ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 89 : พี่คณินของหนู (ตอนพิเศษ 17)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 387 ครั้ง
    23 ก.ค. 62

89.พี่คณินของหนู

 

                เสียงครูฝึกพูดผ่านไมโครโฟนเพื่อแนะนำนักเรียนที่เพิ่งกระโดดลงมาจากเครื่องบินให้บังคับร่มให้ถูกต้อง ขวัญตาที่ตั้งสติมั่นแล้วก็บังคับร่มตามวิธิที่ครูฝึกทุกๆ คนเคยสอนมาแต่ก็ดูจะยากกว่าครั้งที่กระโดดจากบอลลูนเพราะวันนี้ลมค่อนข้างแรง พอมองไปรอบๆ กายกลางอากาศแบบนี้ก็เห็นเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ที่กระโดดร่มลงมาด้วยกันดูจะบังคับร่มลำบากเหมือนเธอ เอกพลที่กระโดดร่มตามเธอลงมาติดๆ ร้อนว๊ายๆ ทุกครั้งที่ลมแรงพัดมาปะทะร่างเขา

                “คาถา...พี่คณินรักขวัญตา ขวัญตาก็รักพี่คณิน ท่องคาถานี้เอาไว้ตอนกระโดดลงมาแล้วจะรอดปลอดภัยยิ่งกว่าคาถาแรก” คาถาบอกรักที่ครูฝึกบางคนบอกยังคงก้องอยู่ในหัวเธอจนเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เธอยังจำคำสุดท้ายที่เธอพูดกับเขาก่อนจะกระโดดลงมาได้...พี่คณิน นี่ต่อไปเธอต้องเรียกเขาแบบนี้หรอ มันดีต่อใจก็จริงแต่ก็ไม่ชินแล้วก็กระดากปากยังไงก็ไม่รู้ ให้เรียกตาแก่วัยทองยังเรียกง่ายกว่าเลย ถ้าเขากลับลงมาข้างล่างเมื่อไหร่เขาต้องมาทวงยศใหม่ของเขากับเธอแน่ๆ เพราะก่อนที่เธอจะกระโดดลงมาเธอจำได้ว่าเห็นเขายิ้มออกมาแทบจะไม่หุบเลย  เห็นทีงานนี้ต้องคอยหลบหน้าซะแล้วสิ ต้องไม่เจอกันแบบสองต่อสองอีก

                “นักเรียนเท้าชิด บีบเข่าชิดกันเอาไว้” เสียงครูฝึกจากเต็นท์อำนวยการพูดผ่านไมโครโฟนเมื่อเธอใกล้จะลงถึงพื้นแล้ว ขวัญตาก็เลยตั้งสมาธิใหม่แล้วบีบเข่าชิดกันตามที่ครูฝึกสอนแล้วงอตัวเมื่อลงถึงพื้น

                “ว๊าย!!!” เสียงเอกพลร้องออกมาเมื่อเขาก็ลงถึงพื้นอยู่ข้างๆ เธอ ที่ร้องว๊ายก็เพราะเขาทรงตัวไม่ดีจนล้มลงขาชี้นั่นเอง

                “เจ๊ เป็นอะไรมั้ย” เธอร้องถามด้วยความเป็นห่วง จนเมื่อเห็นเอกพลลุกขึ้นมาได้เธอจึงได้โล่งใจ

                “เจ๊สบายดี หล่อนล่ะชะนีน้อย”

                “ฉันก็โอเค” ขวัญตามตอบพลางจัดการเก็บร่มของตัวเองใส่กระเป๋า ซึ่งในขณะที่เธอกับเอกพลจัดการเก็บร่มตัวเองก็ได้มีนักเรียนทหารร่มคนอื่นๆ กระโดดร่มลงมาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเสียงพูดของครูฝึกที่ดังผ่านไมโครโฟนมา

                หลักจากที่รายงานตัวเมื่อกระโดดร่มเสร็จแล้วขวัญตาก็รีบหาที่ซ่อนตัวทันที ดีหน่อยที่คราวนี้เธอไม่สติแตกรายงานตัวพลาดอีกก็เลยไม่ถูกสั่งลงโทษ เครื่องบินแต่ละลำทยอยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อพานักเรียนไปกระโดดร่ม ส่วนเครื่องบินลำที่เธอกระโดดร่มลงมาเห็นว่าลงจอดแล้ว และครูฝึกทุกคนที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้นก็ลงมากันแล้วด้วย ตายๆๆ เขาต้องมาแน่ๆ เลย ต้องมาหาเธอแน่ๆ ถ้าเธออยู่คนเดียวก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้เขาเข้ามาทวงยศใหม่ของเขา แต่ถ้าเธออยู่กับเพื่อนๆ หลายๆ คน เขาที่เป็นครูฝึกอยู่ก็จะเข้ามาหาเธอได้ยากขึ้น โอ๊ย! ไม่น่าไปเลื่อนยศให้เลย

                “อ้าว เรื่องอะไรมานั่งเบียดฉัน” เอกพลว่าขึ้นเมื่อขวัญตาเข้ามานั่งเบียดขณะที่เขากำลังนั่งเมาท์อยู่กับเพื่อนนักเรียนแพทย์ทหารสาวๆ ของขวัญตา

                “นั่นสิ เมื่อกี้นี้ตอนฉันกระโดดลงมาเห็นครูคณินเขาเดินตามหาเธอใหญ่เลยนะ” เพื่อนนักเรียนแพทย์ทหารด้วยกันบอกขวัญตาพลางยิ้มอย่างล้อเลียนให้เมื่อเห็นท่าว่าเพื่อนตนกำลังหลบหน้าแฟนอยู่

                “แหม เพิ่งกระโดดร่มจากเครื่องบินเป็นครั้งแรกฉันก็อยากจะพูดคุยกับเพื่อนมากกว่า คนอื่นๆ ก็ยังกระโดดไม่เสร็จขอนั่งเชียร์เพื่อนด้วยคนไม่ได้หรอ” ขวัญตาเฉไฉไปเรื่อย เพื่อนทุกคนเลยพากันเบะปากใส่เพราะรู้ดีว่าเธอกำลังหลบหน้าครูฝึกบางคนอยู่ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้กองคณินตามหาเธอจนเจอ แต่...ตายล่ะ เธอดันอยู่กับเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่เลย ทั้งเพื่อนแพทย์ทหาร ทั้งเพื่อนนักเรียนนายร้อย แล้วแบบนี้เขาจะเข้าไปหายังไงกันล่ะเนี่ย ยัยตัวแสบ ดูก็รู้ว่าเธอกำลังหลบหน้าเขา พูดแล้วไม่คิดจะรักษาคำพูดหรอ เป็น ผบ. ยังไงเลื่อนยศให้เขาแล้วมาหลบหน้ากันแบบนี้

 

                หลังจากมื้อเย็นของวันแรกที่มีการกระโดดร่มจากเครื่องบินจริงเหล่านักเรียนทหารร่มก็ยังอารมณ์ค้างพูดคุยกันเรื่องนี้ไม่หยุด นี่หากไม่มีเรื่องให้ต้องคอยระแวงขวัญตาก็คงจะเป็นหนึ่งในผู้ที่พูดคุยเรื่องนี้ร่วมกับเพื่อนๆ ด้วย แล้วเรื่องระแวงที่ว่าก็คือเรื่องที่เธอไปเลื่อนยศให้ผู้กองคณินนี่แหละ ซึ่งเขาก็ดูท่าอยากจะเข้ามาคุยกับเธอหลายครั้งแล้วหากแต่ไม่สบโอกาสสักทีเพราะเธอไม่เปิดโอกาสให้ ขนาดตอนมื้อเย็นเขาก็ยังเอาแต่เดินวนไปมารอบๆ โต๊ะเธอตั้งหลายรอบ นี่เธอยังไม่กล้ารับมือกับเขาเรื่องนี้เลย

                “เฮ้อ! สบายใจ” เธอว่าขึ้นขณะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนภายในโรงนอนหญิงหลังอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่เธอบอกว่าสบายใจก็เพราะโรงนอนหญิงนั้นห้ามผู้ชายเข้า ครูฝึกที่คอยดูแลก็เป็นครูฝึกผู้หญิงด้วย แบบนี้ตาแก่วัยทองก็เข้ามาสร้างความยุ่งยากใจให้เธอไม่ได้แล้ว

                ขวัญตานอนแผ่หลาอยู่บนเตียงนอนขนาดเล็ก มีเตียงของเพื่อนนักเรียนหญิงอีกสี่คนอยู่ติดๆ กัน เพราะจำนวนนักเรียนทหารร่มหญิงในรุ่นนี้มีน้อย ถึงแม้จะนอนกันที่โรงนอนขนาดเล็กแต่ก็ยังมีเตียงว่างอีกเป็นสิบๆ เตียง มองๆ ไปก็วังเวงอยู่เหมือนกันนะเนี่ย

                ปั้ก!!! เสียงเหมือนกับมีใครปาก้อนหินขึ้นมาใส่หน้าต่างโรงนอนทำเอาขวัญตาสะดุ้งลุกขึ้นนั่งทันที ครั้งพอมองออกไปที่ระเบียงเพื่อนๆ ของเธออีกสี่คนก็กำลังนั่งเมาท์หนุ่มๆ นายร้อยกันอยู่อย่างออกรสตามประสาสาวโสด แต่เธอไม่ใช่สาวโสดแล้วไงแล้วก็ไม่อยากเมาท์เรื่องผู้ชายคนอื่นให้รู้สึกผิดต่อตาแก่วัยทองด้วยเลยเลือกที่จะนอนเล่นที่เตียงของตัวเองแทน

                ปั้ก!!! ก้อนหินก้อนที่สองถูกปาขึ้นมาอีกจนขวัญตาคิดว่าต้องเป็นฝีมือของคนแล้วแน่ๆ จึงได้เดินไปที่หน้าต่างเพื่อมองหามือปาก้อนหิน ใครวะมาเล่นอะไรดึกๆ ตื่นๆ แบบนี้

                “ยัยชะนีน้อย!!!” พอเธอมองลงไปก็เห็นเอกพลยืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้กวักมือกระซิบเรียกเธออยู่ไปมาซ้ำยังถือกิ่งไม้เอาไว้พรางตัวเองด้วย อะไรของยัยเจ๊นี่กันล่ะเนี่ย นี่อย่าบอกนะว่าแอบหลบออกมาจากโรงนอนน่ะ

                “ลงมานี่!!!” ขวัญตาอ่านปากของอีกฝ่าย แล้วก็เห็นเอกพลชูของบางอย่างขึ้นอวดเธอ...ห่อขนม อ๊าย!!! ขนม!!!

