ตอนที่ 6 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

รถยนต์กลางเก่ากลางใหม่แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านจัดสรรหลังหนึ่ง ชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวจัดที่มักถูกคนอื่นทักผิดว่าเป็นคนเชื้อสายอื่นที่ไม่ใช่ไทยอยู่เสมอก้าวลงจากรถ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้านหลังหยิบของที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตเต็มอ้อมแขนเข้าบ้าน หมอนิรุตน์จัดของที่ซื้อมาเก็บไว้ใส่ตู้เย็นเสร็จก็ขึ้นไปยังห้องนอนเพื่ออาบน้ำ ระหว่างที่กำลังหยิบผ้าขนหนูในตู้เสื้อผ้าอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นรูปบนโต๊ะทำงานเข้าพอดี มันเป็นรูปถ่ายกลุ่มของเพื่อนที่สนิทกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนี้ก็ยังคบหากันอยู่อย่างเหนียวแน่น ชายหนุ่มยิ้มนิดๆ อดที่จะเดินไปหยิบรูปนั้นขึ้นมาดูด้วยความคิดถึงไม่ได้

หลายปีแล้วที่เขากับเพื่อนๆ ไม่ได้เจอกันเพราะต่างคนต่างมีภาระหน้าที่ของตัวเองต้องทำ จะมานัดสรวลเสเฮฮาเหมือนเมื่อก่อนก็คงไม่ได้ อาศัยโทรคุยกันเพื่อถามสารทุกข์สุกดิบกันเป็นครั้งคราวเท่านั้น เพื่อนในกลุ่มมีหกคนแต่คนที่เขาสนิทที่สุดคือพงศกรที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้น

ไม่รู้ป่านนี้อีกฝ่ายจะเป็นอย่างไรบ้างเพราะได้ข่าวว่าแต่งงานแล้วทว่าเขาไม่สามารถไปร่วมงานแต่งได้ เนื่องจากติดงานด่วนเสียก่อนจึงทำให้ไม่ได้ไปแสดงความยินดีด้วยตัวเอง ได้แต่โทรศัพท์ข้ามทวีปไปแสดงความยินดีด้วยเท่านั้น ป่านนี้พงศกรคงมีลูกเล็กๆ น่ารักๆ ให้เขาได้เป็นคุณอาแล้วล่ะ

พอคิดถึงเรื่องเพื่อนแต่งงานก็ทำให้หมอหนุ่มอดคิดถึงมารดาของน้องเอมขึ้นมาไม่ได้ ที่ว่าเขารู้สึกคุ้นหน้าอีกฝ่ายนั้นขณะนี้ก็ยังติดอยู่ในใจ ชายหนุ่มมองหน้าพงศกรในรูปนิ่งนานก่อนจะร้องอุทานออกมาเมื่อรู้แล้วว่าเคยเห็นหน้าปาริฉัตรที่ไหน ใช่แล้ว...หน้าตาเหมือนเจ้าสาวในรูปงานแต่งงานและรูปถ่ายเล่นคู่กับเพื่อนเขาอีกหลายภาพที่พงศกรเคยส่งมาให้ดู ถึงว่าสิทำไมเขาคุ้นหน้าปาริฉัตรนักและรู้สึกว่าภรรยาของเพื่อนเขาจะชื่อเล่นว่าปาซะด้วยสิ เอ...นี่คงไม่ได้หมายความว่าคุณปาริฉัตรมารดาของน้องเอมจะเป็นภรรยาของเพื่อนเขาหรอกนะ

เพื่อความแน่ใจว่าตัวเองคิดไม่ผิดหมอนิรุตน์จึงเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์ดูรูปที่เซฟเก็บเอาไว้อย่างรวดเร็วเพื่อจะได้รู้กันไปเลยว่าเขาคิดไม่ผิด ซึ่งพอเห็นรูปงานแต่งของพงศกรแล้วก็ไม่ผิดตัวจริงๆ มารดาน้องเอมเหมือนภรรยาของเพื่อนเขาราวกับฝาแฝด ไม่สิ ต้องใช่คนๆ เดียวกันแน่ๆ เขามั่นใจแต่ที่เขาไม่เข้าใจคือถ้าใช่แล้วทำไมภรรยาของเพื่อนกับลูกถึงได้มาอยู่ที่นี่ และผู้ชายคนนั้นที่ชื่อชาติชายทำไมถึงได้เป็นพ่อของน้องเอมกันล่ะ

