คำสาปรักในรอยทราย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 786 Views

  • 0 Comments

  • 13 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    786

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 ตัดไฟเสียแต่ต้นลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61

ด้านฮาลิมที่ยังรู้สึกเป็นต่ออยู่เมื่อเช้านี้เพราะสามารถชิงตัดหน้าอุสมานไปรับเนตรนภาออกจากโรงพยาบาลได้ก่อนและได้อยู่ทานอาหารกลางวันร่วมกับเธอในห้อง หากพอตกเย็นใจกลับร้อนรุ่มด้วยแรงแค้นเมื่อได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องที่เขาสั่งให้คอยเฝ้าดูหญิงสาวที่คอนโดฯ รายงานมาว่าอุสมานมาหาเนตรนภาที่นี่ตั้งแต่เที่ยงและจนป่านนี้ก็ยังไม่กลับลงมาเลย

ขึ้นไปทำอะไรอยู่เป็นนานสองนาน ทำไมแนนนี่ถึงไม่ไล่มันกลับบ้านซะที ฮาลิมครุ่นคิดด้วยความหงุดหงิดพลางเดินไปเดินมาอยู่ในห้องทำงาน พอคิดว่าเนตรนภาอยู่สองต่อสองกับอุสมานภายในห้องพักชายหนุ่มก็อดคิดอย่างอกุศลไม่ได้ พอคิดแล้วในใจก็ยิ่งเดือดพล่านด้วยความหึงหวง

โธ่โว้ย!” ฮาลิมปัดเอกสารบนโต๊ะทำงานทิ้งด้วยความเกรี้ยวกราด ใบหน้าหล่อเหลาที่สาวๆ หลงใหลบัดนี้ถมึงทึงดูน่ากลัวแถมสายตายังวาวโรจน์ราวกับอยากฆ่าใครสักคน ซึ่งคนคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอุสมาน จามินรา ผู้เป็นทั้งศัตรูทางธุรกิจและตอนนี้ก็กำลังเป็นศัตรูทางหัวใจของเขา

ไม่มีทาง! เขาจะไม่มีวันยอมแพ้มันอีกเด็ดขาด! คราวนี้เขาต้องชนะ...ต้องชนะมันให้ได้! ฮาลิมคำรามลั่นในใจอย่างคั่งแค้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาชายหนุ่มต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ต่ออุสมานทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว พระเจ้าช่างไม่ยุติธรรม ส่งเขามาเกิดแล้วเหตุใดต้องส่งอุสมานมาเป็นคู่แข่งด้วย

อุสมานทำให้เขาเหมือนคนด้อยค่า มันทำอะไรก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีหมด ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไปในขณะที่ธุรกิจของเขากลับตกต่ำจนขาดทุนย่อยยับอยู่หลายครั้งดีทว่ามีเงินจากธุรกิจด้านอื่นมาหมุนเวียนทำให้รอดพ้นวิกฤตไปได้ อุสมานไปที่ไหนก็มีแต่เสียงชื่นชมมีผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ตลอดเวลา จริงอยู่ว่าหน้าตาเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอีกฝ่ายแต่ชื่อเสียงกับฐานะก็ไม่อาจสู้ได้จึงทำให้ผู้หญิงหลายๆ คนที่เขาหมายตาเอาไว้ไปให้ความสนใจอุสมานแทน

เมื่อเนตรนภาก้าวเข้ามาในชีวิตทำให้ฮาลิมเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง หญิงสาวทำให้เขาสะใจเมื่อผลงานการออกแบบของเธอสร้างกำไรให้แก่บริษัทเป็นอย่างมากจนสามารถทำให้บริษัทของอุสมานสะเทือนได้ เนตรนภาเหมือนเกิดมาเพื่อมาช่วยเขาล้างแค้นอุสมาน แต่เหตุการณ์ในวันนี้กำลังทำให้เขาหวั่นเกรง ดูท่าแล้วอุสมานจะเอาจริงเพราะฮาลิมไม่เคยเห็นอีกฝ่ายแล่นมาหาผู้หญิงคนไหนเช่นนี้มาก่อนเลย

