ตอนที่ 3 : บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

ปาริฉัตรถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ สี่ปีได้แล้วสินะ มันช่างเป็นเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน แต่ความรู้สึกของเธอเหมือนกับเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง หญิงสาวหันกลับไปมองลูกรักอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วก้มลงจูบแก้มนิ่มนั้นเบาๆ อย่างรักใคร่

พงศกรไม่รู้เลยว่าการกระทำเพราะความโกรธของเขาในครั้งนั้นได้สร้างเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาขึ้นมาใหม่ให้แก่เธอ ตอนที่เธอรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์นั้นเธอตกใจมากทว่าก็ดีใจมากด้วยเช่นกันเพราะอย่างน้อยเธอก็มีตัวแทนของเขาอยู่ใกล้ๆ ทำให้ชีวิตที่อับเฉาของเธอมีค่ามีความหมายขึ้นมาทันที ไม่ต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอีกต่อไป

โชคดีที่เธอได้ครอบครัวของชาติชายช่วยเหลือจึงผ่านช่วงเวลาที่แสนยากลำบากมาได้ ความที่เคยแท้งลูกมาก่อนทำให้เธอหวาดกลัวระคนวิตกกังวลไปสารพัด เรียกได้ว่าตอนท้องนั้นเธอแทบจะไม่กล้าเดินเหินไปไหนเลยหากไม่มีใครคอยช่วยพยุง แม้แต่บันไดเธอก็ยังไม่กล้าเดินขึ้น หนักกว่านั้นคือไม่กล้าแม้แต่จะเดินเฉียดเข้าไปใกล้เลยด้วยซ้ำเพราะภาพเหตุการณ์ร้ายๆ จะคอยตามมาหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่ครอบครัวของเพื่อนรักเข้าใจและช่วยให้เธอผ่านความยากลำบากนี้มาได้

ปาริฉัตรรู้สึกซาบซึ้งและตื้นตันใจในน้ำใจของครอบครัวชาติชายเหลือเกิน เขายอมรับเป็นพ่อให้ลูกของเธอทั้งที่เธอไม่เคยร้องขอ ส่วนพ่อแม่ของเขาก็ให้ความเอ็นดูเธอเสมือนลูกสาวคนหนึ่ง มิหนำซ้ำยังรักลูกของเธอเหมือนหลานในไส้อีกด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอเปรียบเหมือนฟ้าหลังพายุฝนไม่มีผิด จากชีวิตที่เคยสิ้นหวังจากแผ่นดินเกิดกับสว่างสดใสขึ้นในแผ่นดินที่มาอยู่อาศัยทำกิน เธอไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจรวมถึงความรักความเมตตาที่ครอบครัวนี้มอบให้เธออย่างไรดีถึงจะสาสมกับที่เธอได้รับมา

หญิงสาวหลุดจากภวังค์ความคิดเมื่อเห็นลูกน้อยขยับตัวพลิกไปอีกด้านหนึ่ง เธอมองลูกน้อยด้วยสายตาเปี่ยมรักพลางอดนึกถึงผู้เป็นพ่อของลูกไม่ได้ ในเมื่อพงศกรไม่รู้ว่ามีน้องเอมอยู่บนโลกใบนี้เขาก็จะต้องไม่รู้ต่อไป เธอจะไม่ยอมเสี่ยงที่จะเสียลูกไปอย่างเด็ดขาด เธอจะไม่ยอมให้ใครมาพรากลูกไปจากอกเธอได้แม้ว่าคนๆ นั้นจะเป็นพ่อแท้ๆ ของแกก็ตาม

ปาริฉัตรยังจำคำพูดของตัวเองที่เคยพูดกับชาติชายตอนที่ยังอยู่เมืองไทยเมื่อตัดสินใจจะมาอยู่ที่อังกฤษได้เป็นอย่างดี ไปอยู่ที่โน่นแล้วปาจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปาจะไม่ขอเจ็บอยู่แบบนี้อีกแล้วชาติ ถึงแม้มันจะยากแต่ปาก็จะทำให้ได้ ตอนนี้เธอทำได้แล้ว ถึงแม้จะเพียงน้อยนิดก็ตามแต่ก็ยังดีกว่าตอนแรกมากมายนัก

