ตอนที่ 8 : บทที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

ล่วงเข้าสู่วันที่สองแล้วหลังจากที่พงศกรโทรหาเพื่อนครั้งสุดท้ายแล้วไม่ติด นับจากวันนั้นชายหนุ่มก็ยังไม่ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนอีกเลย เขาจึงเริ่มกระวนกระวายใจด้วยกลัวว่าจะพลาดไม่ได้เจอปาริฉัตร เขาพยายามโทรหาเพื่อนอยู่หลายครั้งแต่ก็ได้ยินเพียงเสียงฝากข้อความแบบเดิมเท่านั้น

หมอนิรุตน์ไปไหน ทำไมไม่โทรกลับมาหาเขาเลย เงียบกริบไปแบบนี้เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้กลับมานอนบ้านเลยสักวัน หรือว่าเพื่อนเขาจะนอนค้างอยู่ที่โรงพยาบาลเลยนะ พงศกรถอนใจออกมาด้วยความหงุดหงิดพลางนึกตัดพ้ออยู่ในใจ นี่มันเวรกรรมอะไรของเขากันนะถึงต้องมารับความทุกข์ทรมานใจแบบนี้ เรื่องของหัวใจก็แย่พอแล้ว นี่ยังต้องมาปวดหัวกับเรื่องงานอีก ทำเอาเขารู้สึกล้าไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจเลยทีเดียว

วันนี้ชายหนุ่มนัดเจรจากับพวกแกนนำอีกครั้ง ทุกคนที่เคยเข้าร่วมประชุมตั้งแต่ครั้งแรกมากันครบ จะขาดก็เพียงแค่วัฒนาเท่านั้นเพราะเขาใช้ให้ไปทำงานสำคัญงานหนึ่งให้ จากการรายงานของเลขาหนุ่มเมื่อวานเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ไม่มีผิดจริงๆ พนักงานส่วนใหญ่ไม่รู้เห็นเกี่ยวกับข้อเรียกร้องบางอย่างที่แกนนำกลุ่มเสนอมา จะมีตรงกันก็แค่สวัสดิการบางอย่างที่สามารถเรียกร้องได้จริงๆ เท่านั้นซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร เขาสามารถอนุมัติให้ได้ตามที่ขอเนื่องจากเห็นด้วยว่าสมควรได้รับจริงๆ

พงศกรสั่งให้วัฒนาไปเจาะกลุ่มผู้ประท้วงและนำตัวผู้ประท้วงสามคนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับพวกแกนนำมาเจรจาเป็นการภายในอย่างเงียบๆ เพราะต้องการตรวจสอบว่าข้อเรียกร้องที่เสนอมานั้นตรงกับที่พวกแกนนำพูดหรือไม่ รวมทั้งพยายามชี้แจงถึงผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นหากเหตุการณ์ยังยืดเยื้อต่อไป

และดูเหมือนว่าการเจรจาแบบลับๆ จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเพราะผู้ประท้วงทั้งสามคนเข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดี และรับปากว่าจะช่วยกระจายข่าวนี้ให้พนักงานคนอื่นๆ ได้เข้าใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าทำไมกลุ่มผู้บริหารถึงยังไม่สามารถอนุมัติในสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องได้

ดูท่าวัฒนาจะทำงานได้ดีเกินคาดเพราะพวกแกนนำยังคงพูดพล่ามยื่นข้อเสนอเหมือนว่าตัวเองเป็นต่อเหมือนเดิม โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเรื่องที่พวกมันทำไว้แดงออกมาแล้วและก็สายเกินไปกว่าที่จะแก้ตัวได้ วันนี้คงจะเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะต้องมาทนนั่งฟังคนพวกนี้พูดพล่ามหากไม่มีอะไรผิดพลาดซะก่อน ถ้าวันนี้ได้รับรายงานจากวัฒนาว่าเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยดี พรุ่งนี้เขาจะประกาศให้พนักงานที่ชุมนุมทราบโดยทั่วกันถึงผลการตัดสินใจของเขาแบบไม่ต้องผ่านใครให้น่ารำคาญอีกต่อไป