                ขวัญตาไม่รอช้ารีบวิ่งลงจากโรงนอนไปทันทีอย่างไม่บอกไม่กล่าวเพื่อนๆ อีกสี่สาวที่หันมามองทางเธออย่างสงสัยกันว่าเธอจะรีบลงไปไหน ถึงแม้ที่ชั้นล่างจะมีครูฝึกผู้หญิงคอยเฝ้าอยู่แต่ขวัญตาก็แอบย่องออกมาทางด้านหลังโรงนอนได้ซึ่งมีเอกพลยืนคอยท่าอยู่แล้วอยู่ที่พุ่มไม้ซ้ำยังถือกิ่งไม้เอาไว้อยู่ ที่หูก็ทัดดอกไม้เสียด้วย นี่ถ้าไม่รู้ว่าเขาแอบอยู่นี่แล้วบังเอิญเดินมาเจอเข้าต้องคิดว่าเป็นผีเจ้าที่เจ้าทางแน่ๆ

                “เจ๊ มาทำอะไรที่นี่ นี่แอบออกมาจากโรงนอนชายใช่มั้ย” เธอถามขึ้นทันทีเมื่อเอกพลดึงเธอไปหลบอยู่ด้านหลังพุ่งไม้ด้วยกัน พร้อมกับยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเพื่อไม่ให้ขวัญตาส่งเสียงดัง

                “เงียบๆ หน่อยสิยะ เกิดถูกจับได้ขึ้นมาเดี๋ยวก็เดือดร้อนกันหมดนี่หรอก” เขาว่าพลางส่งห่อขนมมันฝรั่งทอดกรอบยี่ห้อดังมาให้เธอ ซึ่งขวัญตาก็ไม่รอช้ารีบแกะกินทันที ปกติเวลาอยู่ที่บ้านกับหลานๆ เธอชอบทำขนมหรือไม่ก็ซื้อขนมมากินกับหลานๆ เป็นประจำ ได้คิดขนมแบบนี้แล้วคิดถึงเจ้าแฝดเป็นบ้าเลย ป่านนี้จะทำอะไรกันอยู่นะ แล้วสไนเปอร์ล่ะ หนาวใจคนดีของเธอ คิดถึง อยากกอดเหลือเกิน ตั้งแต่เธอมาเรียนกระโดดร่มที่นี่ก็ไม่ได้กินขนมอะไรแบบนี้เลย นอกจากอาหารสามมื้อขนมที่ได้กินก็เป็นพวกถั่วเขียวต้มน้ำตาลบ้าง กล้วยบวชชีบ้าง แกงบวชฟักทอง ข้าวเหนียวดำน้ำกะทิ โอย กินจนเลี่ยนไปหมดแล้ว เธอคิดถึงขนมห่อใส่ผงชูรส คิดถึงน้ำอัดลม คิดถึงบิงซู คิดถึงเค้ก นี่ก็บ่นกับผู้กองคณินหลายรอบแล้วว่าอยากกินขนม ช่วยแอบซื้อมาให้หน่อยแต่เขาก็ทำเฉย เฮอะ! เธอก็ลืมไปว่าตาแก่วัยทองเป็นทหารที่ซื่อตรงหน้าที่ ยึดมั่นในกฎระเบียบยิ่งกว่าชีวิต ยิ่งเป็นครูฝึกด้วยแล้วคิดหรอว่าเขาจะยอมแหกกฎเพื่อเธอ อะไรที่ทำแล้วมันผิดเขาไม่ทำหรอก พอบ่นว่าอยากกินขนมมากๆ เขาก็บอกเธอว่าไว้เรียนจบหลักสูตรจะเลี้ยงขนมเธอมื้อใหญ่เลย อยากกินอยากได้อะไรก็มีแต่บอกว่าเอาไว้เรียนจบหลักสูตรก่อนตลอด เขาไม่เข้าใจเด็กที่ขาดขนมไม่ได้อย่างเธอเลยรึยังไงกัน

                “เจ๊เอาขนมนี่มาจากไหน” พอกินไปได้ครึ่งถุงแล้วเธอก็หันมาทางเอกพลที่กำลังตบแป้งตลับส่องความงามของตัวเองอยู่ โอ้โห อย่าว่าแต่ขนมเลย แม้แต่แป้งตลับก็มีด้วยทั้งๆ ที่ครูฝึกจะตรวจกระเป๋า ตรวจข้าวของเครื่องใช้ของนักเรียนตลอด

                “พอดีเจ๊มีแก๊งเพื่อนสาวอยู่ใกล้ๆ กับที่โรงเรียนนี้น่ะ เมื่อก่อนเจ๊มาเที่ยวแถวนี้ประจำก็เลยค่อนข้างรู้จักเส้นทางรอบๆ โรงเรียนด้วย ทุกๆ วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์เจ๊จะนัดกับเพื่อนสาวที่กำแพงด้านหลังโรงเรียนให้เพื่อนเอาของที่เจ๊อยากได้มาให้ ปกติก็จะเป็นพวกครีมกันแดดนั่นแหละ แต่ว่าเจ๊เห็นหล่อนบ่นอยากกินขนมมาหลายวันแล้วก็เลยฝากเพื่อนเอามาให้ด้วย”

                “หูย เจ๊ช่างใจกล้า” ขวัญตาล่ะทึ่งเขานัก ไม่คิดว่าเอกพลจะกล้าแหกกฎขนาดนี้ นี่ถ้าครูฝึกรู้เข้าเอกพลถูกซ่อมโหดแน่ๆ

                “ทหารอย่างเจ๊ ใจกล้าอยู่แล้วล่ะย่ะ” ว่าจบก็อวดแป้งตลับยี่ห้อดังให้เธอดูด้วย โหย อยากได้บ้างจัง

                “ขนมนี่น่ะเจ๊แอบซ่อนไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวาน เนี่ย จะได้เวลาเพื่อนเจ๊มาแล้วเจ๊ก็เลยจะชวนไปด้วยกัน วันนี้มีน้ำอัดลมเย็นๆ นะสนใจรึเปล่า”

                “อ๊ายยยยย จัดไปเลยเจ๊”

                และด้วยเหตุนี้ภายใต้ความเงียบสงัดในคืนเดือนมืด นักเรียนทหารร่มสองคนก็แอบย่องเดินลัดเลาะไปตามกำแพงของโรงเรียนที่ไม่ได้สูงอะไรมากอย่างเงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้ และต้องคอยหลบเหล่าทหารยามที่เดินตรวจตรารอบๆ โรงเรียนด้วย ขวัญตาเองก็เพิ่งจะเคยมาทางนี้เมื่อเอกพลจูงมือเธอเดินเลียบสระน้ำและผ่านอาคารเก่าๆ ไปจนมองเห็นว่าที่ด้านหลังอาคารเก่าหลังนี้เหมือนกำแพงมันจะพังเสียหายจนสามารถเดินออกไปข้างนอกได้ แต่ด้วยกำแพงที่ไม่สูงอะไรมาก ต่อให้กระโดดข้ามไปก็ไม่มีปัญหา กำแพงส่วนนี้อยู่ติดกับถนนลูกรังที่กั้นทุ่งนาเอาไว้ ถนนลูกรังนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครได้ใช้สัญจรนักเพราะเป็นต่างจังหวัดใครจะผ่านมาทางนี้เอาในเวลาค่ำๆ มืดๆ วังเวงจะตาย

                “ดูดีๆ นะ” เอกพลหันมาบอกเธอก่อนจะกระแอมเสียงขึ้นแล้วก็ร้องเพลงออกมา “กินจุ๊บจิ๊บ กินจุ๊บจิ๊บ...” ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องรหัสลับตอบออกมาที่อีกด้านของกำแพงโรงเรียนว่า

