นทำให้อุคิทาเกะกลับมายิ้มสดใสได้อีกครั้งก่อนทั้งคู่จะรีบเดินไปยังร้านขายยูกาตะที่เคียวราคุเล็งไว้และเข้าไปลองชุดกัน ทั้งอุคิทาเกะและเคียวราคุเลือกยูกาตะสีที่ถูกใจและเข้าไปลอง เคียวราคุเลือกชุดสีแดงเลือดหมูตัดกับผ้าคาดเอวสีดำดูเข้ากับคนมีสีสันอย่างเขาอย่างประหลาดก่อนอุคิทาเกะจะออกมาในชุดยูกาตะสีดำสนิทตัดกับผ้าคาดเอวสีเหลืองทองแต่ว่าทำไมผ้ามันดูเบี้ยวๆพิกล

                “อย่าพึ่งมองสิเคียวราคุ ข้ากำลังจะแก้แล้วผูกใหม่อยู่”อุคิทาเกะรีบดึงผ้าคาดเอวออกอย่างทุลักทุเล ทำไมเขาถึงผูกไม่สวยเหมือนคนอื่นเขาบ้างนะ แม้ว่าเจ้าตัวจะดูยุ่งกับชุดยูกาตะของตนเองจนไม่ได้สนใจสายตาของเคียวราคุที่จ้องมองเขาอย่างไม่วางตา แม้จะเป็นเนื้อผ้าสีดำที่ดูเรียบง่ายแต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างแปลกประหลาด เขาเลือกไม่ผิดจริงๆที่พาอุคิทาเกะมาเลือกชุดยุกาตะก่อนจะไปร่วมงานทานาบาตะ เคียวราคุยิ้มกริ่มให้กับความคิดของตนเองอย่างภาคภูมิใจ

                “เดี๋ยวข้าช่วย”เคียวราคุเดินเข้ามาประชิดร่างอุคิทาเกะจนเจ้าตัวสะดุ้งก่อนที่เขาจะเอื้อมแขนโอบร่างไปด้านหลังอุคิทาเกะและเริ่มผูกผ้าคาดเอวใหม่อย่างชำนาญ ตอนนี้ร่างกายของเขาและเคียวราคุใกล้ชิดกันอย่างน่าตกใจเสมือนเขาอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของเคียวราคุในขณะนั้นแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกปฏิเสธหรือรังเกียจอะไรตรงกันข้ามกับรู้สึกอบอุ่น มีความสุขกับการเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดแบบนี้ด้วยซ้ำ เขาคิดกับเคียวราคุแบบนี้มันแปลกๆหรือเปล่านะ อุคิทาเกะเบนใบหน้าหนีใบหน้าของเคียวราคุที่เข้าใกล้เขาขณะผูกผ้าคาดเอว เขารู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอีกแล้ว เขาจะป่วยอีกแล้วหรือ

                “เสร็จแล้ว~”เคียวราคุว่าพลางเคลื่อนตัวออกเมื่อทำเสร็จก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นใบหน้าแดงระเรื่อของอุคิทาเกะที่ถูกปกปิดโดยการก้มหน้าและผงกหัวหงึกหงักแทนคำพูด

                “...”

                “เป็นอะไรหรือเปล่า จูชิโร่”เคียวราคุแกล้งแหย่ก่อนที่จะพุ่งประชิดตัวเข้าใกล้ร่างบอบบางจนอุคิทาเกะตกใจถอยหลังไปจนเซเหมือนจะล้มแต่โชคดีที่เคียวราคุคว้าร่างเข้าหาตัวเขาเอาไว้ได้ “ข้าขอโทษๆ ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะตกใจมากขนาดนี้”เคียวราคุหน้าเสียกังวลรู้สึกผิดเป็นอย่างมากเอาแต่โทษตัวเองในใจ เขาเพียงแค่อยากแกล้งให้อุคิทาเกะพูดบางสิ่งในใจออกมาเท่านั้นแต่เกือบทำให้อุคิทาเกะเกิดอุบัติเหตุจนเจ็บตัว ถ้าเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นมาเขาไม่มีวันยอมให้อภัยตัวเองแน่

                “ข้าไม่เป็นไรๆ”อุคิทาเกะที่ก้มหน้างุดอยู่ที่อกของเคียวราคุเงยหน้าขึ้นจนปะทะกับใบหน้าคมของเคียวราคุที่ก้มลงมาทำให้บรรยากาศถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ ทั้งสองยังคงมองหน้ากันเหมือนมีบางสิ่งที่ต้องการเผยออกมาแต่กลับไม่กล้าทั้งคู่

                “ปะ...ปล่อยข้าได้แล้ว”อุคิทาเกะตีแขนหัวหน้าหน่วยที่8เบาๆจนเคียวราคุสะดุ้งออกจากภวังค์

                “ขะ...ข้าขอโทษ”ก่อนที่เขาจะผละอ้อมแขนออกจากร่างของอุคิทาเกะและจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยดังเดิมทั้งของเขาและของอุคิทาเกะ เมื่อครู่เขาอยากจะพูดอะไรกับอุคิทาเกะกันแน่นะ ยิ่งใกล้กันมากเท่าไร ความรู้สึกยิ่งชัดเจนขึ้น เขาควรทำอย่างไรกับหัวใจของเขาดี เคียวราคุถามตัวเองอย่างหนักใจ

               

                เมื่อได้ชุดยูกาตะที่ชอบแล้วทั้งคู่ก็ออกจากร้านแต่เคียวราคุก็หากิจกรรมอื่นๆมาให้อุคิทาเกะสนุกจนเจ้าตัวลืมงานทานาบาตะไปเสียสนิททั้งไปเที่ยวสวนสัตว์  ไปเล่นเกมส์ที่ห้างสรรพสินค้า ไปดูภาพยนตร์และสุดท้ายก็มาจบทริปด้วยการเดินพักผ่อนที่สวนสาธารณะ ตลอดเวลาที่พวกเขาใช้เวลาร่วมกันอุคิทาเกะยิ้มอย่างมีความสุขเสมอจนทำให้เคียวราคุยิ้มมีความสุขไปด้วยวันนี้เป็นวันที่ดี ดีมากๆสำหรับพวกเขาจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตของหัวหน้าหน่วยแห่ง13หน่วยพิทักษ์ของโซลโซไซตี้อย่างพวกเขาจะสามารถมีเวลาให้ใช้ร่วมกันอย่างนี้อีกหรือเปล่า ตราบจนเวลาร่วงเลยยามสนธยา พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าประจวบเหมาะกับพระจันทร์สุกสกาวกำลังเลื่อนขึ้นมาส่องแสงแทน

                “หวา ค่ำซะแล้ว”น้ำเสียงผิดหวังของเคียวราคุผิดกับความรู้สึกในใจของเขาดังขึ้นขณะที่อุคิทาเกะและเขานั่งพักกันที่ม้านั่งในสวนสาธารณะ

                “ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับกันเถอะ”อุคิทาเกะเมื่อเอ่ยเสร็จก็ลุกพรวดเตรียมตัวกลับโซลโซไซตี้ทันที เขาอุตส่าห์หากิจกรรมให้เจ้าตัวทำเพื่อรอเวลานี้มาตลอดวันแต่เจ้าตัวกับลืมกิจกรรมสำคัญของวันนี้ซะได้ ทำไมเจ้าถึงขี้ลืมได้ขนาดนี้ อุคิทาเกะ!

                “เดี๋ยวก่อนนนนน”เคียวราคุเรียกเสียงยาวพลางดึงมือฉุดให้ชายผมขาวที่กำลังจะก้าวเดินออกไปเปิดประตูยมโลกหันกลับมาทางเขาทำให้ร่างของอุคิทาเกะหยุดตามแรงของหัวหน้าหน่วยที่8 จนเจ้าตัวหันกลับมามองด้วยแววตาสงสัย นี่เจ้าลืมจริงๆใช่ไหมเนี่ย เคียวราคุมองหน้าและส่ายหัวให้กับอุคิทาเกะอย่างเหนื่อยใจ

                “อะไรหรอ นี่มันเย็นแล้วนะเคียวราคุถ้ากลับช้าพรุ่งนี้จะตื่นไม่ไหวนะ”อุคิทาเกะระบายยิ้มพร้อมกับเตือนชายตรงหน้าอย่างเป็นห่วงโดยไม่ได้สนใจสีหน้าเหนื่อยใจของเคียวราคุที่มองมาทางเขาเลย

                “เฮ้อ! นี่เจ้าลืมจริงๆหรอว่าวันนี้วันอะไร”เคียวราคุถอดหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะมองใบหน้าของอุคิทาเกะที่เริ่มขมวดคิ้วฟื้นความทรงจำเมื่อเคียวราคุเอ่ยเตือน

