ตอนที่ 2 : คู่แข่งต่างรุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 เม.ย. 61

เช้าวันรุ่งขึ้นสัตตบุษย์ออกไปหาไป่เยี่ยหลาน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอที่บ้านตามที่ได้นัดกันไว้ โดยมีหม่าลี่ตงติดตามไปดูแลอีกคน รถเบนซ์คันหรูจอดลงที่หน้าร้านอาหารชื่อดังขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นร้านอาหารของครอบครัวเยี่ยหลาน หม่าลี่ตงที่นั่งอยู่คู่กับคนขับรีบลงจากรถมาเปิดประตูรถให้หญิงสาวอย่างรู้หน้าที่ เพียงแค่สัตตบุษย์ก้าวเท้าลงจากรถเท่านั้นเยี่ยหลานก็เปิดประตูร้านออกมาหาหน้าระรื่นพร้อมกับชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง

อ้าว มีพี่ตงไปด้วยเหรอบัว เยี่ยหลานเอ่ยทักก่อนหันไปพูดทักทายหม่าลี่ตง ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำเพียงยิ้มให้นิดๆ พร้อมกับก้มศีรษะทักทายเล็กน้อยเท่านั้น หญิงสาวเป็นเพื่อนกับสัตตบุษย์มาหลายปีจึงรู้จักผู้คนที่แวดล้อมอยู่รอบตัวเพื่อนเป็นอย่างดี จึงไม่แปลกใจมากนักถ้าจะพบว่ามีคนอื่นติดตามเพื่อนรักมาด้วยเสมอ

จ้ะ แล้วนี่... สัตตบุษย์มองไปทางชายหนุ่มที่ส่งยิ้มแจ่มใสให้เธอ หญิงสาวค่อนข้างแปลกใจที่มีสมาชิกเพิ่ม เนื่องจากคิดว่าจะไปกันแค่สองคนเท่านั้น

ผมขอไปด้วยนะครับบัว ไป่ฟู่เฉินบอกด้วยน้ำเสียงเว้าวอนนิดๆ แววตายามมองสัตตบุษย์ดูอ่อนเชื่อมเหมือนคนตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก ชายหนุ่มเป็นลูกพี่ลูกน้องของเยี่ยหลานจึงทำให้พลอยรู้จักกับสัตตบุษย์ไปด้วย และเหมือนกามเทพแผลงศรรักปักอกเขา เพราะเพียงแค่เห็นหน้าหญิงสาวเท่านั้น เขาก็ตกหลุมรักเธอเข้าเต็มเปาทันที สองปีที่ผ่านมาชายหนุ่มทำได้เพียงแค่เป็นเพื่อนกันเท่านั้น แต่นับจากนี้ไปเขาจะขอสู้เพื่อเลื่อนฐานะตัวเองให้เป็นมากกว่าเพื่อนให้จงได้

การกระทำของฟู่เฉินสร้างความไม่พอใจให้กับหม่าลี่ตง เพราะบอดี้การ์ดหนุ่มดูออกว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไรกับคุณหนูของเขา แต่ถึงจะไม่พอใจสักเท่าไรเขาก็ไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ เพราะเห็นแก่ที่เป็นเพื่อนของคุณหนูนั่นเอง สิ่งที่เขาทำได้ก็คงแค่คอยขัดขวางไม่ให้ชายหนุ่มผู้นี้ได้ใกล้ชิดสัตตบุษย์มากจนเกินไปนัก เพราะเขารู้ดีว่าถ้าเจ้านายรู้ว่าฟู่เฉินคิดเช่นไรกับคุณหนูก็ต้องสั่งให้เขาทำแบบนี้แน่ เขามั่นใจ!

