คำสาปรักในรอยทราย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 776 Views

  • 0 Comments

  • 13 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16

    Overall
    776

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 คนดูแลกิตติมศักดิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61

ซาลิม่าโผเข้าสวมกอดบุตรชายคนโตทันทีเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้าบ้านมา ตลอดเวลาที่รู้ข่าวท่านเป็นห่วงลูกชายมาก นี่ถ้าฟาเดลกับอะติฟาไม่ห้ามไว้ท่านคงไปหาที่โรงพยาบาลแล้ว

โอ้...ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าที่ท่านทรงคุ้มครองให้ลูกชายของแม่ปลอดภัย ซาลิม่ารำพึงรำพันออกมาก่อนจะรีบคลายอ้อมแขนออกเมื่อได้ยินเสียงสูดปากเบาๆ ของบุตรชาย เป็นอะไรอุสมาน เอ๊ะ! นี่ลูกบาดเจ็บด้วยเหรอ ตายแล้ว! เป็นอะไรมากมั้ยลูก ท่านรีบถามอย่างห่วงใยและทำท่าจะร้องไห้ออกมาอีก อุสมานจึงต้องรีบปลอบใจ

ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับแม่ กระสุนมันแค่ถากๆ เท่านั้นเอง

มันเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ คำที่ซาลิม่าพูดออกมาทำให้ทุกคนนิ่งเงียบไปชั่วขณะ คราวนี้โดนแค่นี้ อีกหน่อยคง...

แม่คะ อะติฟาเดินเข้ามาโอบประคองร่างมารดาไว้ มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอกค่ะ

ใช่ครับ เรื่องนี้มันเป็นฝีมือของคนครับแม่ ฟาเดลเห็นด้วยกับน้องสาว เขาไม่อยากให้มารดาคิดรวมเรื่องทุกอย่างว่าเกี่ยวกับเรื่องนั้นไปซะหมด

ซาลิม่านิ่งเงียบเพราะใจท่านเชื่ออย่างที่คิดเต็มเปี่ยม ในตอนนี้ไม่ว่าเรื่องร้ายๆ อะไรที่เกิดขึ้นกับบุตรชายคนโตท่านก็เหมารวมว่ามาจากสิ่งชั่วร้ายไปหมดแล้ว

คราวนี้นับว่าโชคดีนะคะที่พี่อุสมานรอดชีวิตมาได้ ต่อไปพี่ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้นะคะ อะติฟาเตือนด้วยความเป็นห่วง อุสมานยิ้มอ่อนโยนให้น้องสาวแล้วก็อดนึกถึงหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่อยู่โรงพยาบาลไม่ได้ ป่านนี้ไม่รู้ว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาหรือยัง

ใช่ พี่โชคดีที่มีคนเข้ามาเตือนให้รู้ตัวเสียก่อนไม่อย่างนั้นพี่อาจตายไปแล้ว แล้วอุสมานก็เล่าถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของเนตรนภาให้ทุกคนฟัง

โอ้โฮ...เธอช่างกล้าหาญมากเลยนะคะ นี่ถ้าเป็นน้องละก็คงได้แต่ยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกแน่ๆ เลยค่ะ อะติฟาเอ่ยชื่นชมด้วยความจริงใจ

ตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้างล่ะลูก ซาลิม่าเองก็นึกทึ่งหญิงสาวนามว่าเนตรนภาเช่นกัน และเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บก็อดเป็นห่วงไม่ได้

ตอนนี้เธอปลอดภัยดีแล้วครับแม่ ความจริงคืนนี้ผมตั้งใจจะนอนเฝ้าเธอที่โรงพยาบาลด้วยซ้ำ

คำพูดของอุสมานสร้างความแปลกใจให้แก่ทุกคน ทั้งหมดจึงมองหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาแปลกๆ ทำเอาอุสมานอดถามไม่ได้

มองอะไรกัน หน้าผมมีอะไรติดงั้นเหรอ ถามพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเพราะคิดว่ามีอะไรติดจริงๆ ฟาเดลกับอะติฟาหันมามองหน้ากันยิ้มๆ ส่วนซาลิม่าก็มีรอยยิ้มอ่อนโยนติดอยู่ที่ริมฝีปากเช่นกัน

หน้าลูกไม่มีอะไรติดหรอกจ้ะ เรื่องเฝ้าไข้หนูคนนั้นปล่อยให้พยาบาลพิเศษที่ลูกจ้างไว้ทำหน้าที่ไปเถอะนะลูก คืนนี้ลูกอย่าออกไปไหนอีกเลยนะแม่เป็นห่วง อีกอย่างลูกเองก็บาดเจ็บอยู่ด้วย คืนนี้นอนพักผ่อนเสียก่อนเถอะแล้วพรุ่งนี้ค่อยไปเยี่ยมแม่หนูคนนั้นแต่เช้า แม่จะไปกับลูกด้วยจ้ะ

