[Fairy Tail ★ RE-UP!] รักของผู้เชิญเทพแห่งดวงดาว ★

ตอนที่ 23 : ★ EPISODE 21 ★ คนทรยศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    12 พ.ค. 60

B
E
R
L
I
N
 

E P I S O D E          21          


[Natsu’s Part]

 

“แฮปปี้ ครั้งนี้จะเล่นอะไรดีน้า”

 

ผมถามเจ้าแมวที่กำลังบินป้วนเปี้ยนอยู่รอบตัว สายตากวาดมองไปทั่ว เห็นคนเล่นนู่นเล่นนี่กันมากมาย ไอ้ชั้นใต้ดินนี่มันก็ไม่ต่างจากกาสิโนนักหรอก มีแต่เกมพนันเต็มไปหมด แค่เอาเครื่องเล่นในสวนสนุกมาผสมบ้างให้มันดูดาร์กน้อยลงแค่นั้นเอง

 

ถ้าถามว่าผมจะเล่นอะไรน่ะเหรอ...อย่างไพ่นี่ตัดไปเลย รู้สึกว่าไม่ค่อยถนัดกับอะไรที่ใช้สมองแฮะ เกิดโดนกินหมดตัวขึ้นมาจะทำยังไง อย่างน้อยต้องโดนลูซี่ด่าหูชาแน่ๆ

 

ยัยนั่นน่ะไม่น่าจะเล่นอะไรหรอก เธอดูไม่ค่อยเหมาะกับสถานที่แบบนี้เท่าไหร่ จริงๆ มาแยกกันแบบนี้ก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน เธอดูเนือยๆ แล้วก็ไม่ค่อยอยากยุ่งกับผมด้วย ผมก็เลย...เอาวะ แยกกันก็ได้ ชั้นใต้ดินก็ไม่ได้กว้างอะไรมาก ผมดมกลิ่นแป๊บเดียวก็คงหาเธอเจอแน่ แถมอันตรายคงไม่มาเยือนพวกเราบ่อยนักหรอก

 

“เล่นขี้ม้ากันมั้ย ไอล์เซอร์!

 

“ฝันไปเถอะ” ผมทำหน้าเหยเก ขี้ม้าเนี่ยนะ แฮปปี้เอาความคิดพวกนี้มาจากไหน -0-;; “หรือจะลองไปเล่นสล็อตงี่เง่านั่นดี ครั้งที่แล้วก็ยังไม่ชนะเลย”

 

“เอาสิๆ”

 

แมวคู่ใจสนับสนุนให้ไปเล่นเครื่องสล็อตยักษ์กลมๆ ที่ใส่ลูกบอลหมายเลขไว้ข้างใน เอาล่ะ ครั้งนี้ต้องชนะให้ได้! จะทำให้แฟรี่เทลเสียชื่อเสียงไม่ได้เด็ดขาด!! (เกี่ยวเหรอ) ว่าแล้วก็เดินไปที่เครื่องเล่นบ้าบออันนั้นแล้วก็ใส่ชิปลงไป

 

“แฮปปี้ นายเลือกเลขเลย”

 

“ไอล์...เซอร์! เอาเลขอะไรดีล่ะ” ผมมองแป้นที่ให้กดตัวเลข ไม่รู้จะเอาวิธีไหนมาเสี่ยงทายให้ได้ผลหรอกนะ -0- ก็แค่เลือกๆ ไป...มั้ง และดูเหมือนว่าแฮปปี้ก็คิดเหมือนผม มันกดเลข 96 ไป “เก้าสิบหก! เก้าสิบหก!

 

“เออ! เก้าสิบหก! ต้องออกมานะ!” ผมกับแฮปปี้ลุ้นเสียงดัง มีพนักงานมายืนตรวจดูความเรียบร้อย แล้วก็เริ่มมีผู้คนหันมามองด้วย -_- ก็มองไปสิ ไม่ได้ว่าอะไร คนมันอยากเล่นนี่นา “ถ้าไม่ออกมาล่ะก็...ไอ้เครื่องบ้าโดนเผาแน่!