หากไม่อยากเสียเนตรนภาไปให้อุสมาน เขาต้องทำอะไรสักอย่างให้เด็ดขาดไป ฮาลิมคิดอย่างหนักก่อนรอยยิ้มจะผุดขึ้นตรงมุมปาก ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานแล้วกดอินเตอร์คอมบอกเลขาหน้าห้องให้เรียกยัดซิมให้เข้ามาพบเขาในห้องโดยด่วน

เจ้านายมีงานอะไรจะให้ผมทำหรือครับ ยัดซิมถามเสียงเรียบหน้าเฉย

งานเก่า

เจ้านายและลูกน้องสบตากันนิ่งก่อนยัดซิมจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เมื่อไรครับ

วันนี้ หาโอกาสเหมาะๆ จัดการมันซะ อ้อ...เลือกลูกน้องฝีมือดีหน่อยล่ะเพราะฉันไม่ต้องการให้พลาดเหมือนคราวที่แล้วอีก

ครับ ยัดซิมรับคำแล้วเดินออกจากห้องไป

วันนี้ฉันจะทำให้แกสิ้นชื่อให้ได้ ไอ้อุสมาน!” ฮาลิมคำรามเสียงลอดไรฟัน ดวงตานั้นเหี้ยมเกรียมไร้ซึ่งความปรานีใดๆ

 

หลังจากทานสปาเกตตีของศัตรูจนอิ่มหนำแล้วอุสมานก็เริ่มอารมณ์ดีขึ้นจึงชวนเนตรนภาออกไปนั่งรับลมเย็นๆ ที่ชานระเบียงด้วยกัน ชายหนุ่มยืนเท้าแขนกับราวระเบียง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พร้อมกวาดตามองทิวทัศน์ยามบ่ายจัดของเมืองที่ตนเองเติบโตมา

วิวตรงนี้สวยดีนะครับ สามารถมองเห็นเมืองหลวงได้เกือบทั้งหมดเลยทีเดียว ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มให้คนร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สีขาวนวลก่อนชวนคุยด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์ เนตรนภาแย้มยิ้มบางๆ พลางลุกขึ้นเดินมายืนเคียงข้างคนตัวใหญ่แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเดียวกัน

ใช่ค่ะ เธอพยักหน้าอย่างเห็นด้วย พอตกกลางคืนทุกบ้านจะเปิดไฟกันหมด มันดูสวยงามมากเลยล่ะค่ะเหมือนกำลังดูดาวเลย แต่ฉันชอบตอนเวลาเย็นๆ มากกว่านะคะ

ทำไมล่ะครับ

คุณเห็นผืนทรายตรงโน้นมั้ยคะ หญิงสาวชี้นิ้วไปข้างหน้าเพื่อชี้ให้ชายหนุ่มได้เห็นผืนทรายที่อยู่นอกตัวเมือง ผืนทรายว่างเปล่าซึ่งหากมองจากตรงที่ทั้งสองยืนอยู่ก็จะเห็นทรายผืนนี้คล้ายกับภูเขาตอนกลางวันมันก็แค่ผืนทรายธรรมดาๆ ไม่มีอะไรแต่พอตกเย็นพระอาทิตย์ดวงโตๆ เคลื่อนต่ำลงหามัน ผืนทรายธรรมดาก็เปล่งประกายราวกับทองคำ มันเป็นภาพที่สวยงามมากเลยนะคะ มันน่าหลงใหลจนฉันต้องมานั่งมองมันทุกๆ วันอย่างไม่รู้เบื่อเลยล่ะค่ะ

สายตาเคลิ้มฝันของหญิงสาวเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากริมฝีปากบางเฉียบของคนตัวใหญ่

ผมก็ชอบนะ มันดูน่าหลงใหลจริงๆ อย่างคุณว่า เขาพยักหน้าสนับสนุนก่อนจะยิ้มพรายตาวาววับยามโน้มหน้าลงเอ่ยกับคนข้างกาย แต่จากมุมนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจ คงต้องขอรอดูเย็นนี้ก่อน

