ตอนที่ 5 : บทที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

พงศกรกลับเข้าบ้านมาก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว สีหน้าและท่าทางบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มจัดการอาบน้ำเพื่อเตรียมจะเข้านอนแต่เมื่อล้มตัวลงนอนไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วกลับไม่มีทีท่าว่าจะหลับตาลงได้เลย เพราะสมองยังคงครุ่นคิดไม่ยอมปล่อยวางง่ายๆ

วันนี้หลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ไปหานักสืบตามที่ได้นัดไว้ ช่วงนี้ชายหนุ่มไปไหนมาไหนกับคนรถที่บ้าน เพราะได้ส่งวัฒนาซึ่งมีตำแหน่งเป็นเลขาส่วนตัวของเขาไปตรวจงานบริษัทในเครือที่เชียงใหม่แทน วัฒนานั้นเป็นหลานของนมสายซึ่งเขารู้จักสนิทสนมเป็นอย่างดีตั้งแต่ยังเด็ก แต่ตอนโตก็ห่างกันไปเนื่องจากอีกฝ่ายต้องกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด ส่วนตัวเขาก็ต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ

ได้เจอกันอีกครั้งก็เมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นวัฒนามาเยี่ยมนมสายและกำลังหางานทำอยู่เพราะว่าตกงาน  เนื่องด้วยไปมีเรื่องกับลูกชายเจ้าของบริษัทจึงโดนไล่ออก เหตุเพียงเพราะจีบผู้หญิงคนเดียวกัน เขาจึงได้รับวัฒนาเข้าทำงานด้วยโดยให้เป็นเลขาส่วนตัวพร้อมกับให้ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกับเขาเสียเลย

พงศกรปฏิบัติต่อวัฒนาเสมือนญาติคนหนึ่งหาใช่ลูกน้อง และทุกคนในบ้านก็ให้เกียรติชายหนุ่มด้วยเช่นกัน เขารักวัฒนาเหมือนน้องชายคนหนึ่งเพราะอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าเขาสองปี มีวัฒนาอยู่ด้วยทำให้เขาคลายเหงาไปได้บ้างเพราะมีเพื่อนที่เข้าใจรู้ใจและคุยกันถูกคอ

วันนี้เขาได้รับรายงานจากนักสืบเหมือนเดิมทุกๆ ครั้งว่า ยังไม่พบ’ ‘เรากำลังพยายามอยู่ จนบางครั้งเขาแทบจะถอดใจก็หลายหน สำนักงานนักสืบที่มีอยู่ในประเทศไทยดังๆ กี่แห่งต่อกี่แห่งเขาก็แทบจะใช้บริการจนเกือบหมดภายในเวลาสามปีที่ผ่านมาทว่าก็ยังไม่ได้เรื่องสักที

จนคนที่เขาไปพบในวันนี้พูดให้ได้คิดว่าปาริฉัตรอาจจะไม่ได้อยู่ในเมืองไทยก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นตามที่นักสืบสันนิษฐานจริงๆ ละก็เขาจะไปตามหาเธอได้ที่ไหนกัน ในเมื่อโลกนี้ไม่ได้มีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวเท่านั้น มันมีตั้งไม่รู้กี่ร้อยประเทศแถมยังไม่มีเบาะแสอะไรสักอย่างที่จะพอบอกได้ว่าเธอจะไปที่ไหน แล้วอย่างนี้เขาไม่ตามหาเธอตลอดชีวิตหรืออย่างไรกัน กว่าจะได้พูดคำว่า ขอโทษ เขาไม่แก่ตายก่อนหรอกหรือ

ปา...คุณอยู่ไหน ผมคิดถึงคุณ...คิดถึงเหลือเกิน...ชายหนุ่มเอ่ยพึมพำออกมาพลางหลับตาลงด้วยความปวดร้าวในอก เฝ้าแต่ภาวนาในใจขอให้สวรรค์โปรดเห็นใจเขาแล้วชี้ทางดลบันดาลให้เขาได้พบยอดดวงใจด้วยเถอะ

 

ปาริฉัตรหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสะพายออกมาเมื่อมีสายเรียกเข้า และเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาหญิงสาวก็รีบกดรับทันที

ว่าไงจ๊ะกิ่ง มีอะไรหรือเปล่า

พี่ปาคะแย่แล้วค่ะ น้องเอมตกบันได พี่รีบมาที่โรงพยาบาลเถอะค่ะน้ำเสียงบอกเล่าของกิ่งแก้วเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ

