ตอนที่ 1 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 457
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

กลางดึกสงัดตามเวลาของกรุงลอนดอนในประเทศอังกฤษ หญิงสาวร่างบอบบางที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่สีขาวสะอาดตากำลังนอนกระสับกระส่ายเหมือนคนยังนอนไม่หลับ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเธอหลับสนิทเพราะดวงตายังคงปิดอยู่และไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาตื่นขึ้นมาแต่อย่างใดเลย 

แสงจันทร์นวลผ่องที่ส่องแสงเล็ดลอดเข้ามาทางบานหน้าต่างกระจกใสช่วยทำให้ภายในห้องนอนที่มืดมิดดูสว่างขึ้นเล็กน้อยจนสามารถเห็นข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องนอนได้รางๆ รวมถึงใบหน้าของคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนี้ด้วย ซึ่งถึงแม้จะเห็นดวงหน้าไม่แจ่มชัดนักทว่าก็ไม่อาจปกปิดความงามของใบหน้านี้ได้เลย และยิ่งได้แสงจันทร์นวลผ่องส่องแสงลงมากระทบด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลเพิ่มมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก

หญิงสาวผู้นี้งามแม้กระทั่งยามหลับ แต่ความจริงแล้วสิ่งที่มีเสน่ห์จับตาจับใจผู้อื่นมากที่สุดกลับไม่ใช่ดวงหน้างดงามนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ดวงตากลมโตแสนหวานของเธอต่างหากที่ตรึงตาตรึงใจผู้ที่สบตาด้วยเอาไว้ ขนตาหนายาวงอนตามธรรมชาติที่ล้อมรอบนัยน์ตาคู่สวยอยู่นั้นช่วยทำให้ดวงตาคู่นี้ดูเด่นและมีเสน่ห์ชวนมองมากยิ่งขึ้น ทว่าคงจะดีไม่น้อยหากนัยน์ตาคู่นี้จะไม่มีแววโศกเศร้าปรากฏอยู่ด้วยเกือบตลอดเวลา

ร่างบอบบางยังคงนอนกระสับกระส่าย ดวงตาคู่งามยังคงปิดสนิทเหมือนเดิม ริมฝีปากบางออกสีชมพูระเรื่อนั้นขยับพูดพึมพำอะไรบางอย่างออกมาด้วย ซึ่งดูจากลักษณะอาการแล้วหญิงสาวคงกำลังฝันร้ายอยู่เป็นแน่ทีเดียว

ไม่...ปาไม่ได้ทำ...ปาไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ...เชื่อปาสิคุณกร...ปาไม่ได้ทำ....ไม่ได้ทำ!”

คนร่างบางเปล่งเสียงตะโกนออกมาพร้อมกับลืมตาตื่นด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น หญิงสาวนอนหอบหายใจแรงจนกระทั่งลมหายใจเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติดังเดิมจึงสะบัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกปวดร้าวในใจ ที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีแล้วก็ยังไม่บรรเทาเบาบางลงเสียที

ปาริฉัตรยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองแล้วถอนใจออกมาแรงๆ ด้วยความท้อแท้และเจ็บใจตัวเองที่ยังไม่ยอมลืมเหตุการณ์ร้ายๆ นี้ไปเสียที กี่ปีมาแล้วนะที่เธอยังคงฝันถึงเรื่องนี้อยู่ สามปี... ใช่ สามปีมาแล้วมันช่างนานเหลือเกิน แต่ทำไมเธอถึงยังไม่ยอมลืมมันไปสักที ทั้งเหตุการณ์ที่แสนเลวร้ายและทั้ง....ผู้ชายคนนั้น...