 

“นัตสึ =_= ไม่แปลกใจเลยที่เป็นนาย”

 

“หา?” ผมหันไปหาเสียงที่เรียกชื่อตัวเอง เอลซ่าในชุดกระโปรงยาวสีม่วงยืนมองผม เธอกระชับผ้าพันคอผืนที่ใส่อยู่ เสียงแฮปปี้ดังเข้าหูผมเป็นระยะๆ “แต่งตัวอะไรของเธอเนี่ย”

 

“ระ...เรื่องของฉันน่า -///-

 

“เก้าสิบหกเซ่! แงงงงง” เจ้าแมวสีฟ้าโวยวาย ผมมองไปที่เครื่องอีกครั้ง แล้วก็พบว่าแม่งไม่มีล็อกไหนออกเก้าสิบหกเลย โธ่เว้ยยย แพ้จนได้!

 

“ทำไมไม่เป็นเก้าสิบหกเล่า ทำไมมมมม” ผมทำท่าจะทุบแป้นตัวเลขให้พังกระจาย แต่เพื่อนสนิทดันมาห้ามไว้ซะก่อน

 

“ใจเย็นๆ หน่อย”

 

“ก็มันไม่ออกเก้าสิบหกมาให้ฉันอ่ะ”

 

-_-;; มานี่เลย” เอลซ่าจิกหัวผมแล้วลากออกมาจากบริเวณเครื่องสล็อตห่วยแตก แฮปปี้บินตามมาด้วยท่าทีหงอยๆ

 

“โอ๊ย อะไรของเธอเนี่ย” เมื่ออีกฝ่ายปล่อยผม ผมก็ลูบหัวตัวเองป้อยๆ เจ็บนะเฟ้ยยย

 

“ฉันคิดว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย” ร่างบางกอดอกแล้วมองหน้าผมด้วยสายตาจริงจัง

 

“คุยไปเล่นไปไม่ได้หรือไง เออ ฉันอยากเห็นเธอเล่นไพ่อ่ะ เล่นให้ดูหน่อยสิ *-* นะๆๆ”

 

“นั่นสิๆ ไอล์เซอร์!!

 

“ขืนเล่นก็คุยกับนายไม่รู้เรื่องพอดี คุยกันอย่างเดียวน่ะพอแล้ว” เธอเดินไปยังโซฟากำมะหยี่ตัวยาวที่ทางโรงแรมจัดไว้เป็นจุดนั่งพัก มีบริกรเอาน้ำเปล่ามาเสิร์ฟแต่เราทั้งสองปฏิเสธทั้งคู่ “ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญนะ นายควรจะจริงจัง”

 

“คนอย่างนัตสึน่ะไม่รู้จักคำว่าจริงจังหรอก” แฮปปี้บอก หน็อย! จริงจังเป็นนะ! เช่นเรื่องแบบเมื่อกี้ยังไงเล่า!

 

“ฉันก็ว่างั้นแหละ” เอลซ่าหลับตาก่อนจะถอนหายใจ อะไรวะ นี่ผมดูซื่อบื้อขนาดนั้นเลยเหรอ “ฉันจะไม่อ้อมค้อมละกัน ห้ามบอกลูซี่เรื่องนี้เด็ดขาด ถ้าพวกนายหลุดปากขึ้นมา...” เธอลืมตาและมองพวกผมอย่างชวนขนลุก “คงเดาได้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

 

แต่พอได้ยินชื่อเธอคนนั้นแล้วเหมือนกล้ามเนื้อจะตื่นตัว ถ้าผมเป็นหมาหูคงตั้งไปแล้ว เดาไม่ถูกเลยว่ามันจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย มีใครกำลังจ้องจะทำไม่ดีกับลูซี่หรือเปล่านะ

 

“ตอนนี้...นายรู้สึกกับลูซี่ยังไงเหรอ”

 

ผมชะงักไปเมื่อได้ยินคำถามแบบนี้จากคนข้างๆ แฮปปี้เองก็ดูเหมือนรู้งาน นั่งเงียบไปตามระเบียบ รอฟังบทสนทนาที่เอลซ่ากำลังจะพูดต่อ

 

