คำสาปรักในรอยทราย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 786 Views

  • 0 Comments

  • 13 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    786

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 ข้อเสนอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

ทุกวันหยุดเนตรนภามักจะมานั่งเล่นอยู่ที่สวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดฯ ของเธอมากนักซึ่งเดินมาเพียงยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว อากาศที่เย็นสบายใต้ร่มไม้เขียวขจี ผู้คนค่อนข้างเป็นมิตรและไม่ชอบก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคนอื่น อีกทั้งทัศนียภาพรอบๆ สวนซึ่งมีทั้งสระน้ำใหญ่ที่มีน้ำพุหลายระดับพุ่งขึ้นสร้างความงดงามให้แก่สระน้ำ สวนดอกไม้ที่ถูกตกแต่งอย่างงดงามนั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายและสมองปลอดโปร่ง งานออกแบบหลายชิ้นที่ประสบความสำเร็จก็ล้วนเกิดจากที่นี่ จึงเรียกได้ว่าสวนสาธารณะแห่งนี้เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเธอเลยก็ว่าได้

เนตรนภามองดูเด็กเล็กๆ สองคนวิ่งเล่นไล่จับกันไปมาอย่างเอ็นดู เห็นแล้วก็อดคิดถึงสมัยที่ตัวเองเป็นเด็กน้อยไม่ได้ พอถึงวันหยุดทีไรพ่อกับแม่มักจะพาเธอมาวิ่งเล่นที่สวนสาธารณะแบบนี้เสมอ แม่จะเตรียมทำอาหารกลางวันไปกินด้วยให้พร้อม ส่วนพ่อก็มักจะคอยหาอุปกรณ์อะไรสนุกๆ มาเล่นกับเธอ จึงทำให้วันหยุดเป็นวันที่เธอมีความสุขมากเพราะได้อยู่กันพร้อมหน้าสามคนพ่อแม่ลูกและได้ทำกิจกรรมหลายอย่างร่วมกัน

พ่อจ๋า แม่จ๋า หนูคิดถึงพ่อกับแม่จังเลย เนตรนภาพูดพึมพำออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาเริ่มซึมเบ้าตาด้วยคิดถึงผู้ให้กำเนิดทั้งสองจับใจ สามเดือนกว่าแล้วที่ไม่ได้พบหน้ากัน แม้จะได้ยินแต่เสียงทุกสองอาทิตย์ทว่าความคิดถึงก็ยังเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวจึงตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเดือนหน้าจะขอลางานสักอาทิตย์เพื่อกลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่เมืองไทยหรือหากลาไม่ได้จริงๆ ก็จะขอให้พวกท่านเป็นฝ่ายมาหาเธอที่นี่แทน

ขณะกำลังมัวคิดเพลินๆ อยู่นั้นก็มีลูกบอลกลิ้งมาโดนที่เท้า หญิงสาวก้มลงมองแล้วหยิบลูกบอลขึ้นมาถือไว้ก่อนจะส่งยิ้มเอื้ออารีให้กับเด็กชายผิวขาวแก้มยุ้ยที่กำลังวิ่งมาหาเธอ

ของหนูใช่มั้ยจ๊ะ

ครับ เด็กน้อยตอบ

นี่จ้ะ เธอยื่นลูกบอลให้

ขอบคุณครับ เด็กน้อยกล่าวเสร็จก็รับลูกบอลมาถือไว้แล้ววิ่งจากไปหาพ่อกับแม่ของตัวเองที่นั่งรออยู่ไม่ไกล เนตรนภามองตามไปด้วยสายตาเอ็นดูก่อนจะหันไปมองทางด้านขวามือของตัวเองเขม็งอย่างสังเกตเพราะรู้สึกเหมือนกำลังโดนจ้องมองอย่างไรชอบกล

ก็ไม่มีอะไรนี่นา เรานี่ท่าจะบ้า เนตรนภาต่อว่าตนเองอย่างขำๆ ที่ทำเป็นระแวงไปเองเนื่องจากมองดูแล้วก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร เพราะไม่เห็นมีใครมองมาทางเธอสักคนเดียว

ดวงอาทิตย์สีส้มอ่อนกำลังคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ เป็นสัญญาณให้เนตรนภารู้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับคอนโดฯ เสียที หญิงสาวจึงเก็บสมุดดินสอที่ใช้สำหรับเขียนงานซึ่งวางทิ้งไว้อยู่ข้างตัวใส่กระเป๋าสะพายข้างใบใหญ่ ขณะที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บของอยู่นั้นดวงตากลมโตซึ่งคมกริบเหมือนมารดาไม่ผิดเพี้ยนก็เหลือบตามองเห็นปลายรองเท้าหนังดำขลับคู่หนึ่งเข้า คิ้วเรียวสวยจึงขมวดมุ่นก่อนใบหน้าอ่อนใสจะเงยขึ้นมอง

สวัสดีครับคุณเนตรนภา ฮาคุมาจิบุคคลตรงหน้าเอ่ยทักทายเธอแถมยังรู้จักชื่อและนามสกุลอีกแม้จะออกเสียงไม่ชัดก็ตาม ดวงตากลมสวยมีร่องรอยแปลกใจปนทบทวนยามมองชายหนุ่มเบื้องหน้า ก่อนจะเปล่งประกายเมื่อจดจำอีกฝ่ายได้