                “กินจุ๊บกินจิ๊บกินจุ๊บจิ๊บ” ร่างของชายสองคนโผล่ขึ้นมาจากกำแพงโรงเรียน ทั้งสองคนแต่งกายเช่นชายปกติทั่วไป แต่แลดูเอวบางร่างน้อยไม่ได้ล่ำเหมือนเอกพล หน้าตาก็ไม่ได้แมนเต็มร้อยโดยเฉพาะบุคลิกท่าทาง

                “มาแล้วหรอเพื่อนสาว แหม ตะกี้นี้มีพี่ทหารรูปหล่อมาเดินตรวจอยู่แถวนี้ตั้งนานสองนาน พวกฉันก็นึกว่าจะโดนจับได้ซะแล้วสิ” หนึ่งในสองคนนั้นว่าพลางมองซ้ายทีขวาทีอย่างหวาดระแวง ขวัญตาเองก็พลอยระแวงไปด้วย

                “ต๊าย! ชะนีน้อยที่ไหนกันล่ะเนี่ย หน้าตาน่าเอ็นดูเชียว” เพื่อนสาวอีกคนของเอกพลว่าขึ้นแล้วก็มองขวัญตาอย่างสนใจ เอกพลก็เลยดึงเอาเธอเข้าไปหาเพื่อนๆ ของเขาเพื่อจะแนะนำตัว

                “ชะนีน้อยตัวนี้นางชื่อขวัญตา เป็นนักศึกษาแพทย์ทหาร บัดดี้ฉันเอง คนที่เล่าให้ฟังไง”

                “อ๋อ ลูกสาวนายพล แฟนพ่อทหารหุ่นแซ่บ!” เพื่อนสาวของเอกพลทั้งสองคนว่าขึ้นพร้อมกันก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา ขวัญตาก็เลยได้แต่ยิ้มเก้อๆ ให้พวกเขาไป นี่เอกพลเอาเธอมาเมาท์อะไรบ้างล่ะเนี่ย

                “ชะนีน้อย นี่เพื่อนๆ ของเจ๊เอง คนนี้ชื่อติงติง” เอกพลแนะนำเพื่อนสาวที่หน้าตี๋ เอ้ย! หน้าหมวยให้ขวัญตาได้รู้จักก่อนจะหันมาทางเพื่อนสาวอีกคนที่ดูหน้าหวานมากกว่า ขนตานี่ยาวงอนจนผู้หญิงแท้ๆ อย่างขวัญตายังต้องอาย

                “คนนี้นางชื่อยุนนา เป็นนางงามธิดาจำแลงสองปีซ้อนเลยเชียวนะ”

                “สวัสดีจ้ะเจ๊ๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ขวัญตาฉีกยิ้มให้เพื่อนใหม่ อยากจะพูดคุยกับทั้งสองคนให้มากกว่านี้แต่เอกพลที่มองซ้ายทีขวาทีก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

                “เอาไว้ฝึกเสร็จก่อนแล้วค่อยเมาท์กันนะ ช่วงนี้ครูฝึกตรวจเข้มมากๆ ถ้าขืนอยู่คุยกันยาวๆ ได้โดนจับได้แน่ๆ ของที่สั่งเอาไว้ได้ครบมั้ย”

                “ระดับนี้มีหรอจะไม่ครบ ฝีมือติงติงซะอย่าง” ว่าแล้วติงติง ก็ส่งถุงผ้าในใหญ่มาให้เอกพลถุงหนึ่ง และยุนนาส่งอีกถุงให้ขวัญตาที่พอเธอแง้มถุงดูก็เห็นมีทั้งขนมและน้ำอัดลมกระป๋องมากมาย สุดยอด ถูกใจเธอสุดๆ ไปเลย

                “โอ้โห ขอบใจนะจ๊ะเจ๊ มีแต่ของโปรดของฉันทั้งนั้นเลย” ขวัญตารีบยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณ เพื่อนสาวทั้งสองของเอกพลก็โบกมือไปมาว่าไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้มันเล็กน้อย

                “ไม่ต้องเกรงใจพวกเจ๊หรอก ได้ดูแลทหารรั้วของชาติ พวกเจ๊ยินดีจ้า”

                “นังสองคนนี้ปลื้มผู้ชายในเครื่องแบบน่ะ” เอกพลหันมากระซิบบอกกับขวัญตา ก่อนที่เขาจะหันไปทางเพื่อนสาวอีก

                “จอบอ จบกันแค่นี้นะพวกหล่อน ฉันต้องรีบพายัยชะนีน้อยไปแล้วเดี๋ยวครูฝึกจะจับได้ แล้ววันประดับปีกของฉันอย่าลืมมากันล่ะ เดี๋ยวฉันจะเลี้ยงขอบใจ”

                “เปลี่ยนจากเลี้ยงขอบใจเป็นพานายร้อยมาฝากซักคนได้มั้ยยะ”

                “ได้เลย ฉันกำลังหมั่นไส้ไอ้คุณสายฟ้าอยู่ แล้วฉันจะลากมันมาให้พวกหล่อนขย้ำละกันนะ”

                “เลิศค่า!!!” ติงติงกับยุนนาประสานเสียงกันขึ้นอย่างถูกใจก่อนที่จะโบกมือลาขวัญตาแล้วเดินไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดเอาไว้ข้างทาง เสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งจะติดเครื่องทำให้เอกพลต้องยกมือขึ้นทาบอกเมื่อเพิ่งจะนึกอะไรได้ ตายล่ะ มีเสียงรถเครื่องมาติดอยู่หลังโรงเรียนแบบนี้เดี๋ยวได้มีทหารยามแห่กันมาแน่ๆ ก็บอกแล้วว่าให้ปั่นจักรยานมาๆ ยังจะเอารถมอเตอร์ไซค์มากันอีกนังพวกนี้นี่

                “ตายละชะนีน้อย เสียงรถเรียกพ่อมาแล้ว รีบไปกันเถอะก่อนทหารยามกับครูฝึกจะแห่มากัน” ว่าแล้วเอกพลก็จูงมือขวัญตารีบเดินออกมาจากบริเวณกำแพงด้านหลังโรงเรียนทันทีพร้อมกับถุงขนมอีกหอบใหญ่ ขวัญตาที่มัวแต่ดีใจกับห่อขนมเลยรีบตามเอกพลไปเมื่อเห็นว่ามีทหารสามสี่นายกำลังเข้ามาตรวจตราพื้นที่แถวนี้ กลัวก็กลัว แต่อีกใจก็ตื่นเต้นไม่น้อย อย่างกับเล่นโจรจับผู้ร้ายเลย

 

                คู่บัดดี้เพื่อนซี้พากันมามาหลบอยู่ในสวนใกล้ๆ กับโรงนอนของนักเรียนหญิง สิ่งแรกที่ขวัญตาหยิบออกมาจากถุงผ้าก็คือน้ำอัดลมกระป๋องที่ยังเย็นๆ อยู่ โหยยย คิดถึงเหลือเกินขอจูบกระป๋องแรงๆ หน่อยเถอะ เธอคิดก่อนจะจูบกระป๋องน้ำอัดลมไปสองสามทีแล้วยกขึ้นกระดกราวกับคนที่ไม่ได้ดื่มน้ำมาทั้งชีวิต เพียงไม่กี่อึกก็หมดกระป๋อง เอกพลได้แต่มองความเป็นกุลสตรีของเพื่อนสาวแล้วทำหน้าแหยๆ ใส่ อี๋! ยัยชะนีหาความเป็นกุลสตรีไม่ได้ เนี่ยนะลูกสาวนายพล แม่เป็นคุณหญิง ทำตัวเป็นนักเลงซ่าขาโจ๋ไปได้ ขัดใจตุ๊ดจริงๆ เชียว

                “เค้กหน้านิ่ม! หูยยยย ชีสเค้กก็มี” คนที่ยังตื่นเต้นกับขนมแสนอร่อยว่าแล้วก็ตักเค้กกินคำใหญ่จนเลอะปากไปหมด เอกพลดูแล้วก็ยิ่งร้องยี้ออกมา เคยมีใครสอนมารยาทการกินให้ยัยชะนีเด็กนี่มั้ยล่ะเนี่ย อย่างตอนกินข้าวร่วมกับคนอื่นๆ ก็เหมือนกัน คำใหญ่เท่ากำปั้นก็สามารถยัดเข้าปากได้ แทะกระดูกไก่ได้อย่างไม่ห่วงสวย มีความเป็นตัวของตัวเองสุดๆ แต่มองอีกแง่ก็ดูจริงใจดีเหมือนกัน

                “นี่หล่อน กินให้มันดีๆ หน่อย เลอะเทอะหมดแล้ว” เอกพลว่าให้เมื่อสุดจะทนกับยัยชะนีน้อยตัวนี้

                “ก็ฉันไม่ได้กินขนมมาตั้งเดือนหนึ่งนี่เจ๊ เนี่ย กินแต่แกงบวชฟังทอง กินกล้วยบวชชี มีแต่แกงบวชๆ จนฉันเริ่มจะสงสัยแล้วว่าเขาให้เรามาฝึกกระโดดร่มหรือเข้าค่ายธรรมะกันแน่ ปลูกฝังเรื่องบวชๆ ซะเหลือเกิน ฝึกเสร็จนี่เขาจะให้เราไปบวชกันรึยังไง”