                “อืมอ๋อ!วันทานาบาตะ!”อุคิทาเกะเงียบโดยใช้ความคิดไปสักพัก ก่อนจะร้องลั่นออกมาเมื่อนึกเรื่องเมื่อเช้าออกแล้ว  เคียวราคุมองอุคิทาเกะอย่างเหนื่อยใจให้กับความขี้ลืมของเจ้าตัวจนอุคิทาเกะหน้าเริ่มแดงและยิ้มเจื่อนๆออกมาพร้อมกับเกาหัวอย่างเขินอายให้กับความขี้ลืมของตน  ทำให้เคียวราคุหลุดยิ้มเพราะเขาออกมาได้

                “ถ้านึกได้แล้วก็ไปเริ่มเที่ยวงานทานาบาตะกันเถอะ!”เคียวราคุลุกขึ้นจากม้านั่งและพูดกับอุคิทาเกะด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นทำให้อุคิทาเกะที่รอมาตั้งแต่เช้า(แม้จะลืมบ้าง)ยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนเคียวราคุจะกุมมือพาอุคิทาเกะไปเปลี่ยนชุดยูกาตะและเดินเข้าไปในงานทันที

                ในยามค่ำคืนแห่งวันทานาบาตะที่ศาลเจ้าแห่งหนึ่งในเมืองคาราคุระผู้คนกลับคึกคักกันมาก แสงสีไฟสาดส่องไปทั่วงานไล่ความมืดมิดไปได้บริเวณกว้าง โคมไฟหลากสีสีสันถูกประดับทั่วบริเวณงาน ภายในงานมีการจัดซุ้มอาหารหลากหลายน่าตาน่าทานและบริเวณที่สำคัญคือศาลเจ้าที่เปิดให้ขอพรและทั่วบริเวณหน้าศาลเจ้ามีกิ่งไผ่ปักไว้จำนวนมากพร้อมกับของตกแต่งน่ารักๆบริเวณบนไม่ไผ่ บางส่วนมีกระดาษหลากสีห้อยไว้แล้วแต่ถ้ายังไม่ได้เขียนคำอธิษฐานพรก็มีโต๊ะอุปกรณ์พร้อมกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลากหลายสีให้เลือกได้และผู้คนสวมชุดยูกาตะมาร่วมงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มบ้างก็มากับครอบครัว บ้างก็มากับเพื่อน บ้างก็มากับคนรัก เคียวราคุและอุคิทาเกะยืนอยู่บริเวณหน้างานมองผู้คนที่ใช้ชีวิตวันนี้อย่างมีความสุขด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อุคิทาเกะที่ดูจะตื่นเต้นมากกว่าเคียวราคุหลายเท่ากวาดสายตามองซ้ายมองขวาสำรวจทุกสิ่งทุกอย่างภายในงานเสมือนเด็กน้อยอยู่แปลกที่

                “ไปกันเถอะ”น้ำเสียงชักชวนอย่างสดใส แววตาตื่นเต้นพร้อมกับมองใบหน้าเคียวราคุ ทำเอาเคียวราคุหัวใจสั่นไปขณะหนึ่งก่อนจะปรับอารมณ์ให้ปกติได้ตามเดิม มือใหญ่ของเคียวราคุเอื้อมไปกุมมือขาวของอุคิทาเกะอย่างถือวิสาสะ ความอบอุ่นจากมือหนาของเขาแผ่ไล่ความเย็นออกจากมือของอุคิทาเกะที่กำลังเย็นจนซีดเพราะค่ำแล้วทำให้มือขาวซีดเริ่มมีสีแดงฝาดขึ้นมา อุ่นชะมัด อุคิทาเกะคิดในใจก่อนชายร่างใหญ่ในชุดยูกาตะสีแดงเลือดหมูจะรั้งมือของอุคิทาเกะที่ถูกกุมนั้นให้เดินตามเขาเข้าไปภายในงาน

                นัยน์ตาสีดำของอุคิทาเกะถูกแสงสีนวลจากโคมไฟที่ถูกประดับในงานฉาบบนนัยน์ตา อุคิทาเกะเงยหน้ามองโคมไฟสีสวยก่อนจะมองไปรอบๆงานด้วยรอยยิ้มมีความสุข อาหารที่นี่น่าตาน่าอร่อยจริงๆด้วยเดี๋ยวเขาคงต้องลองสักหน่อยแล้วสิ รอยยิ้มของผู้คนที่เมืองนี้ที่ได้มากับครอบครัว เพื่อนบ้างหรือมากับคนรักก็เป็นรอยยิ้มแห่งความสุขที่ทำเอาเขาที่เดินอยู่ภายในงานมีความสุขตามไปด้วย นัยน์ตาสีดำเคลื่อนมองซ้ายขวาไปมาภายในงานเสมือนเด็กน้อยอยากรู้อยากเห็นเรื่องใหม่ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของเขา ชายหนุ่มร่างใหญ่กว่าเขานิดหน่อยสวมชุดยุกาตะสีแดงเลือดหมูตัดกับผ้าคาดเอวสีดำ ผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มที่มียางรัดผมสีขาวที่ประดับด้วยดอกไม้สีแดงชวนมองและมือหนาข้างหนึ่งที่กำลังกุมมือเขาอย่างแนบแน่น เคียวราคุเป็นคนที่อ่อนโยนและเอาใจใส่มากเลยล่ะถึงแม้ว่าภายนอกจะดูสบายๆไม่ได้เรื่องอะไรแถมยังดูบ้าผู้หญิงเสียอีกแต่ความจริงแล้วเขาจริงจังกับทุกเรื่องเลยนะถ้าเกิดว่าเขารักผู้หญิงคนไหนจริงๆแล้วล่ะก็ผู้หญิงคนนั้นต้องกำราบนิสัยเสือผู้หญิงอย่างเขาได้แน่ๆ อุคิทาเกะจ้องมองแผ่นหลังของเคียวราคุก่อนจะเผยยิ้มน้อยๆออกมา สายตาชื่นชมที่จับจ้องเคียวราคุอย่างเนิ่นนานทำให้ใบหน้าขาวเริ่มมีสีแดงระเรื่อเผยออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว

                “เจ้าเหนื่อยรึยัง อยากพักไหม”เคียวราคุที่เดินนำอุคิทาเกะมาสักพักโดยสายตาก็สาดส่องร้านค้าบางร้านเขาว่าจะซื้อของกินให้เคียวราคุสักหน่อยแล้วก็ของฝากของคนที่หน่วยและก็ของฝากอุคิทาเกะแบบเซอร์ไพรส์ ความคิดของเขาหยุดลงก่อนเขาจะเอ่ยถามและหันหลังกลับไปมองอุคิทาเกะเบื้องหลัง เคียวราคุชะงักไปเมื่อสายตาหันไปเห็นอุคิทาเกะจ้องมองมาทางเขาด้วยสายตาที่ชื่นชมแต่กลับมีอะไรแฝงอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ รอยยิ้มบางที่ไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจกันแน่  ใบหน้าแดงระเรื่อประดับด้วยดวงตาเอ่อล้นคลอไปด้วยน้ำตาตัดกับแสงโคมไฟที่สาดส่องแสงสีนวลมาที่ใบหน้าสวยของเขา ดูแล้วเหมือนกับเขากำลังจะร้องไห้

                “เจ้าเป็นอะไร จูชิโร่!”เคียวราคุรีบหันหลังกลับด้วยความตกใจ มืออีกข้างหนึ่งของเขาโอบลูบใบหน้าขาวที่แดงระเรื่อเหมือนเรียกสติทำให้อุคิทาเกะสะดุ้งตัวออกจากภวังค์ความคิดของตนเองเผยให้ดวงตาของเขาเห็นภาพใบหน้ากังวลเป็นทุกข์ที่เคียวราคุจ้องมองมาที่เขา ข้าทำให้เคียวราคุเป็นห่วงอีกแล้วสินะ ข้านี่มันแย่จริงๆ

                “อ่าข้าไม่เป็นไรๆ”อุคิทาเกะแสร้งยิ้มให้เหมือนปกติเพื่อให้เคียวราคุสบายใจก่อนจะปลดมือของตนเองออกจากพันธนาการของมือหนาและเอื้อมมืออีกข้างไปดึงมือหนาของเคียวราคุออกจากใบหน้าของเขา  ยิ่งเคียวราคุเป็นห่วงเขามากเท่าไร เขาก็ยิ่งคิดแปลกๆกับเคียวราคุมากขึ้นไปทุกที ทั้งๆที่เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหนแต่เขาไม่อยากทรยศความไว้ใจของเคียวราคุ

                “แน่ใจนะ จูชิโร่”เคียวราคุถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง สีหน้าของเขาเริ่มกังวลมากกว่าเดิมเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆที่เหมือนพยายามออกห่างจากเขาของอุคิทาเกะ