คุณนั่นเอง สวัสดีค่ะ เมื่อจดจำได้หญิงสาวจึงส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ซึ่งก็ทำเอาคนได้รับถึงกับนิ่งงันไปชั่วครู่ก่อนจะมอบรอยยิ้มชนิดเดียวกันตอบแทนกลับมาให้

ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับ

เช่นกันค่ะ เอ่อ...เชิญนั่งก่อนสิคะ เนตรนภากล่าวเชื้อเชิญพลางเขยิบตัวไปนั่งชิดอีกด้านหนึ่งของเก้าอี้ยาว เว้นที่ว่างแบบพอดิบพอดีให้อีกฝ่ายได้นั่งด้วย

ขอบคุณครับ อุสมานกล่าวแล้วทรุดตัวลงนั่งตามคำเชิญ ความยาวของเก้าอี้ไม่ได้ยาวมากนักเพราะทำไว้ให้สำหรับสองคนนั่งได้อย่างสบายๆ ดังนั้นชายหนุ่มและหญิงสาวจึงนั่งห่างกันเพียงคืบเดียวเท่านั้น เนตรนภาเกิดอาการประหม่าอายอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งได้มองชายหนุ่มที่เคยช่วยชีวิตเธอเอาไว้แบบใกล้ๆ โดยไม่มีความมืดมาบดบังด้วยแล้วก็ยิ่งเห็นถึงความหล่อเหลาของเขาเข้าไปใหญ่ คืนนั้นแม้จะอยู่ในที่สลัวๆ เธอก็ว่าเขาหล่อเข้มบาดใจแล้วนะ แต่พอยิ่งได้มาเห็นในที่สว่างแบบระยะใกล้ชิดเช่นนี้ก็ยิ่งหล่อขั้นเทพเข้าไปใหญ่ นี่ถ้าเขานั่งนิ่งๆ สักห้านาทีไม่กะพริบตาหรือพูดอะไรเลยเธอคงนึกว่าเป็นรูปปั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เธอคงรีบเข้าไปโอบกอดแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ดูเล่นแล้วล่ะ

เนตรนภาหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะขำกับความคิดของตนเอง ก่อนจะรู้สึกอับอายเมื่อคนนั่งข้างๆ เอ่ยถามออกมา

ขำอะไรหรือครับ

เอ่อ...เปล่าค่ะเปล่าเธอปฏิเสธอย่างอายๆ แล้วนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย จริงสิคะ ตอนที่คุณทักฉันน่ะ คุณเรียกชื่อและนามสกุลฉันถูกต้องด้วย คุณรู้ได้ยังไงกันคะ ในเมื่อฉันยังไม่เคยบอกคุณเลย

ผมรู้จากประวัติของคุณน่ะ อุสมานตอบตามตรงพลางจ้องหน้านวลใสที่แทบไร้เครื่องสำอางอย่างพอใจ ผู้หญิงที่เขาพบทุกคนมักแต่งงานกันทั้งนั้น บางคนแต่งหน้าจัดเกินไปเรียกได้ว่าหากเอาหน้าไปแนบชิดมีหวังอาจได้เครื่องสำอางที่ฉาบเอาไว้ติดหน้ากลับมาด้วยก็เป็นได้ และบางคนพอล้างเครื่องสำอางออกจากหน้าก็แทบจะดูไม่ได้เลยก็มี ซึ่งถ้าถามเขาว่าชอบผู้หญิงแต่งหน้าไหมก็ต้องบอกว่าชอบล่ะเพราะดูสวยดี แต่หากให้ชอบที่สุดก็ต้องตอนไม่แต่งหน้าเลยมากกว่า เนื่องจากเขาชอบผิวใสๆ ที่มีกลิ่นเนื้อแท้มากกว่ากลิ่นปรุงแต่งของเครื่องสำอางนั่นเอง

ประวัติของฉัน หมายความว่าไงคะ เนตรนภาเริ่มมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ ก็จะให้ไว้ใจได้อย่างไรกันในเมื่ออีกฝ่ายเล่นสืบประวัติเธอแบบนี้ ด้านอุสมานพอเห็นสายตาของหญิงสาวก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่เขาจึงรีบบอกให้เธอสบายใจ

ไม่ต้องกลัว ที่ผมให้คนไปสืบประวัติคุณมานั้นผมไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรหรอก ผมแค่อยากรู้จักคุณเท่านั้นเอง

อยากรู้จักฉัน เธอทวนคำเสียงสูงอย่างไม่เข้าใจ สายตายามจ้องมองอีกฝ่ายยังคงมีความหวาดระแวงเช่นเดิม คุณอยากรู้จักฉันไปทำไมกันคะ ถามออกไปแล้วคำตอบชนิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจของหญิงสาวทันที เอ๊ะ...หรือว่าเขาสนใจเรา เขาคิดจะจีบเราหรือเปล่านะ เพียงแค่คิดเล่นๆ ใบหน้าอ่อนใสก็แดงระเรื่อขึ้นเสียแล้ว

