ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 88 : ความรักที่ผลิบานกลางเวหา (ตอนพิเศษ 16)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 375 ครั้ง
    19 ก.ค. 62


88.ความรักที่ผลิบานกลางเวหา

 

                ตลอดเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาขวัญตาได้เรียนและฝึกกระโดดร่มมาอย่างเข้มข้น ทั้งโหดมันฮาสลับกันไป แต่นอกจากความโหดมันฮาแล้วอีกสิ่งที่เธอได้จากการเรียนหลักสูตรนี้ก็คือมิตรภาพ มิตรภาพและความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและกันมันทำให้เวลาเพียงไม่นานเธอรู้สึกสนิทใจและผูกพันกับเพื่อนๆ เป็นเสมือนพี่น้องกันเลยก็ว่าได้ แม้จะถูกทุกคนแกล้งบ่อยๆ เพราะเป็นน้องเล็กและผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มชาลี แต่ก็เป็นการแกล้งกันเล็กๆ น้อยๆ ตามประสาคนเอ็นดูกันเท่านั้น ส่วนตาแก่วัยทองของเธอน่ะหรอ ตบหัวแล้วลูบหลังเป็นยังไงเธอก็เพิ่งจะเข้าใจนี่แหละ ตอนเรียนตอนฝึก เขาดุเธอ แกล้งเธอ สั่งซ่อมเธอไม่เว้นแต่ละวัน พอตอนลับตาคนล่ะมาทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่ หึ! คงจะไม่รู้ชะตากรรมตัวเองล่ะสิว่าตอนนี้เธอจดวีรกรรมของเขาเอาไว้ทั้งหมดแล้วกันลืม นี่ก็รอแค่เวลาเอาคืนชำระแค้นเท่านั้น

                “โอ้โห ใหญ่จังเลย” ขวัญตาว่าพลางใช้มือป้องหน้าผากขณะเงยหน้าขึ้นมองบอลลูนสีขาวขนาดใหญ่ที่อยู่กลางสนามกระโดดร่ม เนื่องจากวันนี้จะเป็นการกระโดดร่มจริงๆ ของเธอแล้ว เป็นการกระโดดร่มจากบอลลูนก่อนที่จะกระโดดจากเครื่องบินจริงๆ อีกห้าครั้ง ซึ่งการกระโดดร่มจากบอลลูนครั้งนี้จะเป็นการฝึกท่าทางการออกจากเครื่อง การบังคับร่ม และท่าทางการลงสู่พื้น

                ในการฝึกกระโดดร่มครั้งนี้จะกระโดดกันที่ความสูง 900 ฟุต โดยนักเรียนจะขึ้นกระเช้าไปกระโดดครั้งละสี่คน มีครูฝึกคอยกำกับดูแลอยู่บนกระเช้าอีกหนึ่งคน ขวัญตาเห็นเพื่อนๆ กลุ่มอื่นกระโดดแล้วก็อดกลัวไม่ได้ แต่ที่มีมากกว่าความกลัวก็คือความตื่นเต้น เพื่อนที่กระโดดลงมาบางคนก็ลงได้อย่างสวยงาม บางคนก็บังคับร่มไม่ดีพอจนร่มไปเกี่ยวกับต้นไม้บ้าง เข้าป่าบ้าง เกี่ยวกับสายไฟบ้าง แต่เพื่อนๆ ทุกคนก็รอดปลอดภัยกันด้วยดี ยิ่งมีเสียงร้องเชียร์จากเพื่อนๆ ที่รอกระโดดอยู่ด้วยขวัญตาก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เข้าใจแล้วว่าที่พี่รันของเธอบอกว่ากลัวจนพูดไม่ออกนั้นเป็นยังไง ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาข้างนอกได้อยู่แล้ว ดวงหน้าหวานจิ้มลิ้มซีดเผือดไม่เหลือเค้าความเป็นท่านขวัญตาคนเก่งเลยแม้แต่น้อย

                “กลัวมั้ย” ผู้กองคณินเดินเข้ามาหาเธอแล้วนั่งยองๆ ลงข้างๆ ซึ่งตอนนี้ขวัญตาอยู่ในชุดพร้อมกระโดดร่มแล้ว ที่ด้านหลังของเธอคือร่มหลักซึ่งเป็นร่มกลมที่จะกระโดดแบบ Static Line ส่วนด้านหน้าคือร่มสำรองหรือร่มช่วยที่จะใช้ในกรณีที่ร่มหลักไม่กาง หรือกางแล้วมีปัญหา

                “หัวใจจะกระเด็นออกมาจากอกแล้วผู้กอง” เธอบอกเขาแล้วรีบคว้ามือของเขามาจับเอาไว้แน่น มือของเธอเย็นเฉียบมากเลยตอนนี้ ทั้งเย็นเฉียบแล้วก็ชื้นไปด้วยเหงื่อ เขาเข้าใจอารมณ์นี้ดีเลย ตอนเขากระโดดร่มครั้งแรกก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน

                “ตั้งสติให้ดี มีสติทุกครั้งห้ามสติแตกเด็ดขาด ถ้าทำได้เดี๋ยวพี่ซื้อแท่งไฟ BLACKPINK อันใหม่ให้”

                “พาไปเที่ยวสวนสนุกด้วยนะ ไปปั่นเรือถีบอีก”

                “แน่นอน ขวัญอยากไปไหน อยากได้อะไรพี่จะตามใจทุกอย่างเลย จริงสิ จำเดทแรกของเราได้มั้ย ตอนที่เราไปเที่ยวสวนสนุกกันน่ะ” เอกพลที่นั่งเข้าแถวรอกระโดดร่มอยู่ด้วยกันร่วมกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ หันมามองคู่รักคู่นี้รำลึกความหลังกันแล้วก็แอบเบ้ปากใส่อย่างอิจฉาคนมีคนรักมาให้กำลังใจ เชอะ!

                “เที่ยวสวนสนุกหรอ ทำไม”

                “จำเครื่องเล่นที่เราเล่นด้วยกันได้มั้ย ยักษ์ตกตึก Giant Drop น่ะ

                “ที่ผู้กองไม่กลัวเลยน่ะหรอ”

                “ใช่ รู้มั้ยว่าทำไม” เขาถาม ขวัญตาจึงส่ายหน้าตอบ เขาก็เลยตอบคำถามนี้เสียเอง “ก็เพราะการกระโดดร่มน่ะมันก็อารมณ์เดียวกับตอนที่เราเล่น Giant Drop เลยนะ ถูกกระชากลงมาจากที่สูงเหมือนกระโดดร่มเลย พี่กระโดดร่มบ่อยจนชินแล้วก็เลยไม่กลัว รับรองเลยนะว่าถ้าขวัญเรียนจบหลักสูตรนี้แล้วเวลาไปเล่น Giant Drop อีกขวัญจะไม่กลัวมันเลยแม้แต่น้อย”

                “จริงหรอ”

                “ไว้เรียนจบหลักสูตรนี้แล้วพี่จะพาไปพิสูจน์ดูที่สวนสนุก” เขายิ้มบอกอย่างใจดี ขวัญตาสังเกตเห็นว่าวันนี้เขาไม่ดุเธอเลย ไม่ดุ ไม่ทำหน้าตึงใส่ เขามีเพียงแค่ยิ้มอย่างใจดีให้เธอ พูดกับเธอก็ดี นี่ตาแก่วัยทองของเธอคงไม่อยากให้เธอเครียดเขาก็เลยใจดีกับเธอเพื่อให้เธอมีกำลังใจเพราะการกระโดดร่มมันมีความเสี่ยงต่อชีวิตมากๆ หากเธอกำลังใจไม่ดีทุกๆ อย่างอาจจะพลาด

                “กระโดดร่มจากบอลลูนพี่จะไม่ได้ขึ้นไปด้วยนะ แต่ถ้ากระโดดจากเครื่องบินพี่จะขึ้นไปส่งขวัญข้างบนด้วย ท่านขวัญตาเก่งอยู่แล้ว ของแค่นี้กล้วยๆ จริงมั้ย”

                “...” ขวัญตาก้มหน้างุดลง แต่มือก็ยังคงจับมือเขาเอาไว้แน่น “คิดถึง...”

