ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    [Fic KHR] XS l Under the Dark Sky

    ลำดับตอนที่ #13 : 13th night

    • อัปเดตล่าสุด 29 เม.ย. 53


    NOTE : ตอนนี้ก็เป็นตอนสุดท้ายของพาร์ทที่ 1 นะครับ(//มีด้วย??) คือจริงๆตอนเขียนเรื่องนี้แรกๆก็ไม่ได้กะจะให้แบ่งเป็นพาร์ทอะไร แต่ว่าพอดุเนื้อเรื่องหลังจากนี้ผมอยากจะให้คาร์ลอสโซ(ซึ่งตอนแรกเป็นแค่ตัวประกอบ)มีบทบาทมากขึ้นน่ะครับ ดังนั้นพาร์ทนี้จึงจะบทแค่นี้ บทหน้าจะเป็นตอนพิเศษนะครับ แล้วก็จะมาอัพบทที่ 14 ต่อไปในอีกสองสัปดาห์ กร๊ากๆๆ ขอโทษล่วงหน้านะครับ


    บทที่ 13

    ร่างโปร่งบางปลีกตัวออกมายืนมองจันทร์เสี้ยวบนระเบียงอย่างเดียวดาย

    หลังเต้นรำกับคาร์ลอสเสร็จ สควอโล่ซึ่งเดินไปมาอย่างไร้ทิศทางอยู่ในงานก็ถูกชาย 2-3 คนเข้ามาชวนเต้นรำ ก่อนที่เขาจะเดินจากออกมาจากงานโดยไม่คิดเดินเข้าไปหาร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน

    เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูดทิ้งท้ายเอาไว้มันทำให้เขาคิดไม่ตกขึ้นมา...

    ................................................................................

    "คุณรักผู้ชายคนนั้นมากเลยสินะครับ?" น้ำเสียงรื่นหูนั้นพูดขึ้นง่ายๆราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดา

    "เปล่า..เปล่าซักหน่อย!!" คนในวงแขนขึ้นเสียงเล็กน้อย

    "แล้วทำไมคุณถึงทำสีหน้าแบบนั้นล่ะครับ?"

    "เอ๋?"...ตัวเขาทำสีหน้าแบบไหนออกไปกัน?...

    "เวลาที่คุณมองเขา... แววตาของคุณจะเศร้าลงทันทีเลยนะครับ.." ร่างที่สูงกว่าอธิบายก่อนจะพาร่างระหงเดินออกจากฟลอร์เมื่อเพลงสิ้นสุดลง

    "ไม่หรอก...ฉันรักเขาไม่ได้..."

    "ทำไมล่ะครับ?"

    สควอโล่ไม่ตอบคำหากเพียงส่ายหน้าแช่มช้า

    ...ก็เพราะตัวเขาเป็นผู้ชายอย่างไรล่ะ...

    ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มแผ่วเบา "ถ้าคุณไม่ได้รักเขาแล้ว...จะยอมมาเป็น 'ของผม' มั้ยล่ะครับ?" เขาพูดก่อนรั้งร่างในชุดสีสดเข้าไว้ในอ้อมกอด

    ฉลามคลั่งในคราบหญิงสาวถูกความสับสนพุ่งเข้าจู่โจมอย่างกะทันหัน "เอ๋? หา??"

    "ว่ายังไงครับ?... ผมให้คุณได้ทุกอย่างขอเพียงแค่คุณพูดมา และผมก็มั่นใจว่าจะสามารถดูแลคุณได้ดีกว่าเขา..."

    ร่างโปร่งหรี่ตามองใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลักนั้นนิ่ง "...นายยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันเป็น 'ใคร' ..."

    แม้จะสบลึกลงไปในดวงตาสีเมทัลลิกนั้นมากแค่ไหน แต่แววตาของคนที่เขาคิดว่าช่างเจ้าชู้เหลือเกินนั้นกลับไม่มีแม้การล้อเล่นสะท้อนให้เห็น ซ้ำริมฝีปากคู่นั้นยังขยับเอื้อนในสิ่งที่เขาไม่อยากเชื่อที่สุดออกมา

    "ถ้าผมจะบอกว่าผมรู้ล่ะครับ?"

    นิ่งไปนิดหนึ่งกว่าที่เขาจะเอ่ยปัดอย่างไม่มั่นใจ "ไม่หรอกไม่มีทาง"

    ใบหน้าคมยิ้มขบขันให้กับท่าทางนั้น ก่อนฉวยโอกาสกระซิบแนบเข้ากับใบหูนุ่ม "รองหัวหน้าแห่งวาเรีย... สเปลบี สควอโล่ สินะครับ?..."

    อความารีนน้ำงามเบิกกว้างอย่างตกใจ "ร..รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่??"

