ตอนที่ 7 : บทที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

ในยามค่ำคืน ทุกสิ่งเงียบสงัดไร้เสียงใดก่อกวน ภายในห้องกว้างสีขาวสะอาดตาร่างบางระหงที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟาข้างผนังห้องนั้นเคลื่อนไหวใบหน้าพลิกไปพลิกมาดูกระสับกระส่ายคล้ายกับหวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่ไม่มีผิด เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มซึมจับตามขมับและไรผม ริมฝีปากบางขยับขึ้นลงพูดพึมพำบางสิ่งอย่างแผ่วเบาทว่าจับใจความได้ว่า

อย่า...อย่าเอาลูกปาไป ไม่นะ น้องเอมต้องอยู่กับปา และ น้องเอมเป็นลูกของปาของปาคนเดียวเท่านั้นคุณไม่มีสิทธิ์ คำพูดเหล่านี้ถูกพูดซ้ำไปซ้ำมาราวกับม้วนเทปที่ถูกกอกลับได้เอง

จนกระทั่งคนที่นอนหลับอยู่ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนจะลุกพรวดขึ้นนั่งพลางหอบหายใจแรงเหมือนกับไปวิ่งทางไกลมา แต่พอตั้งสติได้และนึกถึงความฝันเมื่อครู่นี้ขึ้นมาหญิงสาวก็หันขวับไปมองยังเตียงของลูกน้อยทันที

เมื่อเห็นร่างลูกรักยังนอนสงบนิ่งอยู่บนนั้นปาริฉัตรก็ถอนหายใจออกมาเสียงดังด้วยความโล่งอก ก่อนจะนั่งชันเข่าแล้วซบหน้าร้องไห้ออกมาเงียบๆ อย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ เธอเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกทีแล้ว ฝันร้ายถึงเรื่องนี้ทีไรเธอต้องรีบวิ่งไปหาน้องเอมทุกที แม้จะรู้ว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝันทว่าก็อดหวาดกลัวไม่ได้ เธอกลัวว่าสักวันมันจะเป็นจริงอย่างในความฝัน

หญิงสาวร้องไห้หนักขึ้นจนต้องเอามือปิดปากตัวเองไว้เพื่อไม่ให้เสียงไปรบกวนลูกน้อย เมื่อไรกันนะ เมื่อไรเธอถึงจะลืมมันได้ เมื่อไรมันจะหายไปจากความทรงจำของเธอเสียที แล้วเมื่อไร...เมื่อไรเธอถึงจะเลิกรักเขาได้สักที เมื่อไรกัน!

 

รุ่งเช้าชาติชายกับอลิซมาเยี่ยมน้องเอมที่โรงพยาบาลแต่เช้าก่อนใคร พอมาถึงอลิซก็จัดการรับภาระดูแลน้องเอมแทนปาริฉัตรทันที โดยจัดการป้อนข้าวให้ก่อนเป็นอันดับแรกและคาดว่าน่าจะตามด้วยผลไม้หลากหลายชนิดที่ซื้อมาฝากซึ่งล้วนเป็นของชอบของน้องเอมทั้งสิ้น 

เมื่อมีคนดูแลลูกอย่างดีแล้วผู้เป็นแม่ก็เดินออกมายืนรับลมหนาวที่นอกระเบียงห้อง หวังให้ความหนาวช่วยบรรเทาจิตใจที่ว้าวุ่นจากเมื่อคืนนี้ให้พอสงบลงได้บ้าง ภาพจากความฝันเมื่อคืนยังติดตาเธอไม่หาย คราวนี้มันแจ่มชัดนักเหมือนกับว่าเป็นความจริงเลยทีเดียว หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความกลัดกลุ้มใจกับอาการที่ตัวเองเป็นอยู่ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวแล้วหันกลับไปมองทางด้านหลังเมื่อมีเสียงกระแอมดังขึ้น

เป็นอะไรปาแค่นี้ตกใจไปได้ แล้วเป็นอะไรทำไมสีหน้าถึงได้ดูซีดเซียวอย่างนี้ล่ะ ไม่สบายหรือเปล่า ชาติชายอย่างเป็นห่วงพลางเดินมายืนเคียงเพื่อนสาว ปาริฉัตรแย้มยิ้มน้อยๆ ให้เพื่อนก่อนจะหันกลับไปมองทางเดิม พยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ

เราไม่ได้เป็นอะไรหรอกชาติ

อย่ามาโกหกเราเลย ชายหนุ่มมองซีกหน้าด้านข้างของเพื่อนอย่างรู้ทัน ดูสิ ใต้ตาคล้ำเหมือนคนอดนอนแถมดูบวมๆ เหมือนร้องไห้มาอย่างหนักอีกด้วย มีเรื่องอะไรไม่สบายใจงั้นเหรอ บอกมาเถอะ เราจะได้ช่วยแก้ไข

คนถูกคาดคั้นหัวเราะให้กับความเอาใจใส่และช่างสังเกตของเพื่อน ชาติชายดีกับเธอมาตลอดจริงๆ เขามีแต่ให้และไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเธอเลย แล้วเธอล่ะเคยทำอะไรให้เพื่อนบ้างไหมนอกจากคอยแต่จะสร้างปัญหาให้เท่านั้น

เราไม่เคยปิดชาติได้เลยสักทีสินะ เรารู้สึกละอายใจจังที่เราคอยแต่จะสร้างปัญหาให้ชาติมาโดยตลอด เรานี่เป็นเพื่อนที่แย่มากๆ เลยนะ

อย่าพูดอย่างนี้อีกนะปาไม่งั้นเราโกรธจริงๆ ด้วยชายหนุ่มบอกเสียงเข้มด้วยสีหน้าที่เหมือนจะโกรธจริงตามที่บอก

เราขอโทษถ้าคำพูดของเราจะทำให้ชาติไม่พอใจ แต่ความจริงมันก็คือความจริงอยู่ดี มันคือความเป็นจริงที่เราจดจำและระลึกถึงบุญคุณที่ชาติคอยช่วยเหลือเรากับลูกอยู่เสมอ ปัญหาเป็นของเราแท้ๆ แต่ชาติก็ยังมาช่วยแก้ไขให้ ชีวิตนี้ของเรากับน้องเอมจะเป็นยังไงต่อไปก็ไม่รู้ถ้าไม่มีชาติคอยช่วยเหลือ ขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆ ที่เป็นเพื่อนแท้ของเรามาโดยตลอด ขอบคุณนะเพื่อนรัก ปาริฉัตรกล่าวอย่างซาบซึ้งใจพลางสวมกอดร่างชาติชายเอาไว้แน่นอยู่อึดใจก่อนจะคลายอ้อมแขนออก

อะไรกันพูดซะซึ้งเชียว เราไม่ได้ทำอะไรมากมายซะหน่อย เอาละ ไม่ต้องขอบคุณแล้วนะ จำไว้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำไปเราทำด้วยความเต็มใจชาติชายวางมือบนศีรษะเพื่อนสาวแล้วโยกไปมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู สายตาของเขาที่ใช้มองมีความรักแฝงอยู่แต่เป็นความรักแบบเพื่อนแบบพี่น้องหาใช่ความรักฉันหนุ่มสาวไม่ ปาจำไว้นะ เราคิดเสมอว่าปาคือน้องสาวคนหนึ่งของเรา เราจึงช่วยเหลือปาทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพราะเราอยากเห็นน้องสาวคนนี้ของเรามีความสุข

ปาริฉัตรน้ำตาคลออย่างตื้นตันใจก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเครือ

ขอบคุณค่ะ...พี่ชายที่แสนดี

ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่ต้องการการตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงเป็นผู้ได้ให้ก็มีความสุขแล้วก็คือความรักของเพื่อนและครอบครัวนั่นเอง ชาติชายบรรจงเช็ดน้ำตาให้เพื่อนสาวอย่างอ่อนโยน การกระทำทุกอย่างที่มีต่อเพื่อนเสมือนเช่นคนรักนั้น ชายหนุ่มไม่เคยกลัวอลิซเข้าใจผิดแม้แต่น้อยเพราะพื้นฐานความรักของเขากับแฟนสาวอยู่ที่ความเข้าใจซึ่งกันและกันรวมถึงความเชื่อใจในอีกฝ่ายเป็นที่ตั้ง เขาจึงไม่ต้องระแวงว่าจะโดนเข้าใจผิดเมื่อเขาปฏิบัติต่อเพื่อนสาวที่เขารักดุจน้องสาวคนนี้อย่างดี