ครับ เมื่อมารดาลงทุนขอร้องด้วยตัวเองมีหรืออุสมานจะใจแข็งอยู่ได้ ทั้งหมดนั่งคุยกันอยู่อีกพักใหญ่ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน อุสมานกลับเข้าห้องนอนตัวเองโดยมีฟาเดลเดินตามเข้ามาด้วยอีกคน

ว่าแต่จับตัวคนร้ายได้มั้ยครับ ฟาเดลถามพี่ชายอย่างเข่นเขี้ยว

ไม่ได้ แต่พี่กำลังให้บาห์จะสืบว่าเป็นฝีมือของใครอยู่

ความจริงก็เดาได้ไม่ยากว่าเป็นฝีมือใครนะครับ

อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิฟาเดล จำที่พี่เคยบอกไม่ได้หรือว่ามิตรอาจเป็นศัตรูตัวฉกาจก็ได้ คนที่เฉยๆ ทำเหมือนไม่สนใจก็อาจคอยจ้องแทงข้างหลังเราอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน เรื่องร้ายแรงแบบนี้เราต้องสืบให้แน่ใจเสียก่อนถ้าเราไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของใคร อุสมานสั่งสอนน้องชาย แม้จะมั่นใจเกินครึ่งว่าน่าจะเป็นคนของฮาลิมแต่ชายหนุ่มก็ไม่อยากประมาทตกเป็นเครื่องมือตัดแข้งตัดขาให้ใคร

ครับ จริงสิ ผมมีเรื่องจะถามพี่หน่อย เมื่อนึกขึ้นได้ฟาเดลก็พูดออกมาทันที

เรื่องอะไร อุสมานถามพลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มที่ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของห้องนอน ฝาผนังด้านข้างนั้นเป็นกระจกใสจึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้อย่างชัดเจน ฟาเดลเดินตามมาแต่ไม่นั่งกลับเท้าแขนลงบนพนักของโซฟาอีกตัวแทน

เรื่องของคนที่ช่วยชีวิตพี่ไว้น่ะ เธอชื่ออะไรน้า... เขาทำท่านึกเพราะชื่อค่อนข้างเรียกยากทีเดียว

เนตรนภา อุสมานตอบช้าๆ เพราะต้องการออกเสียงชื่อหญิงสาวให้ชัดที่สุดแต่ก็ยังมีเพี้ยนบ้างอยู่ดี

ชื่อเรียกยากจัง ไม่มีชื่ออื่นเลยเหรอ

ไม่รู้สิ

อ้าว ทำไมไม่รู้ล่ะ ผมนึกว่าพี่สนิทกับเธอซะอีก

อะไรทำให้นายคิดอย่างนั้น อุสมานถาม คิ้วเข้มขมวดมุ่นเพราะสงสัย ฟาเดลอมยิ้ม นัยน์ตาคมที่เหมือนกับพี่ชายเปี๊ยบดูแพรวพราวมีแววหยอกเย้าอยู่ในนั้นยามเอ่ยถึงสิ่งที่คิดออกมา

ก็ดูพี่เป็นห่วงเป็นใยเธอเหลือเกินถึงขนาดจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแล แถมยังให้รีมไปเฝ้าอีกและที่สำคัญตัวพี่เองก็อยากไปเฝ้าด้วยเหมือนกัน เอ...ผู้หญิงคนนี้เป็นคนพิเศษของพี่หรือเปล่าน้า

เฮ้ย! เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว อุสมานโวยวายปฏิเสธเสียงดังแต่กลับหลบตาน้องชายด้วยการเสหันไปมองทิวทัศน์เบื้องนอกแทน พี่ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับผู้หญิงคนนี้หรอก ที่ดูแลเขาเป็นอย่างดีเพราะอยากตอบแทนที่เขาช่วยชีวิตพี่ไว้ต่างหากล่ะ

งั้นเหรอ ฟาเดลพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจแต่ดวงตากับเต้นระริกแฝงแววรู้ทัน ผมเข้าใจผิดไปเองสินะ เฮ้อ...หลงดีใจแทบแย่ว่าจะมีพี่สะใภ้เสียที

ชาตินี้นายคงไม่มีพี่สะใภ้หรอก ฟาเดล

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอ้างว้างของพี่ชายทำให้ฟาเดลอยากชกปากเสียๆ ของตัวเองนัก

พี่อุสมาน...ผมขอโทษที่...