                “อะไรนะ”

                “คิดถึงคุณลุงกับคุณป้า คิดถึงพี่รัน คิดถึงพี่หมอแก้ม คิดถึงเจ้าแฝด คิดถึงสไนเปอร์”

                “โธ่ เด็กน้อย” ผู้กองคณินจับศีรษะของเธอโคลงไปมาอย่างเอ็นดูและแอบขำ หมดกันท่านขวัญตาผู้ยิ่งใหญ่ของเขา

                “มีสมาธิ ตั้งสติให้มันดีๆ แค่กระโดดลงมา หนึ่งพันหนึ่ง หนึ่งพันสอง หนึ่งพันสาม หนึ่งพันสี่แล้วก็ตรวจร่ม ตรวจร่มให้ทันเวลาแล้วก็บังคับร่มลงพื้น บีบขาให้ชิดกัน ห้ามเอาขาข้างใดข้างหนึ่งลงเด็ดขาด เดี๋ยวขาจะหัก ทั้งการบังคับร่ม การลงพื้นก็เรียนไปหมดแล้ว ไม่ยากหรอกนะ ดูสิ เพื่อนๆ เขายังทำกันได้เลย” ผู้กองคณินมองไปทางนักเรียนทหารร่มที่เพิ่งกระโดดลงมาถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย

                “อยากกอด” ขวัญตาบอกเขาอีก ถ้าได้กอดได้กำลังใจจากคนรักก็คงจะดี แค่จับมือกันสำหรับเธอมันยังไม่พอหรอก ผู้กองคณินได้ฟังคำขอของเธอแล้วก็ได้แต่ยิ้มให้ ใช่ว่าเธออยากกอดเขาคนเดียวเสียเมื่อไหร่ เขาเองก็อยากกอดเธอ เธอจะรู้บ้างมั้ยว่าเขาเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน สมมติว่าการกระโดดครั้งนี้เกิดอะไรขึ้นกับเธอแล้วหัวใจของเขามันจะทนรับได้อย่างไร เขาได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าเธอจะไม่เป็นอะไร เธอจะต้องปลอดภัยกลับมาเป็นท่านขวัญตาของเขา

                “กอดไม่ได้ พี่เป็นครูฝึกอยู่นะ แค่เข้ามาคุยด้วยแบบนี้ก็ถูกจับตามองแล้ว” พอเขาบอกแบบนี้ขวัญตาก็ก้มหน้างุดลงอีกแล้วปล่อยมือจากเขาก่อนจะลุกขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เธอจะต้องขึ้นบอลลูนกระโดดร่มแล้ว ผู้กองคณินปวดใจไม่น้อยที่เขาไม่สามารถกอดปลอบขวัญเธอได้ สิ่งที่เขาทำได้เป็นเพียงแค่การช่วยเช็คอุปกรณ์ร่มให้เธออีกครั้งจนมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างโอเค

                “ดูแล C116 ให้ดีล่ะ บนกระเช้าลมจะแรงกว่านี้” เขาบอกกับเอกพลที่จะขึ้นไปกระโดดพร้อมกับขวัญตาและเพื่อนนักเรียนในกลุ่มชาลีอีกสองคน

                “โหยครูครับ ห่วงผมดีกว่ามั้ย ยัยชะนีน้อยผ่านการทดสอบได้คะแนนเยอะกว่าผมอีก”

                “ตอนนี้คะแนนสอบไม่ได้ช่วยอะไร สิ่งที่ช่วยคือสติและสมาธิเท่านั้น” ว่าแล้วก็อดถอนหายใจไม่ได้ด้วยความเป็นห่วงขวัญตา พอเธอเดินขึ้นไปบนกระเช้าบอลลูนกับเพื่อนๆ เขาก็ยิ่งเป็นห่วง จนเมื่อเธอใช้ขอเกี่ยวปลาย Static line เข้ากับลวดสลิงเหนือกระเช้าบอลลูนเป็นคนที่สองเขาก็รีบคว้ามือเธอเอาไว้แล้วดึงเอาเธอเข้ามากอดทำให้เพื่อนนักเรียนทหารร่มและครูฝึกบนกระเช้ามองเขาอย่างคิดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้กับนักเรียน แม้แต่นักเรียนที่กระโดดร่มแล้วและกำลังรอกระโดดก็ยังมองมาทางเขากับขวัญตา ในที่นี่ก็มีเพียงแค่เอกพลเท่านั้นที่ดูจะไม่ตกใจกับภาพที่เห็นเลยเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าทั้งสองคนเป็นอะไรกัน

                “ผู้กอง กอดทำไม แบบนี้คนอื่นเขาก็รู้กันหมดสิว่า...”

                “ตอนนี้ไม่ใช่ครูฝึกแล้ว ตอนนี้เป็นแฟน ตั้งใจทำให้ดีนะพี่จะรออยู่ข้างล่าง”

                “อืม” ขวัญตาพูดอะไรไม่ออกเพราะความเขิดจัดเมื่อจู่ๆ เขาก็ดึงเธอไปกอดแบบนี้ต่อหน้าทุกคน ความลับที่ว่าเป็นแฟนกันอุตส่าห์เก็บเอาไว้มาได้ตั้งหลายอาทิตย์ ไม่คิดว่าความลับจะมาแตกเอาในอาทิตย์สุดท้ายของการฝึกแบบนี้

                “พี่รักท่านขวัญตามากนะ เด็กดี” เขาบอกก่อนจะค่อยๆ ผละออกจากเธอ ขวัญตาที่ก่อนหน้านี้หน้าซีดเผือดหน้ากลับแดงก่ำด้วยความเขินอาย ถึงจะถูกเพื่อนๆ ทุกคนจ้องมองแต่ตอนนี้เธอกลับมีกำลังใจล้นเหลือจนแทบจะหุบยิ้มไม่อยู่ หัวใจที่เต้นแรงเพราะความตื่นเต้นตอนนี้สงบนิ่งลงได้แล้ว และสติกับสมาธิก็มีเต็มเปี่ยม

                “ฉันก็รักผู้กองนะ” เธอยิ้มแฉ่งบอกเขาเมื่อเขาค่อยๆ ถอยห่างออกจากกระเช้าบอลลูน ก่อนที่ขวัญตาจะหันมามองทางเพื่อนๆ นักเรียนบนกระเช้าซึ่งทุกคนต่างก็มองเธอแล้วก็ยิ้มให้อย่างล้อเลียน และเพื่อเป็นการเรียกขวัญและกำลังใจเธอกับเพื่อนๆ จึงกระตุกขอเกี่ยวปลาย Static line กับลวดสลิงกระเช้าแล้วโห่ร้องออกมาพร้อมๆ กันก่อนที่กระเช้าบอลลูนจะค่อยๆ ถูกปล่อยขึ้น

                โชคดีที่วันนี้ลมไม่ค่อยแรงทำให้กระเช้าสามารถลอยขึ้นไปได้อย่างนิ่งๆ และไม่แกว่งมาก เอกพลกับเพื่อนนักเรียนอีกสองคนช่วยจับตัวขวัญตากันเอาไว้เพราะเธอตัวเล็กเดี๋ยวจะปลิวตกจากกระเช้าด้วยแรงลม ยิ่งกระเช้าลอยขึ้นสูงความหวาดเสียวก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น แรงลมและความสูงทำให้เอกพลกรี๊ดออกมาเบาๆ จนโดนครูฝึกที่อยู่บนกระเช้าตบหมวกกันกระสุนเข้าให้

                “หัวเราะอะไรยะหล่อน ใช่สิ ก็ฉันไม่ได้มีแฟนมาคอยให้กำลังใจเหมือนหล่อนนี่” เอกพลแหวใส่ขวัญตาเมื่อเธอหัวเราะที่เขาถูกครูฝึกตีเมื่อครู่นี้