หญิงสาวถอนใจออกมาอีกเฮือกแล้วเดินออกจากห้องนอนของลูกสาวไป เธอเดินลงบันไดไปยังชั้นล่างทั้งที่ตอนนี้เพิ่งจะตีสี่ไปเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง การที่ปาริฉัตรลงมาด้านล่างในตอนนี้ก็เพื่อที่จะลงไปทำความสะอาดห้องครัวและภายในบริเวณบ้านนั่นเอง เธอมักจะทำแบบนี้ทุกครั้งที่ตื่นจากฝันร้าย การได้ทำอะไรที่มันเหนื่อยๆ หนักๆ ทำให้เธอไม่มีเวลามาคิดถึงเรื่องอดีตให้ฟุ้งซ่าน ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้ผลค่อนข้างดีทีเดียวสำหรับเธอ

 

แม้เวลาจะล่วงเลยไปดึกพอสมควรแล้วทว่ารถยนต์บนท้องถนนในเมืองหลวงของประเทศไทยก็ยังมีแล่นให้เห็นเต็มไปหมด ถนนบางสายถึงขนาดรถติดเลยทีเดียว แต่ก็คงไม่แปลกอะไรเพราะที่นี่คือกรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรอันงดงามที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและตึกรามบ้านช่อง เมืองที่มีรถติดมากที่สุดติดอันดับของโลกกันเลยทีเดียว

ณ ร้านอาหารมีชื่อที่อยู่ติดริมถนนแห่งหนึ่ง ภายในร้านถูกตกแต่งอย่างงดงามมีระดับสมฐานะของผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ตรงโต๊ะริมหน้าต่างเกือบด้านในสุดของร้านปรากฏร่างชายหนุ่มสามคนนั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกัน สีหน้าของหนึ่งในนั้นช่างดูเคร่งเครียดระคนผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดขณะที่กำลังนั่งฟังคำรายงานจากชายอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ส่วนชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ผู้ที่มีสีหน้าเคร่งเครียดนั้นมีเพียงแค่ความผิดหวังแกมเห็นใจฉายออกมาให้ได้เห็นเท่านั้น จวบจนเวลาล่วงเลยผ่านไปพักใหญ่ทั้งสามคนก็ลุกขึ้นเดินออกจากร้านมาแล้วแยกย้ายกันไป

สองหนุ่มแยกมาขึ้นรถด้วยกัน ขณะที่ตัวรถแล่นออกไปตามท้องถนนนั้น บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทเพราะไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำเดียว พงศกรนั่งหันหน้ามองออกไปนอกกระจกรถ สายตาคมกริบนั้นทอดมองไปยังข้างทางอย่างไร้จุดหมายพลางคิดอย่างปวดร้าวอยู่ในใจ เกือบสี่ปีแล้วสินะที่เขาเฝ้าเพียรพยายามตามหาอดีตภรรยาแต่ก็ยังไร้วี่แววที่จะได้พบเหมือนเดิม สี่ปีที่ผ่านมาเขาหมดเงินไปไม่ใช่น้อยๆ เลยทว่าเขาก็ไม่เคยสนใจ ขอเพียงแค่ให้ได้เจอผู้เป็นดวงใจเท่านั้นก็พอ

คุณไปอยู่ที่ไหนนะปา ขอให้ผมได้เจอคุณอีกสักครั้งจะได้ไหม ผมอยากขอโทษคุณ ผมคิดถึงคุณเหลือเกินชายหนุ่มพึมพำออกมาด้วยความปวดใจ

 

กิ่งแก้ว พี่เลี้ยงสาวโสดของลูกสาวปาริฉัตรเดินลงบันไดมาจากชั้นบน หลังจากที่เข้าไปดูน้องเอมที่ห้องนอนว่าตื่นแล้วหรือยัง เมื่อหญิงสาวเดินลงมาก็ได้ยินเสียงกุกกักๆ ดังขึ้นมาจากในห้องครัว กิ่งแก้วหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปดูจึงพบนายจ้างของตนเองกำลังขะมักเขม้นเช็ดถูเคาน์เตอร์ทำครัวอยู่