ผมอยากชวนคุณมาทำงานด้วยกัน อุสมานพูดเข้าประเด็นอย่างไม่รีรอทำเอาเนตรนภาอ้าปากค้างก่อนจะหุบฉับในวินาทีต่อมา แก้มนวลที่เป็นสีระเรื่อขึ้นเพราะรู้สึกม้จะหาเหตุผลให้ตัวเองได้แต่หญิงสาวก็ยังไม่วายคร่ำครวญดแผ่นดินหนีอายแน่ๆขาคิดจะจีบเราหรือเปล่านะหวังเครื่องสำอางที่ฉาบเอาไว้ังวเขินบัดนี้ก็ยังคงแดงก่ำอยู่ ทว่าความรู้สึกกลับเปลี่ยนเป็นความอับอายแทน เธอต้องรู้สึกอับอายเป็นครั้งที่สองแล้วเมื่ออยู่ใกล้ๆ ผู้ชายคนนี้จนเนตรนภาอดพาลโมโหเขาไม่ได้

ก็จะไม่ให้โมโหได้ยังไงกันในเมื่อคำพูดของเขาพาให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้น เป็นใครมาเจอพูดแบบนี้ใส่ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันก็ต้องคิดแบบเธอทั้งนั้น เชื่อสิ หากเป็นเขาบ้างแล้วถูกเธอพูดว่าอยากรู้จักใส่เขาก็ต้องคิดไปไกลเหมือนเธอเช่นกันแหละน่า โอ๊ย...น่าอายชะมัดเลย ดีนะที่ไม่พูดออกไปไม่อย่างงั้นคงได้มุดแผ่นดินหนีอายแน่ๆ เลยเรา แม้จะหาเหตุผลให้ตัวเองได้แต่หญิงสาวก็ยังไม่วายรู้สึกเสียหน้าอยู่ดี

ผมมีข้อเสนอมาให้คุณด้วยนะ ถ้าคุณยอมมาทำงานกับผมละก็ผมจะให้เงินเดือนคุณมากกว่าที่ทำงานเก่าถึงสามเท่าทีเดียว และพอถึงสิ้นปีผมจะมีโบนัสให้คุณพิเศษกว่าพนักงานคนอื่นๆ ด้วย แถมยังมีบ้านพักที่สะดวกสบายพร้อมรถยนต์ให้แล้วก็... อุสมานร่ายยาวถึงผลประโยชน์ที่จะมอบให้เพราะไม่อยากพูดอ้อมไปอ้อมมาให้เสียเวลาอีกแล้ว ความจริงเรื่องนี้เขาไม่จำเป็นต้องมาพูดเองก็ได้ ส่งใครมาเจรจาแทนก็เหมือนกัน แต่อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้เขาเป็นคนรับหน้าที่นี้เสียเองซึ่งชายหนุ่มก็ยังแปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน

เดี๋ยวค่ะเดี๋ยว คุณหยุดพูดก่อนค่ะ เนตรนภารีบร้องห้ามเมื่ออีกฝ่ายเล่นพูดไม่หยุด หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มที่ยังไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อด้วยสายตาค้นคว้าแล้วถามอย่างข้องใจออกมา ฉันเริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้วนะคะ อยู่ๆ คุณก็ปรากฏตัวแล้วมาพูดเรื่องข้อเสนองานอะไรก็ไม่รู้ ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณทำงานอะไรและชื่ออะไร แล้วฉันจะตัดสินใจถูกได้ยังไงกันล่ะคะ

จริงสินะ อุสมานพยักหน้าอย่างเห็นด้วยและอดขำในความใจร้อนของตนเองไม่ได้ ชายหนุ่มล้วงนามบัตรในกระเป๋าสตางค์ซึ่งอยู่ในกระเป๋ากางเกงสแล็คสีดำสนิทของตนเองออกมาแล้วยื่นส่งให้หญิงสาวที่ยื่นมือออกมารับไปอ่าน

บริษัทจามินราไดมอน เนตรนภาอ่านชื่อบริษัทบนนามบัตรใบจิ๋วสีขาวสะอาดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และยิ่งได้อ่านชื่อพร้อมตำแหน่งของคนตรงหน้าหญิงสาวก็ยิ่งนึกทึ่งเข้าไปใหญ่ก่อนจะแอบภูมิใจอยู่ลึกๆ ที่ประธานกรรมการใหญ่ของบริษัทจามินรา ซึ่งเป็นบริษัทขายเครื่องเพชรและอัญมณีอันดับหนึ่งของประเทศมายื่นข้อเสนอให้เธอด้วยตัวเองเช่นนี้

ใช่ ผมอุสมาน จามินรา ประธานกรรมการใหญ่ของบริษัทจามินราไดมอน ยินดีที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการนะครับคุณเนตรนภา ฮาคุมาจิ อุสมานยื่นมือออกมาทักทายอย่างเป็นทางการ เนตรนภาอดมือสั่นนิดๆ ไม่ได้ขณะยื่นมือทักทายตอบออกไปเพราะไม่คิดว่าจะได้พบคนใหญ่คนโตแบบนี้ เธอได้ยินข่าวคราวของเขามาบ้างว่าเขาร่ำรวยมหาศาลขนาดไหนแถมยังมีอิทธิพลในประเทศพอตัวเลยทีเดียว