หญิงสาวน้ำตาซึมเมื่อหวนคิดถึงอดีตแล้วก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงรีบลุกลงจากเตียงนอน เดินแกมวิ่งเปิดประตูห้องนอนออกไปตรงไปยังอีกห้องนอนหนึ่งอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ ในอก

ปาริฉัตรเปิดประตูห้องนอนที่อยู่ข้างๆ ห้องนอนของเธอเข้าไปทันทีเมื่อเดินไปถึงโดยที่พยายามไม่ให้เกิดเสียงดังเพราะไม่อยากให้คนที่นอนอยู่ด้านในตื่น หญิงสาวเดินปรี่ไปที่เตียงนอนเล็กๆ สำหรับเด็ก ร่างน้อยๆ ในชุดนอนกระโปรงน่ารักสีเหลืองอ่อนที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนั้นทำให้คนที่ยืนมองอยู่รู้สึกโล่งใจยิ่งนัก 

ปาริฉัตรเดินกลับไปปิดประตูห้องแล้วเดินกลับมานั่งลงบนเตียงข้างๆ เด็กน้อยด้วยกิริยาระมัดระวังเพราะกลัวหนูน้อยจะตื่น หญิงสาวดึงผ้าห่มที่เลื่อนลงไปกองอยู่ที่เอวของลูกน้อยขึ้นมาห่มตัวให้ใหม่ถึงระดับอกอีกครั้ง จากนั้นเธอก็นั่งมองหน้าลูกสาวด้วยสายตาแห่งรักที่เปี่ยมล้น

แก้วตาดวงใจของแม่...

เด็กหญิงพาศิกร ประมากรหรือน้องเอม ลูกสาววัยสามขวบกว่าคนเดียวของเธอที่เกิดกับคนที่เธอรัก ฝันร้ายทำให้ปาริฉัตรตื่นตระหนกและหวาดกลัวทุกครั้งเสมอ เธอกลัวว่าหากเขารู้ความจริงว่าเธอมีลูกกับเขา เขาก็จะมาเอาตัวลูกไปจากเธอซึ่งเธอยอมไม่ได้และไม่มีวันยอม ถ้าเขาคิดจะมาแย่งลูกไปเธอก็จะขอสู้ตายเพราะหากไม่มีลูกแล้วชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป

แม่รักหนูมากที่สุดนะลูก ชีวิตนี้ของแม่จะมอบให้หนูเพียงคนเดียวเท่านั้น จะไม่มีใครหรืออะไรสำคัญไปกว่าลูกของแม่อีกแล้ว แม่สาบาน

ปาริฉัตรก้มลงหอมแก้มลูกสาวเบาๆ แล้วปัดปอยผมออกจากใบหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มของลูกรักอย่างเบามือ ดวงตาของหญิงสาวยามมองลูกน้อยนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอันมากล้น ชีวิตทั้งชีวิตนี้เธอขออุทิศให้กับลูกน้อยเพียงคนเดียวเท่านั้นและจะไม่มีใครสำคัญไปกว่านี้อีกแล้วจริงๆ

ผู้เป็นแม่ลูบแก้มนุ่มของลูกน้อยอย่างอ่อนโยนพร้อมกันนั้นก็อดคิดถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายที่สุดในชีวิตของตัวเองเมื่อสี่ปีก่อนไม่ได้

ตอนนั้นปาริฉัตรกำลังมีความสุข หลังจากที่ต้องเสียใจกับเรื่องที่ต้องสูญเสียบิดามารดาไปอยู่หลายเดือน เธอก็ได้แต่งงานกับคนที่ตนเองรัก พงศกร วินิการกุล เจ้าของธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องออกกำลังกายรายใหญ่ของประเทศไทย

ก่อนที่เธอจะแต่งงานกับเขานั้นเธอทำงานเป็นเลขาส่วนตัวของเขามาก่อน  ครั้งแรกที่ได้พบกันหัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็นจังหวะและรู้สึกประหม่าอายเมื่อมองใบหน้าคมเข้มอันหล่อเหล่าของเขา โดยเฉพาะดวงตาคมกริบที่จับจ้องมายังเธอยิ่งทำให้เธอเริ่มทำตัวไม่ถูกและขาดความมั่นใจในตัวเองเข้าไปใหญ่

จนเธอต้องรวบรวมสติของตัวเองให้กลับมาสนใจกับสิ่งที่เขาจะสัมภาษณ์ ซึ่งเวลาที่ใช้พูดคุยดูเหมือนยาวนานราวชั่วกัปชั่วกัลป์ทั้งที่ความจริงแล้วชายหนุ่มสัมภาษณ์เธอแค่เพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้นเอง พอสัมภาษณ์งานเสร็จและเดินออกมาจากห้องแล้วเธอก็รู้ตัวในทันทีว่าคงไม่ได้งานนี้อย่างแน่นอน