เนตรนภานิ่งอึ้งเพราะรู้ว่าได้ชี้โพรงให้กระรอกเจ้าเล่ห์เสียแล้ว หญิงสาวมองค้อนแล้วหันไปอมยิ้มทางอื่นเพราะอดขำอีกฝ่ายไม่ได้ สงสัยต่อไปนี้เวลาพูดอะไรเธอคงต้องระวังซะแล้วไม่อย่างนั้นเข้าทางคนตัวโตข้างกายหมดแน่ๆ

แนนนี่...คุณเคยขี่ม้าชมพระอาทิตย์ตกดินกลางทะเลทรายมั้ย

ไม่เคยค่ะ เธอหันมาตอบ

แล้วคุณอยากไปมั้ยล่ะเขาถามยิ้มๆ พลางหลุบเปลือกตาลงเพื่อซ่อนประกายตาบางอย่างไว้

อยากสิคะ ฉันก็เคยคิดไว้เหมือนกันว่าจะลองไปเที่ยวดูสักครั้งหนึ่ง ไหนๆ ก็มาทำงานอยู่ที่นี่ทั้งที ถ้าไม่ได้เที่ยวชมทะเลทรายเลยคงแปลกน่าดู เนตรนภาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ

ถ้าคุณอยากไปผมขออาสาพาเที่ยวเอง อุสมานรีบเสนอตัวทันทีตามแผน นอกจากพาเที่ยวทะเลทรายแล้วจะพาไปเที่ยวที่อื่นๆ ด้วย คุณเคยไปที่ไหนมาบ้างหรือยังครับ

ก็หลายที่นะคะ แต่ส่วนมากจะอยู่ใกล้ๆ แถวคอนโดฯ มากกว่าค่ะ หญิงสาวตอบแล้วจาระไนให้ชายหนุ่มฟังว่าไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างแล้ว

โอเค ถ้าอย่างนั้นเอาไว้คุณหายเป็นปกติดีเมื่อไรผมจะพาคุณเที่ยวให้ทั่วเมืองเลย

เอ...ฉันจำได้ว่ายังไม่ได้รับปากว่าจะให้คุณพาเที่ยวเลยนะคะ เนตรนภาทักท้วงยิ้มๆ ไม่ได้จริงจังอะไรนัก อุสมานหัวเราะเขินๆ ก่อนจะพูดเหมือนบังคับกลายๆ

ก็ตอบตกลงสิครับ

คราวนี้เนตรนภาหัวเราะออกมาเลยทีเดียว

นี่คุณขออาสาหรือว่าบังคับกันแน่เนี่ย

ไม่ใช่ทั้งอาสาและบังคับ...แต่เป็นขอร้องต่างหาก ขอร้องให้คุณไปเที่ยวกับผม อุสมานบอกเสียงหวานปนออดอ้อนเล็กน้อย เนตรนภาส่ายหน้ายิ้มๆ ทั้งขำทั้งโมโหคนข้างกายที่เล่นลิ้นเก่งนัก พูดจนได้ผลประโยชน์ตามที่ตัวเองต้องการเก่งเหลือเกิน

ตกลงค่ะ หญิงสาวตอบรับในที่สุดเพราะใจไม่แข็งพอ อีกอย่างเธอก็มีเหตุผลรองรับด้วย ให้คุณซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพาเที่ยวก็ดีเหมือนกันจะได้เที่ยวได้ทั่วและอาจได้ราคาถูกด้วย อีกอย่างฉันจะได้รู้เส้นทางไว้เวลาพ่อกับแม่มาจะได้ไม่พาหลง

ถ้าถึงตอนนั้นคุณไม่ต้องกลัวหลงหรอก เดี๋ยวผมพาไปให้ก็ได้ อุสมานเสนอตัวบริการอย่างใจดี

ฉันไม่รบกวนคุณหรอกค่ะ หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธพลางเอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจ

ไม่รบกวนหรอก ผมยินดีพาคุณพ่อคุณแม่ของคุณเที่ยว จะได้รู้จักกันไว้ไง

ทำไมต้องรู้จักกับพ่อแม่ของฉันด้วยคะ เนตรนภาเงยหน้าขึ้นถาม จ้องมองใบหน้าคมสันนิ่ง อุสมานมองตอบก่อนจะส่งยิ้มให้แล้วว่า

ก็...เราเป็นเพื่อนกันแล้วนี่ครับซึ่งต่อไปก็อาจเป็นมากกว่าเพื่อน ชายหนุ่มต่อประโยคสุดท้ายในใจเพราะกลัวว่าพูดออกไปแล้วจะสร้างความไม่พอใจให้หญิงสาว

เนตรนภาพยักหน้ารับคำของเขาก่อนจะเบือนหน้าหันไปมองทิวทัศน์แทน คิ้วเรียวดำขลับขมวดมุ่นเล็กน้อยด้วยความสงสัย สงสัยว่าทำไมเธอถึงรู้สึกผิดหวังในคำตอบของเขาและถ้าไม่อยากรู้สึกแบบนี้เธอหวังให้เขาตอบว่าอะไรล่ะ ตอบว่าเพราะชอบเธออย่างงั้นหรือ?

หญิงสาวตกใจกับความคิดของตนเอง บ้า! คิดอะไรบ้าๆ มันไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย เราไม่ได้หวังคำตอบแบบนั้นเลย ไม่ใช่! เนตรนภาพยายามปฏิเสธจึงเผลอแสดงกิริยาออกมาด้วยการส่ายหน้าจึงทำให้อุสมานที่จับจ้องอยู่ตลอดอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้

แนนนี่ครับ คุณเป็นอะไร ส่ายหน้าทำไมครับ

คะ?” เธอหันมาถามเขาด้วยใบหน้างงๆ แต่พอทบทวนจนจำได้ว่าเขาถามอะไรจึงตอบอย่างเขินๆ คือ...ฉันคิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะค่ะ

อุสมานฟังแล้วก็อมยิ้มอย่างเอ็นดูจับใจก่อนจะบอกเธอเสียงนุ่ม

พระอาทิตย์กำลังจะตกแล้วครับ

เนตรนภามองไปที่ดวงอาทิตย์กลมโต แสงสีส้มอ่อนๆ กำลังอาบไล้ไปทั่วผืนทรายเบื้องหน้า ถึงแม้พวกเธอจะอยู่ไกลลิบแต่ก็ยังสามารถเห็นความงดงามตามธรรมชาติโดยไม่มีสิ่งใดปรุงแต่งสักนิดเดียวได้ ร่างสองร่างยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่สงบและเป็นสุข สุข...ที่มีความอ่อนหวานเจือปนอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลย

 

พอสองทุ่มกว่าๆ อุสมานก็เดินออกมาจากห้องของเนตรนภาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ชายหนุ่มเดินผิวปากเป็นเพลงไปตลอดทางซึ่งเพลงที่ร้องก็เป็นเพลงรักที่เคยได้ยินน้องสาวเปิดฟังอยู่บ่อยๆ พอประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นล่างสุดอุสมานก็ก้าวออกมา รีมที่นั่งรออยู่ในห้องโถงจึงรีบลุกขึ้นเดินเข้ามาหาผู้เป็นนายทันที

รีมกระซิบอะไรบางอย่างกับอุสมานก่อนทั้งสองจะเดินออกจากคอนโดฯ ไป จากนั้นรถเบนซ์สีดำคันใหญ่ก็แล่นไปบนถนนใหญ่ก่อนจะเลี้ยวแยกเข้าถนนสายเล็กๆ เส้นหนึ่งไป สองข้างทางมีบ้านตั้งเรียงรายอยู่หลายหลัง มีเสาไฟฟ้าให้แสงสว่างพอสมควรทว่ายิ่งเข้าไปลึกเท่าไรก็ยิ่งเปลี่ยว สองข้างทางเริ่มไม่มีบ้านเรือน ท้องถนนเบื้องหน้ามีแต่ความมืดมิดเพราะไร้เสาไฟฟ้าให้แสงสว่าง