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

แล้วตกลงว่าอย่างไรครับ คุณจะรับข้อเสนอของผมมั้ย บอกตรงๆ ผมอยากได้คุณมาร่วมงานด้วยจริงๆ

เนตรนภามองหน้าอีกฝ่ายนิ่งนานก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเป็นปกติหลังจากหายตื่นเต้นแล้ว

ทำไมคุณถึงอยากได้ตัวฉันไปร่วมงานด้วยล่ะคะ

เพราะคุณมีฝีมือน่ะสิ ผมต้องการคนมีฝีมือมาร่วมงานด้วย คุณสร้างสรรค์ผลงานจนทำยอดขายให้กับบริษัทของคุณได้อย่างถล่มทลายจนตอนนี้ชื่อเสียงของคุณดังไปทั่วประเทศแล้ว มีบริษัทคู่แข่งมากมายที่ต้องการซื้อตัวคุณไปร่วมงานด้วยและบริษัทผมก็เป็นหนึ่งในนั้น

คุณจะแน่ใจได้ยังไงกันคะว่าฉันเก่งจริง บางทีมันอาจฟลุคก็ได้นะคะเพราะมันเป็นผลงานชิ้นแรกของฉัน ชิ้นที่สองสามหรือสี่อาจทำไม่ได้แบบนี้ก็ได้

คุณพูดถ่อมตัวเกินไปแล้ว ผมเห็นผลงานชิ้นแรกของคุณผมก็รู้แล้วว่าคุณมีฝีมือ คุณเป็นนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรง มีจินตนาการมากมาย ผมเชื่อว่าจะได้ผลงานชิ้นเยี่ยมจากคุณอีกหลายชิ้นอย่างนอนแน่ อุสมานเอ่ยชมจากใจ เขาทำงานด้านนี้และเห็นนักออกแบบมาเยอะ ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าใครมีฝีมือจริงหรือไม่จริง

ขอบคุณที่ชมนะคะ

แล้วคำตอบของคุณล่ะครับ

เนตรนภานิ่งคิดไปอึดใจใหญ่ก่อนให้คำตอบเขาอย่างสุภาพ

ฉันขอปฏิเสธค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ

ที่คุณปฏิเสธเพราะข้อเสนอที่ผมให้มันน้อยไปหรือว่า...

ไม่ใช่หรอกค่ะ หญิงสาวตอบปัดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อยเพราะไม่พอใจคำพูดของเขาที่พูดเหมือนกับว่าเธอเห็นแก่เงินซึ่งอุสมานก็รับรู้ได้ในทันทีจึงรีบกล่าวขอโทษออกมา

ถ้าคำถามของผมทำให้คุณไม่พอใจก็ต้องขอโทษด้วย

ไม่เป็นไรค่ะ อารมณ์ขุ่นมัวเริ่มลดระดับลง ที่ฉันปฏิเสธคุณเพราะฉันยังมีความสุขกับการทำงานที่เดิมอยู่ค่ะ ฉันทำงานด้านนี้เพราะใจรักเป็นอันดับแรก เพราะฉะนั้นเรื่องเงินเดือนหรือสิทธิพิเศษอื่นๆ ฉันไม่สนใจหรอกค่ะ ขอแค่ได้รับเงินเดือนตามความเหมาะสมกับงาน มีเพื่อนร่วมงานที่โอเคฉันก็พอใจแล้วล่ะค่ะ ไม่คิดจะย้ายไปที่ไหนอีก ประโยคสุดท้ายหญิงสาวเน้นคำเสียงหนักๆ

สรุปคือคุณปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าผมจะยื่นข้อเสนอให้สักเท่าไรก็ตาม อุสมานเลิกคิ้วถามยิ้มๆ แววตาเขาเปล่งประกายพอใจอยู่ลึกๆ

ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณต้องเสียเวลา

ไม่เป็นไรครับ เฮ้อ... เขาว่าพลางถอนใจ ผมเสียดายคุณนะ แต่ผมก็ชื่นชมในความคิดของคุณเช่นกัน เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ผมจะรอคุณเปลี่ยนใจ อย่าเพิ่งปฏิเสธเลยครับเพราะอนาคตมันเป็นสิ่งไม่แน่นอน อุสมานรีบเอ่ยขัดเมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าจะคัดค้าน คุณเก็บนามบัตรของผมเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน ผมยังรอคุณอยู่เสมอถ้าคุณเปลี่ยนใจเมื่อไรก็โทรหาผมได้ทุกเมื่อเลยนะครับ