                “กินเป็นพวกลงแดงไปได้” ว่าแล้วก็หยิบครีมทาบำรุงผิวออกมาลูบไล้แขนขาของตัวเอง ซึ่งพอขวัญตามองๆ ดูในถุงผ้าของเอกพลแล้วก็ต้องทำตาโตเมื่อเห็นว่าในถุงผ้าของเขามีแต่ของจำพวกครีมบำรุงผิว โฟมล้างหน้า ครีมกันแดดและแป้งตลับ

                “โห ครูฝึกเขาไม่ตรวจเจอหรอเจ๊”

                “ก็ซ่อนเอาไว้สิยะ อ่ะ เจ๊ให้หล่อนเอาไปใช้” เขายื่นครีมกันแดดมาให้ขวัญตาอย่างใจกว้างใจดี

                “ทั้งขนมทั้งครีม ราคาคงหลายตังค์ เอาไว้ฝึกเสร็จแล้วฉันจะคืนตังค์ให้นะเจ๊ ตอนนี้กระเป๋าตังค์ถูกริบ มีติดตัวแค่ร้อยเดียวเอง” นอกจากจะห้ามนักเรียนทหารร่มใช้โทรศัพท์มือถือแล้ว การใช้เงินของนักเรียนหลักสูตรนี้ก็ถูกจำกัดด้วย เงินทองของมีค่าของนักเรียนจะถูกทางโรงเรียนเก็บเอาไว้ให้ก่อน เมื่อฝึกเสร็จแล้วจึงจะคืนให้ แม้แต่แหวนญาติของผู้กองคณินที่ขวัญตาใส่ติดตัวเอาไว้ตลอดเธอก็ยังต้องถอดฝากเขาเอาไว้ก่อนเลย

                “โอ๊ย! ของแค่นี้เองทำคิดมากไปได้ ขนมเนี่ยเจ๊เลี้ยง ส่วนครีมเนี่ยนังยุนนาเขามีเยอะ นางเป็นถึงนางงาม เป็นเน็ตไอดอลมีคนเอาครีมดีๆ มาให้นางใช้เยอะแยะนางเลยแบ่งมาให้”

                “เจ๊ เจ๊น่ารักอ่ะ” ขวัญตาทำหน้าซึ้งก่อนจะกอดแขนเอกพลแน่น “ฉันรักเจ๊ที่สุดเลย”

                “รักเจ๊แน่หรอ”

                “รักสิ ก็เจ๊ใจดีกับฉันนี่”

                “ถ้ารักเจ๊...ครูฝึกหุ่นล่ำยกให้เจ๊ได้มั้ย” พอเอกพลขอขวัญตาก็รีบปล่อยแขนเขาทันที จากที่ทำหน้าซึ้งๆ เธอก็เชิดหน้าใส่อย่างไม่ยอมง่ายๆ

                “งั้นฉันเกลียดเจ๊ดีกว่า” ตาแก่วัยทองของเธอน่ารักเธอไม่ยกให้ใครหรอก คิดอยากจะได้ตาแก่วัยทองของเธอไปอย่างนั้นหรอ ฝันไปเถอะ!!!

                “ยัยชะนีขี้หวง เอ้า! รีบๆ กิน อีกหน่อยก็จะได้เวลาเรียกรวมตัวก่อนเข้านอนแล้ว ก่อนที่จะมีคนรู้ว่าเราหายตัวออกจากโรงนอนมาเจ๊ว่าหล่อนรีบๆ ยัดขนมเข้าปากเถอะ อย่าให้เหลือหลักฐานล่ะ”

                เอกพลนั่งรอขวัญตากินขนมจนเหลืออยู่ไม่กี่ห่อเท่านั้น ซึ่งขนมในส่วนนี้ขวัญตาบอกว่าจะเอาไปฝากเพื่อนๆ อีกสี่คนที่โรงนอนด้วย แต่ในส่วนที่ขวัญตากินเข้าไปก็เยอะไม่น้อย เขาไม่คิดว่ายัยชะนีน้อยจะกินจุแบบนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย ตัวเล็กนิดเดียว กินทีกินอย่างกับช้าง

“เจ๊ เจ๊ไม่ต้องไปส่งฉันก็ได้ เนี่ย โรงนอนอยู่แค่นี้เองแต่โรงนอนของเจ๊สิ ต้องเดินไปอีกไกลเลยนะ” ขวัญตาหันมาบอกเอกพลเมื่อเขาจะเดินไปส่งเธอที่โรงนอน เพราะเห็นว่าค่ำมืดแบบนี้ถึงจะรู้ว่าขวัญตาแกร่งเกินผู้หญิงทั่วไปแต่เอกพลก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้อยู่ดี

                “มันมืดแล้ว เจ๊เป็นห่วง”

                “แหม นี่ค่ายทหารนะเจ๊ไม่ใช่ซอยเปลี่ยว เนี่ย เดินไม่เท่าไหร่ก็ถึงโรงนอนแล้ว แค่ฉันกรี๊ดออกมาทีเดียวรับรองเลยว่าได้ยินทั้งค่ายแน่ๆ” พอได้ฟังแบบนี้เอกพลก็อดชักสีหน้าใส่ไม่ได้ เมื่อมองไปทางโรงนอนหญิงก็เห็นว่าเดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็น่าจะถึงแล้ว ไฟก็สว่างแบบนี้ถ้าเขาปล่อยให้ยัยชะนีน้อยเดินกลับคนเดียวก็คงจะไม่มีอะไรหรอกมั้ง

                “แน่ใจนะว่ากลับคนเดียวได้” ถามย้ำอีกรอบ ถึงขวัญตาจะแกร่งยังไงแต่พอมาเห็นสภาพชะนีน้อยยืนหอบห่อขนมเหมือนเด็กอยู่ตรงหน้าแบบนี้เอกพลก็รู้สึกเป็นห่วงเธอจริงๆ อยู่ด้วยกันมาจะร่วมเดือน ฝึกด้วยกันถูกซ่อมด้วยกันมาแบบนี้ ความผูกพันมันก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดา ยัยชะนีน้อยนี่ก็น่ารักดีนะเหมือนได้น้องสาวต่างสายเลือดมา เสียอย่างเดียว ยัยชะนีนี่กลับมีแฟนหล่อล่ำ เห็นแล้วก็อิจฉาเป็นบ้า เชอะ!

                “กลับได้ โธ่เจ๊ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เจ๊ก็รีบๆ กลับไปได้แล้วไป เดี๋ยวครูฝึกจับได้ว่าหายตัวมาเจ๊ตายแน่ๆ” ขวัญตาผลักไหล่อีกฝ่ายให้กลับไป เอกพลก็เลยพยักหน้าใส่อย่างรำคาญก่อนจะเดินกลับหอนอนตัวเองไปแต่โดยดี

                ขวัญตามองห่อขนมที่มีอยู่เต็มอ้อมแขนด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข ถ้าเอกพลหาที่ซ่อนเครื่องสำอางได้เธอก็น่าจะหาที่ซ่อนขนมได้เหมือนกัน ต้องซ่อนเอาไว้ก่อน ไว้ครูฝึกเผลอเมื่อไหร่ค่อยเอาไปให้เพื่อนๆ กินด้วยกัน ว่าแต่...ซ่อนที่ไหนก่อนดีล่ะ โรงนอนของเธอมีอยู่หลายเตียง ล็อกเกอร์ส่วนตัวของใครของมันด้วย ครูฝึกเขาคงไม่ตรวจค้นตู้ล็อกเกอร์ทุกตู้หรอกมั้งยิ่งช่วงนี้ใกล้ฝึกเสร็จแล้ว เหลืออีกแค่สี่วันเท่านั้นครูฝึกก็คงจะไม่เคร่งครัดเหมือนอย่างช่วงแรกๆ อีกอย่างนี่ก็แค่ขนม ไม่ใช่ของต้องห้ามร้ายแรงซักหน่อย ถึงจะโดนจับได้ก็คงจะไม่โดนโทษหนักอะไร

                “ยัยตัวแสบ!” ในระหว่างที่กำลังคิดหาที่ซ่อนขนมขณะเดินกลับโรงนอนอยู่นั้น เสียงใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น ถ้าเป็นเสียงของเพื่อนนักเรียนด้วยกันก็คงจะดี แต่ว่านี่กลับเป็นเสียงของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจแล้ว โอ๊ย! ตายแล้วยัยขวัญ อุตส่าห์หลบหน้าเขามาทั้งวัน จะพ้นวันนี้ไปอยู่แล้วเชียว

                “นักเรียน มาทำอะไรนอกโรงนอนในเวลาค่ำๆ มืดๆ แบบนี้” ผู้กองคณินถามเมื่อมั่นใจว่านักเรียนทหารร่มคนนี้คือยัยตัวแสบของเขา เพราะตั้งแต่ที่เธอเลื่อนยศให้เขานั่นแหละมันเลยทำให้เขาอยากเธอเจอ อยากกอดเธอ อยากฟังเธอเรียกยศใหม่ของเขา แต่เขาเป็นครูฝึกผู้ชายจะมาคุยกับนักเรียนหญิงค่ำๆ มืดๆ แบบนี้ใครเขาจะตำหนิเอาได้ก็เลยได้แต่มาแอบมองโรงนอนของเธอเท่านั้น เข้าตำราที่ว่าไม่ได้เห็นหน้า เห็นหลังคาบ้านก็ยังดี แต่ใครจะรู้ว่าจะมีแจ๊กพอร์ต แค่คิดถึงก็ได้เจอตัวเป็นๆ แล้ว แล้วว่าแต่ว่าเธอมาทำอะไรอยู่ด้านหลังโรงนอนของตัวเองกัน