การเจรจาครั้งนี้สำหรับพงศกรเป็นไปอย่างสบายๆ ไม่เคร่งเครียดเหมือนในวันแรก เพราะชายหนุ่มเชื่อมั่นในฝีมือการทำงานของวัฒนา โทรศัพท์มือถือที่เขาปิดเสียงไว้สั่นขึ้นเมื่อมีสายโทรเข้า พงศกรเหยียดยิ้มออกมาไม่ต้องดูหน้าจอเลยก็รู้ว่าเป็นใคร และทันทีที่เขากดรับสายทุกคนในห้องประชุมก็พากันเงียบกริบอย่างพร้อมเพรียง

ชายหนุ่มนั่งนิ่งฟังคำรายงานจากลูกน้องเพียงอย่างเดียว ก่อนรอยยิ้มของเขาจะกว้างขึ้นเมื่อการรายงานเป็นผลที่น่าพอใจ พงศกรสบตากับทุกคนในที่ประชุมหลังจากวางสายแล้วก่อนจะเอ่ยกับทุกคนในที่ประชุมอย่างใจเย็นทว่าน้ำเสียงเฉียบขาดนักว่า

เอาละครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันใหม่

อะไรกันครับท่านประธาน ผมว่าวันนี้เราควรพูดกันให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่าว่าจะทำตามข้อเสนอของพวกเราหรือเปล่า ผมว่ายืดเยื้อกันต่อไปไม่เป็นผลดีแน่เพราะผลเสียหายที่จะตามมามันกระทบต่อบริษัทของท่านนะครับหนึ่งในกลุ่มแกนนำที่เข้ามาเจรจาในวันนี้เอ่ยทักท้วงแกมขู่ขึ้น ในขณะที่ผู้บริหารทุกคนไม่มีใครกล้าทักท้วงกับการตัดสินใจของเขาสักคนเดียว

พงศกรสบตากับคนพูดนิ่งๆ ที่แฝงไว้ด้วยแววตารู้ทัน และเหมือนคนที่ขู่จะอ่านสายตาเขาออกเพราะหน้ามันซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มยิ้มเยาะก่อนบอกมันเสียงเข้มแฝงไว้ด้วยอำนาจว่า

ผมบอกว่าพอแค่นี้ก็คือพอแค่นี้ก่อน พวกคุณไม่ต้องกลัวหรอกเพราะผมได้ข้อสรุปสำหรับตัวเองและพนักงานทุกคนแล้ว ในวันพรุ่งนี้ผมจะบอกผลสรุปแก่พนักงานทุกคนด้วยตัวของผมเอง หวังว่าคงไม่มีปัญหาอะไรนะ เขาหยุดพูดแล้วมองไปยังทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องประชุม รอว่าจะมีใครคัดค้านการตัดสินใจของเขาหรือไม่และเมื่อไม่มีใครคัดค้านเขาก็เอ่ยต่อว่า ถ้าไม่มีใครค้าน ผมขอปิดการประชุมวันนี้แต่เพียงเท่านี้ก็แล้วกัน

ชายที่กล้าพูดขู่ดูเหมือนจะเป็นหัวโจกของกลุ่มกำลังมองพงศกรตาขวางด้วยใบหน้าแดงก่ำบ่งบอกให้รู้ถึงความโกรธว่ามีมากแค่ไหน แต่ชายหนุ่มก็ไม่สนใจแม้ก่อนที่พวกมันจะออกกันไปก็ยังไม่วายพูดเป็นเชิงข่มขู่เขาอีก

ก็ได้ครับ แต่ผมขอบอกไว้เลยว่าถ้าพวกเราไม่ได้อย่างที่ต้องการละก็พวกเราก็จะไม่ทำงานที่นี่อีกต่อไป

พงศกรยิ้มเย็นกับคำขู่นั้นพลางนึกในใจว่าคนที่จะไม่ได้ทำงานที่นี่อีกต่อไปคงจะมีแต่พวกมันนี่แหละ เพราะเขาได้ตรวจสอบดูแล้วตำแหน่งหน้าที่ที่พวกมันทำอยู่ก็ไม่ได้สำคัญถึงขนาดว่าขาดไม่ได้เสียหน่อย หากขาดคนพวกนี้ไปแล้วบริษัทของเขาจะล่มจมก็ให้มันรู้ไปสิ

ได้ แล้วผมจะจำไว้ ชายหนุ่มพูดเพียงแค่นี้ด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน ซึ่งทำให้พวกมันเดินออกจากห้องประชุมไปด้วยท่าทางอารมณ์เสีย พงศกรคาดการณ์ได้เลยว่าพวกมันต้องไปปลุกระดมพูดจาใส่ร้ายคณะบริการของเขาอย่างแน่นอน แต่เขาไม่ทุกข์ร้อนใจเพราะวัฒนาคงรอบคอบวางเกมไว้ทุกอย่างแล้ว

