ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 90 : ทหารพลร่มกับปีกพลร่มชั้นที่ 1 (ตอนพิเศษ 18)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 382 ครั้ง
    24 ก.ค. 62

90.ทหารพลร่มกับปีกพลร่มชั้นที่ 1

 

                ในวันที่สองของการกระโดดร่มจากเครื่องบิน เอกพลเห็นท่าเดินของขวัญตาแล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่ยเมื่อรู้สึกว่ายัยตัวแสบเดินไม่ค่อยปกติ ถึงแม้ว่าขวัญตาจะพยายามเดินให้ได้เป็นปกติก็เถอะ ถ้าไม่สังเกตดูดีๆ ก็จะไม่รู้ว่าท่าเดินของเธอเปลี่ยนไป จะลุกจะนั่งแต่ละทีก็เล่นเอาร้องโอดโอยกันเลยทีเดียวจนเขาอดคิดไปไกลไม่ได้ว่ายัยชะนีน้อยอาจจะถูกครูฝึกรูปหล่อเล่นบทโหดเผด็จศึกเข้าให้แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเมื่อคืนนี้เขาไม่น่าปล่อยเธอทิ้งเอาไว้เลย โถๆๆ ชะนีน้อยลูกแม่ เสียเอกราชแล้วน่าสงสารจริง

                “เมื่อคืนนี้กว่าจะได้นอนดึกมั้ย” เขาถามขณะช่วยเธอใส่อุปกรณ์กระโดดร่ม

                “ดึกสิเจ๊ กว่าจะได้นอนถูกตาแก่วัย...ถูกครูฝึกเล่นงานเกือบตาย”

                “เรื่องแค่นี้ไม่ถึงตายหรอกย่ะ” อิจฉาเว้ย เมื่อคืนนี้เขาถูกซ่อมให้ดันพื้นแทบตายในขณะที่ยัยชะนีน้อยได้ไปแซ่บกับครูฝึกรูปหล่อ

                “ไม่ถึงตายบ้าอะไร โดนไปตั้งหลายยก”

                เพี๊ยะ!!!

                “โอ๊ย! เจ๊ตีฉันทำไมเนี่ย” ขวัญตาแหวขึ้นเมื่อจู่ๆ เอกพลก็ตีต้นแขนเธอเข้าให้ เขาก็เลยค้อนใส่เธออีก

                “ยัยชะนีน้อย เจ๊ไม่ได้อยากรู้หรอกนะว่าจะโดนไปกี่ยก เป็นเด็กเป็นเล็กเรื่องแบบนี้เอามาพูดในที่สาธารณะได้ยังไง”

                “อ้าว มันเรื่องธรรมชาตินี่เจ๊ หรือว่าเจ๊ไม่เคยโดน”

                “ว๊ายยัยเด็กนี่! เป็นสาวเป็นนางพูดมาได้หน้าไม่อาย” เอกพลวี๊ดว๊ายขึ้น หน้าแดงเป็นลูกตำลึงแล้วตอนนี้ ขวัญตาเห็นท่าทางของบัดดี้ตัวเองแล้วก็ได้แต่เกาศีรษะ ยัยเจ๊เอกี้มาเขินเธอเรื่องอะไรกันเนี่ย

                “แล้วว่าแต่เจ๊เถอะ เมื่อคืนโดนซ่อมเป็นไงบ้าง”

                “ไม่ต้องห่วงเจ๊หรอก เจ๊แค่ดันพื้นห้าสิบครั้ง ครูฝึกเขาไม่กล้าซ่อมโหดมากหรอกเพราะถ้าเจ๊บาดเจ็บมันจะมีผลต่อการกระโดดร่ม ครูฝึกเขาเซฟความปลอดภัยให้พวกเราดีอยู่แล้ว” ได้ยินเขาพูดแบบนี้ขวัญตาก็เบาใจ ก็นึกว่าเขาจะโดนปักฉมวกทั้งคืนซะอีก

                “แล้วหล่อนล่ะ เมื่อคืนนี้ครูเขาป้องกันอะไรให้มั้ย”

                “เหอะ! จะป้องกันอะไร พอเจ๊ไปฉันก็โดนเล่นงานทันทีเลย ไม่งั้นจะเดินขาโก่งแบบนี้หรอ”

                ตายละ! จะแซ่บกันก็ไม่รู้จักป้องกัน ยัยชะนีน้อยยังเด็กยังเล็ก ยังเรียนหนังสืออยู่ตาครูฝึกนี่ก็ใจร้อนเสียจริง แต่ก็นะ เวลาแบบนี้จะไปหาถุงยางที่ไหนทัน ก็ได้แต่หวังล่ะว่าจะไม่ใช่วันที่ยัยชะนีน้อยไข่ตก

                “พอเสร็จแล้วเขาบอกจะรับผิดชอบอะไรมั้ย”

                “เสร็จแล้วก็สะบัดก้นหายจ้อยไปเลยเจ๊ เนี่ย เช้านี้ยังไม่เห็นหน้าเลย”

                “สารเลว!

                “อ้าว เจ๊ด่าใคร” ขวัญตามองเขาอย่างงงๆ อยู่ๆ ก็ด่ามาซะเสียงแมนเลย แค่เธอถูกสั่งซ่อมเพราะแอบกินขนมแค่นี้ยัยเจ๊เอกี้ถึงกับต้องโกรธเบอร์นี้เลยหรอ

                “ไอ้ผู้ชายเฮงซวย ได้แล้วก็ไม่คิดจะรับผิดชอบ เห็นว่าเป็นเด็กเป็นเล็กแล้วจะหลอกยังไงก็ได้งั้นหรอ เป็นทหารบ้าอะไรนิสัยเลวแบบนี้ ไม่สงสารยัยชะนีน้อยบ้างรึยังไง” ว่าแล้วก็ดราม่าออกมายกใหญ่ มองหน้าขวัญตาอย่างเห็นใจในขณะที่คนถูกเห็นใจกลับงงแล้วงงอีก นี่แค่เธอถูกซ่อมเจ๊แกจะเป็นเอามากอะไรขนาดนี้

                “เจ๊ เจ๊ดราม่าอะไร ฉันสบายดีนะไม่ได้เป็นอะไร”

                “โถๆๆ ช่างเป็นเด็กใสซื่ออะไรแบบนี้ ถูกผู้ชายหลอกฟันแล้วยังไม่รู้ตัวอีกยัยชะนีน้อยของเจ๊” เอกพลทำท่าจะเข้ามากอดปลอบใจแต่ขวัญตากลับผลักเขาหนี เธอว่ายัยเจ๊นี่ต้องเข้าใจผิดอะไรอยู่แน่เลยมาดราม่าขนาดนี้เนี่ย

                “ถูกผู้ชายหลอกฟันอะไรของเจ๊” เธอกระซิบถามเมื่อเอกพลคร่ำครวญจนเพื่อนๆ หันมามองกันหมดแล้ว

                “อ้าว ก็หล่อนถูกครูฝึกแฟนหล่อนฟันมาไม่ใช่หรอเมื่อคืน พอมาเช้าวันนี้ถึงกับเดินขาโก่งเลย”

                “จะบ้าหรอ!!!” ขวัญตาร้องขึ้นเมื่อเข้าใจแล้วว่าบัดดี้ตัวเองเป็นอะไร โอย ที่ถามนั่นถามนี่เธอยาวๆ น่ะเรื่องนี้เองหรอกหรอ ถึงเธอจะรักเขามากจนหวั่นไหวกับเขาตลอดแต่เรื่องแบบนี้ถึงจะรักให้ตายเธอก็มีสตินะ ลองตาแก่วัยทองล่วงล้ำอธิปไตยเธอดูสิแม่จะเล่นงานให้ตกเตียงคอหักเลย

                “เข้าใจผิดไปใหญ่แล้วเจ๊ เมื่อคืนนี้ฉันกับเขาไม่ได้ทำอะไรกัน”

