คำสาปรักในรอยทราย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 776 Views

  • 0 Comments

  • 13 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16

    Overall
    776

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 ช่วยชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61

ความเยือกเย็นที่ปะทะเข้าหากายแกร่งจนทำให้ขนลุกชันไปทั้งตัวนั้น ส่งสัญญาณบอกให้อุสมานได้รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาในไม่ช้านี้ และเพียงแค่คิดถึงมันเท่านั้นโสตประสาทของเขาทั้งสองข้างก็ได้ยินเสียงสวดคาถาทันที

พี่อุสมาน เป็นอะไรไปครับ ฟาเดลเอ่ยถามพี่ชายด้วยความสงสัยเพราะจู่ๆ อีกฝ่ายก็เงียบเสียงไปทั้งที่กำลังคุยเรื่องงานกันอยู่

ฟาเดล นายได้ยินเสียงอะไรมั้ย

เสียงอะไรครับ ผมไม่เห็นได้ยินเลย ฟาเดลตอบพลางหันซ้ายแลขวามองหาทิศทางของเสียงแต่ก็ไม่พบสิ่งใด ห้องนี้เงียบมากเพราะถูกทำเป็นห้องเก็บเสียงอย่างดี พื้นด้านล่างก็ปูพรมอย่างหนาเอาไว้ เรียกได้ว่าถ้าปากกาตกก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงเลยทีเดียว

ได้ยินคนเดียวจริงๆ ด้วย อุสมานพึมพำพร้อมกับนิ่วหน้าเพราะเริ่มปวดหัวเหมือนเช่นครั้งที่ได้ยินเสียงนี้และจากนั้นอาการปวดตามร่างกายก็จะตามมา คราวนี้มันมาแปลกมาก ปกติจะมาก็ต่อเมื่อชายหนุ่มอยู่คนเดียวเท่านั้น ทว่าครั้งนี้กลับเกิดขึ้นทั้งที่มีบุคคลอื่นอยู่ด้วย

พี่อุสมาน! เป็นอะไรไปครับ ฟาเดลตกใจก่อนจะรีบลุกขึ้นเดินมาดูอาการของพี่ชาย แล้วชายหนุ่มก็นึกอะไรบางอย่างออกจึงรีบถามด้วยความห่วงใย ที่พี่เป็นแบบนี้เป็นเพราะ...

ใช่ อุสมานตอบเสียงแผ่วเพราะรู้ดีว่าน้องชายจะพูดอะไรก่อนจะรีบคว้าแขนน้องชายเอาไว้เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะผละจากไป จะไปไหน

ผมจะไปบอกแม่แล้วก็จะให้เด็กรับใช้หายาแก้ปวดมาให้พี่ทานด้วย

ไม่ต้อง อย่าบอกแม่นะ พี่ไม่อยากให้ท่านเครียด ส่วนยาแก้ปวดไม่ต้องเอามาหรอกเพราะอีกไม่กี่นาทีมันก็หายปวดไปเอง

แต่ว่า...

นั่งลงซะ อุสมานสั่ง ฟาเดลจึงจำต้องนั่งลงและมองดูพี่ชายทุรนทุรายด้วยความเจ็บใจที่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้เลย

ผมว่าพี่ไปนอนพักดีกว่านะครับเผื่อจะดีขึ้น ฟาเดลเสนอซึ่งอุสมานก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย น้องชายจึงช่วยประคองพี่ชายพาออกจากห้องทำงานไปยังห้องนอน

พี่รู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ อุสมานบอกด้วยน้ำเสียงหอบเล็กน้อย ตามหน้าผากมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด

แน่ใจนะครับ ฟาเดลยังคงเป็นห่วง

แน่ใจสิ ตอนนี้มันหายไปแล้วล่ะ นายไปพักผ่อนเถอะ พี่ก็จะพักบ้างเหมือนกัน

ฟาเดลรับคำแล้วเดินออกจากห้องไป อุสมานถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างคนไร้เรี่ยวแรง ชายหนุ่มหลับตาลงหวังเพียงแค่พักสายตาเท่านั้นแต่ความรู้สึกบางอย่างทำให้เขาต้องลืมตาขึ้นใหม่แล้วดันตัวลุกขึ้นนั่ง

