ตอนที่ 7 : บทที่ 6 คู่แข่งด้านธุรกิจและหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61

ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาสร้างความแปลกใจให้แก่เนตรนภาที่กำลังนอนดูทีวีอยู่บนเตียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากอุสมานเพิ่งจะออกจากห้องเพื่อไปหาอะไรทานเมื่อยี่สิบนาทีที่แล้วนี่เอง ฉะนั้นชายหนุ่มไม่น่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้

หญิงสาวเตรียมอ้าปากจะถามแต่พอเห็นหน้าคนเข้ามาปุ๊บคำถามทั้งหลายทั้งปวงก็ถูกกลืนลงลำคอก่อนริมฝีปากอิ่มสวยจะแย้มยิ้มส่งให้คนที่เดินเข้ามาหา

บอส...สวัสดีค่ะ

สวัสดีครับแนนนี่ คุณเป็นอย่างไรบ้างครับ ตอนผมได้ยินข่าวคุณครั้งแรกผมตกใจมากทีเดียวฮาลิมเดินเข้ามายืนชิดเตียงพลางโน้มหน้าลงใกล้กับคนเจ็บ จนเนตรนภาต้องเอนตัวออกเล็กน้อยโดยทิ้งระยะห่างให้พอเหมาะแล้วเอ่ยตอบคำถามอีกฝ่าย

ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้วค่ะ ไม่ค่อยปวดแผลเท่าไรแล้ว ต้องขอบคุณบอสมากนะคะที่อุตส่าห์สละเวลามาเยี่ยม เกรงใจจังค่ะ

อย่าพูดอย่างนี้สิครับ อย่าเกรงใจผมเลยเราสองคนไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันนี่นา ผมเป็นห่วงคุณมากเลยรู้มั้ย ตอนได้ยินข่าวครั้งแรกก็แทบจะแล่นมาหาคุณแล้วแต่พอดีผมติดงานสำคัญอยู่ก็เลยมาเยี่ยมคุณไม่ได้ ผมขอโทษนะแนนนี่ คุณไม่โกรธผมใช่มั้ยครับ ฮาลิมถามเสียงอ้อนๆ เนตรนภายิ้มบางๆ ให้ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

ไม่เลยค่ะ

ขอบคุณครับ ผมรู้อยู่แล้วว่าแนนนี่ของผมต้องเข้าใจ ฮาลิมโปรยยิ้มหวานให้อีก แววตาเขาอ่อนเชื่อมจนคนสบตาด้วยต้องเมินหลบด้วยการหลุบเปลือกตาลงมองมือตัวเองแทน ในใจของหญิงสาวนั้นรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยกับคำพูดของชายหนุ่มเพราะมันฟังดูเหมือนเธอกับเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันยังไงชอบกล

แม้จะไม่เคยมีแฟนมาก่อนแต่เนตรนภาก็ไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดที่จะดูไม่ออกว่าผู้ชายคิดเช่นไรด้วย เพราะระยะหลังๆ มานี่ฮาลิมชอบพูดคำหวานใส่ ท่าทางของเขาก็แสดงออกชัดเจนว่าสนใจเธอจนพนักงานในบริษัทหลายคนเริ่มจับตามองและแน่นอนว่าสิ่งที่จะต้องตามมาก็คือคำนินทาซึ่งเธอไม่ชอบเลยสักนิดเดียว ทว่าก็หลีกเลี่ยงที่จะไม่พบเจอไม่ค่อยได้เพราะบริษัทที่เธอทำงานอยู่มันคือบริษัทของเขา

ฮาลิมเป็นคนหน้าตาดีแถมยังรวยอีกต่างหาก นิสัยเท่าที่รู้จักก็ถือว่าเป็นคนดีแต่เนตรนภาก็ยังไม่คิดที่จะสนใจเพราะตอนนี้จิตใจของเธอยังมุ่งมั่นกับการทำงานอยู่และยังรักชีวิตอิสระไร้พันธนาการใดๆ ทั้งสิ้นอีกด้วย

แล้วนี่หมอให้ออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไรครับ

ก็คงอีกสักสองสามวันมั้งคะ เนตรนภาคาดคะเน เพราะอาการของเธอก็ดีขึ้นมากแล้วอีกไม่กี่วันน่าจะกลับบ้านได้ ยังไม่ทันที่ฮาลิมจะได้ถามต่อประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของอุสมานที่เดินเข้ามา ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องเพียงลำพังโดยทิ้งรีมกับบาห์จะให้คอยเฝ้าอยู่หน้าห้อง แต่ความเป็นจริงแล้วอุสมานให้ทั้งสองเฝ้าประกบยัดซิมลูกน้องคนสนิทของฮาลิมที่ยืนเฝ้าเจ้านายอยู่หน้าห้องมากกว่า

ฮาลิมหันไปสบตากับอุสมานที่เดินมายืนชิดขอบเตียงอีกด้านของคนเจ็บ ทั้งสองหนุ่มสบตากันอย่างไม่มีใครยอมหลบ แววตาของทั้งคู่ราบเรียบราวกับไม่มีความรู้สึกใดต่อกันทว่าภายในใจกลับเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด

เนตรนภามองหน้าสองหนุ่มสลับกันไปมาก่อนจะขยับตัวอย่างอึดอัดเพราะชายหนุ่มทั้งคู่เอาแต่จ้องหน้ากันไม่ยอมพูดทักทายอะไรกันออกมาสักคำเดียว จนหญิงสาวทนไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายเอ่ยออกมาก่อน

เอ่อ...คุณทานอาหารเสร็จแล้วหรือคะ

ครับ อุสมานละสายตาจากฝ่ายตรงข้ามมามองคนถามพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ

สวัสดีครับคุณอุสมาน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ ฮาลิมเป็นฝ่ายเอ่ยทักก่อนด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรหากแววตากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง อุสมานส่งยิ้มหมิ่นๆ ให้ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

สวัสดีครับคุณฮาลิม นั่นสินะ เราสองคนไม่ได้พบกันนานเลยเพราะคุณมัวแต่... ชายหนุ่มทิ้งหางเสียงยาวอย่างจงใจยั่วเย้าอีกฝ่าย เพราะแม้คำพูดของเขาจะฟังดูธรรมดาๆ แต่นัยน์ตาที่สื่อออกมานั้นกลับเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด ยุ่งกับงานอยู่

ใบหน้าของฮาลิมแดงก่ำด้วยความโกรธเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการพูดคำว่า หนี แทนมากกว่า ชายหนุ่มพยายามระงับอารมณ์เอาไว้เต็มที่ก่อนจะส่งรอยยิ้มอาบยาพิษให้ศัตรู

ครับ ช่วงนี้ผมงานยุ่งมากทีเดียว เพราะคอลเลคชั่นล่าสุดของบริษัทผมขายดีมาก ออเดอร์จากลูกค้ามีเข้ามาไม่ขาดจนบริษัทผมแทบจะทำส่งไม่ทันเลยทีเดียว งานนี้ต้องยกเครดิตให้กับแนนนี่ของผมเลยล่ะครับ ชายหนุ่มเน้นย้ำคำว่าของผมเสียงหนักเผื่อประกาศให้อุสมานรู้ว่าเขาเป็นอะไรกับหญิงสาว เธอเป็นคนออกแบบคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดนี้เอง แต่เอ...คุณอุสมานก็คงทราบดีแล้วใช่มั้ยครับเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มาทาบทามแนนนี่ของผมให้ไปทำงานด้วย

แน่นอนครับ คนเก่งมีฝีมือใครๆ ก็ต้องการทำงานด้วย ผมคิดเหมือนคุณไงครับ อุสมานตอกกลับไปแบบนิ่มๆ บ้าง

ทำแบบนี้มันไม่ดีนะครับคุณอุสมาน ฮาลิมแสร้งตำหนิอย่างทีเล่นทีจริง

อุสมานยิ้มเยาะพลางมองอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน เขายักไหล่ก่อนตอบอย่างไม่แยแสสักนิด

เรื่องแบบนี้อยู่ที่คนกลางครับ ถ้าคนกลางตกลงก็ไม่ผิด

อ้าว ซวยแล้วฉัน เนตรนภาร้องครางในใจพลางมองค้อนอุสมานนิดๆ อย่างไม่พอใจ เรื่องอะไรหาเหามาโยนใส่หัวเธอ เธอนั่งฟังอยู่ดีๆ แท้ๆ ดันมาจบเรื่องลงที่เธอซะได้ หญิงสาวรู้สึกอึดอัดเข้าไปใหญ่เมื่อสายตาสองคู่จ้องมองมาที่เธอราวกับจะให้เธอเป็นคนตัดสินในเรื่องนี้ เนตรนภาเม้มริมฝีปากแน่นพลางหลุบตาลงมองมือของตัวเองที่บีบกันแน่นอยู่ เธอนั่งนิ่งไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้นแสร้งทำเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาสองคนโยนให้ซะเลย

แต่แนนนี่ก็ไม่ตกลง เธอบอกผมว่าปฏิเสธคุณไปแล้วเพราะเธออยากทำงานกับผมมากกว่า ฮาลิมบอกด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน

ตอนนี้ไม่แต่วันข้างหน้าก็ไม่แน่นี่ครับ อุสมานสวนกลับไปอย่างยียวน ฮาลิมตาลุกวาวด้วยความโกรธ สองหนุ่มจ้องตากันอย่างท้าทายและไม่มีใครยอมใครทำให้คนกลางอย่างเนตรนภารู้สึกอึดอัดเป็นครั้งที่สามแล้ว

จะเล่นเกมจ้องตากันรึไงนะ มองกันอยู่ได้ เอ๊ะ...หรือว่าที่มองกันเนี่ยเพราะกำลังปิ๊งกันอยู่ คิดแล้วเนตรนภาก็อดขำไม่ได้ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบด้วยการเปลี่ยนเรื่องคุยไปเสีย

เอ่อ...บอสคะ เรื่องลางานของดิฉัน

ทำไมหรือครับ ฮาลิมถามเสียงอ่อนโยน

คือ...ดิฉันอาจจะขอลาต่อเพิ่มอีกสักวันสองวันน่ะค่ะ ออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะทำงานไหวหรือเปล่า เพราะเวลาขยับแขนข้างขวายังรู้สึกตึงๆ เจ็บๆ อยู่เลยค่ะ