เฮ้อ...เขาอยากให้เรื่องนี้จบเร็วๆ เหลือเกินจะได้เดินทางไปอังกฤษเพื่อไปหายอดดวงใจของเขาเสียที 

 

ณ ท่าอากาศยานเมืองเชียงใหม่ ผู้คนที่ใช้บริการสายการบินชื่อดังระดับประเทศต่างทยอยกันลงจากเครื่องเพื่อเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในกลุ่มที่เดินทางมาด้วยกันเริ่มกวาดตามองหาคนที่บริษัทส่งมารับ

อยู่นั่นไง กำลังเดินมาทางพวกเราพอดีเลย

ชาติชายชี้บอก ทุกคนจึงมองตามก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณยี่สิบหก หน้าตาดีและแต่งตัวสุภาพเดินยิ้มเข้ามาหาด้วยท่าทางเป็นมิตร

สวัสดีครับท่านประธานอุดมยกมือไหว้เจ้าของบริษัทอย่างนอบน้อม

สบายดีไหมอุดม ไม่ได้เจอกันนานเลยนะชาติชายยกมือรับไหว้พลางหัวเราะร่ากับคำเรียกขานอย่างล้อเลียนของอุดมก่อนจะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของลูกน้องคนสนิทอย่างเป็นกันเอง ชายหนุ่มค่อนข้างสนิทกับอุดมเพราะอีกฝ่ายเป็นรุ่นน้องที่เคยเรียนที่เดียวกันเมื่อสมัยมัธยมต้นมาก่อน แม้จะแยกย้ายกันไปเรียนต่อแต่พวกเขาก็ติดต่อกันเรื่อยมาจนอุดมเรียนจบและมาทำงานอยู่ที่บริษัทของเขาในเมืองไทย

สบายดีครับพี่ชาติอุดมเปลี่ยนมาเรียกคนที่มีศักดิ์เป็นรุ่นพี่และเจ้านายเหมือนเดิมอย่างที่เคยเรียกด้วยรอยยิ้มแจ่มใส ชายหนุ่มเป็นคนยิ้มเก่งและอัธยาศัยดีจึงทำให้มีเพื่อนรวมถึงคนรู้จักเยอะแยะไปหมด หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นคนกว้างขวางในเมืองนี้ก็ว่าได้

อุดมหันไปยิ้มเผื่อแผ่แก่หญิงสาวอีกสามคนและเด็กน้อยหน้าตาน่ารักในอ้อมแขนของผู้หญิงหนึ่งในสามนั้นด้วย ซึ่งเขาเดาเอาเองว่าคงจะเป็นมารดาของเด็กน้อยเพราะมีเค้าหน้าคล้ายกันอยู่มากทีเดียว

อุดม นี่อลิซแฟนพี่ ส่วนนี่ปาริฉัตรเพื่อนพี่เอง และนี่ก็กิ่งแก้วพี่เลี้ยงของน้องเอม ลูกสาวของพี่เอง ชาติชายแนะนำทุกคนให้รู้จักกัน ซึ่งคำแนะนำของเขาสร้างความตกใจให้แก่อุดมเป็นอย่างมาก

หา! ลูกของพี่จริงๆ เหรอครับ อุดมร้องถามอย่างไม่อยากเชื่อและรู้สึกงุนงงไปหมดแล้ว ก็จะไม่ให้รู้สึกงงได้อย่างไรกันล่ะในเมื่อรุ่นพี่ของเขายังไม่แต่งงานเลย แล้วจู่ๆ จะมีลูกขึ้นมาได้อย่างไรกัน แถมลูกยังหน้าตาไม่เหมือนคนเป็นพ่อสักนิดเดียว จะว่าเหมือนแม่ก็เป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีเค้าว่าหน้าตาจะออกลูกครึ่งเลยนี่ มิหนำซ้ำเด็กน้อยนี่ยังเหมือนคนที่อุ้มอยู่มากกว่าอีก ถ้าชาติชายแนะนำว่าปาริฉัตรคือคนรักเขายังจะเชื่อว่าเด็กที่ชื่อน้องเอมนี่เป็นลูกมากกว่าอีก ใบหน้าดูงุนงงของอุดมนั้นทำให้ทุกคนอดหัวเราะออกมาไม่ได้