ความสงสัยมันมีมากพอเป็นตัวผลักดันให้หมอนิรุตน์ตัดสินใจโทรศัพท์ทางไกลหาเพื่อนที่เมืองไทยทันทีทั้งที่เวลาที่โน่นคงดึกมากแล้ว หมอหนุ่มลังเลเล็กน้อยว่าจะโทรไปรบกวนเพื่อนดีหรือไม่แต่แล้วก็ตัดสินใจลองโทรเผื่อเพื่อนจะยังไม่นอน ซึ่งเขาก็คาดการณ์ได้แม่นยำอีกเช่นเคยเพราะน้ำเสียงของคนรับไม่มีวี่แววงัวเงียสักนิด

สวัสดีครับ

เฮ้ย...ว่าไงเพื่อนรัก แกยังไม่นอนอีกหรือไงวะ

ไอ้รุตน์ แกเป็นยังไงบ้างว่ะ หายเงียบไปเลยนะ คนทางเมืองไทยนิ่งไปครู่ก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจเมื่อจำเสียงได้ว่าเป็นใคร

สบายดี แล้วแกล่ะเป็นยังไงบ้าง

ก็ดีสบาย แกไม่คิดจะกลับเมืองไทยบ้างหรือไงวะรุตน์ เล่นหายเงียบไปเลยนะเพื่อนคนอื่นๆ บ่นถึงแกกันใหญ่เลย

โทษทีว่ะเพื่อน งานทางนี้ยุ่งมากเลย

หวังว่าแกคงยังไม่ได้หาเพื่อนสะใภ้เป็นแหม่มมาให้พวกฉันหรอกนะพงศกรเอ่ยแซวเล่นเสียงกลั้วหัวเราะ

หมอนิรุตน์หัวเราะตามก่อนเอ่ยตอบเสียงสดใส ยังโว้ย วันๆ ทำแต่งานจะมีเวลาไปหาสาวที่ไหนล่ะ อีกอย่างไม่ใช่รสนิยมของฉันด้วย ฉันก็เหมือนพวกแกนั่นแหละนิยมของไทยโว้ย

สองหนุ่มหัวเราะกันครืนใหญ่ก่อนที่หมอนิรุตน์จะเอ่ยเข้าเรื่องที่สงสัยอยู่

เฮ้ย...ไอ้กร ทำไมแกกับเมียแกถึงได้อยู่ห่างกันซะคนละประเทศเลยล่ะวะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า

หา! แกว่ายังไงนะไอ้รุตน์ เมียฉันอยู่ที่นั่นอย่างนั้นเหรอ แกพูดจริงหรือพูดเล่นวะ

หมอนิรุตน์แทบจะยกหูโทรศัพท์ออกห่างจากหูตนเองแทบไม่ทัน เพราะกลัวแก้วหูจะแตกจากพลังเสียงของเพื่อน

เบาๆ หน่อยสิวะ แก้วหูฉันจะแตกนะโว้ย

อย่ามัวพูดเล่น บอกมาว่าแกพูดจริงหรือเปล่าเมื่อกี้น่ะ แล้วเจอที่ไหน

หมอนิรุตน์ฟังน้ำเสียงของเพื่อนออกจะเคร่งเครียดชอบกล น้ำเสียงที่ตอบกลับไปจึงไม่มีแววล้อเล่นอีกเลย

ใช่ ฉันจะล้อแกเล่นทำไมวะ ตอนแรกฉันก็ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่าถึงได้กลับมาดูรูปแล้วก็โทรหาแกนี่แหละ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอกร เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ แล้วหมอนิรุตน์ก็ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจากปากเพื่อน ถ้าอยู่ใกล้ๆ เขาอยากจะตบหัวเพื่อนสักทีสองทีให้หายบ้านัก นี่แหละเพราะความใจร้อน ทิฐิ ถือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่จนไม่ฟังใครถึงต้องมาเป็นแบบนี้

เรื่องมันก็เป็นแบบที่ฉันเล่านี่ล่ะ

เนี่ยละน้า ไอ้นิสัยแบบนี้ของแกนี่แหละที่ทำให้ครอบครัวแกพังแบบนี้ ใจร้อนและก็ไม่ฟังใครเลย เมื่อไรแกจะเลิกนิสัยอย่างนี้เสียทีวะ ไม่รู้ว่าฉันควรเห็นใจหรือสมน้ำหน้าแกดี