สายตาคมกริบจับจ้องไปที่หน้าต่างกระจกใสซึ่งยาวจรดพื้นห้อง ร่างสูงลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้อย่างเชื่องช้าจนไปหยุดยืนอยู่ข้างบานกระจกใส อุสมานมองออกไปด้านนอกที่มืดมิดที่มีเพียงแสงจากโคมไฟข้างทางส่องสว่างเท่านั้น

ไม่มีอะไรผิดสังเกตแต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเหมือนกำลังโดนจ้องมองอยู่กันนะ ชายหนุ่มเกิดความสงสัยขึ้นในใจพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณด้านล่างอีกครั้ง เมื่อไม่พบอะไรผิดปกติจริงๆ มือหนาจึงดึงผ้าม่านสีน้ำตาลรูดปิดกระจกทั้งหมดแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายก่อนนอน

 

เนตรนภาปฏิบัติตัวเช่นเคยเหมือนทุกวันหยุดที่ผ่านมาคือการไปนั่งเล่นรับลมเย็นๆ ตามธรรมชาติที่แม้จะไม่ค่อยเย็นนักเพราะเป็นบ้านเมืองร้อนเนื่องจากมีพื้นที่เป็นทะเลทรายส่วนใหญ่แต่หญิงสาวก็ยังพอใจมากกว่าที่จะเอาแต่นอนตากแอร์อยู่ในห้องทั้งวัน

ช่วงสายๆ แดดยังไม่ร้อนจัดมากนัก เนตรนภาจึงเดินทอดน่องได้อย่างสบายใจพร้อมกับถ่ายรูปสภาพบ้านเมืองทั้งสองข้างทางไปด้วยจากกล้องในมือถือยี่ห้อดัง มีอะไรที่น่าสนใจหญิงสาวก็มักจะถ่ายภาพเก็บเอาไว้แล้วส่งให้บิดากับมารดาได้ดูด้วยเป็นบางครั้ง

เนตรนภาหยุดเดินแล้วรีบหันขวับกลับไปมองทางเบื้องหลังของตนเองอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตมองผู้คนที่อยู่ในรัศมีแถวนั้นอย่างเพ่งพินิจก่อนจะหันกลับมาเมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ อย่างที่สงสัยหญิงสาวก้าวเดินต่อไปทั้งที่ในใจยังไม่คลายความหวาดระแวง เธอรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามและคอยจับจ้องเธออยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรที่ไหนแม้กระทั่งในที่ทำงานก็ด้วยอย่างนี้มาหลายอาทิตย์แล้ว

เนตรนภาเคยคิดว่าอาจเป็นซูริคที่แอบมองแต่พอเธอหันไปมองทางเขาก็เห็นชายหนุ่มเอาแต่นั่งทำงานของตัวเองหรือไม่ก็พูดคุยกับคนอื่นอยู่ทุกครั้งจนบางทีเธอก็คิดว่าระแวงไปเองและมองซูริคในแง่ร้ายเกินไป เขาอาจตัดใจจากเธอได้แล้วก็ได้เพราะตอนนี้เขาไม่สนใจเธอเลย ยามพูดคุยกับเธอก็เหมือนเพื่อนคนอื่นทั่วๆ ไป อีกอย่างเขาคงไม่บ้าตามเธอไปทุกฝีก้าวหรอก คิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็ตัดซูริคออกไปทันที จากนั้นก็คิดถึงฮาลิมขึ้นมาเพราะยังจำวันที่เขามานั่งรอเธอเพื่อถามเรื่องของอุสมานได้ดี