“ไม่รู้สิ ฉันจำเป็นต้องพูดให้เธอฟังด้วยเหรอ -0-” อีกฝ่ายพอได้ยินผมพูดอย่างนั้นก็ดูไม่พอใจเท่าไหร่ ถึงตอนนี้เธอจะแต่งตัวอะไรก็ไม่รู้และไม่ได้สวมชุดเกราะ แต่ก็ดูเหมือนจะเสกดาบออกมาฟันคอผมขาดตอนไหนก็ได้ แต่ใครจะไปยอมให้ทำแบบนั้นกันฟะ =[]=

 

“บอกให้พูดก็พูดมาเถอะน่า”

 

-0- ก็ปกติ อยากดูแล เป็นห่วง ไม่อยากให้ใครมาทำร้ายเธอ” รู้สึกไม่ชินเท่าไหร่เลยที่ต้องมานั่งสาธยายความรู้สึกนึกคิดตัวเองให้คนอื่นฟังเนี่ย -///- จะรู้ไปทำไมนะ

 

“แค่นั้นเหรอ”

 

“จะให้มีอะไรอีกล่ะ -_-;;;

 

“ก็แบบ...อยากสัมผัส อยากใกล้ชิด อยากครอบครอง” เธอพูดเสียงเบา “อยากอยู่ด้วยกันไปนานๆ”

 

ผมนั่งคิด...อยากสัมผัสเหรอ สัมผัสที่ว่าคือแบบไหนกัน อยากใกล้ชิด ก็อยากมั้ง...ถ้าไม่ใกล้ชิดก็คงดูแลเธอไม่ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาหรอก อยากครอบครอง หมายความว่ายังไงฟะ อยากอยู่ด้วยกันไปนานๆ อันนี้ก็แหงสิ ผมไม่อยากให้เธอหายไปไหนหรอก ผมน่ะเกลียดการจากไปที่สุด ผมไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแล้ว

 

เรื่องแบบนั้น...

 

ให้ตายสิ เผลอไปนึกถึงอีกจนได้

 

“อยู่ด้วยกันแล้วใจเต้นหรือเปล่า นอนข้างๆ กันนายคิดจะกอดเธอบ้างมั้ย”

 

ใจเต้นงั้นเหรอ เรื่องนี้ไม่เคยสังเกตเลยแฮะ ส่วนเรื่องกอด...นี่หมายถึงการอยากสัมผัสหรือเปล่า ผม...ไม่รู้สิ ไม่ได้ซีเรียสเรื่องนั้นเท่าไหร่ ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าอยากทำหรือไม่อยากทำ

 

“ถ้ามีใครกำลังจะแย่งผู้หญิงคนนั้นไปจากนาย...นายจะรู้สึกยังไง”

 

แย่งเหรอ...

 

เธอเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้างผมตลอดมา และผมก็เชื่อว่าผมก็อยู่เคียงข้างเธอเสมอเช่นกัน เราสนิทกันมาก ถ้าวันนึงเธอต้องหายไป หรือมีคนลักพาตัวเธอไป ผมไม่มีวันยอม จะไม่ปล่อยให้เธอหายไปไหนเด็ดขาด...

 

“นายไม่ตอบฉันสักคำเลยนะ”

 

“ก็กำลังคิดอยู่นี่ไง” ผมขมวดคิ้วแล้วเบือนหน้าหนี “ฉันอยากอยู่ใกล้เธอ เพื่อดูแลเธอให้ปลอดภัย อยากอยู่ด้วยกันนานๆ...” ผมเว้นจังหวะ “แล้วก็ไม่ยอมให้เธอหายไปไหนด้วย”

 

“ถ้าไม่มีเรื่องแต่งงานของมาสเตอร์ นายยังอยากแต่งงานกับลูซี่อยู่หรือเปล่า”

 

แต่งงาน...จริงสิ ลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย -0-;; ว่าแต่ทำไมยัยเอลซ่าต้องมาถามเรื่องอะไรพวกนี้ด้วยเนี่ย

 

“สรุปว่าเธอจะพูดเรื่องอะไรกันแน่”

 

“เปล่า ฉันก็แค่...” สาวผมแดงเอาหน้าซุกผ้าพันคอก็จะพูดต่อ เสียงอู้อี้แต่ก็พอฟังออก “ฉันแค่อยากจะบอกว่า...มาสเตอร์โกหกพวกเรา”

 

“หา!” คราวนี้คนที่ร้องออกมาลั่นคือแฮปปี้ที่นั่งเงียบเชียบอยู่นาน ผมเองก็ตกใจไม่แพ้กัน นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ลุงโกหก? โกหกเรื่องอะไร? เรื่องแต่งงานน่ะนะ?