                “มิน่าล่ะครูคณินชอบแกล้งน้องชะนีน้อย ที่แท้ก็เป็นแฟนกันนี่เอง” เพื่อนนักเรียนนายร้อยที่อยู่กลุ่มชาลีด้วยกันว่า และตอนนี้ทุกคนในกลุ่มชาลีก็เรียกเธอว่าชะนีน้อยตามเอกพลกันหมดแล้ว แม้แต่ครูฝึกบางคนก็เรียกเธอแบบนี้ด้วย

                “เขาคบกันมาจะสามปีแล้วย่ะ ครูเขาเป็นลูกน้องพี่ชายยัยชะนีน้อย พบรักกันที่ฐานทหารพราน เคยหลงป่าอยู่ริมชายแดนมาด้วยกัน ผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมาเยอะ” เอกพลเล่า เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ขวัญตาเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง นี่ก็อึดอัดจะแย่ ไหนๆ ความลับก็แตกแล้วว่าเป็นแฟนกันขอเขาเมาท์หน่อยเถอะ

                “อ๋อ ครูคณินก็เลยกินเด็กว่างั้น” คราวนี้คนที่พูดกลับไม่ใช่นักเรียน แต่เป็นครูฝึกที่อยู่บนกระเช้าด้วยกัน ถึงว่าสิเขาเองก็เห็นเพื่อนครูฝึกคนนี้ชอบมองแต่เด็กนักเรียนคนนี้ตลอด ไม่น่าเชื่อว่าคบกันมาจะสามปีแล้ว กินเด็กชัดๆ น่าอิจฉาเป็นบ้า

                “เปล่าครับครู คบกันแต่ยังไม่ได้กินกันเพราะพี่ชายยัยชะนีน้อยหวงน้องสาวมาก”

                “ฮิ้วววววว” เสียงร้องแซวดังลั่นขึ้นกระเช้าจนลืมความหวาดเสียวของความสูงไปกันเลยทีเดียว ส่วนคนที่ถูกแซวก็เขินแล้วเขินอีกจนแก้มนวลแดงก่ำอย่างน่ารัก

                “ตั้งสติแล้วก็กระโดดลงไปดีๆ ล่ะชะนีน้อย ยังไม่ได้เสียเอกราชให้ครูฝึกรูปหล่อ มดลูกยังไม่ได้ใช้งานถ้าตายตอนนี้มันจะน่าเสียดายเอา”

                ป้าก! แล้วเอกพลก็ถูกครูฝึกตีหมวกกันกระสุนเข้าให้อีกครั้ง

                “พูดกับผู้หญิงให้มันดีๆ หน่อยนักเรียน” พอครูฝึกว่าเอกพลก็เลยค้อนเข้าให้ ขวัญตากับเพื่อนนักเรียนอีกสองคนก็เลยหัวเราะเขาออกมา

                ครูฝึกที่อยู่บนกระเช้าด้วยตรวจเช็คเครื่องวัดความสูงอีกครั้งพร้อมกับส่งสัญญาณมาให้กับครูฝึกที่อยู่ด้านล่างว่าขณะนี้ความสูงได้ที่แล้ว สภาพลมก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีสามารถให้นักเรียนกระโดดร่มได้ โดยคนแรกที่จะกระโดดคือเอกพล ต่อมาก็คือขวัญตาและเพื่อนนักเรียนอีกสองคน ซึ่งก่อนจะกระโดดครูฝึกก็จะเช็คอุปกรณ์กระโดดร่มของนักเรียนอีกครั้งและทบทวนท่ากระโดดให้นักเรียนฟังรวมถึงพูดให้กำลังใจให้นักเรียนตั้งสติและสมาธิเอาไว้ให้ดีๆ

                “เจ๊ สู้ๆ แล้วลงไปเจอกันข้างล่าง” ขวัญตาบอกเมื่อเอกพลเดินมาที่ขอบกระเช้า ซึ่งการกระโดดจะกระโดดติดต่อกันในทันทีทั้งสี่คน เมื่อครูฝึกบอกว่ากระโดดได้เอกพลก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะก้าวกระโดดลงไปด้านล่างตามวิธีที่ได้เรียนมาในตลอดหลายสัปดาห์ และขวัญตากับเพื่อนอีกสองคนก็กระโดดตามลงมาแบบติดๆ

                หนึ่งพันหนึ่ง หนึ่งพันสอง หนึ่งพันสาม หนึ่งพันสี่ ตรวจร่ม!” ขวัญตาท่องคำนี้เมื่อกระโดดลงมาแล้วยกแขนขึ้นเก้าสิบองศาเพื่อตรวจเช็คว่าร่มกางปกติมั้ย เพราะเมื่อเธอกระโดดลงมาขอเกี่ยวปลาย Static line ที่ยึดอยู่กับลวดสลิงจะกระตุกร่มหลักที่อยู่บนหลังเธอออกมาโดยอัตโนมัติทำให้ร่มกางออกมาภายในสี่วินาที เมื่อทำการเช็คร่มแล้วขวัญตาก็ต้องพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ร่มของเธอกางออกมาอย่างปกติ ที่เหลือก็เพียงแค่บังคับร่มให้ลงในจุดที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น

                ผู้กองคณินเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกไม่ต่างกันเมื่อเห็นร่มของคนรักกางออกมาอย่างปกติและเธอสามารถบังคับร่มได้อย่างดี หัวใจที่เต้นโครมครามของเขากลับมาเต้นปกติอีกครั้ง เหงื่อที่มือของเขาซมออกมาจนเปียกชื้นไปหมด จนไม่ได้สังเกตว่าผู้พันกรันณ์ที่อยู่ในวีดิโอคอลของเขากำลังชักสีหน้าใส่อย่างหงุดหงิด

                (“ผู้กอง ยัยขวัญบังคับร่มไม่ได้เรื่อง ไปบอกครูฝึกว่าไม่ให้ผ่าน นู่น! จะเข้าป่าอยู่แล้ว”) คนที่ทำท่าเหมือนกับจะไม่ห่วงอะไรน้องสาวแต่ก็คอยโทรมาถามข่าวคราวของน้องสาวจากว่าที่น้องเขยทุกวันว่า

                (“มึงอย่าเรื่องมากมาตรฐานสูงนักไอ้รัน กระโดดครั้งแรกได้เท่านี้ก็ดีสุดๆ แล้ว กูให้ผ่าน”) ผู้พันคีรินทร์ที่อยู่ในวีดิโอคอลด้วยว่า

                (“แก้มล่ะ มีความเห็นว่าไง ให้ผ่านหรือไม่ผ่าน”) ผู้พันกรันณ์หันมาถามเมียรักที่อยู่ข้างๆ ราชาวดีจึงเพียงแค่ยิ้มให้

                (“ไม่ทราบสิคะ แก้มไม่เคยกระโดดร่ม ไม่รู้ว่าเขาให้เกณฑ์ผ่านหรือไม่ผ่านยังไง แต่เท่าที่ดูๆ ตามความคิดของแก้มนะคะ น้องขวัญเก่งมากๆ แก้มว่าแก้มไปเตรียมซื้อของขวัญให้น้องดีกว่า”)

                (“สรุปแก้มให้ผ่าน”) ผู้พันคีรินทร์ว่า ราชาวดีจึงพยักหน้ารับตาม

                (“ฉันก็ให้ผ่าน”) หมอเอื้อยที่อุ้มลูกน้อยอยู่ด้านหลังผู้พันคีรินทร์ว่า

                (“ผมก็ให้ผ่าน”) ผู้กองนทีกับผู้กองไกรจักรว่าขึ้นพร้อมกันโดยมีฟ้ามุ่ยพยักหน้าเห็นด้วยอีกคน ผู้กองคณินมองสมาชิกในกลุ่มวีดิโอคอลของเขาแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ กับการแสดงความคิดเห็นของทุกคนในขณะที่ผู้พันกรันณ์ยังคงชักหน้าหงุดหงิดออกมาอยู่