เมื่อเห็นสัตตบุษย์ยังคงนิ่ง เยี่ยหลานซึ่งเป็นคนอนุญาตให้ญาติหนุ่มไปด้วยได้ เพราะทนการอ้อนวอนของอีกฝ่ายไม่ไหวก็เอ่ยกับเพื่อนรักว่า

ให้อาเฉินไปกับเราด้วยเถอะนะบัว อาเฉินอยากไปไหว้พระวัดที่เราจะไปกันพอดี ฉันเห็นว่าไหนๆ เราก็ไปกันอยู่แล้วก็เลยชวนเขาไปด้วยกันน่ะ เยี่ยหลานยิ้มฝืดๆ ให้เมื่อเอ่ยประโยคท้าย เพราะความจริงแล้วเธอไม่ได้ชวนฟู่เฉินเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นชายหนุ่มเองมากกว่าที่พอรู้ว่าเธอจะไปเที่ยวกับสัตตบุษย์ในวันนี้ก็อ้อนวอนขอตามไปด้วยยกใหญ่ เธอรู้ว่าฟู่เฉินรักสัตตบุษย์และความที่คิดว่าคนทั้งคู่ก็ดูเหมาะสมกันดี เธอจึงใจอ่อนยอมช่วยเหลือญาติหนุ่ม

เธอรู้จักฟู่เฉินมาตลอดชีวิต รู้ว่าเขาเป็นคนดีและรักจริง ฉะนั้นเธอจึงไว้วางใจที่จะยกเพื่อนรักของเธอให้เขาดูแล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของสัตตบุษย์ด้วยเหมือนกัน เธอทำได้แค่เปิดช่องทางให้เท่านั้น ที่เหลือก็อยู่ที่ความสามารถและความจริงใจของฟู่เฉินเองว่าจะคว้าหัวใจของสัตตบุษย์มาได้หรือเปล่า

แต่เราไม่ได้ไปวัดกันที่เดียวนี่นาเยี่ยหลาน สัตตบุษย์เตือน เพราะไม่อยากให้ฟู่เฉินต้องทนไปเดินชอปปิ้งกับพวกเธอ

ฉันบอกเขาแล้ว อาเฉินเต็มใจไปเที่ยวกับเรา เขาอาสาไปถือของให้ ดีจะตายไปบัวเราจะได้ไม่ต้องถือเองให้เมื่อยไง เยี่ยหลานบอกเสียงกลั้วหัวเราะ สัตตบุษย์เห็นว่าเพื่อนรักเห็นดีที่มีฟู่เฉินไปด้วยก็ไม่เอ่ยขัดขวางอะไรอีก ทำให้คนขอตามไปด้วยยิ้มแฉ่งด้วยความดีใจ เมื่อตกลงกันได้แล้วทุกคนก็พากันขึ้นรถ แต่ระหว่างที่สัตตบุษย์กำลังจะเข้าไปนั่งในรถตามเยี่ยหลานที่เข้าไปนั่งอยู่ก่อนแล้วนั้น หม่าลี่ตงก็รั้งต้นแขนนุ่มเอาไว้เบาๆ พลางบอกเสียงเรียบ

ผมว่าคุณหนูควรให้คุณเยี่ยหลานนั่งตรงกลางจะเหมาะกว่านะครับ

อ้อ...ดีค่ะดี ฉันชอบนั่งตรงกลาง เยี่ยหลานเข้าใจความหมายที่หม่าลี่ตงสื่อ จึงรีบรับคำแล้วกระเถิบตัวมานั่งตรงกลางทันที สัตตบุษย์พยักหน้ารับก่อนจะเดินอ้อมท้ายรถไปขึ้นนั่งยังอีกด้านหนึ่งแทน ในขณะที่ฟู่เฉินหน้าตึงพลางมองลี่ตงด้วยสายตาไม่พอใจ ที่ถูกอีกฝ่ายขัดโอกาสอันดีที่จะได้ใกล้ชิดสัตตบุษย์ บอดี้การ์ดหนุ่มเห็นสายตาของฟู่เฉินแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ พอปิดประตูรถให้คุณหนูของเขาเสร็จก็เดินอ้อมหน้ารถมาเปิดประตูรถด้านหน้าคู่คนขับเข้าไปนั่งทันที

เอ้า...มัวยืนเอ๋อทำไมอาเฉิน ไม่เข้ามานั่งสักทีล่ะ จะไปหรือไม่ไปฮะ เราเสียเวลากันมากแล้วนะ เยี่ยหลานถามอย่างหงุดหงิด ฟู่เฉินถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางบ่นงึมงำๆ ก่อนจะสอดตัวเข้าไปนั่งในรถด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว

 