                “”อุคิทาเกะไม่ได้ตอบกลับแต่ผงกหัวเป็นคำตอบแทน

                “ถ้าอย่างนั้นเจ้าอยากพักหรือเปล่า”เคียวราคุพยายามยิ้มให้เหมือนปกติและถามด้วยน้ำเสียงปกติไม่ให้สั่นเครือเหมือนความรู้สึกภายในใจของเขา อุคิทาเกะเจ้ารังเกียจข้าแล้วใช่ไหม เจ้ารู้ความรู้สึกของข้าที่มันทำลายความเป็นเพื่อนของเราแล้วใช่ไหม

                “”อุคิทาเกะยังคงก้มหน้าเงียบและส่ายหัวเป็นคำตอบแทน

                “งั้นหรอ” เคียวราคุเอ่ยออกมาเบาๆแต่เหมือนจะบอกกับตัวเองมากกว่า อุคิทาเกะคงรังเกียจและขยะแขยงเขาแล้วแน่ๆถึงได้ไม่ตอบกลับอะไรเขาเลยสักคำ เขาไม่นึกเลยว่าวันนี้จะมาถึงจริงๆ เขารู้ว่าเขาทรยศความรู้สึก ความไว้ใจของอุคิทาเกะแต่เขาก็พยายามเก็บมันไว้ให้ลึกในก้นบึ้งของจิตใจเขาแล้ว เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้อุคิทาเกะอึดอัดและรู้ความรู้สึกจริงๆของเขา เขาทำพลาด เคียวราคุยืนนิ่งยิ้มให้กับตนเองอย่างเย้ยหยันก่อนภาพชายคนที่เขารักจะพล่ามัวลงเมื่อน้ำใสๆเอ่อล้นคลอบดบังดวงตาของเขา

                บรรยากาศบริเวณนั้นกลับเงียบสงัดและมืดสลัวแม้จะอยู่ภายในงานที่มีแสงไฟสาดส่อง เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ร่างชายหัวหน้าหน่วยทั้งสองยืนนิ่งจมกับความคิดของตนเองโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น ร่างที่ยืนประจันหน้าห่างกันเพียงไม่ถึงฟุตแต่ความรู้สึกของพวกเขาและชายเบื้องหน้าอีกคนกลับอยู่ไกลออกไปเป็นเพราะความรู้สึกที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นมา เป็นความรู้สึกที่ไม่มีวันสมหวัง ให้มันเป็นเหมือนเดิมน่ะดีแล้ว จะได้ไม่มีใครเจ็บปวดทรมานอีก

                ฟึบ!

                ร่างของเคียวราคุพุ่งเข้าประชิดร่างและโอบกอดอุคิทาเกะอย่างไม่คาดคิดแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังสงสัยกับการกระทำของตนเองเหมือนกัน อุคิทาเกะที่ก้มหน้าตำหนิตัวเองที่รู้สึกเกินเลยกับเพื่อนของเขาก็ตกใจการกระทำของเคียวราคุ  เจ้าจะมาปลอบใจข้าทำไมเคียวราคุ ถ้าเจ้ารู้ว่าข้าคิดอย่างไรกับเจ้าเจ้าจะขยะแขยงข้ามากกว่านี้ อุคิทาเกะคิดในใจก่อนจะสะกดอารมณ์น้อยใจลง เขากำลังจะร้องไห้อีกแล้ว เขามันอ่อนแอ มือเล็กทั้งสองของอุคิทาเกะพยายามดันอกให้ร่างเคียวราคุออกไปจากตัวเขา อย่าทำดีกับข้าอีกเลย ชุนซุย...

                ร่างของเขาที่ถูกแรงน้อยๆจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงของอุคิทาเกะดันอกให้ออกห่างจากร่างของเจ้าตัว เจ้ารังเกียจข้าขนาดนี้เชียวหรือ จูชิโร่ เคียวราคุหลับตาลงเพื่อสะกดอารมณ์ไม่ให้น้ำตาไหลออกมา เวลาร่วงเลยผ่านไปแม้ว่าอุคิทาเกะจะผลักไสเขาออกไปแค่ไหนเคียวราคุกลับเพิ่มแรงกระชับอ้อมกอดมากขึ้นเท่านั้น ร่างทั้งสองแนบชิดจนสัมผัสลมหายใจอุ่นและเสียงเต้นหัวใจของซึ่งกันและกันได้ มือขาวของอุคิทาเกะค่อยผ่อนแรงลงจนหยุดอย่างไร้เรี่ยวแรงยอมแพ้ที่จะผลักไสร่างเคียวราคุให้ออกไป  ภายใต้ความเงียบของบริเวณนั้นร่างของหัวหน้าหน่วยทั้งสองแนบชิดกันอย่างเนิ่นนานเคียวราคุไม่ยอมปล่อยร่างของอุคิทาเกะเสียทีเพราะถ้าหากเขาปล่อยไป อุคิทาเกะต้องรังเกียจเขาจนหนีออกไปจากชีวิตของเขาเป็นแน่ เขายอมไม่ได้ อุคิทาเกะที่ถูกสวมกอดแม้จะพยายามดิ้นขัดขืนให้เขาปล่อยแต่กลับไม่เป็นผลจนล้มเลิกความตั้งใจไป เคียวราคุเป็นคนที่ใจดีเกินไป เขาไม่อาจใช้ความใจดีนั้นรั้งให้เคียวราคุมาอยู่ดูแลเคียงข้างเขาได้ตลอดเวลา เขามันคนเห็นแก่ตัว อุคิทาเกะซบใบหน้าลงที่อกแกร่งของเคียวราคุอย่างเหนื่อยล้ากับการต่อสู้กับความรู้สึกของตนเอง เสียงหัวใจของเคียวราคุเต้นโครมครามอย่างแปลกประหลาดที่เขาได้ยินคงเพราะอยู่ใกล้ชิดร่างเจ้าตัวแบบนี้ เคียวราคุคงไม่ได้โกรธเขาหรอกใช่ไหมนะ เสียงหัวใจของอุคิมาเกะที่เต้นดังจนกระทบกับอกของเคียวราคุจนเขารู้สึกได้ทันที เขาคงไม่ได้ทำให้อุคิทาเกะตกใจกลัวจนล้มป่วยหรอกใช่ไหม คงต้องขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างเสียแล้ว

                “ข้าขอโทษ”

                “ข้าขอโทษ”

                น้ำเสียงเอ่ยคำขอโทษที่สั่นเครือถูกพูดออกมาจากหัวใจของชายทั้งคู่จนทำให้ชายคู่สนทนาอีกฝ่ายที่ได้ยินเกิดความงุนงงสงสัยขึ้นมา เจ้าจะมาขอโทษข้าทำไมล่ะ ข้าต่างหากที่สมควรขอโทษ

                “เจ้าพูดอะไรออกมาน่ะ ขอโทษข้าทำไม ข้าต่างหากที่ควรขอโทษ”เคียวราคุเด้งตัวอย่างงุนงงมาเผชิญกับอุคิทาเกะที่เงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยความสงสัย

                “อะไรของเจ้า ข้าต่างหากที่ควรขอโทษ”อุคิทาเกะพูดสวนกลับด้วยความรู้สึกผิดจ้องหน้าเคียวราคุด้วยความตั้งใจ เคียวราคุจ้องมองอุคิทาเกะในอ้อมกอดเบื้องหน้าของเขาอย่างงุนงง

                “เจ้างงอะไรหรือเปล่า ข้าต่างหากที่ต้องขอโทษ”เคียวราคุยังคงดึงดันที่จะขอโทษอุคิทาเกะให้ได้ ทำให้ทั้งคู่สลับกันเถียงเรื่องคำขอโทษสลับกันโทษว่าเป็นความผิดของตนเองกันเป็นพักใหญ่

                “เอาล่ะๆถ้าเจ้าจะขอโทษ เจ้าจะขอโทษข้าเรื่องอะไรล่ะ”อุคิทาเกะที่เถียงสู้ไม่ไหวจนเริ่มเหนื่อยหอบถามเคียวราคุชายเบื้องหน้าอย่างจริงจัง เคียวราคุที่จ้องมองใบหน้าจริงจังของอุคิทาเกะทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มร้อนขึ้นมา ความคิดในหัวเริ่มรวนเรียบเรียงคำพูดจากสมองไม่ถูก ให้ตายเถอะจะมาเขินอายอะไรกันตอนนี้ล่ะ

                “ข้า...”

                “...”อุคิทาเกะจ้องมองใบหน้ากระอักกระอ่วนพูดไม่ออกของเคียวราคุด้วยความสงสัย เจ้าคงพูดไม่ได้หรอก เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดเหมือนข้านี่เคียวราคุ “สรุปเจ้าไม่ได้...”