ไม่ต้องขอโทษพี่หรอก ช่างมันเถอะ พี่ทำใจได้แล้วล่ะ อุสมานลุกขึ้นเดินมาตบบ่าน้องชายหนักๆ พลางส่งยิ้มให้ก่อนจะชวนเปลี่ยนเรื่องคุย ฟาเดลมองพี่ชายอย่างเห็นใจพลางสาบานกับตัวเองในใจว่าหากมีหนทางที่สามารถช่วยพี่ชายให้หลุดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายนี้ได้เขาจะไม่รีรอที่จะช่วยเลย

 

ในเวลาช่วงเดียวกันนั้นฮาลิมกำลังอาละวาดอย่างหนักเหตุเพราะลูกน้องทำงานไม่ได้ดั่งใจที่สำคัญยังเกือบพลาดทำลายของรักของหวงของเขาอีกด้วย

ไอ้โง่!” ชายหนุ่มตบหน้าลูกน้องที่ส่งไปฆ่าอุสมานอย่างแรงด้วยความเดือดดาล ฉันสั่งให้แกไปฆ่าไอ้อุสมานนะโว้ย! ไม่ได้สั่งให้แกไปฆ่าแนนนี่ของฉัน! มันน่าฆ่าให้ตายนัก เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ ฮาลิมตบหน้าอีกฉาดใหญ่ก่อนจะสั่งลูกน้องที่เหลือเสียงกร้าว เอามันไปทิ้งซะ!”

ลูกน้องที่ทำงานพลาดตาเหลือกเพราะคำว่า เอามันไปทิ้งของเจ้านายนั้นทุกคนรู้ดีว่าหมายถึงอะไร มันจึงลนลานอ้อนวอนขอชีวิตสุดฤทธิ์

เจ้านาย...โปรดให้อภัยผมด้วยเถอะ ขอผมแก้ตัวอีกสักครั้งเถอะครับ ได้โปรด!”

เจ้านายครับ ยัดซิมที่ยืนดูอยู่เงียบๆ เอ่ยขัดขึ้น ให้โอกาสมันอีกสักครั้งเถอะครับ ไอ้นี่มันมีฝีมือดีคงทำประโยชน์ให้กับเจ้านายได้อีกหลายอย่าง

มีฝีมือแต่โง่ มันเกือบทำให้แนนนี่ของฉันตาย ฮาลิมยังโมโหไม่หาย ทันทีที่เขาทราบเรื่องก็ใจเสียนึกเป็นห่วงเนตรนภายิ่งนัก

มันไม่รู้ว่าคุณแนนนี่เป็นผู้หญิงของนายเลยไม่ได้ระวัง อีกอย่างตอนนี้คุณแนนนี่ก็ปลอดภัยแล้วเจ้านายก็น่าจะให้โอกาสมันแก้ตัวอีกสักครั้งนะครับ

ฮาลิมมองหน้าลูกน้องคนสนิท เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะยอมใจอ่อน

ก็ได้ ฉันจะไว้ชีวิตมัน

ขอบคุณครับนาย ขอบคุณครับลูกพี่ คนรอดชีวิตอย่างหวุดหวิดรีบกล่าวขอบคุณทันที

เมื่อหมดเรื่องแล้วฮาลิมก็ไล่ลูกน้องออกจากห้องไปจนหมดก่อนจะเดินไปที่บาร์เครื่องดื่มอย่างหัวเสีย ชายหนุ่มชงเครื่องดื่มย้อมใจตัวเองพร้อมบอกกับตัวเองว่าครั้งหน้าอุสมานไม่มีทางโชคดีแบบนี้อีกอย่างแน่นอน

 

เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้นก่อนจะกะพริบอยู่สองสามครั้งเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างยามรุ่งอรุณของวันใหม่ ใบหน้านวลใสที่บัดนี้ค่อนข้างซีดเซียวหันไปมองทางขวามือของตนเองเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด

ตื่นแล้วหรือคะ รู้สึกอย่างไรบ้างคะ นางพยาบาลวัยสี่สิบเศษๆ ถามคนไข้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เนตรนภามีอาการงุนงงเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มเซียวๆ ให้เมื่อจดจำเรื่องราวทุกอย่างได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

โอ๊ย!”

อย่าเพิ่งขยับมากค่ะ แผลของคุณยังปิดไม่สนิทดีเลย นางพยาบาลรีบเข้ามาห้ามปรามเมื่อเห็นคนไข้ทำท่าจะลุกขึ้นนั่ง

รู้สึกปวดแผลจังเลยค่ะ เนตรนภาบอกเสียงอ่อยๆ สีหน้าเหยเกราวกับจะร้องไห้

งั้นทานยาแก้ปวดก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะจัดการเช็ดหน้าให้คุณจะได้รู้สึกสดชื่นขึ้น

ขอบคุณค่ะ คนไข้สาวรับยามาทาน จากนั้นก็ปล่อยให้นางพยาบาลเช็ดหน้าให้จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อยก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะถูกเปิดเข้ามา อุสมานเดินเข้ามาพร้อมกับผู้เป็นมารดา สีหน้าของชายหนุ่มเปี่ยมไปด้วยความยินดีเมื่อเห็นเนตรนภาลืมตาตื่นอยู่

คุณฟื้นแล้ว เป็นยังไงบ้างครับ อุสมานเดินปรี่เข้ามายืนชิดเตียงคนป่วยพร้อมสอบถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