สองวันถัดมาในตอนหัวค่ำ หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ ชานอี้ฟงก็เข้าห้องทำงานเพื่อสะสางงานที่ทำค้างอยู่ทันที ช่วงนี้งานที่บริษัทยุ่งมากเพราะเขามีแผนงานที่จะขยายธุรกิจไปในประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจ งานของเขาเลยเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จึงมักจะหอบงานกลับมาทำที่บ้านอยู่เสมอ

ภายในห้องทำงาน อี้ฟงกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางกดปุ่มในกล้องดิจิตอลอันน้อยไปเรื่อยๆ เพื่อดูภาพของสัตตบุษย์ที่ได้ถ่ายเอาไว้เมื่อหลายวันก่อน วันนี้เขาจำเป็นต้องใช้กล้องถ่ายรูปแต่กล้องของเขาที่ใช้อยู่เป็นประจำกลับลืมไว้ที่บริษัท จึงได้ไปขอยืมกล้องของสัตตบุษย์มาใช้แทน ชายหนุ่มเปิดดูภาพที่ถ่ายไว้ในกล้องไปเรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน

รอยยิ้มกว้างขวางกับดวงตาเป็นประกายระยิบระยับสดใสของสัตตบุษย์เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากอี้ฟงได้ไม่ยากนัก เสียงหัวเราะแผ่วๆ ดังขึ้นเมื่อชายหนุ่มกดไปเจอภาพถ่ายแนวตลกๆ ของเจ้าของกล้องกับเพื่อนสาวคนสนิทเข้า แต่แล้วเสียงหัวเราะก็หยุดลงทันควัน คิ้วเข้มดกดำขมวดมุ่น และดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจออกมาเมื่อเห็นภาพต่อไป

มีบุคคลสามคนอยู่ในภาพนั้น คนกลางคือสัตตบุษย์ส่วนคนซ้ายมือคือไป่เยี่ยหลาน เพื่อนสาวคนสนิทของเจ้าบัวน้อยที่เขารู้จักดี แต่มีอีกคนหนึ่งที่เขาไม่รู้จักซึ่งก็คือผู้ชายคนซ้ายมือในรูป ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน?’ ความรู้สึกระแวงเข้าจู่โจมจิตใจของอี้ฟง ใบหน้าคมสันที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อครู่บัดนี้บึ้งตึงกึ่งเคร่งเครียดขึ้น ก็พอดีกับเสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นมา คนที่กำลังอารมณ์ไม่ดีจึงตะโกนถามเสียงห้วน

ใคร

บัวเองค่ะพี่ฟง ให้บัวเข้าไปหน่อยได้ไหมคะ เสียงหวานๆ ตอบกลับมาพาให้บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องลดระดับลงเกินครึ่งทันที

ได้จ้ะ ชายหนุ่มตะโกนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง คนดวงหน้าพริ้มเพราจึงเปิดประตูเข้ามาพร้อมถาดใส่ถ้วยกาแฟและขนมคุกกี้เหมือนเช่นเคย สัตตบุษย์ปิดประตูห้องตามหลัง จากนั้นก็เดินมาที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้ววางถาดที่ถือมาด้วยลงบนโต๊ะทำงาน

วันนี้ทานกาแฟกับคุกกี้นะคะ ทานเค้กมาสองวันติดแล้วเบื่อแย่เลย เปลี่ยนบ้างดีกว่านะคะ หญิงสาวบอกยิ้มๆ พลางยกถ้วยกาแฟและจานขนมวางลงยังมุมหนึ่งของโต๊ะทำงาน

ขอบใจจ้ะ

งานมากหรือคะช่วงนี้ เธอถามด้วยความเป็นห่วง เพราะรู้สึกว่าหมู่นี้อี้ฟงนอนดึกเกือบทุกคืนเลย ชายหนุ่มส่งยิ้มให้ก่อนตอบ

ก็มากพอดูจ้ะ พี่คิดจะลงทุนขยายสาขาโรงแรมของเราเพิ่มก็เลยต้องศึกษาข้อมูลของสถานที่หลายๆ ประเทศที่น่าสนใจเยอะหน่อยซึ่งหนึ่งในประเทศที่เขาสนใจก็มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย เพราะเมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมากมายนั่นเอง