                (“เหอะ! ทุกคนจะว่ายังไงผมไม่สน ถ้าผมเป็นครูฝึกผมไม่ให้ผ่านลงมานี่จะสั่งซ่อมให้หนักด้วย”)

                (“แก้ม ว่างๆ ก็หัดพาผัวเข้าวัดซะบ้าง ให้พระท่านช่วยสอนมันให้หน่อยว่าทุกคนบนโลกนี้เขาไม่ได้ซาดิสเหมือนมัน”) ผู้พันคีรินทร์ว่าให้กับความมาตรฐานสูงของผู้พันกรันณ์ เพราะในที่นี้ผู้พันกรันณ์ผ่านศึกมาเยอะกว่าคนอื่นๆ และฝึกหน่วยรบสุดโหดมามากกว่ามาตรฐานของเขาก็เลยสูงตามไปด้วย

                ผู้กองคณินปล่อยให้น้องเขยกับพี่เมียเถียงกันต่อไปเมื่อเขาเห็นขวัญตาใกล้จะลงถึงพื้นแล้วโดยมีครูฝึกอีกคนคอยพูดผ่านไมโครโฟนกำกับนักเรียนที่บังคับร่มอยู่บนฟ้า ใครบังคับร่มผิดวิธี ลงผิดท่าก็จะพูดผ่านไมค์สอนมันกลางอากาศแบบนี้เลย แล้ววินาทีที่ขวัญตาจะลงพื้น เหล่าพี่ชายและพี่สาวที่อยู่ในวีดิโอคอลก็แทบจะพากันกลั้นหายใจไปตามๆ กันเมื่อดูน้องคนเล็กบังคับร่มลงพื้นชิดขาทั้งสองข้างเอาไว้แน่นก่อนจะล้มกลิ้งลงไปกับพื้นตามสเต็ปการลงพื้นที่ได้เรียนมา

                (“เฮ้อ!!!”) ทุกคนในวีดิโอคอลพากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกรวมทั้งผู้กองคณินด้วย ตอนนี้เขารู้สึกโล่งไปหมด เมื่อเห็นขวัญตาลุกขึ้นแล้ววิ่งไปเก็บร่มของตัวเองได้เขาก็ยิ่งโล่งใจเข้าไปใหญ่ก่อนจะทรุดลงไปนั่งกับพื้น แข้งขาอ่อนแรงกับการลุ้นเชียร์คนรักกระโดดร่ม

                (“โล่งแล้วล่ะสิผู้กอง”) ผู้กองไกรจักรแซวเมื่อเห็นเพื่อนถอนหายใจอย่างโล่งอกขณะนั่งลงไปกับพื้น

                (“แหม นึกว่าจะได้หาแฟนใหม่ให้เพื่อนซะแล้วสิ”) แล้วผู้กองนทีกับผู้กองไกรจักรก็หัวเราะออกมา ผู้กองคณินเลยหัวเราะตามเพื่อน

                “แฟนผมเก่ง ผมไม่หาแฟนใหม่หรอก แค่นี้นะครับทุกคนผมจะไปรับขวัญยัยตัวแสบของผมก่อน”

                (“เฮ้ยเดี๋ยว!!! ผู้กองหยุดเลยนะ คณิน!!! ไอ้คณินหยุด!!!”) เสียงผู้พันกรันณ์ตะโกนห้ามอย่างเอาเป็นเอาตายจนทุกคนหัวเราะกันใหญ่กับความหวงน้องสาวไม่เลิกแล้วผู้กองคณินก็กดวางสายทันทีปล่อยให้ว่าที่พี่เมียคลั่งอยู่คนเดียวต่อไป

                ขวัญตาจัดการเก็บร่มใส่กระเป๋าให้เรียบร้อยก่อนจะวิ่งมาสมทบกับเอกพลและเพื่อนอีกสองคนที่กระโดดร่มลงมาพร้อมๆ กัน เด็กสาวยิ้มออกมาอย่างโล่งอกกับความสำเร็จในครั้งนี้ ทุกอย่างมันเหมือนกับที่ผู้พันกรันณ์บอกเธอเลย ตอนจะกระโดดกลัวแทบตาย แต่พอกระโดดลงมาร่มกางเรียบร้อยแล้ว ให้ตายเถอะ วิวข้างบนสวยเป็นบ้า ตอนนี้ความตื่นเต้นไม่มีอีกต่อไปแล้ว เธอสามารถยิ้มแฉ่งได้อย่างภูมิใจในตัวเองแล้วล่ะ อีกอย่าง...ต้องขอบคุณตาแก่วัยทองของเธอ เพราะเขาคนเดียวที่ทำให้เธอสงบจิตสงบใจลงได้

                เมื่อกระโดดร่มลงมาแล้วก็ใช่ว่าทุกอย่างมันจะจบเมื่อนักเรียนทหารร่มต้องมารายงานตัวกับครูฝึกที่เต็นท์อำนวยการ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยเพราะการกระโดดร่มลงมาเมื่อครู่นี้มันมีความตื่นเต้นเข้ามา หัวใจที่สั่นระรัวและการประมวลผลของสมองยังทำงานไม่เต็มที่ ไหนจะอุปกรณ์การกระโดดร่มที่หนักอึ้งอีก กว่านักเรียนทหารร่มจะเดินมาถึงเต็นท์อำนวยการก็เล่นเอาหอบกันแล้ว ดังนั้นเมื่อต้องรายงานตัว สมองที่ยังสั่งการได้ไม่เต็มที่ก็ทำให้นักเรียนบางคนรายงานตัวแบบผิดๆ ถูกๆ ทันที

                “ดิฉัน นักเรียนทหารร่ม ขวัญตา... ขวัญตา...” ขวัญตาที่ยังอยู่ในท่าวันทยาหัตถ์สมองตื้อไปหมด จำแม้กระทั่งนามสกุลของตัวเองไม่ได้ทำให้เหล่าครูฝึกกับเพื่อนๆ ทุกคนพากันหัวเราะเธอออกมา เด็กสาวได้แต่มองหน้าทุกคนทำตาปริบๆ มัวแต่ดีใจและภูมิใจที่ตัวเองกระโดดร่มได้จนลืมเรื่องอื่นๆ ไปหมดสิ้น ลืมแม้กระทั่งนามสกุลของตัวเอง

                “อะไรกัน นามสกุลตัวเองก็จำไม่ได้หรอ!!!” ครูฝึกดุ ขวัญตาก็ยิ่งสมองตื้อเข้าไปใหญ่ ครั้งพอหันมามองคนรักที่ยืนอยู่ด้านหลังโต๊ะรายงานตัวก็เห็นว่าเขากำลังกลั้นหัวเราะเธออยู่ หัวหน้าครูฝึกที่อยู่ตรงนี้ด้วยเลยหันมาพูดกับเธอ

                “นักเรียน นามสกุลพาแก้วรึเปล่า”

                “อ๋อ ใช่ค่ะ” ขวัญตารับๆ ไปก่อน คราวนี้เหล่าครูฝึกก็ยิ่งหัวเราะเธอออกมาลั่นเมื่อรู้กันดีว่านามสกุลนี่เป็นของใคร ในขณะที่เจ้าของนามสกุลกลับกลั้นยิ้มแทบจะไม่ทัน ตายละเด็กน้อย ยังไม่ทันจะได้แต่งงานกันเธอก็นามสกุลเดียวกับเขาแล้วหรือนี่

                “ไปดันพื้นจนกว่าจะจำนามสกุลตัวเองได้เลย ไป!!!” ครูฝึกขาโหดที่ดุเธอเมื่อครู่นี้ชี้นิ้วไล่ ขวัญตาก็เลยเดินเกาศีรษะตัวเองมาดันพื้นแบบงงๆ แล้วนี่เธอนามสกุลอะไรกันแน่ล่ะเนี่ย

                แล้วในระหว่างที่ขวัญตาดันพื้นอยู่ก็ถึงตาเอกพลต้องรายงานตัวบ้าง เขาวันทยาหัตถ์อย่างคล่องแคล่วสง่างามจนเหล่าครูฝึกคิดว่าเขาจะสามารถรายงานตัวได้ แต่...