คุณปาทำอะไรคะ พอเถอะค่ะ ให้กิ่งทำเถอะ

ไม่ต้องหรอกจ้ะ ฉันทำใกล้จะเสร็จอยู่แล้ว

ปาริฉัตรเงยหน้าขึ้นแล้วหันมายิ้มสดใสให้ลูกจ้างสาวที่ทำงานกับเธอมาหลายปีแล้ว กิ่งแก้วยิ้มตอบก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอาใจทว่าภายในใจกลับนึกชื่นชมอีกฝ่าย ความใจดีมีเมตตาต่อคนพลัดถิ่นเกิดที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทำให้ลูกจ้างสาวรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก

ปาริฉัตรปฏิบัติต่อเธอเปรียบดังญาติพี่น้องมากกว่าที่จะเป็นนายจ้างลูกจ้างเท่านั้น มันทำให้เธออบอุ่นใจจนไม่รู้สึกอ้างว้างเมื่อต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเช่นนี้ ก่อนที่หญิงสาวจะมาทำงานเป็นพี่เลี้ยงของน้องเอมนั้นได้เคยทำงานอยู่ในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งมาก่อนตามคำแนะนำของเพื่อน ตอนแรกกิ่งแก้วไม่เคยคิดจะมาทำงานในต่างแดนเลยแต่เมื่อสิ้นยายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กไป เธอจึงตัดสินใจลองมาเผชิญโลกกว้างดูเพราะไม่มีห่วงอะไรอีกแล้ว

ช่วงแรกที่มาทำงานนั้นไม่มีอะไรให้ต้องหนักใจเลยเธอจึงคิดว่าคงจะทำงานอยู่ที่นี่ได้อีกนานและคงจะสามารถเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งกลับเมืองไทย ทว่าสุดท้ายก็ไม่เป็นดังเช่นที่คิดไว้เพราะดันมีเรื่องอื้อฉาวขึ้นมาซะก่อนทำให้เธอต้องออกจากงานที่ทำอยู่ทันที

ต้นเหตุของเรื่องก็คือสามีของเจ้าของร้านนั่นเองที่เกิดมาทำเจ้าชู้ก้อร่อก้อติกกับเธอ ซึ่งเธอไม่ได้เล่นด้วยเลยแต่กลับถูกภรรยาของเขากล่าวหาว่าไปให้ท่าและคิดจะแย่งสามี แม้จะไม่ได้ทำเช่นที่โดนกล่าวหาแต่ก็ไม่อาจหาความยุติธรรมให้ตัวเองได้ เพื่อนที่พามาทำงานด้วยก็ช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน เธอจึงจำต้องออกจากงานและตระเวนหางานทำซึ่งก็หาไม่ได้เพราะความรู้เท่าหางอึ่งใครจะจ้างให้เปลืองเงิน จะไปสมัครงานเป็นลูกจ้างร้านอาหารที่อื่นก็ไม่มีใครรับ เนื่องจากเจ้าของร้านคนเก่าเล่นป่าวประกาศปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงจนเธอเสียหายไปหมดแล้ว

กิ่งแก้วเคยคิดว่านี่หรือคนไทยที่ต่างชาติกล่าวขานกันว่ามีน้ำใจที่สุดแต่ความจริงแล้วกลับแล้งน้ำใจและเห็นแก่ตัวเป็นที่สุดต่างหาก ขนาดคนชาติเดียวกันแท้ๆ ยังทำร้ายกันได้ลงคอ หญิงสาวจำได้ว่าตัวเองเดินหางานจนเป็นลมไปดีทว่าปาริฉัตรอยู่แถวนั้นพอดีจึงช่วยเธอเอาไว้ ด้วยหน้าตาท่าทางใจดีและเป็นคนไทยเหมือนกันทำให้เธอเผลอระบายความอัดอั้นที่อยู่ในใจออกมาทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน และเพราะความสงสารของปาริฉัตรแท้ๆ เธอถึงได้มาทำงานเป็นพี่เลี้ยงดูแลลูกสาวให้อีกฝ่ายจนถึงทุกวันนี้