                “อ้าว แล้วที่หล่อนบอกว่ากว่าจะได้นอนก็ดึก โดนไปหลายยก ไม่ได้ป้องกัน เสร็จแล้วก็หายจ้อยไปเลยล่ะมันหมายความว่ายังไง”

                “โอ๊ยเจ๊! คิดลึกไปได้” ก็หล่อนพูดชวนให้คิดลึกเองนี่ยะ เอกพลว่าในใจ

                “คืออย่างนี้ ที่ฉันบอกว่ากว่าจะได้นอนก็ดึกแล้วน่ะก็เพราะว่าฉันถูกสั่งซ่อม โดนลุกนั่งไปหลายยกจนขาโก่งอย่างที่เห็นเนี่ย ตาแก่วัยทองนั่นไม่ได้คิดจะป้องกันหรือเซฟความปลอดภัยในการกระโดดร่มให้ฉันเหมือนเจ๊เลย พอสั่งซ่อมฉันเสร็จก็หายจ้อยทิ้งฉันเอาไว้กับครูฝึกผู้หญิงสองคนที่หน้าโรงนอน เนี่ย ลำบากครูต้องช่วยกันหิ้วปีกฉันขึ้นไปนอนอีก”

                “สรุปพวกหล่อนไม่ได้ไปแซ่บกัน”

                “เปล่า” ถึงจะไม่ถึงขั้นแซ่บกันแต่เมื่อคืนนี้จูบของเขาก็หวานไม่น้อย แค่คิดตามแก้มนวลก็แดงระเรื่อดวงตาเป็นประกายแล้ว ตาแก่วัยทองของเธอน่ารัก เขาไม่รังแกเธอให้เกินเลยก่อนแต่งหรอก เขามีโอกาสที่จะทำตั้งมากมาย ถ้าเขาจะทำจริงๆ ก็คงทำไปนานแล้ว พี่ชายของเธอเชื่อใจเขา เธอเองก็เชื่อในความเป็นสุภาพบุรุษของเขาเหมือนกัน

                “คนอย่างเขาเคร่งครัดในกฎระเบียบมาก เขาเป็นครูฝึก ฉันเป็นนักเรียนเขาไม่ทำอะไรแบบนั้นกับฉันหรอกเจ๊”

                “ถ้านอกโรงเรียนก็ทำได้ใช่มั้ย”

                “เจ๊” ขวัญตาว่าขึ้นอย่างจริงจัง “เห็นเขาเป็นแบบนั้นน่ะแต่เขาก็เป็นสุภาพบุรุษแล้วก็น่ารักมากเลยนะ เขาไม่เคยรังแกฉันเลยทั้งๆ ที่มีโอกาสตั้งมากมาย เขาดีกับฉันแล้วก็รักฉันมาก เวลาว่างก็ไปนั่งเป็นเพื่อนอ่านหนังสือกับฉัน คอยเช็คผลการเรียน คอยซื้อข้าวซื้อน้ำให้ ถ้าฉันทำอะไรผิดเขาก็คอยบอกคอยสอน วิชาทางการทหารถ้าฉันไม่เข้าใจอะไรเขาจะติวให้ ยิงปืนไม่ได้เขาก็สอน ไม่อย่างนั้นที่บ้านของฉันไม่กล้าปล่อยให้ฉันคบกับเขาหรอก ถึงเราจะอายุห่างกันมากแต่เราก็รักกันด้วยความเข้าใจ คอยเติมเต็มในส่วนที่ขาดให้กันและกันนะ นอกจากครอบครัวของฉันก็มีแค่เขานี่แหละที่ฉันอยู่ด้วยแล้วปลอดภัยที่สุด ฉันรักตาแก่วัยทองของฉันมากเลยนะ ฉันไม่สนหรอกว่าเขาจะอายุเท่าไหร่ ฉันสนแค่ว่าเขารักฉันแล้วก็น่ารักกับฉันมาก”

                เอกพลได้ฟังแล้วก็น้ำตาคลอ ซาบซึ้งไปกับความรักของเธอ แม้ที่ฟังๆ ดูนี่มันจะเหมือนผู้กองคณินจะดูแลเธอเหมือนลูกเลย เออเนาะ! ก็อายุห่างกันซะขนาดนี้แต่ผู้ชายอบอุ่นๆ แบบนี้เขาเองก็เพิ่งจะเคยเห็นนี่แหละ และที่สำคัญที่ผู้กองคณินมาเป็นครูฝึกในครั้งนี้เหตุผลของเขาส่วนหนึ่งก็เพื่อมาคอยดูแลคนรัก จะว่าไปเขาก็ทำอะไรเพื่อขวัญตามากจริงๆ อบอุ่น รูปหล่อและแสนดีแบบนี้ขวัญตาจะไม่หลงรักเขาก็แปลกแล้ว

                “โหย ซึ้งจังเลยยัยชะนีน้อย ผู้ชายอบอุ่นๆ แบบนี้มีอีกมั้ยเนี่ย”

                “มี” ขวัญตายิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเมื่อนึกถึงใครบางคน “มีเพื่อนของเขาคนหนึ่งตอนนี้โสด เป็นผู้บังคับกองร้อยทหารพรานอยู่นราธิวาส รูปหล่อเหมือนกัน ใจดีกว่าด้วย”

                “ว๊ายๆๆ เจ๊อยากเจอ”

                “วันประดับปีกเดี๋ยวเจ๊ก็ได้เจอ พี่เขาเป็นเพื่อนคู่หูคนสนิทของตาแก่วัยทองเลยนะ เคยเป็นบัดดี้กันเหมือนเราด้วยไว้ฉันจะแนะนำให้รู้จัก”

                หึๆๆ โชคดีนะพี่ผู้กองนที

                “นักเรียน เตรียมตัวเสร็จแล้วยัง” ในระหว่างที่ขวัญตากำลังคิดแผนแกล้งผู้กองนทีอยู่นั้น เสียงครูฝึกในดวงใจของเธอก็ดังขึ้น ตั้งแต่เช้ามานี่เธอก็เพิ่งจะได้เห็นหน้าเขานี่แหละ ดูสิ ริมฝีปากของเขายังเห็นรอยกัดของเธออยู่เลย

                “ครูครับ ปากไปโดนอะไรมา” เอกพลอดถามไม่ได้ จะว่าถูกต่อยมาก็ไม่น่าใช่นะแบบนี้ แล้วพอถูกถามแบบนี้ผู้กองคณินก็รีบยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองทันทีก่อนจะปรายตามามองตัวต้นเหตุ

                “พิทบูลกัดปากมาน่ะ”

                ว่าไงนะ!!! มาหาว่าเธอเป็นหมางั้นหรอ หนอย... ขวัญตาได้แต่กัดฟันใส่เขาอย่างเจ็บใจ อีกไม่กี่วันเท่านั้น!!!

                “อุ๊ย! พิทบูลตัวที่ว่าเนี่ยตัวเมีย ตาโตๆ แบ๊วๆ ใช่มั้ยครับ” เอกพลแซวเมื่อพอจะรู้ว่าพิทบูลตัวนั้นคือใคร ไหนว่าไม่ได้แซ่บกันไง เล่นกัดปากกันขนาดนี้

                “ใช่ พิทบูลตัวนี้ชอบกินขนมด้วย เนี่ย ที่วันนี้มาช้าก็เพราะมัวแต่โทรสั่งขนมเอาไว้ฉลองให้พิทบูลตัวนี้ในวันประดับปีกอยู่ กระโดดร่มมาเหนื่อยๆ ถ้าได้กินบิงซูถ้วยใหญ่ๆ พิทบูลน่าจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วกลายร่างเป็นชิสุแทน”

                “งั้นก็จัดขนมหนักๆ เลยครับ เดี๋ยวจากกลายร่างเป็นชิสุจะเปลี่ยนเป็นล็อตไวเลอร์เอา”

                “เออใช่ ความคิดดี” ผู้กองคณินว่าก่อนจะเคาะหมวกกันกระสุนของพิทบูลน้อยอย่างเอ็นดูแล้วก็เดินจากไปอีก ทิ้งให้พิทบูลของเขาได้แต่ยืนแยกเขี้ยวแยกคางใส่อย่างเอาเรื่อง