ได้สิ เรื่องงานคุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ช่วงนี้เรายังไม่ออกคอลเลคชั่นใหม่งานเลยยังไม่ยุ่งมากเท่าไร คุณลางานได้ตามต้องการเลยนะครับ จนกว่าแผลจะหายดีก็ได้ ผมอนุญาต

ขอบคุณมากค่ะบอส ดิฉันโชคดีเหลือเกินที่ได้บอสเป็นเจ้านาย เนตรนภาส่งยิ้มหวานให้ ฮาลิมยิ้มรับอย่างดีใจแต่อุสมานกลับหน้าตึงด้วยความไม่พอใจและรู้สึกหมั่นไส้ยังไงชอบกล แค่มองตาชายหนุ่มก็รู้ได้ทันทีว่าฮาลิมคิดเช่นไรกับเนตรนภา ซึ่งมันทำให้เขาหงุดหงิดในใจพิลึกจนอยากจะจับฮาลิมโยนออกไปนอกห้องให้พ้นหูพ้นตาไวๆ

ผมก็โชคดีที่ได้แนนนี่มาทำงานให้ แต่ผมอยากโชคดีมากกว่านี้อีกถ้าแนนนี่จะยอม...

อะแฮมๆ อุสมานแกล้งกระแอมขัดจังหวะทำให้ฮาลิมเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่พอใจ ขอโทษนะครับ พอดีผมรู้สึกคันคอน่ะครับ

ไม่เป็นไรครับ ฮาลิมกัดฟันบอกก่อนจะหันมาพูดกับเนตรนภาเสียงอ่อน แนนนี่ครับ เรื่องค่ารักษาพยาบาลของคุณ...

ผมจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว คุณฮาลิมไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ อุสมานเอ่ยยิ้มๆ แถมยักคิ้วข้างหนึ่งให้อีกด้วย ฮาลิมยิ้มเย็นแต่ดวงตากับลุกวาวราวกับมีเปลวไฟ

คุณอุสมานนี่ใจดีจังเลยนะครับ

ก็แนนนี่เจ็บตัวเพราะผมนี่ครับ ผมก็เลยต้องรับผิดชอบและดูแลเธอเป็นพิเศษ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบพอในตัวเนตรนภาจึงอยากแกล้ง ชายหนุ่มเลยเน้นคำบางคำเป็นพิเศษอย่างยั่วเย้าซึ่งก็ได้ผลเพราะตอนนี้ฮาลิมกำลังกัดฟันแน่น สองมือก็กำแน่นไม่แพ้กัน

เรื่องที่พนักงานซุบซิบกันเป็นจริงหรือเนี่ย อุสมานคิดจะจีบเนตรนภาจริงๆ งั้นหรือ ฮาลิมคิดด้วยใจที่ร้อนรุ่ม เพราะเรื่องนี้นี่แหละที่ทำให้เขาทนไม่ไหวต้องรีบแล่นมาเยี่ยมเนตรนภาที่โรงพยาบาลทั้งที่ตั้งใจว่าจะรอให้หญิงสาวออกจากโรงพยาบาลเสียก่อนแล้วค่อยไปเยี่ยมที่คอนโดฯ ของเธอแทน เพราะชายหนุ่มไม่อยากเผชิญหน้ากับอุสมานตรงๆ ในตอนนี้ ทว่าความร้อนใจปนหวาดระแวงว่าจะเสียเนตรนภาไปให้กับศัตรูจึงทำให้เขาเปลี่ยนใจในที่สุด

แนนนี่ครับ ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน ไว้วันหลังผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ ฮาลิมทนไม่ไหวจึงขอตัวลากลับ

ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาเยี่ยม

ฮาลิมยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะมองอุสมานด้วยสายตาขุ่นมัวทว่าน้ำเสียงยามเอ่ยลาอีกฝ่ายกลับราบเรียบ

ผมไปก่อนนะครับคุณอุสมาน

เดี๋ยวสิครับคุณฮาลิม อุสมานเรียกไว้แล้วเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายที่ยืนอยู่หน้าประตู ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นไม่ดังมากนักพอให้ได้ยินกันแค่สองคน คุณเคยได้ยินคำว่าหมาลอบกัดมั้ยครับ

ฮาลิมหลุบเปลือกตาลงก่อนเหลือบขึ้นมองใหม่แล้วตอบยิ้มๆ

เคยสิครับ ถามทำไมหรือครับ

ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากจะเตือนคุณไว้เท่านั้นว่าอย่าทำมาก ระวัง...จะตายอย่างหมาข้างถนน

คุณพูดอะไรผมไม่เข้าใจ

ไม่ต้องเข้าใจหรอกครับ แค่จำเอาไว้ก็พอ เชิญครับ อุสมานผายมือเชื้อเชิญด้วยใบหน้าแย้มยิ้มเหมือนไม่เคยมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกันมาก่อน ฮาลิมกัดฟันกรอดมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอาฆาตแค้นแล้วเดินออกจากห้องไป

คุยอะไรกันเหรอคะ เนตรนภาถามด้วยความอยากรู้

เรื่องงานนิดหน่อยนะครับ คุณอย่าสนใจเลย อยากทานแอปเปิลมั้ยผมจะปอกให้ทาน อุสมานเดินกลับมาหาแล้วถามอย่างเอาใจ เนตรนภาเลิกคิ้วสูงก่อนจะถามยิ้มๆ เหมือนไม่เชื่อถือ