 

“เรื่องแต่งงานกับเกมชิงถ้วยไม่มีอยู่จริง และฉันคิดว่าพวกนายไม่มีความจำเป็นจะต้องบอกลูซี่นะ” เธอพูดเสียงแข็ง เดี๋ยวนะ ผมชักจะงงไปหมดแล้ว สรุปว่าเราก็ไม่ต้องแต่งงานกันงั้นเหรอ ลุงโกหก...แล้วโกหกไปเพื่ออะไร แล้วทำไมถึงบอกลูซี่ไม่ได้

 

“ลุงจะโกหกทำไม”

 

“เพราะว่ามาสเตอร์อยากให้พวกนายรู้ใจตัวเอง”

 

หลังจบประโยคเราทั้งสามก็นิ่งไป รู้ใจตัวเอง...หมายความว่ายังไงกัน รู้ใจตัวเองว่าอะไร

 

“ฉันรู้ว่านายไม่เข้าใจหรอกนัตสึ” เอลซ่านั่งลูบแขนตัวเอง “ฉันไม่รู้จะพูดอะไรให้มันฟังดูไม่แย่ดี แต่...นายมั่นใจเหรอว่านายรักลูซี่จริงๆ น่ะ”

 

คำพูดนั้นทำให้ผมนึกถึงใครบางคนตอนเด็ก บ้าเอ๊ย คิดถึงแล้วมันได้อะไรเหรอ คิดถึงไปก็เปล่าประโยชน์ คิดถึงขนาดไหนลิซานน่าก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมา

 

“ฉันว่าฉันอาจจะอธิบายอะไรให้นายฟังมากไม่ได้ แต่นายกับลูซี่...ไม่เหมาะกันหรอก”

 

นัยน์ตาแฮปปี้ฉายแววหม่นลงไปเมื่อได้ยินเอลซ่าพูดอย่างนั้น ผมเองก็ทำสีหน้าไม่ถูก ยังคงงุนงงว่าสิ่งที่สาวผมแดงบอกมีความหมายว่ายังไงกันแน่

 

“ถ้านายยังไม่มั่นใจ ก็ลองดูทางนั้นสิ” ร่างบางชี้ไปยังบาร์ที่ใครสักคนบอกผมว่าจะนั่งอยู่ตรงนั้น ข้างกายของเธอมีผู้ชายคุ้นหน้าคุ้นตา ทั้งสองกำลังคุยกัน ผมไม่ได้ยินบทสนทนานั่นหรอก เราอยู่ไกลกันเกินไป แต่ก็พอเห็นอยู่ว่าทั้งคู่ทำอะไรกันบ้าง “ถ้าผู้ชายคนนั้นกำลังจะแย่งผู้หญิงของนายไป...นายจะรู้สึกยังไงเหรอ”

 

เอลซ่าถามประโยคนี้ซ้ำ ผมนิ่งอึ้ง เพราะคนๆ นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เกรย์...เพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกันกับผมที่ถึงแม้เราจะทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยแค่ไหน เราก็ไม่เคยเกลียดกัน...

 

“ฉันไม่รู้ว่านายรู้หรือเปล่านะว่าเกิดอะไรขึ้นกับแฟนนายบ้าง มีคนเคยไปทำร้ายเธอ และผู้ชายคนนั้นช่วยเธอเอาไว้”

 

“...”