               

การกระโดดร่มจากเครื่องบินครั้งที่สองแม้จะยังตื่นเต้นอยู่แต่ก็ไม่มากเท่ากับครั้งแรก นักเรียนทหารร่มทุกคนสามารถกระโดดร่มได้อย่างถูกต้องตามวิธีที่ครูฝึกสอนมาทุกอย่าง เห็นนักเรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นแบบนี้ครูฝึกทุกคนก็ยินดียิ่งนัก ไม่เสียแรงที่สอนแล้วก็เคี่ยวเข็ญกันมา การกระโดดร่มตัวเปล่าก็ทำกันได้ดีทีเดียว แล้วการกระโดดร่มครั้งที่สามซึ่งเป็นการกระโดดร่มประกอบเครื่องสนามและอาวุธในเวลากลางวันและครั้งที่สี่การกระโดดตัวเปล่าในเวลากลางคืน นักเรียนทุกคนก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แม้จะมีข้อผิดพลาดกันบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อยที่จะอภัยให้กันได้ นับว่านักเรียนทหารร่มรุ่นนี้ประสบความสำเร็จในการเรียนเป็นอย่างมาก และในที่สุดก็เป็นวันที่ทุกคนรอคอย การกระโดดร่มครั้งสุดท้าย การกระโดดร่มตัวเปล่าในเวลากลางวัน ซึ่งครั้งนี้เหล่านักเรียนทหารร่มดูจะตื่นเต้นกันเป็นพิเศษเพราะหนึ่ง นี่เป็นวันเรียนจบหลักสูตรส่งทางอากาศของพวกเขา และสองก็คือ นอกจากครูฝึกและเพื่อนๆ นักเรียนด้วยกันแล้ววันนี้ยังจะมีญาติและผู้ปกครองของนักเรียนมาชมการกระโดดร่มครั้งสุดท้ายของหลักสูตรอีกด้วย

ขวัญตาที่รู้ดีว่าจะมีใครมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอด้วยยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เพราะแต่ละคนล้วนแต่เป็นนักรบฝีมือดีของกองทัพทั้งนั้น ทั้งคุณลุงของเธอ ผู้พันกรันณ์ ผู้พันคีรินทร์ ผู้กองนที ผู้กองไกรจักร นักรบแนวหน้าของประเทศทั้งนั้นซ้ำยังเชี่ยวชาญการกระโดดร่มจนได้ปีกร่มชั้นที่ 1 กันอีก เธอที่จะได้ปีกร่มชั้นที่ 3 เลยรู้สึกเกร็งไปหมดเมื่อต้องมากระโดดร่มให้พวกเขาดู

                “โอ๊ยหล่อน คิดมากไปได้ เวลากระโดดลงมาพวกเขามองไม่ออกหรอกว่าใครเป็นใคร แต่งชุดทหารเหมือนกัน ร่มเหมือนกันขนาดนี้ เวลาพวกเขามองขึ้นไปบนฟ้านะก็เห็นแค่ร่มกลมๆ กับนักเรียนตัวเล็กๆ จิ๋วๆ เท่านั้นแหละ” เอกพลบอกเมื่อรู้ว่าขวัญตาเกร็งมากแค่ไหน ซึ่งพอขวัญตาคิดตามเขาก็ต้องรีบพยักหน้าเห็นด้วย

                “เออจริง” เพราะตอนที่เธอนั่งดูเพื่อนๆ กระโดดร่ม เธอเองยังแยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร อีกอย่างตอนกระโดดก็กระโดดพร้อมกันเกือบร้อยคน หึๆๆ ไม่มีใครรู้หรอกว่าเธออยู่ตรงไหน

                ฉึบ!

                “เฮ้ย!” เธอร้องออกมาเมื่อผู้กองคณินที่ไม่รู้ว่าเดินมาจากไหนจู่ๆ ก็เอาของบางอย่างมาเสียบเข้ากับกระเป๋าด้านหลังของเธอ ลักษณะมันเป็นกระบอกสีแดง มีที่จุดชนวนแลดูคล้ายระเบิดเลย นี่เขาจะทำอะไรกับเธอกันล่ะเนี่ย

                “พลุควันน่ะ” เขาตอบหน้าตาย “ไม่ต้องกลัว มันไม่มีผลอะไรกับร่มหลักของเราหรอก แค่จุดตอนเรากระโดดลงมาจากเครื่องบินมันจะปล่อยควันสีแดงออกมาเท่านั้น เพื่อนคนอื่นๆ ก็มี” เขาชี้ไปทางนักเรียนทหารร่มอีกหลายสิบคนที่มีพลุควันติดอยู่กับตัว

                “แล้วเอามาติดทำไม”

                “เพื่อความสวยงามเวลากระโดดร่มลงมา ทุกรุ่นก็มีแบบนี้ อีกอย่าง...” แล้วผู้กองคณินก็แสยะยิ้มขึ้น “อันนี้แอบใช้เส้นสายนิดๆ ท่านนายพลปภพอยากรู้ว่านักเรียนทหารร่มคนไหนคือลูกสาวของท่านก็เลยวานให้พี่ช่วยทำสัญลักษณ์ให้ท่านดูน่ะ”

                “แล้วคุณลุงจะรู้ได้ยังไง เนี่ย คนที่มีพลุควันมีตั้งหลายสิบคน” ขวัญตาพยักหน้าไปทางเพื่อนๆ ขนาดเอกพลก็ยังมีพลุควันติดอยู่เหมือนกันเลย

                “อ๋อ ของคนอื่นเป็นพลุสีน้ำเงิน สีเหลืองกับสีเขียว มีของเราคนเดียวที่เป็นสีแดง ฮ่าๆๆ โชว์ให้เต็มที่นะ ผู้พันรอชมอยู่” ขวัญตาขนลุกซู่ทันทีเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถึงพี่ชายของเธอ โอ๊ย! นี่ถ้าพี่รันเห็นเธอทำอะไรผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวนะหมอนั่นฆ่าเธอทิ้งแน่ๆ

                “พี่หมอแก้มมาด้วยมั้ย”

                “มา เจ้าแฝดกับสไนเปอร์ก็มา มากันหมดแหละ คุณหมอเอื้อย รีคอน คุณฟ้ามุ่ยก็มาเหมือนกัน”

                “แค่พี่หมอแก้มมาฉันก็อุ่นใจแล้ว” ถ้ามีพี่หมอแก้ม พี่รันหรอจะกล้าทำอะไรเธอ เขากลัวเมียจะตาย ว่าแต่...ผู้กองคณินแต่งตัวแปลกๆ แฮะ เขาแต่งชุดทหารลายพรางสีเขียวเช่นครูฝึกคนอื่นๆ ก็จริงแต่บนหลังของเขามีกระเป๋าร่มพร้อมกับหมวกและแว่นตากันลมด้วย แล้วร่มของเขาก็ต่างจากของเธอ อย่าบอกนะว่าเขาก็จะกระโดดร่มเหมือนกันน่ะ

                “เดี๋ยวพี่กับครูฝึกอีกสามคนจะกระโดดร่มลงมาก่อน แล้วจึงเป็นนักเรียน” เขาบอกเมื่อเห็นเธอมองเขาอย่างสงสัยก่อนจะอธิบายต่อ “ของพี่จะกระโดดร่มกระตุกเองแบบ Military free fall ซึ่งจะยากกว่าแบบที่ขวัญกระโดด เป็นการกระโดดลงมาพร้อมกับธงชาติด้วย แล้วก็จะ...”