อลิซกับปาริฉัตรรู้จักกันเมื่อตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ แต่มาสนิทกันอย่างจริงจังก็เมื่ออลิซกับชาติชายตกลงคบหาดูใจกันเป็นคนรักแล้ว ระดับความสนิทของสองสาวนั้นถึงขั้นที่ต่างฝ่ายต่างเล่าความลับของตนเองให้กันฟัง แถมบางครั้งยังช่วยกันเล่นงานเมื่อเขาทำผิดอีกด้วยเล่นเอาเขาไม่กล้าหือเลยทีเดียว และความที่อลิซรู้เรื่องในอดีตของปาริฉัตรเป็นอย่างดี ส่วนเขาก็ทำอะไรเปิดเผยตลอดจึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แฟนสาวของเขาเชื่อมั่นไม่ขี้ระแวงอย่างผู้หญิงทั่วๆ ไป

อลิซกับชาติชายต่างรู้ดีว่าปาริฉัตรไม่เคยลืมอดีตสามีได้เลยถึงแม้จะทำตัวเข้มแข็งขนาดไหนก็ตาม บางครั้งเขานึกอยากจะมีเวทมนตร์จะได้เสกคาถาลบความทรงจำของเพื่อนที่มีต่อผู้ชายคนนั้นออกไปให้หมด เพราะเขาอยากให้เพื่อนมีรอยยิ้มที่มีความสุขอย่างแท้จริงเสียทีหนึ่ง

ตกลงจะบอกได้หรือยังว่าเป็นอะไรชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยให้เรื่องที่ค้างคาใจผ่านเลยไป

เราไม่สบายใจนะชาติ เมื่อคืนเราฝันร้ายอีกแล้วแต่คราวนี้มันเหมือนจริงมากจนเรากลัว

โธ่...ปา มันก็แค่ความฝันเท่านั้นเอง อย่าคิดมากสิ เขารู้ดีโดยไม่ต้องถามว่าเพื่อนฝันถึงเรื่องอะไร เพราะปาริฉัตรฝันแบบนี้มานานหลายปีแล้ว

แต่เรากลัวนี่ชาติ” เธอบอกเสียงเครือ เรากลัวว่ามันจะเป็นจริงเข้าสักวันหนึ่ง

ทำใจให้สบายเถอะนะ ผู้ชายคนนั้นไม่มีวันพรากน้องเอมไปจากปาได้หรอก ป่านนี้เขาอาจจะมีครอบครัวใหม่มีลูกเป็นของตัวเองแล้วก็ได้ คงไม่คิดที่จะมาแย่งน้องเอมไปหรอก

คำพูดของเพื่อนเหมือนจะปลอบใจ แต่หารู้ไม่ว่ามันสร้างความเจ็บปวดให้ปาริฉัตรอย่างแสนสาหัส เธอเคยนึกว่าจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกแล้วหากจะพูดถึงอดีตสามีอีก ทว่าความจริงที่เธอเผชิญอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่เลยเพราะเธอยังเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ในใจ

เป็นแบบนี้แสดงว่าเธอยังรักเขาอยู่ใช่ไหม ผู้ชายใจร้ายคนนั้นเธอยังรักอยู่ใช่หรือไม่ หญิงสาวร้องถามตัวเองอยู่ในใจ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเนื่องจากหยาดน้ำตาเอ่อคลอดวงตาคู่งามอีกครั้ง ปาริฉัตรพยายามกลั้นเอาไว้ก่อนที่มันจะไหลรินลงมาย้ำเตือนให้เธอได้รู้ว่าตัวเองอ่อนแอเพียงใด

ทั้งสองคนยังยืนปรับทุกข์เคียงกันอยู่นอกระเบียง ส่วนในห้องนั้นเมื่ออลิซจัดการป้อนข้าวน้องเอมเสร็จแล้วก็ตามต่อด้วยผลไม้และตบท้ายด้วยยาที่ต้องปะเหลาะอยู่นานกว่าหนูน้อยจะยอมกิน  หลังจากกินยาเสร็จแล้วหญิงสาวก็ปล่อยให้น้องเอมนอนดูการ์ตูนเล่นไปก่อนส่วนเธอนั้นเดินออกไปหาปาริฉัตรกับคนรักที่นอกระเบียง

ดูจากสภาพของปาริฉัตรเมื่อเช้าแล้วเธอเดาได้ทันทีว่าคงมีเรื่องกลุ้มใจอีกแน่ๆ เธอจึงปล่อยให้ทั้งสองคนคุยกันตามลำพังเพราะทราบดีว่าคนรักของเธอช่วยปลอบได้ดีกว่าตัวเธอเอง ถึงเธอจะสนิทสนมกับปาริฉัตรมากแค่ไหนทว่าก็ยังไม่กล้าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายมากนัก

อลิซยืนมองภาพที่ชาติชายเช็ดน้ำตาให้ปาริฉัตรด้วยกิริยาอ่อนโยนนักเงียบๆ ถ้าใครมาถามว่าเธอรู้สึกหึงหวงหรือเคยระแวงความสัมพันธ์ที่บางครั้งก็ดูจะเกินเพื่อนของทั้งสองคนหรือไม่ หญิงสาวสามารถตอบอย่างไม่ลังเลใจเลยว่าไม่ เพราะความรักของเธอคือการเชื่อใจและเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นพื้นฐาน

อีกอย่างการกระทำทุกอย่างของคนรักเธอรับรู้เสมอและบางทีก็มีส่วนร่วมด้วย อีกทั้งความสนิทสนมที่เธอกับปาริฉัตรมีต่อกันนั้นทำให้เธอมั่นใจยิ่งขึ้นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีแค่คำว่าเพื่อนกับพี่น้องอยู่ในใจเท่านั้น

คุยอะไรกันอยู่คะนานจัง ตอนนี้น้องเอมเรียกหาแม่ปาๆ ใหญ่แล้วค่ะ อลิซเดินเข้าไปหาคนทั้งสองที่ระเบียงเมื่อเห็นน้องเอมเริ่มเรียกหาแม่แล้ว

เหรอจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นพี่เข้าไปหาน้องเอมก่อนนะปาริฉัตรหันมาส่งยิ้มอ่อนๆ ให้ก่อนจะเอ่ยขอตัวเข้าข้างในเพื่อไปดูแลน้องเอม

เป็นยังไงบ้างคะ เมื่อหญิงสาวเข้าข้างในไปแล้วอลิซก็กระซิบถามคนรักด้วยความอยากรู้

ก็เรื่องความฝันเดิมๆ นั่นแหละ

เราควรแนะนำพี่ปาให้ไปหา...อลิซเว้นวรรคไว้เพราะไม่รู้จะพูดดีหรือเปล่าแต่แล้วก็ตัดสินใจพูดออกมา หาจิตแพทย์ดีไหมคะ

ชาติชายมองคนรักอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก ถึงปาริฉัตรจะชอบฝันร้ายซ้ำๆ กันจนเก็บมาคิดมากเขาก็ไม่เคยคิดว่าเพื่อนจะต้องถึงขั้นไปพบจิตแพทย์เพราะเพื่อนเขาไม่ได้เป็นบ้า คำพูดของอลิซจึงทำให้เขาค่อนข้างไม่พอใจมากทีเดียวซึ่งอีกฝ่ายก็รับรู้ได้

อลิซไม่ได้คิดว่าพี่ปาเป็นบ้าหรอกน่า ไม่ต้องมาทำตาดุใส่หรอกหญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงงอนนิดๆ ที่โดนเข้าใจผิด ที่อลิซแนะนำอย่างนี้เพราะหวังดีนะคะ การที่คนเราไปพบจิตแพทย์ไม่ได้หมายความว่าเราจะผิดปกติเสียเมื่อไรกันล่ะคะ บางคนไปหาเพราะว่าคุยกับหมอแล้วสบายใจและได้รับคำแนะนำดีๆ กลับมาก็มี พี่ปาฝันร้ายซ้ำๆ อยู่อย่างนี้อาจเป็นเพราะความกลัวที่ฝังลึกอยู่ในใจว่าผู้ชายคนนั้นจะมาแย่งน้องเอมไปตลอดเวลาถึงได้เก็บไปฝันเป็นตุเป็นตะขนาดนี้ได้ บางทีหากได้ระบายออกมาบ้างกับผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะอาจจะทำให้พี่ปาเลิกฝันร้ายก็ได้นะคะ

คำอธิบายของอลิซมีเหตุผลที่ควรรับฟัง แต่ชาติชายก็ยังไม่อยากให้เพื่อนถึงขั้นต้องไปพบจิตแพทย์อยู่ดี ก็อาจเป็นหนทางที่ดีอย่างหนึ่ง แต่พี่ว่าไม่จำเป็นต้องไปหาจิตแพทย์หรอก พี่ว่ามันอยู่ที่ตัวปาเองมากกว่าว่าเขาต้องการจะลืมหรือไม่ลืม ถ้าไม่ต้องการต่อให้จิตแพทย์ที่เก่งที่สุดก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก

แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะคะ จะปล่อยให้พี่ปาเป็นแบบนี้ต่อไปนะเหรอ