 

“ฉันเดาว่าตอนนั้นแหละ เขาคงพูดอะไรที่ทำให้แฟนนายหวั่นไหว”

 

ผมกำมือแน่น เห็นทั้งสองกำลังประสานสายตากันอยู่เนิ่นนานก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจ แถมยิ่งมาได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูซี่แล้วไอ้ตาตกมันไปช่วยก็ยิ่งรู้สึกโกรธตัวเองที่ทำไมดูแลเธอได้แย่ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ผมมักจะเป็นคนช่วยเหลือเธอเสมอ ทำไมครั้งนั้นผมถึงทำไม่ได้...

 

และผมเองก็ไม่คิดว่าไอ้เกรย์มันคิดแบบนั้นกับลูซี่มาตั้งนานแล้ว ถึงแม้แฮปปี้จะเคยเตือนจนผมเขวไปช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยังไว้ใจและเชื่อใจมัน แล้วเกิดอะไรขึ้นกับลูซี่กันแน่ ทำไมเธอถึงหวั่นไหวกับคำพูดที่เชื่อถือไม่ได้อย่างหมอนั่น ทั้งๆ ที่มันก็มีจูเบียอยู่ข้างกายแท้ๆ แต่ทำไมถึงไม่เคยเห็นความรักที่ยัยนั่นมอบให้เลย

 

คนหนึ่งที่อยู่ในสถานะ แฟน ของผม อีกคนหนึ่งก็อยู่ในสถานะ เพื่อนสนิท ทั้งสองต่างเป็นคนที่ผมเชื่อใจมาก ตอนนี้...พวกเขากำลังจะทรยศผม ด้วยการโน้มใบหน้าเข้าหากัน...

 

“นายทนได้เหรอ...”

 

ผมไม่รอให้เอลซ่าพูดจบประโยค รีบเร่งสองเท้าให้เดินไปหาทั้งคู่ทันทีก่อนจะกระชากตัวเกรย์ออกให้ไปนอนอยู่กับพื้น ถ้ามาช้ากว่านี้เกรย์คงขโมยสัมผัสที่ปากเรียวเล็กนั่นของลูซี่ไปแล้ว ผมได้ยินเสียงคนฮือฮา และก็ได้ยินเสียงแฮปปี้เรียกผมให้ใจเย็น แต่ตอนนี้ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

 

“แกทำแบบนี้ได้ยังไงวะเกรย์!!!

 

ลูซี่ปรี่เข้ามาจับตัวผมเป็นเชิงให้ใจเย็น ผมใช้สายตาแข็งกร้าวมองไปที่เธอ

 

“นัตสึ...ฉันขอโทษ เกรย์ไม่ผิดเลย แต่ฟังฉันก่อนนะ...”

 

“ลูซี่! เธอเข้าข้างมันได้ไง ก็เห็นอยู่ว่ามันจะจูบ...”

 

“ฉันเริ่มก่อนเอง!

 

ผมยืนนิ่งค้าง เป็นไปตามที่เอลซ่าบอกจริงๆ สินะ...

 

“เกรย์ไม่ได้ทำอะไรเลย ฉันผิดเอง ทุกอย่างมันเป็นเพราะตัวฉันเองนัตสึ!” ลูซี่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ผมจับข้อมือเธอแน่นก่อนจะใช้หางตามองไอ้คนทรยศที่นอนเสียท่าอยู่บนพื้น เกรย์มองผมโดยไม่พูดอะไร เขาชันตัวขึ้นนั่ง แฮปปี้อยู่ข้างๆ มัน เอลซ่าก็เพิ่งจะตามมา

 

ตัวผมเองก็พูดอะไรไม่ออกเช่นกัน จึงลากตัวลูซี่ออกจากชั้นใต้ดิน เราคงต้องขึ้นไปคุยกันบนห้อง ผมโกรธมาก โกรธที่ทำไมทั้งสองทำแบบนี้

 

ส่วนไอ้เกรย์อ่ะเหรอ เราต้องได้คุยกันแน่!!