ขับต่อมาอีกประมาณยี่สิบนาทีรถคันใหญ่ก็ชะลอความเร็วลงจากนั้นก็เลี้ยวขวาขับเข้าไปในทะเลทรายอีกประมาณสองกิโลเมตรก็หยุดจอดสงบนิ่ง ประตูรถทั้งทางด้านหน้าและหลังถูกเปิดออกก่อนร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มทั้งสามจะก้าวลงมา

รีมกับบาห์จะเดินมาเปิดกระโปรงท้ายรถออก จึงปรากฏร่างชายหนุ่มอีกสองคน ซึ่งถูกมัดมือมัดเท้าปิดปากเอาไว้นอนคุดคู้อยู่ในนั้น สภาพของทั้งคู่ยับเยิน มีบาดแผลตามเนื้อตัวและใบหน้าเต็มไปหมด

เอาพวกมันออกมา อุสมานสั่งด้วยเสียงทรงอำนาจ รีมกับบาห์จะช่วยกันหิ้วเชลยทั้งสองออกมาจากท้ายรถแล้วโยนกองไว้แทบเท้าเจ้านายของพวกเขา

อุสมานมองพวกมันด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน รีมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เขาฟังหมดแล้ว ระหว่างที่เขาอยู่บนห้องของเนตรนภา รีมกับบาห์จะที่นั่งรออยู่ในห้องโถงของคอนโดฯ สังเกตเห็นสองคนนี้ทำลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างรถของเขา สองบอดี้การ์ดจึงวางแผนจับผิดโดยการให้รีมนั่งอยู่ที่เดิมแล้วบาห์จะก็ทำทีเป็นเดินไปเข้าห้องน้ำก่อนจะแอบออกมาทางด้านหลังของคอนโดฯ แล้วอ้อมมาจับตาดูผู้ต้องสงสัยทั้งสองจึงได้เห็นว่าพวกมันมีอาวุธติดตัวมาด้วย เท่านั้นแหละบาห์จะก็เดาได้ทันทีว่าพวกมันเป็นคนของใครเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลอบกัดกันแบบนี้

เหตุการณ์เฉียดตายของอุสมานคราวก่อนเป็นบทเรียนสำคัญ จึงทำให้สองบอดี้การ์ดระแวงระวังรอบตัวมากขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า สิ่งใดที่ผิดปกติไม่อาจเล็ดลอดสายตาของทั้งสองไปได้ เมื่อรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นรีมกับบาห์จะก็วางแผนตลบหลังคนร้ายทันที เกมแมวล่าหนูจึงเริ่มขึ้นและสุดท้ายหนูก็เสร็จแมวจนได้ด้วยอาการที่สะบักสะบอมพอสมควรเนื่องจากไม่ยอมให้จับดีๆ

อุสมานนั่งยองๆ บนส้นเท้า เอื้อมมือมาดึงแผ่นเทปกาวที่ติดปากเชลยออกคนหนึ่งอย่างแรงจนคนโดนลอกแสบปากไปหมด

ใครส่งพวกแกมา แม้จะพอเดาได้แต่ก็อยากได้ยินจากปากคนทำอยู่ดี

กูไม่บอก!” มันตะโกนตอบกลับทันที

ปากแข็งดีนี่ ฉันอยากจะรู้นักว่าปากของแกจะหนักจนทนมือทนตีนได้มั้ย อุสมานว่าก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับรีมที่ยืนรอท่าอยู่แล้ว เพียงเจ้านายถอยออกไปรีมก็เดินเข้ามาแทนจากนั้นก็ประเคนฝ่าเท้าให้เชลยปากแข็งไปเต็มๆ เท้าเสียทีหนึ่ง