                “มันจะปลอดภัยใช่มั้ย” ขวัญตาไม่ได้สนหรอกว่าเขาจะกระโดดแบบไหน กระโดดลงมาพร้อมกับอะไร สิ่งเดียวที่เธอสนใจก็คือความปลอดภัยของเขา “ผู้กอง...พี่คณินมีคนเดียวในโลกนะ เสียไปแล้วหาใหม่ไม่ได้ มันจะปลอดภัยใช่มั้ย”

                “ปลอดภัย” ผู้กองคณินยิ้มหวานให้เธอพลางยื่นมือมาไล้แก้มของเธอเบาๆ “ไม่ต้องห่วงพี่หรอก พี่กระโดดบ่อยจนชินแล้ว รับรองเลยว่าจะปลอดภัยแน่นอน แล้วพี่ก็จะคอยมองนักเรียนที่มีพลุควันสีแดงกระโดดลงมาด้วย ไม่เป็นม่ายหรอกน่า” เขาว่าแล้วดึงเอาศีรษะของเธอมาซบอกเบาๆ อย่างแกล้งเย้าขวัญตาก็เลยรีบผลักเขาออกเพราะขณะนี้คนอื่นๆ ก็อยู่กันเพื่อเตรียมจะขึ้นเครื่องบินไปกระโดดร่มเป็นการปิดหลักสูตร

                “เป็นม่ายอะไร ยังไม่ได้แต่ง” เธอว่างอนๆ ผู้กองคณินก็เลยดึงศีรษะเธอมาซบอกเขาอีก

                “โอ๊ย! คนเยอะแยะจะมากอดอะไรเล่า”

                “ก็ดีใจนี่ จะไม่ได้เป็นครูฝึกแล้ว จะได้กลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม”

                “หึๆๆ นั่นสิ ไม่อยากเป็นนักเรียนแล้วเหมือนกัน อยากเป็นแฟน” จะได้เอาคืนซักที ขวัญตาต่อท้ายประโยคในใจเมื่อผู้กองคณินโคลงศีรษะผ่านหมวกกันกระสุนของเธอไปมาอย่างเอ็นดูและไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง เพราะเห็นว่าวันนี้จะจบหลักสูตรแล้วเขาก็เลยไม่ได้ห่วงเรื่องภาพพจน์อะไรอีก ไหนๆ ทุกๆ คนก็รู้แล้วว่าเขากับเธอเป็นอะไรกัน เสร็จพิธีปิดหลักสูตรเมื่อไหร่เขาจะได้กอดเธอให้หนำใจแล้ว

                เมื่อทุกอย่างพร้อมนักเรียนทหารร่มก็เดินขึ้นเครื่องบินกันโดยมีครูฝึกคอยดูแลอยู่ไม่ห่างเพื่อดูแลความปลอดภัยและไม่ให้มีอะไรผิดพลาด เมื่อมาจนขนาดนี้แล้วความตื่นเต้นที่จะต้องกระโดดร่มของขวัญตาลดลงก็จริง แต่ความตื่นเต้นที่รู้ว่าจะมีคนรู้จักจับตาดูอยู่นี่สิ ใครๆ ดูเธอก็ไม่กลัวเท่ากับพี่รันของเธอดูหรอกเพราะเขาฝึกการรบมาแล้วทุกรูปแบบทั้งบนบก ในน้ำและแม้แต่กลางอากาศ วิชาการกระโดดร่มก็ขั้นสูง เธอกระโดดร่มเสร็จก็ไม่รู้ว่าเขาจะหาข้อตำหนิอะไรมาให้เธอรึเปล่ากดดันเป็นบ้า

                การกระโดดร่มจากเครื่องบินครั้งแรกจะเป็นการกระโดดออกจากทางประตูด้านข้างของเครื่องบิน ส่วนการกระโดดครั้งที่สองถึงครั้งสุดท้ายนี้จะเป็นการกระโดดออกทางประตูหลังท้ายแลมป์ของเครื่องบิน หลังจากที่เอาขอเกี่ยวปลาย Static line ยึดเข้ากับสลิงเส้นใหญ่เหนือศีรษะแล้วขวัญตาที่ยืนต่อแถวจะกระโดดร่มร่วมกับเพื่อนๆ ชุดแรกก็ยืนกำสาย Static line ของตัวเองเอาไว้แน่นขณะดูครูฝึกสี่คนกำลังเตรียมจะกระโดดร่มลงไปก่อนยังบริเวณสนามกระโดดร่มด้านล่าง ที่ท้ายแลมป์ของเครื่องบินตอนนี้จึงมีครูฝึกคอยตรวจตราอุปกรณ์และเช็คความสูงอยู่หลายคนรวมถึงผู้กองคณินด้วย

                “ทำไมวันปิดหลักสูตรรุ่นนี้มีผู้ปกครองนักเรียนมาเยอะจัง” ครูฝึกคนหนึ่งที่ยืนพิงราวกั้นท้ายแลมป์ของเครื่องบินพูดขึ้น ในมือของเขามีกล้องที่กำลังบันทึกวีดิโออยู่ด้วย

                “ผู้ปกครองก็เยอะตามปกติแหละ แต่ที่วันนี้ดูเหมือนจะคนเยอะก็เพราะท่านนายพลปภพกับคุณหญิงของท่านก็มาดูการกระโดดร่มของนักเรียนรุ่นนี้ด้วย ที่คนเยอะๆ น่ะก็เป็นลูกน้องของท่านทั้งนั้น” ครูฝึกอีกคนตอบ ขวัญตาที่ยืนต่อแถวอยู่เป็นคนที่สามเลยได้ยินทุกอย่างเต็มๆ โอ๊ย ก็รู้อยู่หรอกว่าคุณลุงของเธอจะมา แต่เล่นครูฝึกมาพูดแบบนี้เธอก็ยิ่งกดดันนะเนี่ย

                “คงมาดูลูกสาวแหละผมว่า” แล้วครูฝึกก็พากันหันมาแสยะยิ้มให้เธอ ขวัญตาดูไม่ออกว่ารอยยิ้มของพวกเขาเป็นรอยยิ้มให้กำลังใจหรือยิ้มกดดันเธอกันแน่ โอย ตายๆๆ

                “ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยนักเรียน” ผู้กองคณินว่าขึ้นเมื่อเห็นเธอทำหน้าแหย “นี่กระโดดครั้งที่ห้าแล้วยังตื่นเต้นอยู่อีกหรอ”

                “ไม่ได้ตื่นเต้นที่จะกระโดด แต่ตื่นเต้นที่...มีคนซาดิสรอดูอยู่” พอเธอตอบผู้กองคณินก็หัวเราะออกมาทันทีเมื่อรู้ว่าเธอหมายถึงใคร นี่เธอคงจะกลัวผู้พันกรันณ์มากน่ะสินะ

                “คุณหมอแก้มอยู่ด้วยผู้พันไม่กล้าเปรี้ยวมากหรอก ก็อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าผู้พันกลัวเมียมากขนาดไหน”

                “ก็ขอให้เป็นอย่างนั้น ครูคะ เอาพลุควันออกจากกระเป๋าฉันไม่ได้หรอ” ถ้าไม่มีพลุควันนี่เธอจะสบายใจมากเลย

                “ไม่ได้ คำสั่งผู้ใหญ่ใครจะไปกล้าขัด”

                “ผู้ใหญ่...” ใครกัน

                “ท่านนายพลสั่งมา ใครจะกล้าขัด” โธ่คุณลุงขา ไม่ต้องอยากดูขวัญขนาดนั้นก็ได้ แบบนี้ขวัญกดดันนะ ขวัญตาอดทำหน้างอใส่คุณลุงของเธอไม่ได้ แต่ก็ทำได้ไม่นานเมื่อเธอได้ยินครูฝึกร้องบอกกันว่าขณะนี้ความสูงได้ที่พร้อมที่จะกระโดดแล้วผู้กองคณินจึงหันมายิ้มให้เธอพร้อมกับโคลงศีรษะของเธออีกเบาๆ

                “เดี๋ยวพี่จะลงไปก่อนนะ แล้วไปเจอกันข้างล่าง” ว่าแล้วเขาก็เดินไปที่ราวกั้นท้ายแลมป์ของเครื่องบินที่ตอนนี้ถูกเลื่อนเปิดออก

