ตอนที่ 2 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตปาริฉัตรก็ยิ่งร่ำไห้หนักมากขึ้น เธอยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอีกครั้งเมื่อเสียงสะอื้นไห้เริ่มดังเกินไปแล้ว หลังจากหย่าขาดกันแล้วเธอก็เดินมาเรื่อยๆ จนถึงสะพานข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มันกว้างและลึกมาก เธอรู้ว่าแม่น้ำสายนี้รวมถึงสะพานเส้นนี้ได้คร่าชีวิตของผู้คนไปแล้วมากมายทั้งจงใจและไม่จงใจของผู้คนที่ประสบ

และวันนี้เธอก็จะเป็นหนึ่งในจำนวนนั้นเช่นกัน แม่น้ำที่เป็นสายอยู่เบื้องล่างดูเหมือนจะไหลเอื่อยช้า แต่เธอรู้ดีว่าถ้าร่างของเธอได้หล่นลงไปแล้วละก็ชีวิตของเธอไม่มีทางรอดแน่นอน ยิ่งเธอว่ายน้ำไม่เป็นด้วยแล้วก็ยิ่งไม่มีสิทธิ์ที่จะรอดแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว

หญิงสาวเอื้อมมือไปจับราวสะพานเอาไว้แน่น สายตาเหม่อมองออกไปไกลพร้อมน้ำตาที่ไหลริน รถบนถนนยังคงวิ่งไปมาเป็นปกติโดยไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่พวกเขาเห็นนั้นกำลังคิดจะทำอะไร สองเท้าของเธอเริ่มที่จะก้าวขึ้นไปยังบนราวสะพาน ซึ่งเธอคงจะได้จบชีวิตลงอย่างที่ต้องการถ้าไม่มีใครคนหนึ่งเข้ามาดึงตัวเธอเอาไว้ซะก่อน

เธอและใครคนนั้นล้มลงไปยังพื้นด้วยกัน เธอคงจะเจ็บตัวมากกว่าจะแค่ถลอกหากไม่มีร่างของคนที่ดึงเอาไว้รองรับอยู่ด้านล่าง เธอไม่ขยับตัวแถมยังนอนนิ่งอยู่บนตัวคนที่ช่วยเอาไว้พลางร้องไห้ออกมาอย่างไม่สนใจอะไรอีก จนกระทั่งได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นหูดังขึ้น

ปา...ลุกก่อนได้ไหม นอนอยู่แบบนี้อายคนอื่นเขานะเจ้าของร่างที่เธอนอนทับอยู่เอ่ยขึ้นพร้อมกับดันตัวเธอให้ลุกขึ้นนั่ง

ปาริฉัตรเงยหน้ามองคนพูดทั้งน้ำตา สมองครุ่นคิดพยายามนึกว่าเคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้ที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าจนอีกฝ่ายพูดอีกประโยคหนึ่งนั่นแหละเธอถึงจำเขาได้ว่าเป็นใคร

อะไรกัน แค่นี้จำชาติไม่ได้เหรอ น่าน้อยใจจัง

ชาติ!

เธอร้องออกมาด้วยความดีใจ พลางโผเข้ากอดเพื่อนชายคนสนิทด้วยความคิดถึง เธอกับเพื่อนไม่ได้พบกันนานมากราวห้าปีได้แล้วหลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ชาติชายไปเรียนต่อที่อังกฤษเธอจึงไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนอีกเลย ไม่นึกว่าจะได้เจอกันโดยบังเอิญและยังมาเจอกันในสภาพที่เธอไม่อยากให้เพื่อนเห็นสักเท่าไรเสียด้วย

ดีใจจังเลยที่ได้เจอชาติอีก

เราก็ดีใจแต่นั่นมันตอนแรกนะ เมื่อกี้นี้ตกใจแทบแย่แน่ะ ถ้าชาติมาไม่ทันเราคงไม่ได้มานั่งคุยกันอยู่แบบนี้หรอก ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยปา

ชาติชายเอ่ยตำหนิด้วยความไม่เข้าใจ เธอไม่พูดอะไรนอกจากร้องไห้เท่านั้น ชายหนุ่มจึงประคองตัวเธอพาไปขึ้นรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกลเพื่อพาไปยังโรงแรมที่เขาพักอยู่ เมื่อมาถึงโรงแรมแล้วหญิงสาวก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เพื่อนฟัง ชาติชายยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เขายังเป็นเพื่อนที่ดีคอยรับฟังปัญหาของเพื่อนอยู่เสมอจึงทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้ระบายมันออกมาบ้าง