 

 

พอขึ้นมาถึงห้องแล้วผมก็ปล่อยคนตัวเล็กออก เธอยกมือขึ้นปาดน้ำหูน้ำตาและแปะก้นลงบนพื้นห้อง ลูซี่ร้องไห้...มันเป็นครั้งแรกที่ผมไม่เข้าไปกอดปลอบเธอ และมันควรจะเป็นครั้งเดียวด้วยที่ผมต้องทำแบบนี้ ผมอยู่ในฐานะคนที่โดนทำผิดใส่นะ

 

ผมอยากฟังเหตุผลของเธอ แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมพูดอะไร เอาแต่ร้องไห้อยู่นั่นล่ะ ผมจึงถอดเสื้อกั๊กกับเสื้อเชิ้ตน่ารำคาญพวกนี้ออก เหลือเพียงผ้าพันคอคู่ใจ อ้อ แฮปปี้ไม่ได้ตามขึ้นมาด้วย ซึ่งก็ดีแล้ว ผมต้องการคุยกับเธอแค่สองคน

 

รอแล้วรอเล่าร่างบางก็ยังไม่หยุดฟูมฟายสักที มันมีอะไรน่าเสียใจขนาดนั้นเลยเหรอ เพราะอดจูบกับไอ้ชีเปลือยนั่นใช่มั้ย! แต่เอาจริงๆ นะ...ยิ่งเห็นแบบนี้ผมยิ่งรู้สึกผิด มันเหมือนกับ...

 

 

แต่นายกับลูซี่...ไม่เหมาะกันหรอก

 

 

มันเหมือนกับว่าผมเป็นคนผิด เหมือนว่าเอลซ่าพูดถูก เรื่องทั้งหมดมันผิดเพราะผมเอง ให้ตายสิ เอลซ่ากรอกอะไรใส่หูผมกันแน่

 

“ฉันต้องทำยังไงเธอถึงจะหยุดร้องไห้” ผมผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะถาม

 

“ไม่...ไม่ต้องทำอะไรหรอก” คนที่นั่งคุดคู้อยู่กับพื้นสะอึกสะอื้น เธอไม่เงยหน้าขึ้นมามองผม “ฉันละอายใจ ฉันรู้สึกผิดที่ทำแบบนั้นลงไป...”

 

ผมเงียบเป็นเชิงให้เธอพูดต่อ

 

“มันเป็นเพราะว่าฉันบอกเขาไป...ว่าถ้าจูบใครแล้วใจเต้น แปลว่าชอบคนนั้น...ขอโทษนะนัตสึ”

 

“แล้วเธอผิดตรงไหนวะ ก็เห็นกันอยู่ว่าไอ้น้ำแข็งบ้านั่นมันเข้าหาเธอก่อน”

 

“ก็ฉันยอมให้เขาทำไง!

 

เหมือนโดนค้อนน้ำแข็งของเพื่อนทรยศตอกหน้า นี่หมายความว่ายังไง...ลูซี่ก็อยากจูบกับเกรย์งั้นเหรอ!

 

เราควรเลิกกัน เราควรกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม สองคนนี้เขาจะได้คบหาดูใจกัน อีกอย่างงานแต่งงานก็ไม่มีจริง ทุกอย่างมันเป็นเรื่องหลอกลวง มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วที่เราทั้งคู่ต้องฝืนใจอยู่ในสถานะแบบนี้

 

“ฉันว่าเราเลิก...”

 

 

‘…และฉันคิดว่าพวกนายไม่มีความจำเป็นจะต้องบอกลูซี่นะ

 

 

เสียงแข็งกร้าวกับแววตาดุดันของสาวผมแดงทำให้ผมขนพองสยองเกล้า เธอดูจริงจังกับเรื่องนี้ ถ้าเกิดลูซี่รู้ขึ้นมาแน่นอนว่าผมบอกชัวร์ =O= แล้วคอผมก็จะหลุดออกจากบ่า ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมถึงบอกไม่ได้...แต่ผมก็ควรจะเชื่อเอลซ่าไว้ก่อน

 

เพราะเธอเองก็เป็นคนที่มาเตือนผม

 

“เราเลิกกันไม่ได้” ผมเปลี่ยนคำพูด เธอกลืนน้ำลาย “เราต้องแต่งงาน”

 

“ถ้าไม่แต่งงาน นายจะเลิกกับฉันเหรอ” ผมขนลุกซู่ สรุปว่าเธอรู้หรือยังเนี่ยเรื่องบ้าๆ พวกนี้

 

“ก็คง...มั้ง”