คุณปาเล่นทำงานบ้านหมดแล้วอย่างนี้กิ่งจะทำอะไรล่ะคะนอกจากหน้าที่พี่เลี้ยงแล้วกิ่งแก้วยังช่วยปาริฉัตรทำงานบ้านทุกอย่างด้วยเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของอีกฝ่ายและตอบแทนที่ให้ที่อยู่ที่กินกับเธอฟรีๆ บ้านหลังนี้ไม่มีแม่บ้านมาทำความสะอาดเพราะไม่ได้จ้าง เนื่องจากว่าบ้านหลังนี้ไม่ใหญ่มากนักสามารถช่วยกันทำความสะอาดได้ไม่ยาก

ปาริฉัตรที่กำลังเช็ดถูอยู่หันมายิ้มให้ ก่อนจะหันไปทำงานต่อโดยไม่พูดอะไร

วันนี้คุณปาตื่นเช้าจังนะคะพี่เลี้ยงน้องเอมชวนคุยอีกแต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดเช่นนี้ออกไป คุณปาของเธอคงจะฝันร้ายอีกตามเคยถึงได้ตื่นแต่เช้าลุกขึ้นมาทำความสะอาดบ้านแบบนี้ ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมานานหลายปีและถูกชะตากันเป็นอย่างมากทำให้ทั้งสองคนต่างไว้วางใจซึ่งกันและกันจนสามารถเล่าเรื่องส่วนตัวให้กันฟังได้ นึกแล้วเธอก็อยากเห็นหน้าอดีตสามีของคุณปานัก อยากรู้นักว่าคนใจร้ายอย่างนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร และอยากรู้เหลือเกินว่าตอนนี้เขาจะหายโง่แล้วหรือยังและนึกเสียดายที่ปล่อยให้คนดีๆ อย่างคุณปาหลุดลอยไปไหม

ก็เป็นเหมือนเดิมจ้ะน้ำเสียงของคนตอบอ่อนลงพร้อมกับแววตาที่หม่นแสง ทว่าชั่ววินาทีก็เลือนหายไปกลับมาเปล่งประกายสดใสเหมือนเดิมเมื่อพูดถึงลูกสาวสุดที่รัก แล้วน้องเอมล่ะจ๊ะ ตื่นแล้วหรือยัง

ยังเลยค่ะ กิ่งว่าคุณปาไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะค่ะ เดี๋ยวที่เหลือกิ่งจะจัดการต่อเอง

ก็ได้จ้ะ ฉันไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนแล้วกัน แล้วจะลงมาทำอาหารเช้าให้น้องเอมทาน ปาริฉัตรพยักหน้าอย่างเห็นด้วยพลางรามือจากงานที่ทำอยู่

ค่ะ

อ้อ พี่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าให้กิ่งเรียกพี่ว่าพี่ปาก็ได้ไม่ต้องเรียกว่าคุณหรอก เราไม่ใช่ญาติแต่ก็เหมือนญาติกันนะ เรียกธรรมดาก็พอ

กิ่งแก้วมองคนพูดน้ำตาคลอก่อนจะรับคำด้วยความซาบซึ้งใจ ค่ะคุณ...เอ๊ย! พี่ปา แหมมันติดปากแล้วนี่คะ หญิงสาวรีบแก้คำแล้วบอกเสียงอ่อยๆ เมื่อเห็นสายตาดุๆ คาดโทษจากนายจ้างสาว

ไม่เป็นไรจ้ะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้ แต่กิ่งจำไว้นะจ๊ะว่าพี่กับน้องเอมคิดว่ากิ่งเป็นคนหนึ่งในครอบครัวของเราเสมอ กิ่งแก้วน้ำตาคลอ ปาริฉัตรเห็นเข้าก็ดุใส่เล่นๆ ด้วยความเอ็นดู อ้าว อะไรกันจ๊ะกิ่ง พี่พูดแค่นี้ถึงกับร้องไห้เลยเหรอ ไม่เอาน่า ร้องไห้ทำไมกัน เธอควรจะยิ้มสิ

ขอบคุณนะคะพี่ปา ขอบคุณที่เมตตาคนอย่างกิ่ง        

ทำไมพูดแบบนี้ละกิ่ง พูดเหมือนกับว่ากิ่งไม่ใช่คนอย่างนั้นแหละ ฟังไว้นะกิ่ง คนเราถึงจะจนจะรวยก็คนเหมือนกัน อย่าดูถูกตัวเองว่าต่ำต้อยอีกหากไม่อยากให้ใครคิดดูถูกเหมือนกัน เข้าใจไหม