อย่าหักโหมมากนักนะคะ

ดีใจจังที่บัวเป็นห่วง เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มแป้น

ไม่เห็นต้องดีใจเลยค่ะ บัวก็เป็นห่วงพี่ทุกวันอยู่แล้วนี่คะเธอก้มหน้าลงบอกอย่างขัดเขิน

จริงสินะ พี่ถึงได้มีความสุขทุกวันเลย เขาบอกเสียงหวาน หัวใจพองโตขึ้นเมื่อเห็นจุดสีแดงบนพวงแก้มอิ่มของเธอ สัตตบุษย์ใจเต้นแรงขึ้นผิดปกติเมื่อเห็นแววตาบางอย่างของพี่ชาย หญิงสาวกำขอบโต๊ะไว้แน่นด้วยรู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียเฉยๆ ก่อนจะคลายมือออก แล้วบอกเขาเสียงเบาหวิวว่า

บัวขอตัวก่อนนะคะ พี่จะได้ทำงานต่อ

เดี๋ยวสิจ๊ะบัว อย่าเพิ่งไป พี่มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย อี้ฟงเรียกไว้ได้ทันก่อนที่หญิงสาวจะเปิดประตูออกจากห้องไป

มีเรื่องอะไรเหรอคะ

มานั่งก่อนสิ ชายหนุ่มบอกเสียงขรึมขึ้นนิดๆ เมื่อสัตตบุษย์เดินมานั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานแล้ว เขาก็เริ่มพูดเรื่องที่อยากรู้ทันทีเมื่อวานก่อนไปเที่ยวกับเยี่ยหลานมาสนุกไหม ไม่เห็นเล่าให้พี่ฟังบ้างเลย

ก็สนุกดีค่ะ พวกเราไปไหว้พระกันก่อนจะไปชอปปิ้งต่อค่ะ แล้วหญิงสาวก็เริ่มเล่าให้ฟังว่าไปทำอะไรที่ไหนและซื้ออะไรมาบ้าง รวมถึงเล่าเรื่องที่มีไป่ฟู่เฉินไปด้วยอย่างไม่ปิดบัง ชานอี้ฟงรับฟังด้วยท่าทีนิ่งสงบแต่ในใจกลับร้อนรุ่ม เพราะสังหรณ์ใจได้ว่าเขาอาจกำลังจะมีคู่แข่งเสียแล้ว เขาไม่รู้ว่าไป่ฟู่เฉินคนนี้จะคิดเกินเพื่อนกับสัตตบุษย์หรือไม่ และหญิงสาวแอบคิดอะไรเกินเลยกับเพื่อนคนนี้ด้วยหรือเปล่า เขาไม่แน่ใจ แต่เพื่อความไม่ประมาทเขาไม่ควรนิ่งนอนใจอีกต่อไป เพราะยังไงเขาก็ไม่ยอมเสียเจ้าบัวน้อยของเขาไปให้ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น

ไป่ฟู่เฉิน ใช่คนนี้หรือเปล่า ชายหนุ่มยื่นกล้องถ่ายรูปให้เธอดู

ใช่ค่ะ สัตตบุษย์รับมาดูก่อนจะกดปุ่มเปิดภาพอื่นๆ ดูบ้าง เพราะตั้งแต่ถ่ายรูปมาในวันนั้นเธอก็ยังไม่ได้เปิดดูเลย อี้ฟงจ้องดวงหน้านวลใสนิ่งก่อนจะถามออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะคาดคั้นเล็กน้อย

บัว...บัวคิดยังไงกับไป่ฟู่เฉิน

หมายความว่าไงคะ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

ก็...บัวคิดกับเขาแค่เพื่อนหรือมากกว่าเพื่อน

สัตตบุษย์นิ่งอึ้งระคนไม่เข้าใจว่าเขาถามแบบนี้ทำไม แต่เธอก็ตอบไปตรงๆ ตามความรู้สึกในใจ