                “แล้วนั่นหอบอะไรเอาไว้”

                “ซวยแล้ว” ขวัญตาพูดกับตัวเอง อยากจะร้องไห้ออกมาและไว้อาลัยให้ตัวเองเหลือเกิน ขนมเต็มอ้อมแขนแบบนี้จะเอาไปซ่อนยังไงกันล่ะเนี่ย ตายแน่ๆ ถึงเธอจะเป็นคนรักของเขา แต่ตาแก่วัยทองผู้เคร่งในกฎก็ไม่คิดที่จะผ่อนปรนอะไรให้เธอหรอก ถ้าเธอทำผิดเขาก็พร้อมที่จะสั่งซ่อมเธอได้ทุกเมื่อ

                “เออ...ไม่มีอะไรหรอก” เธอรีบก้าวถอยหนีจากเขา อยากจะวิ่งหนีใจแทบขาดหากไม่ติดว่ามือแกร่งของเขากลับยื่นเข้ามายึดไหล่ของเธอเอาไว้แน่นชนิดที่ว่าต่อให้เอาเหล็กมาง้างก็ไม่ออก ก่อนที่น้ำเสียงเหี้ยมๆ ของเขาจะตามมา

                “เอามาดูเดี๋ยวนี้เลยนะว่าหอบอะไรเอาไว้” เขายึดไหล่เธอเอาไว้แน่นแล้วกระชากถุงผ้าในอ้อมแขนของเธอไปขวัญตาก็เลยรีบดึงถุงผ้าเอาไว้ไม่ยอมให้เขาแย่งเอาไปง่ายๆ

                “ปล่อย!

                “ไม่ปล่อย” เธอว่าแล้วพยายามจะแย่งเอาถุงผ้ามาจากเขาเลยเป็นว่าต่างคนต่างก็แย่งถุงผ้าใบนี้ไปมา แล้วยิ่งเห็นว่าเธอหวงผู้กองคณินก็ยิ่งอยากรู้ว่าเธอซ่อนอะไรเอาไว้เขาก็เลยกระชากถุงผ้ามาจากเธออย่างแรง

                แคว่ก!!! ทันใดนั้นถุงผ้าก็ขาดออกเป็นสองส่วน สิ่งที่ซ่อนเอาไว้ข้างในเลยร่วงลงมาเกลื่อนพื้นเหมือนกับเอาชีวิตทั้งชีวิตของขวัญตาจมดิ่งร่วงพื้นลงไปด้วย ตายแล้ว!!! ตายแล้วแน่ๆ

                ผู้กองคณินมองของที่ร่วงออกมาจากถุงผ้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าเธอจะมีของเหล่านี้ได้ พลันรอยยิ้มน่ากลัวๆ ก็เริ่มแสยะขึ้นขณะมองยัยตัวแสบตรงหน้า ว่าแล้วเชียวว่ามาทำตัวลับๆ ล่อๆ อะไรอยู่ตรงนี้ ที่แท้ก็แอบงุบงิบซ่อนขนมเอาไว้นี่เอง ยัยเด็กนี่ นี่กะจะทำลายสถิติถูกสั่งซ่อนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายที่เรียนรึยังไงกัน

                “มีอะไรจะแก้ตัวมั้ย”

                “เออ...เออ...นี่ฉันนอนอยู่ดีๆ แล้วมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงกันล่ะเนี่ย อ้าวผู้กอง มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ โอ้โห ซื้อขนมมาให้ฉันหรอ”

                “หึ! ไม่ตลก” ผู้กองคณินแค่นยิ้มเหี้ยมๆ ใส่เธอ ยัยเด็กเลี้ยงแกะ คิดว่ามุขแกล้งละเมอทำเป็นไม่รู้เรื่องปัญญาอ่อนๆ แบบนี้เขาจะไม่รู้ทันเธอหรอ

                “นักเรียนไปเอาขนมพวกนี้มาจากไหน” เจอเสียงดุแบบนี้เข้าไปขวัญตาก็แสร้งตีหน้าซื่อไม่ออกแล้ว นี่เขาจะให้เวลาเธอได้สั่งเสียก่อนมั้ยล่ะเนี่ย

                “ผู้กอง...”

                “ใครผู้กอง”

                “ครู...”

                “ใครเป็นครู”

                อ้าว!!! เรียกผู้กองก็ว่า เรียกครูก็ไม่ได้แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ เอ๊ะ! เราเพิ่งเลื่อนยศให้เขาไปนี่หว่า เอาแล้วไง นี่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนคำเรียกแล้วหรอ ฮื่อออออ ไม่เอาอ่ะ ยังไม่พร้อมที่จะเรียกเขาแบบนั้น

                “ตาแก่วัยทอง!

                “นักเรียน!!!” ผู้กองคณินตวาดว่าขึ้นทันที หนอย นี่มีคดีติดตัวอยู่แล้วแทนที่จะสลดยังกล้ามาเรียกเขาแบบนี้อีก เขาจะจัดการกับยัยเด็กนี่ยังไงดี

                “ตอบมาได้แล้วว่าไปเอาขนมมาจากไหน กฎระเบียบมีว่ายังไงก็รู้ดีนี่ นักเรียนแอบออกไปนอกโรงเรียนมาใช่มั้ย”

                “เปล่า” ก็ไม่ได้ออกไปจริงๆ นี่ ยังไม่ได้ข้ามรั้วกำแพงโรงเรียนออกไปเลยแม้แต่น้อย

                “แล้วไปเอาขนมนี่มาจากไหน หรือใครให้มา”

                “...” จะตอบว่ายังไงดีล่ะเนี่ย ถ้าตอบไปว่ามีคนเอามาให้ เจ๊ติงติงกับเจ๊ยุนนาน่ะไม่เป็นไรหรอก แค่เอาขนมมาให้นักเรียนทหารร่มไม่ใช่ความผิดร้ายแรง แต่คนที่จะซวยไปกับเธอด้วยก็คือเอกพล เจ๊เอกี้อุตส่าห์ใจดีกับเธอ ถ้าบอกความจริงไปเจ๊เอกี้ตายแน่ๆ ถึงจะเป็นเพื่อนสาวแต่เขาก็เป็นผู้ชาย ยังไงโทษของเขาก็ต้องหนักกว่าเธอ

                “ว่ายังไงล่ะ! ใครให้ขนมมา เงินมีติดตัวแค่ร้อยเดียวซื้อของพวกนี้ไม่ได้หรอก” เขาหยิบครีมกันแดดขึ้นมาดู ยี่ห้อดังซะด้วยสิ นี่มีใครให้เธอมากัน แอบออกไปพบกันค่ำๆ มืดๆ ที่แน่ๆ ต้องไม่ใช่นักเรียนทหารร่มด้วยกันหรอกเพราะนักเรียนถูกจำกัดเรื่องการใช้เงิน ร้านค้าที่ขายของพวกนี้ก็อยู่ถึงในเมือง ถ้าไม่ใช่นักเรียนทหารร่มด้วยกันคนที่จะซื้อของพวกนี้มาให้เธอได้ก็คือคนอื่นๆ ที่อยู่ในค่าย อาจเป็นทหารที่อยู่ประจำค่ายนี้หรือไม่ก็พวกครูฝึก อ้อ! ไม่ใช่พวกครูฝึกหรอกเพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเธอเป็นคนรักของเขา ต้องเป็นพวกทหารที่อยู่ประจำค่ายแห่งนี้แน่นอนที่มันคิดจะมาล้วงคองูเห่า!!!

                “คือ...คือว่า...”

                “หนุ่มที่ไหนให้มา” เขาพยายามข่มความโกรธเอาไว้แล้วเค้นถามความจริงจากเธออีกเมื่อเห็นเธอเอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมตอบอะไร ทุกทีเธอจะเถียงเขากลับฉอดๆๆ หาข้อแก้ตัวให้ตัวเองไปเรื่อยแต่มาคราวนี้เธอกลับเอาแต่เงียบ ยิ่งเธอเงียบเขาก็ยิ่งหงุดหงิด สรุปคือมีคนให้ขนมมาจริงๆ ใช่มั้ย ไอ้สารเลวตัวไหนกันที่มายุ่งกับเธอ อย่าให้เขารู้ตัวเชียวไม่งั้นเขาฆ่ามันตายคามือแน่ๆ

                “ไม่รักพี่แล้วหรอถึงได้นอกใจพี่แบบนี้ ไม่รักตาแก่วัยทองคนนี้แล้วใช่มั้ย”

                ขวัญตาเงยหน้าขึ้นมองเขาน้ำตาคลอทันทีที่เขาถามเธอแบบนี้ นี่เขาเอาอะไรมาพูดว่าเธอ...ทั้งๆ ที่เธอรักเขา คิดถึงแต่เขา แต่เขากลับมาคิดแบบนี้กับเธอเนี่ยนะ ถ้าเขาจะสั่งซ่อนเธอเธอจะไม่ว่าอะไรเลย สั่งซ่อมโหดยังไงก็ได้แต่ทำไมต้องมาพูดจาร้ายกาจแบบนี้ด้วย เห็นเธอเป็นเด็กแบบนี้แต่เธอก็รู้จักความรักดีนะ เธอรู้ดี รู้ว่าอะไรควรไม่ควร รู้ว่าต้องซื่อสัตย์ต่อคนรักยังไง แล้วเธอก็จะไม่มีวันทรยศต่อเขาด้วย เสียแรงที่อุตส่าห์เลื่อนยศให้