เจ็บสิคะถามได้ หญิงสาวตอบไปอย่างที่ใจคิด

ผมขอโทษนะ เพราะผมคุณถึงได้ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ อุสมานเอ่ยอย่างรู้สึกผิด เห็นสีหน้าเสียใจของเขาแล้วเนตรนภาก็ส่งยิ้มอ่อนๆ ให้

ฉันไม่โทษคุณหรอกค่ะ ฉันเลือกที่จะเจ็บตัวเองนี่นาคุณไม่ได้บังคับซะหน่อย เจ็บตัวแค่นี้ฉันถือว่าคุ้มค่าที่สุดแล้วที่สามารถช่วยชีวิตคุณเอาไว้ได้

อุสมานมองหญิงสาวด้วยสายตาซาบซึ้งใจ ความรู้สึกชนิดหนึ่งที่อ่อนหวานและสุขล้ำสุดจะบรรยายได้กำลังบุกรุกหัวใจแข็งกร้าวของเขาอย่างรวดเร็ว ซึ่งดูเหมือนผู้เป็นเจ้าของก็เต็มใจให้รุกรานเสียด้วย

หนูมีน้ำใจที่งดงามเหลือเกิน ซาลิม่าที่ยืนฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มปรานี แววตาของท่านเปล่งประกายแห่งความซาบซึ้งอย่างชัดเจน อุสมานนึกขึ้นได้ว่ามีมารดามาด้วยเขาจึงเดินเข้าไปประคองท่านมาที่เตียงคนเจ็บ

นี่คุณแม่ของผมครับ

สวัสดีค่ะ เนตรนภากล่าวทักทายอย่างนอบน้อม

สวัสดีจ้ะ ฉันมาเยี่ยมหนูและจะมาขอบคุณหนูด้วยที่ช่วยชีวิตลูกชายของฉันเอาไว้ ซาลิม่าว่า ขอบคุณหนูจริงๆ ถ้าไม่ได้หนูช่วยเตือนอุสมานคงตายไปแล้ว หนูมีบุญคุณกับพวกเรามาก

อย่าถือเป็นบุญเป็นคุณเลยค่ะ ที่หนูทำไปก็แค่อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้นเองค่ะ

แต่สิ่งที่หนูทำมันกล้าหาญมากนะจ๊ะ คงไม่มีใครยอมเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงถ้าคนๆ นั้นไม่ได้มีจิตใจที่มีความเมตตาสูงส่ง

เนตรนภายิ้มอย่างเขินๆ ที่ถูกชม เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะลอยได้ก็ไม่ปาน ถ้าขืนท่านยังพูดชมเธอต่อไปเธอคงลอยได้จริงๆ แน่

หนูไม่ได้เป็นคนดีอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ

ซาลิม่าอมยิ้มพลางมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดูและรู้สึกถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน

ฉันเชื่อในความรู้สึกของฉันจ้ะ ฉันจะจดจำความดีของหนูไว้ตลอดไปและหากหนูมีเรื่องเดือดร้อนอะไรขอให้หนูมาหาฉันนะจ๊ะ ฉันยินดีช่วยเหลือหนูเต็มที่เพื่อตอบแทนน้ำใจที่หนูมีให้กับครอบครัวของฉัน

ขอบพระคุณค่ะ

ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ อุสมานจะจัดการให้เอง หนูอยู่รักษาตัวจนกว่าจะหายได้เลยจ้ะ

ขอบพระคุณค่ะ

อาหารเช้าค่ะ นางพยาบาลพิเศษที่ออกจากห้องไปเมื่อไรไม่รู้เข้ามาอีกทีก็มีถาดอาหารเช้าติดมือมาด้วย

อุสมาน แม่ว่าเรากลับกันก่อนดีกว่านะ จะได้ไม่รบกวนเวลาทานอาหารของหนูเนตรนภา ซาลิม่าออกเสียงชื่อคนเจ็บอย่างลำบากเพราะไม่คุ้นลิ้น เนตรนภาฟังแล้วอดขำไม่ได้จึงบอกให้ท่านเรียกอีกชื่อหนึ่งของเธอแทน

เรียกหนูว่าแนนนี่ก็ได้ค่ะ

ฉันเรียกชื่อหนูไม่ถูกใช่มั้ยจ๊ะ ต้องขอโทษด้วยนะมันออกเสียงยากสำหรับฉันเหลือเกิน งั้นต่อไปนี้ฉันขอเรียกหนูว่าแนนนี่ก็แล้วกันนะจ๊ะ

ค่ะ

แม่ครับ แม่กลับไปคนเดียวนะครับ ผมขออยู่ดูแลแนนนี่ที่นี่ ได้ทีอุสมานก็อุบอิบเรียกชื่อนี้แทนซะเลยทั้งที่เจ้าของชื่อยังไม่ได้อนุญาต ซาลิม่ามองหน้าบุตรชายอย่างแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นลูกมีท่าทางกระตือรือร้นที่จะดูแลผู้หญิงคนไหนนอกจากคนในครอบครัวมาก่อน ความที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและมีประสบการณ์ด้านนี้มาแล้วก็ทำให้ท่านเข้าใจได้ไม่ยากนัก ซาลิม่าจึงยิ้มให้ก่อนตอบ

