ตอนที่ 6 : ปฏิบัติการเด็ดดอกบัว 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 เม.ย. 61

เพียงสิบนาทีแม่กวางตัวน้อยก็เดินเข้ามาติดกับเสืออย่างที่คิดไว้จริงๆ เสียงฝีเท้าที่ได้ยินแผ่วเบาทำให้อี้ฟงรีบเอนหลังพิงพนักโซฟาและหลับตาลง ทำตัวเหมือนคนหมดแรงก็ไม่ปาน คนที่เขารอคอยเดินเข้ามาใกล้ด้วยความแปลกใจ เนื่องจากสัตตบุษย์นอนฟังเสียงฝีเท้าของอี้ฟงที่จะต้องเดินผ่านหน้าห้องของเธอไปยังห้องของเขาอยู่นาน แต่ก็ยังไม่ได้ยินจึงได้ลงมาดู

พี่ฟงทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ล่ะคะ หญิงสาวรีบเข้ามาดูเขาด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะย่นจมูกน้อยๆ เมื่อได้กินเหล้าอ่อนๆ จากตัวเขา เธอเขย่าร่างหนาเบาๆ พลางร้องเรียกไปด้วย พี่ฟง พี่ฟงคะ ตื่นเถอะค่ะ

ฮื้อ... เขาแกล้งคำรามในลำคอคล้ายกับรำคาญ ก่อนจะปรือตาขึ้นมองคนใบหน้านวลใส บัวเองหรือจ๊ะ

ค่ะ บัวเอง พี่ลุกขึ้นเถอะค่ะบัวจะพากลับห้องเอง สัตตบุษย์ดึงแขนชายหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน ซึ่งอี้ฟงก็ทำตามอย่างว่าง่ายแต่ก็ไม่วายแกล้งทิ้งน้ำหนักตัวเล็กน้อยเพื่อให้สมจริง เพราะตอนนี้เขากำลังสวมบทคนเมาอยู่รู้ว่าเมาหนักแบบนี้ทำไมไม่ให้พี่ตงกับพี่เจี้ยนพาขึ้นไปนอนบนห้องล่ะคะ แล้วไหนสัญญากับบัวแล้วไงคะว่าจะไม่ดื่มจนเมา หญิงสาวอดต่อว่าไม่ได้ขณะประคับประคองร่างสูงเดินขึ้นบันไดไปอย่างทุลักทุเล จนขึ้นมาถึงชั้นสองได้ก็ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่สามารถขึ้นบันไดมาได้อย่างปลอดภัย “ว้าย!” เธออุทานขึ้นเบาๆ เมื่อจู่ๆ ร่างสูงใหญ่ทิ้งน้ำหนักตัวมากขึ้น จนเธอต้องกอดเขาเอาไว้ทั้งตัวอย่างแนบแน่น เรียกได้ว่าไม่มีสัดส่วนไหนของลำตัวช่วงบนไม่แนบชิดกันเลย

ไอร้อนจากกายแล่นไปทั่วร่างจนสร้างรอยจุดสีแดงบนพวงแก้มอิ่มขึ้น หัวใจของสัตตบุษย์เริ่มเต้นแรงจนกลัวว่าชายหนุ่มจะได้ยิน ไออุ่นและกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีเริ่มสร้างความหวั่นไหวให้เธอไม่น้อย จนหญิงสาวต้องสูดลมหายใจเข้าแรงๆ เพื่อเรียกกำลังใจให้ตนเองก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างดันแผ่นอกกว้างออกห่าง

พี่ฟงคะ ขยับตัวหน่อยค่ะ

บัวจ๋า พี่อยากนอนแล้วล่ะ นอนตรงนี้เลยก็แล้วกันนะ อี้ฟงบอกเสียงอ้อแอ้พลางสูดดมกลิ่นกายสาวที่หอมละมุนไปด้วยอย่างชื่นใจ เนื้อตัวนุ่มนิ่มของคนในอ้อมแขนเรียกเลือดร้อนๆ ในกายเขาให้เดือดพล่านได้ดีนักเชียว