แค่เพื่อนค่ะ แค่เพื่อนเท่านั้น เธอลงน้ำเสียงของคำว่า แค่เพื่อนอย่างหนักแน่น เพราะไม่ต้องการให้คนถามเข้าใจผิด แล้วหญิงสาวก็ต้องใจเต้นแรงอีกครั้ง เมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างขวางกับดวงตาพราวระยับสดใสของชานอี้ฟง พี่ฟงดีใจ...ทำไมต้องดีใจด้วยนะ เธอคิดอย่างสงสัยก่อนจะถาม พี่ฟงถามบัวแบบนี้ทำไมเหรอคะ

พี่แค่อยากรู้น่ะจ้ะ อืม...นี่ก็ดึกมากแล้วพี่ว่าบัวไปนอนเถอะนะ เขาเปลี่ยนเรื่องทันที เพราะยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยความในใจให้เธอรับรู้มากกว่านี้

ค่ะ พี่ฟงก็อย่านอนดึกมากเกินไปนะคะ

จ้ะ ชายหนุ่มตอบรับด้วยรอยยิ้มแห่งความเปรมปรีดิ์ในความห่วงใยของเธอที่มีให้เขา เมื่อสัตตบุษย์ออกจากห้องไปแล้ว อี้ฟงก็หยิบกล้องดิจิตอลขึ้นมากดดูภาพของไป่ฟู่เฉินอีกครั้ง ความกังวลใจทำให้เขากดโทรศัพท์หาหม่าลี่ตงบอดี้การ์ดคนสนิทที่เขาส่งไปดูแลเจ้าบัวน้อยในวันนั้นทันที โดยไม่สนใจว่าเวลานี้จะเป็นเวลาดึกดื่นมากแค่ไหนแล้วก็ตาม เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้คิดยังไงกับเจ้าบัวน้อยของเขา ถ้าไม่รู้คืนนี้เขาคงนอนไม่หลับเป็นแน่

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ชานอี้ฟงได้รับคำเตือนจากเลขาสาวในตอนบ่ายของวัน ถึงงานเลี้ยงวันเกิดของนายตำรวจใหญ่ที่รู้จักสนิทสนมกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นเพื่อนสนิทของบิดาเขา

คุณจัดเตรียมของขวัญที่ผมสั่งไปเรียบร้อยแล้วหรือยัง

เรียบร้อยแล้วค่ะ

ขอบคุณ

เมื่อไม่มีคำสั่งใดๆ จากท่านประธานอีก เลขาสาวก็ขอตัวออกไปทำงานต่อ อี้ฟงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นรูปของสัตตบุษย์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน รอยยิ้มสดใสของหญิงสาวช่วยให้เขาคลายความเครียดจากงานลงได้เยอะ และยังช่วยเป็นกำลังใจให้เขาได้เสมออีกด้วย ชายหนุ่มหัวเราะออกมากับอาการหลงรักอย่างหัวปักหัวปำของตัวเอง เขาไม่คิดว่าตนเองจะเป็นไปได้มากถึงขนาดนี้ แค่เห็นรูปยังให้ความรู้สึกดีแบบนี้ แล้วถ้าเขาได้ตัวจริงมาเป็นกำลังใจให้และคอยอยู่เคียงข้าง เขาจะมีความสุขมากแค่ไหนกันนะ

แต่แล้วอารมณ์แสนอ่อนหวานของอี้ฟงก็ต้องสะดุดลง เมื่อนึกถึงคำพูดของหม่าลี่ตงในคืนที่เขาโทรไปถามถึงอากัปกิริยาที่ไป่ฟู่เฉินมีต่อสัตตบุษย์ขึ้นมา

เจ้าหนุ่มนั่นมันหลงรักคุณหนูแน่ๆ ครับเจ้านาย ผมดูแววตามันออก เวลามันมองคุณหนูแววตามันหวานเยิ้มเชียวล่ะครับ แถมยังคอยหาโอกาสใกล้ชิดคุณหนูอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

ได้ฟังแล้วก็รู้สึกใจไม่ดีเลย ถึงแม้สัตตบุษย์จะบอกว่าคิดแค่เพื่อนเท่านั้น แต่ถ้าทั้งสองคนยังได้ใกล้ชิดกันต่อไปเรื่อยๆ คงมีสักวันที่หญิงสาวอาจหวั่นไหว เพราะคนทั้งคู่อายุก็เท่ากัน อาจจะพูดคุยกันรู้เรื่อง รวมถึงเข้าใจในความต้องการของคนวัยเดียวกันก็ได้