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อวันรุ่งขึ้นเธอได้รับโทรศัพท์เรียกตัวให้ไปทำงาน ตอนนั้นเธอรู้สึกดีใจและตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะคิดไม่ถึงว่าตนเองจะได้งานนี้ แบบนี้คงเรียกว่าโชควาสนาช่วยเอาไว้เป็นแน่แท้ไม่ใช่แค่ความสามารถเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

หญิงสาวได้เริ่มทำงานที่ตัวเองรักอย่างมีความสุข พงศกรรับเลขาเข้ามาทำงานสองคนคือเธอและอีกคนหนึ่งที่ชื่ออรอุมาซึ่งต่อมาก็กลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีของเธอ ตอนแรกที่ทราบเรื่องเธอค่อนข้างแปลกใจว่าทำไมเจ้านายถึงได้รับเลขาเข้ามาทำงานพร้อมกันถึงสองคน ทว่าในที่สุดเธอก็เข้าใจเมื่อเขาเรียกเข้าไปพบ อรอุมาได้ทำหน้าที่เลขาแทนเลขาคนเก่าที่จะลาออกไปแต่งงานในสิ้นเดือนนี้ ส่วนเธอนั้นได้ทำหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัวของเขาที่จะต้องคอยติดตามเขาไปทุกหนแห่ง

เมื่อได้รับโอกาสที่ดีปาริฉัตรจึงพยายามตั้งใจทำงานให้ดีอย่างสุดความสามารถ และจากที่ได้ร่วมงานกันมาหลายเดือนเธอก็ได้รู้จักอีกมุมหนึ่งของเจ้านายตัวเองที่นอกเหนือจากเวลางาน ท่าทีอันสุขุมดูเป็นการเป็นงานตลอดเวลายามอยู่ที่บริษัทนั้นพอพ้นจากเวลางานหรืออยู่บ้านแล้วพงศกรจะกลายเป็นอีกคนหนึ่งในทันที เขาจะยิ้มเก่งขึ้น คุยเก่งขึ้นและเป็นกันเองมากขึ้น ไม่มีมาดของผู้บริหารระดับสูงอย่างที่เธอเคยเห็นหลงเหลืออยู่เลย

เธอหลงรักเขาทั้งที่รู้ว่ามันไม่ควร แต่ก็คิดเพียงว่าขอแค่ได้รักข้างเดียวก็พอใจแล้ว ทว่าเหมือนกับสวรรค์จะเข้าข้างเธอ เมื่อความรักที่เธอคิดว่ามันเป็นรักข้างเดียวได้ถูกตอบสนองกลับมา หญิงสาวแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างเขาจะมารักคนอย่างเธอที่ไม่มีอะไรเทียบเขาได้เลยได้  ตอนที่ชายหนุ่มสารภาพรักกับเธอนั้น เธอยังคิดว่าตัวเองฝันไปด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีรอยจุมพิตแสนหวานเป็นเครื่องยืนยัน

เมื่อใจตรงกันเธอจึงตกลงคบหากับเขา ตอนนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมากที่สุดในชีวิต เธอได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักและต่อมาก็กำลังจะมีลูกที่น่ารักอีกเช่นกัน ถ้าสวรรค์จะไม่คิดว่าเข้าข้างเธอมากเกินไปนักจึงดลบันดาลให้เธอต้องพบเจอกับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเสียบ้าง

เธอแท้งลูก! และเขาขอหย่า!

เรื่องเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ชีวิตนี้ของเธอแทบจะแบกรับไว้ไม่ไหว เรื่องมันเกิดขึ้นก็เนื่องจากว่าทั้งเธอและเขาเกิดมีปากเสียงกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง โดยที่เธอเป็นคนหาเรื่องเขาก่อนเพียงเพราะว่าเขาไม่มีเวลาให้เธอเลย เธอจึงต่อว่าเขาต่างๆ นานา และด้วยความน้อยใจบวกกับอารมณ์ที่แปรปรวนของคนท้องทำให้เธอพูดจาทำนองว่าไม่อยากมีลูกแล้ว เมื่อเขาไม่สนใจเธอก็อยากจะเอาลูกออก เธอตัดพ้อเขาไปแบบนั้นทั้งที่ภายในจิตใจของเธอกลับรู้สึกตรงกันข้ามกับที่พูดโดยสิ้นเชิง