ไม่ได้นะคะ อดทนอีกหน่อยค่ะ ใกล้ถึงห้องนอนของพี่แล้ว เธอรีบร้องบอกพลางประคองเขาไปยังห้องนอนที่อยู่ไม่ไกล อี้ฟงไม่อยากให้น้องน้อยลำบากอีกจึงไม่ทิ้งน้ำหนักตัวมากนักและยอมเดินตามไปโดยดี จนในที่สุดสัตตบุษย์ก็พาชายหนุ่มเข้าไปในห้องนอนของเขาได้เป็นผลสำเร็จ เธอพาเขาไปยังเตียงนอนนุ่มแล้วค่อยๆ ผ่อนร่างใหญ่ให้ลงนอนบนเตียง ก่อนจะร้องอุทานเสียงหลงออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ เขาก็ดึงรั้งตัวเธอลงนอนไปด้วยกัน ทำให้ร่างบางลงไปนอนทับกับร่างใหญ่อยู่บนเตียง

อุ๊ย! ปล่อยนะคะพี่ฟง

ฮื้อ... เขาไม่ยอมปล่อยแถมยังเปล่งเสียงในลำคออย่างรำคาญออกมา เปลือกตายังปิดสนิทแถมมือไม้ก็เริ่มรุ่มร่ามเคลื่อนไหวไปตามเรือนร่างบาง จนสัตตบุษย์ต้องรีบร้องห้ามเสียงสั่นพลางปัดป้องพัลวัน

อย่า...อย่าค่ะพี่ฟง นี่บัวเองนะคะพี่ฟง

ชานอี้ฟงสูดลมหายใจเข้าออกแรงๆ ร่างนุ่มนิ่มที่กำลังเสียดสีกับเนื้อตัวของเขาอยู่นั้น สร้างความปั่นป่วนให้ไม่น้อยเลยทีเดียว ในคราแรกเขาตั้งใจที่จะขอนอนกอดเธอสักพักหนึ่งเท่านั้น แต่ขณะนี้ความต้องการของเขากำลังเปลี่ยนไปเสียแล้ว เพราะเลือดในกายร้อนๆ สูบฉีดแรงจนใบหน้าเข้มแดงก่ำ ความต้องการบางอย่างที่ฝังลึกอยู่ภายในจิตใจเริ่มผุดขึ้นมาทีละน้อยๆ จนทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมองหญิงในดวงใจ ที่กำลังดิ้นรนให้พ้นจากพันธนาการของเขาอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำไม่แพ้แววตา ความรักที่อัดแน่นล้นหัวใจฉายผ่านทางนี้ออกมาอย่างชัดเจน ทำให้สัตตบุษย์ที่มองสบตาด้วยพอดีถึงกับชะงักงันไปราวกับถูกสาป และเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกดเพราะไม่รับรู้อะไรอีกแล้วในตอนนี้ แม้กระทั่งอี้ฟงกำลังกดโน้มศีรษะของเธอให้ก้มหน้าลงมาหาใบหน้าของเขาก็ตาม ก็ยังไม่มีเสียงคัดค้านและแรงขัดขืนจากเธอเลยสักนิดเดียว

หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับอยู่ในฝัน เธอกำลังอยู่กับอี้ฟงที่รักเธออย่างคนรักไม่ใช่รักแบบน้องสาวอย่างที่ผ่านมา เธอรับรู้ได้ถึงความร้อนผะผ่าวของริมฝีปากเขาที่กดแนบลงกับเรียวปากของเธอ มันอุ่นจนเริ่มร้อนจากนั้นก็มีความหวานเข้ามาแทรกแซงให้ปั่นป่วนใจ สัตตบุษย์หลับตาพริ้มด้วยหัวใจที่สั่นระรัวเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกผู้ชายจูบ แถมยังเป็นชายในฝันของเธอเสียด้วย ความอ่อนหวานละมุนละไมที่ได้รับทำให้หญิงสาวหลงเคลิบเคลิ้มไปไกลจนกู่ไม่กลับ เธอหลงลืมความเป็นจริงไปเสียแล้วในตอนนี้ เพราะความฝันมันทำให้เธอมีความสุขมากเหลือเกิน