คุณเนี่ยนะจะปอกแอปเปิลให้ฉันทาน

ทำไม มันแปลกเหรอ

ก็แปลก ผู้บริหารระดับสูงอย่างคุณ มหาเศรษฐีรวยล้นฟ้าที่มีข้าทาสบริวารคอยรับใช้อย่างคุณเนี่ยนะ จะมาปอกผลไม้ให้ลูกจ้างธรรมดาๆ อย่างฉันทาน แหม...ฟังดูแล้วเหมือนได้รับเกียรติอย่างมหาศาลยังไงก็ไม่รู้

ฟังดูแล้วเหมือนคุณประชดผมเลย

เนตรนภาหัวเราะกิ๊ก

ถูกต้อง

แล้วมันแปลว่าอยากทานหรือไม่อยากทานกันล่ะ อุสมานเลิกคิ้วถามยิ้มๆ นึกอยากเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นๆ ของคนช่างประชดนัก

แปลว่าอยากทานสิคะ แหม...ผู้บริหารระดับสูงมหาเศรษฐีหมื่นล้านมาบริการให้ทั้งทีมีหรือจะไม่อยากทานน่ะ

ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ พร้อมกับส่ายหน้าระอา เนตรนภาเห็นจึงอดหัวเราะไปด้วยไม่ได้

 

ตกค่ำอุสมานกลับบ้านด้วยอารมณ์เบิกบานสุดขีด ที่เป็นเช่นนี้เพราะวันนี้เขาได้พูดคุยกับเนตรนภามากขึ้นและหญิงสาวยังให้ความสนิทสนมกับเขาเพิ่มขึ้นอีกด้วย พอได้สนทนากันอย่างจริงจังก็พบว่าเขากับเธอเข้ากันได้ดีในหลายๆ เรื่องทั้งทัศนคติและความชอบในบางอย่างที่คล้ายกัน

อุสมานไม่เคยรู้สึกสนทนากับผู้หญิงคนไหนแล้วรู้สึกสนุกและมีความสุขเช่นนี้มาก่อน เพราะส่วนมากที่เข้ามาคุยไม่พูดเรื่องธุรกิจก็มักจะพูดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เป็นส่วนใหญ่ ชายหนุ่มเดินฮัมเพลงหงุงหงิงเข้าบ้านก็เจอกับฟาเดลพอดีจึงถูกอีกฝ่ายแซวเข้าให้

เอ...วันนี้มีเรื่องอะไรดีๆ นะ พี่ชายของผมถึงได้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เปล่านี่ อุสมานปฏิเสธแต่กลับยิ้มกริ่ม ดวงตาก็ดูแพรวพราวจนผิดปกติ

เปล่าอะไรกันครับ ร้อยวันพันปีพี่เคยฮัมเพลงเล่นอย่างนี้ที่ไหนกัน บอกมาเถอะน่า ฟาเดลยังอยากรู้ไม่เลิก

ไม่มีอะไรจริงๆ นายอย่าจับผิดนักเลย พี่ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะ อุสมานยังปฏิเสธ จะให้บอกได้อย่างไรล่ะว่าเขาอารมณ์ดีเพราะใคร ขืนพูดออกไปมีหวังโดนล้อให้ได้อายแน่ๆ

เดี๋ยวสิครับ ฟาเดลเรียกไว้แต่พี่ชายตัวดีก็เดินแกมวิ่งหนีไปไกลเสียแล้ว ชายหนุ่มมองตามพลางขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาเต็มไปด้วยรอยครุ่นคิดขณะที่สองเท้าก็ก้าวเข้าไปหามารดาและน้องสาวในห้องนั่งเล่น

เป็นอะไรไปคะพี่ฟาเดล มีเรื่องอะไรกลุ้มใจนักหรือคะ อะติฟาถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าครุ่นคิดของพี่ชาย ซาลิม่าเองก็เช่นกัน

นั่นน่ะสิ เป็นอะไรไปลูก เครียดเรื่องงานหรือเปล่า

เปล่าหรอกครับ ผมไม่ได้เครียดเรื่องอะไรเลยเพียงแต่กำลังสงสัยเท่านั้น ฟาเดลตอบพลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยว อะติฟาที่กำลังปักลายบนปลอกหมอนให้พี่ชายทั้งสองอยู่วางมือจากงานลงแล้วเอ่ยถามด้วยความสนใจใคร่รู้

สงสัยอะไรหรือคะ

ก็พี่อุสมานน่ะสิ วันนี้กลับมาอารมณ์ดีเป็นพิเศษถึงขนาดเดินฮัมเพลงเข้าบ้านเลยนะ พอพี่ถามว่าอารมณ์ดีเรื่องอะไรมาก็ไม่ยอมบอกแถมยังปฏิเสธว่าไม่มีอะไรอีก แต่รอยยิ้มกับดวงตาน่ะมันตรงข้ามกันเลย