อะไรนะ! น้องเอมอยู่โรงพยาบาลไหนบอกพี่มาเร็วๆ กิ่งผู้เป็นแม่ใจหายวาบรีบสอบถามถึงชื่อโรงพยาบาลที่กิ่งแก้วพาน้องเอมไปรักษา และเมื่อได้คำตอบแล้วก็รีบวางสายเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอต้องบอกเพื่อนให้รับรู้ก่อน ดังนั้นปาริฉัตรจึงเดินแกมวิ่งเข้าไปหาชาติชายในห้องทำงานด้วยความร้อนใจโดยไม่รอขออนุญาตจากเพื่อนก่อนเหมือนเคย ชายหนุ่มที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมองและเมื่อเห็นใบหน้าตื่นตระหนกของเพื่อนสาวเข้าก็เอ่ยถามอย่างห่วยใย

มีเรื่องอะไรหรือปา

น้องเอมชาติ น้องเอมตกบันไดตอนนี้อยู่โรงพยาบาล

หา! แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าชายหนุ่มถามอย่างตกใจระคนเป็นห่วงพลางลุกพรวดเดินเข้ามาหาเพื่อนสาว

ไม่รู้เหมือนกัน เรามาบอกชาติก่อนแล้วก็จะขอไปดูน้องเอมที่โรงพยาบาลด้วย ถึงเธอจะเป็นเพื่อนเจ้าของบริษัทมีอภิสิทธิ์มากกว่าใครทว่าเธอก็ควรให้เกียรติเพื่อนซึ่งเป็นเจ้านายด้วย หญิงสาวจึงตัดสินใจเข้ามาขออนุญาตก่อน

ไปสิ เราไปด้วย

แล้วชาติชายกับปาริฉัตรก็พากันออกจากบริษัท ตรงไปยังโรงพยาบาลตามที่กิ่งแก้วบอกอย่างรวดเร็ว

ทั้งสองเดินแกมวิ่งเข้าไปหากิ่งแก้วที่มายืนรอรับอยู่หน้าโรงพยาบาลหลังจากที่จอดรถเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นทั้งสามคนก็รีบเข้าไปในโรงพยาบาลแล้วหยุดยืนรออยู่ที่หน้าห้องตรวจด้วยความกระวนกระวายใจ  ปาริฉัตรน้ำตาซึมในใจนั้นอดหวาดกลัวไม่ได้ ชีวิตนี้เธอมีน้องเอมเพียงคนเดียวเท่านั้น หากลูกเป็นอะไรขึ้นมาเธอจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรกัน ด้านกิ่งแก้วพอเห็นน้ำตาของนายจ้างสาวก็อดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้ เธอผิดเองที่ไม่ดูแลน้องเอมให้ดีถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

พี่ปาคะ กิ่งขอโทษ เป็นเพราะกิ่งเองค่ะ เพราะกิ่งดูแลน้องเอมไม่ดีถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

ปาริฉัตรมองหน้ากิ่งแก้ว เธออยากโกรธอยากต่อว่าเหมือนกันว่าทำไมแค่นี้ถึงดูแลลูกเธอไม่ได้ แต่พอเห็นสีหน้าท่าทางที่เป็นห่วงน้องเอมไม่น้อยไปกว่าเธอของอีกฝ่ายแล้วนั้นก็ต่อว่าไม่ลง กิ่งแก้วคงไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก เพราะเธอรู้ว่าลูกจ้างสาวรักน้องเอมมากขนาดไหน หญิงสาวจับมือของกิ่งแก้วไว้แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเพื่อปลอบใจให้อีกฝ่ายคลายกังวลว่า

อย่าโทษตัวเองเลยกิ่ง พี่รู้ว่ากิ่งไม่ได้ตั้งใจ

แต่เพราะความประมาทของกิ่งเอง น้องเอมถึงได้ตกบันได

ในเมื่อครั้งนี้รู้ว่าเป็นเพราะความประมาทครั้งต่อไปก็ระวังหน่อยก็แล้วกันนะ เหตุการณ์ในวันนี้กิ่งก็จำไว้เป็นบทเรียนก็แล้วกัน