                พอเห็นว่าผู้กองคณินจะต้องกระโดดร่มลงไปก่อนขวัญตาก็คลายความกดดันลงไปแต่ความห่วงใยก็เข้ามาแทนที่ ร่างสูงในชุดอุปกรณ์กระโดดร่มยืนมองความสูงจากราวกั้นก่อนจะหันมายิ้มให้เธออีก การกระโดดร่มแบบ Military free fall จะเป็นการถอยหลังกระโดดไม่ใช่การก้าวกระโดดจากด้านหน้าเหมือนแบบ Static line ขวัญตาเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นเมื่อเห็นครูฝึกสามคนแรกถอยหลังกระโดดลงไปจากเครื่องบิน หัวใจของเธอยิ่งเต้นระรัวมากขึ้นเมื่อครั้งถึงตาของผู้กองคณิน เขาเข้าไปยืนที่ราวกั้นท้ายแลมป์แล้วหันหน้ามาทางตัวเครื่องบิน สายตาของเขาจ้องมองอยู่ที่เธอตลอดเวลาจนเมื่อถึงจังหวะการกระโดดเขาก็ยกสองมือขึ้นในท่าเตรียมพร้อม พอเพื่อนครูฝึกของเขาสั่งกระโดดเขาก็โบกมือให้เธอก่อนจะก้าวถอยหลังกระโดดลงจากเครื่องบินไปทำเอาขวัญตาลืมตัวรีบยื่นมือไปหาเขาทั้งๆ ที่จุดที่เธอยืนอยู่อยู่ห่างจากจุดที่เขากระโดดมาก

                “พี่คณิน” เธอเรียกเขาออกมาเบาๆ ปากคอแห้งผากไปหมด ครูฝึกที่ยังอยู่บนเครื่องบินก้มลงไปดูการกระโดดร่มของเพื่อนทั้งสี่คนแล้วก็หันมาพยักหน้าให้กัน

                “ไปได้สวย” คำพูดเพียงแค่นี้ของครูฝึกทำให้ขวัญตาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอแอบอมยิ้มออกมาคนเดียวอย่างชื่นชมในตัวคนรัก พี่คณินของเธอน่ะเก่งที่สุดอยู่แล้ว อีกแค่อึดใจเดียวเท่านั้นเธอก็จะได้ลงไปหาเขาแล้ว เธอจะต้องกระโดดร่มครั้งนี้ให้ดีที่สุด พี่รันจะว่ายังไงก็ช่าง แต่เธอจะต้องไม่ทำให้เสียชื่อลูกศิษย์ของครูคณินเด็ดขาด ได้เห็นการกระโดดร่มของเขาแล้วมันทำให้ความกดดันของเธอค่อยๆ ลดลงไป สิ่งที่มีอยู่ติดตัวตอนนี้ก็คือความภูมิใจล้วนๆ

                “นักเรียน พร้อมนะ” เสียงครูฝึกเรียกทำให้ขวัญตาสูดลมหายใจเข้าปอดให้เต็มที่ มือกำสาย Static line เอาไว้อย่างมั่งคงขณะเดินเรียงแถวไปที่ท้ายแลมป์เครื่องบิน ซึ่งขณะนี้บนท้องฟ้ามีเพื่อนนักเรียนทหารร่มจากเครื่องบินลำก่อนหน้ากระโดดลงไปกันแล้ว คราวนี้ก็ถึงตานักเรียนทหารร่มจากเครื่องบินลำของเธอแล้วสินะ

                “ทำให้ดีนะนักเรียน นี่ครั้งสุดท้ายท้ายแล้ว ที่ผ่านมานักเรียนเก่งกันมาก ไม่เสียแรงที่เหนื่อยด้วยกันมาตลอดเดือนกว่าๆ ตั้งใจทำนะข้างล่างมีผู้ปกครองรอดูอยู่” ครูฝึกที่อยู่จุดปล่อยตัวบอก ก่อนที่จะมีครูฝึกอีกคนมาจุดพลุควันที่ด้านหลังให้กับนักเรียนที่มีพลุติดตัวอยู่ และทันทีที่มีคำสั่งให้กระโดดเพื่อนนักเรียนทหารร่มสองคนแรกก็กระโดดลงไปกันในทันที ขวัญตาที่เป็นคนที่สามจึงกระโดดตามลงไปด้วย แรงลมทำให้ร่มหลักของเธอที่ถูกกระตุกออกด้วยสาย Static line กางออกโดยอัตโนมัติ หลังจากที่ตรวจร่มแล้วขวัญตาก็บังคับร่มของตัวเองทันทีขณะมองไปรอบๆ กายก็เห็นเพื่อนนักเรียนทหารร่มอีกเป็นสิบๆ คนกำลังบังคับร่มอยู่ใกล้ๆ กัน ตอนนี้ทั่วทั้งท้องฟ้าเหนือสนามกระโดดร่มเต็มไปด้วยนักเรียนทหารร่มจำนวนมากมาย เสียงของครูฝึกที่เต็นท์อำนวยการยังคงคอยแนะนำเหล่านักเรียนผ่านทางไม่โครโฟนอยู่ และครั้งนี้ขวัญตาได้ยินเสียงของเหล่าผู้ปกครองร้องเชียร์ตามมาด้วย พลุควันสีแดงที่ด้านหลังของเธอคงจะทำให้ครอบครัวของเธอมองหาตัวเธอได้ไม่ยาก และตอนนี้เธอเชื่อว่าทุกคนก็กำลังมองมาที่เธออยู่ เพราะฉะนั้นเธอจะต้องบังคับร่มของตัวเองให้ดี ให้ทุกคนได้ภูมิใจ

 

                เพราะผู้กองคณินบอกมาก่อนหน้านี้ว่าขวัญตาคือนักเรียนทหารร่มที่ติดพลุควันสีแดงเอาไว้ที่ด้านหลังผู้พันกรันณ์จึงมองหาตัวเธอได้ไม่ยากขณะนั่งอยู่ที่โซฟาในเต็นท์รับรองที่ทางโรงเรียนสงครามพิเศษจัดเตรียมเอาไว้ต้อนรับท่านนายพลปภพและคณะ ผู้กองนทีกับผู้กองไกรจักรเดินออกไปที่หน้าเต็นท์ซึ่งมีผู้พันคีรินทร์ยืนอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งสามคนกำลังมองไปทางนักเรียนทหารร่มเพียงคนเดียวที่ติดพลุควันสีแดงเอาไว้ทางด้านหลัง มองๆ แล้วก็หัวเราะกันออกมา นี่น้องสาวเขาเผลอทำอะไรเปิ่นๆ อีกมั้ยล่ะเนี่ย

                “คูมพ่อค้าบ อาฝันอยู่ไหน” ซีลกับเรนเจอร์เดินเข้ามาถามเขา เพราะตั้งแต่บอกว่าจะพามาหาอาขวัญแฝดน้อยทั้งสองก็ถามหาอาขวัญกันตลอดตามประสาคนที่เคยอยู่ด้วยกัน เล่นด้วยกัน พอไม่เห็นหน้าอาขวัญเป็นเดือนแบบนี้เด็กน้อยทั้งสองก็เลยคิดถึงคุณอาของตัวเองมาก

                “อาขวัญกระโดดร่มอยู่ครับ”

                “โดดย่มๆ”

                “ใช่ อยากไปดูใกล้ๆ มั้ยเดี๋ยวพ่อรันพาไปดู”

                “ไปค้าบ” เสียงแฝดน้อยบอก ผู้พันกรันณ์ก็เลยรวบเอาลูกชายฝาแฝดของตัวเองขึ้นมาอุ้มพร้อมกับอุ้มเอารีคอนขึ้นมาด้วยอีกคนก่อนจะพาเด็กน้อยทั้งสามคนเดินออกจากเต็นท์รับรองไปทางสนามกระโดดร่ม