เธอรักลูก รักมากและไม่มีทางที่จะทำอย่างที่พูดได้โดยเด็ดขาด แต่พงศกรกับไม่คิดเช่นนั้น เขาโกรธมากและขู่ว่าหากเธอทำเช่นนั้นจริงๆ เขาจะไม่มีวันให้อภัยเธอเลยตลอดชีวิตซึ่งทำให้เธอน้อยใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาพูดเหมือนไม่รู้จักเธอเลยสักนิด ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนยังไงและไม่มีทางที่จะทำอย่างที่พูดออกไปอย่างแน่นอน

เธอเสียใจและน้อยใจเขาจึงวิ่งขึ้นบันไดหวังจะเข้าห้องไปนอนร้องไห้ให้สาแก่ใจ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเธอก้าวพลาดทำให้ตกบันไดลงมา พงศกรตกใจมากและพอตั้งสติได้ก็รีบวิ่งเข้ามาอุ้มเธอพาไปส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

ทว่าผลของเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ทั้งเขาและเธอช็อกไปตามๆ กันเมื่อหมอบอกว่าเธอได้เสียลูกไปแล้ว เธอแท้งลูก... เธอเสียลูกคนแรกที่เฝ้าฟูมฟักอุ้มท้องมาสี่เดือนกว่าด้วยความทะนุถนอมไป ลูกที่เธอรักกับต้องมาจากไปเพราะความประมาทของเธอเองแท้ๆ

ปาริฉัตรจำได้ว่าตอนนั้นตนเองร้องไห้ปิ่มจะขาดใจมากแค่ไหน สามีของเธอเองก็ร้องไห้เช่นกัน น้ำตาลูกผู้ชายที่มันไหลยากอย่างเขายังร้องออกมา เธอจึงรู้ว่าเขาเสียใจและเจ็บปวดมากแค่ไหนแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อมันพลาดไปแล้ว มันไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้อีกแล้ว ซึ่งก็ยังดีที่เขาเข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เธอไม่ได้ตั้งใจเขาจึงไม่โทษเธอแถมยังปลอบใจอีกด้วย จนทำให้เธอรู้สึกผิดที่เป็นคนทำลายความหวังของเขาเนื่องจากเขาอยากมีลูกมาตลอด เธอรู้ว่าสามีเสียใจมากแต่เขาก็พยายามทำเป็นเข้มแข็งต่อหน้าเธอ มีรอยยิ้มอ่อนโยนปลอบใจให้เธอคลายเศร้าเสมอจนเธอเข้มแข็งขึ้นมาได้

ฟ้าหลังฝนเหมือนเริ่มจะสดใส แต่แล้ววันรุ่งขึ้นพงศกรก็มาหาเธอที่โรงพยาบาลด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาของเขาจ้องมองเธอด้วยความเจ็บปวดระคนโกรธแค้นชิงชังก่อนจะต่อว่าเธอต่างๆ นานาเป็นชุด จนเธองุนงงไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วคำพูดสุดท้ายที่เขาตะโกนใส่หน้าเธอก็ทำให้ได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

เธอนี่มันเป็นแม่ใจยักษ์จริงๆ จิตใจของเธอทำด้วยอะไรถึงได้คิดฆ่าลูกตัวเองได้ลงคอแบบนี้ ทำไมเธอถึงได้เลวขนาดนี้นะปาพอกล่าวจบพงศกรก็ปากระดาษใบเล็กๆ ใบหนึ่งที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ใส่หน้าเธอ ซึ่งพอเธอหยิบคลี่ออกดูก็พบว่ามันเป็นนามบัตรของสถานที่แห่งหนึ่งที่เธอได้รู้จักจากคำบอกเล่าของเพื่อน นามบัตรนี่เป็นของเพื่อนเธอไม่ใช่ของเธอ เขากำลังเข้าใจผิด และเธอก็ไม่ทราบว่าเขารู้ได้อย่างไรและไปเอามันมาจากไหน เธอรู้แต่ว่าเธอต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ

มันไม่ใช่ของปานะคะคุณกร คุณกำลังเข้าใจผิด

เข้าใจผิดอย่างนั้นเหรอ ถ้ามันไม่ใช่ของเธอแล้วมันจะไปอยู่ในห้องนอนได้ยังไงกัน นอกจากจะใจร้ายใจดำอำมหิตแล้วเธอยังโกหกหน้าด้านๆ อีกนะ ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันแต่งงานกับผู้หญิงเลวๆ อย่างเธอได้

คำพูดของเขาทำให้เธอเจ็บปวดแทบขาดใจ เขาไม่เชื่อคำพูดของเธอแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่เขาบอกว่ารักเธอมากแต่เขากับไม่เชื่อคำพูดของคนที่เขารัก ความโกรธกำลังบดบังตาบังใจเขาไปหมดแล้วในตอนนี้ ความจริงแล้วนามบัตรใบนี้เป็นของนงนุชเพื่อนสนิทของเธอเอง นงนุชท้องเหมือนเธอเพียงแต่เพื่อนเธอยังไม่ได้แต่งงานเท่านั้นจึงได้นำเรื่องนี้มาปรึกษาเธอว่าสมควรจะทำอย่างไรดี

ตอนที่เพื่อนมาปรึกษานั้นทำเอาปาริฉัตรตกใจเป็นอย่างมากเพราะนงนุชคิดจะเอาเด็กออก ความที่เธอท้องและกำลังจะเป็นแม่คนจึงไม่อยากให้ชีวิตที่บริสุทธิ์ต้องมาเสียไปและไม่อยากให้เพื่อนต้องทำบาปจึงได้พูดเตือนสติ เธอแนะนำให้เพื่อนไปคุยกับคนรักในเรื่องนี้ตรงๆ ก่อนว่าจะเอาอย่างไร ไม่ใช่มาตัดสินใจเอาเองอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ เพราะเรื่องเช่นนี้ควรตัดสินใจทั้งสองฝ่ายมากกว่า ซึ่งไม่แน่ว่าฝ่ายชายอาจจะอยากให้เอาเด็กไว้ก็เป็นได้

เพราะเท่าที่เธอได้รู้จักแฟนของเพื่อนมาพอสมควรนั้น เรียกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียวซึ่งคงไม่ใจร้ายสั่งให้เพื่อนของเธอไปเอาเด็กออกหรอก นงนุชยอมรับฟังพร้อมกับจะกลับไปทำตามที่เธอแนะนำ ส่วนนามบัตรใบนี้ก็คงจะหล่นตอนที่เพื่อนเอาออกมาให้เธอดูตอนที่ปรับทุกข์กันเป็นแน่ แต่ตอนนี้เธอกลับถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของบัตรใบนี้ซะเองจากคนที่เธอรักสุดหัวใจ

มันเป็นของเพื่อนไม่ใช่ของปา ปารักลูกปาจะคิดฆ่าลูกทำไม

รักเหรอ...เธออย่ามาพูดคำนี้ให้ฉันได้ยินอีกดีกว่า คนใจดำอำมหิตอย่างเธอไม่ควรที่จะมาพูดคำๆ นี้ได้อีก

จริงๆ นะคะคุณกร เชื่อปาสิ คุณก็รู้ว่าปาไม่มีวันทำแบบนั้นได้

ไม่มีวันทำได้อย่างนั้นเหรอ แล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นเรียกว่าอะไรล่ะ ตอนแรกฉันนึกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เธอคงไม่ได้ตั้งใจอย่างที่พูดหรอก แต่หลักฐานที่ฉันพบกับคำพูดของเธอเมื่อวานที่บอกว่าอยากเอาลูกออกมันทำให้ฉันเชื่อสนิทใจเลยทีเดียวว่าเธอจงใจทำ เธอจงใจฆ่าลูก!!