ขอบคุณค่ะที่ยังให้โอกาสฉัน เนตรนภาเก็บนามบัตรของเขาใส่ไว้ในกระเป๋า ในใจนั้นคิดไว้แล้วว่าจะไม่มีวันโทรไปอย่างแน่นอนเพราะเธอไม่ใช่คนที่ชอบเนรคุณใคร บริษัทเอชแอลไดมอนได้ให้โอกาสเด็กตกงานอย่างเธอได้มีงานทำและได้แสดงฝีมือจนโด่งดังเป็นที่ต้องการไปทั่วในขณะ ดังนั้นเธอจะอยู่ทำงานให้กับบริษัทต่อไปซึ่งถ้าเธอจะออกจากบริษัทก็มั่นใจได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ อย่างแน่นอน เนตรนภาคิดด้วยความมุ่งมั่นก่อนจะเอ่ยขอตัวกลับคอนโดฯ

นี่ก็เย็นมากแล้วเห็นทีฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนล่ะค่ะ

เชิญครับ

อุสมานนั่งมองตามหลังหญิงสาวไปด้วยความรู้สึกพึงพอใจและนึกชื่นชมในความคิดยิ่งนัก ถ้าถามว่าเขาผิดหวังไหมที่ถูกปฏิเสธ แน่นอนล่ะว่าต้องรู้สึกผิดหวังเป็นธรรมดาแต่ในใจลึกๆ กลับดีใจมากกว่าที่อีกฝ่ายไม่เห็นแก่เงินเหมือนหลายๆ คนที่ผ่านมา ความจริงเรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดร้ายแรงอะไรนักหรอกเพราะคนทุกคนก็ต้องการความก้าวหน้าและความสะดวกสบายกันทั้งนั้น เมื่อมีข้อเสนอที่ดีกว่าก็ต้องคว้าไว้เป็นธรรมดา ซึ่งก็อยู่ที่ว่าใครจะคว้ามากคว้าน้อยเท่านั้นเอง

อุสมานนั่งอยู่ตรงนั้นจนพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ทำให้ความมืดเริ่มเข้ามาปกคลุมแทนแสงสว่าง แม้ได้นั่งเล่นที่นี่เพียงไม่ถึงชั่วโมงแต่ชายหนุ่มกับรู้สึกผ่อนคลายทั้งสายตาและความรู้สึกจนชักเริ่มติดใจที่นี่ขึ้นมา ซึ่งหากมีโอกาสและมีเวลาว่างมากพอเขาคงได้มานั่งเล่นที่นี่อีก

พระอาทิตย์หายลับไปจากท้องฟ้าอุสมานจึงลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปทางเดิมที่เดินเข้ามา โดยมีรีมกับบาห์จะซึ่งยืนคอยรักษาความปลอดภัยให้เจ้านายอยู่ห่างๆ ตั้งแต่แรกแล้วเดินตามผู้เป็นนายไปที่รถ

 

ออกมาจากสวนสาธารณะแล้ว เนตรนภาก็ไปเดินเล่นและหาอะไรทานที่ตลาดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคอนโดฯ มากนักเพราะเดินไปเพียงแค่สิบนาทีก็ถึง หญิงสาวเดินดูข้าวของพร้อมกับหาของกินอร่อยๆ ทานจนอิ่มแปล้ถึงได้กลับเข้าที่พักซึ่งก็เป็นเวลาทุ่มกว่าแล้ว

บอส... เนตรนภาแปลกใจเมื่อเข้ามาในห้องโถงของคอนโดฯ แล้วเห็นฮาลิม ประธานกรรมการใหญ่ของบริษัทเอชแอลไดมอนที่เธอทำงานอยู่นั่งอยู่บนโซฟารับรองแขก หญิงสาวเคยพบฮาลิมอยู่หลายครั้งนับตั้งแต่เข้าทำงานมา ครั้งแรกก็เป็นวันที่เธอมารายงานตัวเข้าทำงานกับทางบริษัทซึ่งก็ได้เข้าพบกับเจ้าของบริษัทเลยทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก พอได้พบและพูดคุยกับเขาจริงๆ ความกลัวเกรงก็หายไปหมดเพราะชายหนุ่มเป็นคนอัธยาศัยดีและใจดีมาก เขามีเมตตากับผู้น้อยอย่างเธอมากจนน่าประทับใจ

ฮาลิมเป็นคนหน้าตาดี ใบหน้าของเขาออกไปทางหวานๆ คล้ายผู้หญิงมากกว่าจะหล่อคมเข้มสมชาย รูปร่างเขานั้นสูงใหญ่สมส่วน องค์ประกอบโดยรวมของชายหนุ่มดูดีจนสาวๆ หลายคนพากันฝันหา ทั้งหล่อทั้งรวยเรียกได้ว่าครบสูตรของชายหนุ่มในฝันเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจที่ฮาลิมจะติดอันดับยี่สิบหนุ่มโสดสุดเพอร์เฟกต์ที่สาวๆ ทั่วประเทศอยากเป็นแฟนด้วยของนิตยสารดังระดับประเทศ ซึ่งผู้ชายที่เธอเพิ่งได้พบก่อนหน้านี้ก็ติดอันดับกับเขาด้วยเหมือนกัน