                “สั่งซ่อมฉันได้เลย”

                นี่เธอจะไม่ยอมพูดจริงๆ ใช่มั้ยว่าใครให้ขนมมา

                “สั่งซ่อมน่ะมันของแน่อยู่แล้ว ทำผิดระเบียบแบบนี้แล้วคิดหรอว่าจะรอด แต่ก่อนจะสั่งซ่อมบอกมาได้รึยังว่าได้ขนมนี่มาจากไหน ไอ้บ้าตัวไหนมันให้มา”

                “ฉันผิดเอง”

                “ขวัญตา!!! นี่เราปกป้องมันอย่างนั้นหรอฮะ” ผู้กองคณินกระชากแขนเธอเข้ามาหาจนใกล้ด้วยโทสะ จนเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองเขาเขาถึงได้รู้ว่าที่ดวงตากลมโตคู่สวยกำลังเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา

                “ร้องไห้ทำไม!!!” เขาออกแรงบีบแขนเธอด้วยความไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่ายิ่งเขาทำแบบนี้ขวัญตาจะยิ่งเจ็บแต่เธอก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมา เจ็บที่แขนหรือจะสู้เท่ากับเจ็บที่หัวใจเมื่อได้รู้ว่าเขาไม่เชื่อใจเธอเลย เอะอะสงสัยอะไรก็คิดแต่ว่าเธอจะนอกใจอย่างเดียว หรือเขาเห็นว่าเธอเป็นคนหลายใจอยู่แล้ว

                “...ฉันรักผู้กอง” เธอพูดออกมา หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอค่อยๆ รินไหลออกมาในที่สุดเมื่อกลั้นเอาไว้ไม่อยู่แล้ว “ฉันไม่เคยทรยศผู้กองเลยนะ”

                “ถ้าไม่ได้ทรยศแล้วปกป้องมันทำไม!!!

                “...”

                “ขวัญตา!!!

                “ยัยชะนีน้อย!!!” เสียงเอกพลดังขึ้นเมื่อเขาเกิดเปลี่ยนใจเดินกลับมาหาขวัญตาด้วยความเป็นห่วง ถ้าเขาไม่ได้เห็นเธอเดินกลับเข้าโรงนอนโดยสวัสดิภาพคืนนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่ๆ

                “ยัยชะนีน้อย” เขารีบวิ่งเข้ามาหาเธอเมื่อเห็นว่าตอนนี้เธอกำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับครูฝึกซึ่งเป็นคนรักของเธอเอง เขากำลังบีบแขนเธอเอาไว้แน่นจนขวัญตาร้องไห้ออกมา นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย ห่อขนมที่หล่นอยู่บนพื้นทำให้รู้ว่าเธอถูกจับได้ว่าแอบเอาขนมเข้ามากิน แต่โทษแค่นี้ถึงกับต้องทำกันขนาดนี้เลยหรอ สั่งซ่อมตามปกติทั่วไปก็น่าจะพอแล้วนะ

                “เกิดอะไรขึ้นครับครู ยัยชะนีน้อยทำอะไรผิด”

                “นักเรียนมาทำอะไรที่นี่” ผู้กองคณินหันมาถามเอกพลด้วยอีกคน โรงนอนนักเรียนชายอยู่ห่างจากที่นี่ตั้งเยอะแล้วเขามาทำอะไรที่นี่กัน

                “ผมมาหายัยชะนีน้อยครับ” พอเอกพลตอบผู้กองคณินก็ยิ่งหันมาจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง ความหึงหวงทำให้ลืมไปเสียสนิทว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นเพื่อนสาวของขวัญตา

                “มาหาทำไม อ้อ! หรือว่านัดไปคุยกับหนุ่มด้วยกันมา” น้ำเสียงแบบนี้เอกพลดูออกทันทีว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้น ตาครูฝึกนี่กำลังหึงหวงยัยชะนีน้อย คงจะจับได้ว่ายัยชะนีน้อยหอบขนมมาเยอะแยะ แต่ยัยชะนีน้อยไม่ยอมบอกว่าได้ขนมมาจากเขาเพราะกลัวเขาจะเดือดร้อนไปด้วย แล้วไง สุดท้ายก็มาหงายไพ่นอกใจเนี่ยนะ ปัญญาอ่อน!

                “ไม่ได้ไปหาหนุ่มที่ไหนครับ ไปหาเพื่อนสาวมา”

                “เจ๊” ขวัญตาหันมามองหน้าเขาทั้งน้ำตา เห็นแล้วเอกพลก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ ยัยชะนีน้อยของเขาเป็นคนร่าเริงแล้วก็ซุกซนเหมือนเด็ก ตาครูฝึกบ้านี่กล้าดียังไงมาทำให้ยัยชะนีน้อยร้องไห้ เดี๋ยวแม่ก็จับปล้ำทำผัวซะหรอก

                “ยัยชะนีน้อยไม่ได้มีกิ๊กที่ไหนหรอกครับ พอดีผมมีเพื่อนสาวบ้านอยู่แถวๆ นี้ก็เลยนัดเจอกัน ผมเห็นยัยชะนีน้อยงอแงอยากกินขนมมาหลายวันแล้วก็เลยขอให้เพื่อนเอาขนมมาให้ ผมเป็นคนไปตามยัยชะนีน้อยออกจากโรงนอนแล้วก็พาไปเอาขนมจากเพื่อนที่จุดนัดเจอเอง ยัยชะนีน้อยแค่ตามผมไปตามประสาเด็กอยากกินขนมก็เท่านั้น ถ้าครูจะสั่งลงโทษก็สั่งลงโทษผมเถอะครับ เรื่องนี้ผมผิดเอง” เอกพลไม่ว่าเปล่าแต่เขายังยื่นถุงเครื่องสำอางของตัวเองที่ได้มาจากเพื่อนสาวให้ผู้กองคณินดูเป็นหลักฐานอีก เมื่อความจริงกระจ่างผู้กองหนุ่มก็หันกลับมามองทางขวัญตาอีกครั้งก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือจากแขนของเธอ ตอนนี้แหละเขาถึงเพิ่งจะได้รู้ว่าเผลอทำเธอเจ็บตัวเข้า ที่แขนเล็กๆ ขาวๆ ของเธอเป็นรอยนิ้วมือแดงช้ำจากโทสะของเขา แค่เด็กน้อยอยากกินขนมแต่เขากลับทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต

                “ขวัญ พี่...” ขวัญตารีบถอยห่างจากเขาทันทีแล้วยกมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเองออกก่อนจะเดินเข้าไปหาเอกพล ตอนนี้เธอน้อยใจเขามากจนไม่อยากจะมองแม้แต่หน้า เช่นเดียวกับที่เอกพลค้อนใส่ผู้กองคณินอย่างไม่พอใจที่เขามาทำให้ชะนีน้อยร้องไห้

                “ไม่ต้องร้องไห้ชะนีน้อย เดี๋ยวฝึกเสร็จเมื่อไหร่เจ๊จะแนะนำเพื่อนนักเรียนนายร้อยหล่อๆ ให้ รับรองเลยว่าได้หล่อกว่านี้ ดีกว่านี้ เก่งกว่านี้และที่สำคัญ...หนุ่มกว่านี้ด้วย!

                “หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!” ผู้กองคณินชี้หน้าเอกพลอย่างเอาเรื่อง ไอ้เด็กตุ๊ดบ้า! กล้าดียังไงมาแนะนำยัยตัวแสบของเขาแบบนี้ “กลับไปรอที่โรงนอนชายเลยไป คืนนี้ถูกซ่อมโหดแน่ ทั้งแอบติดต่อกับคนนอก ลักลอบนำของต้องห้ามเข้ามาในโรงเรียนระหว่างฝึก ชักชวนเพื่อนทำความผิด เพื่อนที่ดีเขาชวนกันไปทำอะไรผิดๆ แบบนี้หรอ กลับไปได้แล้วไป” เมื่อครูฝึกสั่งแบบนี้แม้จะขัดใจมากแค่ไหนแต่เอกพลก็ขัดคำสั่งไม่ได้ เขาจำใจต้องทิ้งยัยชะนีน้อยเอาไว้แล้วรีบยกมือขึ้นวันทยาหัตถ์ให้ผู้กองคณินก่อนจะตามด้วยค้อนเขาอีกวงใหญ่แล้วเบะปากสะบัดหน้าเดินบิดก้นหนีจากไป อย่างน้อยตอนนี้ตาครูฝึกนี่ก็รู้ความจริงแล้วเขาคงจะไม่กล้าทำอะไรยัยชะนีน้อยแล้วล่ะ