ชาติชายชวนเธอไปอยู่อังกฤษด้วยกันเมื่อเธอเปรยๆ ออกมาว่าอยากไปอยู่ที่ไกลๆ สักแห่งหนึ่ง ตอนนั้นปาริฉัตรบอกกับเขาว่าขอคิดดูก่อนเนื่องจากในใจลึกๆ แล้วเธอยังมีความอาลัยอาวรณ์ต่อคนที่นี่อยู่ วันนั้นเธออยู่กับชาติชายที่โรงแรมตลอดทั้งวันจนกระทั่งตกเย็นจึงได้ออกจากโรงแรมโดยมีเพื่อนไปส่งที่บ้าน โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าพงศกรอยู่แถวนั้นและได้เห็นเธอออกมาจากโรงแรมกับเพื่อนชายพอดี

คืนนั้นเธอจึงได้รับโทรศัพท์ต่อว่าและประณามต่างๆ นานาจากเขา หาว่าเป็นผู้หญิงใจง่ายบ้างละ แม่ใจยักษ์บ้างละ ขนาดเธอยอมหย่าให้แล้วเขาก็ยังไม่เลิกตามราวีสร้างความเจ็บช้ำให้เธออีก จิตใจของเขาทำด้วยอะไรกันนะ ทำไมมันถึงได้โหดร้ายเลือดเย็นขนาดนี้ เขาเอาแต่ประณามเธอโดยที่ไม่รู้ความจริงและไม่ฟังเหตุผลอะไรเลย เธอเจ็บ...เธอร้องไห้จนน้ำตามันไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้ว

หลังจากฟังเขากล่าววาจาร้ายๆ ใส่อยู่ครู่ใหญ่เธอก็วางหูลงบนแป้นเครื่องโทรศัพท์อย่างแรงเรียกว่าจงใจวางกระแทกใส่ก็ว่าได้ทั้งที่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบ ในนาทีนั้นเองที่เธอตัดสินใจได้เด็ดขาดว่าจะทิ้งทุกอย่างที่นี่ไว้ให้เป็นอดีตแล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังที่ห่างไกลอีกครั้ง เธอจะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ไว้เบื้องหลังโดยไม่หันกลับไปมองมันและจะไม่นึกถึงมันอีกเลย เธอโทรหาชาติชายแล้วตอบตกลงจะไปอยู่ที่อังกฤษกับเขาและบอกเพื่อนว่าเธอต้องการไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้อีกด้วย

วันรุ่งขึ้นหญิงสาวไปหาเพื่อนที่โรงแรมอีกครั้งเพื่อปรึกษาถึงเรื่องที่พักที่โน่นและตั้งใจจะชวนเพื่อนไปวัดเพื่อไปกราบลาบิดามารดาของเธอก่อนไป ทว่าความตั้งใจของเธอก็ต้องพังลงเมื่อบังเอิญเจอกับพงศกรพอดี เขามากับผู้หญิงอีกแล้วซึ่งก็ไม่ใช่คนเดิมเหมือนเช่นเคย เขาคงพาผู้หญิงคนนี้มาทานข้าวที่โรงแรมนี้

ตอนแรกเธอสงสัยว่าทำไมถึงได้พบเขาที่นี่แล้วก็นึกออกว่าคอนโดของชายหนุ่มอยู่ใกล้กับโรงแรมนี้ เธออดโอดครวญกับตัวเองในใจไม่ได้ว่าทำไมโลกมันถึงได้กลมนัก แต่ก็ช่างมันเถอะเพราะว่านับจากพรุ่งนี้ไปโลกของเธอกับเขาคงจะไม่กลมอีกต่อไปเมื่อเธอจะไปอยู่ในที่ไกลแสนไกลจากที่นี่อยู่แล้ว โลกของเธอและเขาต่อไปก็คงจะแบนราบและกลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบพบกันได้อีกต่อไป