ค่ะ...พี่ปา กิ่งดีใจที่สุดเลยที่ตัดสินใจมาที่นี่ทำให้ได้มาเจอคนดีๆ อย่างพี่ปา ตั้งแต่ยายตายกิ่งก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้วแต่ตอนนี้กิ่งคิดว่ากิ่งมีญาติพี่น้องแล้วค่ะ กิ่งไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว

ดีแล้วจ้ะที่คิดได้แบบนี้ เพราะกิ่งคือน้องสาวของพี่จำเอาไว้

ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมีความสุข ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นจากคนแปลกหน้าจนกลายมาเป็นสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าญาติพี่น้องบางครอบครัวเสียอีก ปาริฉัตรเดินขึ้นชั้นบนไปยังห้องของตัวเองเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงาน หญิงสาวทำงานเป็นเลขาของชาติชาย ทุกวันเขาจะแวะมารับเธอไปทำงานด้วยกันเพราะบ้านของชายหนุ่มอยู่ทางเดียวกับบ้านของเธอ

แรกๆ เธอก็ห้ามเขา ไม่อยากให้เพื่อนมารับมาส่งทุกวันแม้เหตุผลจะฟังขึ้นก็ตาม เพราะมันดูไม่ดีที่เธอมีอภิสิทธิ์เหนือพนักงานคนอื่นๆ  ทว่าก็ขัดใจเพื่อนไม่ได้เธอจึงต้องปล่อยเลยตามเลยไป ปาริฉัตรรู้ดีว่าชาติชายหวังดีไม่อยากให้เธอต้องลำบาก แต่เธอนั้นไม่อยากตกเป็นหัวข้อสนทนาให้ใครเอาไปนินทาเล่น ถึงแม้เราจะบริสุทธิ์ใจแต่คนที่เห็นและไม่รู้จักเราดีพอก็อาจคิดเลยเถิดไปไกลได้ ตอนแรกเธอยอมรับว่าเครียดมากทว่าตอนนี้เธอรู้สึกเฉยๆ ไปแล้วและไม่กังวลกับเรื่องนี้อีก เนื่องจากเธอทำตามคำที่ชาติชายเคยบอกไว้

ใครจะพูดจะคิดยังไงก็ช่างเขาเถอะปาอย่าไปสนใจเลย ในเมื่อเรารู้อยู่แก่ใจตัวเองดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ อย่าให้คำพูดหรือความคิดของคนอื่นที่ไม่มีความสำคัญกับเรามาทำให้เราพลาดโอกาสในสิ่งที่ตั้งใจจะทำสิ สิ่งที่เราต้องการมันได้มาจากการกระทำของเราเองไม่ใช่ได้มาจากคำพูดของคนอื่นหรอกนะปา

เพราะคำพูดของเพื่อนนี่แหละที่ทำให้เธอเลิกกังวล และจะว่าเธอโชคดีด้วยก็ว่าได้ที่ได้ร่วมงานกับคนดีๆ ที่ตั้งใจทำงานมากกว่าจะมาจ้องจับผิดคนอื่น เธอจึงทำงานได้อย่างสบายใจและมีความสุข ทุกคนในบริษัทต่างคิดกันไปเองว่าเธอเป็นแฟนของชาติชายเนื่องมาจากความสนิทสนมกันมากเป็นพิเศษนั่นเอง มิหนำซ้ำเขาก็ยังดูแลเอาใจใส่เธอมากกว่าพนักงานคนอื่นๆ ด้วยจึงทำให้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแฟนกันอย่างช่วยไม่ได้

ปาริฉัตรพยายามบอกกับทุกคนแล้วว่าไม่ใช่แต่ก็ไม่มีใครเชื่อเธอจึงไม่พูดไม่อธิบายอะไรอีก เพราะเธอถือว่าได้บอกความจริงกับทุกคนไปแล้วอยู่ที่ว่าจะเชื่อกันหรือไม่เท่านั้น เธอจะไม่พูดซ้ำๆ ซากๆ เหมือนเป็นการแก้ตัวหรอก และกว่าทุกคนจะเชื่อได้ว่าเธอกับชาติชายไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ ก็เมื่อชายหนุ่มมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วนั่นแหละ ทุกคนถึงได้เชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นแฟนเขา