                “ข้ารักเจ้า จูชิโร่”เคียวราคุยื่นหน้าเข้าหาอุคิทาเกะก่อนจะรวบรวมความกล้าเผยความรู้สึกภายในใจออกมาได้ สายตาเคียวราคุสอดประสานจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอุคิทาเกะ ดูก็รู้ว่าไม่ได้พูดหยอกล้อเล่น ทำให้อุคิทาเกะที่กำลังจะพูดต่อชะงักคำพูดกลับไปทันที ความใกล้ขนาดนี้ทำให้อุคิทาเกะกดดันกับคำสารภาพได้ไม่ยาก”จะ...เจ้าล้อข้าเล่นหรือไง เจ้า...”

                “ข้ารักเจ้า จูชิโร่ รักมานานมากแล้วด้วย ข้าหลงรักเจ้าตั้งแต่ที่เราเรียนด้วยกัน...”เคียวราคุที่เห็นใบหน้าแดงไล่มาถึงหูของอุคิทาเกะที่หลบตาเบนหนีใบหน้าเขาก็อยากแกล้งขึ้นมา เขาเริ่มเปิดใจบอกความรู้สึกที่อยู่ภายในใจเขามาเนิ่นนานกระซิบบอกข้างหูอุคิทาเกะใกล้ๆจนเจ้าตัวดิ้นไปมาด้วยความเขินอาย

                “พะ...พอแล้วๆๆๆ”อุคิทาเกะที่ได้ฟังคำสารภาพรักใกล้ๆจากปากเคียวราคุก็หน้าแดงขึ้นมาทันที หัวใจเต้นระรัวสั่นโครมครามจนชายเบื้องหน้ารู้สึกได้และแกล้งกระซิบไม่หยุดจนอุคิทาเกะต้องร้องหยุดพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างดันใบหน้าของเคียวราคุออกและปิดปากเจ้าตัวเพื่อให้หยุดพูด

                ฟุบ!

                เคียวราคุคลายมือทั้งสองของอุคิทาเกะที่ดันใบหน้าเขาอยู่เลื่อนมาจับอย่างทะนุถนอมก่อนจะยกขึ้นมาฝังจมูกจุมพิตลงบนหลังมือขาวที่แสนอบอุ่นทั้งสองข้างนี้และสูดดมกลิ่นเข้าอย่างเต็มปอด ตอนนี้เขารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกที่เป็นความลับได้ถูกเปิดเผยออกมาให้อุคิทาเกะรับรู้แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้อะไรเลยมันทำให้เขายอมรับหัวใจตัวเองโดยไม่ต้องปิดบังได้เสียที อุคิทาเกะที่ยืนมองเคียวราคุอย่างประหม่าใบหน้าเขาร้อนผ่าวรู้สึกเขินอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี เคียวราคุพูดความรู้สึกภายในใจเป็นความรูสึกที่เขาไม่เคยรู้เลย การกระทำต่างๆของเคียวราคุที่ทำเพื่อเขามาตลอด ความรู้สึกห่วงใยและคอยดูแลเขาแม้จะยังไม่ชัดเจนแต่มันก็เป็นสิ่งที่สามารถบอกเขาได้ว่าเคียวราคุรู้สึกอย่างไรกับเขาแม้เจ้าตัวจะพยายามปิดบังเขาก็ตามและเขาเอง...ที่ได้รับสิ่งเหล่านั้นมาตลอดแต่กลับไม่รู้ สัมผัสความรู้สึกจากการกระทำเหล่านั้นไม่ได้เลย มันทำให้เขารู้สึกผิดมากกว่าเดิมเสียอีกหรือแม้แต่ตอนนี้ที่เขารู้สึกรักเคียวราคุ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไรแต่เขาก็พยายามปกปิดมันและยังขี้ขลาดเกินกว่าจะเอ่ยสารภาพมันออกไปได้อย่างที่เคียวราคุกล้าที่จะเอ่ยบอกกับเขา ข้า...รู้สึกรังเกียจตัวเองเหลือเกิน

                “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ข้ารู้สึกผิดนะที่บอกคำนั้นกับเจ้าไป”เคียวราคุเอ่ยด้วยสีหน้ากังวลจนอุคิทาเกะชะงักไปก่อนจะก้มหน้ารู้สึกผิดกับความคิดในใจ เคียวราคุที่ยืนอยู่เบื้องหน้าขยับกายเข้าไปโอบร่างและลูบหัวเขาอย่างเบามือเพื่อปลอบโยน เขารู้ว่าตอนนี้อุคิทาเกะกำลังสับสนอย่างหนักกับความรู้ภายในใจ เขาไม่ควรบอกเลยจริงๆ ไม่ควรทำให้อุคิทาเกะลำบากใจเลยจริงๆ เขาผิดเอง เขาผิดเอง...

                “ไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่...”อุคิทาเกะเอ่ยเสียงสั่นด้วยความสับสนก่อนจะขยับมือขยุ้มผ้ายูกาตะบริเวณอกเคียวราคุอย่างสั่นกลัว ใบหน้าขาวที่ก้มงุดซุกบริเวณอกเคียวราคุเงยขึ้นด้วยความลังเลและใบหน้าแดงก่ำก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตั้งใจอย่างแรงกล้า

                “...”

                “ข้ารักเจ้า ชุนซุย”สิ้นคำสารภาพรักของอุคิทาเกะเคียวราคุมองชายในอ้อมกอดตรงหน้าด้วยความนิ่งงัน ไม่มีถ้อยคำหลุดออกจากปากสักคำ ดวงตาเบิกโพลงมองใบหน้าสวยนิ่งค้างด้วยความตกใจ ทำไมนิ่งจนน่ากลัวขนาดนั้นเชียวล่ะเคียวราคุ

                “ข้ารักเจ้าจริงๆนะ...ไม่ใช่แบบเพื่อนด้วย”อุคิทาเกะที่เห็นชายตรงหน้าจ้องมองเขานิ่งค้างไปจนน่าตกใจจึงเอ่ยซ้ำและเอื้อมมือไปเขย่าแขนทั้งสองข้างของเคียวราคุจนร่างกายสั่นโงกเงกไปมาเรียกสติเขากลับคืนมาได้ก่อนใบหน้าคมที่จ้องมองอุคิทาเกะจะเริ่มมีสีแดงฝาดปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ

                “เอ่อ...จะ...เจ้าพูดจริงหรือ ไม่ได้หลอกข้าเล่นใช่ไหม”เคียวราคุเอ่ยถามเสียงสั่นด้วยความลังเลใจ ใบหน้าคมบิดเบี้ยวคล้ายจะร้องไห้ตามความรู้สึกภายในใจที่ไม่รู้ว่าดีใจหรืออะไรกันแน่

                “อื้ม”อุคิทาเกะเอ่ยตอบกลับ ใบหน้าหวานของหัวหน้าหน่วย13คลี่ยิ้มบางออกมาให้กับชายคนที่เขารักเบื้องหน้าอย่างมีความสุขทำให้เคียวราคุยิ้มกว้างตามรอยยิ้มอุคิทาเกะอย่างมีความสุขเช่นกัน ก่อนจะฉุดดึงร่างอุคิทาเกะเข้ามาสวมกอดอย่างโหยหา ร่างทั้งสองของหัวหน้าสวมกอดกันอย่างมีความสุขใต้ร่มไม้ในงานวันทานาบาตะความอบอุ่นและความรักอบอวลรอบกายทำลายความหนาวเหน็บในคืนวันทานาบาตะเสียสิ้น อุคิทาเกะซุกไซ้ใบหน้าลงบนอกแกร่งของหัวหน้าหน่วยที่8เบาๆ ตอนนี้เขาสบายใจมาก โล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่เขาสามารถรวบรวมความกล้าและบอกกับเคียวราคุได้ ตอนนี้ความรู้สึกของพวกเขาตรงกันแล้ว...แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อดีล่ะ อุคิทาเกะคิดในใจก่อนใบหน้าจะแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเขินอาย พูดออกไปแล้วก็ไม่กล้าสู้หน้าเคียวราคุเลยแฮะ อุคิทาเกะคิดและยังคงซุกหน้าอยู่อย่างนั้น เคียวราคุที่เคลิบเคลิ้มไปกับความรักที่เขาได้รับจากอุคิทาเกะก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ายังมีอีกเรื่องที่พวกเขายังไม่ได้ทำกันเลย

                “เจ้ายังอยากเขียนคำอธิษฐานพรอยู่อีกหรือเปล่า จูชิโร่”น้ำเสียงชักชวนของเคียวราคุที่บอกข้างหูของอุคิทาเกะทำให้เจ้าตัวเด้งตัวออกจากอ้อมกอดของเขาแสดงความดีใจจนเหมือนลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไปเสียสนิท

                “ข้าลืมไปเลย อยากสิ อยากๆๆๆ ไปกันเถอะ”อุคิทาเกะยิ้มกว้างออกมาและพูดรัวใส่อย่างรวดเร็วจนยังไม่ทันที่เคียวราคุจะจับความหมายได้มือขาวของอุคิทาเกะก็เอื้อมมาจับข้อมือของเขาและฉุดลากเขาเข้าไปที่ศาลเจ้าทันที เส้นผมยาวสีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวไปมาตามแรงเคลื่อนที่ตัดกับชุดยูกาตะสีดำสนิทดูน่าค้นหา เจ้าตัววิ่งเหยาะเบาๆและดึงเขาให้ตามไป ภาพชายหัวหน้าหน่วยที่13 อุคิทาเกะ จูชิโร่ ถูกฉายบนแววตาทั้งคู่ของเคียวราคุ วันนี้เป็นวันที่เขามีความสุขมากจริงๆ เขาไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับเขาเลยมันเกิดคาดของเขา ที่เขาชวนอุคิทาเกะมาโลกมนุษย์ก็เพราะเขาอยากให้อุคิทาเกะมีความสุขโดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องสุขภาพ อยากเห็นรอยยิ้มของคนที่เขารักที่ยิ้มอย่างมีความสุขมาให้เขา อยากให้เขาได้สัมผัสกับอิสระโดยไร้พันธนาการเรื่องของงาน หน้าที่และอื่นๆที่อุคิทาเกะต้องแบกรับไว้ในฐานะหัวหน้าหน่วยที่13แห่งโซลโซไซตี้ เขาขอแค่เพียงได้อยู่ข้างๆได้ช่วยแบ่งเบาความหนักอึ้งนั้นกับอุคิทาเกะขอแค่นั้น...ตัวเขาไม่หวังอะไรอีกแล้ว รอยยิ้มสดใสถูกประดับบนใบหน้าสวยที่หันมามองเขาด้วยใบหน้ามีความสุขทำให้เคียวราคุที่จ้องมองอยู่เบื้องหลังตกอยู่ในภวังค์แห่งช่วงเวลามีความสุขอีกครั้ง เขาไม่อยากให้ช่วงเวลานี้ผ่านพ้นไปเลย

                อุคิทาเกะชะลอฝีเท้าลงเมื่อพวกเขาทั้งสองมาหยุดอยู่ที่หน้าศาลเจ้าที่มีการเขียนคำอธิษฐานพรและนำไปแคว้นที่กิ่งไผ่ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจของวันทานาบาตะ แม้ผู้คนจะหนาแน่นคึกคักมากแต่ถ้าเทียบกับเมื่อหัวค่ำที่ผ่านมาตอนดึกตอนนี้ก็ทำให้คนเบาบางลงไปเยอะเหมือนกัน

                “นี่ๆมาเขียนคำอธิษฐานกันเถอะ”อุคิทาเกะชักชวนเคียวราคุไปที่โต๊ะที่มีอุปกรณ์การเขียนก่อนเขาจะบรรจงเลือกสีกระดาษที่ตัวเองชอบอย่างพิถีพิถัน เคียวราคุที่ลอบมองอยู่บ่อยครั้งกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างเอ็นดู หากเป็นเรื่องที่อุคิทาเกะสนใจแล้วเขามักจะแสดงท่าทางน่ารักเหมือนเด็กน้อยออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวทุกที

                อุคิทาเกะเริ่มบรรจงเขียนคำอธิษฐานอย่างตั้งใจ แม้ไม่รู่ว่าจะเป็นจริงตามที่เขาขอหรือเปล่าแต่เขาก็อยากลองเขียนดูบ้าง ระหว่างเขียนอุคิทาเกะก็ลอบมองเคียวราคุที่เขียนคำอธิษฐานบนกระดาษสีชมพูหวานพร้อมกับเผยรอยยิ้มละมุนระหว่างเขียนไปด้วย อยากรู้จังว่าเคียวราคุขอสิ่งใดถึงได้มีความสุขขนาดนี้ ถ้าเขามางานทานาบาตะบ่อยแสดงว่าเขาต้องเคยเขียนหลายครั้งแล้วสิ อยากรู้คำอธิษฐานที่ผ่านมาจังสงสัยต้องถามหลังเขียนเสร็จแล้วล่ะ อุคิทาเกะยิ้มก่อนจะหัวเราะให้กับความคิดตนเองแล้วหันไปสนใจกับกระดาษสีฟ้าที่มีข้อความเขียนค้างอยู่ต่อ

 

                ข้าขอให้โซลโซไซตี้และโลกมนุษย์มีความสงบสุขปราศจากอันตราย ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ ขอสิ่งใดก็ให้สมปรารถนา สุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคภัยและอันตราย ขอให้งานทุกอย่างเคลียร์ง่ายๆเคลียร์ไวๆ ขอให้ท่านอาจารย์เก็นริวไซอายุยืนนาน...

 

                เป็นคำอธิษฐานที่เขียนง่ายเสียจริง พอมาถึงเวลานี้เขากลับไม่รู้จะเขียนคำอธิษฐานอะไรแฮะ ให้ตายสิ อุคิทาเกะยิ้มให้กับตนเองก่อนจะสูดลมหายใจลึกคิดในใจสักพักก่อนบรรจงเขียนคำอธิษฐานต่อ

 

                ‘...ขอให้เคียวราคุมีความสุข ปลอดภัยจากอันตราย ปรารถนาสิ่งใดขอให้สมหวังแล้วก็...อยู่เคียงข้าง คอยให้คำปรึกษา คอยเป็นกำลังใจให้ข้า อยู่กับข้า...ตลอดไปนะ

 

                อุคิทาเกะมองกระดาษคำอธิษฐานในมือและยิ้มละมุนออกมาอย่างมีความสุข เคียวราคุที่อยู่ข้างๆแอบชะเง้อมองกระดาษในมือเขาบ้างทำให้อุคิทาเกะกระตุกกระดาษเข้าหาตัวปิดคำอธิษฐานเป็นความลับทันทีก่อนจะค้อนมองเขาหน้ามุ่ย อะไรกันเขาแค่อยากรู้ว่าอุคิทาเกะเขียนคำอธิษฐานอะไรลงไปบ้างเท่านั้นเอง หวา โดนงอนซะแล้ว

                เคียวราคุและอุคิทาเกะเดินเข้าไปหากิ่งไผ่สูงที่ถูกตกแต่งด้วยของประดับห้อยไว้มากมายและยังมีกระดาษเขียนคำอธิษฐานหลากหลายสีห้อยปลิวล้อลมอยู่บนกิ่งเป็นจำนวนมากก่อนทั้งคู่จะบรรจงห้อยกระดาษสีสวยของตนเองบ้างเมื่อเสร็จแล้วเคียวราคุก็ขยับตัวเข้ามายืนข้างๆร่างอุคิทาเกะที่เหม่อมองบรรยากาศภายในงานและเผยยิ้มน้อยๆออกมาด้วยความสบายใจ

                “ข้าขอถามอะไรเจ้าหน่อยได้ไหม”ท่ามกลางความเงียบของร่างทั้งสอง เคียวราคุเอ่ยคำถามขึ้นทำให้อุคิทาเกะออกจากภวังค์และหันมามองหน้าเคียวราคุที่กำลังยิ้มให้เขาอย่างสงสัย

                “ฮืม”อุคิทาเกะเอ่ยถามสั้นๆ

                “เจ้า...เขียนคำอธิษฐานอะไรลงไปบ้างหรอ”หัวหน้าหน่วยที่8ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย เขากำลังคาดหวังอะไรอยู่นะ

                “...ทะ...ทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วยล่ะ”อุคิทาเกะตอบอย่างไม่เต็มเสียงเท่าไร ประโยคด้านบนถ้าให้บอกเขาก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกแต่ถ้าให้บอกประโยคล่างๆที่เขาเขียนไปละก็...เขาคงอายเกินกว่าจะยืนข้างเคียวราคุแน่

                “หวา เสียดายจัง~ แล้วเจ้าอยากรู้คำอธิษฐานของข้าไหมล่ะ”เคียวราคุเอ่ยแกล้งน้อยใจก่อนจะลองพูดหยั่งใจของอุคิทาเกะดูบ้าง ความจริงแล้วปีที่ผ่านๆมาเขาไม่เคยคิดจะบอกคำอธิษฐานของเขาให้ใครรับรู้เลยสักคน แต่ถ้าเป็นจูชิโร่...เขายกเว้นเป็นกรณีพิเศษ

                “เจ้าอธิษฐานว่าอะไรบ้างหรอ”ชายผมขาวหัวหน้าหน่วย13หันขวับด้วยดวงตาระยิบระยับมาที่เคียวราคุอย่างสนอกสนใจทันที ทีตัวเจ้าไม่เคยคิดจะบอกข้าเลยน้า ขี้โกงชะมัด เคียวราคุคิดในใจพลางถอนหายใจและยิ้มให้กับนิสัยเด็กน้อยของอุคิทาเกะ