หญิงสาวอดเทียบผู้ชายสองคนที่ได้เจอในเวลาไล่เลี่ยกันไม่ได้ รูปร่างหน้าตาของอุสมานกับฮาลิมเทียบกันแล้วก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันนักเลย คนหนึ่งหน้าหวานแต่อีกคนหน้าคมสันสมชายชาตรีก็อยู่ที่ว่าใครจะชอบแบบไหนมากกว่าเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่เนตรนภารู้สึกได้ถึงความแตกต่างจากตัวของผู้ชายสองคนนี้คือบุคลิกลักษณะ ฮาลิมมีบุคลิกที่นุ่มนวลดูอ่อนโยนในขณะที่อุสมานดูแข็งแกร่งทว่าไม่แข็งกร้าว ไม่ว่าเขาจะพูดด้วยอิริยาบถไหนก็ดูมีอำนาจแฝงอยู่ด้วยตลอดเวลา

แนนนี่... ฮาลิมหันมาเห็นเธอเข้าก็ส่งยิ้มหวานให้พลางลุกขึ้นยืนรอ เนตรนภาจึงจำต้องเดินเข้าไปหาก่อนจะสอบถามอย่างสุภาพอ่อนน้อม

สวัสดีค่ะบอส เอ่อ...บอสมีธุระกับดิฉันหรือเปล่าคะ ที่เธอถามเช่นนี้เพราะไม่มีพนักงานบริษัทคนไหนพักอยู่ในคอนโดฯ แห่งนี้เลย และการที่ฮาลิมรู้จักที่พักของเธอก็เป็นเพราะว่าเขาเคยมาส่งเธอหลายครั้งแล้วนั่นเอง

ใช่ ผมมีธุระสำคัญมากที่จะพูดกับคุณ

เรื่องงานหรือคะ

ก็...ไม่เชิงเท่าไร ผมว่าเราขึ้นไปคุยกันบนห้องของคุณดีกว่านะ จะได้คุยธุระกันได้สะดวกหน่อย ฮาลิมพูดคล้ายกับออกคำสั่งอย่างเคยตัวแล้วทำท่าจะเดินนำไปที่ลิฟต์จนเนตรนภาต้องรีบเรียกไว้

เดี๋ยวก่อนค่ะบอส คือ...ดิฉันว่าเราคุยกันที่นี่ดีกว่านะคะ เนตรนภาบอกเสียงอ่อนๆ สีหน้าดูลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด ที่เธอขัดขวางเช่นนี้ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจเจ้านายหรอกนะ แต่เพราะตอนนี้มันมืดค่ำแล้วคงจะดูไม่เหมาะสมสักเท่าไรนักที่จะให้ผู้ชายเข้าห้องและอยู่ด้วยกันสองต่อสอง

ทำไม คุณรังเกียจผมงั้นหรือ ฮาลิมถามอย่างไม่พอใจเพราะระงับอารมณ์ไม่อยู่ เนื่องจากมีความโกรธอีกเรื่องหนึ่งสุมอยู่ในใจก่อนแล้ว

เปล่านะคะ หญิงสาวรีบปฏิเสธเสียงหลงหน้าตาตื่น ชักทำอะไรไม่ถูกเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นบอสผู้ใจดีโกรธ เพียงแต่มันดูไม่เหมาะเท่านั้นเองค่ะเพราะนี่มันก็มืดค่ำแล้ว

ฮาลิมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยอมทรุดตัวลงนั่งตามเดิม เนตรนภาเองก็แอบถอนใจเช่นกันแล้วเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับฮาลิม

บอสมีธุระอะไรกับดิฉันหรือคะ

ฮาลิมรู้สึกเซ็งจัดที่หญิงสาวไม่ยอมทำตามคำสั่ง เขาเคยขอให้เธอเรียกชื่อตัวเองแทนคำว่าดิฉันยามพูดกับเขาแต่เธอก็ไม่ปฏิบัติตามเลย แต่เอาเถอะ เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่จะต้องพูดกันในตอนนี้เพราะเขามีเรื่องที่สำคัญกว่าเป็นล้านเท่า

ผมรู้มาว่าวันนี้คุณไปเจอกับไอ้...เอ่อ...คุณอุสมานมา คงไม่ต้องให้ผมอธิบายใช่มั้ยว่าอุสมานคนนี้คือใคร ฮาลิมเอ่ยเสียงเข้ม หน้าตานั้นดูเคร่งเครียดจัด

เนตรนภาฟังแล้วก็นิ่วหน้าด้วยความแปลกใจที่อีกฝ่ายรู้เรื่องนี้เพราะมันเพิ่งผ่านมาไม่ถึงสองชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ และเธอก็ไม่คิดว่าจะมีใครรู้เรื่องนี้ด้วยเพราะวันนี้เป็นวันหยุดอีกทั้งแถวที่พักของเธอก็ไม่มีพนักงานในบริษัทคนไหนพักอยู่เลยสักคน

บอสรู้ได้ยังไงกันคะ

ผมรู้ได้ยังไงคุณไม่ต้องรู้หรอก แค่ตอบคำถามของผมมาว่าเขามาพูดอะไรกับคุณบ้างและคุณไปรู้จักเขาตั้งแต่เมื่อไรกัน ชายหนุ่มคาดคั้นเสียงเข้ม หน้าตาที่เคยดูใจดีเริ่มดุดันขึ้นจนเนตรนภารู้สึกกลัว

คุณอุสมานมาชวนดิฉันไปทำงานด้วยค่ะ เนตรนภาตอบตามจริงพร้อมกับสู้สายตาไม่ยอมหลบเพราะคิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และที่เลือกตอบเพียงสั้นๆ แค่นี้เนื่องจากไม่เห็นว่าเรื่องที่เจอกันได้อย่างไรมันจะสำคัญตรงไหน

อะไรนะ!” ฮาลิมอุทานอย่างตกใจก่อนจะเค้นถามอย่างเอาเรื่อง แล้วคุณตอบไปว่ายังไง ตกลงหรือไม่ตกลง! ว่าไง ตอบมาสิว่าได้ตกลงไปหรือเปล่า!”