ปาริฉัตรจำได้ว่าตนเองต้องรวบรวมกำลังใจมากแค่ไหนที่จะเดินเชิดหน้าและเก็บอารมณ์เสียใจน้อยใจทุกอย่างไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยเมื่อยามเดินผ่านอดีตสามีไปโดยไม่คิดที่จะทักทายสักคำเดียว ก็จะทักทำไมกันในเมื่อเรื่องระหว่างเธอกับเขามันจบลงแล้วแถมยังจบแบบไม่ดีซะด้วย ซึ่งเธอก็คิดว่าเขาคงไม่อยากทักเธอสักเท่าไรเหมือนกัน แต่เธอกลับคิดผิดเพราะเสียงห้าวดุดันนั้นดังขึ้น ซึ่งคำทักทายของเขาทำเอาเธอรู้สึกเจ็บไปถึงทรวงในเลยทีเดียว

จะรีบไปหาสามีใหม่หรือไง ถึงได้ไม่คิดจะแวะทักทายสามีเก่าสักนิดเลย

เขาไม่รู้เลยหรืออย่างไรว่าคำพูดของเขาสร้างความเจ็บปวดและอับอายให้แก่เธอมากขนาดไหน หรือว่าเขารู้แต่ก็ยังทำเพียงเพราะความสะใจของตัวเองเท่านั้น ผู้คนที่เดินไปมาในบริเวณนั้นต่างเริ่มหันมามองทางเธอและเขาด้วยความสนใจเพราะคำพูดไม่รู้จักคิดของพงศกรแท้ๆ แถมผู้หญิงที่เกาะแขนเขาอยู่ยังหัวเราะเยาะใส่เธออีกด้วย ทำให้เธอรู้สึกเลือดขึ้นหน้าด้วยความโมโหสุดขีดจึงเอ่ยตอบเขากลับไปอย่างไม่แคร์ว่ามันจะเหมือนกับเป็นเชื้อเพลิงสุมให้ไฟอย่างเขาลุกโชนขึ้นไปอีกหรือไม่

ก็ใช่น่ะสิ เขารอฉันอยู่ ขอตัวก่อนนะคะ เสียเวลาหาความสุขของฉันมากพอแล้ว

เธอเห็นนัยน์ตาเขาวาววับมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า เขาคงโกรธที่เธอพูดแบบนั้นแต่จะโกรธก็โกรธไปสิเธอไม่แคร์หรอก เพราะเขาไม่มีสิทธิ์ในตัวเธออีกต่อไปแล้ว หญิงสาวจ้องตาต่อตากับอดีตสามีไม่ยอมหลบก่อนจะสะบัดหน้าใส่แล้วเดินจากไปด้วยท่าทางที่ทำเหมือนว่าไม่แคร์อะไรทั้งที่ในใจนั้นเจ็บปวดเหลือแสน เธอรีบเดินไปที่ลิฟต์ตั้งใจจะขึ้นไปที่ห้องของเพื่อนเพื่อไปร้องไห้ให้สาแก่ใจ ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็ต้องร้องเสียงหลงออกมาเมื่อจู่ๆ ก็โดนกระชากแขนจากทางด้านหลังอย่างแรง

เอ๊ะ! จะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ

มานี่เลย เรามีเรื่องต้องคุยกัน

ไม่ ปล่อยฉันนะ

ถ้าไม่อยากอายคนก็อย่าขัดขืน เดินตามฉันมาดีๆ เธอก็รู้ว่าฉันทำได้ทุกอย่าง ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูได้

ปาริฉัตรไม่ขัดขืนเนื่องจากไม่อยากเสี่ยงเพราะแค่นี้ก็อายคนอื่นจะแย่แล้ว ชายหนุ่มลากเธอให้เดินตามไปยังคอนโดของเขาที่อยู่ไม่ไกล ผู้หญิงที่มากับเขาวิ่งตามมาโวยวายใส่แต่ก็โดนเขาตวาดไล่ให้กลับไปอย่างไม่ไว้หน้าทันที เวลาโมโหพงศกรเป็นแบบนี้เสมอ ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น ในใจเธอนั้นจึงแอบสะใจเล็กน้อยที่ผู้หญิงคนนั้นโดนไล่กลับไป

เขาพาเธอมายังห้องพักของเขาที่ย้ายเข้ามาอยู่อย่างถาวรนับตั้งแต่ออกจากบ้านมา เธอเตรียมตั้งรับกับอารมณ์ของอดีตสามีเต็มที่ ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมให้เขามาด่าว่าหรือพูดจาดูถูกเธออยู่ฝ่ายเดียวอีกแล้ว เธอทนมามากพอแล้วและจะไม่ยอมทนอีกต่อไป