    "ตั้งแต่แรก" คำตอบนั้นช่างง่ายจนเขาไม่อยากเชื่อหู

    "ถ้าอย่างนั้นทำไม?"

    ...ทำไมถึงไม่หัวเราะเยาะสภาพที่น่าสมเพชขนาดนี้?

    ...ทำไมถึงไม่ดูถูกที่เขาทำตัวเยี่ยงผู้หญิงชั้นต่ำ?

    ...ทำไมถึงมาขอเขาเต้นรำ?

    หลากคำถามฉายชัดบนดวงตาสีซีด หากไม่อาจเรียบเรียงออกมาได้เป็นประโยคที่ชัดเจน แต่ชายหนุ่มกลับจ้องลึกเขามาในนดวงตาของเขาก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    "เพราะผมชอบคุณ"

    "หา?" สควอโล่ได้แต่ย่นหัวคิ้ว ใบหน้าสวยสะท้อนความงงงวยอออกมาชัดเจน ด้วยไม่เคยฟังคำสารภาพจากเพศเดียวกันที่ตรงขนาดนี้มาก่อน

    ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ "ฮะๆ คุณคงจำไม่ได้... แต่ว่าผมกับคุณเคยพบกันมาก่อนครับ.."

    "เคย??" เรียวคิ้วย่นหากันหนักขึ้น

    นักธุรกิจหนุ่มขำพรืด เมื่อเห็นท่าพยายามคิดอย่างเอาเป็นเอาตายของอีกฝ่าย "แต่เมื่อคุณมีคนที่รักมากอยู่แล้วผมก็ไม่คิดจะเป็นมือที่สามหรอกครับ...หึๆๆ"

    "ก็บอกว่าไม่ได้รักไงล่ะ!!" ร่างโปร่งแหวเสียงดังเมื่อแขนที่กอดรัดเขาไว้คลายออก

    "จริงๆเหรอครับ?"

    "จริงสิ!!"

    "จริงนะครับ?"

    "เออ!"

    "แน่ๆนะครับ?"

    "เออ!"

    "งั้นผมไม่ตัดใจจากคุณก็ได้สินะครับ?"

    "ก็บอกว่าเออไง!!!" สควอโล่ตอบอย่างสุดทนโดยไม่แม้ฟังคำถาม กินเวลาเกือบนาทีกว่าที่ร่างโปร่งจะคิดได้ว่าคนตรงหน้าถามเขาว่าอะไรและเขาได้ตอบอะไรออกไป

    คาร์ลอสโซกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่กับความซื่อใส และสีหน้าหลากหลายที่ฉลามคลั่งคนนี้แสดงออก "ฮะๆๆๆ ขอบคุณมากครับ วั้นผมจะไม่ตัดใจจากคุณล่ะ..."

    คนถูกหัวเราะใบหน้าแดงซ่านอย่างห้ามไม่อยู่ "ไม่ใช่อย่างนั้นเว้ย!"

    ชายหนุ่มยืดตัวตรงขยับหมายจะพูดอะไรซักอย่าง หากคนติดตามที่สควอโล่จำได้ว่าเป็นคนยกกระเป๋าเอกสารเข้ามาให้ก่อนหน้านี้ก็ปรากฏตัวขึ้น และเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างกับเจ้านายของตน ทั้งสองคุยกันอยู่ครู่หนึ่งด้วยสีหน้าจริงจัง หลังจากนั้นชายหนุ่มจึงหันกลับมาหาเขาพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม มือแข็งแรงยกมือเรียวของฉลามหนุ่มขึ้นจุมพิตเบาๆ "เป็นเกียรติที่ได้พบกับคุณแม้จะเป็นช่วงสั้นๆครับ"

    สควอโล่มุ่ยหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจ "ฉันไม่ได้มีค่ามากขนาดนั้นหรอก"

    "ฮะๆๆ มากเกินพอเลยล่ะครับ..." เจ้าของนัยน์ตาสีเมทัลลิกพูดทิ้งท้ายก่อนเดินจากไป

    ................................................................................

    ...'รัก' งั้นเหรอ?...

    ...ไม่ใช่หรอก...

    เขาเพียงแค่ต้องการอยู่ใกล้ๆ...แค่เพียงอยากจะเห็นหน้า...

    แค่อยากให้ดวงตาคู่นั้นมีภาพของเขาฉายอยู่...

    แค่อยากให้ปฏิบัติกับเขาไม่ใช่ในฐานะของเล่น...

    แค่รู้สึกปวดแปลบยามนึกถึง...

    ...รู้สึกสบายใจเมื่อได้อิงอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงนั้นก็เท่านั้น...

    ...มันไม่ใช่ความรักหรอก...