น้ำเสียงอันดังก้องของฮาลิมเรียกสายตาจากคนที่เดินเข้าเดินออกภายในคอนโดฯ ได้ดี จนเนตรนภารู้สึกอับอายพาลโกรธคนตรงหน้าขึ้นมาบ้าง

เปล่าคะ หญิงสาวตอบเสียงห้วนเพราะเริ่มไม่พอใจขึ้นมาบ้างแล้วเช่นกัน เรื่องแค่นี้ทำไมต้องคาดคั้นเธออย่างเอาเป็นเอาตายด้วยนะ ไม่เข้าใจเลย เนตรนภาต่อว่าในใจก่อนพูดประโยคต่อไป บอสวางใจเถอะค่ะ ดิฉันไม่ใช่คนเห็นแก่เงินขนาดนั้น ดิฉันตอบปฏิเสธคุณอุสมานไปเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ

ได้ยินเช่นนี้ฮาลิมก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เมื่อความโกรธสลายไปใบหน้าดุดันก็แปรเปลี่ยนกลับมาเป็นใจดีเหมือนเดิม ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจของหญิงสาวจึงส่งยิ้มขอลุแก่โทษมาให้

ผมขอโทษนะแนนนี่ที่เผลอตวาดใส่คุณไป พอดีผมกลัวมากไปหน่อยเพราะผมไม่อยากสูญเสียคุณไป ความหมายของคำพูดสุดท้ายกินนัยลึกแต่คนฟังไม่ได้คิดไกลเกินไปนักอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ

ดิฉันเข้าใจค่ะ ดิฉันไม่ใช่คนอกตัญญูหรอกค่ะ บอสให้โอกาสดิฉันได้ทำงานดิฉันไม่เคยลืม เสียงของเนตรนภายังเรียบเย็นทำเอาบอสใหญ่แห่งเอชแอลไดมอนรู้สึกใจเสีย

คุณโกรธผมเหรอแนนนี่ ผมขอโทษนะ ยกโทษให้ผมได้มั้ยเขาทำเสียงอ้อนอย่างที่เคยทำกับสาวคนอื่นๆ เพราะหวังว่ามันจะได้ผลเหมือนกัน

เนตรนภานิ่งอึ้งไปชั่วขณะเพราะไม่คิดว่าเจ้าของบริษัทจะมาง้องอนพนักงานต๊อกต๋อยอย่างเธอ เห็นแล้วก็รู้สึกละอายใจที่ให้ผู้ใหญ่กว่ามาขอโทษไม่ได้หญิงสาวจึงรีบบอกอย่างรู้สึกผิด

บอสคะ บอสไม่ต้องมาขอโทษดิฉันหรอกค่ะ เพราะมันเป็นสิทธิ์ของบอสที่จะสอบถามพนักงาน

ผมขอโทษที่ตวาดใส่คุณ

ดิฉันไม่โกรธหรอกค่ะ

จริงนะครับ เขาถามย้ำอย่างลิงโลด เมื่อเธอพยักหน้าให้จึงรีบรุกทันที ถ้าแนนนี่หายโกรธผมแล้วจริงๆ งั้นคืนเราไปฟังเพลงกันนะครับ

เอ่อ...คงต้องขอปฏิเสธค่ะ เพราะ...ดิฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายสักเท่าไร เนตรนภาหาทางเลี่ยงด้วยการอ้างว่าไม่สบาย เธอไม่ชอบเที่ยวกลางคืนอยู่แล้วและที่สำคัญไม่อยากทำตัวสนิทสนมกับเจ้าของบริษัทเกินไปเนื่องจากไม่อยากตกเป็นขี้ปากของเพื่อนร่วมงานแม้จะบริสุทธิ์ใจก็ตามที

เป็นอะไรมากหรือเปล่า ไปหาหมอมั้ยครับ

ไม่ต้องหรอกค่ะ นอนพักคืนนี้ก็คงหาย

ฮาลิมไม่ได้โง่ เขารู้ทันว่าหญิงสาวจงใจปฏิเสธแต่ก็ยอมถอยเพราะไม่อยากหักหาญน้ำใจเธอเกินไป เมื่อเธออ้างเช่นนี้ชายหนุ่มก็จำเป็นต้องขอตัวกลับก่อน เขาล่ำลาเธอแล้วเดินออกจากคอนโดฯ ไปซึ่งพอเข้ามานั่งในรถส่วนตัวแล้วฮาลิมก็สั่งลูกน้องคนสนิทซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าคู่กับคนขับทันที