อลิซ...แฟนสาวของชาติชายเข้ากับเธอได้ดี อีกฝ่ายเป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษจึงเข้ากันได้ง่ายเพราะอลิซมีความเป็นไทยในตัวเองสูงกว่าสายเลือดอีกครึ่งหนึ่ง การวางตัวการพูดการจาก็ดีและรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยเป็นอย่างดีด้วย แถมยังมีความมั่นใจในตัวเองสูงกล้าคิดกล้าแสดงออก พูดเก่ง ร่าเริงแจ่มใสในแบบของตัวเอง ปาริฉัตรจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชาติชายถึงได้หลงรักผู้หญิงคนนี้ รักมากด้วยเพราะเธอไม่เคยเห็นเพื่อนสนใจและแคร์ใครมากเท่านี้มาก่อนเลย

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็เดินลงมาที่ห้องครัวอีกครั้งแต่ก็ไม่เห็นกิ่งแก้วแล้ว คิดว่าอีกฝ่ายคงขึ้นไปดูลูกสาวของเธอเป็นแน่ หญิงสาวเดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่แล้วลงมือทำอาหารเช้าให้ทุกคนทาน เธอมักจะทำอาหารเองอยู่เสมอยกเว้นไม่ว่างจริงๆ ก็จะให้กิ่งแก้วเป็นคนทำ

อาหารที่มักจะทำทานส่วนมากเป็นอาหารไทยเพราะมันเป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้เธอสัมผัสได้ว่าตัวเองเป็นคนไทยนอกจากภาษาที่พูด ปาริฉัตรทำอาหารไทยให้ลูกสาวกินบ่อยๆ เพื่อปลูกฝังความเป็นไทยทางหนึ่งให้แก่ลูก แต่บางวันเธอก็เปลี่ยนไปทำอาหารแบบฝรั่งหรือแบบจีนให้กินบ้างเหมือนกันเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นการเปลี่ยนรสชาติให้หลากหลายมากขึ้น

เธอมักจะสรรหาของกินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสมองของเด็กมาให้ลูกกินเสมอเพื่อที่ลูกของเธอจะได้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์และฉลาด เช้านี้หญิงสาวเลือกทำข้าวต้มกุ้งให้ทุกคนทาน เมื่อปรุงเสร็จแล้วก็ตักใส่ถ้วยทั้งสามใบจากนั้นก็ยกใส่ถาดแล้วนำออกไปวางไว้บนโต๊ะรับประทานอาหารทรงสี่เหลี่ยมไม่ใหญ่มากนักที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งก็เป็นเวลาที่กิ่งแก้วอุ้มน้องเอมเดินลงบันไดมาพอดี

ปาริฉัตรหันไปส่งยิ้มให้ลูกน้อยด้วยความเอ็นดูรักใคร่เมื่อลูกรักร้องเรียกแม่จ๋าๆ และทำท่าจะโผเข้าหาเธอ หญิงสาวจึงเดินเข้าไปรับร่างน้อยมาอุ้มไว้ในวงแขนก่อนจะหอมแก้มอิ่มของคนตัวเล็กทั้งซ้ายและขวาฟอดใหญ่ด้วยความชื่นใจ

หอมจัง แก้มใครน้าห๊อม...หอม

น้องเอมหัวเราะชอบใจ พลางยื่นแก้มอิ่มให้ผู้เป็นแม่หอมอีกครั้งอย่างภูมิใจ

ปาริฉัตรและกิ่งแก้วหัวเราะกับการกระทำอันไร้เดียงสาของหนูน้อย ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะก้มลงหอมแก้มอิ่มอีกครั้งจากนั้นก็วางร่างลูกน้อยลงบนเก้าอี้

ทานข้าวเช้านะคะน้องเอม วันนี้แม่ทำข้าวต้มกุ้งของโปรดของน้องเอมเลยนะ

กุ้งๆ น้องเอมจะกินกุ้งเด็กน้อยปรบมือพร้อมกับร้องบอกผู้เป็นแม่เสียงใส

กินกุ้งอย่างเดียวไม่ได้นะคะน้องเอม จะต้องกินข้าวตามด้วยนะคะ

หญิงสาวตักกุ้งที่หั่นเป็นชิ้นน้อยๆ พอคำให้ลูกสาวทาน น้องเอมอ้าปากรับอย่างไม่เกี่ยงงอนแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างน่าเอ็นดู ปาริฉัตรตักขึ้นมาอีกช้อนจะป้อนลูกน้อยแต่กิ่งแก้วกับเอ่ยท้วงไว้