    อความารีนน้ำงามเบือนขึ้นเบื้องบน สู่ท้องนภาสีดำกว้างใหญ่

    มือเรียวค่อยๆเอื้อมออกอย่างไร้จุดหมาย ...สิ่งที่ไขว่คว้าไว้ได้มีเพียงความว่างเปล่า...

    ...ไม่มีวันจะเอื้อมถึง...

    ร่างโปร่งผินกายหันหลัง ไม่ต้องอาศัยเวลาเขาก็สามารถมองเห็นคนที่เปรียบดั่งผืนนภานั้นได้อย่างง่ายดาย

    คนๆนั้นที่ไม่คิดจะตามหาเขาซึ่งหายตัวออกมาจากงานเลยด้วยซ้ำ

    "ฉันไม่ได้รักแกหรอก..." เสียงเอ่ยหวิวแว่วคลอกับสายลมอ่อนจางที่โอบล้อม

    ตำแหน่งภริยาหัวหน้าแห่งวาเรียนั้นคงจะน่าหอมหวานมาก เจ้าของตำแหน่งจึงได้มีหญิงสาวมากมายล้อมหน้าล้อมหลังตลอดเวลา

    "รักไม่ได้หรอก..."

    แม้แซนซัสจะประกาศว่าเขาเป็นของเล่นและทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แต่สำหรับเขาแล้วมันผิดกัน...เขาไม่มีสิทธิ์ในตัวฝ่ายนั้นแม้เพียงนิด...

    "ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดถึงเรื่องแบบนั้นด้วยซ้ำ..."

    ...นี่น่ะมันต้องไม่ใช่ความรักอย่างแน่นอน...

    ความรู้สึกที่สามารถมีได้มันก็เป็นเพียงความลุ่มหลงในผืนนภาเท่านั้น

    "เฮ้! สควอโล่!" เสียงของใครบางคนแหวกห้วงความคิดของเขาข้ามากะทันหันจนเขาสะดุ้งสุดตัว

    เขาค่อยๆเบือนสายตาไปยังต้นเสียง ก่อนลมหายใจจะถูกผ่อนออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นร่างนั้นชัดๆ "ไอ้ม้าขี้แหย..."

    "ฮะๆๆ ใช่นายจริงๆด้วย"

    "รู้ได้ไง?" สควอโล่เอ่ยถามแต่หัวหน้าแห่งคาบัคโรเน่กลับตอบง่ายๆโดยชี้ไปยังเส้นผมที่ถูกรวบขึ้น

    "พอดีกำลังมองหานายอยู่ แต่ไม่เจอซักที แล้วก็นึกไปถึงคนที่เดินลงมาที่ห้องโถงกับแซนซัส ก็เลยคิดว่าน่าจะใช่น่ะ" ดีโน่ว่าพลางสาวเท้าเข้าหา

    "ไม่คิดด้วยแหละว่านายจะแต่งตัวแบบนี้" หัวเราะเบาๆเมื่อคนตรงหน้าถึงกับตัวแข็ง "โดนแซนซัสบังคับล่ะสิ?"

    ร่างบางไม่ตอบหากสีหน้าที่บูดบึ้งนั้นก็เพียงพอแล้ว

    "ข้างนอกหนาวจะตายไปหาอะไรดื่มกันเหอะ"

    "ก็ได้" ร่างบางผละตัวออกจาระเบียง "แต่อย่าเรียกชื่อจริงล่ะเดี๋ยวความแตกหมด"

    "ฮะๆ โอเคครับ งั้นกรุณาให้เกียรติเป็นคู่ควงผมด้วย"

    "เอาสิไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่" แขนเรียวสอดเข้าคล้องกับคนที่ยืนรออยู่แล้ว

    ...ไม่อยากจะมายืนคิดถึงคนที่ไม่สนใจเขาอีกแล้ว...

    ................................................................................

    "นี่! ฟังนะไอ้ม้าขี้แหย... ไอ้บอสบ้านั่นน่ะ งี่เง่าที่สุด!!" สควอโล่คว้าแก้วแชมเปญขึ้นดื่ม

    "ครับๆงี่เง่าครับ" ดีโน่รับคำหลังฟังคำบริพาทเป็นรอบที่ 8

    "ชอบแกล้งฉันอยู่เรื่อย...เห็นฉันเป็นของเล่น!!"