 

“นาย...ไม่รักฉันแล้วเหรอ”

 

“ฉันรักเธอแล้วไง ในเมื่อเธอไม่รักฉันแล้ว”

 

ลูซี่นิ่งไปอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนคำพูดของผมจะทิ่มแทงหัวใจเธออยู่ไม่น้อย

 

“แล้วทำไมเธอเป็นอะไรถึงไม่บอกฉัน” ผมบ่นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ทำไมไอ้เกรย์ถึงเป็นคนไปช่วย”

 

“ฉันจะไปตอบได้ยังไง”

 

“ใครทำอะไรเธอ”

 

“...”

 

“ฉันถามว่าใครทำอะไรเธอ”

 

“ก็แค่คนฉกกระเป๋าเท่านั้นแหละ!” ลูซี่เสี่ยงสั่น “ไม่มีอะไรหรอก แค่บังเอิญเจอเกรย์ ก็แค่นั้นเอง”

 

“งั้นเหรอ”

 

ผมหวังว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ...แต่ถ้าต่อให้ไม่ใช่ ก็แล้วไงล่ะ มันผ่านไปแล้ว กี่วันมาแล้วก็ไม่รู้ ต่อให้ซักไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี ยังไงคนที่ได้ใจเธอไปแล้วก็คือไอ้เกรย์ ไม่ใช่ผม

 

ถ้าวันนั้นผมใส่ใจอีกสักนิดล่ะก็...ทุกอย่างมันคงไม่พังเละเทะแบบนี้

 

“เธอยังรักฉันอยู่หรือเปล่า”

 

ผมถาม ถึงจะรู้คำตอบอยู่แล้วก็เถอะ แต่ก็อยาก...ได้ยินให้มันชัดเจน

 

“ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้จริงๆ...”

 

“เอาตรงๆ...ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

 

เมื่อผมตัดสินใจบอกออกไปแบบนั้น คนตัวเล็กกว่าก็หันมามอง เราสบตากันด้วยสายตาที่ต่างก็ตอบไม่ได้ ผมไม่รู้ว่านัยน์ตาโตคู่นั้นจะสื่ออะไร และผมคิดว่าเธอก็คงเดาแววตาของผมไม่ออกเช่นกัน

 

“ไหนเมื่อกี้นายบอกว่ารักไง”

 

“ก็แค่ประโยคสมมติมั้ย อารมณ์แบบถ้าฉันรักแล้วยังไงล่ะ ในเมื่อเธอก็ไม่รักฉันอยู่ดี”

 

“สรุปว่านายก็ไม่ได้รักฉันเหรอ...?” เธอเอียงคอถามพลางสูดน้ำมูกไปด้วย

 

“ก็บอกว่าไม่แน่ใจ”

 

เราจากนั้นเราทั้งคู่ที่พิงผนังอยู่ก็นั่งเงียบ เธอนั่งกอดเข่า ส่วนผมยืดขา ต่างคนต่างสลับกันถอนหายใจประมาณแปดแสนรอบ ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ๆ ก็มาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่เราสับสน...

 

...ว่าเรารักกันตั้งแต่แรกแล้วหรือเปล่า

 

ผมคิดว่าผมควรจะมีเวลาทบทวนตัวเอง และจริงจังกับเรื่องนี้สักหน่อย

 

“นี่” ลูซี่เป็นคนทัก “จูบฉันสิ”

 

“...”

 

“เอลซ่าเป็นคนบอกว่าถ้าใจเต้นก็แปลว่าชอบ”

 



==============================================

แง ลูซี่เมากามิกาเซ่หรือเปล่าเนี่ย

คือพาร์ทนี้เรากลัวมาก รู้สึกเหมือนทำนัตสึหลุดคาแรกเตอร์ T_T

เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรแปลกๆ ทั้งเรื่องพล็อต ตัวละคร

คอมเมนต์ได้เลยนะคะ ยินดีนำไปปรับแก้

เพราะกังวลมากจริงๆ ค่า ไรท์ไม่รู้ว่ามันโอเคมั้ย T__________T;

ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะ จุ๊บๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

554 ความคิดเห็น

  1. #547 qqqq1123 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:43

    ทำไม!!! ยิ่งอ่านละปวดตับบ!!!