ยัดซิม แกจัดหาลูกน้องฝีมือดีสักคนส่งไปสั่งสอนไอ้อุสมานมันหน่อยซิ ว่าอย่ามายุ่งกับคนของฉัน

ครับเจ้านาย ยัดซิมรับคำเสียงเหี้ยม

ฮาลิมยกยิ้มอย่างพอใจ ความโกรธที่ถูกอุสมานจ้องแทงข้างหลังยังไม่สลายไป ตอนแรกที่ทราบจากลูกน้องที่เขาใช้ให้คอยสะกดรอยตามดูเนตรนภาว่าเห็นเธอนั่งคุยอยู่กับอุสมานตรงสวนสาธารณะนั้น เขาโกรธมากเพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังหมายตาผู้หญิงคนเดียวกับเขา แต่พอได้ฟังความจริงจากปากหญิงสาวแล้ว ชายหนุ่มก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างยิ่งที่อุสมานทำแบบนี้ เนื่องจากเมื่อก่อนไม่ว่าเขาจะทุ่มเงินซื้อตัวพนักงานเก่งๆ จากอีกฝ่ายมากแค่ไหนอุสมานก็ไม่เคยตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกันเลย

หรือมันจะใช้เป็นข้ออ้างเพราะความจริงแล้วมันหมายปองในตัวเนตรนภาเหมือนกัน พอคิดถึงจุดนี้ฮาลิมก็กัดฟันกรอดคำรามลั่นอยู่ในใจ ไม่! เขาจะไม่ยอมให้มันมาชุบมือเปิบไปได้อย่างเด็ดขาด เขามองเนตรนภามาสองเดือนกว่าแล้วเรียกได้ว่าตั้งแต่เห็นหน้าเธอครั้งแรกเลยก็ว่าได้ เขาถูกใจใบหน้าใสๆ ท่าทางยังเหมือนเด็กๆ ของเธอ เพราะยังไม่เคยลิ้มลองผู้หญิงแนวนี้เลย ผู้หญิงส่วนมากที่ฮาลิมเคยนอนด้วยก็มีแต่พวกจัดจ้านเก่งสังเวียนรบกันแล้วทั้งนั้น ถ้าได้ลองแบบไม่ประสีประสาบ้างคงตื่นเต้นดี

ชายหนุ่มคิดเช่นนี้จริงๆ ในตอนแรกแต่พอได้พูดคุยกัน เห็นถึงท่าทีหวงเนื้อหวงตัวของเธอและไม่หลงใหลไปกับหน้าตาหรือว่าฐานะของเขา เขาก็เริ่มชอบเธอมากขึ้นจนกระทั่งมีความคิดที่จะรับเธอมาเป็นภรรยาอย่างออกหน้าออกตา ดังนั้นฮาลิมจึงยังไม่ผลีผลามทำอะไรให้ไก่ตื่น เขาจะค่อยๆ ตะล่อมให้เธอติดกับดักให้ได้ ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงยังไงก็แพ้ลูกตื๊อกับการเอาอกเอาใจอยู่วันยังค่ำ เพราะเขาเชื่ออย่างนั้นถึงได้ใจเย็นมาจนถึงทุกวันนี้

แต่เพื่อไม่ให้แม่ไก่ตัวน้อยของเขาหันเหไปสนใจคนอื่นที่มีเหนือกว่าเขาทุกอย่างแทน ดังนั้นเขาจะต้องรีบกำจัดมันไปให้พ้นทาง!

 

รูปถ่ายของหญิงสาวมากหน้าหลายตาพร้อมประวัติส่วนตัววางเกลื่อนกลาดอยู่บนโต๊ะกระจกตัวเตี้ย บนโซฟาตัวใหญ่แสนนุ่มสบายมีร่างของซาลิม่านั่งอยู่ สีหน้าของหญิงสูงวัยนั้นเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเคร่งเครียดขณะอ่านประวัติของหญิงสาวรายสุดท้ายอยู่

แย่จริง ท่านบ่นอย่างหัวเสียพร้อมกับฟาดกระดาษแผ่นสุดท้ายลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรง บ่งบอกถึงอารมณ์ขณะนี้ได้เป็นอย่างดี ทำไมไม่มีสาวโสดที่ยังไม่ได้แต่งงานบ้างเลยนะ โอ๊ย! ฉันจะบ้าตาย เมื่อไรฉันถึงจะหาเจอนะ ซาลิม่าคร่ำครวญด้วยความท้อใจ พลางเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างคนหมดแรง ท่านหลับตาลงด้วยความอ่อนล้าในจิตใจ ท่านหลับตาอยู่พักหนึ่งก็ลืมขึ้นใหม่ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นกว่าเดิม

ท้อได้แต่อย่าถอยเพราะหากท่านถอยท่านก็จะเสียสิ่งที่ท่านรักไปตลอดกาล เพราะฉะนั้นท่านจะสู้ให้ถึงที่สุด เมื่อคิดได้ดังนั้นซาลิม่าก็คว้าโทรศัพท์บ้านขึ้นมากดโทรหานักสืบของท่านทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น