    "โอ๋ๆๆ" ม้าพยศลูบเรือนผมสีเงินนิ่มนั้นแผ่วเบา

    "ดูสิบังคับให้ฉันแต่งตัวบ้าๆแบบนี้ แล้วก็หายไปไหนก็ไม่รู้" เสียงแผ่วลงก่อนคว้าแชมเปญขึ้นดื่มอีกแก้ว

    "เฮ้! นี่ดื่มเยอะไปแล้วนะ!"คนพูดแย่งแก้วจากมือเรียวแต่เจ้าตัวกลับยึดเอาแก้วบรรจุของเหลวสีทองไว้แน่น "ไม่เอาจะกิน"

    "ทำตัวดีๆหน่อยสิ"

    "ไม่เอา...ถึงฉันจะทำตัวแบบไหนก็ไม่เห็นมีใครมาสนใจอยู่แล้วนี่"

    "อย่าพูดแบบนั้นสิ..ไม่สมเป็นนายเลยนะ" ดีโน่ขมวดคิ้ว

    ร่างโปร่งวางแก้วในมือลงจนได้ในที่สุด ก่อนจะยกแขนโอบรอบลำคอของคนตรงหน้า ให้เจ้าของนัยน์ตาสีทองต้องออกอุทานอย่างตกใจ "เฮ้!! ทำอะไรของนายน่ะ?!"

    "พาไปที่ห้องหน่อยสิ"

    "หา?"

    "ง่วงแล้ว..พาไปนอนหน่อย"

    "แล้วแซนซัสล่ะ?"

    "...ฉันไม่สนใจคนแบบนั้นหรอก..." จบคำร่างโปร่งก็ถูกระชากให้ถอยห่างจากร่างของหัวหน้าแห่งคาบัคโรเน่อย่างแรง

    "เจ็บ!!" คนยังไม่สร่างเมาร้อง ก่อนจะเงยขึ้นมองเจ้าของมือ "แซนซัส?"

    เจ้าตัวดีดิ้นพล่าน "จะไปไหนก็ไปเลยปล่อยฉัน!"

    "มันกินไปกี่แก้ว?" นภาสีดำไม่สนใจ หันไปหาคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆแทน

    "ก็ประมาณ 6-7 แก้ว..." คำตอบที่เรียกให้คนฟังถอนใจเหนื่อย

    ร่างสูงช้อนร่างของคนช่างโวยวายขึ้นอุ้ม "ได้เวลากลับห้องแล้ว" เสียงเอ่ยเรียบ

    "ไม่เอา!! ใครจะไปกับแกวะ?!!ปล่อยโว้ยยย!" สควอโล่ว่าก่อนจะเปะป่ายมือไปทั่วกระทั่งคว้าแขนเสื้อของเพื่อนสนิทไว้ได้

    หัวคิ้วเข้มมุ่นเข้า "เลิกทำตัวงี่เง่าซะที"

    "แกนั่นแหละงี่เง่า!! อยากอยู่กับผู้หญิงพวกนั้นนักก็ไปสิวะ! มาอยู่นี่ทำไมล่ะ?"

    คนถูกว่านิ่งไปเล็กน้อย ริมฝีปากได้รูปยิ้มหยัน เขาดึงมือเรียวที่ยื้อแขนดีโน่เอาไว้ไม่ยอมปล่อยออกได้อย่างง่ายดาย เจ้าตัวดีจึงอาละวาดอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงนั้นอย่างไม่สบอารมณ์

    "ไม่ไป! ไม่ไป! ไอ้ม้าบ้าช่วยด้วย..."

    ไอ้ม้าบ้ายิ้มแห้งๆอย่างทำอะไรไม่ถูก ระหว่างที่คิดว่าควรจะช่วยดีหรือเปล่านั้น สายตาที่เต็มไปด้วยความดุดันก็ถูกส่งมาจากนภาสีดำ ตัวเลือก 1 ใน 2 หายแว้บไปในทันที

    "นี่ก็ดึกมากแล้ว..ฉันกลับดีกว่า สุขสันต์วันเกิดนะแซนซัส"

    "เออ" ร่างสูงรับคำสั้นๆก่อนอุ้มร่างของฉลามคลั่งจากไป

    ................................................................................

    ร่างบอบบางถูกวางลงบนเตียงหลังกว้าง ใบหน้าบึ้งตึงของคนเมาเบือนหนีผืนนภาไปอีกทาง

    "หึ! เที่ยวอ่อยผู้ชายไปทั่วงานเลยนะแกน่ะ" ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หากถ้อยคำเยาะหยันนั้นถึงกับทำให้ร่างเบื้องใต้หน้าชา

    "ไม่ได้อ่อย!!"

    ริมฝีปากคมหยักยิ้มเยาะหยัน "ที่ยอมให้กอดได้ง่ายๆแบบนั้น ไม่เรียกว่าอ่อยแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?"

    แม้จะต้องชะงักเมื่อเห็นแสงกรุ่นกร้าวในโกเมนสีเลือดคู่นั้น หากฉลามคลั่งที่ยังคงไม่สร่างเมาดีก็เลือกที่จะมองข้ามและพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป "แกทิ้งฉันเอาไว้เองนะ!"