                “ลองแลกกันไหมล่ะ”เคียวราคุพูดเสนอขึ้นมาทำให้อุคิทาเกะที่กำลังสนใจเขาเอียงคอสงสัยขึ้นมา น่ารักชะมัด

                “เอ๊”

                “ตอนสารภาพรักข้าเป็นคนสารภาพก่อนนี่หน่า งั้นครั้งนี้เจ้าต้องเป็นคนพูดก่อนบ้างแล้วล่ะ”เคียวราคุเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ คงต้องหลอกล้อให้อุคิทาเกะพูดบ้างแล้ว ตอนที่เขาสารภาพรักกับอุคิทาเกะก็ไม่คิดว่าอุคิทาเกะจะสารภาพกลับมาทำเอาเขาสติหลุดไปไกลเลยจนกว่าจะกลับมาได้ เป็นเรื่องเกินคาดฝันที่ทำให้เขามีความสุขมากๆในชีวิต พอได้ยินคำว่ารักแล้วก็อยากให้คนที่เขารักพูดคำอื่นเกี่ยวกับเขาอีกเรื่อยๆ เขานี่มันโลภมากจริงๆ

   “เอ๊ะ!...เอ่อ”อุคิทาเกะหน้าตื่นเงียบไปสักพักก่อนจะบ่นขยับปากขมุบขมิบคนเดียว สายตาส่ายล่อกแล่กด้วยความประหม่าที่แสดงออกมาชัดเจน ทำเอาเคียวราคุที่ยืนมองอยู่ข้างๆอมยิ้มให้กับความน่ารักของเขา

                “...ข้าขอให้โซลโซไซตี้และโลกมนุษย์มีความสงบสุขไม่มีอันตราย ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ สมหวังทุกสิ่ง ร่างกายแข็งแรง งานทุกอย่างก็เคลียร์ง่ายๆไวๆ ขอให้ท่านอาจารย์เก็นริวไซอายุยืน...”อุคิทาเกะหยุดคำพูดและสูดอากาศเข้าปอดช้าๆก่อนจะถอนหายใจออกมา ใบหน้าสวยเริ่มมีสีแดงปรากฏขึ้น เคียวราคุที่ได้ฟังและมองภาพตรงหน้าจู่ๆหัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เหมือนเขากำลังตื่นเต้นรอคอยอะไรบางอย่างอยู่

                “แล้วข้าก็ขอให้เจ้ามีความสุข ปลอดภัยจากอันตราย สมหวังทุกสิ่งที่ปรารถนา...ขอให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้า คอยให้คำกับปรึกษาข้า คอยเป็นกำลังใจให้ข้า และอยู่กับข้าตลอดไป”อุคิทาเกะเงยหน้าเอ่ยอย่างจริงจังพร้อมกับมองใบหน้าเคียวราคุที่มองเขาตาค้างใบหน้าแดงจากความเขินเช่นกัน อุคิทาเกะสบสายตามองเคียวราคุด้วยความรักที่แสดงออกมาจากภายในใจ เขาอยากให้เคียวราคุรับรู้และเชื่อมั่นในความรู้สึกของเขาว่าเขาไม่ได้เข้าใจผิดว่านี่เป็นความรักแบบเพื่อน

                “อา...ทำตัวไม่ถูกเลย”เคียวราคุพูดเสียงสดใสและหัวเราะน้อยๆพร้อมกับยกมือเกาศีรษะแก้เขินไปด้วย เวลาอุคิทาเกะไม่พูดเขาก็แกล้งอยากให้พูด พออุคิทาเกะพูดแล้วเขากลับรู้สึกเหมือนโดนแกล้งกลับด้วยคำพูดที่ตรงจากความใสซื่อบวกกับความน่ารักแทงเข้าหัวใจเต็มๆ ดาเมจแรงเหลือเกิน

                “พอใจแล้วใช่ไหมล่ะ”อุคิทาเกะพูดอย่างเขินอาย ใบหน้าแดงระเรื่อหันไปมองทางอื่นแทน เคียวราคุชอบแกล้งเขาอยู่เรื่อย ตอนนี้เขาอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีหายๆไปซะ

                “อืม~”เคียวราคุตอบกลับอย่างอารมณ์ดีและยิ้มกว้างอย่างมีความสุขก่อนจะขยับกายเข้ามาคล้องแขนกอดอุคิทาเกะเข้าหาตัวเขาไว้หลวมๆ อุคิทาเกะสะดุ้งตกใจเล็กน้อยก่อนจะหันมามองหน้าเขา

                “แล้วเจ้าล่ะอยากรู้คำอธิษฐานของข้าแล้วใช่ไหม”เคียวราคุกระซิบถามข้างหูชายคนรักในอ้อมกอด อุคิทาเกะคลี่ยิ้มให้กับเขาก่อนจะผงกหัวเป็นคำตอบ

                “ข้าขอให้ทุกคนทั้งที่โลกและโซลโซไซตี้มีความสุข ปราศจากอันตราย สมหวังสิ่งที่ปรารถนา ขอให้งานน้อยลงมากๆ ขอให้ข้ามีเวลาพักผ่อนเยอะๆ แล้วก็ขอให้เจ้ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง งานน้อยลงจะได้ไม่ต้องหักโหมทำจนเสียสุขภาพ ขอให้มีความสุขมากๆปราศจากอันตราย ขอให้เจ้าดูแลสุขภาพตัวเองมากๆอย่ามัวแต่ห่วงคนอื่นเพราะข้าเป็นห่วง...”

                “...”

                “ข้าขออยู่ดูแลเจ้า เป็นทุกๆอย่างที่เจ้าปรารถนาจะให้ข้าเป็น และคำขอทุกๆปีที่ข้าเฝ้าพร่ำขออย่างไม่มีความหวังก็คือ ข้าขอเพียงแค่อยู่เคียงข้างเจ้า ดูแลเจ้า ปกป้องเจ้าจะในฐานะอะไรก็ได้ แม้ว่าในใจข้าปรารถนาอยากจะเป็นมากกว่านั้นก็ตาม...”เคียวราคุมองอุคิทาเกะและเอ่ยบอกความในใจที่เขาหวังมาตลอด เขายิ้มออกมาได้แล้วเพราะความกดดันที่เกิดขึ้นภายในใจมากมายมันสลายไปกับคำสารภาพรักของอุคิทาเกะแล้ว อุคิทาเกะที่มองเคียวราคุ ในใจกลับรู้สึกเศร้าขึ้นมาแทน เคียวราคุต้องเก็บความรู้สึกแบบนี้ไว้หลายปีโดยไม่ให้ใครรู้แม้แต่ตัวเขา ถ้าเขารู้สึกถึงความรักของเคียวราคุไวกว่านี้ล่ะก็เคียวราคุจะไม่ต้องเจ็บปวดนานขนาดนี้ อุคิทาเกะคิดแล้วเจ็บใจตัวเองก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปสวมกอดเคียวราคุเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของเคียวราคุ หัวหน้าหน่วยทั้งสองสวมกอดกันอย่างรักใคร่และโหยหาซึ่งกันและกัน อ้อมกอดนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาไม่ว่าจะเป็นความรัก ความเจ็บปวด ความห่วงใยฯลฯ ที่พวกเขากำลังแบ่งปันความรู้สึกเหล่านั้นให้แก่กันผ่านอ้อมกอด ให้อ้อมกอดช่วยเยียวยาและบรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นให้เบาลง และมีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่รับรู้ถึงมันได้

                ปัง!

                เสียงพลุฉลองวันทานาบาตะดังขึ้นพร้อมกับลูกพลุที่พุ่งขึ้นและแผ่กระจายบนท้องฟ้า ปรากฏไฟสีสวยหลากสีสันสว่างวาบทั่วบริเวณงาน ร่างของหัวหน้าทั้งสองคลายอ้อมกอดออกจากกันเหลือเพียงมือหนาของเคียวราคุที่กุมมือของอุคิทาเกะอย่างทะนุถนอม ทั้งคู่ส่งยิ้มให้แก่กันก่อนจะเงยหน้ามองพลุบนฟ้าที่สว่างขึ้นอีกหลายต่อหลายครั้งอย่างมีความสุข

                “เออใช่!”เคียวราคุพูดโพล่งขึ้นเหมือนพึ่งนึกถึงเรื่องบางอย่างออกระหว่างที่ทั้งเขาและอุคิทาเกะยืนชมพลุกันทำให้อุคิทาเกะหันมองตามเสียงของเขาด้วยความสงสัย

                “มีอะไรหรอ เคียวราคุ”อุคิทาเกะหันมามองและถามเคียวราคุด้วยสีหน้าสงสัย

                “ยังมีอีกคำขอหนึ่งที่ข้าพึ่งเริ่มขอครั้งนี้ครั้งแรกน่ะ”เคียวราคุหันมาพูดกับอุคิทาเกะด้วยแววตามีเลศนัยและยิ้มน้อยๆอย่างเจ้าเล่ห์