แต่แล้วความเสียวซ่านที่ได้รับแถวบริเวณทรวงอกก็ฉุดรั้งสติของเธอกลับคืนมา ดวงตากลมโตแสนหวานที่หลับพริ้มอยู่พลันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ ไม่! มันต้องไม่เป็นแบบนี้ สัตตบุษย์ร้องบอกตัวเองในใจก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น เพื่อหลีกหนีจุมพิตแสนหวานที่เขากำลังจะมอบให้อีกครั้ง หญิงสาวหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุกด้วยความอับอาย เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง

มันไม่ใช่ความฝันแต่มันคือความจริง แล้วทำไมเขาถึงได้ทำกับเธอแบบนี้ ทำไม...ทำไม เธอร้องหาเหตุผลซึ่งผู้ที่จะให้เหตุผลกับเธอได้คงมีแต่อี้ฟงเท่านั้น

อืม... สัตตบุษย์เผลอครางออกมา เมื่ออีกฝ่ายยังคงจูบซุกไซ้อยู่แถวลำคอขาวผ่อง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนใบหน้าต่ำลงมาเรื่อยๆ แล้วหญิงสาวก็ต้องใจหายวาบรีบร้องห้ามออกมาเสียงหลง เมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มเข้าครอบครองทรวงอกอิ่มแทนมือหนาที่เคล้าคลึงอยู่ในตอนแรก พะ...พี่ฟง อย่าค่ะอย่า ได้...โปรดหยุดเถอะนะคะ

เธอดันศีรษะเขาให้ออกห่าง แต่รู้สึกเหมือนกำลังผลักก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ก็ไม่ปาน เพราะคนโดนผลักไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนเลย อี้ฟงกำลังมัวเมากับกลิ่นกายสาวและรสสวาทที่โหมกระหน่ำเข้ามา จึงลืมตัวลืมใจลืมความตั้งใจไปจนหมด รับรู้ได้แต่เพียงว่าเขาต้องการเธอ ต้องการรักเธอจนแทบขาดใจ ดังนั้นเมื่อชิมความหอมหวานของดอกบัวคู่งามจนพอใจแล้ว ชายหนุ่มก็จูบผิวนวลไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ หยุดขบเม้มตรงลำคอระหงจนเกิดรอยแดงขึ้น เป็นการประทับตีตราจองเอาไว้ว่าเธอเป็นของเขาแล้ว ก่อนจะจุมพิตขึ้นมาอีกจนถึงแก้มนวลหอมกรุ่น

คืนนี้สัตตบุษย์จะต้องตกเป็นของเขาแน่ถ้าไม่มีบางสิ่งบางอย่างมาขัดขวางเสียก่อน ความเปียกชื้นที่สัมผัสได้บนแก้มนวลเรียกสติของอี้ฟงให้คืนกลับมาได้ชะงัดนัก ยิ่งเสียงหวานสั่นเครือร้องห้ามด้วยแล้วยิ่งสร้างความรู้สึกผิดให้กับเขาได้อย่างมหาศาล

พี่ฟง อย่านะคะ นี่บัวนะคะพี่ฟง

อี้ฟงกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาพยายามสะกดอารมณ์ใคร่ของตนเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ชายหนุ่มรู้สึกสงสารคนที่นอนอยู่ใต้ร่าง เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเธอช่างบาดหัวใจเขายิ่งนัก เขาอยากปลอบแต่ก็ไม่กล้าสู้หน้าเธอในตอนนี้จึงได้แต่นอนทับร่างบางไว้นิ่งๆ แล้วซบหน้าลงกับเรือนผมนุ่มสลวยแทน การที่เขานอนนิ่งเงียบแบบนี้จึงทำให้สัตตบุษย์เข้าใจผิดคิดว่าเขาหลับไปแล้ว เสียงถอนหายใจจึงดังขึ้นเบาๆ ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

พี่ฟงคะ หลับแล้วเหรอคะ

ชายหนุ่มได้ยินชัดทว่าก็ยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามเธอ

หลับแล้วแน่ๆ เลย

อี้ฟงอมยิ้มนิดๆ กับคำพูดที่ดูเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าของหญิงสาว เมื่อเธอเข้าใจไปแบบนั้นเขาก็ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์เสียเลย ไหนๆ ก็ละอายใจจนไม่กล้าสู้หน้าแล้วก็แกล้งหลับไปเลยจะดีกว่า ทำแบบนี้อาจเป็นผลดีกับตัวเขาและเธอมากกว่าที่จะเผชิญหน้าคุยกันตรงๆ ในตอนนี้

สัตตบุษย์เห็นชายหนุ่มยังนิ่งเงียบอยู่จึงตัดสินใจขยับตัว แต่ความหนักของตัวเขาทำให้เธอแทบจะขยับไปไหนไม่ได้เลย หญิงสาวลองพยายามอีกครั้งทว่าก็ยังคงเหมือนเดิมนั่นเป็นเพราะเธอไม่สามารถขยับตัวรุนแรงได้เนื่องจากกลัวอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน

สัตตบุษย์พยายามขยับตัวออกทีละนิดๆ อี้ฟงซึ่งแกล้งหลับอยู่คิดได้ว่าถ้าขืนยังให้หญิงสาวทำเช่นนี้ต่อไปตบะเขาจะต้องแตกอีกครั้งแน่ๆ เพราะแรงเสียดสีจากกายสาวสร้างความทรมานให้น้อยซะเมื่อไรกัน ดังนั้นแทนที่เขาจะทิ้งน้ำหนักตัวลงนอนเต็มที่เหมือนในตอนแรกก็เริ่มใช้ท่อนแขนดันตัวเองขึ้นเล็กน้อย พอให้อีกฝ่ายขยับตัวได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อยจะได้ไม่ผิดสังเกต

เมื่อหลุดออกมาได้สัตตบุษย์ก็รีบลงจากเตียงทันที เธอหอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้านวลแดงก่ำไปหมด หญิงสาวหันไปมองคนบนเตียงแวบหนึ่งก่อนจะออกวิ่งไปที่ประตู แต่ทำได้เพียงแค่แตะลูกบิดประตูเท่านั้น เพราะใจดันยังไปเป็นห่วงคนที่นอนหลับคว่ำหน้าอยู่บนเตียง เธอยืนชั่งใจอยู่ครู่ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับก้าวเดินไปยังเตียงนอนอย่างระแวดระวัง

พี่ฟงคะ พี่ฟงๆ คะ ถึงแม้จะยังกลัวอยู่แต่สัตตบุษย์ก็ทำใจกล้าออกปากเรียกพร้อมกับเอื้อมมือไปเขย่าร่างแกร่งเบาๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนอนนิ่งหญิงสาวก็ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วกลับออกมาพร้อมชามพลาสติกใบใหญ่ซึ่งมีน้ำอยู่ครึ่งชามกับผ้าขนหนูผืนเล็กอีกหนึ่งผืน

สัตตบุษย์วางชามพลาสติกลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง แล้วทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มก่อนจะจัดการพลิกร่างหนาให้นอนหงาย จากนั้นจัดการปลดกระดุมเสื้อของเขาออกทีละเม็ดเพื่อที่จะได้เช็ดตัวได้ถนัด ถึงแม้จะยังหวาดกลัวเขาอยู่แต่เธอก็ทนให้เขานอนตัวเหม็นอย่างนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด

อี้ฟงแอบอมยิ้มนิดๆ ด้วยความดีใจที่เธอยังคงห่วงใยเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย แต่เพื่อความสมจริงชายหนุ่มจึงแกล้งปัดป้องคล้ายรำคาญ

ฮื้อ...