ตรงข้ามยังไงคะ

ก็รอยยิ้มกับดวงตามันเหมือนกับคนที่กำลัง...มีความรัก

หา! จริงเหรอ!” ทั้งผู้เป็นมารดาและน้องสาวถึงกับอุทานออกมาพร้อมกัน จะไม่ให้ทั้งสองประหลาดใจได้อย่างไรกันในเมื่อตั้งแต่เล็กจนโตมาอุสมานไม่เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อน เพราะเรื่องของตระกูลทำให้ชายหนุ่มกลายเป็นคนใจหินรักใครไม่เป็น ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนเป็นแค่ผู้หญิงชั่วคราวเท่านั้น ไม่เคยจริงจังหรือมอบหัวใจให้ใครมาก่อน

ฟาเดลพยักหน้ายืนยันก่อนเอ่ยเหมือนคิดไม่ตก ผมค่อนข้างมั่นใจแต่สงสัยจังว่าพี่อุสมานไปหลงรักสาวที่ไหนกัน

คงเป็นคุณแนนนี่มั้งคะ อะติฟาสันนิษฐานได้ตรงเผงซึ่งฟาเดลก็เห็นด้วยทันที

ใช่ๆ ลืมคุณแนนนี่ไปได้ยังไงกันนะ

แม่ว่าไม่ใช่หรอก พวกเขาสองคนเพิ่งรู้จักกันได้แค่ไม่กี่วันเองนะ ซาลิม่าส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย

โธ่...แม่ขา แม่ไม่เคยได้ยินคำว่ารักแรกพบหรือไงกันคะ อะติฟาว่า หนูเชื่อว่าต้องเป็นคุณแนนนี่แน่ๆ ค่ะ แม่กับพี่เดลลองคิดดูสิคะ พี่อุสมานเคยใส่ใจผู้หญิงคนไหนมากเท่านี้มาก่อนหรือเปล่าถึงขนาดทิ้งการทิ้งงานให้พี่เดลดูแลแทนแล้วตัวเองไปนั่งเฝ้าดูแลคุณแนนนี่ที่โรงพยาบาลทั้งวันและทุกวันแบบนี้ถึงจะอ้างว่าเธอเป็นคนช่วยชีวิตเอาไว้ก็เถอะค่ะ

ฟังคำอธิบายของอะติฟาแล้วทั้งซาลิม่าและฟาเดลก็อดคล้อยตามไม่ได้ หญิงสูงวัยถอนใจยาวความรู้สึกที่มีต่อเรื่องนี้มีทั้งดีใจและหนักใจไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว

 

สองวันต่อมาอุสมานยังคงไปดูแลเนตรนภาที่โรงพยาบาลเหมือนเดิม วันนี้หมออนุญาตให้หญิงสาวได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้วชายหนุ่มจึงตั้งใจที่จะไปรับและพาเธอไปส่งยังที่พักเอง แต่วันนี้เขาจำต้องไปหาหญิงสาวสายหน่อยเนื่องจากมีประชุมสำคัญในช่วงเช้าซึ่งเขาไม่อาจเลี่ยงไม่เข้าประชุมได้

อุสมานออกจากห้องประชุมด้วยท่าทางรีบร้อนเพราะมันเลยเวลาที่กำหนดไปเกือบสองชั่วโมงเลยทีเดียว เสียงท้องเริ่มร้องประท้วงเนื่องจากเป็นเวลาเที่ยงแล้วแต่ชายหนุ่มก็ไม่แวะทานอาหารที่ไหนเลย เขานั่งรถมุ่งไปที่โรงพยาบาลอย่างเดียว เพราะตั้งใจว่าจะไปหาซื้ออะไรแถวโรงพยาบาลขึ้นไปกินกับเนตรนภาที่ห้องแทน แต่สุดท้ายอุสมานก็ต้องผิดหวังเมื่อมาถึงกลับพบว่าหญิงสาวออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว มิหนำซ้ำยังต้องมาหงุดหงิดเมื่อได้ฟังคำตอบของพยาบาลว่าใครเป็นคนมารับเนตรนภาออกจากโรงพยาบาลแทนเขา

อ๋อ...คุณฮาลิมเป็นคนมารับคนไข้ไปค่ะ มารับไปตั้งแต่เช้าแล้วล่ะค่ะ

มันน่าโมโหนัก โมโหตัวเองด้วยที่ดันไม่บอกเนตรนภาเอาไว้ก่อนว่าเขาจะเป็นคนมารับเธอออกจากโรงพยาบาลเอง

เห็นเจ้านายหนุ่มอารมณ์เสียแทนที่รีมกับบาห์จะจะรู้สึกหวั่นๆ เกรงจะโดนลูกหลงเข้า ที่ไหนได้ทั้งสองกลับหันมายิ้มให้กันราวกับถูกใจนักหนา

ยิ้มอะไรกัน มีเรื่องน่าดีใจอะไรนักหนางั้นเหรอฮะ

สุดท้ายก็โดนลูกหลงจนได้แต่บอดี้การ์ดทั้งสองกลับไม่สะทกสะท้านอย่างที่ลูกน้องทั่วไปควรจะเป็นทั้งนี้เพราะทั้งคู่รู้จักนิสัยใจคอของเจ้านายหนุ่มดีว่าไม่สั่งลงโทษใครเพราะอารมณ์พาลเหมือนเด็กๆ แน่