                “อะไรหรอ”อุคิทาเกะถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอีกครั้ง เคียวราคุขออะไรเพิ่มกันนะ

                “ข้าขอให้หัวหน้าหน่วยที่13 อุคิทาเกะ จูชิโร่ ยอมตกลงคบเป็นคนรักของข้าน่ะ”เคียวราคุเอ่ยพร้อมกับยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อุคิทาเกะที่ได้ยินก็ยิ้มแหยๆนิ่งงงไปสักพักก่อนเขาที่เขาจะรู้ตัว ใบหน้าสวยแดงเถือกลามไปถึงใบหูด้วยความเขินอายอย่างหนัก นี่มันคำขอคบชัดๆ  อุคิทาเกะได้แต่ยกมืออีกข้างมาปิดหน้าเพื่อหลบเคียวราคุที่ยืนยิ้มแกล้งเขาอยู่ข้างๆโดยที่เขาหลบหนีไปไหนไม่ได้เลยเพราะมืออีกข้างของเขาถูกมือหนาของเคียวราคุพันธนาการไว้อยู่

                “จะเจ้า เจ้า”

                “จะมีสิ่งใดช่วยดลบันดาลให้คำขอของข้าเป็นจริงได้น้า~”เคียวราคุเอ่ยและหัวเราะอย่างติดตลก อุคิทาเกะได้แต่เงียบไปไม่ใช่ว่าเขาจะปฏิเสธแต่เขาไม่อยากอยู่เคียงข้างเคียวราคุโดยที่ตัวเขาเหมือนเป็นภาระให้เจ้าตัวดูแลอยู่เสมอ

                “

                “เจ้าจะทำให้คำขอของข้าเป็นจริงได้หรือเปล่า จูชิโร่”เคียวราคุเอื้อมมือไปจับแขนอุคิทาเกะทั้งสองข้างให้หันมาเผชิญหน้ากับเขาพร้อมกับถามอย่างจริงจัง เขารักอุคิทาเกะมากนะแต่เขาก็ไม่อยากฝืนใจอุคิทาเกะให้รับรักเขา แม้ว่าเจ้าตัวจะปฏิเสธอย่างไรก็ตาม ตัวของเขาก็คิดว่าจะอยู่เคียงข้างคนๆนี้ตลอดไปอยู่แล้วไม่ว่าจะฐานะอะไรก็ตาม

                “เจ้ารับที่ตัวข้าเป็นอย่างนี้ได้หรือ”อุคิทาเกะเอ่ยด้วยสีหน้ากังวล คงหมายถึงสุขภาพของเขาสินะ เคียวราคุนึกได้ก็หัวเราะน้อยๆออกมา

                “ไม่มีเรื่องไหนที่ข้าไม่รู้เกี่ยวกับเจ้านี่ อุคิทาเกะ ไม่ว่าจะด้านดีหรือไม่  ข้ายอมรับเจ้าได้ทุกอย่างเพราะทุกสิ่งนั่นก็คือเจ้า คนที่ข้ารักไงล่ะ”เคียวราคุเอ่ยด้วยความจริงที่ออกมาจากหัวใจพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับชายที่เขารักก่อนจะเอื้อมมือไปลูบเส้นผมยาวอ่อนนุ่มสีขาวราวกับหิมะอย่างทะนุถนอม อุคิทาเกะมองใบหน้าเขาอย่างซึ้งใจก่อนจะคลี่ยิ้มบางออกมาให้ใจของเคียวราคุสดใสขึ้น

                “เจ้าจะรับรักข้าได้หรือเปล่า  จูชิโร่”เคียวราคุมองประสานตากับอุคิทาเกะ ถามคำถามอีกครั้งและยิ้มอย่างมีความหวัง “คบกับข้านะ จูชิโร่”

                “อื้อ! ข้ายอมแล้วๆๆ”อุคิทาเกะเอ่ยพร้อมกับระบายยิ้มสดใสอย่างมีความสุขทำให้หัวใจเคียวราคุเต้นโครมครามอีกครั้ง “คำขอของเจ้าเป็นจริงแล้วนะ ชุนซุย”

                “อื้อ ข้าดีใจ ดีใจที่สุด ดีใจมากๆเลย ฮ่าๆๆๆ”เคียวราคุระเบิดหัวเราะออกมาอย่างดีใจสุดขีดก่อนจะถือวิสาสะอุ้มร่างของอุคิทาเกะขึ้นและกระโดดโลดเต้นแสดงอาการดีใจจนอุคิทาเกะตกใจเสียหลักก่อนจะคว้าคอของเคียวราคุเป็นหลักได้

                “อา ข้าขอโทษๆข้าดีใจมากไปหน่อย แฮะๆ”เคียวราคุเอ่ยคำขอโทษและยิ้มแหยๆ ขณะที่ยังอุ้มร่างอุคิทาเกะให้นั่งบนแขนของเขาด้วยแขนข้างเดียว เหมือนอุ้มเด็กน้อยไม่มีผิดเลยแฮะ

                “เจ้านี่มัน”อุคิทาเกะที่นั่งบนแขนเคียวราคุทำให้เขาสูงกว่าใช้กำปั่นเขกหน้าผากเคียวราคุเบาๆเพื่อเป็นการลงโทษ เล่นอะไรผลีผลามเป็นเด็กไปได้

                “โอ๊ย ข้าเจ็บน้าๆ~”เคียวราคุเอ่ยเสียงอ่อยแกล้งเบ๊หน้าเจ็บก่อนจะเปลี่ยนเรื่องกลับมาขี้เล่นเหมือนเดิม “แล้วตกลงตอนนี้ข้ากับเจ้า เอ๊ะไม่สิ เรา เป็นคนรักกันแล้วเนอะ~”เคียวราคุยิ้มกว้างถามอย่างมีความสุข

                “ก็ต้องแน่อยู่แล้วสิ”อุคิทาเกะพูดพร้อมกับยิ้มสดใสให้เคียวราคุจนหัวใจของเขาพองโต ทำไมเจ้าถึงน่ารักเสมอต้นเสมอปลายขนาดนี้นะ จูชิโร่ เคียวราคุยิ้มเหม่อและมองอุคิทาเกะที่ถูกเขาอุ้มอย่างใกล้ชิดด้วยสายตาหยาดเยิ้ม

                “เอ่องั้นข้าขอจูบเจ้าได้ไหมง่า”เคียวราคุถามอ้อนทำตาปริบๆเหมือนเด็กจนทำให้อุคิทาเกะหันขวับด้วยสีหน้าตื่นตะหนก

                “จะเจ้าออกลายเสือผู้หญิงไวไปไหมฮะ!”อุคิทาเกะพูดเสียงสั่นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ จะจูบเขาในงานที่ผู้คนพลุกพล่านขนาดนี้ทั้งๆที่เขาพึ่งรับรักเจ้าบ้าชุนซุยไปเนี่ยนะ! ทำไมถึงเจ้าชู้ขนาดนี้!

                “กับเจ้าคนเดียวนั้นแหละ”เคียวราคุวางร่างอุคิทาเกะลงบนพื้นข้างๆเขาที่เดิมก่อนจะเอ่ยเสียงงอนใบหน้าเศร้าละห้อยก่อนจะพล่ามเหมือนคนเมาเหล้าต่อ “ข้ารอเจ้ามาตั้งหลายสิบ หลายร้อยปีนี่หน่า”

                “ข้าไม่เคยแตะต้องเจ้าเลยนะ ระหว่างที่ยังไม่ได้เป็นคนรักกัน”

                “

                “แล้วข้าก็รักเจ้ามากๆๆๆๆมากกว่าใครด้วย ข้ามั่นใจ”

                “

                “แล้วข้าก็”คำพูดของเคียวราคุหยุดชะงักหายไปพร้อมกับริมฝีปากนุ่มของอุคิทาเกะที่ประทับขึ้นไปประกบพอดี เคียวราคุมองอุคิทาเกะที่เขย่งตัวเล็กน้อยขึ้นมาจูบเขาอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง แม้ว่าจะเป็นแค่การใช้ริมฝีปากแตะแต่ก็ทำให้เคียวราคุมีความสุขมากๆ เคียวราคุเคลื่อนตัวไปโอบกอดรั้งร่างให้อุคิทาเกะอยู่ใกล้ชิดเขามากกว่าเดิมพร้อมกับเอื้อมมือหนาข้างหนึ่งขึ้นมาโอบเกลี่ยใบหน้าสวยอย่างเบามือจวบจนเวลาครู่หนึ่งอุคิทาเกะจึงถอนริมฝีปากไปอย่างเขินอาย

                “ข้าให้เป็นรางวัลของเจ้า สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำเพื่อข้านะ”อุคิทาเกะเบนหน้ามองทางอื่นและใช้หลังมือถูริมฝีปากเบาๆอย่างเขินอายหลังเขาเป็นคนเริ่มจูบเคียวราคุก่อน 