กิ่งแก้วร้องไห้โฮออกมาพร้อมกับโผเข้ากอดปาริฉัตรไว้แน่นอย่างซาบซึ้งใจ ชีวิตเธอนับว่าโชคดีเหลือเกินเมื่อสิ้นยายที่เลี้ยงดูมาแล้วก็ยังได้พบกับคนดีๆ เช่นนี้อีก เธอขอสัญญากับตัวเองว่าเธอจะไม่ประมาทอีกต่อไป เธอจะขออยู่ดูแลสองแม่ลูกนี้ตลอดไปไม่ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จะยากดีมีจนหรือมีอุปสรรคใดๆ ก็ตาม

ปาริฉัตรปลอบกิ่งแก้วทั้งที่ในใจเธออดที่จะกังวลถึงลูกน้อยในห้องตรวจไม่ได้ ทั้งสามคนยืนอยู่ตรงนั้นราวยี่สิบนาทีคุณหมอที่ดูท่าทางยังหนุ่มซึ่งมีหน้าตาเหมือนคนเอเชียก็เปิดประตูออกมา ทั้งสามคนรีบรุดเข้าไปหาคุณหมอหนุ่มที่คงจะเป็นคนจีน ญี่ปุ่นหรือไม่ก็เกาหลีมากกว่า เพราะผิวขาวจัดแถมหน้าตายังออกไปทางประเทศที่สันนิษฐานมาด้วย ดังนั้นชาติชายจึงสอบถามคุณหมอหนุ่มเป็นภาษาอังกฤษถึงอาการของหลานสาว

คุณหมอครับ ลูกสาวผมเป็นยังไงบ้างครับ

ปลอดภัยแล้วครับ อาการของเด็กไม่เป็นอะไรมากนอกจากแค่หน้าผากแตกนิดหน่อยเท่านั้น ตอนนี้หมอให้พยาบาลพาไปที่ห้องพักฟื้นแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะบอกพยาบาลให้พาพวกคุณไปที่ห้อง

ขอบคุณค่ะคุณหมอปาริฉัตรเอ่ยขอบคุณทั้งน้ำตาก่อนจะหันไปยิ้มกับชาติชายที่จับมือเธอไว้แน่น ส่วนกิ่งแก้วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

คุณหมอยิ้มให้แล้วเอ่ยขอตัวเดินออกไปหลังจากที่สั่งพยาบาลให้นำทั้งสามคนไปที่ห้องที่น้องเอมนอนพักอยู่แล้ว

ขอบคุณคุณพระคุณเจ้าที่ช่วยคุ้มครองน้องเอมกิ่งแก้วพูดเบาๆ พลางยกมือขึ้นพนมไหว้

พวกเราไปดูน้องเอมกันเถอะ ปาอยากเห็นหน้าลูกจะแย่แล้ว

ทุกคนพยักหน้าแล้วรีบเดินตามนางพยาบาลไป ปาริฉัตรรีบเปิดประตูเข้าไปทันทีเมื่อนางพยาบาลบอกว่าน้องเอมพักอยู่ในห้องนี้ เมื่อเข้ามาแล้วหญิงสาวก็เดินปรี่เข้าไปยืนอยู่ข้างเตียงลูกรักทันทีพลางกวาดตามองลูกน้อยไปทั่วร่างจนมาหยุดสายตาอยู่ที่บาดแผลบนหน้าผากด้วยความสงสารจับใจ ร่างเล็กนอนนิ่งไม่ไหวติ่งแต่ลมหายใจยังสม่ำเสมอ หลังมือน้อยที่เธอมักจับมาจูบมาหอมเป็นประจำนั้นมีสายน้ำเกลือทิ่มอยู่ เห็นแล้วก็บาดหัวใจคนเป็นแม่ยิ่งนัก เธอสงสารลูกจนอยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกนั้นมาเกิดกับเธอแทนเหลือเกิน

หญิงสาวค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะหน้าผากลูกน้อยอย่างเบามือ น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วไหลออกมาอีกครั้ง ชาติชายเดินเข้ามาจับไหล่เพื่อนเอาไว้แล้วบีบหนักๆ อย่างให้กำลังใจ

อย่าร้องไห้สิปา น้องเอมไม่เป็นอะไรมากหรอก คุณหมอก็บอกแล้วไงว่าหน้าผากแตกหน่อยเดียวเท่านั้น