อี้ฟงสลัดความกังวลนี้ออกไป แล้วเตือนตัวเองว่าตราบใดที่สัตตบุษย์ยังไม่เลือกใครเป็นแฟน เขาก็มีสิทธิ์และมีโอกาสที่จะได้หัวใจของเธอ จะกลัวไปทำไมในเมื่อเขาอยู่ใกล้ชิดเธอตลอดเวลา มีโอกาสเหนือผู้ชายทุกคนขนาดนี้แล้วเขายังจะต้องกลัวอะไรอีกล่ะ ถ้าเขาแสดงความรักและความจริงใจให้เธอเห็น เขาเชื่อว่าจะได้หัวใจของเธอมาครองในที่สุด แต่ก่อนอื่นสิ่งที่เขาควรทำเป็นอันดับแรกก็คือ...ทำให้เธอเลิกคิดกับเขาในฐานะพี่ชายให้ได้เสียก่อน

ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วจัดการกดโทรหาหญิงสาวหลังจากตัดสินใจที่จะลงมือทำนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

บัวจ๊ะ บัวไปอาบน้ำแต่งตัวไว้นะ เดี๋ยวพี่จะให้อาเจี้ยนไปรับที่บ้าน

จะพาบัวไปไหนหรือคะพี่ฟง

น้ำเสียงของคนปลายสายฟังดูก็รู้ว่าคงสงสัยเต็มแก่ อี้ฟงยิ้มกริ่มก่อนตอบ

เดี๋ยวบัวก็รู้จ้ะ ไม่ต้องแต่งตัวสวยหรอกนะเพราะเดี๋ยวก็ต้องแต่งใหม่อยู่ดี

พี่ฟงพูดแบบนี้ทำให้บัวอยากรู้มากขึ้นแล้วนะคะ

ชายหนุ่มหัวเราะร่าเมื่อได้ยินเสียงออดอ้อนของอีกฝ่าย

ถ้าบัวอยากรู้ก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วมาหาพี่สิจ๊ะอี้ฟงบอกเสียงกลั้วหัวเราะ พอวางสายจากสัตตบุษย์แล้วชายหนุ่มก็กดอินเตอร์คอมสั่งเลขาให้ตามเหว่ยเจี้ยนมาพบทันที และเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาพบเขาก็สั่งให้ไปรับสัตตบุษย์ที่บ้าน

 

โอ้...เจ้าบัวน้อยของพี่ แต่งตัวสวยเชียวจะออกไปเที่ยวไหนหรือจ๊ะ ชานอี้เฟยที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกเอ่ยทัก เมื่อเห็นสัตตบุษย์นั่งหน้าแฉล้มนวลผ่องอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก

ไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอกค่ะพี่เฟย บัวจะไปหาพี่ฟงน่ะค่ะ

ไปหาตอนนี้เหรอ พี่ฟงจะพาบัวไปทานข้าวนอกบ้านหรือไง ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เพราะตอนนี้มันบ่ายสี่โมงกว่าเข้าไปแล้ว

ไม่ทราบค่ะ พี่ฟงไม่ได้บอกอะไรบัวเลย สั่งแค่ให้อาบน้ำแต่งตัวไว้เท่านั้นค่ะสิ้นคำตอบทั้งสองคนก็ได้ยินเสียงรถยนต์ดังขึ้น และอึดใจต่อมาก็มีร่างสูงใหญ่ของหม่าเหว่ยเจี้ยนเดินเข้ามาในบ้าน บอดี้การ์ดหนุ่มโค้งคำนับอี้เฟยกับสัตตบุษย์ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบๆ เช่นเคย

เจ้านายให้ผมมารับคุณหนูครับ

ไปก่อนนะคะพี่เฟย หญิงสาวเอ่ยลา จากนั้นก็ลุกเดินออกจากบ้านไป เหว่ยเจี้ยนเดินตามไปติดๆ ก่อนจะเปิดประตูรถด้านหลังให้สัตตบุษย์เข้าไปนั่ง