หญิงสาวสะดุ้งโหยงพลางรีบชักมือหนี ทว่าพอเห็นเขายังหลับตาอยู่จึงลงมืออีกครั้ง

เช็ดตัวหน่อยนะคะพี่ฟง จะได้นอนหลับสบายๆ ไงคะ เธอบอกพลางหันไปหยิบชามมาวางลงใกล้ๆ ตัวแล้วจัดการเช็ดตัวให้เขาอย่างรวดเร็ว เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จัดท่านอนให้เขาใหม่ เพื่อให้นอนสบายขึ้นพร้อมทั้งห่มผ้าให้ด้วย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยสมดังใจต้องการ สัตตบุษย์ก็เดินไปปิดไฟและออกจากห้องไป

เพียงสิ้นเสียงปิดประตูร่างที่นอนนิ่งเงียบอยู่บนเตียงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นแล้วลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง มือหนายกขึ้นลูบไล้ริมฝีปากตนเองอย่างเผลอไผล ความหอมหวานยังคงอบอวลอยู่ไม่จางหาย สร้างความอิ่มเอมให้หัวใจเขาอย่างเหลือแสน เขาคิดไว้ไม่ผิดเลยจริงๆ ว่าดอกบัวดอกนี้ที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมานานแรมปีต้องหอมหวานจับจิตจับใจ เพียงแค่ได้สัมผัสก็เล่นเอาสติของเขาขาดผึงจนเกือบกู่ไม่กลับ

อี้ฟงหัวเราะเสียงแผ่วพลางเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟข้างเตียงนอน ก่อนจะสลัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วลุกลงจากเตียงเดินฮัมเพลงรักหวานๆ เข้าไปในห้องน้ำอย่างสุขใจ เพราะนับจากนี้ต่อไปความรู้สึกของสัตตบุษย์ที่มีต่อเขาในฐานะพี่ชายคงจะสั่นคลอนไปบ้างแล้วอย่างแน่นอน

 

ภายในห้องครัวภาพของคนร่างบางยืนทำอาหารอยู่ เป็นภาพที่ชินตาของทุกคนในบ้าน เช้านี้แม้จะมีเรื่องให้ขบคิดมากมายและตื่นเต้นเพียงใด แต่สัตตบุษย์ก็ยังคงตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้ทุกคนทานเช่นเดิม น้ำในหม้อที่ต้มไว้เดือดแล้วแต่หญิงสาวก็ยังไม่รับรู้ เพราะกำลังเหม่อลอยมัวแต่คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อยู่ นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากอิ่มของตนเองอย่างเผลอไผล ยามเจ้าตัวคิดถึงรอยจุมพิตแสนหวานชวนวาบหวิวและแสนหวาดหวั่นไปพร้อมกันที่ได้รับจากชายในดวงใจเมื่อค่ำคืน พวงแก้มนวลแดงปลั่งด้วยความขวยเขิน แม้เหตุการณ์จะผ่านมานานแล้วทว่าความรู้สึกก็ยังไม่จางหายไปเสียที ความวาบหวามที่ได้รับยังคงตรึงอยู่ในจิตใจ พร้อมกับข้อสงสัยว่าเหตุใดอี้ฟงจึงทำแบบนี้กับเธอ

เขาเมา...คงจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่าใครที่เขากำลังปล้ำจูบอยู่ ถ้าเขารู้ว่าเป็นเราก็คงไม่ทำ!’

เพียงแค่คิดใจของสัตตบุษย์ก็ปวดร้าว แม้จะรู้ว่าคิดไปเองแต่หญิงสาวก็ค่อนข้างมั่นใจว่าคิดไม่ผิด รอยจุดสีแดงบนพวงแก้มอิ่มเลือนหาย ใบหน้านวลแอร่มหม่นหมองลง แต่ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรให้ฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้ น้ำในหม้อที่เดือดอยู่นั้นบัดนี้เดือดจัดจนล้นออกมาจากหม้อแล้ว เสียงฟู่ที่เกิดจากน้ำไหลเข้าไปในเตาไฟฉุดรั้งสติของสัตตบุษย์ให้กลับคืนมา

ตายแล้ว!”