                เมื่อเอกพลกลับไปแล้วจึงเหลือแค่ขวัญตากับผู้กองคณินเท่านั้นที่ยังยืนเผชิญหน้ากันอยู่ ผู้กองคณินมองถุงขนมมากมายที่เขาจำได้ว่าเป็นของโปรดของเธอหล่นเกลื่อนอยู่บนพื้นสนามหญ้า เธอเคยอ้อนขอกินขนมจากเขาหลายรอบแล้ว ตั้งแต่วันที่รู้จักกันครั้งแรกมาจนถึงวันนี้เขาก็รู้ว่าเธอเป็นเด็กติดขนม อยู่ที่บ้านก็ทำขนมกินกับหลานๆ ตลอด ขนมแค่นี้ทำไมเขาถึงจะซื้อมาให้เธอไม่ได้ ถ้าเป็นช่วงเวลาอื่นหากเธออยากกินอะไรเขาจะไม่รอช้ารีบซื้อหาขนมที่เธอชอบมาให้ทันที แต่ว่าตอนนี้มันไม่ได้ไง เธอยังเรียน ยังฝึกอยู่ ในฐานะของครูฝึกเขาควรเคี่ยวเข็ญเธอในเรื่องที่ถูกที่ควร จะมาเลือกปฏิบัติเพราะเธอเป็นแฟนของเขาไม่ได้ นักเรียนทุกคนที่มาเรียนต่างก็มีสิทธิ์เท่าเทียมเสมอกันทุกอย่าง วินัยถ้าตอนนี้ยังฝึกกันไม่ได้แล้วในอนาคตเธอจะเข้าใจคำว่าวินัยจริงๆ ได้อย่างไร ยิ่งมีพ่อกับพี่ชายเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียง ใครๆ ต่างก็ยำเกรง เขาไม่อยากให้ใครมาตำหนิเธอได้ เขาเชื่อแหละว่าเธอเองก็คิดได้ ถึงจะดื้อจะรั้นแต่ขวัญตาก็เป็นเด็กใสซื่อ จิตใจดีและสอนง่าย เขาบอกให้เธออดทน ไว้ฝึกเสร็จแล้วเธออยากกินอยากได้อะไรเขาจะตามใจเธอทุกอย่าง อีกแค่สี่วันเท่านั้น เธอรอได้อยู่แล้ว แต่นี่ก็คงเพราะเพื่อนสนิทด้วยมาชวน เธอถึงมีออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่ความผิดครั้งนี้ของเธอมันก็ทำให้เขาเห็นข้อดีอีกข้อของเธอด้วย เธอไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว แต่เธอเป็นคนที่รักพวกพ้อง ห่วงใยคนอื่น เธอยอมรับผิดคนเดียวเพื่อไม่ให้เพื่อนเดือดร้อน กล้าหาญมากๆ แม้จะต้องถูกซ่อมเธอก็ยอม แบบนี้หากจับไปฝึกการรักษาความลับเธอคงจะทำได้ดีมากแน่ๆ ทหารหน่วยรบพิเศษทุกคนต้องผ่านการฝึกเรื่องนี้ ต้องถูกจับไปทรมานอย่างหนักเพื่อเค้นเอาความลับ หากใครทนได้ก็ผ่าน หากทนไม่ได้ก็จะถูกครูฝึกเล่นงานซ้ำ กว่าเขาจะผ่านมาได้ก็เล่นเอาได้แผลไปทั้งตัว น่าเสียดายที่การฝึกแบบนี้สงวนสิทธิ์เอาไว้ให้แค่ผู้ชายเท่านั้น

                “ขอพี่ดูแขนหน่อยได้มั้ย” เขาจะเข้าไปดึงแขนของเธอมาดูแต่เธอกลับรีบถอยหนีจากเขา

                “พี่ขอโทษ พี่ไม่น่าไปกล่าวหาขวัญแบบนั้น พี่...”

                “ครูจะสั่งซ่อมอะไรฉันมั้ย”

                “ขวัญ...”

                “ดันพื้น ลุกนั่ง พุ่งหลังหรือว่าวิ่ง หรือต้องทำอะไรสั่งมาสิ”

                “พี่ขอสั่งให้ขวัญอยู่กับพี่”

                “คนแก่วัยทองแบบนี้ใครจะอยากอยู่ด้วย!

                “ก็เพราะว่าพี่แก่กว่าขวัญมากไงพี่ถึงกลัวว่าขวัญจะไม่รัก!!!” ผู้กองคณินว่าอย่างสุดจะทน กว่าเธอจะเรียนจบ กว่าจะได้แต่งงานกันเขาก็จะอายุสี่สิบแล้ว แล้วถ้าในระหว่างนี้เธอไปเจอคนอื่นที่หนุ่มกว่าเขาล่ะ เขาไม่มีใคร ชีวิตของเขามีแค่เธอ ขนาดแม่แท้ๆ ของเขาก็ยังทิ้งเขาไป เขาก็กลัวเธอจะทิ้งเขาไปอีกคนเหมือนกัน

                “อายุเราห่างกันตั้งสิบสองปี ตอนนี้ขวัญอายุยี่สิบ แต่พี่อายุสามสิบสองปีแล้ว กว่าขวัญจะเรียนจบก็คงอายุประมาณยี่สิบสี่ ยี่สิบห้าปี ตอนนั้นพี่ก็คงเป็นตาแก่วัยทองจริงๆ พี่กลัวว่าถ้าแก่ไปขวัญจะไม่รักพี่ พี่รู้ว่าตอนนี้ขวัญรักพี่มากแต่พี่ก็ยังอดกลัวไม่ได้ ยิ่งมีพวกนักเรียนนายร้อยหนุ่มๆ มาอยู่ใกล้ๆ พี่ก็ยิ่งหวง พี่รักของพี่มาก ชีวิตของพี่มีแค่ขวัญพี่ก็เลยกลัวจะเสียขวัญไป พี่ขอโทษที่หึงงี่เง่าจนเผลอพูดอะไรแบบนั้นออกไป ขวัญอย่าเกลียดพี่เลยนะ ตาแก่วัยทองคนนี้รักท่านขวัญตามาก ตาแก่วัยทองขอโทษที่หึงบ้าๆ ท่านขวัญตายกโทษให้ตาแก่คนนี้นะ” ผู้กองคณินเดินเข้าไปหาเธอพลางยื่นมือไปปาดน้ำตาออกให้เธอเบาๆ เมื่อเธอร้องไห้ออกมาอีก ขวัญตาที่ตั้งใจว่าจะโกรธเขาให้มากๆ พอมาได้ยินเหตุผลของเขาแบบนี้มันก็ทำให้เธอใจอ่อนไปหมด ต่อให้โกรธ ให้น้อยใจสักแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับคำว่ารักอยู่ดี

                “...พี่คณิน หนูขอโทษ” เธอโผเข้ามากอดแล้วสะอื้นไห้กับอกของเขา แขนเล็กๆ กอดเขาเอาไว้แน่นผู้กองคณินจึงรีบโอบกอดเธอเอาไว้ พี่คณิน...เธอเรียกเขาว่าพี่อีกแล้ว ในที่สุดเธอก็เลื่อนยศให้เขาแล้วจริงๆ ท่าน ผบ. ขวัญตา

                “หนูขอโทษที่ดื้อ ต่อไปหนูจะไม่ดื้อกับพี่คณินอีกแล้ว แต่ว่าขนมมันก็ล่อตาล่อใจจริงๆ นะคะ” โธ่เด็กน้อยของเขา เมื่อไหร่จะโตกับเขาซักทีเนี่ย

                “เด็กดี ถ้าขนมมันล่อตาล่อใจนักงั้นฝึกเสร็จพี่จะเลี้ยงขนมทุกอย่างที่ขวัญอยากกินทันทีเลย พอเข้าพิธีปิดการเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศเสร็จพี่จะเอาบิงซูถ้วยใหญ่ๆ มาให้กินทันทีเลยดีมั้ย”

                “ดีค่ะ” เธอพยักหน้าอยู่กับอกของเขา เขาจึงกอดเธอเอาไว้อย่างปลอบขวัญอยู่นาน ดีหน่อยที่จุดนี้ค่อนข้างลับตาคนเขาจึงสามารถกอดเธอได้อย่างเต็มอ้อมแขน และจูบแก้มนวลของเธอได้ด้วย มือแกร่งค่อยๆ ปาดน้ำตาออกให้เธออีกแล้วจึงไล้เบาๆ ที่แก้มนวลนี้อย่างแสนรัก

                “พี่ขอโทษนะที่มัวแต่หึงจนทำขวัญเจ็บตัว ให้พี่ทายาให้นะ” เขาผละมือจากแก้มนวลมาเป็นที่แขนของเธอที่ยังคงมีรอยแดงช้ำอยู่ ขวัญตาเบ้หน้านิดๆ เพราะรู้สึกเจ็บระบมที่แขน ตอนแรกก็สงสัยว่าเขาจะทายาให้เธอยังไง ดูท่าเขาจะไม่ได้พกยามา จะพาเธอไปห้องพยาบาลหรือก็ไม่น่าจะใช่ จนกระทั่ง...เขาค่อยๆ ก้มลงมาจูบที่แขนของเธอเบาๆ อย่างอ้อยอิ่งทำเอาเต็กสาวใจหวิวสะท้าน ขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างควบคุมร่างกายไม่ได้ หัวใจดวงน้อยที่เจ็บหนึบไปเมื่อก่อนหน้านี้พลันพองโตขึ้นราวกับมีลูกบอลลูนอยู่ในนั้น ใครจะไปคิดกันว่าตาแก่วัยทองจะหวานละมุนได้ขนาดนี้ ต่อให้อายุของเขาจะมากขึ้นซักสี่สิบปี ห้าสิบปี แต่ถ้าเขายังหวานละมุนได้เสมอต้นเสมอปลายแบบนี้เธอก็ยอมล่ะ