                “ดิฉัน นักเรียนทหารร่ม...”

                “นักเรียนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย!” ครูว่าขึ้นเมื่อเอกพลก็สมองตื้อไปอีกราย

                “เป็นผู้ชายครับ”

                “แล้วทำไมรายงานตัวว่า ดิฉัน”

                “ว๊าย! ผมลืมครับครู” แล้วครูฝึกก็ต้องยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองไปตามๆ กันเมื่อได้ยินนักเรียนของตัวเองร้อง ว๊าย ออกมาอย่างสาวแตก

                “พอกันทั้งคู่เลย เป็นบัดดี้กันด้วยนี่ใช่มั้ย ไปเลย ไปดันพื้นจนกว่าจะรู้เพศตัวเอง”

                “ครับผม!” แล้วเอกพลก็เดินคอตกมาดันพื้นอยู่ข้างๆ ขวัญตา ส่วนเพื่อนนักเรียนอีกสองคนนั้นสติดีมากสามารถรายงานตัวได้เสร็จเรียบร้อยภายในรอบเดียว ซึ่งพอเพื่อนนักเรียนสองคนนั้นรายงานตัวเสร็จแล้วขวัญตาก็ลุกขึ้นกลับไปรายงานตัวใหม่อีกครั้ง เธอยกมือขึ้นวันทยาหัตถ์อย่างสง่างามแล้วก็เริ่มรายงานตัวใหม่ด้วยเสียงที่ดังฟังชัด

                “ดิฉัน นักเรียนทหารร่ม ขวัญตา สุวรรณเวช ชาลี 116 ได้กระโดดร่มจากบอลลูน ตัวเปล่าครั้งที่หนึ่ง คนที่สอง เรียบร้อยแล้วค่ะ!!!

                “อ้าว ก็รายงานตัวได้นี่ สติกลับมาแล้วใช่มั้ย”

                “ใช่ค่ะ!” เธอยังคงตอบเสียงดังฟังชัด หัวหน้าครูฝึกเลยถามเธอขึ้นมาอีก

                “แล้วทำไมเมื่อกี้นี้บอกว่านามสกุลพาแก้วล่ะ”

                “...เออ” แก้มนวลแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีเมื่อเพิ่งจะนึกได้ว่านี่เป็นนามสกุลของตาแก่วัยทอง พอนึกได้จากที่วันทยาหัตถ์อยู่ขวัญตาก็ตีหน้าผากตัวเองทันที

                “จะแต่งกันเมื่อไหร่ส่งการ์ดมาให้ครูด้วยนะ” หัวหน้าครูฝึกแซวแล้วมองไปทางผู้กองคณินที่ยังคงยืนเงียบๆ อยู่ด้านหลังโต๊ะรายงานตัว เมื่อความลับแตกแล้วว่าเธอกับเขาเป็นอะไรกัน เหล่าเพื่อนนักเรียนก็พากันโห่แซวขึ้นมาอีกรอบ

                “ยังไม่แต่งค่ะ หนูยังเด็ก ยังเรียนไม่จบ”

                “อ้าว ก็เห็นตอนแรกบอกใช้นามสกุลเดียวกันก็นึกว่าพร้อมแต่งแล้ว” คราวนี้ขวัญตาล่ะอยากจะร้องไห้นัก ส่วนคู่กรณีอีกคนกลับยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ สนุกนักล่ะสิเห็นเธอถูกแซวแบบนี้

                “อีกคำถาม” หัวหน้าครูฝึกยังคงถามเธอต่อ “นามสกุลสุวรรณเวช เป็นอะไรกับท่านนายพลปภพ” เอาแล้วไง คำถามต้องห้าม ความจริงที่บ้านก็ไม่ได้มีใครห้ามเธอบอกหรอกว่าเป็นลูกหลานใคร มีแค่พี่ชายของเธอเท่านั้นที่ก่อเรื่องไว้ที่นี่

                “เออ...เป็น...เป็นคุณพ่อค่ะ”

                “ห๋า!” เอกพลที่ดันพื้นอยู่หันมามองหน้าบัดดี้ตัวเองอย่างอึ้งๆ นี่...นี่ยัยชะนีน้อยเป็นถึงลูกสาวของท่านนายพลปภพผู้ยิ่งใหญ่แห่งกองทัพหรอเนี่ย เขาเป็นเพื่อนกับลูกสาวผู้ใหญ่และมีอำนาจสุดๆ ในกองทัพ!!! ตอนนี้แม้แต่เหล่าครูฝึกก็อึ้งด้วยคาดไม่ถึงกันที่รู้ว่าเธอคือลูกสาวของคนใหญ่คนโต

                “ลูกสาวท่าน งั้น...ก็ต้องรู้จักพันตรีกรันณ์ สุวรรณเวชใช่มั้ย” ชื่อนี้อย่าว่าแต่ครูฝึกเลย แม้แต่เพื่อนๆ นักเรียนของเธอต่างก็รู้จักผู้พันกรันณ์ด้วยกันทั้งนั้น ผู้บังคับกองพันทหารพราน อดีตทหารพรานจากภาคใต้ขึ้นชื่อในด้านการรบ เก่งจนเป็นที่เลื่องลือ โหดจนใครๆ ต่างก็หวั่นเกรงและผลงานที่ทำให้เขามีชื่อเสียงอย่างสุดๆ ก็คือการปราบเครือข่ายยาเสพติดของนายพลอ่องเส็งและพ่อเลี้ยงคำม่วน

                “รู้จักค่ะ” เธอไม่อาจโกหกได้เพราะเรื่องแค่นี้มันตรวจสอบกันได้ง่ายมากๆ ถ้าพี่ชายของเธอไม่ก่อเรื่องเอาไว้เธอก็คงจะกล้าบอกทุกคนอย่างภูมิใจแหละว่ามีพี่ชายเก่ง แต่นี่...พี่รันนะพี่รัน ก่อเรื่องจนน้องซวยแล้วมั้ยล่ะ

                “เป็นอะไรกับเขา” หัวหน้าครูฝึกถามพลางเดินมาหาเธอจนใกล้ ขวัญตาก็เลยหันมามองทางผู้กองคณินอย่างขอความช่วยเหลือ ซึ่งผู้กองคณินก็พยักหน้าบอกให้เธอพูดความจริงไป

                “...พี่รัน...เป็นพี่ชายแท้ๆ ของหนูค่ะ”

                “แล้ววันประดับปีกพี่ชายจะมาร่วมแสดงความยินดีด้วยมั้ย”

                “น่าจะมาค่ะ”

                “หรอ ดี! ฝากบอกพี่ชายเราด้วยนะว่าครูอยากเจอ ไปได้” หัวหน้าครูฝึกตบกระเป๋าร่มบนหลังของเธอเบาๆ เธอจึงวันทยาหัตถ์อีกครั้งแล้วเดินออกมาจากโต๊ะรายงานตัว

                พอพ้นจากเต็นท์อำนวยการขวัญตาก็ทรุดตัวนั่งแหมะลงกับพื้นทันทีด้วยความใจหายใจคว่ำ หัวใจเกือบวายเพราะกระโดดร่มแล้วยังต้องมาหัวใจจะวายเพราะพี่ชายตัวดีอีก นี่วันประดับปีกของเธอจะเกิดอะไรขึ้นบ้างล่ะเนี่ย ถ้าพี่รันของเธอต้องมาจ๊ะเอ๋กับโจทย์ที่นี่เขาจะโดนหัวหน้าครูฝึกฆ่าเอารึเปล่า บ้าน่า เรื่องมันก็ตั้งหลายปีมาแล้ว สิบปีได้แล้วมั้ง แล้วคราวนั้นเรื่องมันก็จบลงด้วยดีโดยที่พี่ชายของเธอถูกหัวหน้าครูฝึกชกหน้าแหกมาแล้วนี่นา หรือว่า...