                “อื้ม ขอบคุณนะ จริงๆข้าแค่ถามเล่นเฉยๆไม่คิดว่าเจ้าจะเอาจริง”เคียวราคุเอ่ยหยอกล้อทำให้อุคิทาเกะหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้งแต่ไม่รู่ว่าเพราะเขินอายหรือโกรธกันแน่

                “เจ้าหลอกข้าหรอ”อุคิทาเกะเอ่ยเสียงดังพร้อมตีแขนเคียวราคุ “เจ้านี่มัน” ก่อนคำพูดจะหายไปพร้อมกับริมฝีปากเคียวราคุที่ทาบทับลงมาปิดปากอุคิทาเกะก่อนจะถอนออกไปด้วยความรวดเร็วเหมือนต้องการให้อุคิทาเกะหยุดบ่น ทำให้อุคิทาเกะทำอะไรไม่ได้นอกจากจ้องหน้าเคียวราคุกลั้นคำพูดด้วยใบหน้าโกรธจนเหมือนจะร้องไห้พร้อมกับตัวสั่นเพราะความโกรธ ทำไมตอนโกรธยังดูน่ารักขนาดนี้นะ น่ารักชะมัด เคียวราคุมองอุคิทาเกะและยิ้มอย่างเอ็นดู

                “แต่ข้าชอบจูบของเจ้านะ ดูไร้เดียงสา น่ารักดี”เคียวราคุเอ่ยยิ้มหยอกล้อและบีบแก้มขาวของอุคิทาเกะอย่างเบามือด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มละมุนมีความสุขจ้องมองดวงตาอุคิทาเกะด้วยแววตาอ่อนโยนและโอบใบหน้าขาวอย่างหลงรัก“ข้ารักที่เจ้าเป็นแบบนี้นะ ข้ารักเจ้า จูชิโร่”

                “เจ้าบ้าชุนซุย ข้าก็เขินเป็นนะ” อุคิทาเกะพูดด้วยความเขินอายก่อนจะระบายยิ้มสดใสออกมาอย่างมีความสุข ดวงตาคู่สวยมองสบกับดวงตาของเคียวราคุอย่างไม่ละสายตา “ข้าก็รักเจ้านะ ชุนซุย”

                คำบอกรักถูกถ่ายทอดออกจากหัวใจของหัวหน้าหน่วยทั้งสองทำให้เคียวราคุและอุคิทาเกะส่งยิ้มให้กันอย่างมีความสุขและเข้าสวมกอดกันด้วยความรักภายใต้แสงสว่างจากโคมไฟและพลุหลากสีสันรายล้อมท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข ความรักและความหวังในค่ำคืนวันทานาบาตะ แม้ว่าในค่ำคืนวันนี้เคียวราคุจะไม่ได้หวังว่าคำอธิษฐานที่เขาพร่ำขอมานานหลายปีจะสมหวัง เขาเพียงต้องการแค่ให้ชายคนที่เขารักมีความสุข มีรอยยิ้มโดยที่เขาขอเพียงแค่อยู่ข้างๆ แม้ว่าอุคิทาเกะจะไม่ได้หวังให้ตัวเขารับรู้หัวใจ รู้ความรู้สึกของตนเอง เขาหวังเพียงแค่มีชายคนที่เขารักและไว้ใจคอยอยู่ข้างๆ แต่ความรู้สึกเหล่านั้นของพวกเขาทั้งสองก็ได้เปิดเผยให้แก่อีกฝ่ายรับรู้จนความรู้สึกของทั้งสองมาบรรจบกันพอดีก่อเกิดเป็นความรักความผูกพันครั้งใหม่สืบต่อจากความรักแบบเพื่อนที่พวกเขาทั้งคู่เริ่มสร้างร่วมกันในฐานะคนรักและต่อๆไปในฐานะคู่ชีวิต

 

                             -  END  -


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


Talk : ลงไป 25% แว้วว เนื้อเรื่องคู่นี้จะเป็นแนวชีวิตประจำวัน จะไปเรื่อยๆนะคะ ค่อยๆให้เห็นความสัมพันธ์ที่เติบโตของทั้งคู่ค่ะ แล้วเราจะรีบมาต่อเร็วๆน้าา ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยเน้อ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้า ^v^ (7/8/2559)


          มาต่อแล้วน้าาา หายไปประมาณอาทิตย์นึงเลย 5555 เราคาดว่าความถี่ที่ลงแต่ละพาสก็คงประมาณ 1 อาทิตย์นี่แหละค่ะ รอหน่อยเนอะ ช่วงนี้ความเร็วที่จะลงคงได้แค่นี้จริงๆเพราะร่างจะแหลกไปกับการสอบแล้วค่ะ ทรมานมากกกก 5555 อย่างไงก็ขอบคุณที่ติดตามแล้วก็ที่เข้ามาอ่านกันน้าา ^+++^ (13/8/2559)


           ลง 75% แล้ววว เหลืออีกอีกนิดเดียวเท่านั้นบทสรุปของหัวหน้าหน่วยทั้งคู่จะเป็นอย่างไรต้องติดตามน้าาา ขออีกนิดนึงเราไล่อ่านบลีชย้อนหลังจนมาถึงปัจจุบันตอนสุดท้ายที่จบในมังงะอยากบอกว่าใจหายมากเพราะอย่างน้อยบลีชก็ถือว่าเติมโตมาพร้อมกับเราเลย ก็ขอแสดงความดีใจกับอาจารย์คุโบะที่เขียนจบแล้วหวังว่าจะมีมังงะเรื่องใหม่ๆให้เราได้ติดตามอีกนะคะ ส่วนเรื่องคู่ชิพ เรือเราแตกค่ะ5555คู่นอร์มอลเป็นอะไรที่ตะเตือนไตมาก ไม่ใช่ไม่ชอบนะแต่ไม่ค่อยอินเท่าไร5555 เราเชียร์อิจิลูนะแต่เร็นลูก็โอเค5555 ส่วนเคียวราคุอุคิทาเกะเราก็จะชอบตลอดไปค่ะ แม้ว่าจะอยากร้องไห้กับการจากไปของอุคิทาเกะก็ตาม(เสียใจง่า T0T) อย่างไงก็แต่งต่อแน่นอนค่ะ ด้วยรักและชื่นชอบ5555 เวิ่นเว้อมาพอแล้วไปดีกว่า ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันน้า ขอให้อ่านกันให้สนุกนะคะ ^[]^/ (21/8/2559)


          ครบ 100%แล้วค่าาา จบบริบูรณ์สำหรับคู่ลุงเคียวราคุและอุคิทาเกะ เป็นอีกคู่ที่เราชอบในความละมุน ความห่วงใย เป็นห่วงกันและกันของทั้งคู่นี้แหละค่ะ เฮ้อออ ไม่อยากให้bleachจบเลยค่ะ คิดถึงทุกคน(เวิ่นเว้ออีกและ) 5555 เราขอจบแบบสวยงามอย่างที่เราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกโดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับตอนจบของBleachจริงๆนะคะ เราอยากให้Happy Ending มากกว่าอ่ะค่ะ55555 มีอะไรแนะนำ ติชม เสนอแนะเกี่ยวกับการเขียนได้น้าาา เนื้อเรื่อง บทบรรยาย บทสนทนา คำผิด ฯลฯ เรายินดีรับเพื่อนำไปปรับปรุงต่อๆไปค่าา ขอบคุณสำหรับการติดตาม คอมเมนท์และทุกยอดวิวที่เข้ามาอ่านนะคะ ไว้เจอกันใหม่น้าา บ๊ายบายย ^0^/ (27/8/2559)

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ กระเบนเรืองแสง~* จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 J_MiNi_Ga (@Shoyu_World) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 22:30
    ฟินนนนน
    #3
    1
    • #3-1 WDLoR (@-valensia-) (จากตอนที่ 1)
      14 เมษายน 2562 / 15:22
      ดีใจที่ชอบค่าา คู่แห่งความโรแมนติกเลย 5555 ฟินนน ^0^ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ^v^/
      #3-1
  2. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 00:05
    อยากอ่านอีกจังเลยค่ะ ถ้าเป็นไปได้ แต่งอีกนะคะ ชอบคู่นี้มากเลย
    #2
    1
    • 8 พฤศจิกายน 2559 / 23:50
      ดีใจที่ชอบน้าาา แล้วก็ดีใจที่ชอบคู่นี้เหมือนกัน//จับมือๆ ถ้ามีโอกาสก็จะแต่งอีกนะคะ(ทุบไหดองแปบ)55555 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่าา ^0^
      #2-1
  3. #1 ukitakekisuke (@ukitakekisuke) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 23:12
    สู้ๆครับติดตามๆ?
    #1
    1