เอาอย่างงั้นก็ได้ ความจริงลูกอยู่ดูแลหนูแนนนี่ก็สมควรแล้วเพราะลูกเป็นต้นเหตุทำให้เธอเจ็บ เอาเป็นว่าลูกควรอยู่ดูแลหนูแนนนี่จนกว่าเธอจะออกจากโรงพยาบาลเลยก็แล้วกัน ดีมั้ย นอกจากเข้าใจแล้วท่านยังส่งเสริมให้อีกต่างหากทำเอาอุสมานนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะแย้มยิ้มรับอย่างยินดี

ครับ

เอ่อ...ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ คนที่ค้านกลับเป็นคนเจ็บซะเอง หนูเกรงใจค่ะ

อย่าเกรงใจเลยจ้ะ ให้อุสมานคอยดูแลหนูน่ะดีแล้วฉันจะได้สบายใจ เป็นอันว่าตกลงตามนี้นะจ๊ะ ถ้างั้นฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้ววันหลังฉันจะมาเยี่ยมหนูใหม่นะจ๊ะ ซาลิม่าพูดเองเออเองเสร็จสรรพแล้วเดินออกจากห้องไป เนตรนภานั่งอ้าปากค้างตาปริบๆ พูดไม่ออกและค้านไม่ทัน อุสมานเห็นกิริยาของคนเจ็บแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้

อย่าถือสาแม่ผมเลยนะ ท่านก็เป็นแบบนี้แหละ ตัดสินใจอะไรแล้วใครค้านก็ไม่ฟังหรอก

ค่ะ ฉันเข้าใจ แต่คุณไม่ต้องทำตามคำสั่งของท่านก็ได้นะคะ

ไม่ได้หรอก ผมเป็นลูกของท่านก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งท่านสิ ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกเวลาได้พูดคุยกับหญิงสาว

แหม น่ามอบรางวัลลูกดีเด่นให้เสียจริง เนตรนภาเผลอพูดออกมาเป็นภาษาไทยด้วยความหมั่นไส้ อุสมานเลิกคิ้วสูงพลางถามอย่างสนใจ

เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะครับ

เปล่าหรอกค่ะ เธอปฏิเสธก่อนหันไปพูดกับพยาบาล คุณพยาบาลคะ ฉันหิวแล้วล่ะค่ะ

ได้ค่ะ นางพยาบาลเข็นโต๊ะสำหรับทานอาหารบนเตียงมาให้ อุสมานเห็นก็รีบบอก

เดี๋ยวผมจัดการดูแลเธอเองครับ คุณมีอะไรก็ไปทำได้เลยไม่ต้องห่วง ชายหนุ่มเข้ามารับหน้าที่ต่อนางพยาบาลจึงออกไปจากห้อง เนตรนภาจะลุกขึ้นนั่งแต่รู้สึกเจ็บแผลที่ไหล่เลยต้องลงนอนอีกครั้ง ลืมที่พยาบาลบอกไว้แต่แรกไปเสียสนิท

ลุกไม่ไหวใช่มั้ย เดี๋ยวผมไขหัวเตียงขึ้นให้นะ

ค่ะ

อุสมานจัดการไขจนกระทั่งอยู่ในระดับที่ต้องการ เนตรนภาเปิดฝาชามอาหารก็พบว่าเป็นโจ๊กกลิ่นหอมฟุ้ง หญิงสาวจะใช้มือขวาตักทานแต่แขนกลับรู้สึกชาแถมเวลายกก็จะสะเทือนไปถึงบาดแผลที่หัวไหล่อีกด้วย เธอจึงตัดสินใจใช้มือซ้ายข้างที่ไม่ถนัดแทน เนตรนภาตักโจ๊กกินด้วยความเชื่องช้ามากและทุลักทุเลพอสมควร อุสมานมองอยู่นานแล้วทนเห็นคนอวดเก่งไม่ยอมขอความช่วยเหลือไม่ไหวอีกต่อไปเขาจึงยื่นมือเสนอตัวช่วยเสียเอง

มาผมช่วย

ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันทานเองได้ หญิงสาวไม่ยอมรับความช่วยเหลือ เรื่องอะไรจะให้เขาป้อนล่ะ เขากับเธอไม่ได้สนิทสนมกันซะหน่อยอีกอย่างเธอก็ไม่ได้เจ็บสาหัสจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นี่นา

ผมรู้ว่าคุณทานเองได้แต่กว่าคุณจะทานเองหมดก็คงถึงเวลาอาหารเที่ยงพอดี เขาอดเหน็บแนมไม่ได้จึงได้รับค้อนวงใหญ่จากหญิงสาว