                “ทำไมยังไม่เอาร่มไปเก็บอีก” ผู้กองคณินเดินเข้ามาถามเธอเมื่อเห็นขวัญตานั่งกุมขมับอยู่คนเดียวหลังต้นไม้ ซึ่งการกระโดดร่มยังไม่แล้วเสร็จเพราะยังมีนักเรียนที่ยังไม่ได้กระโดดอยู่อีกเยอะ

                “ผู้กอง ช่วยโทรไปบอกพี่รันให้ทีสิว่าวันประดับปีกของฉันน่ะไม่ต้องมาก็ได้ รอไปฉลองให้ฉันที่บ้านก็ได้ฉันไม่ซีเรียส”

                “ไม่ทันแล้วล่ะ เขานัดกันมาหมดแล้ว ทั้งผู้กองไกรจักรก็จะมา ผู้กองนทีก็ลางานเรียบร้อยแล้ว ท่านรองนี่ก็จองร้านอาหารเอาไว้เลี้ยงฉลองให้เราแล้วด้วย”

                “จะขนกันมาทำไมเยอะแยะ มาเก็บศพพี่รันรึไง”

                “อ้าว ก็น้องสาวคนเล็กเรียนจบหลักสูตรส่งทางอากาศ พี่ๆ เขาก็อยากมาร่วมแสดงความยินดีด้วย” แล้วขวัญตาก็ยิ่งกุมขมับเครียดเข้าไปใหญ่เมื่อความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา เธอละกลัวความคิดนี้จะเป็นจริงเหลือเกิน

                “ผู้กอง ไม่ใช่ว่าเมื่อสิบปีก่อนพี่รันมาไข่ทิ้งเอาไว้ที่นี่หรอกนะ ถ้าเป็นจริงนี่แบบนี้พี่หมอแก้มของฉันก็ต้องน่าสงสารแย่สิ ทั้งพี่หมอแก้ม ทั้งเจ้าแฝด ทั้งสไนเปอร์”

                “เหลวไหล” ผู้กองคณินว่าแล้วนั่งลงข้างเธอ “วันก่อนพี่ยังเจอลูกสาวครูฝึกคนที่เคยกิ๊กกันกับผู้พันอยู่เลย เขาแต่งงานมีลูกมีสามีไปแล้ว”

                “ผู้กองเห็นลูกกับสามีเขาหรอ”

                “หึ เห็นแต่ลูก พี่ยังเลี้ยงขนมลูกเขาอยู่เลย”

                “แล้วลูกเขาอายุเท่าไหร่”

                “ห้าขวบ” พอผู้กองคณินตอบขวัญตาก็ชูมือนับนิ้วของตัวเองทันทีเพื่อคำนวณอายุ พอคำนวณเสร็จเธอก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจทันที เฮ้อ! รอดไปนะพี่รัน

                “เขามีลูกกี่คน”

                “คนเดียว พี่ถามเขาแล้ว”

                “แน่ใช่มั้ย ไม่เคยทำแท้งใช่รึเปล่า”

                “นี่ ยังเด็กนะเราจะคิดอะไรซับซ้อนไปขนาดนั้น”

                “ก็ฉันเป็นห่วงพี่หมอแก้มนี่ ตอนอยู่นราธิวาสก็ได้ข่าวว่าพี่รันมีสาวมาติดเยอะด้วย ผู้กองก็อยู่นราธิวาสกับพี่รันมาก่อนนี่ เรื่องแบบนี้ผู้กองน่าจะรู้ดีนะ”

                “ก็ตามประสาคนโสดแหละ ผู้พันแกรูปหล่อสาวๆ ก็ต้องติดเป็นธรรมดา แต่ก่อนจะย้ายมาแม่สอดผู้พันแกก็เลิกมาหมดแล้ว ตอนนี้มีเมียคนเดียวก็คือคุณหมอแก้ม ลูกก็มีแค่เจ้าแฝดกับสไนเปอร์เท่านั้น”

                “ก็ดี ฉันจะได้สบายใจ” ว่าแล้วขวัญตาก็หันมามองหน้าคนรักอีกทีก่อนจะแสยะยิ้มออกมาจนผู้กองคณินเริ่มจะรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ

                “แล้วผู้กองล่ะ เคยไปฟันสาวที่ไหนมาบ้าง”

                เวรละ!

                “เออ...นักเรียนเอาร่มไปเก็บให้เรียบร้อยไป แล้วก็ไปนั่งรวมกับเพื่อนๆ”

                “หึ! เยอะล่ะสิท่า อานัสเล่าให้ฟังว่าตอนอยู่นราฯ ผู้กองก็คั่วสาวเอาไว้เยอะ สับรางกันแทบจะไม่ทัน แบบนี้ไม่ต้องเลื่อนยศจากผู้กองเป็นพี่คณินแล้ว เป็นผู้กองตลอดไปดีกว่ามั้ง!!!

                “ฮะแฮ่มๆ นักเรียน อย่ามาชี้หน้าก้าวร้าวกับครูนะ” เขาดึงหมวกครูฝึกขึ้นมาสวมแล้วตีหน้านิ่งขวัญตาก็ยิ่งเบ้ปากใส่

                “อีกแค่อาทิตย์เดียวก็จะไม่ได้เป็นครูฝึกแล้ว วันนี้รอดตัวไป คืนนี้อย่าลืมสวดมนต์ก่อนนอนล่ะ อีกเจ็ดวัน หึๆๆ กรรมตามสนองแน่!!!” ว่าแล้วขวัญตาก็ลุกขึ้นเอาร่มไปเก็บทิ้งให้คนมีอดีตได้แต่มองตาม ยัยเด็กตัวแสบ! หึงอะไรขนาดนี้ ตั้งแต่ที่เขามาหลงรักเธอเขาก็เลิกยุ่งกับผู้หญิงทุกคนไปหมดแล้ว เด็กบ้า! รักมากขนาดนี้ยังไม่เชื่อใจกันอีก ก่อนกระโดดร่มล่ะอ้อนอยากจะกอดเขา พอกระโดดเสร็จรอดปลอดภัยแล้วก็มาขู่เขาเอาๆ นี่มันแค่เริ่มต้นนะเด็กน้อย กระโดดร่มของจริงน่ะมันบนเครื่องบินจริงๆ นู่น บอลลูนน่ะแค่เด็กๆ ไว้ขึ้นเครื่องก่อนเถอะแล้วจะอ้อนขอกอดพี่อีก!

 

                สัปดาห์สุดท้ายของการเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศจะเป็นการกระโดดร่มจากเครื่องบินจริงจำนวนห้าครั้ง โดยสองครั้งแรกจะเป็นการกระโดดตัวเปล่าในเวลากลางวัน ครั้งที่สามจะกระโดดร่มประกอบเครื่องสนามและอาวุธในเวลากลางวัน ครั้งที่สี่กระโดดตัวเปล่าในเวลากลางคืน และครั้งที่ห้าจะกระโดดตัวเปล่าในเวลากลางวันอีกครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายนี้เมื่อทำการกระโดดร่มเสร็จก็จะเป็นพิธีประดับปีกร่มให้กับนักเรียนทหารร่มที่สนามกระโดดเลย ญาติพี่น้องและผู้ปกครองของนักเรียนจะมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกหลานก็วันนี้

                “ชะนีน้อย หล่อนพนมมือไหว้อะไรยะ” เอกพลถามขึ้นเมื่อเห็นขวัญตานั่งคุกเข่าพนมมืออยู่ข้างกระเป๋ากระโดดร่มของตัวเอง ในขณะที่เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ กำลังแต่งตัวเตรียมความพร้อมสำหรับการกระโดดร่มจากเครื่องบินจริงเป็นครั้งแรก

                “ไหว้ของดี” เธอตอบแล้วชูตะกรุดของตำรวจ ตชด. ที่ผู้พันคีรินทร์ให้เธอมา ทำเอาเพื่อนนักเรียนนายร้อยที่เข้าแถวอยู่ข้างๆ เธอหันมามองของดีในมือเธออย่างสนใจ