แกอย่าซ้ำเติมฉันนักได้ไหม

โดนซ้ำเติมเยอะๆ สิดี แกจะได้รู้ข้อบกพร่องของตัวเองแล้วแก้ไขยังไงล่ะ แล้วนี่แกจะทำยังไงต่อไปวะในเมื่อแกหย่าขาดจากคุณปาแล้ว แถมยังทำกับเขาไว้เยอะซะด้วย

ไม่รู้สิ ตอนนี้ขอให้ได้เจอปาก่อนอย่างอื่นค่อยคิดทีหลังก็แล้วกัน พรุ่งนี้ฉันจะบินไปหาแกที่โน่นเลยนะ

เฮ้ย! อะไรจะรีบร้อนปานนั้นวะ

แกไม่เข้าใจเสียงถอนหายใจดังมาตามสาย ฉันเฝ้าตามหาเขามาตลอดเกือบสี่ปีที่ผ่านมาเพราะฉะนั้นฉันไม่อยากพลาด ถ้าพลาดคราวนี้ฉันก็ไม่รู้จะไปตามหาได้ที่ไหนอีกแล้ว

ใครว่าฉันไม่เข้าใจแก ฉันเข้าใจดีและฉันเชื่อนะว่าสักวันคุณปาจะต้องเข้าใจแกและอภัยให้แก เชื่อฉันสิ

ขอบใจนะที่ปลอบใจฉัน ฉันก็ภาวนาให้มันเป็นเช่นนั้น เออ...ว่าแต่แกยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าเจอปาที่ไหน

ที่โรงพยาบาล

อะไรนะ! ที่โรงพยาบาลงั้นเหรอ ปาเป็นอะไร บอกฉันมาสิว่าปาเป็นอะไรไอ้รุตน์พงศกรเข้าใจผิดคิดว่าปาริฉัตรได้รับอันตรายจึงซักถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกตกใจ

เปล่าๆ คุณปาไม่ได้เป็นอะไร เธอแค่มาเฝ้าไข้...หมอหนุ่มกำลังจะบอกว่าคนที่เป็นคือลูกต่างหากทว่ายังพูดไม่ทันจบประโยคดีเพื่อนก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน

ขอบคุณคุณพระคุณเจ้า” พงศกรเอ่ยพึมพำขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พอหมอนิรุตน์จะกล่าวต่อก็ถูกเขาตัดบทไปเรื่องอื่นเสียแล้วแกจะมีเวลามารับฉันที่สนามบินไหม

เอาเถอะ รอให้แกมาถึงเดี๋ยวก็รู้เอง แหม...ทำอย่างกับแกไม่เคยมาที่นี่อย่างนั้นแหละ กลัวหลงทางหรือไงวะเด็กน้อย หมอนิรุตน์เอ่ยสัพยอกเพื่อนเล่นก่อนจะหัวเราะร่าไปพร้อมกับเพื่อน จากนั้นก็คุยกันถึงเรื่องนัดหมายในวันพรุ่งนี้และต่อด้วยเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับข่าวคราวของบรรดาเพื่อนๆ ในกลุ่มที่หมอหนุ่มยังไม่รู้อีกพักใหญ่ๆ ก็วางสายจากกัน

หลังจากวางสายจากเพื่อนแล้วหมอนิรุตน์ก็เดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายที่เหนื่อยล้าจากงานมาทั้งวันซึ่งพอได้อาบน้ำก็รู้สึกสดชื้นขึ้น ชายหนุ่มลงไปข้างล่างเพื่อหาอะไรทานก่อนเข้านอน แล้วเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมบอกเพื่อนไปเรื่องหนึ่ง เขาตั้งใจจะบอกอยู่แล้วแต่โดนเพื่อนขัดซะก่อนและพอถูกชวนคุยเรื่องอื่นไปก็ลืมเสียสนิทไปเลย

หมอนิรุตน์ลังเลว่าจะโทรกลับไปหาเพื่อนใหม่อีกครั้งเพื่อบอกเรื่องที่ปาริฉัตรมีลูกและสามีใหม่ดีหรือเปล่าแล้วเขาก็ตัดสินใจไม่โทร น้ำเสียงยินดีของเพื่อนทำให้เขาไม่อยากทำลายความสุขของพงศกรลงในตอนนี้ เอาเถอะ เดี๋ยวอีกฝ่ายก็จะมาที่นี่อยู่แล้วเอาไว้ค่อยบอกตอนนั้นก็ได้ จะได้ทำใจไว้ก่อนเวลาเจอหน้ากัน อีกอย่างเวลาที่เมืองไทยก็ดึกมากแล้วด้วยเขาไม่อยากรบกวนเพื่อนอีก