    ...หาได้เข้าใจซึ่งเจตนาที่แท้จริงของผืนนภา...

    ...เพราะเห็นร่างของไอ้แก่สวะนั่นผ่านเข้ามาทางหางตา ตัวเขาจึงต้องผละออกมาคนเดียว ด้วยรู้ดีว่าแม้ไอ้ฉลามหัวเน่านั่นจะปลอมตัวได้ดีขนาดไหน แต่ก็ไม่มีทางตบตาคนที่คุ้นหน้ากันอยู่บ่อยครั้งได้แน่...

    ใช่ต้องการให้มันไปตีสนิทคนอื่นไปทั่วแบบนี้...

    "อย่างนั้นเหรอ...แล้วคนอื่นล่ะ?" มือหยาบไล้แผ่นหลังนวลแผ่วเบาพร้อมทั้งรูดซิปชุดสีสดนั้นลงเชื่องช้า

    "ก็แค่มาชวนเต้นรำมันผิดรึไง?"

    "แล้วไอ้ม้าพยศนั่นล่ะ?? ชวนมันขึ้นห้องคิดจะทำอะไรกับมันรึไง?" นัยน์ตาสีโกเมนกร้าวแสงขึ้น มือแข็งแรงจับร่างบอบบางยกขึ้นกระแทกเข้ากับหัวเตียงอย่างกรี้ยวกราด จนดววงหน้างดงามบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด

    "แกสนใจด้วยงั้นเหรอ?! สนใจว่าฉันจะทำอะไร...จะนอนกับใครด้วยงั้นเหรอ?!!!" ฉลามหนุ่มขึ้นเสียงกลับ ...ทำไมนะ...

    "ของเล่นอย่างแกน่ะ แค่ฟังคำสั่งของฉันไปเงียบๆก็พอแล้ว!!"มือที่จับอยู่กับลาดไหล่บอบบางนั้นล็อคแน่นจนรู้สึกเจ็บ

    ...ทำไมตัวเขาถึงได้เลือกที่จะภักดีกับคนงี่เง่าแบบนี้นะ?...

    "ถ้าของเล่นอย่างฉันมันไร้ค่า... มันยุ่งยากน่ารำคาญนัก... ทำไมไม่ไปยุ่งกับผู้หญิงพวกนั้นเล่า??!"

    "ยังไงคนพวกนั้นก็เหมาะสมกับแกมากกว่า.. มีประโยชน์มากกว่า... น่าทะนุถนอมกว่าของเล่นอย่างฉันอยู่แล้วนี่" ขอบตาร้อนผ่าวแต่เขาไม่ได้ร้องไห้

    ...ร้องไห้ไม่ได้..เพราะนภาผืนนี้ไร้จิตใจเกินไป...

    ...ไร้จิตใจเกินกว่าที่ตัวเขาจะแสดงความรู้สึกไร้สาระออกไปให้ชายคนนี้ได้รับรู้...

    "แกหึงงั้นเหรอ?" ร่างสูงคลายมือออก ลดใบหน้าลงจนอยู่ในระดับเดียวกับคนที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่

    ผิวหน้าขาวร้อนวาบ "ไม่ได้หึง.."

    ...เพราะนั่นเป็นคำที่ใช้สำหรับ 'คู่รัก'...เป็นคำที่เขาไม่มีวันได้ใช้...

    "โมโหขนาดนี้ยังไม่เรียกว่าหึงอีกหรือไง?"

    ดวงตาสีฟ้าสบกับดวงตาอีกคู่หนึ่งนิ่ง "เราเป็นอะไรกันงั้นเหรอ? ...สวะไร้ค่าอย่างฉันไม่สิทธิ์หึงนภาที่สูงส่งอย่างแกหรอก..." ริมฝีปากบางยิ้มหยัน

    ...ตัวเขาช่างน่าสมเพชอะไรอย่างนี้...

    ...ตัวเขาไม่สมควรแม้แต่คิดที่จะรู้สึกแบบนั้นด้วยซ้ำ...

    ...ไม่สมควรเลยจริงๆ...

    แซนซัสทอดสายตามองร่างที่ดูบอบบางอย่างไม่น่าเชื่อในเวลานี้ ความรู้สึกบางอย่างมันพลันตื้อตันขึ้นมา

    ...ใครสั่งใครสอนให้มันทำสีหน้าแบบนี้กัน?...

    "ทำไมแกถึงได้โง่แบบนี้นะ..."

    แม้แววเศร้าสร้อยจะยังคงฉาบเคลือบอยู่บนดวงตาคู่นั้น แต่เขาก็เห็นร่องรอยของความงุนงงที่สะท้อนชัดอยู่บนดวงตาที่ไหวระริก

    "ฉันเคยพูดรึไงว่าแกมันไร้ค่า?"