ฮาลิมรู้ได้ยังไงว่าอุสมานมาพบเธอที่สวนสาธารณะ แถมยังรู้เร็วอีกต่างหากถึงได้ไปนั่งดักรอพบเธอที่คอนโดฯ ก่อนที่เธอจะกลับไปเสียอีกถ้าเขาไม่ได้ส่งคนตามจับตาดูเธอไว้ เธอมั่นใจว่าเขาต้องทำอย่างที่คิดแน่ๆ แต่เธอไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ไปทำไม เธอทำอะไรให้เขาไม่ไว้ใจอย่างงั้นหรือถึงต้องส่งคนมาประกบแบบนี้ คิดแล้วก็อดโมโหไม่ได้ เธอเป็นพนักงานนะไม่ใช่นักโทษของเขา

เนตรนภาคิดอย่างหงุดหงิด ตั้งใจไว้ว่าหากอาทิตย์หน้าฮาลิมยังไม่เลิกส่งคนมาตามดูเธออีกละก็ เธอจะพูดกับเขาตรงๆ ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย และถ้าเขาจะโกรธจนไล่เธอออกจากงานเธอก็ไม่แคร์หรอก เพราะทำแบบนี้มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกันชัดๆ เลย

หญิงสาวเดินเข้ามาในสวนสาธารณะหมายจะไปนั่งเล่นที่เก้าอี้ตัวเดิมซึ่งเป็นมุมโปรด แต่แล้วเท้าบอบบางทั้งสองข้างก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมองไปแล้วเห็นมีคนนั่งอยู่ก่อน เนตรนภารู้สึกเซ็งเล็กน้อยที่ไม่ได้นั่งที่เดิม เธอตั้งใจว่าจะไปหาที่นั่งใหม่แต่พอดีสายตาเจ้ากรรมดันไปเจอสิ่งผิดปกติเข้าโดยบังเอิญตรงพุ่มไม้หนาที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งพอเพ่งมองดีๆ แล้วดวงตาสวยก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจเพราะสิ่งที่อยู่ในมือของชายแปลกหน้าที่ซ่อนตัวอยู่ตรงพุ่มไม้หนานั้นก็คือปืนสั้นนั่นเอง

เนตรนภามองจุดที่มือสังหารเล็งไปก็พบว่ามันกำลังเล็งปืนไปทางผู้ชายคนหนึ่งที่มาแย่งที่นั่งประจำของเธอ หญิงสาวเริ่มลนลานตัดสินใจไม่ถูกว่าจะช่วยผู้ชายเคราะห์ร้ายคนนั้นดีหรือไม่ ถ้าช่วยเธออาจซวยไปด้วยแต่ถ้าไม่ช่วยแล้วเกิดผู้ชายคนนั้นตายเธอก็จะรู้สึกผิดบาปไปตลอดชีวิต

เอาไงดีล่ะเนี่ย เนตรนภาสับสนทว่าสุดท้ายจิตใจอันดีงามที่ถูกผู้ให้กำเนิดปลูกฝังมาก็เป็นฝ่ายชนะ เอาวะ ช่วยก็ช่วย อย่างมากก็แค่ตาย หญิงสาวคิดพลางออกวิ่งสุดฝีเท้าไปหาผู้ชายเคราะห์ร้ายทันทีพร้อมกับตะโกนบอกไปด้วย

คุณ!ๆ หนีไปเร็วเข้า! มีคนจะฆ่าคุณจากตรงโน้น!”

อุสมานที่ตั้งใจมานั่งเล่นและหาความสงบสุขให้กับจิตใจตัวเองก่อนเข้าไปผจญกับเรื่องปวดหัวในบริษัทหันขวับไปมองยังทิศทางของเสียงทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครวิ่งเข้ามาหา ดวงตาของเขาปรากฏร่องรอยของความยินดีขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไปหลังจากที่สมองประมวลผลคำพูดของหญิงสาวได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วก้าวไปหาเนตรนภาอย่างรวดเร็ว จู่ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่แขนแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาสะเทือนสักเท่าไร เขาวิ่งไปหาหญิงสาวด้วยความเป็นห่วงและกลัวว่าจะได้รับอันตรายไปด้วย

ทางด้านมือปืนเมื่อเห็นเหยื่อรู้ตัวแล้วก็รีบออกจากที่ซ่อนแล้ววิ่งเข้ามาหาพร้อมกับยิงใส่ไม่ยั้ง โชคดีที่เวลานี้มีคนมาพักผ่อนที่สวนไม่มากนักจึงไม่มีใครโดนลูกหลงไปด้วย