                “ตะกรุดอันนี้เดิมเป็นของตำรวจ ตชด. ที่ชายแดนแม่สอด ตำรวจ ตชด. ที่นั่นพกกันทุกคนเพราะเชื่อในพุทธคุณ แล้วรู้มั้ยว่าตะกรุดอันนี้ผ่านศึกมาเยอะแค่ไหน”

                “ศึกอะไรบ้างล่ะ” เพื่อนนักเรียนนายร้อยถาม ขวัญตาก็เลยเล่าต่อ

                “จำข่าวฐานทหารพรานที่ถูกพวกเจ้าพ่อค้ายาแสนดาโจมตีเมื่อสามปีก่อนได้มั้ย พี่ตำรวจ ตชด. เจ้าของตะกรุดอันนี้ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เขารอดปลอดภัยมาได้จนตอนนี้แต่งงานสุขสบายดีไปละ แล้วก็ครั้งหนึ่งตะกรุดอันนี้ก็ช่วยชีวิตพี่สะใภ้ของฉันมาแล้วจากการถูกพวกคนร้ายจับตัวไป รอดปลอดภัยไม่เป็นอะไรเลย รู้มั้ย คนร้ายที่จับไปเป็นใคร นายพลอ่องเส็งไง พ่อค้ายาเครือข่ายใหญ่เลยนะ”

                “หูย จริงหรอน้องชะนีน้อย แล้วน้องได้มาได้ยังไง”

                “อ๋อ รู้จักกับเจ้าของตะกรุดน่ะ เขาให้ต่อกันมาเป็นทอดๆ”

                “แต่ข่าวมันดังมากเลยนะ พี่ก็ว่าแล้วว่าพวกทหารพรานกับตำรวจ ตชด. ที่นั่นเขาต้องมีของดีกัน”

                “ใช่มั้ยล่ะ” ขวัญตาว่าขึ้นอย่างภูมิใจ แต่แล้วตะกรุดแห่งความภูมิใจของเธอก็ถูกฉกไปจากมืออย่างง่ายดายทันทีโดยบุคคลผู้อยู่ในทุกเหตุการณ์ที่เธอเล่ามา

                “โม้อะไรกับเพื่อนนักเรียน” ผู้กองคณินว่าเมื่อยึดตะกรุดไปจากมือเธอแล้ว

                “นี่ๆๆ ที่เล่ามาครูฝึกคนนี้เขาอยู่ในทุกสถานการณ์เลยนะ ล่าสุดถูกคนร้ายยิงเกือบตาย” แล้วนักเรียนทุกคนก็ยิ่งมองผู้กองคณินอย่างชื่นชม เขาก็เลยต้องส่ายหน้าให้

                “ไปฟังอะไรยัยขี้โม้นี่ นักเรียนฟังนะ เวลาสู้รบน่ะ ต่อให้แบกพระไปทั้งโบสถ์แต่ถ้าต่อสู้ไม่เป็น ไม่รู้จักยุทธวิธีทางการต่อสู้ที่ถูกต้องยังไงก็ตาย วิชามหาอุตม์ยิงฟันไม่เข้าน่ะมีแต่ในหนังเท่านั้น เดี๋ยวครูจะทดสอบให้ดู”

                “ยังไง” ขวัญตาถามกลับ ผู้กองคณินก็เลยเก็บตะกรุดนั้นใส่กระเป๋าเสื้อของเขาเอาไว้

                “เรามาดูกันว่า C116 จะรอดปลอดภัยจากการกระโดดร่มโดยไม่มีตะกรุดอันนี้มั้ย ถ้ารอดก็แปลว่าความปลอดภัยของชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องรางของขลังเสมอไป”

                “ไม่ได้นะ ครูจะมายึดตะกรุดของฉันไปไม่ได้นะ”

                “ทำไมจะไม่ได้ งมงายนัก”

                “งมงายอะไร ทีตัวเองยังเคยสวดคาถาไล่ผีในป่าตอนออกลาดตระเวนเลย พี่ผู้กองนทีเล่าให้ฟัง” ยัยเด็กนี่!

                “บอกจะยึดก็คือยึดสิ”

                “ได้ยังไงกัน นี่เป็นตะกรุดของพี่ผู้กองไกรจักรนะ เขาให้พี่หมอแก้มมาแล้วพี่หมอแก้มก็เอาไปให้พี่ผู้พันต่อ แล้วพี่ผู้พันก็เป็นคนให้ฉันมาอีกที ที่ไล่ๆ มาเนี่ย มีชื่อคณินซักคำมั้ย”

                หนอย...พูดฉอดๆๆ มาได้ เถียงคำไม่ตกฟากไม่เคารพครูฝึกอย่างเขาบ้างเลย

                “นักเรียน ไปดันพื้นสิบครั้งแล้วมาแต่งตัวใส่อุปกรณ์ให้เรียบร้อย แล้วครูจะเดินกลับมาตรวจอีกรอบ ถ้ายังเห็นไม่เรียบร้อยอีกล่ะก็ โดน!!!"

                “ห๊า!!!

                “สิบห้าครั้ง!!!

                “เฮ้ย!!!

                “ยี่สิบครั้ง”

                “ดันพื้นยี่สิบครั้ง” สุดท้ายขวัญตาก็ต้องทวนคำสั่งออกมา

                “ปฏิบัติ!!!” สิ้นคำสั่งครูฝึกมาดโหดขวัญตาก็ต้องไปดันพื้นอยู่กลางลานปูนหน้าโรงเก็บเครื่องบิน ดันพื้นไปก็อาฆาตครูฝึกไป ตาแก่วัยทอง อีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น อีกแค่อาทิตย์เดียวเธอก็จะเป็นไทแล้ว!

                “แกล้งกันบ่อยขนาดนี้ ทะเลาะกันทุกวันแบบนี้ลูกดกแน่ๆ” เอกพลว่าขึ้นจนครูฝึกมาดโหดหันมาจ้องเขาทำหน้าดุใส่อีก เขาก็เลยต้องรีบสงบปากสงบคำเอาไว้

                หลังจากที่ดันพื้นเสร็จขวัญตาก็เดินหน้างอมาแต่งตัวใส่อุปกรณ์กระโดดร่มโดยมีเอกพลคอยช่วย ซึ่งพอใกล้จะเสร็จครูฝึกหน้าโหดใจโฉดก็เดินกลับมาเช็คความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะแสยะยิ้มเยาะเธอ เธอก็เลยเชิดหน้าใส่จนเขาเข้ามาช่วยตรวจความเรียบร้อยของอุปกรณ์ให้

                “เอาตะกรุดของฉันคืนมานะ” เธอทวงขึ้นขณะที่เขาเช็คร่มช่วยหรือร่มสำรองให้

                “ไม่”

                “ตาแก่วัยทอง”

                “อยากดันพื้นอีกรอบรึไง”

                “...เชอะ! ไปฐานทหารพรานคราวหน้าขอตะกรุดอันใหม่จากพี่ผู้หมวดกึกก้องก็ได้” เธอหมายถึงผู้หมวดกึกก้อง เพื่อนคนสนิทของผู้กองไกรจักร ซึ่งพอเธอบอกแบบนี้ผู้กองคณินก็เคาะหมวกกันกระสุนของเธอทันที

                “แฟนอยู่นี่ กล้าพูดถึงผู้ชายคนอื่นหรอ”

                “แฟนที่ไหน ไม่มี๊!!! ที่เห็นเนี่ยมีแต่ครูฝึกใจโฉด”

                “เดี๋ยวเถอะ” เขาว่าแล้วปรับสายหมวกรัดคางเธอให้กระชับมากขึ้นก่อนจะถอนหายใจออกมา

                “ไม่ต้องพึ่งตะกรุดหรอก ท่องคาถาให้ดีก็รอดแล้ว”