พูดเว่อร์เกินไปแล้วค่ะ

อุสมานยิ้มไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยอีก เขายึดช้อนมาจากมือบางแล้วจัดการตักโจ๊กป้อนให้ถึงปาก หนุ่มสาวมองหน้ากันเหมือนจะวัดใจอะไรบางอย่างก่อนหญิงสาวจะยอมอ้าปากทานในที่สุด

เก่งมาก

ฉันไม่ใช่เด็กนะ

อุสมานอมยิ้มแล้วตักป้อนเธอคำต่อไป เนตรนภาก็อ้าปากรับอย่างเขินๆ แก้มนวลเริ่มแดงระเรื่อขึ้นเพราะไม่เคยมีผู้ชายคนไหนนอกจากบิดาทำให้แบบนี้มาก่อน และวันทั้งวันทั้งสองอยู่แต่ในห้องจึงไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้ได้ตกเป็นหัวข้อสนทนาของเหล่านางพยาบาลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหัวข้อสนทนามีชื่อว่า

นายพยาบาลกิตติมศักดิ์กับคนไข้สาวผู้โชคดี!

 

ตกเย็นเพื่อนๆ ในแผนกที่รู้ข่าวก็ต่างพากันมาเยี่ยมเนตรนภาที่โรงพยาบาล เข้าห้องมาได้ทุกคนก็ต่างแปลกใจกันใหญ่ เมื่อเห็นเจ้าของบริษัทจามินราไดมอนนั่งอยู่ในห้อง แถมยังเป็นเก้าอี้ข้างๆ คนป่วยเสียด้วย แม้จะไม่ใช่พนักงานในบริษัทของอีกฝ่ายแต่ทุกคนก็รู้จักชายหนุ่มผู้นี้ดี เพราะนอกจากจะเป็นเจ้าของบริษัทคู่แข่งของพวกเธอแล้ว เขายังเป็นชายหนุ่มสุดฮอตติดอันดับหนึ่งในยี่สิบของประเทศที่สาวๆ ต่างคลั่งไคล้อีกด้วย

สวัสดีค่ะคุณอุสมาน แซนด้าเป็นตัวแทนของเพื่อนๆ กล่าวทักทายชายหนุ่ม

สวัสดีครับ อุสมานส่งยิ้มให้ก่อนหันมาพูดกับคนเจ็บ เพื่อนๆ คุณมาเยี่ยมงั้นผมขอตัวไปรอข้างนอกนะ พวกคุณจะได้คุยกันได้สะดวก กล่าวจบชายหนุ่มก็หันมายิ้มให้กับบรรดาเพื่อนๆ ของเนตรนภาอีกครั้งแล้วเดินออกจากห้องไป หลังจากอุสมานออกไปแล้วบรรดาสาวๆ ในแผนกที่มาเยี่ยมก็ต่างรีบเดินมารุมล้อมรอบเตียงของเนตรนภาพร้อมกับยิงคำถามชวนเวียนหัวใส่ไม่ยั้ง

แนนนี่ ทำไมคุณอุสมานถึงมาอยู่ในห้องเธอล่ะ

เธอรู้จักกับเขาด้วยเหรอ

นี่ไปรู้จักกันตอนไหนเนี่ยทำไมพวกเราไม่รู้เลยล่ะ

และอีกมากมายหลายคำถามจนเนตรนภาต้องยกมือข้างที่ไม่บาดเจ็บขึ้นห้าม

หยุดๆ ถามทีละคำถามได้มั้ย ฉันตอบไม่ถูกแล้ว

ทำไมคุณอุสมานถึงมาอยู่ในห้องนี้กับเธอสองต่อสองได้ล่ะ แซนด้ายิงคำถามใส่ทันทีด้วยความอยากรู้ เนตรนภานิ่งเงียบเพราะรู้สึกอึดอัดกับสายตาสงสัยใคร่รู้ของบรรดาเพื่อนร่วมงานทั้งชายและหญิงก่อนจะถอนใจยาวแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังอย่างไม่ปิดบังยกเว้นเพียงเรื่องที่อุสมานมายื่นข้อเสนอเรื่องงานให้เอาไว้

เธอนี่กล้าหาญมากเลยนะที่ไม่กลัวตาย

เนตรนภายิ้มรับทว่าในใจนึกเบื่อหน่ายเต็มทนเพราะตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาเธอก็ได้ฟังคำชมเช่นนี้จนเบื่อแล้ว

ว่าแต่คุณอุสมานมาเยี่ยมเธอเฉยๆ หรือว่ามาอยู่ดูแลล่ะ แซนด้าถามอีก

เขาก็...มาช่วยดูแล...บ้าง หญิงสาวตอบพลางหลบตาเพราะไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่ากำลังโกหกเนื่องจากอุสมานไม่ได้มาดูแลบ้างแต่มาดูแลตลอดต่างหาก ที่เธอเลือกไม่พูดความจริงเพราะไม่อยากตกเป็นหัวข้อนินทาในเรื่องชู้สาว แต่เนตรนภาไม่รู้หรอกว่าต่อให้พูดเลี่ยงอย่างไรเธอก็ยังตกเป็นหัวข้อสนทนาของเพื่อนๆ ในวันรุ่งขึ้นอยู่ดี