ไม่! ไม่จริง! มันเป็นอุบัติเหตุ ปาริฉัตรจำได้ว่าตัวเองร้องไห้อย่างหนักและเอามือปิดหูไว้เพราะไม่อยากฟังคำพูดแสนร้ายกาจจากเขาอีกต่อไป

ทำไม รับความจริงไม่ได้หรือไง ผู้หญิงหน้าซื่อๆ แบบเธอฉันไม่คิดเลยว่าจะเลวทรามได้ถึงขนาดนี้ นี่แหละที่เขาพูดกันว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ ฉันมันหลงแต่หน้าตาซื่อๆ สวยๆ ของเธอเลยไม่รู้เลยว่าใจของเธอมันดำเหมือนอีกาแค่ไหน ลูกในอกแท้ๆ ยังฆ่าได้ลงคอ พอกันที! ชีวิตของฉันไม่ต้องการผู้หญิงจิตใจเลวทรามอย่างเธออีกต่อไปแล้ว เตรียมตัวไว้ให้ดี ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไรเราจะหย่ากันทันที

กล่าวจบชายหนุ่มก็เดินออกจากห้องไป โดยไม่คิดแม้แต่จะเหลียวกลับมามองหน้าเธออีกเลย คำพูดแสนโหดร้ายทำให้เธอช็อกไปชั่วขณะ ในหัวสมองทบทวนแต่คำพูดของเขาไปมาราวกับท่องจำโดยเฉพาะประโยคสุดท้าย ปาริฉัตรจำได้ว่าตัวเองกรีดร้องออกมาสุดเสียงทีเดียวและร่ำร้องออกมาแต่คำว่า มันไม่จริง อยู่แบบนั้นพร้อมกับพยายามจะลงจากเตียงเพื่อไปหาสามี แต่นางพยาบาลก็เข้ามาช่วยกันจับตัวเธอเอาไว้ซะก่อน และเมื่อทำอะไรไม่ได้เธอก็ได้แต่นอนร้องไห้ปิ่มจะขาดใจเท่านั้น

ช่วงเวลาแค่ไม่กี่วันเธอต้องเสียลูกที่เป็นแก้วตาและต้องเสียสามีผู้เป็นดวงใจไปด้วยความเข้าใจผิด

ปาริฉัตรเผลอสะอื้นออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะรีบยกมือขึ้นอุดปากตัวเองไว้เพราะกลัวว่าเสียงของเธอจะทำให้ลูกน้อยตื่นขึ้นมา หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปยืนข้างบานหน้าต่าง เหตุการณ์ในอดีตยังตามมาหลอกหลอนและสร้างความเจ็บปวดให้เธอทุกครั้งที่นึกถึง นี่เธอจะไม่มีวันลืมมันได้เลยหรืออย่างไรกันนะ แม้แต่ผู้ชายคนนั้นเธอก็ยังไม่อาจลืมได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอ ทั้งที่เขาทำกับเธอถึงขนาดนี้แล้วทำไมหัวใจของเธอถึงไม่ยอมลืมเขาไปจากใจเสียที

ช่วงเวลาที่ผ่านมาพิสูจน์ได้เลยว่ามันเป็นความจริง ปาริฉัตรไม่เคยมีใครอื่นอีกเลยถึงแม้จะมีผู้ชายหลายคนผ่านเข้ามาในชีวิตเพื่อหวังสร้างสัมพันธ์ด้วยแต่เธอก็ไม่เคยสนใจหรือเปิดใจรับใครได้มากเกินไปกว่าเพื่อนสักคนเดียว ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่ว่าเธอยังรอคอยอดีตสามีอยู่แต่อย่างใดเพราะรู้ดีว่ามันไม่มีวันนั้นอย่างแน่นอน ป่านนี้พงศกรคงมีครอบครัวใหม่ที่แสนอบอุ่นไปแล้ว แต่ที่เธอยังไม่ยอมเปิดใจรับรักใครใหม่ซะทีนั้นเป็นเพราะเธอไม่อยากเผชิญกับความเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว และที่สำคัญเธอกลัวว่าคนที่เข้ามาจะไม่รักไม่เมตตาลูกของเธอจริง

หญิงสาวแหงนหน้ามองพระจันทร์ ความเหงาในหัวใจทำให้เธออดคิดถึงอดีตขึ้นมาอีกไม่ได้ ทั้งที่บอกว่าอย่าไปคิดถึงมันแต่ก็ทำไม่ได้ทุกที ความเจ็บปวดที่ได้รับมันสาหัสหนักเธอจึงไม่อาจลืมได้ เพราะมันฝังรากลึกลงในจิตใจของเธอไปแล้ว