    สควอโล่นิ่งเงียบไม่ตอบคำ

    "ถ้าแกมันไร้ค่า..ฉันจะปล่อยให้แกอยู่ข้างๆมาได้จนถึงตอนนี้งั้นเหรอ?"

    นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นคล้ายไม่อยากเชื่อ กลีบปากบางขยับไหวเชื่องช้า เสียงถามเลื่อนลอยราวเสียงละเมอ "ให้ฉันอยู่ข้างๆแกได้อย่างนั้นเหรอ?"

    ...สิ่งที่ได้ยินนั้นชวนให้คิดเหลือเกินว่าตัวเขาฝันไปรึเปล่า

    "จะไม่ยกฉันให้ใครง่ายๆแบบนั้นรึเปล่า?"

    ความรู้สึกของร่างโปร่งในตอนนี้อ่อนไหวและเปราะบางเกินกว่าที่เจ้าตัวจะรับไหว เพราะบุคคลตรงหน้าไม่เคยเลยซักครั้งที่จะพูดจะอธิบายอะไรแบบนี้ และยิ่งไม่เคยเลยซักครั้งที่คิดจะสนใจไยดีความรู้สึกของเขา

    มันทำให้ทั้งรู้สึกสับสนและไม่มั่นใจในเวลาเดียวกัน คล้ายอยู่แค่เอื้อมแต่ก็ไม่อาจจับต้องอะไรสักอย่าง ดังนั้นเขาจึงต้องถามออกไป

    "ฉันเคยพูดไปแล้ว...ว่าแกเป็นของของฉันคนเดียวเท่านั้นไอ้ฉลามโง่"

    เพียงคำพูดเรียบง่ายที่แจ่มชัดของผืนนภา ก็เพียงพอแล้วให้ร่างโปร่งโผเข้ากอดร่างแข็งแกร่งเอาไว้แนบแน่น "แซนซัส..แซนซัส..." ชื่อของผืนนภาถูกเปล่งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือซ้ำไปซ้ำมาราวต้องการย้ำให้รู้ว่าเจ้าของอ้อมกอดที่กระชับแน่นนี้เป็นใคร

    โครงหน้าคมคร้ามเลื่อนลงซุกไซร้ลำคอเพรียวระหง "เป็นครั้งแรกเลยนะที่แกกอดฉันแบบนี้"

    "อ๊ะ..อืม" เสียงครางวะหวิวดังลอดเมื่อมีหนาสอดผ่านชุดเว้าหลัง เข้าสัมผัสผิวเนื้อทางชายโครง

    ...แซนซัสรู้ด้วยเหรอ?...

    ว่าเขาไม่เคยและไม่กล้าที่จะโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้เช่นนี้...

    เพราะกลัวว่าความรู้สึกของเขามันจะถลำลึกมากเกินไป

    ...แต่มันก็ช่างไร้ประโยชน์เหลือเกิน

    ...เมื่อไม่มีเลยสักวินาทีที่ตัวเขาจะไม่คิดถึงผืนนภาสีมืดดำนี้...

    ...เขาหลงใหลทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของร่างสูงใหญ่นี้...

    ริมฝีปากตึงแน่นแนบประทับเข้ากับกลีบปากสีระเรื่อ

    ...หลงใหลในรสจูบที่ราวกับจะหลอมละลายตัวเขา...

    มือเรียวเลื่อนขึ้นโอบรั้งศีรษะของคนเบื้องบน เหมือนไม่ต้องการให้ผละออก

    ...หลงใหลในเรือนผมสีดสนิทที่แฝงด้วยกลิ่นไอแดดอ่อนๆ...

    เรือนกายกึ่งเปลือยเสียดสีเข้ากับร่างแกร่งอย่างออดอ้อน ซึ่งร่างสูงก็ตอบสนองมันดัวการกระชากอาภรณ์ที่ปกปิดกายขาวนวลราวกระเบื้องเคลือบนั้นออกในคราเดียว

    ...หลงใหลในร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบ...

    ตุบ! กลุกๆๆ... เสียงทึบๆของอะไรบางอย่างซึ่งตกลงกระแทกพื้นบุพรม เรียกให้สายตาสองคู่เบนไปยังที่มาอย่างว่องไว

    ทันทีที่ปรากฏชัดว่าเป็นอะไรสควอโล่ก็รีบเอื้อมไปคว้ามันมาซ่อนไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว

    "อะไรน่ะ?" ร่างสูงขมวดคิ้ว

    "มะ..ไม่มีอะไรอย่าสนใจเลย" ใบหน้าที่ซับสีเลือดนั้นเอ่ยตอบอย่างมีพิรุธ

    แซนซัสไม่ต่อความ เขารวบเอวสอบเพรียวเข้าชิดกาย ก่อนใช้มืออีกข้างจะเอื้อมไปยังจุดที่ร่างบางได้ซ่อนของปริศนาเอาไว้