ไม่หรอก บางที่เราสองคนอาจช่วยได้ถ้าพยายาม อ้อ...นายเดย์ด้วยอีกคนหนึ่งชาติชายเอ่ยยิ้มๆ เหมือนมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจ อลิซมองอย่างสงสัยพลางถามด้วยความอยากรู้

พี่เดย์มาเกี่ยวอะไรด้วยคะ

ชาติชายยิ้มเจ้าเล่ห์มากยิ่งขึ้นก่อนจะกระซิบบอกถึงแผนการที่คิดไว้ให้คนรักฟัง ซึ่งพอรู้อลิซก็ร้องถามเสียงหลงเลยทีเดียว

อะไรนะคะ พี่จะให้พี่เดย์จีบพี่ปางั้นเหรอคะ

เบาๆ เสียงหน่อยทูนหัว เดี๋ยวปาก็ได้ยินหรอกชาติชายจุ๊ปากเตือนคนรักพลางเหลือบตามองเข้าไปภายในห้องก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นปาริฉัตรยังนั่งดูการ์ตูนกับน้องเอมโดยไม่มีท่าทีหันมามองทางพวกเขาเลยแม้แต่น้อย อลิซมองตามสายตาคนรักไปก็พอจะเข้าใจจึงหันกลับมาถามด้วยโทนเสียงที่เบาลงว่า

“พี่ชาติแน่ใจแล้วเหรอที่จะทำแบบนี้”

แน่ใจสิเขาพยักหน้ารับ พี่ดูออกนะว่านายเดย์น่ะชอบปา ถึงจะไม่เคยพูดแต่ผู้ชายด้วยกันก็ดูออก เพราะฉะนั้นเราสองคนจะต้องร่วมมือกันเป็นกามเทพสื่อรักให้สองคนนั้น พี่เชื่อว่าความดีของนายเดย์จะทำให้ปายอมเปิดใจรับรักใหม่ได้อีกครั้ง คราวนี้ปาก็ไม่ต้องจมอยู่กับอดีตและคอยหวาดระแวงอีกต่อไปแล้ว ส่วนน้องเอมก็จะได้มีพ่อจริงๆ กับเขาซะที แผนนี้เยี่ยมยอดที่สุดแล้ว

ก็...เป็นความคิดที่ดีนะคะ แต่ว่าอลิซกลัวพี่ชายของอลิซอกหักจังเลย เพราะดูท่าแล้วพี่ปาไม่มีทางลืมผู้ชายคนนั้นได้เลยนะคะ

ไม่ลองก็ไม่รู้นะอลิซ ดูตัวอย่างพี่สิ ถ้าพี่ไม่กล้าจะรู้เหรอว่าอลิซก็มีใจให้พี่เหมือนกัน

คุยกันถึงเรื่องของปาริฉัตรอยู่ดีๆ ชาติชายก็วกเข้ามาเรื่องของตัวเองเฉยเลยด้วยใบหน้ากรุ้มกริ่ม อลิซจึงหน้าแดงก่ำเพราะยังไม่เคยลืมการบอกรักแบบจู่โจมและไม่อายใครของเขาเลย ก็มีอย่างที่ไหนมาขอความรักสาวต่อหน้าผู้คนตั้งมากมายโดยไม่คิดสักนิดว่าเธอจะอายแค่ไหน

ช่อดอกกุหลาบสีแดงสดที่บัดนี้กลายเป็นดอกไม้แห้งไปแล้วเธอยังเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีอยู่ในห้องนอนเพื่อเป็นที่ระลึก ส่วนรอยจุมพิตแรกแสนหวานที่ทำให้เธอรู้สึกซาบซ่านประดุจล่องลอยอยู่กลางอากาศท่ามกลางมวลดอกไม้งามนั้นก็ยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเธอไม่เสื่อมคลายเช่นกัน

ชาติชายหัวเราะร่าเมื่อเห็นอาการเขินอายของคนรัก ความน่ารักของเธอทำให้เขาอดใจไม่อยู่ต้องดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอกแล้วก้มลงจุมพิตริมฝีปากนุ่มที่กำลังเผยอจะร้องประท้วงทันที เขาจูบเธอจนพอใจแล้วนั่นแหละถึงได้ยอมปล่อย

พี่ชาติบ้า ทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ ปล่อยเลยนะอายคนอื่นเขาบ้างสิอลิซต่อว่าหน้าแดงก่ำพลางทุบอกกว้างแก้เขินไปหลายทีเบาๆ ก่อนจะขืนตัวออกจากอ้อมแขนที่เธอยอมรับว่าอบอุ่นที่สุดสำหรับตน หญิงสาวมองเข้าไปข้างในก็เห็นปาริฉัตรกับน้องเอมยังคงนั่งดูทีวีอยู่เหมือนเดิมความอายจึงบรรเทาลงได้บ้าง