ปาริฉัตรถอนสะอื้นออกมาเบาๆ เมื่อหวนนึกถึงตอนที่ตัวเองออกจากโรงพยาบาลโดยไร้ซึ่งเงาของสามีมารับ มีเพียงคนขับรถและนมสายเท่านั้นที่มา เธอร้องไห้กับอกนมสายพร้อมกับปรับทุกข์ให้ฟังและนึกดีใจที่อีกฝ่ายเข้าใจ ไม่โทษว่าเป็นความผิดของเธอเลย เธอกลับบ้านหวังจะปรับความเข้าใจกับเขาแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อสามีไม่อยู่ เธอได้แต่นั่งรอคอยด้วยความกระวนกระวายใจเพราะอยากคุยกับเขาให้รู้เรื่อง

จนกระทั่งตกเย็นเธอก็ได้รับโทรศัพท์จากพงศกร ทว่าคำบอกผ่านโทรศัพท์มานั้นทำเอาเธอช็อกไปเลยทีเดียว เมื่อชายหนุ่มบอกว่าจะไม่กลับมาที่บ้านนี้อีกและเขายกบ้านหลังนี้ให้กับเธอรวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดของเขาจะแบ่งให้เธอครึ่งหนึ่งด้วยหลังจากที่เขากับเธอไปหย่ากันที่อำเภอในวันพรุ่งนี้เรียบร้อยแล้ว เธอจำได้ว่าตัวเองยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้าง มือกำหูโทรศัพท์แน่นและหลังจากนั้นเธอก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย จนเธอตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนโดยมีนมสายนั่งเอายาดมมาจ่อใกล้ๆ กับจมูกของเธอถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นลมไป

พอฟื้นคืนสติได้เธอก็รีบไปหาเขาที่คอนโดทันทีเพื่อปรับความเข้าใจกัน แต่เขาก็ไม่ยอมรับฟังใดๆ ทั้งสิ้นเหมือนเคยแถมยังด่าว่าเธอเสียๆ หายๆ ให้ได้เจ็บอีกแต่เธอก็ทนเพราะรักเพียงคำเดียว เธอกลับมาบ้านด้วยหัวใจที่บอบช้ำอย่างแสนสาหัสเนื่องจากพงศกรยังประกาศคำเดิมว่าต้องการหย่ากับเธอ ทว่าเธอไม่ยอมหรอก เธอรักเขามากจนไม่อาจเสียเขาไปได้และไม่อยากให้เรื่องจบแบบนี้ เธอจะพยายามต่อไป จะอธิบายให้เขาเข้าใจให้ได้เพื่อที่เธอจะได้มีครอบครัวที่มีความสุขอีกครั้งหนึ่ง

ปาริฉัตรไปหาสามีที่คอนโดอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นเพื่อหวังจะอธิบายให้เขาฟังอีกครั้ง แต่ก็ต้องพบกับความเสียใจอย่างสุดแสน เมื่อพงศกรมีผู้หญิงมานอนด้วยในห้อง เขาจะทำร้ายหรือด่าทอเธออย่างไรก็ได้เธอรับได้หมด แต่เขาทำอย่างนี้เธอรับไม่ค่อยได้เพราะมันเหมือนกับเขาไม่ให้เกียรติเธอเลยทั้งที่เธอยังเป็นภรรยาเขาอยู่ แต่ก็นั่นแหละ...ถึงจะไม่พอใจแค่ไหนเธอก็ต้องทน...ทนเพราะรักคำเดียวเท่านั้นจริงๆ

ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่ตกใจสักนิดเดียวที่เห็นเธอ เพราะเขายืนมองดูเฉยเหมือนสะใจมากกว่าที่เห็นสีหน้าตกใจและแววตาเจ็บปวดของเธอ เขาปล่อยให้ผู้หญิงของเขาจัดการเล่นงานเธอแทน ซึ่งเธอก็ทนพยายามพูดจาอธิบายและอ้อนวอนให้เขาเห็นใจต่างๆ นานา ทว่าเขาก็ไม่คิดไยดีแถมยังเดินกลับเข้าไปในห้องนอนปล่อยให้เธออยู่กับผู้หญิงที่เขาพามานอนกกกอดด้วยเพียงลำพัง