แต่น้องเอมก็ต้องเจ็บมากแน่เลยชาติ

ชาติชายไม่พูดอะไรอีก เขาเข้าใจจิตใจของเพื่อนดี ชายหนุ่มอยู่ในห้องครู่หนึ่งก่อนจะขอตัวออกไปโทรศัพท์หาคนรักและครอบครัวเพื่อบอกข่าวน้องเอมให้ทุกคนทราบ กิ่งแก้วมองร่างน้อยที่นอนนิ่งด้วยความสงสารระคนรู้สึกผิด น้องเอมต้องเจ็บมากแน่ๆ ยังเล็กเหลือเกินแต่ต้องมาเจ็บตัวเพราะความประมาทของเธอ กิ่งแก้วยังรู้สึกผิดอยู่จึงเดินเข้าไปหาปาริฉัตรแล้วยกมือไหว้ที่ไหล่หญิงสาวเพื่อขอโทษอีกครั้ง

กิ่งขอโทษค่ะพี่ปา

เอาเถอะจ้ะกิ่ง พี่ยกโทษให้ พี่รู้ว่ากิ่งไม่ได้ตั้งใจไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ อีกอย่างน้องเอมคงจะซนด้วยแหละ นี่คงจะไปปีนบันไดเล่นถึงได้ตกลงมา

ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะค่ะ ยังไงกิ่งก็ผิดอยู่ดีที่ไม่คอยดูแลให้ดี พี่ปาคะ กิ่งสัญญาว่าต่อไปนี้กิ่งจะดูแลน้องเอมให้ดี จะไม่ยอมให้เหตุการณ์อย่างวันนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาดค่ะ

ดีจ้ะปาริฉัตรยิ้มรับก่อนหันไปมองลูกน้อยด้วยแววตารักใคร่ เพราะถ้าน้องเอมเป็นอะไรไปพี่คงมีชีวิตอยู่ไม่ได้

สองสาวมองร่างน้อยที่หลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกที่มีต่อน้องเอมไม่ต่างกันเท่าไรนัก ชาติชายเดินกลับเข้ามาในห้องเมื่อโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยแล้ว

บอกข่าวกับทุกคนเรียบร้อยแล้วเหรอ ความจริงชาติไม่น่าบอกทุกคนเลยนะ จะเป็นห่วงกันไปเปล่าๆ เพราะน้องเอมก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก หญิงสาวบอกเพื่อนอย่างเกรงใจ

ลองไม่บอกสิ ชาติได้โดนงอนไปสามวันเจ็ดวัน ปาก็รู้ว่าน้องเอมเป็นที่รักของทุกคน นี่เดี๋ยวอีกประมาณครึ่งชั่วโมงคงได้รีบมากันหรอก เดี๋ยวนี้หายใจเข้าหายใจออกอะไรๆ ก็น้องเอมกันไปหมดแล้ว บางครั้งชาติชายก็อดพูดเหน็บแนมถึงคนรักและครอบครัวของตัวเองด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ แต่ถึงจะพูดเช่นนั้นทว่าใบหน้าเขากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มสุขใจ ปาริฉัตรกับกิ่งแก้วหันมายิ้มให้กันด้วยรู้ว่าเขาพูดไปอย่างนั้นเองแต่ในใจไม่ได้คิดอะไร

และก็จริงอย่างที่ชายหนุ่มว่าเพราะอีกครึ่งชั่วโมงต่อมาห้องของน้องเอมก็ได้เพิ่มสมาชิกอีกสามคน คืออลิซกับบิดามารดาของชาติชายซึ่งมาถึงไล่เลี่ยกัน และพอมาถึงปุ๊บทั้งสามคนก็รีบเข้าหาน้องเอมที่เพิ่งตื่นขึ้นมาทันที ต่างพูดจาปลอบโยนปลอบขวัญหนูน้อยกันยกใหญ่ จนปาริฉัตรต้องส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนจะหันไปพูดเล่นกับชาติชาย

นี่น้องเอมเป็นลูกใครกันแน่เนี่ย ปาเป็นแม่แท้ๆ ยังไม่ขนาดนี้เลยนะ

ทำใจเถอะปา คนมันรักมันหลงแล้วนี่

หวังว่าน้องเอมคงไม่เสียเด็กกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจหรอกนะ

สองหนุ่มสาวหัวเราะออกมาพร้อมกันเบาๆ พลางยืนมองอลิซและพ่อแม่ของชาติชายเอาอกเอาใจน้องเอมกันยกใหญ่ นี่ขนาดมีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงนะทั้งสามคนยังมีของติดไม้ติดมือกันมาฝากเอาใจคนเจ็บอีก ปาริฉัตรรู้สึกปลื้มใจแทนลูกรักเหลือเกินที่มีคนรักเอาใจขนาดนี้ อย่างน้อยก็ยังมีคนต้องการเธอกับลูกอยู่ไม่เหมือนกับ...