เป็นอย่างที่หมอนิรุตน์คาดเดาไว้ไม่มีผิด พงศกรตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งที่เวลานี้ก็ดึกมากแล้ว ในที่สุดเขาก็หาเธอพบจนได้ ขอบคุณสวรรค์ที่ยังเมตตาเขาอยู่และที่น่าขอบคุณสุดๆ ก็เห็นจะเป็นเพื่อนรักของเขาที่ทำให้เขาสมปรารถนา เห็นทีเขาคงต้องให้รางวัลหมอนิรุตน์ขนานใหญ่แล้วละ แต่ขอให้เขาเคลียร์เรื่องตัวเองเสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วเขาจะตอบแทนเพื่อนอย่างงามโดยการหาสาวน่ารักๆ ให้สักคน

ชายหนุ่มหัวเราะขำกับความคิดของตนเอง ก่อนจะถอนใจออกมาอย่างเป็นสุขครั้งแรกนับจากผ่านมาเกือบสี่ปี เวลาสี่ปีที่เขาไม่ได้พบเธอเลยเธอจะเป็นอย่างไรบ้างนะ จะสุขสบายดีและมีครอบครัวใหม่ไปหรือยังนะ แล้วทำไมเธอถึงไปอยู่ที่อังกฤษได้ล่ะ เฮ้อ...มีหลายเรื่องทีเดียวที่เขาอยากรู้เกี่ยวกับตัวเธอ และที่สำคัญที่สุดเขาอยากรู้เหลือเกินว่าเธอลืมเขาไปแล้วหรือยัง เธอยังรักเขาอยู่เปล่า...เขาอยากรู้เหลือเกิน

ปา...ยอดรัก ผมดีใจเหลือเกินที่จะได้พบคุณ ผมจะไปหาคุณและยอมรับผิดกับคุณทุกอย่าง ผมจะขอแก้ตัวกับคุณอีกครั้งถ้าคุณยังให้โอกาสผมอยู่ พงศกรเอ่ยด้วยความหวังที่ล้นปรี่เต็มหัวใจ

 

                เช้าวันรุ่งขึ้นพงศกรตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นแม้เมื่อคืนจะนอนดึกมากก็ตาม ชายหนุ่มรีบเข้าบริษัทแต่เช้าเพื่อจัดการเคลียร์งานที่เร่งด่วนให้เรียบร้อย เขาเรียกตัวอรอุมาเข้ามาพบในห้องเพื่อสั่งงานและบอกให้เธอจัดการหาตั๋วเครื่องบินไปลอนดอนให้ภายในวันนี้

เขาให้อรอุมาเช็กตารางงานทั้งหมดแล้วให้เธอจัดการเลื่อนนัดทุกนัดที่เห็นว่าไม่สำคัญเท่าไรให้หมด จากนั้นก็ให้หญิงสาวไปเชิญคุณสมพงศ์และคุณวินัยมาพบเขาที่ห้องทำงานเพื่อมอบหมายงานทั้งหมดให้ทำแทนช่วงที่เขาไม่อยู่ เมื่อคุยงานกับผู้อาวุโสทั้งสองเสร็จแล้วพงศกรก็นั่งเคลียร์งานเอกสารที่เร่งด่วนอีกกองโตให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

เฮ้ย...นี่ถ้าวัฒนาอยู่ด้วยกันที่นี่ก็ดีสิ เขาคงได้ไปลอนดอนแทนที่จะมานั่งเคลียร์งานก่อนไปเป็นบ้าเป็นหลังอยู่แบบนี้

วัฒนานั้นสามารถทำงานแทนเขาได้ทุกอย่างอาจเรียกได้ว่าเป็นดั่งแขนขาของเขาเลยทีเดียว เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวดังขึ้น ชายหนุ่มหยิบขึ้นมากดรับพลางอมยิ้มและนึกในใจว่าวัฒนาช่างเป็นเลขาที่รู้ใจเขาจริงๆ เพราะแค่นึกถึงก็โทรหาเลย