ให้กิ่งป้อนน้องเอมดีกว่าค่ะ พี่ปาทานของตัวเองเถอะค่ะเดี๋ยวจะไปทำงานสาย

ก็ได้จ้ะ น้องเอมคะให้พี่กิ่งป้อนนะลูก

น้องเอมมองแม่ตาแป๋วพลางพยักหน้าให้

หญิงสาวยกมือขึ้นลูบศีรษะลูกสาวอย่างเอ็นดู น้องเอมเป็นเด็กดีน่ารักว่านอนสอนง่ายและไม่เคยทำให้เธอลำบากใจแม้แต่น้อยตั้งแต่เกิดมา เธอโชคดีเหลือเกินที่มีลูกสาวอย่างน้องเอม ปาริฉัตรก้มลงจูบหน้าผากลูกรักเบาๆ แล้วลงมือทานข้าวต้มในชามตัวเองจนกระทั่งหมดจึงบอกกิ่งแก้วว่าเธอจะเป็นคนป้อนน้องเอมต่อเองเพื่อให้กิ่งแก้วได้ทานข้าวของตัวเองบ้าง เธอจัดการป้อนข้าวลูกจนหมดชามก็ลุกขึ้นไปหยิบขวดนมในตู้เย็นมารินใส่แก้วให้ลูกน้อยดื่มซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ได้ยินเสียงรถเข้ามาจอดหน้าบ้านพอดี

และเพียงไม่นานชายหนุ่มผิวขาว ใบหน้าหวานราวกับผู้หญิงก็เดินส่งยิ้มให้มาแต่ไกลขณะเดินเข้ามาในบ้านโดยที่เจ้าของบ้านไม่ต้องเอ่ยเชื้อเชิญอย่างคนที่คุ้นเคยกันดี น้องเอมวางแก้วนมที่ดื่มพร่องไปเพียงครึ่งแก้วลงแล้วส่งยิ้มแป้นที่ใครๆ เห็นเป็นต้องหลงรักและอดที่จะยิ้มตอบด้วยความเอ็นดูไม่ได้ให้กับชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่ทันที

พ่อชาติจ๋า...

จ๋า...อรุณสวัสดิ์ค่ะน้องเอม มามะมาหอมแก้มพ่อหน่อยเร็ว เดี๋ยวพ่อไม่มีกำลังใจทำงานนะจ๊ะ ชาติชายเดินเข้ามาอุ้มร่างน้อยที่อ้าแขนรออยู่แล้ว ชายหนุ่มอุ้มน้องเอมไว้แนบอกก่อนจะดันร่างน้อยออกห่างเล็กน้อยแล้วทำแก้มป่องๆ ให้หอมซึ่งหนูน้อยก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จมูกกับริมฝีปากจิ้มลิ้มกดลงบนแก้มป่องๆ ของคนที่โอบอุ้มเสียงดังจ๊วบตามแบบที่ชาติชายเคยทำให้เห็นบ่อยๆ ทันที แถมพอหอมเสร็จก็ไม่ยอมเสียเปรียบจึงยื่นแก้มของตัวเองให้อีกฝ่ายหอมบ้าง ทุกคนเลยพากันหัวเราะชอบใจกับการกระทำอันไร้เดียงสาของน้องเอมยกใหญ่

ชาติชายเองก็ไม่ทำให้ลูกน้อยผิดหวัง เขาหอมแก้มอิ่มนั้นฟอดใหญ่พร้อมกับทำเสียงจ๊วบๆ เหมือนที่เด็กน้อยทำไม่มีผิด มิหนำซ้ำเขายังใช้หนวดเคราที่เพิ่งขึ้นใหม่ๆ มาถูไถไปตามแก้มและลำคอของลูกสาวเล่นด้วยความมันเขี้ยวด้วย เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากน้องเอมได้พักใหญ่