                “แก้ม ฉันว่าผัวแกกำลังจะปลูกฝังนิสัยทหารให้ลูกอีกแล้วนะ” หมอเอื้อยละสายตาจากเหล่านักเรียนทหารร่มแล้วหันมาบอกเพื่อนเมื่อเห็นผู้พันกรันณ์อุ้มเอาลูกชายสุดที่รักของเธอไปด้วย

                “ก็พี่รันเขาอยากให้ลูกๆ เป็นทหารกันนี่ อีกอย่างคงเพราะห่วงน้องขวัญด้วยแหละ เห็นแบบนี้นะพี่รันเขาเป็นห่วงน้องขวัญจะตาย โทรถามข่าวของน้องขวัญจากผู้กองคณินทุกวันเลย” ราชาวดียิ้มบอกพลางกอดสไนเปอร์เอาไว้เพราะพี่รันของเธอบอกว่าห้ามปล่อยสไนเปอร์คลาดสายตาเด็ดขาด ลูกสาวตัวน้อยวัยน่ารักของเขายิ่งโตก็ยิ่งสวย ใครเห็นต่างก็หันมามองด้วยความสนใจผู้เป็นพ่อก็เลยหวงมาก

                “เออ ฉันก็ดูออกแหละว่าเขารักเขาห่วงน้องสาวมาก แต่เป็นพวกประเภทรักนะแต่ไม่แสดงออก” ฟ้ามุ่ยขำออกมาทันทีกับข้อสันนิษฐานของหมอเอื้อย วันเวลาที่ได้รู้จักกับทุกคนทำให้ฟ้ามุ่ยสนิทกับทุกคนขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้เธอกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกับหมอเอื้อยและราชาวดีแล้ว นานๆ ทีได้มาเจอกันแบบนี้ทั้งสามสาวก็เลยมานั่งจับกลุ่มอยู่ด้วยกันขณะดูการกระโดดร่มแล้วปล่อยให้คุณสามีของตัวเองไปรำลึกความหลังกับสนามกระโดดร่มนี้ให้เต็มที่

                ทุกๆ คนที่มาร่วมชมการกระโดดร่มของนักเรียนทหารร่มในครั้งนี้ต่างก็พากันมองมาที่นายทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีกากีแกมเขียวติดเครื่องหมายที่หน้าอกมาอย่างเต็มยศ ดาวบนบ่าบ่งบอกว่านายทหารรูปหล่อคนนี้มียศพันตรี หน้าตาก็ว่าหล่อเหลาคมเข้มน่ามองแล้ว ยิ่งเห็นเขาอุ้มเอาเด็กชายตัวน้อยทั้งสามคนเอาไว้ในอ้อมแขนแบบนี้เขาก็ยิ่งน่ามองเข้าไปใหญ่ นายทหารรูปหล่อกับเด็กน้อยไร้เดียงสา ช่างเป็นภาพที่น่าเอ็นดูและอบอุ่นจริงๆ

                “นู่น เห็นอาขวัญมั้ยครับ คนที่กระโดดร่มลงมาแล้วมีพลุควันสีแดงอยู่ด้วยน่ะ” ผู้พันกรันณ์วางเด็กชายตัวน้อยทั้งสามคนที่แต่งชุดทหารลายพรางสีเขียวแบบของเด็กลงยืนบนพื้นหญ้าก่อนที่เขาจะชี้ชวนให้ลูกกับหลานดูพี่ๆ นักเรียนทหารร่ม

                “ยูบเปอร์แมน” ซีลร้องบอก รีคอนเห็นพี่ซีลของตัวเองชี้ไปทางซุปเปอร์แมนในความเข้าใจของตัวเองก็ชี้นิ้วตามด้วย

                “แมน” เพราะอยู่ในวัยกำลังหัดพูดรีคอนน้อยจึงพูดได้แค่ไม่กี่คำ แต่ก็ดูจะสนใจสิ่งรอบตัวมาก ทั้งลูกทั้งหลานเลือดทหารในกายช่างเข้มข้นนักเห็นแล้วผู้พันกรันณ์ก็อดปลื้มไม่ได้

                “ถ้าโตขึ้นพ่อรันจะให้ซีล เรนเจอร์กับรีคอนมาเรียนกระโดดร่มแบบนี้บ้างนะครับ เด็กๆ อยากกระโดดร่มมั้ยลูก” พอผู้เป็นพ่อถามเด็กๆ ก็มองพี่ๆ ทหารที่กระโดดร่มลงมาอย่างสนใจตามนิสัยของเด็กผู้ชายที่ชื่นชอบการเล่นผาดโผนอยู่แล้ว

                “อยากโดดค้าบ พ่อรันให้ซีลโดดย่มนะค้าบ”

                “แน่นอน ทั้งซีล เรนเจอร์กับรีคอน พ่อรันจะให้กระโดดร่มทั้งสามคนเลย” เมื่อได้ยินแบบนี้เด็กๆ ก็ยิ่งดีใจกันใหญ่ โดยเฉพาะสองแฝดที่เริ่มจะสนใจเรื่องราวรอบๆ ตัวมากขึ้น ยิ่งมีคุณปู่และพ่อรันคอยปลูกฝังความเป็นทหารให้ตั้งแต่เด็ก แฝดน้อยทั้งสองก็ยิ่งรักความเป็นทหาร

                “ผู้พัน” ผู้กองคณินที่กระโดดร่มลงมาพร้อมกับธงชาติผืนใหญ่เดินเข้ามาหาว่าที่พี่เมียในอนาคตพลางยกมือขึ้นวันทยาหัตถ์ แฝดน้อยที่เห็นคุณอาคณินเดินเข้ามาหาก็ร้องเรียกเขาขึ้นทันที

                “คูมอาคานีน” แล้วก็พากันวิ่งเข้าไปกอดคุณอาของตนอย่างสุดแสนจะคิดถึง ผู้กองคณินจึงรีบรับหลานๆ ไปอุ้มเอาไว้

                “คูมพ่อบอกว่าคูมอาคานีนโดดย่มยงมากับอาฝัน”

                “ใช่ อากระโดดร่มลงมากับอาขวัญ นู่น เห็นมั้ยครับอาขวัญกำลังจะลงถึงพื้นแล้ว” ผู้กองคณินบอกหลาน ผู้พันกรันณ์ที่อุ้มรีคอนอยู่เลยรีบลุกขึ้นไปมองน้องสาวของตนทันทีเมื่อเห็นว่าขวัญตากำลังบังคับร่มลงพื้นด้วยท่วงท่าที่สวยงามจนแม้แต่ครูฝึกที่พูดผ่านไมค์ก็ยังเอ่ยปากชมเธอออกมา

                “แหม ทำได้ดีจริงๆ ลูกศิษย์ใครกัน” ผู้พันคีรินทร์พูดขึ้นเมื่อเขากับผู้กองนทีและผู้กองไกรจักรเดินเข้ามาสมทบ รีคอนน้อยที่ถูกคุณอากรันณ์อุ้มเอาไว้อยู่ พอเห็นพ่อภูของตนก็รีบดิ้นจะเข้าไปหา ผู้พันกรันณ์จึงส่งเด็กติดพ่อให้ผู้พันคีรินทร์อุ้มเอาไว้

                “เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แต่ก็เก่งและแกร่งมากเลยนะครับ พวกครูฝึกต่างก็เอ่ยปากชมกันทั้งนั้น” ผู้กองคณินบอกทุกคนด้วยความภูมิใจในตัวของคนรักขณะมองขวัญตาทำการเก็บร่มของตัวเองใส่เอาไว้ในกระเป๋าก่อนเดินออกจากสนามร่มเพื่อไปรายงานตัวกับครูฝึก ผู้พันกรันณ์ที่มองตามอยู่เห็นน้องสาวกระโดดร่มและลงพื้นได้อย่างสวยงามก็อดภูมิใจในตัวเธอไม่ได้ นี่เธอคงจะยังไม่ทันสังเกตเห็นพวกเขาแน่ๆ ไหน ขอไปลองฟังเธอรายงานตัวกับครูฝึกหน่อยซิ