ว่าไงวัฒนา งานที่นั่นเรียบร้อยดีไหม

เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับเจ้านาย คนงานที่นี่ประท้วงจะขอขึ้นค่าแรงและเรียกร้องสวัสดิการบางอย่างครับ” วัฒนารายงานเสียงเคร่งเครียด

อะไรนะ! แล้วฝ่ายบริหารที่นั่นล่ะทำอะไรบ้าง ทำงานกันยังไงถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้

ตอนนี้กำลังช่วยกันเกลี้ยกล่อมพนักงานอยู่ครับ แต่ไอ้ตัวแกนนำมันเรียกร้องที่จะคุยกับเจ้านายคนเดียวเท่านั้น คนอื่นมันไม่ยอมเจรจาด้วยครับ

ได้ฟังคำรายงานจากเลขาส่วนตัวแล้วพงศกรก็เผลอสบถคำหยาบออกมาด้วยความหงุดหงิด ให้มันได้อย่างนี้สิ ทำไมมันต้องมามีเรื่องตอนที่เขามีธุระสำคัญด้วยนะ

เจ้านายจะมาไหมครับ

คนอื่นไม่ได้เลยเหรอ ผู้จัดการของที่นั่นล่ะชายหนุ่มพยายามหาทางออก ตอนนี้เขากลายเป็นคนพะว้าพะวังไปเสียแล้วเพราะงานก็ห่วงเรื่องเจออดีตภรรยาก็ห่วงเช่นกัน วัฒนานิ่งเงียบไปพักจนพงศกรได้ยินเสียงพนักงานที่ประท้วงดังเข้ามาในสายซึ่งพอจับใจความได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น

พวกนั้นไม่ยอมท่าเดียวเลยครับเจ้านาย บอกว่าต้องการคุยกับเจ้าของบริษัทอย่างเดียวเท่านั้นคนอื่นไม่เจรจาด้วยเด็ดขาด วัฒนารายงานอีกครั้ง

พงศกรถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะบ่นอย่างหัวเสีย ให้มันได้อย่างนี้สิวะ วัฒนา...นายบอกพวกนั้นด้วยว่าฉันจะขึ้นไปเจรจาด้วยตัวเอง ให้พวกพนักงานที่ชุมนุมกันส่งตัวแทนเข้ามาพูดคุยกับฉันภายในวันนี้ตอนเย็น ชายหนุ่มตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะจัดการเรื่องงานเร่งด่วนนี้ก่อน และหลังจากวางสายจากวัฒนาแล้วเขาก็กดอินเตอร์คอมหาอรอุมาทันทีพร้อมกับสั่ง

คุณอร ผมยกเลิกตั๋วไปลอนดอนนะ เดี๋ยวคุณช่วยจองให้ผมใหม่อีกครั้งแต่คราวนี้ไปเชียงใหม่นะ วันนี้และด่วนที่สุดสั่งเสร็จชายหนุ่มก็เอนหลังพิงเก้าอี้นุ่มอย่างหมดแรง

รอผมก่อนนะปา คุณอย่าเพิ่งหนีผมไปไหนซะก่อนนะยอดรัก...

พงศกรภาวนาอยู่ในใจพลางหลับตาลงด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะลืมตาขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้องโทรหาเพื่อนเพื่อเลื่อนนัด ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์มากดโทรหาหมอนิรุตน์ สัญญาณติดทว่าไม่มีคนรับสายหรือว่าเพื่อนเขาจะอยู่ที่โรงพยาบาลกันนะ ทำอย่างไรดีล่ะ เขาไม่มีเบอร์ติดต่อที่โรงพยาบาลที่เพื่อนทำงานอยู่เลย

แล้วพงศกรก็คิดออกว่าควรทำเช่นไรเมื่อได้ยินเสียงจากเครื่องบันทึกเสียงของโทรศัพท์ทำงาน ชายหนุ่มจัดการฝากข้อความถึงเพื่อนว่าเขาไปที่นั่นไม่ได้ในตอนนี้และขอให้เพื่อนโทรกลับเร็วที่สุดทันทีที่ได้ยินเสียงฝากข้อความของเขา

 

ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เมื่อพงศกรมาถึงก็เห็นวัฒนามายืนคอยรอรับแล้ว ชายหนุ่มสองคนเดินเคียงกันออกมาจากอาคารด้วยใบหน้าเคร่งเครียดโดยไม่สนใจสายตาของสาวๆ แถวนั้นที่ทอดสายตามองพวกเขาอย่างสนใจ เพราะทั้งสองรูปร่างหน้าตาหล่อเหล่าใกล้เคียงกัน บุคลิกลักษณะสูงสง่าพอกันจึงดึงดูดสาวน้อยสาวใหญ่ได้ไม่ยากนัก