พอคิดถึงใครอีกคนขึ้นมาหัวใจที่เคยคิดว่าด้านชาแล้วก็เจ็บปวดขึ้นมาทันที เธอพยายามข่มความรู้สึกเอาไว้แล้วเพียรบอกกับตนเองว่าควรลืมมันไปได้แล้ว และเธอควรมีความสุขอยู่กับปัจจุบันและอนาคตข้างหน้ามากกว่าที่จะมาคิดถึงอดีตที่เลวร้ายอีก

 

เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวในห้องคนไข้เด็กหญิงที่เขาเพิ่งทำการรักษาเมื่อสองชั่วโมงก่อนทำให้หมอนิรุตน์รู้สึกแปลกใจ และยิ่งแปลกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อภาษาที่ได้ยินนั้นเป็นภาษาไทย เป็นคนไทยด้วยกันนี่เอง หมอนิรุตน์อมยิ้มก่อนจะเปิดประตูเข้าไปโดยมีนางพยาบาลเดินตามหลังมา คนในห้องหันมามองทางคุณหมอหน้าตี๋ผิวขาวจัดเป็นตาเดียวกัน จากนั้นค่อยๆ หลีกทางให้พร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนๆ ให้

สวัสดีครับทุกคนหมอหนุ่มทักทายออกไปก่อนเป็นภาษาไทยชัดแจ๋ว

คุณหมอพูดไทยได้หรือคะปาริฉัตรถามอย่างแปลกใจ

ครับ ก็ผมเป็นคนไทยนี่นาหมอนิรุตน์ตอบเสียงกลั้วหัวเราะ

พวกเราคิดว่าคุณหมอเป็นคน จีน ญี่ปุ่นหรือไม่ก็เกาหลีซะอีกครับชาติชายกล่าวอย่างเขินนิดๆ ที่ทายผิด

หมอนิรุตน์หัวเราะอีกครั้งอย่างอารมณ์ดีพลางบอกเสียงนุ่ม ผมไม่แปลกใจหรอกครับเพราะใครเห็นผมก็มักจะคิดเช่นนั้นเสมอ ผมเป็นคนไทยครับแต่มีเชื้อสายจีนปะปนอยู่ด้วยก็เลยหน้าตาออกมาแบบนี้ ยินดีอย่างยิ่งเลยครับที่ได้พบคนไทยเหมือนกันที่นี่ ผมชื่อนิรุตน์ครับ หมอหนุ่มยื่นมือออกไปสัมผัสกับชาติชายที่ยื่นมือออกมาทักทายกัน

ผมชาติชายครับ นี่ปาริฉัตร กิ่งแก้ว ส่วนนี่อลิซแฟนผมและนั่นก็คุณพ่อคุณแม่ของผมครับ

หมอนิรุตน์ทำความรู้จักกับทุกคนอย่างเบิกบานก่อนจะขอตรวจสุขภาพน้องเอมที่นั่งมองตาแป๋วอยู่บนเตียง หมอหนุ่มส่งยิ้มทักทายเป็นด่านแรกแก่เด็กน้อย น้องเอมยังนั่งนิ่งมองคุณหมอตาไม่กะพริบก่อนจะค่อยๆ เปิดรอยยิ้มน่ารักให้เมื่อรู้สึกวางใจ

น้องเอมใช่ไหมครับ

เด็กหญิงพาศิกรพยักหน้ารับให้เป็นคำตอบ

น้องเอมรู้สึกปวดหัวไหมครับ

น้องเอมหยุดคิดไปครู่ก่อนจะพยักหน้า แต่อีกสักครู่ก็ส่ายหน้าเสียแล้ว

อ้าว...หมอนิรุตน์อุทานหน้าเหลอหลา ส่วนทุกคนในห้องพากันหัวเราะกับความน่ารักของน้องเอมที่ตอนนี้กำลังอายม้วนอยู่ หมอหนุ่มจึงส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยนพลางเอ่ยกับเด็กน้อยเสียงนุ่ม