    "อ๊ะ!! ขี้โกง!" ฉลามหนุ่มส่งเสียงประท้วง

    ร่างสูงหยิบสิ่งที่เขาคว้าออกมาได้ขึ้นพิศ มันเป็นกล่องกำมะหยี่สีกรมท่าขนาดประมาณครึ่งฝ่ามือ

    "เอาคืนมา" สควอโล่เอื้อมมือออกหมายคว้าของคืน หากผู้เป็นดั่งเจ้าชีวิตกลับยกมันหนี

    ฝากล่องแบบบานพับถูกเปิดออก สิ่งที่ฝังตัวโดดเดี่ยวอยู่ภายในนั้นคือ...

    "แหวน?"

    คนที่ถูกกอดไว้ไม่ยอมพูดตอบใบหน้านวลใสฝังลงกับแผ่นอกแข็งแรง

    แหวนที่นอนนิ่งอยู่ในกล่องถูกดีไซน์อย่างเรียบง่าย ตัวเรือนนั้นทำด้วยทองคำขาวฉลุลาย และประดับตกแต่งด้วยอวามารีนน้ำงามอย่างลงตัว

    มือข้างที่เป็นมือกลคว้ากล่องใบนั้นเอาไว้ได้ในที่สุด "เห็นแล้วนี่..พอใจรึยัง?"

    "ยัง"

    "..." สควอโล่กอดกล่องใบนั้นไว้กับอกแน่น

    ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มอย่างรู้ทัน "จะไม่ให้รึไง?"

    "ได้จากผู้หญิงพวกนั้นมาเยอะแล้วนี่ จะเอาอีกทำไม.." เสียงแผ่วหวิวนั้นเจือความไม่พอใจอยู่จางๆ

    "แต่ฉันยังไม่ได้จากแก"

    "ก็ฉันจะไม่ให้แกนี่"

    "ยังงอนอยู่อีกเหรอไง?"

    "ไม่ได้งอน!!!" สีแดงระเรื่อปรากฏชัดอยู่บนผิวแก้มนวล พร้อมๆกับเสียงตวาดแหวที่ใครฟังก็รู้ว่ากำลังแก้ตัว

    "หึๆๆ แกนี่ดูออกง่ายจริงๆ" ริมฝีปากปีฃระดับรอยยิ้มจูบเน้นเข้าที่ซอกคอขาวจนกลายเป็นรอยสีแดงระเรื่อ "สุดท้ายฉันก็มาอยู่กับแกแล้วไงล่ะ... ยังไม่พอใจอะไรอีก?"

    "ไม่พอใจ" เสียงตอบชัดถ้อยชัดคำ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเบาหวิวคล้ายเสียงลมหายใจ "ห้ามทิ้งฉัน..เอาไว้อีกนะ..."

    "หึ! คิดจะสั่งฉันรึไงไอ้ฉลามหัวเน่า?" เขากดจูบลงบนแผ่นอกบาง "ได้เลย" ใบหน้าคมคร้ามค่อยเลื่อนขึ้นสัมผัสติ่งหูนุ่ม "ฉันจะกกแกเอาไว้จนไม่มีเวลาคิดอะไรอีกเลยเลยคอยดูสิ"

    ใบห้านวลหวานที่ดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้น ทำให้ร่างสูงหลุดหัวเราะ

    "ม..ไม่เอาแล้ว จะทำอะไร ..ก...ก็ตามใจ..." เสียงพูดตะกัก แต่กระนั้นแขนเรียวก็ยังคงกอดกล่องใบจิ๋วเอาไว้แน่น

    "ถ้าอย่างนั้นฉันจะกอดแกจนลุกไปไหนไม่ได้เลยแล้วกัน"

    ...ต่างกันตรงไหนวะ?!!!...

    "อ..ไอ้คนหื่นกาม!!" ร่างบางแหวเสียงดัง แต่ก็ไม่อาจกลบเกลื่อนรอยแดงซ่านบนใบหน้าได้

    "ว่าไงล่ะ? ถ้าอย่างนั้นฉันจะทำล่ะนะ" ริมฝีปากได้รูปจุมพิตแก้มนวลใส ฝ่ามือใหญ่ทาบลงกับผิวเนียนนุ่ม ก่อนจะลูบหนักๆให้ร่างบางต้องสะดุ้ง

    "อะ.." ร่างที่ถูกดันให้ล้มลงนอนสะดุดกับคำพูดนั้นเล็กน้อย "ให้! ให้ก็ได้!" เขาผลักของที่อยู่ในมือใส่แผ่นอกกว้าง ก่อนพูดรัวเร็ว "สุขสันต์วันเกิด!"