                “หายเจ็บแล้วยังครับ”

                ขวัญตาไม่กล้าตอบกับแววตาหวานๆ ของเขา ไหนจะริมฝีปากที่ยังคงจุมพิตแขนของเธออยู่จึงทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับอย่างเขินๆ แล้วซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขาอีกให้ผู้กองคณินกอดเธอแน่นแล้วหอมแก้มนวลซ้ำฟอดใหญ่ เขาซุกไซ้ใบหน้าเข้ากับแก้มของเธอ สูดดอมดมความหอมกรุ่นจากกายเด็กสาวอย่างลุ่มหลงและรักล้นใจแทบไม่อยากจะคลายอ้อมกอดนี้ไปไหน ปลายจมูกของเขาชนเข้ากับปลายจมูกของเธอ ขวัญตาหลับตาลงอย่างรอคอยจูบแสนหวานจากเขาและเขาก็ไม่ให้เธอต้องรอนานเมื่อเขาค่อยๆ ประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอเบาๆ แล้วดูดเม้มคลึงริมฝีปากของเธออย่างหยอกเย้าจนขวัญตาจั๊กจี้จนต้องกำชายเสื้อของเขาเอาไว้แน่น ลิ้นของเขาที่สอดเข้ามาทำเอาเธออ่อนระทวยซบแน่นิ่งคาอกของเขา แก่แต่หวานละมุนแบบนี้เธอรักตายเลย ยิ่งจูบเขาก็ยิ่งรุกเร้าเธอหนักขึ้น มือหนาลูบไล้ร่างนุ่มนิ่มจนขวัญตาอ่อนโอนตามเขาไปหมดทั้งกายใจเช่นเดียวกับที่มือเล็กๆ เริ่มลูบไล้แผ่นอกแกร่งและหน้าท้องแกร่งของเขาผ่านเสื้อยืดครูฝึกอย่างปรารถนา

                “อย่าซน” เขาบอกชิดริมฝีปากของเธอแล้วดึงมือเธอออกจากหน้าท้องของเขาก่อนที่เขาจะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วจับเธอกินมันเสียตอนนี้ “ยังเด็กนะเรา ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อน” เขายิ้มบอกแล้วจุ๊บปากเธออีกเบาๆ หยอกเย้าเด็กน้อยในอ้อมกอดอย่างรักเอ็นดู

                “เอาแค่นี้ก็ได้ แต่จะเอาอีก” คราวนี้ขวัญตายกแขนขึ้นไปโอบรอบคอเขาลงมาหาอีก เธอค่อยๆ เขย่งเท้าขึ้นไปหอมแก้มสากๆ ของเขาทั้งสองข้างแล้วก็จุ๊บปากของเขาอีกที “พี่คณินของหนู”      

                เจอลูกอ้อนแบบนี้เข้าไป ร้อยทั้งร้อยตายเรียบ ผู้กองคณินโน้มตัวลงมาจูบเด็กน้อยของเขาอีกทันที สองแขนกอดรัดเธอเอาไว้แน่นแนบกาย จูบที่หวานละมุนเร่าร้อนและร้อนแรงอย่างสุดๆ จนเด็กอย่างขวัญตาแทบจะถูกไฟรักของผู้ใหญ่แผดเผาจนมอดไหม้เป็นจุณ ความวาบหวามทำให้เธอต้องครางออกมาเบาๆ เพื่อปลดปล่อยความซาบซ่าน ก่อนที่จะ...

                “โอ๊ย!!!” ผู้กองคณินร้องออกมาเสียงหลงแล้วรีบผละออกจากเธอทันทีก่อนที่เขาจะรีบยกมือขึ้นเช็ดปากและเห็นว่ามีเลือดซึมออกมา ในขณะที่ตัวต้นเหตุกลับแสยะยิ้มเยาะเขากลับ

                “กัดปากพี่ทำไม!

                “เอาคืนที่พี่คณินทำหนูเจ็บแขนไงคะ” ยัยตัวแสบทำเสียงสองอ้อนแล้วทำหน้าแบ๊วๆ ใส่อีกอย่างไม่รู้ไม่ชี้ แต่รอยยิ้มและสายตามีแต่ความอาฆาตเขาอย่างสุดๆ ผู้กองคณินมองยัยตัวแสบของเขาอย่างเจ็บใจที่เผลอพลาดท่าโดนเด็กเอาคืนแบบนี้ อารมณ์รักอารมณ์ปรารถนาหายไปเป็นปลิดทิ้ง หนอย...ยัยเด็กนี่!

                “จะแก้แค้นพี่ตอนนี้เราคิดผิดแล้วล่ะ”

                “ทำไมล่ะคะ” คนเอาคืนยังแสร้งทำเสียงสองอ้อนต่อ เขาก็เลยแค่นยิ้มเยาะเธอบ้างก่อนจะดึงหมวกครูฝึกที่เหน็บอยู่กระเป๋ากางเกงมาสวม

                “เพราะตอนนี้พี่ยังเป็นครูฝึกอยู่ และเราก็เป็นนักเรียนต้องคดีอยู่ด้วย!” เขาชี้ไปทางห่อขนมที่ยังคงเกลื่อนพื้น ขวัญตาที่เพิ่งจะนึกขึ้นได้คราวนี้ถึงกับทำเสียงสองไม่ออกอีก เอาแล้วไง...

                “พี่คณินขา...”

                “ตอนนี้ไม่มีพี่คณิน ตอนนี้มีแต่ครูกับนักเรียน!!!

                “ตาแก่วัยทองอารมณ์แปรปรวน” ไหนๆ ก็จะถูกซ่อมแล้ว ขอด่าเพื่อความสะใจหน่อยเถอะ

                “หึ! ท่าทางคืนนี้จะไม่อยากนอนสบายๆ แล้วสิ เห็นทีคืนนี้คงต้องออกกำลังกายกันยาวๆ ซะแล้ว”

                “ผู้กองจะปล้ำฉันหรอ อย่านะ!!!” ก็เขาพูดชวนให้คิดนี่

                “ปล้ำบ้าอะไรจะซ่อมต่างหากล่ะ มานี่!!!” แล้วเขาก็เก็บห่อขนมที่เป็นของกลางขึ้นมาก่อนจะหิ้วยัยตัวแสบกลับโรงนอนหญิง แสบนักนะยัยเด็กตัวร้าย คนกำลังหลงเพลินกับจูบหวานๆ กัดปากเขามาได้อารมณ์กระเจิงหมด นี่ตกลงเธอเป็นว่าที่คุณหมอหรือพิทบูลกันแน่ล่ะเนี่ย ฟันคมเป็นบ้าเลย ดุแสบซนแบบนี้เขาต้องกำราบเธอบ่อยๆ ซะแล้วสิ แล้วจะได้รู้ว่าพี่ดุ แล้วถ้าพี่ดุขึ้นมาหนูไม่ไหวแน่ๆ เด็กน้อย


************************************************************************************************************

เล่นกัดปากพี่เขาจนเลือดไหลแบบนี้ ท่านขวัญตาก็ยังคงเป็นท่านขวัญตาอยู่

*******************************************

ตอนหน้าวันรวมญาติจ้า ใครคิดถึงพี่รันคุณพ่อลูกสาม วันศุกร์นี้ห้ามพลาดเด้อ

******************************

อ่านตัวอย่างตอนต่อไปพรุ่งนี้ (เที่ยงๆ) ในเพจ : นิยายรัก - ปากกานางไม้ จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 387 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #893 Medsaiby (@Medsaiby) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 20:41

    น่ารักที่สุด พี่คณินของหนู

    #893
    0
  2. #877 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 08:29

    โอ๊ะ...อย่าบอกว่าชอบความรุนแรงนะ

    #877
    0
  3. #867 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:46
    น่ารักอะ่จัดไปยาวๆเลยนะไร้ท์
    #867
    0
  4. #864 Being Bee BUMBLEBEE (@limitedpream) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 06:21
    ขวัญ เธอมันร้าย!!!
    #864
    0
  5. #863 baitongmanow (@baitongmanow) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 00:04
    อยากให้ถึงวันศุกร์เร็วๆจังเชยค่ะ
    #863
    0
  6. #862 Na'thai (@yoknahathai) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 00:03
    สงสารพี่คณิน วืดเลย5555
    #862
    0
  7. #861 eve (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 23:44

    กำลังอิน กำลังฟิน ขวัญตากัดปากซะงั้น 555

    #861
    0
  8. #860 kunnipa61 (@kunnipa61) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 23:41
    สงสารพี่คณิน5555
    #860
    0
  9. #859 tangkwaeiei (@tangkwaeiei) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 23:29
    ขวัญอย่าอ้อนมากนะ ตาแก่วัยทองหลงมากเดี๋ยวหัวใจวายพอดี
    #859
    1
  10. #858 ปูโพธาราม (@souwanee) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 23:26
    หวานได้นาทีเดียวก็ตีกันอีกละ5555
    #858
    1
  11. วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 23:23

    ผู้หมวดนทีๆพลีสสสสส
    #857
    0