กรี๊ด!!” เนตรนภากรีดร้องด้วยความกลัวก่อนจะถลาวิ่งไปข้างหน้าตามแรงฉุดดึงของอุสมานที่วิ่งเข้ามาคว้าข้อมือบางไว้ให้วิ่งตามไปด้วยกัน ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสียที่ไม่ได้พกปืนติดตัวมาด้วยเนื่องจากไม่นึกว่าจะมีใครจ้องเล่นงานเขาอยู่ เขาจึงทิ้งบาห์จะให้เฝ้ารถส่วนรีมก็ใช้ให้ไปซื้อน้ำ อีกอย่างช่วงนี้เขาก็มัวเครียดเรื่องส่วนตัวจึงลืมระวังตัวจากศัตรูที่มีตัวตนจับต้องได้ไปเลย

โอ๊ย!” เนตรนภาร้องลั่นเมื่อถูกยิงเข้าที่หัวไหล่ข้างขวาจากทางด้านหลัง ร่างบางถึงกับเซไม่อาจวิ่งต่อได้เพราะไม่เคยโดนแบบนี้มาก่อน อุสมานรีบรับร่างหญิงสาวไว้และยังไม่ทันได้คิดอ่านว่าจะทำอย่างไรต่อไปรีมก็วิ่งมาถึงพอดีและยิงสวนกลับไปจึงทำให้คนร้ายต้องหาที่กำบัง จากนั้นบาห์จะก็ตามมาสมทบอีกคน

เจ้านายเป็นอะไรหรือเปล่าครับ รีมรีบสอบถาม

ฉันไม่เป็นไร นายรีบไปจัดการมันเถอะ มันมีแค่คนเดียว

ครับ บาห์จะ...นายคอยอยู่ดูแลเจ้านายที่นี่นะ จบคำรีมก็วิ่งจากไปทันที

บาห์จะ รีบโทรแจ้งโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ บอกไปว่าฉันจะไปถึงภายในสิบนาทีให้เตรียมหมอรอเอาไว้เลย

ครับ บาห์จะรับคำสั่งแล้วรีบทำตามทันทีแต่ก็ไม่ลืมระวังความปลอดภัยให้เจ้านายด้วย

สั่งเสร็จอุสมานก็ช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม เนตรนภาร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวดยิ่งสร้างความหวาดหวั่นให้แก่จิตใจของอุสมานยิ่งขึ้น

อดทนหน่อยนะ ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาล เขาปลอบขณะอุ้มเธอไปที่รถยนต์ของเขาซึ่งจอดอยู่ไกลพอสมควร

เจ็บจังเลย ฉันจะตายมั้ยเนี่ย เนตรนภาถามเสียงอ่อยๆ สีหน้าเหยเกจนอดร้องไห้ออกมาไม่ได้เพราะยิ่งเขาเดินไวแผลก็ยิ่งสะเทือน อุสมานได้ยินก็อดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ก่อนจะเอ่ยให้กำลังใจทั้งตนเองและคนในอ้อมแขน

แผลแค่นี้ไม่ถึงกับตายหรอกน่า คุณเก่งจะตายไปจะตายได้ง่ายๆ ได้ยังไงกันล่ะ

บ้า...ฉันไม่ใช่พวกยอดมนุษย์นะ จะได้ไม่เจ็บไม่ตายน่ะ

ถึงคุณไม่ใช่ก็ไม่ตายหรอก เพราะผมไม่ยอมให้คุณตายเด็ดขาด อุสมานบอกเสียงเครียดก่อนจะพาตัวเธอเข้าไปนั่งอยู่ในรถ เขาจับเธอให้นั่งบนตักแกร่ง พอนึกถึงแผลที่โดนยิงได้ก็รีบล้วงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อออกมาห้ามเลือดให้เธอทันที