ว่าไง อยากมีผัวใหม่มากนักจนตัวสั่นเลยหรือยังไงถึงได้แล่นไปหามันถึงที่ทุกวัน

เจ็บ...เจ็บได้ใจจริงๆ เธอไม่เข้าใจเลยว่าเขาจะโกรธไปทำไมหากเธอคิดจะทำแบบที่เขาพูด ในเมื่อหย่าขาดจากกันแล้วเขาก็ไม่มีสิทธิ์ในชีวิตเธออีกต่อไป

ก็ใช่น่ะสิแล้วจะทำไม อย่าลืมนะว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ตามความพอใจของตัวเอง

อ๋อ...เดี๋ยวนี้เก่งกล้าขึ้นมากแล้วนี่ เก่งขึ้นหรือว่าหน้าด้านขึ้นกันแน่ฮึ ทำอะไรถึงได้ไม่แคร์สายตาคนอื่นแบบนี้ ไม่กลัวเขานินทากันหรือไงว่าหย่าจากผัวเก่าไม่ทันไรก็มีผัวใหม่รอท่าซะแล้ว ระวังนะ ระวังคนอื่นเขาจะหาว่ามีชู้ตั้งแต่ยังไม่ได้หย่า

ฉันบอกแล้วไงว่ามันเรื่องของฉันทำไมฉันต้องแคร์คนอื่นทั้งที่คนพวกนั้นไม่ได้ทำให้ฉันมีความสุขด้วยล่ะ และฉันอยากรู้จริงๆ ว่าทำไมคุณถึงต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องของฉันด้วย อย่าลืมสิว่าเรา...ไม่ใช่สิคุณกับฉันต่างหากล่ะ คุณกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว เพราะฉะนั้นฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ตามต้องการโดยที่คุณไม่มีสิทธิ์มาห้าม

ดูเหมือนคำพูดของเธอจะทำให้เขาโมโหจนควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ชายหนุ่มจึงปราดเข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วบีบแน่นพลางเขย่าตามแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ในใจ หญิงสาวปล่อยให้อดีตสามีกระทำกับเธอได้ตามใจชอบ ให้เขาทำให้เจ็บสุดๆ ไปเลย เธอจะได้ตัดใจจากเขาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อย

ใช่สินะ เธอมันด้านจนเกินไปแล้วนี่ ทำไม...ขาดมันไม่ได้เลยหรือไง รักมันมากนักใช่ไหมถึงยอมเป็นคนหน้าด้านเป็นผู้หญิงไร้ยางอายไม่สนใจว่าคนอื่นเขาจะมองยังไง ผู้หญิงอย่างเธอนี่มัน...ทุเรศสิ้นดี! ฉันรู้สึกขยะแขยงเธอเต็มทนแล้วกล่าวจบเขาก็ผลักร่างบางออกห่างอย่างแรงจนเธอเซไปหลายก้าว ท่าทางและสายตาที่มองมาบอกให้รู้ว่าเขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ แต่เธอกลับหัวเราะเยาะหยันออกมา

ฮึ...ทำไมฉันต้องแคร์ด้วย ในเมื่อฉันทำทุกอย่างอย่างถูกต้องแล้ว ถ้าฉันจะมีใครใหม่ฉันก็มีหลังจากที่หย่าแล้ว เพราะฉะนั้นฉันว่าคำๆ นี้มันน่าจะเหมาะกับตัวคุณเองมากกว่านะ คุณทำอะไรไว้ก็ควรรู้ตัวนะ คงไม่ต้องให้ฉันพูดหรอก เอาล่ะ...เรื่องที่คุณจะพูดมีเพียงเท่านี้ใช่ไหม ความจริงไม่จำเป็นต้องลากฉันมาคุยถึงที่นี่ก็ได้ คุณขยะแขยงฉันมากนักไม่ใช่เหรอ ระวังห้องของคุณมันจะแปดเปื้อนเชื้อคนเลวๆ อย่างฉันจนทำให้ห้องของคุณมัวหมอง คุณพูดกับฉันซะตรงนั้นก็ได้ ฉันไม่ถือหรอกเพราะว่าฉันมันหน้าด้านซะแล้ว อ้อ...แล้วฉันก็ต้องขอโทษคุณด้วยนะที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณจำใจต้องไล่ผู้หญิงของคุณกลับไป เอาเป็นว่าฉันจะขอโทษคุณด้วยการโทรไปตามเธอมาให้ใหม่เอาไหมล่ะ