ทำไมเจ้านายไม่ตามไปที่คอนโดฯ ของเธอล่ะครับ รีมเอ่ยแนะนำอย่างรู้ใจ

พอได้ฟังสีหน้าที่บูดบึ้งของอุสมานพลันแจ่มใสขึ้นทันตาเห็น แต่เพราะกลัวเสียฟอร์มและกลัวถูกล้อจึงรีบวางหน้าเรียบเฉยแล้วเอ่ยเสมือนไม่สนใจในเรื่องนี้นัก

ทำไมฉันต้องไปหาเธอที่คอนโดฯ ด้วย อาการบาดเจ็บของเธอก็หายดีแล้วนี่ฉันคงไม่ต้องไปรับผิดชอบอะไรอีกหรอกมั้ง จบคำก็นิ่งไปอึดใจใหญ่ก่อนจะแสร้งถอนใจออกมา เฮ้อ...แต่ไปดูเธอหน่อยก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวจะหาว่าออกจากโรงพยาบาลแล้วทิ้งเลย ไม่รู้จักบุญคุณชายหนุ่มพูดพลางออกเดินนำไปที่รถ

บาห์จะกับรีมมองหน้ากันแล้วแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเจ้านายหนุ่มในลักษณะนี้ เออ...หนอ แบบนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกปากกับใจไม่ตรงกัน อยากจะไปหาเขาแทบแย่แต่ดันทำฟอร์มไม่อยากไป รีมคิดอย่างขำๆ พลางรีบสาวเท้าเคียงคู่กับคู่หูตามหลังผู้เป็นนายไปที่รถ

 

เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้เนตรนภาเงยหน้าจากซองยาแล้วหันไปมองทางประตูห้องด้วยความสงสัย ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูพร้อมกับยิงคำถามออกไปเนื่องจากคิดว่าเป็นฮาลิม

ลืมอะไรหรือคะบอส...อ้าว คุณอุสมานเองหรือคะ เธอมองหน้าคนร่างยักษ์ด้วยความประหลาดใจ

ใช่ เพราะโมโหหิวหรือเพราะโมโหหึงก็ไม่ทราบถึงทำให้อุสมานตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัดก่อนจะตั้งคำถามราวกับจะหาเรื่องเจ้าของห้อง ทำไม คุณคิดว่าเป็นนายฮาลิมกลับมาอีกหรือไง

นี่คุณ เนตรนภาใช้แขนข้างที่ดียกขึ้นเท้าสะเอวพร้อมกับจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง เป็นอะไรฮะ ประสาทรึเปล่าหรือว่าไปกินรังแตนมาจากไหนถึงได้ถ่อสังขารมาพาลหาเรื่องฉันถึงคอนโดฯ เนี่ย บ้าที่สุดเลย ฉันไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของคุณนะ ไปเลย...ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก หญิงสาวชี้นิ้วไล่ก่อนจะผลักบานประตูหวังปิดใส่หน้าโครมใหญ่ทว่าอุสมานยกมือขึ้นดันไว้ทันเสียก่อน

เดี๋ยวก่อนสิ ผมขอโทษชายหนุ่มกล่าวขอโทษด้วยสีหน้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง เขารู้สึกผิดที่เอาอารมณ์โกรธมาลงกับเธอที่ไม่รู้เรื่องด้วย เขาไม่ได้อยากทำเช่นนี้แต่ไม่รู้ทำไมพอฟังคำพูดแรกของเธอแล้วมันโมโหจี๊ดขึ้นมาทันทีจนลืมตัวไป

ฉันไม่รับ กลับไปซะ เนตรนภายังไม่หายเคือง มือบางยังคงผลักประตูเต็มแรง

โธ่...แนนนี่ ผมขอโทษ ยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ชายหนุ่มอ้อนวอนเสียงอ่อน แววตาก็เว้าวอนเสียจนน่าสงสารและใจของหญิงสาวก็ไม่แข็งพอซะด้วยสิ ในที่สุดก็ต้องยอมอ่อนให้จนได้ แรงผลักประตูจึงเบาลงจนเธอละมือออกจากประตูไปในที่สุดแล้วเดินกะบึงกะบอนไปนั่งยังโซฟาตัวเดิม

อุสมานเป่าปากอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินเข้าห้องไปและไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องให้ด้วย ชายหนุ่มเดินมานั่งลงบนโซฟาตัวตรงข้ามกับเจ้าของห้องโดยไม่รอให้อีกฝ่ายเชื้อเชิญเพราะสถานการณ์ในตอนนี้มันไม่ปกติ อุสมานมองใบหน้านวลใสที่เริ่มมีสีเลือดนิ่งๆ แล้วกล่าวประโยคเดิมออกมาอีกครั้ง

แนนนี่...ผมขอโทษที่พาลใส่คุณ

คุณมีอะไรก็รีบๆ พูดมา เธอบอกเสียงแข็ง ใบหน้าเชิดขึ้นบ่งบอกให้รู้ว่ายังไม่ยกโทษให้ง่ายๆ

คุณจะไม่ยกโทษให้ผมจริงๆ เหรอครับ จะให้ผมพูดขอโทษคุณสักพันครั้งก็ได้นะถ้ามันจะทำให้คุณหายโกรธ