ถึงแม้เธอจะเป็นลูกครึ่งเกิดและเติบโตอยู่ในประเทศที่อิสรเสรีในเรื่องการแสดงออกถึงความรักพอสมควร แต่เธอก็ไม่เคยลืมว่าเลือดครึ่งหนึ่งในตัวเธอนั้นเป็นคนไทย อีกทั้งตั้งแต่เด็กมาเธอก็ถูกสอนให้รักนวลสงวนตัวอยู่บ่อยๆ จึงมักรู้สึกอายหากจะแสดงออกถึงความรักต่อหน้าคนอื่นๆ

ก็อลิซอยากทำตัวน่ารักทำไมล่ะเหตุผลของคนชอบเอาเปรียบทำให้คนที่โดนเอาเปรียบต้องมองค้อนวงใหญ่พลางคิดในใจว่าแล้วทีนี้เธอจะห้ามได้ไหมล่ะเนี่ย เธอจะรู้ไหมว่าตอนไหนที่เขาเห็นว่าเธอน่ารักขึ้นมาในเมื่อตัวเธอเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตนเองทำอย่างไรเขาถึงได้มองว่าน่ารักกัน

ไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้ว เรามาพูดเรื่องพี่ปากันต่อดีกว่าค่ะอลิซรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นแววตาของคนรักเริ่มหวานฉ่ำขึ้นมาอีกแล้ว ตกลงเราจะทำอย่างนี้กันแน่เหรอคะพี่ชาติ

ใช่ ให้นายเดย์ลองดูก่อน ไม่ลองก็ไม่รู้นี่นะ ถ้านายเดย์คิดจะรักปาจริงๆ ละก็จะต้องสู้และอดทนพยายามทำให้ปาลืมอดีตให้ได้ ความรักกับความจริงใจของนายเดย์เท่านั้นที่จะเป็นกุญแจสำคัญไขประตูหัวใจของปาเข้าไปได้

ก็จริงนะคะ ความรักถ้าเราไม่ลองพยายามไขว่คว้าไว้ก็คงไม่ได้มาครอบครอง แล้วเราจะบอกพี่เดย์ให้รู้ไหมคะว่าเราจะช่วยอีกแรงหนึ่ง

อืม...พี่ว่าบอกดีกว่านะ นายเดย์จะได้มีกำลังใจฮึดสู้ขึ้นมาหน่อย ช่วยกันหลายๆ แรงดีกว่าแรงเดียวจริงไหม

ถ้าอย่างนั้นอลิซโทรบอกพี่เดย์วันนี้เลยดีกว่า พี่เดย์จะได้บินกลับจากอิตาลีไวๆ ไม่มัวเที่ยว หญิงสาวบอกซึ่งก็ได้รับการพยักหน้าอย่างเห็นด้วยจากคนรัก ว่าแต่ว่าถ้าพี่ปารู้ว่าพวกเราจะทำอะไรกันจะเป็นยังไงนะ

ชาติชายนิ่งเงียบไปครู่ก่อนจะสรุปเองว่า

ปาต้องเข้าใจว่าที่พวกเราทำไปเพราะความหวังดี

อลิซพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ใช่ พี่ปาต้องเข้าใจว่าพวกเธอทำไปด้วยความหวังดีต่อตัวพี่ปาเองจริงๆ ถ้าพี่ชายของเธอรักกับพี่ปาได้คงจะดีไม่น้อยเลย เพราะพี่ปาเป็นคนน่ารักและนิสัยดี ครอบครัวของเธอทุกคนก็รักและเอ็นดูพี่ปากับน้องเอมกันทั้งนั้น ถ้าได้อีกฝ่ายมาเป็นสะใภ้เธอมั่นใจว่าทุกคนในครอบครัวไม่มีใครรังเกียจอย่างแน่นอน มีแต่จะร่วมยินดีกันละไม่ว่า

เฮ้ย...สงสัยงานนี้ถ้าพี่ชายเธอเอาจริงขึ้นมาเธอคงต้องช่วยกันสุดตัวแล้วละ เพราะพี่สะใภ้ที่ถูกใจและแสนดีแบบนี้หาได้ง่ายๆ กันที่ไหนกันเล่า หญิงสาวคิดอย่างมุ่งมั่นอยู่ในใจ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

3 ความคิดเห็น