จริงสิ ลูกพี่เอง ลูกปาแล้วก็ลูกอลิซด้วยชาติชายพูดให้อุดมชวนงุนงงเข้าไปใหญ่

พี่ชาติหยุดล้อคุณอุดมเล่นเถอะค่ะอลิซออกปากห้ามคนรักเสียงกลั้วหัวเราะ ชาติชายเลยยอมบอกความจริงแก่รุ่นน้องที่มีตำแหน่งเป็นลูกน้องว่า

น้องเอมเป็นลูกแท้ๆ ของปา ส่วนพี่เป็นแค่พ่อบุญธรรมและในเมื่อพี่เป็นพ่อ แฟนของพี่ก็ต้องเป็นแม่พ่วงไปด้วยสิ จริงไหม หายข้องใจแล้วใช่ไหม ถ้าหายแล้วก็พาพวกพี่ไปส่งที่โรงแรมเถอะ ดูท่าน้องเอมคงเพลียอยากนอนจะแย่แล้วล่ะ

อุดมพยักหน้ารับแล้วอาสาเข็นรถเข็นกระเป๋าเองจากนั้นก็เดินนำทุกคนไปยังรถ ชายหนุ่มพาทุกคนไปพักยังโรงแรมหรูชื่อดังของเมืองที่เขาได้จองเอาไว้ให้แล้ว และเมื่อส่งเสร็จอุดมก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อเพราะไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้านาย

 

ผ้าม่านสีฟ้าเข้มหนาหนักถูกรูดออกจากหน้าต่างกระจกบานใสที่ยาวจรดพื้นห้อง แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาข้างในทำให้ห้องดูสว่างสดใสมากยิ่งขึ้น  ปาริฉัตรกวาดตามองทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างอย่างตื่นตาตื่นใจ เวลาเกือบสี่ปีที่ผ่านไปทำให้เมืองเชียงใหม่เปลี่ยนไปมากทีเดียว ตึกรามบ้านช่องและรถราบนท้องถนนเพิ่มขึ้นมากมายตามความเจริญของเมือง เชียงใหม่ในวันนี้ไม่เหมือนเมื่อตอนที่เธอมากับ...

หญิงสาวหยุดความคิดลงทันทีแล้วสะบัดศีรษะไปมาแรงๆ เพื่อขับไล่สิ่งที่กำลังคิดออกไป เธอถอนใจอย่างหงุดหงิดแล้วหันหลังให้กับภาพทิวทัศน์เบื้องหน้าก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาน้องเอมที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงใหญ่ เธอยืนยิ้มมองลูกน้อยหลับอย่างสุขใจ ทุกครั้งเวลามีเรื่องเครียดหรือทุกข์ใจใดๆ เธอมักจะนั่งมองหน้าลูกรักเสมอเพราะน้องเอมเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกสุขใจได้เสมอ

พี่ปาคะ อาบน้ำเสียหน่อยไหมคะจะได้รู้สึกสบายตัวขึ้นแล้วนอนพักเอาแรงสักนิด เพราะเย็นนี้คุณชาติบอกว่าจะพาไปเที่ยวกิ่งแก้วบอกเสียงใสด้วยดวงตาเป็นประกายที่จะได้เดินเที่ยว

ก็ดีนะ พี่ก็รู้สึกเหนียวตัวอยู่เหมือนกัน ปาริฉัตรพยักหน้าอย่างเห็นด้วยและทำท่าจะเดินไปที่ห้องน้ำแต่กิ่งแก้วเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

พี่ปาคะ กิ่งขอบคุณพี่มากเลยนะคะที่พี่กรุณาให้กิ่งมาเมืองไทยด้วยพี่เลี้ยงสาวยกมือไหว้ขอบคุณปาริฉัตรอย่างซึ้งใจ เพราะถ้าหญิงสาวไม่พามาด้วยคงอีกนานเลยกว่าที่เธอจะได้กลับมาเยือนแผ่นดินเกิด

ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก ไม่รู้หรือไงที่พี่พากิ่งมาด้วยไม่ได้ให้มาเที่ยวแต่ให้มาดูแลน้องเอมต่างหากล่ะหญิงสาวหยอกเย้าเล่นด้วยรอยยิ้มเอื้อเอ็นดู

ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณอยู่ดีละค่ะ จะให้กิ่งทำอะไรกิ่งยอมหมดขอแค่ให้มาด้วยเท่านั้นกิ่งแก้วหัวเราะร่วน ไม่คิดติดใจกับคำพูดของนายจ้างเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายพูดเล่น

เสียงหัวเราะของสองสาวที่ค่อนข้างดังทำให้น้องเอมที่นอนหลับอยู่ร้องครางออกมาคล้ายกับรำคาญพร้อมกับพลิกตัวนอนตะแคงไปด้านซ้าย สองสาวได้ยินก็หยุดหัวเราะทันทีก่อนจะสบตาและยิ้มให้กันด้วยความขบขันแทน

เมืองไทยเปลี่ยนไปเยอะเลยนะคะพี่ปากิ่งแก้วชวนคุยต่อเมื่อเห็นว่าปาริฉัตรยังไม่ไปอาบน้ำเสียที หญิงสาวเดินไปที่หน้าต่างกระจกใสแล้วทอดสายตามองวิวทิวทัศน์ข้างล่างอย่างตื่นเต้น

ใช่จ้ะ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง ดูอย่างเชียงใหม่สิจ๊ะ จะเหมือนกรุงเทพฯ เข้าไปทุกทีแล้ว ตึกรามบ้านช่องผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด รถราก็วิ่งแทบจะเบียดกันอยู่แล้วทั้งที่เมื่อก่อนเชียงใหม่น่าอยู่กว่านี้เยอะ อากาศก็ดีด้วย

ปาริฉัตรกล่าวด้วยความเสียดายมนต์เสน่ห์ของเมืองเชียงใหม่ที่กำลังลดน้อยลงไปทุกทีๆ เพราะมีความเจริญของเศรษฐกิจเข้ามาบดบัง กิ่งแก้วฟังแล้วก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะถามถึงเรื่องงานบ้าง

พี่ปากับคุณชาติจะเริ่มทำงานกันพรุ่งนี้เลยหรือเปล่าคะ

คงใช่เพราะงานนี้เร่งด่วนมาก สะสางให้จบได้เร็วเท่าไรจะเป็นผลดีต่อบริษัท อีกอย่างเสร็จเร็วก็จะได้เที่ยวกันเร็วขึ้นยังไงล่ะจ๊ะเธอบอกเสียงกลั้วหัวเราะ

ดีค่ะ กิ่งอยากเที่ยวเชียงใหม่มาตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสได้มาสักที กิ่งแก้วพูดด้วยตาเป็นประกายระยิบระยับ บ้านเกิดเธอนั้นอยู่กรุงเทพฯ ค่อนข้างไกลจากเชียงใหม่พอสมควร และเธอต้องทำงานหาเช้ากินค่ำเพื่อเลี้ยงตัวเองกับยายจึงไม่มีเวลาและเงินทุนมากพอที่จะนำมาใช้เที่ยวได้

คราวนี้ก็เที่ยวให้คุ้มไปเลยสิ พวกเรามีนายทุนมาด้วยนี่นา ปาริฉัตรบอกด้วยน้ำเสียงเอื้อเอ็นดู เพราะบางครั้งกิ่งแก้วก็เหมือนเด็กเล็กๆ ที่ซุกซนและเจ้าเล่ห์หน่อยๆ แต่บางครั้งก็เหมือนผู้ใหญ่ที่แก่เกินตัวเหมือนกัน

แหม...อันนี้มันก็ต้องขึ้นอยู่กับคนพาไปด้วยนะคะกิ่งแก้วมองนายสาวตาเป็นประกายด้วยความหวัง ปาริฉัตรจึงหัวเราะออกมาพลางคิดในใจว่า เอาละสิ พี่เลี้ยงลูกสาวเธอชักเริ่มที่จะทำตัวเป็นเด็กซะแล้ว

โอเคจ้า จะพยายามนะถ้ามีเวลามากพอ แต่ก็ต้องถามเจ้าของทริปในการมาครั้งนี้ด้วยนะ

ขอบคุณค่ะ คุณชาติน่ะไม่มีปัญหาหรอกถ้าพี่ปากับคุณอลิซต้องการ จริงสิคะ พี่ปาเคยมาเที่ยวเชียงใหม่หรือเปล่าคะ เอ...แต่บอกว่าจะพาเที่ยวนี่ก็ต้องเคยมาแล้วสิ ใช่ไหมคะ