วัฒนานั้นหุ่นผอมบางกว่าพงศกรเล็กน้อย ส่วนความสูงก็พอๆ กันแต่ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่าพงศกรสูงกว่าเล็กน้อย ชายหนุ่มทั้งสองไม่สนใจใครเลยเอาแต่เดินลิ่วๆ ไปที่รถพร้อมกับปรึกษางานกันอย่างไม่ให้เสียเวลา ผู้หญิงสำหรับพงศกรนั้นมีเพียงคนเดียวเท่านั้นในชีวิตคือปาริฉัตรเขาจึงไม่สนใจใคร

ส่วนวัฒนาก็เข็ดจากความรักครั้งเก่าที่ผิดหวังเพียงเพราะเขาจนกว่าผู้ชายอีกคนที่มาชอบเธอ เขาก็เลยพาลเกลียดผู้หญิงทุกคนหนำซ้ำยังกล่าวหาผู้หญิงที่เข้ามาหาเขาทุกคนว่าเห็นแก่เงินไปหมด โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่ร่ำรวยอยู่ในฐานะเช่นเขา เขาจะตั้งป้อมอคติเอาไว้ก่อนว่าเห็นแก่เงินทุกครั้ง

ทว่าถึงจะคิดเช่นนี้แต่เขาก็ไม่ได้เกลียดผู้หญิงทุกคนจนเหมือนโรคจิตที่เข้าใกล้สาวไม่ได้หรอกนะ ผู้หญิงที่เข้ามาโดยบริสุทธิ์ใจอย่างต้องการคบหาแบบเพื่อนเขาไม่เคยคิดรังเกียจ แต่เขาจะไม่ยอมพาหัวใจตัวเองเข้าไปพัวพันใกล้ผู้หญิงคนไหนให้เจ็บปวดอีกแล้วเท่านั้น

การเจรจากับตัวแทนพนักงานเป็นไปอย่างเคร่งเครียด หนึ่งชั่วโมงผ่านไปแล้วก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ต้องการด้วยพนักงานเรียกร้องมากเกินไป สองชั่วโมงผ่านไปก็ยังตกลงกันไม่ได้จนกระทั่งเข้าสู่ชั่วโมงที่สามพงศกรจึงขอจบการเจรจาเพียงแค่นี้ก่อน เพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว ชายหนุ่มกล่าวกับแกนนำกลุ่มว่าให้นำข้อเสนอของเขาไปบอกกับพนักงานทุกคนและปรึกษากันให้เรียบร้อย ทางเขาก็จะปรึกษาพิจารณาถึงข้อเสนอที่ได้รับมาเช่นกัน และพรุ่งนี้จะนัดเจรจากันอีกครั้ง

เมื่อทุกคนทยอยกันออกไปจากห้องประชุมหมดแล้วเหลือเพียงวัฒนาคนเดียวเท่านั้น พงศกรก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรงเพราะเหนื่อยทั้งกายและใจ เลขาหนุ่มหันมามองอย่างเห็นใจก่อนจะปรึกษากับเจ้านายด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเหนื่อยอ่อนไม่แพ้กัน

ผมว่าถ้าเราคุยกับพวกพนักงานโดยตรงเรื่องน่าจะง่ายกว่านี้นะครับเจ้านาย ดูท่าแล้วไอ้คนที่เป็นแกนนำมันคงไม่ยอมเราง่ายๆ ถ้าไม่ได้สิ่งที่มันต้องการ

ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ดูแล้วสิ่งที่เรียกร้องไปเป็นเพราะตัวมันต้องการเองมากกว่า เพียงแค่อาศัยสถานการณ์ช่วงนี้เป็นเครื่องต่อรองเราเท่านั้นเอง

ถ้างั้นเราจะทำยังไงดีครับ เราจะรับข้อเสนอของพวกนั้นเหรอครับ

มันมากเกินไป บางอย่างให้ได้เพราะสมควร แต่บางอย่างก็ให้ไม่ได้

วัฒนานิ่งเงียบปล่อยให้เจ้านายเป็นคนตัดสินใจเอง เขาเชื่อทุกคำสั่งและทุกการกระทำเสมอว่าพงศกรคิดถี่ถ้วนดีแล้วทุกอย่าง