ทำได้เหรอ เนตรนภาทำสุ้มเสียงอย่างดูถูก

ถ้าคุณต้องการ อุสมานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาสบตากับเธอนิ่งเหมือนวัดใจกัน เมื่อเธอไม่เอ่ยอะไรออกมาอีกชายหนุ่มก็ถือว่าเธอต้องการให้เขาทำจริง เขาก็เลยทำจริงๆ เพื่อพิสูจน์ให้เธอได้เห็นซะเลย ผมขอโทษ ผมขอโทษ ผมขอโทษ... และอีกหลายสิบประโยคต่อๆ มาจนเนตรนภาหน้าเหวอไปเล็กน้อยเนื่องจากไม่คิดว่าเขาจะแคร์เธอมากขนาดนี้

พอแล้วค่ะ หญิงสาวเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง สีหน้าก็ดูเป็นมิตรเหมือนเก่า

คุณยกโทษให้ผมแล้วใช่มั้ย เขาถามด้วยอาการดีอกดีใจจนคนโกรธอดยิ้มขำไม่ได้

ค่ะ ฉันยอมแพ้ความพยายามของคุณแล้วล่ะ แต่บอกเอาไว้ก่อนนะคะว่าถ้าคราวหน้ามาพาลกับฉันแบบนี้อีก ฉันจะไม่ยกโทษให้อีกอย่างแน่นอน เธอไม่วายขู่ซึ่งเขาก็รีบรับคำ

จะไม่มีคราวหน้าอีกแล้ว ผมสัญญา

ว่าแต่คุณไปโมโหอะไรมาคะเนี่ย

ผม... อุสมานเกิดอาการอ้ำอึ้งขึ้นมาเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าโมโหอะไรกันแน่ โมโหหิวหรือว่าโมโหที่อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นฮาลิมกันแน่ ชายหนุ่มลูบหน้าตัวเองด้วยความอับอาย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำตัวแบบนี้ต่อหน้าผู้หญิง เขาเป็นอะไรไปนะ ปกติเคยสุขุมมากกว่านี้แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้ทำตัวเหมือนคนพาลไปเสียได้ก็ไม่รู้ ยิ่งทบทวนถึงการกระทำเมื่อครู่นี้ของตัวเองที่โมโหพาลใส่เนตรนภาและเฝ้าง้องอนเธออย่างหนักแล้วก็ยิ่งนึกอายขึ้นไปอีก มันเหมือนไม่ใช่ตัวเขาเลย เขาเป็นบ้าอะไรถึงได้แคร์ความรู้สึกของผู้หญิงคนนี้นัก แค่คิดว่าเธอจะโกรธและไม่พูดกับเขาไปตลอดชีวิต จิตใจเขาก็ร้อนรนเหมือนโดนเผาไหม้เสียแล้ว

ว่าไงคะ หญิงสาวถามซ้ำเมื่อเห็นเขาเงียบไป

อุสมานยังคงจ้องหน้านวลใสด้วยสายตาหลากหลายความรู้สึก ความรู้สึกชนิดหนึ่งมันเด่นชัดมากจนเขาตกใจและพยายามปฏิเสธ แต่เพียรปฏิเสธเท่าไรมันก็ยิ่งตอกย้ำให้ชัดเจนขึ้นทุกครั้ง

รัก...เขารักเธออย่างงั้นเหรอเนี่ย อุสมานคิดในใจอย่างไม่อยากเชื่อ มันใช่แน่เหรอ อะไรจะรวดเร็วปานนั้น ไม่เคยได้ยินคำว่ารักแรกพบหรือไง เสียงหนึ่งในความคิดดังขึ้นจนเขานิ่งอึ้งไปหลายวินาที จากนั้นก็ทบทวนความรู้สึกต่างๆ ตั้งแต่แรกเจอกับเนตรนภาจนกระทั่งบัดนี้

มันมีโอกาสเป็นไปได้สูงทีเดียวแต่อุสมานก็ยังไม่แน่ใจและมั่นใจพอดังนั้นก็ต้องพิสูจน์ ใช่...ต้องพิสูจน์ ชายหนุ่มสรุปและตัดสินใจได้ในที่สุด

หรือว่าโมโหหิวกันคะ เนตรนภาแซวเล่น อุสมานจึงยิ้มรับแล้วเออออตามไปด้วยเลย

ใช่ ผมโมโหหิว ประชุมตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ทานอะไรเลย

อ้าว ทำไมไม่ทานล่ะคะ

ก็ผมตั้งใจจะไปทานพร้อมกับคุณที่โรงพยาบาลน่ะสิ ทานเสร็จก็จะรับกลับคอนโดฯ เลยแต่สุดท้ายผมก็ไปเก้อ

แหม...ฉันไม่รู้นี่คะว่าคุณจะมารับ พอดีบอส...คุณฮาลิมน่ะค่ะ สละเวลามารับฉันเลยกลับกับเขาเลย เนตรนภาอธิบาย ฮาลิมไปรับเธอออกจากโรงพยาบาลแต่เช้าและพามาส่งที่คอนโดฯ ตลอดช่วงเช้าชายหนุ่มอยู่ดูแลและอยู่เป็นเพื่อนทานอาหารกลางวันด้วยพอทานเสร็จถึงได้กลับไปเพราะตอนบ่ายมีงานสำคัญต้องทำ