เป็นครั้งแรกที่เธอกล้าพูดกับเขาแบบนี้ ความเจ็บปวดมันช่วยหล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งขึ้นมาแต่ก็ยังน้อยนิดเหลือเกิน เพราะขณะนี้หัวใจของเธอกำลังเจ็บปวดรวดร้าวและทุรนทุรายอย่างแสนสาหัส เธอกำลังร้องไห้อยู่ข้างในนี้ในใจของเธอนี่ หญิงสาวพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ เธอหันหลังให้เขาแล้วก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงโดยไม่คิดจะหันหน้ากลับมามองเขาสักนิดเดียว ทว่าก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำพูดของเขาที่เอ่ยออกมา

นั่นสินะ ฉันไล่ผู้หญิงของฉันไปก็เพราะเธอ เพราะฉะนั้นเธอก็ควรจะรับผิดชอบ

ก็ได้ เอาเบอร์มาสิคะฉันจะโทรตามให้เธอกัดฟันพูดพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เต็มที่ มันเจ็บปวดน้อยเสียเมื่อไรที่จะต้องโทรตามผู้หญิงคนอื่นมาให้กับคนที่ตัวเองรัก

ใครว่าฉันจะให้เธอโทรตาม

หมายความว่ายังไง

ก็หมายความว่า...ฉันจะให้เธอทำหน้าที่แทนผู้หญิงคนนั้นน่ะสิ ฉันจะทำให้เธอจดจำสิ่งที่ฉันทำให้ไว้เพื่อเอาไปเปรียบเทียบกับไอ้หมอนั่นดูซิว่าใครที่จะให้ความสุขกับเธอได้มากกว่ากัน

อย่าบ้านะ!

ไม่เอาน่า อย่าทำเหมือนกับไม่เคยสิ วัวเคยค้าม้าเคยขี่อยู่แท้ๆ ทำไม...เดี๋ยวนี้กลัวสัมผัสของฉันนักหรือยังไง ทั้งที่เมื่อก่อนเธอชอบจะตายไป

คนบ้า หยาบคายที่สุด ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าฉันเคยรักคนเลวๆ อย่างคุณ

อย่าทำเป็นไม่ชอบดีกว่าน่า ผู้หญิงอย่างเธอต่อให้เป็นใครก็ได้ทั้งนั้น เพราะเธอคงไม่สนหรอกใช่ไหม ขอให้เป็นผู้ชายก็พอ

เพี้ยะ !!

คำพูดของเขาทำให้เธอหมดความอดทนไม่อาจยั้งอารมณ์ไว้ได้อยู่อีกต่อไป เธอจึงตบหน้าเขาไปหนึ่งทีเพื่อสั่งสอนไม่ให้เขามาดูถูกเธออีก เธอก็เป็นคนมีชีวิตจิตใจเหมือนกัน ไม่ใช่รูปปั้นถึงจะได้ไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อคำพูดอันร้ายกาจของเขาเลย นี่หรือคือคำพูดของคนที่เคยรักกัน พอหมดรักก็หมดเยื่อใยทำได้ทุกอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งเจ็บปวดแบบนี้น่ะเหรอ เขาคงมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่มากใช่ไหม

ปาริฉัตรคิดอย่างขุ่นเคืองใจก่อนจะกรีดร้องออกมาเสียงหลงเมื่ออดีตสามีตวัดอ้อมแขนรัดร่างเธอไว้อย่างรวดเร็ว และก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกมาชายหนุ่มก็ก้มหน้าลงปิดปากเธอเสียสนิทอย่างรุนแรงระคนดุดันจนเธอรู้สึกเจ็บปากไปหมด เขาลงโทษเธอด้วยจุมพิตที่เธอเคยโหยหาจากเขา หญิงสาวร้องครางออกมาด้วยความเจ็บเพราะเขาบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างไม่ปรานีสักนิดเดียว

หยาดน้ำใสเริ่มซึมดวงตางามก่อนจะไหลรินลงมาแต่พงศกรก็ไม่สนใจยังคงเดินหน้าลงโทษเธอต่อไปที่บังอาจมาตบหน้าเขา นัยน์ตาของชายหนุ่มวาวโรจน์ด้วยความโกรธไม่มีแววหวานชวนเคลิบเคลิ้มสักนิดเดียว เขาจูบเธออยู่นานก่อนจะถอนเรียวปากออกเพื่อหายใจเพียงครู่แล้วก้มลงจุมพิตใหม่อีกครั้ง ทว่าคราวนี้ปาริฉัตรหันหน้าหนีริมฝีปากร้อนผ่าวจึงไปถูกแก้มนวลแทน เธอเริ่มดิ้นรนขัดขืนอีกครั้งเพราะไม่อยากให้เขาทำแบบนี้กับเธออีก เธอไม่ใช่ภรรยาของเขาอีกต่อไปแล้วฉะนั้นเขาไม่ควรล่วงเกินเธออีก เธอต้องการลืมคนใจร้ายอย่างเขาให้ได้ดังนั้นเธอไม่ต้องการให้สัมผัสใดๆ ของเขาติดตัวเธอให้จดจำได้อีกต่อไป