    #547
    0
  2. #506 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:24
    นัตสึไม่มีความหวานเอามากๆ ส่วนเอลซ่าคือ แม่สื่อสุด วิ่งไปยุคนนนั้นคนนี้ 555555 ตรงคาแรกเตอร์ดี
    #506
    1
    • #506-1 ★Ayάmi(จากตอนที่ 23)
      15 พฤษภาคม 2560 / 19:30
      แงงงง ดีใจจจ ยังไม่หลุดคาแรกเตอร์เนอะะ 555555
      #506-1
  3. #497 Memoris S'Misa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 17:56
    นัตสึยังไม่ลืมลิซาน่า
    #497
    1
    • #497-1 ★Ayάmi(จากตอนที่ 23)
      15 พฤษภาคม 2560 / 19:25
      อิอิ 5555555555
      #497-1
  4. #496 SawaleeTik (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 10:25
    จูบให้รู้กันไปเลยว่ารู้สึกยังไง
    #496
    1
    • #496-1 ★Ayάmi(จากตอนที่ 23)
      15 พฤษภาคม 2560 / 19:25
      แงงง ไม่สนอยากให้จูบแรกเป็นของเกรย์เหรออ 5555555
      #496-1
  5. #495 $iviα✻ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 08:38
    เชียร์เกรย์แต่โมเม้นนี้สงสารนัตสึT T
    #495
    1
    • #495-1 ★Ayάmi(จากตอนที่ 23)
      15 พฤษภาคม 2560 / 19:24
      ฮือ นั่นสิ
      #495-1
  6. #494 mMRC (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 00:15
    นัตสึหึงโหดเอาเรื่องเลย*^*
    #494
    1
    • #494-1 ★Ayάmi(จากตอนที่ 23)
      15 พฤษภาคม 2560 / 19:24
      ของใครใครก็ไม่ชอบให้มายุ่งเนอะ
      #494-1
  7. #390 Welkin Evil'Lover (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 22:09
    นัตสึก็โหดนะเนี้ยย >[]<
    #390
    0
  8. #348 WE LOVE FAIRY TAIL (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 15:23
    ถ้าอยากเอา Nalu จะมาดูทำเพื่อไรค้าา นี่มีไว้จิ้น Graylu
    #348
    0
  9. #223 riren (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 11:18
    นัตสึ~~ *-*
    #223
    0
  10. #202 ริน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2555 / 09:13
    เลือกเกรย์เถอะ เอานัตสึมาให้รินแทน อิอิ
    #202
    0
  11. #164 + De la felicided Soul + (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2555 / 17:14
    สงสารทั้งเกรย์ทั้งนัตสึเลยTAT ลูซี่!!จะเอาใครก็รีบๆเอาสิยะ!!!
    เลือกไม่ได้ก็โอนทั้งนัตสึเเละเกรย์มาให้ฉันซะ!!!!//โดนยัน
    #164
    0
  12. #83 วงแหวน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2555 / 21:53
    รีบๆอัพนะ รออยู่จ้าา เป็นกำลังใจน้้าาาา

    อยากอ่านต่อ
    #83
    0
  13. #72 nishazaa25 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2555 / 19:56
    เอา NaLu น้า~ ถ้า GrayLu ล่ะก้อขอตอบ NO~
    #72
    0
  14. #70 teresa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2555 / 21:58
    ไม่จริ๊ง เราคนเดียวกับ ผู้เยี่ยมชม teresa นั่นแหละ แต่พอดีคลิกผิด ไปเป็นไม่เมมเบอร์แทน ใกล้จบแล้ว คิดว่า เชียร์เกรย์ เชียร์สีเทา (เกรย์ แปลว่า สีเทา)
    #70
    0
  15. #69 teresa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 18:53
    ฮือๆ จะจบแล้ว น่าสงสารเกรย์และนัตสึจัง แง้ TOT
    #69
    0
  16. #68 MomoKumA (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 14:58
    ทั้งเกร์ยทั้งนัตสึก็น่าสงสารทั้งคู่ TT"
    #68
    0