จ้ะ หญิงสาวรับคำเสียงแผ่วลง ใบหน้านวลใสนั้นเศร้าลงเมื่อหวนคิดถึงคนที่เคยมาที่นี่ด้วย เธอจำได้ว่าตัวเองมีความสุขแค่ไหนที่ได้มาเที่ยวที่นี่กับเขา อ้อมแขนที่อบอุ่นของคนรักท่ามกลางอากาศหนาว สายหมอกบางเบาและทิวทัศน์อันงดงามนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้ขึ้นไปอยู่บนสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน คำพูดที่แสนหวานและการเอาใจราวกับเจ้าหญิงนั้นเธอยังจำได้ไม่เคยลืมเลือน

ผมรักปานะ รักมากที่สุด ชาตินี้ถ้าไม่มีปาอยู่เคียงข้างชีวิตของผมก็คงอับเฉาหมดความสุขไปชั่วชีวิต เพราะฉะนั้นปาห้ามหมดรักผมนะ ส่วนผม...ผมสัญญาว่าชีวิตผมจะรักปาเพียงคนเดียวและตลอดไป

คำพูดเป็นแค่เพียงลมปากเท่านั้น เขายังอยู่ได้และอาจจะมีความสุขกับใครสักคนก็ได้ที่เข้ามาแทนเธอ หญิงสาวคิดอย่างเศร้าใจ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอดวงตาอย่างห้ามไม่อยู่ ก็ว่าจะไม่คิดให้เจ็บปวดอีกแล้วแต่ก็อดไม่ได้เมื่อมีคนมากระตุ้นให้เธอต้องคิดแล้วก็ต้องเจ็บปวดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กิ่งแก้วที่ยังไม่รู้สึกผิดสังเกตต่ออาการซึมเศร้าของปาริฉัตรจึงยังถามต่อไปด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่า

แล้วพี่ปามากับใครคะ เพื่อนหรือว่า...พี่เลี้ยงสาวพูดได้แค่นั้นก็รู้สึกตัวว่าตนเองไม่ควรพูดอะไรออกมา หญิงสาวหันไปมองหน้านายสาวที่ยืนหน้าเศร้าอยู่อย่างสำนึกผิด

พี่ปาคะ กิ่งขอโทษค่ะ กิ่งไม่ควรถามเลย

ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ช่างมันเถอะ พี่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยปาริฉัตรพยายามฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตาจวนเจียนจะไหล อดีตก็คืออดีตพี่ไม่คิดถึงมันแล้วล่ะ อืม...พี่ว่าพี่ไปอาบน้ำดีกว่านะ เหนียวตัวจะแย่แล้ว ฝากดูน้องเอมด้วยนะกิ่งกล่าวจบปาริฉัตรก็รีบเดินไปเข้าห้องน้ำทันทีก่อนที่หยาดน้ำใสจะไหลรินออกมา

กิ่งแก้วทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เธอมองตามไปด้วยความรู้สึกผิดก่อนจะลงโทษตัวเองด้วยการตบปากตนเองเสียหนึ่งที ปากเสียจริงๆ เลยเรา นี่แน่ะๆ พูดไม่รู้จักคิดก่อนทุกทีเลย

ในขณะที่กิ่งแก้วลงโทษความปากเสียของตัวเองอยู่นั้น ภายในห้องน้ำปาริฉัตรก็กำลังร้องไห้ออกมาด้วยความปวดใจ นึกด่าว่าตัวเองในใจอยู่เหมือนกัน

ยัยโง่ ยัยบ้า ทำไมถึงไม่เลิกรักผู้ชายใจร้ายคนนั้นซะทีนะ จะจำจะรักให้มันเจ็บช้ำใจไปถึงไหนกัน ลืมซะทีสิ ลืมเขาไปซะที!

หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้เพื่อกลั้นเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกไปภายนอกห้องน้ำให้คนข้างนอกได้ยิน

ร้องซะ...ร้องไห้พอแล้วต่อจากนี้อย่าร้องไห้อีก อย่าร้องไห้อีกจำไว้ปาริฉัตร ลืมอดีตไปซะ ลืมมันให้หมดแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ได้ เธอต้องทำได้สิ สักวันหนึ่งเธอจะทำให้ได้!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

3 ความคิดเห็น