เจ็บ!” หญิงสาวโวยวายใส่เอาออกไปนะ

ไม่ได้ ต้องกดไว้เลือดจะได้ไม่ไหลหมดตัวซะก่อนถึงโรงพยาบาล อดทนไว้คนดี อีกไม่นานก็ถึงมือหมอแล้ว เขาปลอบพลางสั่งให้บาห์จะออกรถทันทีโดยไม่รอรีม เพราะเขารู้ว่ารีมเอาตัวรอดได้และจะตามไปทีหลังเอง

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลที่อุสมานโทรมาสั่งการล่วงหน้าเอาไว้แล้ว เนตรนภาก็ถูกหามเข้าห้องฉุกเฉินทันที โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลเอกชนซึ่งเพื่อนของชายหนุ่มเป็นเจ้าของอยู่เขาจึงสามารถสั่งการได้เต็มที่เพราะสนิทกัน

อุสมานเดินไปเดินมาเหมือนเสือติดจั่น เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเปื้อนเลือดเป็นหย่อมๆ ทว่าชายหนุ่มก็ไม่ใส่ใจเพราะสิ่งที่เขาสนใจเพียงอย่างเดียวในเวลานี้คืออาการของคนในห้องฉุกเฉินเท่านั้น บาห์จะที่ยืนสงบนิ่งอยู่ใกล้ๆ มองเห็นแขนเสื้อของเจ้านายขาดเป็นรูเล็กๆ แถมตรงบริเวณนั้นยังชุ่มไปด้วยเลือดก็รู้ได้ในทันทีว่าผู้เป็นนายบาดเจ็บ

เจ้านายครับ ผมว่าเจ้านายไปทำแผลก่อนดีกว่านะครับ

ทำแผลอะไร ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย อุสมานบอกอย่างหงุดหงิดก่อนจะร้องลั่นเมื่อบาห์จะเอื้อมมือมาบีบแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บ ชายหนุ่มมองหน้าลูกน้องคู่ใจอย่างเคืองๆ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้ง บอกกันดีๆ ก็ได้นี่หว่าไม่เห็นต้องรุนแรงกันเลย

ยังไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกเปิดออกจากนั้นร่างของหมอสูงวัยก็ก้าวออกมา อุสมานรีบเข้าไปสอบถามอาการของเนตรนภาทันทีแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าคมสันเมื่อหมอบอกว่าเธอพ้นขีดอันตรายแล้ว

อุสมานจัดการสั่งจองห้องพิเศษให้กับเนตรนภาและตั้งใจว่าจะอยู่เฝ้าคนเจ็บเสียเองในคืนนี้ ชายหนุ่มตั้งใจจะเข้าไปหาหญิงสาวในห้องพักฟื้นแต่กับโดนพยาบาลห้ามไว้เนื่องจากเสื้อของเขามีแต่เลือด เขาจึงจำต้องไปทำแผลก่อนและสั่งให้บาห์จะไปหาซื้อเสื้อสะอาดๆ มาให้เปลี่ยน ขณะที่กำลังให้พยาบาลทำแผลให้อยู่นั้นรีมก็เดินเข้ามาในห้อง อุสมานมองหน้าลูกน้องและสอบถามอีกฝ่ายด้วยสายตาเนื่องจากมีบุคคลที่สามอยู่ด้วย

ตามไม่ทันครับ รีมตอบเพียงสั้นๆ เท่านั้น เขาตามคนร้ายไปและยิงปะทะกันอยู่หลายนัด จนคนร้ายวิ่งหนีออกจากสวนปะปนไปกับผู้คนด้านนอกจึงทำให้เขาตามได้ลำบาก

อุสมานไม่พอใจแต่ก็ไม่โทษลูกน้องเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายทำเต็มที่แล้ว เมื่อพยาบาลทำแผลเสร็จและออกไปจากห้องชายหนุ่มก็ถามทันที

นายคิดว่ามันเป็นคนของใคร

ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าให้เดาคิดว่าน่าจะเป็นคนของฮาลิมครับ