                “ฝากเจ้าแฝดก่อนนะผู้กอง” เขาบอกว่าที่น้องเขยที่อุ้มแฝดน้อยอยู่ก่อนจะเดินตามขวัญตาไปแอบห่างๆ ผู้กองนทีมองแล้วก็หัวเราะออกมากับความช่างแกล้งน้องของเขา พี่น้องคู่นี้เป็นแบบนี้ตลอดล่ะสิ รักกันห่วงกันแต่ก็ไม่เคยแสดงออกมาดีๆ เลย

                ขวัญตาเดินแบกเป้มายืนเข้าแถวรอรายงานตัวร่วมกับเพื่อนๆ นักเรียนทหารร่มที่กระโดดร่มลงมาด้วยกัน ครั้งนี้บรรยากาศการรายงานตัวต่างจากทุกทีเมื่อมีเหล่าผู้ปกครอง ญาติๆ ของนักเรียนทหารร่มมารอดูอยู่ด้วยจนกระทั่งสายตาของเธอเผลอไปสบเข้ากับใครบางคน ผู้พันกรันณ์ นี่พี่ชายของเธอถึงกับตามมาฟังเธอรายงานตัวด้วยเลยหรอ ครั้งพอมองไปทางเต็นท์รับรองก็เห็นว่าคุณลุงกับคุณป้าของเธอก็กำลังหันมามองเธออยู่ด้วย ตายๆ ตื่นเต้นๆ ยิ่งพี่ชายของเธอมายืนทำหน้านิ่งอยู่ที่ด้านหลังโต๊ะรายงานตัวแบบนี้ก็เหมือนกับว่าเธอกำลังรายงานตัวให้เขาฟังอยู่

                “ชะนีน้อย หล่อนเป็นอะไรยะ” เอกพลที่เพิ่งจะเดินมาต่อแถวรอรายงานตัวถามเธอขึ้นเมื่อเห็นขวัญตาทำหน้าแหยๆ ราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน

                “เจ๊ เห็นผู้ชายที่แต่งชุดทหารมาเต็มยศยืนอยู่ด้านหลังโต๊ะรายงานตัวนั่นมั้ย” พอขวัญตาถามเอกพลก็มองตาม และทันทีที่เขาเห็นผู้พันกรันณ์เอกพลก็รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้ หน้าแดงจัดไปหมดแล้วตอนนี้

                “หล่อ...หล่ออะไรแบบนี้พ่อคุณ พ่อครูฝึกของหล่อนว่าหล่อแล้วเจอแบบนี้เข้าไปหล่อยิ่งกว่าพ่อครูฝึกนั่นอีก นี่เจ๊กระโดดร่มยังไม่ถึงพื้นโลกมนุษย์อีกหรอชะนีน้อย ที่นี่มันสวรรค์ชัดๆ ดูสิ มีเทวดารูปหล่อมายืนรอรับด้วย” แล้วขวัญตาก็ต้องมองบนใส่ นี่เอกพลเอาอะไรมาพูดว่าคนตรงหน้าเป็นเทวดา ถ้าเอกพลได้รู้จักกับพี่ชายเธอดีๆ เขาจะต้องเปลี่ยนจากคำว่าสวรรค์เป็นนรก และเทวดาเป็นซาตาน

                “นั่นน่ะพี่ชายฉันเอง ผู้พันกรันณ์ไง”

                “อ๊าย! จริงหรอยะหล่อน นี่น่ะหรอผู้พันกรันณ์ ทหารพรานที่เขาลือกันว่ารบเก่งสุดๆ จนยากจะหาใครเทียบได้ เจ๊ก็เคยได้ยินแต่ชื่อเสียง วันนี้ได้มาเจอตัวเป็นๆ ตาเถรยายชี หล่อน่ากินอะไรแบบนี้”

                “น้อยๆ หน่อยเจ๊ นั่นน่ะคุณพ่อลูกสามแล้วนะ”

                “ว๊าย ลูกสามน้ำยาดี” เอาเข้าไปยัยเจ๊นี่ ขวัญตาได้แต่ส่ายหน้าให้แล้วก็ต้องเลิกคุยกันเมื่อถึงตาที่เธอต้องรายงานตัวแล้ว ขวัญตาก้าวเข้ามายืนตรงหน้าโต๊ะรายงานตัว ทุกๆ คนที่มารอดูการรายงานตัวของนักเรียนทหารร่มต่างก็มองเธอด้วยความสนใจเพราะไม่คิดว่าจะมีนักเรียนทหารร่มผู้หญิงด้วย ที่รายงานตัวผ่านๆ มาเห็นมีแต่ผู้ชาย ซ้ำนักเรียนทหารร่มคนนี้ก็ยังหน้าตาจิ้มลิ้มสวยและน่ารักดึงดูดสายตามากๆ อีก ตัวเล็กนิดเดียวไม่น่าเชื่อว่าจะกระโดดร่มได้เหมือนกับผู้ชายตัวโตๆ

                เมื่อก้าวเข้ามายืนตัวตรงแล้วขวัญตาก็ยกมือขึ้นวันทยาหัตถ์อย่างสวยงามแล้วก็เริ่มกล่าวรายงานตัวด้วยเสียงที่ดังฟังชัด

                “ดิฉัน นักเรียนทหารร่ม ขวัญตา สุวรรณเวช ชาลี 116 ได้กระโดดร่มจากเครื่องบินจริง ลำที่ 2 ตัวเปล่าครั้งที่ 5 สติ๊กที่ 1 คนที่ 3 เรียบร้อยค่ะ!” เรื่องการรายงานตัวนั้นเธอท่องจำมาเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องอย่างคราวที่กระโดดร่มจากบอลลูนอีก ยิ่งมีคนมองเยอะโดยเฉพาะพี่ชายเธอก็ยิ่งตื่นเต้นจนหัวใจเต้นโครมคราม จนเมื่อครูฝึกพยักหน้าบอกว่าผ่านเธอจึงเดินออกมาจากแถวซึ่งผู้พันกรันณ์ก็เดินตามน้องสาวออกมาด้วย ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาดักด้านหน้าเธอเอาไว้

                ขวัญตาได้แต่เงยหน้าขึ้นมองพี่ชายอย่างหวั่นๆ เมื่อเดินห่างออกมาจากแถวแล้วและกำลังจะเอากระเป๋าร่มไปเก็บ อดคิดไม่ได้ว่าเขาจะมาดุอะไรเธอรึเปล่า แต่แล้วมือแกร่งของเขาก็ยื่นขึ้นมาจับที่หมวกกันกระสุนของเธอแล้วโคลงไปมาเบาๆ ก่อนจะก้มลงมายิ้มให้

                “เก่งมากเลยนะ พี่ภูมิใจในตัวขวัญมาก” สิ้นคำพูดของเขาขวัญตาก็ไม่รู้ว่าน้ำตามันไหลมาจากไหนและไม่สนอะไรอีกแล้วเมื่อเธอโผเข้าไปกอดเขาเอาไว้ เธอกดดันแทบตายกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาดแล้วถูกเขาดุ แต่พอได้ยินคำชมจากเขาแบบนี้เธอก็โล่งเหมือนกับยกเอาภูเขาออกจากอกเลยทีเดียว

                “อ้าว พี่มาชมนะไม่ได้มาดุ ร้องไห้ทำไมกัน” ผู้พันกรันณ์ว่า แต่มือก็กอดเธอเอาไว้อย่างปลอบขวัญก่อนจะผละเธอออกแล้วเช็ดน้ำตาออกให้ หึ ยัยเด็กขี้แย ก็เพราะทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตแบบนี้ไงเขาถึงต้องคอยตามหวงตามห่วงตลอด

                “ก็ขวัญกดดันนี่ ขวัญกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาดแล้วถูกพี่รันดุ”