ดูๆ แล้วเขาเป็นห่วงเธอจังนะ

ก็ฉันช่วยเขาไว้นี่นา นี่...พวกเธอที่มาที่นี่จะมาเยี่ยมฉันหรือจะมาซักไซ้เรื่องคุณอุสมานกับฉันกันแน่เนี่ย คนเจ็บแสร้งโมโหใส่เพราะอยากออกจากหัวข้อสนทนานี้เต็มทน

โอเคๆ ไม่ถามแล้วก็ได้ แซนด้าเอ่ยง้องอนก่อนจะถามเรื่องอาการบาดเจ็บ แล้วนี่เธอเป็นยังไงบ้างล่ะ รู้มั้ยว่าตอนแรกที่พวกเรารู้เรื่องตกใจกันมากแค่ไหนนึกว่าเธอจะเป็นอะไรมากเสียอีก มาเห็นอย่างนี้ก็โล่งใจ

เพื่อนคนอื่นพากันพยักหน้าสนับสนุนคำพูดของแซนด้า เนตรนภาขมวดคิ้วมุ่นก่อนถามด้วยความแปลกใจ

พวกเธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน

ซูริคเป็นคนบอกน่ะสิ เขาว่าเขามาโรงพยาบาลแล้วเห็นเธอถูกหามเข้ามาพอดีน่ะ

อ๋อ...ขอบใจทุกคนมากนะที่มาเยี่ยม

แล้วนี่หมอให้กลับบ้านได้เมื่อไรล่ะ เพื่อนชายในแผนกเอ่ยถามบ้าง

คงอีกสามสี่วันมั้ง จนกว่าแผลจะแห้งนั่นแหละ เนตรนภาตอบก่อนจะหันมาขอความช่วยเหลือจากแซนด้า แซนด้า เธอช่วยลางานให้ฉันสักสามสี่วันหน่อยนะ

ได้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

พูดคุยกันอยู่ครึ่งชั่วโมงเพื่อนๆ ก็ขอตัวกลับ พอคล้อยหลังทุกคนไม่กี่วินาทีอุสมานก็เดินหน้าชื่นเข้ามาหาพร้อมกับถาดอาหารเย็นที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้

ได้เวลาทานอาหารเย็นแล้วครับ

อ้าว ทำไมยกมาเองล่ะคะ หญิงสาวถามอย่างแปลกใจพลางมองอุสมานวางถาดอาหารลงบนโต๊ะทานข้าวยกสูงแบบมีล้อเลื่อน จากนั้นชายหนุ่มก็เข็นมันมาอยู่ตรงหน้าเธอด้วยกิริยานุ่มนวล

ผมเจอเขาเข็นมาพอดีก็เลยรับอาสาเอาเข้ามาเองน่ะ ช่วงฟื้นตัววันแรกคุณคงต้องทนทานอาหารเหลวๆ ไปก่อนนะครับ ชายหนุ่มบอกหลังจากเปิดฝาชามแล้วพบว่าเป็นซุปกลิ่นหอมน่าทาน อุสมานทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงแล้วหยิบช้อนขึ้นมาตักซุปข้นๆ ป้อนให้คนเจ็บทาน เนตรนภายิ้มเขินก่อนจะอ้าปากรับสิ่งที่เขาป้อนให้จนกระทั่งหมดชาม จากนั้นเธอก็รับน้ำมาดื่มและตามด้วยยาที่หมอสั่งจัดให้

เนตรนภามองชายหนุ่มจัดการเลื่อนโต๊ะอาหารออกไปด้วยความรู้สึกหลากหลายแต่ความรู้สึกที่เด่นชัดในขณะนี้คือความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจซึ่งเธอก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้

ขอบคุณนะคะ

ขอบคุณผมเรื่องอะไรครับ อุสมานเดินเข้ามาถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่นชวนให้วูบวาบในหัวใจยิ่งนัก ผู้ชายคนนี้ดูดีทุกส่วนจริงๆ ยิ่งเวลาเขายิ้มยิ่งดูมีเสน่ห์เข้าไปใหญ่

ก็ขอบคุณที่อุตส่าห์สละเวลามาดูแลฉันยังไงล่ะคะ ความจริงแล้วคุณไม่ต้องมาดูแลฉันด้วยตัวเองก็ได้ เพราะอาการของฉันไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรและที่สำคัญคุณจ้างพยาบาลพิเศษเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือคะ

เนตรนภาวกเข้าเรื่องนี้อีกครั้งเพราะรู้สึกเกรงใจจริงๆ ชายหนุ่มอยู่ดูแลเธอมาตั้งแต่เช้าแล้วซึ่งเธอก็รู้ว่าเขามีงานที่ต้องรับผิดชอบมากมายเลยไม่อยากให้เขามาเสียเวลากับเธออีก จริงอยู่ว่าหญิงสาวบาดเจ็บเนื่องจากช่วยเขาไว้แต่เขาก็ได้รับผิดชอบในเรื่องค่ารักษาพยาบาลแล้วและยังจ้างพยาบาลพิเศษให้คอยดูแลเธออีก เพียงเท่านี้เธอก็พอใจแล้วไม่ได้ต้องการอะไรจากเขาอีกเลยเพราะเธอช่วยโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนอะไร

ผมเปลี่ยนใหม่แล้ว ผมจ้างเขาเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้นเพราะผมคิดดูแล้วว่าถ้าผมมาดูแลคุณเองตอนกลางคืนคงไม่เหมาะสมสักเท่าไร เขาอธิบาย ส่วนตอนกลางวันผมจะเป็นคนมาดูแลคุณเอง คุณไม่ต้องเกรงใจผมหรอกนะแนนนี่ ผมเต็มใจดูแลคุณ คุณมีน้ำใจช่วยเหลือผมทำไมผมจะมีน้ำใจดูแลคุณบ้างไม่ได้ล่ะ

แต่ฉันไม่อยากให้คุณเสียเวลาทำงานของคุณ

เรื่องงานของผมคุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ผมมีคนที่ไว้ใจได้ดูแลแทนให้อยู่แล้ว เอ...ที่พูดมานี่รังเกียจผมหรือเปล่าหรือว่ารำคาญที่ผมมาอยู่ดูแล เขาแสร้งถามอย่างน้อยใจ

ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ เธอรีบปฏิเสธเพราะกลัวเขาเข้าใจผิด ฉันแค่ไม่อยากให้คุณเสียงานเพราะฉันเท่านั้น อีกอย่างฉันก็เกรงใจด้วย

ไม่ต้องเป็นห่วงและเลิกเกรงใจผมซะทีเถอะ ผมเต็มใจดูแลคุณ...ผมอยากดูแลคุณจริงๆ นะแนนนี่

ดวงตาที่มุ่งมั่นและน้ำเสียงที่จริงจังของอุสมานสร้างความสั่นสะเทือนให้กับหัวใจดวงน้อยของเนตรนภา ความจริงมันก็สั่นสะเทือนเป็นระลอกๆ ตั้งแต่เช้าแล้วแหละ หัวใจเธอเต้นแรง แก้มรู้สึกร้อนผ่าวแถมยังรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวจึงแสร้งหันไปมองวิวนอกหน้าต่างแทนการสบตากับดวงตาคมกริบ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้เห็นแววตาชนิดหนึ่งและรอยยิ้มพึงพอใจของเขา

บ้าจริง ทำไมใจเต้นแรงนักนะ เขาบอกแค่อยากดูแลไม่ได้บอกรักเราซะหน่อย เนตรนภาเอ็ดตัวเองในใจอย่างหงุดหงิด

น่าจูบจัง เฮ้ย...คิดอะไรบ้าๆ อย่างนี้วะ อุสมานเองก็ต้องเอ็ดตัวเองในใจเหมือนกันเมื่อดันเห็นแก้มแดงๆ ของหญิงสาวแล้วนึกอยากสัมผัสขึ้นมาดื้อๆ

หนุ่มสาวทั้งสองต่างนิ่งเงียบไปอึดใจใหญ่ ก่อนอุสมานจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนเมื่อก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือของตนเอง ซึ่งบอกเวลาหนึ่งทุ่มกว่าแล้ว

ผมคงต้องขอตัวกลับก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาเยี่ยมคุณใหม่

ค่ะ กลับบ้านดีๆ นะคะ หญิงสาวหันมาบอกอย่างห่วงใย

อุสมานส่งยิ้มขอบคุณให้ เพราะรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่ได้รับความห่วงใยจากหญิงสาว ชายหนุ่มกล่าวลาอีกครั้งแล้วเดินจากไปด้วยอาการเชื่องช้าจนผิดปกติราวกับว่าไม่อยากจากไป พอลับร่างของอุสมานร่างของนางพยาบาลพิเศษก็ก้าวเข้ามาแทนทันที เนตรนภาส่งยิ้มให้แล้วเอาแต่นอนมองเพดานด้วยความรู้สึกหงอยเหงาอย่างบอกไม่ถูก เธอเหงาทั้งๆ ที่นางพยาบาลก็ชวนคุยด้วยเป็นระยะๆ แถมยังเปิดทีวีให้ดูอีกแต่ทำไมความรู้สึกนี้กลับยังคงอยู่ก็ไม่รู้

เนตรนภาคิดก่อนจะว่าตัวเองว่าเธอคงปวดแผลจนเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น