ปากแข็งนักนะมึง มาดูสิว่ามึงจะยอมโดนกระทืบตายที่นี่หรือว่าจะพูดเพื่อมีชีวิตอยู่ รีมพูดไปก็กระทืบไปไม่ยั้ง อุสมานส่งสัญญาณให้ลูกน้องอีกคน บาห์จะจึงเปิดปากเชลยอีกคนออกแล้วจัดการซ้อมไม่ยั้งเช่นกัน

พอก่อน อุสมานยกมือห้ามแล้วเอ่ยถามอีกครั้ง ว่าไง จะตอบได้หรือยังว่าใครส่งพวกแกมา

พวกมันสองคนมองหน้ากันเอง ใบหน้าของแต่ละคนอาบไปด้วยเลือด เนื้อตัวช้ำระบมไปหมดซึ่งถ้าโดนอีกชุดใหญ่มีหวังคงช้ำในตายแน่ๆ

ว่าไง

รีมกับบาห์จะหวังจะเข้ามากระทืบซ้ำอีกครั้งเมื่อพวกมันยังไม่ยอมเปิดปากพูดสักที ทว่าเพียงแค่ง้างเท้าขึ้นเท่านั้นเชลยหนึ่งในสองก็รีบพูดขึ้นมา

ลูกพี่ยัดซิม! ลูกพี่ยัดซิมใช้พวกเรามา

อุสมานยิ้มเย็นพลางเดินเข้ามาใกล้เชลยทั้งสอง

เจ้านายพวกแกนี่เล่นบทหมาลอบกัดไม่เลิกเสียทีนะชายหนุ่มเอ่ยอย่างสมเพช

แล้วจะทำยังไงกับไอ้สองคนนี้ต่อไปดีครับ รีมเอ่ยขอความคิดเห็นจากเจ้านายหนุ่ม

อย่าฆ่าพวกผมเลย ได้โปรด พวกมันร้องขอชีวิตเสียงหลง ไม่มีความสงสารในแววตาคมกริบของอุสมานสักนิดแถมลำขาแกร่งยังเตะเข้าที่อกจนพวกมันล้มหงายหลังตึงไป

เวลาจะตายกลับร้องขอชีวิต ทีตอนแกฆ่าคนอื่นทำไมไม่คิดเสียดายชีวิตเขาบ้างฮะ!”

พวกผมไม่มีทางเลือก ผมต้องทำตามคำสั่งเจ้านาย ได้โปรด...ไว้ชีวิตพวกผมด้วยเถอะ

พวกแกมีทางเลือกแต่ไม่เลือกเองต่างหากล่ะ เอาเถอะ ฉันจะไว้ชีวิตพวกแก อุสมานตัดสินใจไว้ชีวิต พอพวกมันได้ยินก็แสดงอาการดีใจจนเห็นได้ชัด แต่แล้วความดีใจก็ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อมาของชายหนุ่ม แต่ไว้ชีวิตก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สั่งสอน อุสมานยิ้มเหี้ยม ดวงตาไร้แววปรานีเพราะคนเดนตายอย่างพวกมันปรานีไปก็เปล่าประโยชน์

ฉันจะสั่งสอนว่าอย่าเห็นชีวิตใครเป็นผักเป็นปลาที่คิดจะฆ่าเมื่อไรก็ได้อีก มือของพวกแกมันเปื้อนเลือดมาเยอะแล้วสมควรหยุดได้ซะที จบคำชายหนุ่มก็หันไปสบตากับบาห์จะ ไม่ต้องเอ่ยคำลูกน้องคู่ใจก็รู้ใจเจ้านายได้ดี มีดสั้นคมกริบจึงถูกยื่นส่งให้ ผู้เป็นนายรับมาถือไว้ก่อนจะกดสปริงตรงด้ามถือทำให้ใบมีดสีเงินโผล่ขึ้นมา