    "หึๆๆ ก็แค่นี้" ร่างสูงหัวเราะเบาๆในลำคอ ปลายนิ้วหยาบดึงแหวนวงนั้นขึ้นมาสวมเข้าที่นิ้วนางข้างขวา  ก่อนที่ชายหนุ่มจะพรมจูบไปทั่วลำคอระหง ลาดไหล่มน.. ระเรื่อยมายังเรียวแขนนวลขาวจรดปลายนิ้วมือ

    "ฮะ..อือ...อ๊ะ.." สควอโล่ดึงมือกลขึ้นปิดใบหน้า เมื่อมืออีกข้างถูกร่างสูงดึงขึ้นจูบซ้ำๆ

    ลิ้นอุ่นเหลวไล้เลียนิ้วเรียวขาวจากโคนนิ้วจนถึงปลายนิ้วซ้ำไปซ้ำมา มือสวยสั่นเกร็งเมื่อผิวหนังบอบบางตรงง่ามนิ้วถูกผิวสากระคายของลิ้นลากผ่าน

    "อ๊ะ..ซ..แซนซัส" เขาพยายามยื้อมือออก แต่มือที่ล็อกข้อมือเขาเอาไว้นั้นกลับแข็งราวคีมเหล็ก

    ริมฝีปากได้รูปนั้นขบเม้มหลังมือขาวจบเกิดเป็นรอยสีเรื่อแดง อยู่ร่างบางก็รู้สึกถึงความเย็นอันแแปลกประหลาดที่ข้อนิ้วของเขา ให้อดไม่ได้ที่จะดึงมือตนเองกลับออกมา ซึ่งครั้งนี้คนตัวสูงกว่าก็ไม่ได้รั้งเอาไว้เช่นครั้งก่อน

    แขนเรียวค่อยยกขึ้นเชื่องช้า ที่นิ้วนางขวานั้นมีแหวนวงหนึ่งประดับอยู่ ตัวแหวนหล่อขึ้นจากทองคำขาวเนื้อดีเช่นเดียวกับวงที่เขาเลือกมา หากจะต่างกันก็ตรงที่หัวแหวนนั้นเป็นอัญมณีทีร้อนแรงดุจเพลิงกาฬ...โกเมน...

    "ใส่ให้ทำไม?" ร่างบางถามอย่างงงงวย

    แซนซัสยกมือเรียวขาวขึ้น ก่อนประทับจุมพิตที่แหวนวงนั้น "แหวนนี่..จะเป็นสัญลักษณ์ว่าแกเป็นของฉัน..."

    สควอโล่ย่นหน้า "ให้ใครไปบ้างแล้วล่ะแหวนแบบนี้น่ะ?"

    "ถ้าฉันบอกว่า..." ใบหน้าคมโน้มลงขบเม้มใบหูนิ่มที่แดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ให้ร่างบางสะดุ้งก่อนจะกระซิบแนบต่อความจนจบ "...ให้แกคนเดียวล่ะ?"

    ดวงตาสีฟ้าใสเบิกกว้าง ใบหน้านวลหวานแดงก่ำไปหมดจนต้องรีบเอ่ยตอบ "ไม่เชื่อ.."

    "ถ้างั้นก็เอาคืนมา" ร่างสูงว่าเรียบก่อนจะยื่นไปจับมือเรียว

    สควอโล่ชักมือหนี เมื่อคนที่เพิ่งสวมแหวนให้ทำท่าจะดึงมันออกจากมือของเขา "ไม่ได้นะ! ให้แล้วให้เลยสิ!!" ร่างบางว่าชัดก่อยพลิกกายหนี ไม่รู้ว่าต้องการหลบคนเบื้องบนหรือต้องการจะซ่อนรอยยิ้มนี้กันแน่

    ... 'ถ้าฉันบอกว่าให้แกคนเดียวล่ะ?' ...

    ...ของเขาคนเดียวเท่านั้นแหวนที่แซนซัสเป็นคนให้...

    "ห้ามถอดล่ะ..ไอ้ฉลามโง่" แว่วเสียงกระซิบแผ่วเบา

    แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอของร่างสูงใหญ่ ก่อนดึงตัวขึ้นจุมพิตริมฝีปากตึงแน่นเบาๆ "อื้อ..."

    ...ไม่ได้ต้องการถ้อยคำหวาน...

    ...ไม่ได้ต้องการให้รัก...

    ...ขอแค่นี้...

    ...แค่กอดฉัน.. จ้องมองฉันด้วยดวงตาแข็งกร้าวของนาย...

    ...ฉันก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว...

    -*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*END PART I-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

    เข้ามาเปลี่ยนวันที่เครี้ยกๆ

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน
    นิยายแฟร์ 2024

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×