ไม่! อย่าทำแบบนี้นะ

เธอพูดได้เพียงแค่นี้เสียงก็ขาดหายไป เมื่อริมฝีปากหนาของเขาปิดทับเรียวปากอิ่มของเธอแนบสนิทได้สำเร็จ คราวนี้จุมพิตของเขาเปลี่ยนไป จากดุดันมีแต่ความเจ็บกลายเป็นความเร่าร้อนและเรียกร้องมาแทน พอเขาเปลี่ยนมารุกเร้าเช่นนี้อาการต่อต้านของหญิงสาวก็ค่อยๆ อ่อนลง ร่างบางเริ่มสั่นระริกเมื่อถูกความเสียวซ่านเข้าโจมตี มือบางที่ทุบอยู่ตามหลังไหล่หนาก็เปลี่ยนเป็นค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาโอบลำคอของอดีตสามีไว้ สัมผัสที่ร้างราไปนานทำให้เธอต้านทานแรงปรารถนาต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว

ถึงแม้จะรู้ว่าที่ชายหนุ่มทำไปเพราะความโกรธและเกลียดชังหาใช่รักเหมือนอย่างเดิมแต่เธอก็ยังยินยอมพร้อมเผชิญกับสิ่งที่เขากำลังจะมอบให้ด้วยความเต็มใจ นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้รับความรู้สึกแบบนี้จากเขา ปาริฉัตรร้องไห้ออกมาเงียบๆ แล้วปล่อยใจปล่อยกายให้ล่องลอยไปตามกระแสพิศวาสที่นำพาให้เธอพบทั้งสุขและทุกข์ในคราวเดียวกัน

หลังจากพายุสวาทผ่านพ้นไปแล้ว เธอก็แอบออกมาจากห้องโดยไม่ให้เขารู้ตัว ก่อนออกมานั้นเธอนั่งมองร่างหนาที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ สัมผัสของเขาไม่ว่ายามโกรธหรือยามรักก็ทำให้เธอมีความสุขได้ทั้งนั้น เธอจะจดจำมันไว้ในใจตลอดไปเพราะคงไม่มีทางลืมได้อีกแล้ว พอออกมาจากคอนโดฯ เธอก็กลับบ้านเพื่อไปเก็บข้าวของที่จำเป็น เธอสั่งนมสายให้ฝากบอกพงศกรด้วยว่าเธอไม่ขอรับทรัพย์สมบัติใดๆ ของเขาทั้งสิ้นรวมถึงบ้านหลังนี้ด้วย เธอขอคืนให้เขา

ภายหลังออกมาจากบ้านแล้วเธอก็ไปเปิดโรงแรมนอนอยู่หนึ่งคืน พรุ่งนี้เธอกับชาติชายจะบินไปอังกฤษในเที่ยวบินเช้าแรกของวันเลย เธอนึกถึงนงนุชขึ้นมาได้จึงโทรหาเพื่อบอกลาทว่ากับโทรไม่ติด ในใจนั้นอดเป็นห่วงเพื่อนสาวไม่ได้เพราะกลัวเพื่อนจะไปทำแท้งอย่างที่บอก แต่เมื่อโทรยังไงก็ไม่ติดเธอจึงจำต้องตัดห่วงไป ก็ได้แต่ภาวนาอยู่ในใจขอให้เพื่อนอย่าคิดทำแท้งเลยเพราะเธอรู้ดีว่าการสูญเสียลูกไปนั้นมันเจ็บปวดมากแค่ไหน คืนนั้นเธอนอนคิดจนผล็อยหลับไป พอรุ่งเช้าเธอกับชาติชายก็เดินทางไปอังกฤษและนับตั้งแต่วันนั้นมาเธอก็ไม่เคยกลับไปเมืองไทยอีกเลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

3 ความคิดเห็น