แล้วนี่คุณทานอาหารกลางวันหรือยัง เขาถามอย่างเป็นห่วง

ทานแล้วค่ะ ฉันทานพร้อมกับบอสก่อนคุณจะมาแค่ครึ่งชั่วโมงเอง

อุสมานกัดฟันกรอด รู้สึกแสลงหูเมื่อได้ยินชื่อไม่ปรารถนาจากปากของหญิงสาวที่ต้องใจ

ผมยังไม่ได้ทานอะไรเลย หิวมาก ตอนนี้เริ่มตาลายแล้วคงลงไปหาอะไรทานไม่ไหวแน่ๆ แนนนี่ในตู้เย็นของคุณมีอะไรให้ผมทานบ้างหรือเปล่าครับ เขาถามเสียงอ้อนๆ

มีค่ะ คุณฮาลิมซื้อสปาเกตตีทิ้งไว้ให้ฉันเพื่อฉันหิวตอนบ่าย เดี๋ยวฉันจะไปอุ่นให้คุณนะคะ หญิงสาวทำท่าจะลุกไปทำให้ แต่อุสมานเอ่ยห้ามเอาไว้แล้วลุกขึ้นเดินไปจัดการเองราวกับเป็นเจ้าของบ้านก็ไม่ปาน ชายหนุ่มจัดการอุ่นสปาเกตตีด้วยกิริยากระแทกกระทั้นเพราะไม่พอใจคนที่ซื้อมาอย่างหนัก

หึ...ซื้อมาให้แนนนี่กินงั้นเหรอ ดีล่ะ เขาจะกินให้เรียบไปเลย อยากรู้นักว่าถ้าไอ้ฮาลิมมันรู้ว่าเขาเป็นคนกินแทนเนตรนภาจะรู้สึกอย่างไร มันคงโกรธมากแน่ๆ พอคิดแบบนี้อารมณ์อันขุ่นมัวก็เริ่มดีขึ้น อุสมานจึงทานสปาเกตตีของศัตรูได้อย่างเอร็ดอร่อย

พอทานเสร็จอุสมานก็มานั่งย่อยอาหารอยู่หน้าทีวีข้างๆ เจ้าของห้องที่ทานยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคุยกันในเรื่องทั่วไปจนกระทั่งเนตรนภาอดถามไม่ได้

บ่ายนี้คุณไม่มีงานหรือคะ

มีแต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอก งานไม่ได้เร่งรีบอะไรมาก

ถึงไม่มีอะไรมากแต่คุณก็ควรเข้าไปทำสักหน่อยนะคะ ดีกว่ามานั่งเฉยๆ แบบนี้

ใครว่าผมนั่งเฉยๆ กัน ผมมาดูแลคุณต่างหาก เขาบอกด้วยรอยยิ้มกริ่ม

ดูแลฉัน?” เธอชี้มาที่ตัวเอง ดูแลทำไมอีก ฉันหายแล้วนะคะ

ใครว่าคุณหายแล้ว คุณแค่อาการดีขึ้นเท่านั้นเอง ยังใช้มือข้างขวาหยิบจับอะไรได้ไม่ถนัดอยู่เลย เขาชี้แจ้งด้วยรอยยิ้มพราย เพราะฉะนั้นผมในฐานะคนที่ทำให้คุณเจ็บก็ต้องตามมาคอยดูแลจนกว่าคุณจะหายสนิทและช่วยเหลือตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

อะไรนะ! ถ้างั้นคุณก็ต้อง...

ใช่ ผมต้องมาดูแลคุณที่นี่ทุกวัน อุสมานต่อให้โดยไม่รอให้เธอพูดจบ เนตรนภาจึงแหวเข้าให้

บ้าเหรอ! คุณจะมาดูแลฉันที่นี่ได้ยังไงกัน มันไม่เหมาะสม ไม่ได้ๆ ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด

น้ำเสียงแข็งๆ ของเธอทำให้ชายหนุ่มต้องปรับเปลี่ยนแผน ดังนั้นน้ำเสียงที่ใช้พูดรวมถึงสีหน้าจึงเต็มไปด้วยความเสียใจระคนเว้าวอน

แนนนี่...ได้โปรดอย่าห้ามผมเลยนะ ถ้าผมไม่ได้ดูแลคุณจนคุณหายดีละก็ผมคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่ๆ ที่ไม่สามารถตอบแทนบุญคุณคุณได้

ฉันไม่...

ผมขอแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้นเอง ไม่ถึงอาทิตย์หรอก ขอให้ผมได้ตอบแทนคุณอย่างเต็มที่เถอะนะ ผมจะได้สบายใจ คุณไม่ต้องกลัวหรอกนะแนนนี่ ผมสัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินคุณไปมากกว่าคอยดูแลอย่างแน่นอน เชื่อใจผมเถอะนะ

ก็ได้ค่ะ อีกครั้งแล้วที่เนตรนภาต้องใจอ่อนกับผู้ชายคนนี้แม้จะรู้สึกลำบากใจมากแค่ไหนก็ตาม แต่เพราะส่วนลึกของจิตใจบอกกับเธอว่าสามารถเชื่อคำพูดของอุสมานได้ เขาไม่ใช่ผู้ชายชอบฉวยโอกาสซึ่งเธอก็ได้ประจักษ์แก่ตนเองแล้วว่าเป็นจริง เพราะตลอดเวลาที่เขาดูแลเธออยู่ที่โรงพยาบาลเขาไม่เคยล่วงเกินเธอมากไปกว่าช่วยประคองเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น