พรุ่งนี้นายไม่ต้องเข้าประชุมด้วยหรอกนะวัฒนา อยู่ช่วยฉันข้างนอกดีกว่า ฉันเชื่อว่านายคงไม่ทำให้ฉันผิดหวัง

วัฒนามองเห็นสายตาไว้วางใจและเชื่อมั่นในตัวเขาที่เจ้านายมีให้ก็ปลื้มใจรู้สึกมีกำลังใจที่จะทำงานต่อไปไม่ว่างานนั้นจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม ตอนแรกเลขาหนุ่มก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้านายถึงไม่ให้เลขาอย่างเขาเข้าประชุมด้วย แต่ตอนนี้เขาเข้าใจทุกอย่างแล้วจึงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่มุ่งมั่นตั้งใจ

มีอีกเรื่องนะวัฒนา ฉันอยากให้นายโทรไปยกเลิกงานกับนักสืบได้แล้ว เพราะไม่จำเป็นต้องจ้างอีกต่อไป

ทำไมล่ะครับ หรือว่าเจ้านายท้อใจซะแล้ว

เปล่าพงศกรยักไหล่พลางคลี่ยิ้มนิดๆ ด้วยดวงตาเป็นประกาย เพียงแต่ฉันรู้แล้วเท่านั้นว่าปาอยู่ที่ไหน

วัฒนานิ่งงันไปครู่ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ จริงหรือครับเจ้านาย แล้วตอนนี้คุณปาอยู่ที่ไหนล่ะครับ ให้ผมไปพามาหาเจ้านายเลยไหมครับ

ไม่ต้องหรอก ยังไงนายก็ไปตอนนี้เหมือนฉันไม่ได้อยู่ดี เอาไว้เสร็จงานแล้วค่อยไปด้วยกันดีกว่า รู้ไหมงานนี้ที่เจอได้ต้องขอบใจเพื่อนฉันที่อยู่ลอนดอนมากที่สุดนะ พงศกรบอกเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงหน้าคมเข้มนั้นเบิกบานราวกับดอกไม้ได้รับแสงอาทิตย์

คุณปาที่เขาไม่เคยพบอยู่ที่ลอนดอนหรือเนี่ย แบบนี้เองสินะ พวกนักสืบที่เขาจ้างถึงหาตัวปาริฉัตรไม่เจอเสียทีที่แท้ก็อยู่ต่างประเทศนี่เอง วัฒนารู้สึกยินดีกับเจ้านายด้วยอย่างจริงใจ หลายปีที่เขาเห็นเจ้านายไร้ความสุขต่อไปนี้คงจะไม่มีอีกแล้ว

หลังจากที่ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องเพื่อนอนหลับพักผ่อนแล้วนั้น พงศกรก็มานั่งรอโทรศัพท์จากเพื่อนด้วยใจจดจ่อ เขามองนาฬิกาที่แขวนบนผนังห้องซึ่งบอกเวลาตีหนึ่งยี่สิบเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเพื่อนจะโทรมาเสียที เอ...หรือว่าหมอนิรุตน์จะยังไม่กลับจากโรงพยาบาลกันนะ อาจจะเป็นไปได้เพราะงานที่โรงพยาบาลเอาแน่เอานอนไม่ได้เสียด้วยสิ คงเป็นเช่นนี้แน่ๆ เพราะชายหนุ่มรู้จักนิสัยของเพื่อนตัวเองดี ถ้านิรุตน์รู้ว่าเขาโทรหาละก็จะต้องรีบติดต่อกลับมาทันที

เวลาผ่านไปนานพอสมควร หนังตาเริ่มหรี่ลงจนเกือบจะปิดอยู่แล้วแต่ก็ยังไร้วี่แววว่าจะมีคนโทรมาเหมือนเดิม ความอ่อนเพลียจากการทำงานแถมเมื่อคืนยังนอนไม่พออีก ทำให้วันนี้พงศกรไม่สามารถฝืนสังขารได้อีกต่อไป เขาจึงค่อยๆ เอนตัวลงและหลับไปอย่างรวดเร็วทันทีที่หัวถึงหมอน ซึ่งคืนนี้ชายหนุ่มก็หลับสบายจนถึงรุ่งเช้าโดยไร้เสียงโทรศัพท์รบกวนแต่อย่างใด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

3 ความคิดเห็น