ทำไมนายคิดว่าเป็นฮาลิมล่ะ

ฮาลิมเป็นคู่แข่งทางธุรกิจคนเดียวที่จ้องทางข้างหลังเจ้านายอยู่ตลอดเวลา รีมให้เหตุผลซึ่งอุสมานก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยเพราะเขาก็คิดแบบนี้เช่นเดียวกัน

ฉันก็คิดว่าเป็นฮาลิมเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่อยากสรุปหรอกนะเพราะมันอาจมีหมาลอบกัดตัวอื่นอีกก็ได้ ฉันไม่เคยไว้ใจคนพวกนั้นหรอก ต่อหน้าทำดีเป็นมิตรไม่คิดแข่งขันกับเราแต่พอลับหลังถ้ามีโอกาสก็ไม่ลังเลเลยที่จะกระทืบเราให้จมดิน อุสมานเอ่ยอย่างเยาะหยัน เพื่อนทางธุรกิจไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวรหรอก เพราะทุกอย่างดำเนินอยู่บนผลประโยชน์เท่านั้น ขณะที่ทั้งสองคุยกันบาห์จะก็เดินเข้ามาพอดีพร้อมกับสิ่งของที่ต้องการ อุสมานถอดเสื้อตัวเก่าออกแล้วใส่เสื้อตัวใหม่ เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็หันไปสั่งบาห์จะซึ่งมีฝีมือในการสืบข้อมูลมากกว่ารีมที่มีฝีมือทางด้านต่อสู้มากกว่าว่า บาห์จะ นายไปสืบมาซิว่าใครอยู่เบื้องหลังการลอบฆ่าฉันในวันนี้

ครับ

อุสมานจะเดินออกจากห้องทำแผลไปเยี่ยมเนตรนภาที่ห้องพักฟื้นก็พอดีกับที่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น

ครับแม่ ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปหลังจากกดรับสายแล้ว ครับ ผมปลอดภัยดีครับแม่ไม่ต้องเป็นห่วง เอ่อ...ผม...โอเคครับผมจะรีบกลับบ้านไปเดี๋ยวนี้ พูดจบอุสมานก็กดตัดสายสนทนาพร้อมกับถอนหายใจยาว ความตั้งใจที่จะนอนเฝ้าเนตรนภามีอันต้องพับไปเพราะมารดาขอร้องให้เขากลับบ้านโดยด่วน เสียงกระวนกระวายและเสียงสะอื้นของท่านทำให้เขาจำใจต้องรับปากอย่างเสียไม่ได้

ใครโทรบอกแม่ฉัน อุสมานถามอย่างเอาเรื่อง รีมกับบาห์จะส่ายหน้าก่อนฝ่ายแรกจะบอก

สงสัยจะเป็นคุณฟาเดลมั้งครับ เพราะตอนที่ผมกำลังเดินทางมาที่โรงพยาบาลคุณฟาเดลโทรมาพอดีผมเลยบอกเรื่องที่เกิดขึ้นครับ

บ้าจริง ไปบอกมันทำไมก็ไม่รู้ อุสมานบ่นอย่างหัวเสียก่อนจะเดินออกจากห้องทำแผลไป

ชายหนุ่มเดินมาที่ห้องพักฟื้นของเนตรนภา หญิงสาวยังคงนอนหลับตานิ่งอยู่และไม่รู้ว่าจะตื่นขึ้นมาเมื่อไร อุสมานมองด้วยสายตาขอบคุณพลางหยิบมือบางขึ้นมากุมเอาไว้อย่างทะนุถนอม การกระทำของผู้เป็นนายอยู่ในสายตาของลูกน้องคู่ใจทั้งสอง รีมกับบาห์จะมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กันอย่างมีความหมายที่รู้กันแค่สองคน

อุสมานอยู่เฝ้าเนตรนภาไม่นานก็กลับ ก่อนกลับเขาสั่งให้รีมอยู่เฝ้าที่นี่เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของหญิงสาวและแจ้งความจำนงขอพยาบาลพิเศษมาดูแลซึ่งทางโรงพยาบาลก็จัดการให้ทำให้ชายหนุ่มอุ่นใจขึ้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น