ชายหนุ่มหัวเราะตามด้วยความรู้สึกสุขใจที่ได้ยินเสียงหัวเราะสดใสของน้องเอม ความน่ารัก ช่างพูดคุยออดอ้อนของหนูน้อยพาศิกรทำให้เขาหลงรักจนหมดหัวใจเลยทีเดียว ทว่าไม่ใช่เขาคนเดียวหรอกนะที่รู้สึกเช่นนี้ แม้แต่บิดามารดาของเขาและอลิซ ทุกคนต่างหลงรักน้องเอมจนหมดหัวใจอย่างไม่มีข้อแม้ และเขาก็เชื่อว่าคนอื่นที่ได้รู้จักพบปะน้องเอมก็จะต้องหลงรักและเอ็นดูหนูน้อยเหมือนกันแน่

ตอนนี้คนรักของเขาก็หลงรักน้องเอมจนหัวปักหัวปำไปแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้เรียกหาแต่น้องเอมเท่านั้น พอถึงวันหยุดทีไรก็ต้องมาคลุกตัวอยู่กับเด็กน้อยทั้งวันจนแทบจะแย่งปาริฉัตรกับกิ่งแก้วเลี้ยงไปแล้ว

เขากับอลิซเคยคิดกันเล่นๆ ว่าถ้าแต่งงานกันแล้วมีลูกก็อยากให้ลูกออกมาน่ารักและนิสัยดีเหมือนน้องเอม ซึ่งถ้าได้ตามที่ขอพวกเขาคงจะมีความสุขมากที่สุดในโลกเลยทีเดียว ตัวเขาเองนั้นตอนนี้ก็เป็นพ่อของน้องเอมแค่ในทะเบียนเท่านั้น พูดตรงๆ ก็พ่อบุญธรรมนั่นแหละ

การที่เขารับเป็นพ่อเด็กก็เพราะสงสารเพื่อนและไม่อยากให้หลานที่กำลังจะเกิดมามีปมด้อย เขาจึงรับเป็นพ่อเด็กเสียเองด้วยความเต็มใจ เมื่อน้องเอมโตขึ้นเขากับปาริฉัตรก็จะอธิบายความจริงให้ลูกได้รู้เพราะคงปิดปังไม่ได้ แต่นั่นก็ยังเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้เขาขอให้ความรักกับน้องเอมเท่าที่พ่ออย่างเขาจะทำให้ได้เท่านั้นก่อน แต่พูดตามตรงในความรู้สึกของเขาแล้วเขารักน้องเอมเหมือนลูกแท้ๆ ของเขาเอง

แม่ลิซล่ะคะ น้องเอมถามถึงอลิซ และการที่น้องเอมเรียกอลิซว่าแม่ก็เพราะอลิซเป็นคนสอนให้เรียกนั่นเอง

แม่ลิซจะมาหาน้องเอมตอนเย็นๆ ค่ะ ชาติชายตอบก่อนจะหอมแก้มป่องๆ ของลูกสาวอีกฟอดหนึ่ง

ชาติ...ปาว่าเราไปกันได้แล้วล่ะ ตอนเก้าโมงครึ่งมีประชุมนะปาริฉัตรเอ่ยเตือนเพื่อนเมื่อยกนาฬิกาข้อมือดูแล้วพบว่าเริ่มจะสายแล้ว หญิงสาวมองเพื่อนแล้วส่ายหน้าอย่างระอาเมื่อเพื่อนรักยังไม่ยอมปล่อยตัวลูกน้อยเสียที เป็นอย่างนี้ทุกทีสิน่า เวลาอยู่กับน้องเอมทีไรชาติชายมักเฉื่อยชาทุกทีจนบางครั้งเล่นกันเพลินจนไปทำงานสายโด่งเลยก็มี

ชายหนุ่มหันมาพยักหน้าให้เพื่อนก่อนจะหันไปหอมแก้มน้องเอมทั้งซ้ายขวาอีกครั้งแล้วส่งร่างน้อยให้กิ่งแก้วที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ อุ้มแทน ด้านปาริฉัตรก็เดินเข้ามาหอมแก้มลูกสาวบ้างจากนั้นก็เดินตามผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและเจ้านายออกจากบ้านไป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

3 ความคิดเห็น