เธอไม่เคยโกรธที่เขาทำกับเธอแบบนั้นเพราะเข้าใจว่าเขากำลังโกรธแค้นและเสียใจมากแค่ไหน ทุกอย่างที่เขาทำเธอพยายามทนด้วยอยากให้ครอบครัวกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง ถึงแม้จะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตามในใจก็ยังหวังเพียงลึกๆ ว่าเขาจะหายโกรธเธอ เขารู้ว่าเธอไม่ชอบให้เขามีผู้หญิงคนอื่นแต่ก็ยิ่งทำคล้ายกับเขาสนุกที่เห็นเธอเจ็บปวดเสียใจ

หญิงสาวยังไปหาชายหนุ่มที่คอนโดทุกวันและก็พบว่าเขาก็เปลี่ยนผู้หญิงมานอนด้วยไม่ซ้ำหน้าทุกวันเช่นกัน ตอนแรกปาริฉัตรคิดว่าพงศกรทำไปเพื่อประชดเธอมากกว่าเพราะนิสัยจริงๆ ของเขาไม่ใช่คนแบบนั้น เธอคิดว่าเธอรู้จักเขาดีแต่แล้วมันก็ไม่ใช่ ยิ่งนานวันเธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าเธอไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้มาก่อนเลยในชีวิต ผู้ชายคนที่ซื่อสัตย์จริงใจและอ่อนโยนได้หายจากเธอไปแล้ว มีเพียงซาตานตนหนึ่งเท่านั้นในตอนนี้

ผู้หญิงคนหนึ่งของเขาถึงขนาดกล้าตบหน้าเธอและด่าทอด้วยคำหยาบคายมากมายบ่งบอกถึงกำพืดของคนพูดได้เป็นอย่างดี เขาไม่ห้ามอีกเช่นเคยและไม่เข้ามาช่วยเธอเลยสักนิด เขาทำเพียงยืนมองดูเฉยๆ เหมือนคนไม่มีจิตใจ จึงทำให้เธอรู้ซึ้งแก่ใจว่าเขาได้หมดรักเธออย่างสิ้นเชิงแล้วจริงๆ

สุดที่จะทนได้อีกต่อไปเธอจึงเป็นฝ่ายขอหย่าจากเขาเองตามที่เขาต้องการ ในเมื่อความรักของเธอถูกเขาย่ำยีขนาดนี้แล้วจะทนไปอีกทำไมกัน เธอควรปลดปล่อยเขาไปเมื่อใจเขาไม่รักไม่ต้องการเธออีกแล้ว วันที่ไปหย่ากันนั้นพงศกรยังพาผู้หญิงคนใหม่ควงไปด้วยเหมือนต้องการจะเยาะเย้ยเธออีก จนเธออดคิดไม่ได้

ทำไมนะ คนที่รักกัน พอรักก็เอาใจใส่ดูแลรักยิ่งกว่าชีวิต แต่พอหมดรักก็เกลียดโกรธกันเหมือนกับอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย ให้ได้เจ็บเหมือนกันอย่างสะใจ ความรักที่เคยมีให้กันมันไม่ช่วยเตือนสติเลยหรืออย่างไร เธออยากถามเขานักว่าจิตใจเขาทำด้วยอะไรถึงได้เลือดเย็นขนาดนี้ และวันหย่าก็เป็นวันที่เธอทนไม่ได้อีกต่อไปแล้วจริงๆ แม้แต่อยู่ร่วมโลกกันเธอก็ยังทนไม่ได้ ไม่มีเขาเธอก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้วในชีวิต เธอจึงคิดหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองไม่ต้องเจอเขาบนโลกใบนี้อีกและไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป

เธอรู้ว่าสิ่งที่จะทำลงไปมันเป็นวิธีของคนโง่และคนสิ้นคิด แต่เธอก็จนปัญญาแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรดี ความรักที่ผิดหวังทำให้เธอไม่กลัวหนำซ้ำยังกล้าที่จะทำบางอย่างลงไปด้วย

ใช่...เธอต้องการจบชีวิตของตัวเองเพราะไม่ต้องการเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว เธอไม่ต้องการเจอกับเขาอีกจึงได้เลือกใช้วิธีนี้จบปัญหาทุกอย่าง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

3 ความคิดเห็น