พี่ฟงจะพาบัวไปไหนอาเจี้ยน อี้เฟยที่เดินตามออกมาถามขึ้น เหว่ยเจี้ยนเห็นสัตตบุษย์นั่งอยู่ในรถแล้วคงไม่ได้ยินอะไร เพราะเจ้านายสั่งมาว่าไม่ให้บอกหญิงสาวว่าจะพาไปไหน เขาจึงยอมตอบตามจริง

เจ้านายจะพาคุณหนูออกงานเลี้ยงด้วยคืนนี้ ก็เลยให้ผมมารับคุณหนูไปแต่งตัวที่ร้านครับ

อ๋อ จริงสินะ คืนนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดของคุณอาไท้นี่นา อี้เฟยพูดถึงหวังอู่ไท้ นายตำรวจใหญ่ระดับผู้บังคับบัญชา ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวของเขา เพราะอีกฝ่ายเป็นเพื่อนรักของหวังเฉินมานาน คืนนี้เขาก็ต้องไปร่วมงานเลี้ยงด้วย ซึ่งก็คงตามไปสมทบกับพี่ชายทีหลังเหมือนเช่นเคย

งานเลี้ยงวันเกิดปีนี้ของหวังอู่ไท้ บิดาของเขาไม่สามารถไปร่วมงานเลี้ยงได้ เนื่องจากว่าท่านได้รับอุบัติเหตุลื่นหกล้มในห้องน้ำเมื่อสามวันก่อน ซึ่งเป็นผลทำให้กระดูกตรงสะโพกร้าว จึงจำต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ถึงกระนั้นบิดาของเขาก็ได้โทรศัพท์ไปอวยพรวันเกิดให้เพื่อนรักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อี้เฟยยืนมองท้ายรถที่แล่นออกไป เขาล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาจัดการกดหมายเลขที่จำได้ขึ้นใจ จากนั้นรอสายเพียงครู่เดียวคนปลายสายก็ตอบรับ

ว่าไงไอ้เสือ ฉันหวังว่านายคงไม่มัวกกผู้หญิงจนลืมนัดคืนนี้หรอกนะ

ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่หรอกครับ งานเลี้ยงวันเกิดคุณอาไท้ทั้งทีจะลืมได้ไงล่ะ แต่ไม่แน่ว่าคืนนี้ผมอาจไม่ได้ไปก็ได้ ชายหนุ่มพูดทีเล่นทีจริงยิ้มๆ

ทำไม นายติดธุระอะไรงั้นเหรอ

เปล๊า...เพียงแต่ผมเซ็งที่ถูกพี่ตัดหน้าแย่งเจ้าบัวน้อยไปควงออกงานก็เท่านั้น เขาพูดเสียงกลั้วหัวเราะ เป็นแบบนี้แล้วผมจะพาใครไปงานด้วยล่ะทีนี้

คู่ขาของนายไงล่ะ พวกดารานางแบบทั้งหลายน่ะ เลือกเอาสักคนสิ มีเยอะไม่ใช่เหรอ คนปลายสายตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี

งานของคนสำคัญก็ต้องพาคนสำคัญไปเปิดตัวสิครับ จริงไหม อี้เฟยเอ่ยหยอกเย้าเล่น พี่ชายของเขาเงียบไปอึดใจก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เขาจึงพลอยหัวเราะตามไปด้วย

แสนรู้ไม่เปลี่ยนเลยนะ

โธ่...พี่ฟง อย่าชมกันอย่างนี้สิ คำนี้มันไม่น่าปลื้มใจเลยนะชายหนุ่มโอดครวญ หน้ามุ่ยลงฉับพลัน

เหมาะกับนายดีออก ก็แสนรู้ไปหมดทุกเรื่องอย่างนี้นี่

เอาล่ะๆ ผมไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับพี่แล้ว เอาเป็นว่าเจอกันที่งานเลยก็แล้วกันนะ อี้เฟยตัดบทสนทนาแล้วกดวางสาย จากนั้นก็เดินผิวปากเป็นเพลงเข้าไปในบ้านอย่างอารมณ์ดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #1 orien (@berrycream) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 22:42
    พี่น้องเขารู้ใจดีนะเนี่ย 5555555
    #1
    1