                “ใครเขาจะไปดุกับเรื่องแบบนี้ฮะ” ผู้พันกรันณ์ว่าแล้วก็ส่ายหน้าให้ “ถ้าเกิดเราทำอะไรผิดพลาดขณะกระโดดร่มนั่นมันหมายถึงอันตรายในชีวิตของเราเลยนะ ถ้าเราเป็นอะไรขึ้นมาใครจะมานั่งดุนั่งด่ากัน มีแต่พี่จะเป็นห่วงนี่แหละ มีน้องสาวกับเขาแค่คนเดียวถ้าไม่รักไม่ห่วงแล้วจะให้ไปห่วงหมาแมวที่ไหน แล้วเท่าที่เห็นเนี่ยเราก็บังคับร่มได้ดีมากเลยนะ ก็บอกแล้วไงว่าพี่ภูมิใจในตัวเรามาก เลิกร้องไห้ได้แล้ว” ขวัญตารีบเช็ดน้ำตาออกเมื่อมีพี่ชายคอยปลอบอยู่ข้างๆ แบบนี้ก่อนจะรีบฉีกยิ้มให้เขาอีกครั้ง โธ่ เธอก็กดดันจะแย่ ใครจะไปรู้กันว่าเขาจะห่วงเธอมากขนาดนี้

                “แล้วทำไมพี่รันต้องแต่งตัวมาเต็มยศแบบนี้” เธอมองชุดเครื่องแบบของเขา ให้ทายว่าคนอื่นๆ ก็ต้องแต่งมาเต็มยศเหมือนกัน

                “อ้าว ก็แต่งมาเพื่อเป็นเกียรติให้กับนักเรียนทหารร่มวันนี้ไง ไม่ดีหรอเวลาถ่ายรูปร่วมกันจะได้อยู่ในเครื่องแบบครบทุกคนเลย” เขาบอกก่อนจะชี้มาที่เครื่องหมายปีกร่มบนอกตัวเอง

                “เห็นนี่มั้ย ปีกพลร่มชั้นที่ 1”

                “ยังไงคะ” ขวัญตามองอกเสื้อพี่ชายที่มีเข็มเครื่องหมายแสดงความสามารถทางการทหารของเขาอยู่เต็มไปหมด นี่เสื้อของเขาคงจะพรุนไปหมดแล้วมั้ง

                “หน่วยก้านดีขนาดนี้พี่มีโจทย์ให้ทำ ก่อนเรียนจบแพทย์ทหาร...เอาปีกพลร่มชั้นที่ 1 มาให้ได้”

                “ห๊า!!!

                “ไม่หาแหละ เป็นน้องพี่ก็ต้องทำให้ได้” โอย ฟังที่พี่ชายเธอสั่งมาสิ เธอล่ะอยากจะลาออกจากการเป็นน้องสาวของเขานัก ซาดิสไม่เคยเปลี่ยน ปีกพลร่มชั้นที่ 1 น่ะต้องกระโดดร่มทั้งหมด 65 ครั้งขึ้นไป ในที่นี้ต้องกระโดดประกอบเครื่องสนามและอาวุธ 15 ครั้ง กระโดดตอนกลางคืนอีก 4 ครั้งแล้วยังต้องต้องจบหลักสูตร HAHO ด้วย เธอล่ะอยากจะผ่าร่างกายพี่ชายของเธอดูนักว่าในตัวของเขามันมีอะไร ทำไมถึงได้เที่ยวไปเรียนหลักสูตรทางการทหารนู่นนี่นั่นมาเยอะแยะ นี่ขนาดเธอเป็นน้องสาวเขายังเคี่ยวเข็ญขนาดนี้ แล้วแบบนี้ชีวิตเจ้าแฝดจะเป็นยังไงกันล่ะเนี่ย สไนเปอร์ด้วยอีก เธอล่ะอดห่วงหลานๆ ไม่ได้เลย


*************************************************************************************************************

พี่รัน ยังซาดิสไม่เคยเปลี่ยน

ตอนหน้าแฝดน้อยจะช่วยชีวิตพ่อรันจากหัวหน้าครูฝึกได้มั้ย รอติดตามโลด


************************************************************

จากการที่มีการสอบถามเรื่องหนังสือนะคะ

พิทักษ์รักไว้กลางใจ ไรท์เพิ่งส่ง สนพ. ได้ไม่นานมานี้ ซึ่งการพิจารณาใช้เวลาประมาณ 3 เดือน 

ตอนนี้จึงต้องรอผลไปก่อนนะคะ แต่สามารถอุดหนุนนิยายเรื่องนี้ทางอีบุคได้ค่ะ

ส่วน ป้องรักห่มใจ ขณะนี้ยังไม่มีทั้งรูปเล่มและอีบุคค่ะ

ไรท์กำลังทยอยแก้คำผิดอยู่ (แก้ในส่วนของต้นฉบับนะคะ ไม่ใช่แก้ในเว็บนิยาย)

ไว้แก้คำผิดและอ่านทวนเสร็จแล้วจะทำอีบุคและรูปเล่มอีกทีค่ะ 

สามารถติดตามข่าวได้ในเพจ นิยายรัก - ปากกานางไม้ นะคะ 

*****************************************************

ช่องทางในการอุดหนุนอีบุคเรื่อง พิทักษ์รักไว้กลางใจ จ้า





 เจอกันอีกทีวันจันทร์นะคะ

และอ่านตัวอย่างตอนต่อไปได้ในเพจน้า จะลงพรุ่งนี้ช่วงเย็นๆ จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 382 ครั้ง

2,199 ความคิดเห็น

  1. #902 ThitimapornKopap (@ThitimapornKopap) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 19:53
    รออัพอยู่นะค้าบบบบ
    #902
    0
  2. #898 BonitaCat (@BonitaCat) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 20:25
    ชอบๆๆได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการฝึกทหารเยอะเลยค่ะ
    #898
    0
  3. #889 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 13:39

    กำลังซึ้งเลย..โดนพี่ผู้พันเบรคซะแทบหงาย 555
    #889
    0
  4. #883 kai (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 12:44

    พี่ร้นมีลูกแล้วยังหวงน้องอีก เฮอเหนื่อยใจแทนผู้กองคณิน

    #883
    0
  5. #879 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 08:53

    ห่วงมากเลยนะน้องนุชสุดท้องนี่เนาะ

    #879
    1
  6. #878 l2Ai2E (@NuMiCkEy_22) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 08:50
    นิยายของไรท์เตอร์จัดเป็นนิยายดีมีคุณภาพเป็นการนำเสนออาชีพทหาร/แพทย์อาสา/ตชด. ได้ดีมากเข้าถึงทุกเหตุการณ์ แล้วยังให้แรงบันดาลใจให้กับเด็กได้ดีมากชอบเวิร์คที่ว่า ทุกอาชีพล้วนมีทั้งคนดีและไม่ดีอย่าเสื่อมศรัทธาเพียงเพราะเรามองเห็นแต่คนไม่ดีเพราะนั่นอาจจะเป็นแค่เพียงอีกส่วนหนึ่งในอาชีพนั้นๆเท่านั้นเอง
    #878
    1
  7. #876 lunlapaitua (@toxicjing) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:53
    เพลียจัยกะพี่รัน แต่น่ารักดี
    #876
    0
  8. #875 eve (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:36

    พี่รันโหดไม่เคยเปลี่ยน ให้หมอแก้มจัดการเลย อิอิ

    #875
    0
  9. #874 Boonr_PANG (@Boonr_PANG) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 23:53
    ได้เวลารวมพลแล้ว☺️
    #874
    0
  10. #873 IFah Fah (@wanwisa23375) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 23:48
    ยังไม่อยากให้จบเลย งื้อออ
    #873
    0
  11. #872 kunnipa61 (@kunnipa61) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 23:37
    อ่านเพลินจนไม่รู้ว่าหมดตอนเเล้ว
    #872
    0
  12. #871 Bumbim's Tepamongkol (@bbtpmk) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 23:35
    ยัยน้องน้ำตาแตกเลยยยยแงงงงงงง
    #871
    0
  13. #870 tangkwaeiei (@tangkwaeiei) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 23:24
    พี่รันต์ซาดิสม์เหมือนเดิม555555
    #870
    0