จะ...จะทำอะไร มันร้องถามเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าอาบเลือดที่บัดนี้แห้งเกรอะกรังไปแล้วซีดเผือดลงทันที แล้วมันก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อถูกจับให้นอนคว่ำหน้าลงกับพื้นทราย รีมกดข้อมือที่ถูกมัดของมันไว้แน่น ส่วนบาห์จะนั่งทับหลังมันไว้ไม่ให้ดิ้นหนีไปไหนได้ อย่า! อย่าทำผม ได้โปรด!” มันอ้อนวอนด้วยความหวาดกลัว

ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ฆ่าพวกแกหรอก แค่อยากสั่งสอนให้ราบจำจะได้ไม่ไปทำร้ายใครได้อีกเท่านั้น อุสมานบอกเสียงเย็นก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนส้นเท้าอีกครั้ง

อ๊าก!!!!” มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกมีดอันคมกริบตัดนิ้วชี้กับนิ้วกลางของมันออกทั้งสองมือ เพื่อนอีกคนตาเหลือกพลางกระเถิบถอยหลังหนีอย่างลนลานแต่ก็ไม่สามารถพ้นมือของรีมกับบาห์จะที่ตามมาจับตัวเอาไว้ได้ แล้วมันก็ถูกลงทัณฑ์ไม่ต่างหากเพื่อนของมันสักนิดเดียว

ฉันขอนิ้วพวกแกเป็นการแลกเปลี่ยนกับชีวิตก็แล้วกัน ที่ฉันไม่ตัดหมดเพราะต้องการให้โอกาสพวกแกได้ทำมาหากินเลี้ยงชีวิตอย่างสุจริต ส่วนนิ้วชี้กับนิ้วกลางที่ฉันตัดไปเพื่อไม่ให้พวกแกใช้เกี่ยวไกปืนฆ่าใครได้อีก อุสมานบอกเสียงกร้าวพลางส่งมีดเปื้อนเลือดให้กับรีมไปจัดการทำความสะอาดก่อนจะสั่ง จัดการห้ามเลือดให้พวกมันแล้วเอาไปไว้หลังรถเหมือนเดิม

ครับ รีมกับบาห์จะรับคำสั่งแล้วปฏิบัติตามอย่างรวดเร็ว เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดของเชลยทั้งสองดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ดูแล้วช่างน่าเวทนายิ่งนักแต่ไม่ใช่สำหรับรีมกับบาห์จะ พวกเขามองดูมันด้วยสายตานิ่งเฉยไม่มีความสงสารแม้สักนิดเดียวในความรู้สึก นั่นก็เพราะพวกมันทำเลวเอาไว้มากมายฆ่าคนราวกับผักปลาได้อย่างเลือดเย็นเพียงเพราะเห็นแก่เงินทอง

เจ้านายเขาทำแค่นี้ยังถือว่าเมตตาแล้วเพราะหากไม่เมตตาพวกมันคงไร้ลมหายใจไปนานแล้ว ความจริงเจ้านายของพวกเขาไม่ใช่คนโหดร้ายใจอำมหิตเลยสักนิด อุสมานทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาไม่เคยลอบกัดใคร อาจมีใช้อิทธิพลนิดหน่อยแต่ก็ไม่เคยเกินเลยหรือเอาเปรียบคู่แข่งมากนัก คนในตระกูลจามินราไม่ใช่มาเฟียฉะนั้นจึงไม่เคยสั่งฆ่าใครก็ตามที่ขัดผลประโยชน์ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่แพะที่ใครจะมาจับเชือดได้ง่ายๆ เหมือนกัน

อยู่นิ่งก็ใช่ว่าจะไม่มีเขี้ยวเล็บ ตรงกันข้ามอุสมานมีเขี้ยวเล็บมากเชียวล่ะ เพียงแต่จะใช้หรือไม่ใช้ก็เท่านั้นเอง ซึ่งหากใช้ขึ้นมาคนๆ นั้นคงหมดสิ้นทุกอย่างแม้กระทั่งลมหายใจ!

เวลาผ่านไปเพียงยี่สิบนาทีรถเบนซ์คันใหญ่ก็แล่นออกจากทะเลทรายอันเวิ้งว้างสู่ถนนเส้นเดิมตามปกติเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น