ไม่เป็นไร งั้นอาหมอขอตรวจอาการหน่อยนะครับ เอาละคนเก่งนอนลงสิคะ คุณหมอแทนตัวเองกับหนูน้อยว่าอา น้องเอมพยักหน้ารับแล้วนอนลงให้คุณหมอตรวจอย่างว่าง่ายทำให้หมอนิรุตน์รู้สึกเอ็นดูมากยิ่งขึ้น และหลังจากตรวจอาการของน้องเอมเรียบร้อยแล้วหมอหนุ่มก็หันมาพูดกับปาริฉัตรและชาติชายที่เขาเข้าใจว่าเป็นพ่อแม่ของเด็ก

ไม่ต้องกังวลอะไรมากนะครับคุณพ่อคุณแม่ อาการทั่วไปของน้องเอมปกติดี แต่หมออยากให้นอนรอดูอาการสักวันสองวันก่อนเผื่อแกจะปวดหัวและอาจจะมีไข้ขึ้นมา

ค่ะคุณหมอ ขอบคุณนะคะ

ปาริฉัตรยกมือไหว้ขอบคุณเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงมีอายุมากกว่าเธอ หมอนิรุตน์ยกมือรับไหว้โดยมีรอยยิ้มอ่อนโยนติดใบหน้าอยู่เสมอ คุณหมอหนุ่มเพิ่งจะได้มองหน้ามารดาของน้องเอมเต็มๆ ตาก็ครั้งนี้เอง แล้วจู่ๆ ความรู้สึกบางอย่างก็เกิดขึ้นทว่าไม่ใช่ถูกตาต้องใจอย่างฉันชู้สาว แต่เป็นความรู้สึกของคนที่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ยิ่งมองนานๆ ก็ยิ่งเหมือนกับว่ารู้จักกัน

หมอนิรุตน์รู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้เอามากๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนแต่จำไม่ได้ และความที่โดนจ้องหน้านานไปรอยยิ้มของหญิงสาวจึงจางลงเปลี่ยนเป็นอาการของความสงสัยเข้ามาแทนที่ เธอรอให้คุณหมอเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนเผื่อมีอะไรข้องใจจะคุยกับเธอ แต่ก็รออยู่นานจึงได้ตัดสินใจถามออกไป

คุณหมอคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ

ชายหนุ่มยังคงจ้องหน้าหญิงสาวนิ่ง คิ้วเริ่มขมวดมุ่นอย่างเห็นได้ชัด

ปาริฉัตรหันไปมองหน้าเพื่อนชายที่กำลังมองเธอสลับกับคุณหมออยู่เหมือนกันเพื่อขอให้ช่วย

คุณหมอครับ มีอะไรกับปาเขาหรือเปล่าครับ

อ๋อ...หมอนิรุตน์ยิ้มแก้เก้อพลางยกมือเกาศีรษะด้วยความเคยชิน ผมแค่คุ้นหน้าคุณปาน่ะครับเขาเรียกชื่อเล่นของเธอตามที่ได้ยินจากชาติชาย แต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นหน้าที่ไหนก็เลยเผลอจ้องนานไปหน่อย

อย่างนั้นเองหรือคะ ดิฉันคิดว่าคุณหมอมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับน้องเอมจะบอกเสียอีก

คงเคยเห็นที่นี่มั้งคะคุณหมอ เพราะเมื่อเดือนที่แล้วถ้าจำไม่ผิดพวกเราก็เคยมาเยี่ยมญาติที่นี่เหมือนกัน ตอนนั้นพี่ปาก็มาด้วยอลิซตั้งข้อสังเกตซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย

นั่นสิครับ ผมคิดว่าคงเป็นอย่างที่อลิซว่า

คงเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้างั้นหมอขอตัวก่อนนะครับยังต้องไปตรวจคนไข้รายอื่นๆ ต่ออีกหมอนิรุตน์เอ่ยขอตัวเหมือนไม่ติดใจอะไรอีกแต่ความจริงในใจยังไม่กระจ่างดี เขาไม่ได้รู้สึกว่าเคยเห็นหน้าเธอที่นี่หรอก เขารู้สึกว่าเคยเห็นหน้าปาริฉัตรที่ไหนมาก่อนหน้านี้นานแล้วมากกว่า คุณหมอหนุ่มคิดไม่ตกในเรื่องนี้แต่ก็ต้องสลัดมันทิ้งไปก่อนเพราะเขายังมีงานรออยู่


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

3 ความคิดเห็น