หญิงสาวตกใจรีบปิดเตาแก๊สทันที ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่สภาวะปกติ เด็กรับใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องครัวพอดี เธอจึงบอกให้มาทำความสะอาดบริเวณที่น้ำหก จากนั้นก็ยกหม้อลงจากเตาแต่ดันลืมไปว่ามันร้อน เธอจึงยกหม้อลงด้วยมือเปล่า

อุ๊ย!” สัตตบุษย์อุทานลั่นก่อนจะยกมือที่โดนความร้อนขึ้นเป่าหวังบรรเทาอาการแสบร้อน

คุณหนู! ตายแล้ว...เป็นยังไงบ้างคะ มือพองหรือเปล่าคะ เด็กรับใช้รีบเดินเข้ามาดู แต่ดูเหมือนจะช้ากว่าใครบางคนที่ไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ในครัวตั้งแต่เมื่อไร มือบางถูกมือของคนตัวใหญ่กว่าฉวยจับไปพลิกดูด้วยความห่วงใย

บัว! เป็นยังไงบ้าง

พี่ฟง สัตตบุษย์เรียกคนตรงหน้าเสียงแผ่ว ความตกใจหดหายไปกลายเป็นความประหม่าอายเข้ามาแทนที่เมื่อได้เห็นหน้าเขา

เจ็บมากไหม พี่ว่ารีบไปทายาดีกว่านะก่อนที่มันจะเป็นแผลพุพอง อี้ฟงบอกพลางดึงมือหญิงสาวให้เดินตามออกไปจากห้องครัว เด็กรับใช้คนหนึ่งกำลังทำความสะอาดอยู่บริเวณแถวนั้นพอดี ชายหนุ่มจึงสั่งให้ไปเอายาทามาให้ที่ห้องนั่งเล่น สัตตบุษย์ถูกพาเข้าไปในนั้นและถูกรั้งร่างให้นั่งลงเคียงข้างเขาเสียจนชิดเกินไป หญิงสาวเลยจะขยับตัวออกห่างจึงถูกเขาเอ็ดใส่ทว่าน้ำเสียงไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก

อยู่นิ่งๆ สิ

อย่าค่ะ เธอร้องห้ามเมื่อเขายกมือเธอขึ้นเป่าเบาๆ ตรงรอยแดง

ยังแสบอยู่ไหม

ไม่แล้วค่ะ มันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะพี่ฟง

ไม่เป็นอะไรมากได้ยังไง ดูสิแดงก่ำเชียว เขายังคงเป่าต่อไปพร้อมกับบ่นด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นมัว เอ๊ะ...ทำไมยังไม่มาอีกนะ ไปเอายาถึงไหนกัน

ความห่วงใยของชายหนุ่มที่ฉายชัดออกมาจากทั้งการกระทำและคำพูดทำให้สัตตบุษย์รู้สึกซาบซึ้งใจ หญิงสาวมองการกระทำของเขายิ้มๆ ก่อนหน้าจะแดงระเรื่อขึ้นเมื่อสายตาเจ้ากรรมดันไปจับจ้องอยู่แต่ที่ริมฝีปากเขาแทน อี้ฟงเงยหน้าขึ้นมองพอดีจึงเห็นเข้าก็ยิ้มกริ่มแล้วจงใจบรรจงแตะริมฝีปากของตนเองลงบนนิ้วเรียวบางเบาๆ ชายหนุ่มเหลือบตามองคนตรงหน้าก็เห็นเธอทำตาโตพร้อมกับจุดสีแดงบนใบหน้าเข้มขึ้นกว่าเดิม

สำเร็จ!

อี้ฟงดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อเห็นปฏิกิริยาเขินอายของสัตตบุษย์ นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิด เขามั่นใจว่าความรู้สึกที่หญิงสาวมีต่อเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว

เอ...ดูเหมือนอาการบัวจะเป็นหนักเลยนะเนี่ย เพราะรอยแดงๆ ที่นิ้วมือมันลามไปถึงใบหน้าแล้ว อย่างนี้สงสัยพี่คงต้องพาไปหาหมอแล้วมั้ง เขาอดที่จะเย้าแหย่เล่นไม่ได้

อย่านะคะ เธอร้องห้ามเสียงหลงก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วในประโยคต่อมา บัวไม่ได้เป็นอะไรมาก

แล้วทำไมหน้าแดงล่ะจ๊ะ เขาถามอย่างนึกสนุก

ก็... เธออึกอักเพราะหาเหตุผลไม่ได้ แต่ถึงจะหาได้ก็พูดไม่ออกอยู่ดี

ก็อะไรจ๊ะ บอกพี่มาซิว่าทำไมหน้าบัวถึงแดงก่ำแบบนี้ ชายหนุ่มถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ทำให้สัตตบุษย์ต้องเอนใบหน้าหนีพลางหลุบตาลงเพราะไม่กล้าประสานสายตาด้วย เธอคิดหาคำตอบแต่ก็ไม่ได้สักที พอเห็นเด็กรับใช้ซึ่งไปเอายามาให้เข้ามาได้จังหวะพอดี เธอจึงหลีกเลี่ยงด้วยการเอ่ยว่า

ยามาแล้วค่ะ บัวว่ารีบทายากันดีกว่านะคะ

จ้า อี้ฟงรับคำยิ้มๆ รู้ดีว่าเธอใช้วิธีนี้เลี่ยงคำตอบเขา ชายหนุ่มรับหลอดยามาจากเด็กรับใช้ก่อนจะไล่ให้อีกฝ่ายไปทำงานต่อ

บัวทาเองดีกว่าค่ะ เธอรีบบอกเมื่อเห็นเขาจะทาให้

บัวทาเองไม่ถนัดหรอก ให้พี่ทำให้ดีกว่านะ อี้ฟงไม่ยอมตามใจ เขาบีบยาใส่นิ้วแล้วจัดการทายาให้เธออย่างอ่อนโยน สัตตบุษย์อมยิ้มน้อยๆ ด้วยความสุขใจ เธอมองหน้าเขานิ่งอย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าควรถามเขาถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ดีหรือไม่ หญิงสาวลังเลอยู่นานจนตัดสินใจว่าจะไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืนนี้อีก เธอจะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นความทรงจำของเธอแต่เพียงผู้เดียวก็แล้วกัน

 

นับจากวันนั้น สัตตบุษย์ก็มักหลีกเลี่ยงที่จะอยู่กับอี้ฟงสองต่อสองมากขึ้น เพราะเธอยังสลัดภาพเหตุการณ์แสนวาบหวามในคืนนั้นออกไปจากใจไม่ได้เลย เธอไม่อยากแสดงอาการเขินอายให้อี้ฟงสงสัย ดังนั้นวันนี้เมื่อเขาชวนเธอไปทำงานที่บริษัทด้วยกันเธอจึงได้ตอบปฏิเสธไป

หญิงสาวตั้งใจจะลองทำคุกกี้สูตรใหม่ที่อ่านเจอในหนังสือเมื่อคืนนี้ดู แต่ยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไร เด็กรับใช้ก็เข้ามาในห้องครัวแล้วส่งโทรศัพท์บ้านแบบไร้สายให้เธอ พร้อมกับรายงานว่าเยี่ยหลานโทรมา เธอจึงรีบรับมาพูด

ว่าไงจ๊ะเยี่ยหลาน

บัว วันนี้บัวว่างไหม

ว่างสิ มีอะไรหรือเปล่า

เราจะชวนบัวมาช่วยงานที่ร้านน่ะ พอดีวันนี้ผู้ช่วยพ่อครัวป่วยแล้วลูกค้าก็เยอะมากจนทำแทบไม่ทันเลย ถ้าบัวว่างไม่มีอะไรทำจริงๆ มาช่วยเราหน่อยได้ไหม

ได้สิได้ เดี๋ยวเราจะรีบไปเลยนะ สัตตบุษย์รีบรับปากทันที เพราะอยากทำงานแบบนี้อยู่แล้ว

ขอบใจมากนะ แล้วเราจะรอ

จ้ะ หลังจากวางสายแล้ว หญิงสาวก็รีบไปขออนุญาตหวังเฉินที่ตอนนี้สามารถลุกเดินเหินได้บ้างแล้วทันที ซึ่งท่านก็ใจดีอนุญาตให้เธอไปช่วยงานเพื่อนรักได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

7 ความคิดเห็น