                “คาถาอะไร ไหนบอกไม่ให้งมงายไง”

                “คาถาก็คือ...หนึ่งพันหนึ่ง หนึ่งพันสอง หนึ่งพันสาม หนึ่งพันสี่ ตรวจร่ม ท่องให้ได้ ท่องได้ทำได้ก็จะรอด”

                “โหย”

                “แต่ถ้ากลัวไม่ศักดิ์สิทธิ์พอก็มีอีกคาถา”

                “คาถาติ๊งต๊องอะไรอีกล่ะ”

                “คาถา...พี่คณินรักขวัญตา ขวัญตาก็รักพี่คณิน ท่องคาถานี้เอาไว้ตอนกระโดดลงมาแล้วจะรอดปลอดภัยยิ่งกว่าคาถาแรก” พอได้ยินคาถานี้ คนชอบเถียงที่อ้าปากจะเถียงก็ต้องรีบหุบปาก แก้มนวลแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ จากที่หงุดหงิดไปเมื่อก่อนหน้านี้ตอนนี้เธออารมณ์ดีขึ้นมากเลยล่ะ ซึ่งพอเห็นว่าเธออารมณ์ดีครูฝึกที่เพิ่งจะสอนคาถาดีๆ กับเธอไปก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้

                “ชอบล่ะสิคาถานี้ คราวก่อนตอนพี่กระโดดร่มทบทวนพี่ก็ท่องคาถานี้แหละ ปลอดภัยดีเห็นมั้ย”

                “บ้า” เธอว่าแล้วผลักเขาหนี แต่เขาก็ยังไม่ยอมไปไหนเมื่อยังเช็คอุปกรณ์ให้เธอไม่เสร็จ ขวัญตาก็เลยได้แต่ยืนก้มหน้าไม่กล้าสบตากับเขาอีก เขินจะแย่แล้วเนี่ย

                จากตอนแรกที่เขินๆ พอเห็นเครื่องบินเริ่มติดเครื่องหัวใจของขวัญตาก็เต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ขึ้นมา อาการหวาดวิตกเริ่มมาอีกครั้งจนตอนนี้ต่อให้ผู้กองคณินจะบอกรักเธออีกเธอก็ไม่มีอารมณ์จะเขินแล้ว เครื่องบินทั้งหมดห้าลำ ขวัญตาขึ้นลำที่สองพร้อมกับเพื่อนๆ กลุ่มชาลี การกระโดดร่มวันนี้ก็เหมือนกับการกระโดดร่มจากบอลลูนทุกประการคือการโดดร่มกลมแบบ Static line ที่จะต้องยึดขอเกี่ยวปลาย Static line เข้ากับลวดสลิงบนตัวเครื่องบิน เมื่อนักเรียนกระโดดลงมาจากเครื่องบินสาย Static line ที่ยึดเข้ากับลวดสลิงก็จะกระตุกร่มบนหลังของนักเรียนโดยอัตโนมัติทำให้ร่มกางโดยที่นักเรียนไม่ต้องกระตุกเอง ขวัญตาเดินเรียงแถวกับเพื่อนๆ ขึ้นไปบนเครื่องบินฝึกด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่ากระโดดจากบอลลูนคราวก่อน เพราะคราวนี้ความสูงมากกว่าเดิม เครื่องบินก็เคลื่อนที่ไม่ได้ลอยอยู่กับที่เหมือนบอลลูน แล้วก็ไม่ใช่แค่เธอหรอกที่ตื่นเต้น เพื่อนนักเรียนบางคนของเธอถึงกับยิ้มไม่ออกแม้แต่เอกพลวันนี้ก็ไม่เมาท์อะไรกับเธอเลย

                “ตื่นเต้นหรอนักเรียน” ครูฝึกประจำเครื่องบินพูดขึ้นยิ้มๆ เมื่อเครื่องบินลอยลำอยู่กลางอากาศเหนือสนามกระโดดร่มแล้ว ขวัญตากับนักเรียนทุกคนได้แต่ยิ้มแหยๆ ให้ครูฝึก ที่มือถือขอเกี่ยวปลาย Static line สำหรับยึดกับลวดสลิงกันทุกคนและต้องชูขอเกี่ยวปลาย Static line ให้ครูฝึกเห็นตลอดด้วย

                “ไม่ต้องตื่นเต้น กระโดดจากบอลลูนก็ทำกันได้แล้ว ของแค่นี้มันจิ๊บๆ” แล้วครูฝึกก็หัวเราะกันข่มขวัญนักเรียน ขวัญตาที่เป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวบนเครื่องบินเลยถึงกับทำหน้าไม่ถูก สิ่งเดียวที่พอจะทำให้เธออุ่นใจก็คือผู้กองคณินที่ยืนอยู่ริมประตูเครื่องบินที่เพิ่งจะเปิดออกสำหรับให้นักเรียนกระโดด ที่ตัวของเขามีอุปกรณ์เซฟความปลอดภัยเพราะเขาต้องยืนอยู่ใกล้ประตูเครื่องบินมากที่สุด

                “เอาล่ะ นักเรียนทุกคนตั้งสติกันให้ดีๆ นะ ถ้าครั้งแรกผ่านไปได้ครั้งต่อๆ ไปก็ของหมูๆ แล้วล่ะ จดจำสิ่งที่ได้เรียนจากครูไปให้ได้มากที่สุดและนำไปใช้ ทั้งการบังคับร่ม วิธีแก้ไขกรณีร่มมีปัญหา ร่มช่วยต้องรีบกระตุกตอนไหน ทุกๆ อย่างต้องใช้สติและเวลาล้วนๆ ทุกวินาทีกลางอากาศมีค่ามากยิ่งกว่าเงินทอง ถ้าประมาทเพียงนิดเดียวก็อาจถึงตายได้และครูก็ไม่อยากให้ใครตาย ครูอยากให้นักเรียนทุกคนได้เข้าพิธีประดับปีกไปพร้อมๆ กัน ภูมิใจไปด้วยกันนะ” ครูฝึกทบทวนบทเรียนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกระโดดพร้อมกับให้กำลังใจนักเรียนจนกระทั่งครูฝึกที่ทำหน้าที่เช็คระดับความสูงหันมารายงาน

                “ความสูงได้แล้วครับ พร้อมกระโดด” พอครูฝึกที่เช็คระดับความสูงบอก ครูฝึกคนที่พูดให้กำลังใจก็หันมาทางนักเรียนที่นั่งอยู่แถวแรกใกล้กับประตูที่สุด

                “อ้าว” ขวัญตาที่นั่งอยู่ด้านหน้าของแถวแรกร้องขึ้นเมื่อเพิ่งจะรู้ตัวว่าแถวของตัวเองต้องกระโดดก่อน แล้วยิ่งเธอนั่งหน้าแถวแบบนี้นั่นก็หมายความว่าเธอต้องกระโดดเป็นคนแรกของเครื่องบินลำนี้น่ะสิ มิน่าล่ะตอนเดินขึ้นเครื่องมาเธอไม่เห็นมีใครอยากจะมานั่งที่เก้าอี้ตัวนี้เลย เธอเห็นมันว่างก็เลยเดินมานั่ง ซวยอะไรแบบนี้เนี่ย

                “แถวแรกลุก” พอครูฝึกบอกขวัญตาก็แทบอยากจะร้องไห้ สีหน้าของเธอในยามนี้ทำเอาครูฝึกกับเพื่อนๆ ทุกคนอดขำกันไม่ได้ ยิ่งตอนที่ครูฝึกบอกให้เอาขอเกี่ยวปลาย Static line เข้ากับสลิงเส้นใหญ่เหนือศีรษะหัวใจของเธอก็ยิ่งหวิวกำขอเกี่ยวปลาย Static line เอาไว้แน่น มือสั่นจนควบคุมแทบจะไม่ได้

                “แหม คนแรกของเที่ยวบินนี้เป็นสาวน้อยซะด้วย ก่อนกระโดดมีอะไรอยากสั่งเสียกับแฟนก่อนมั้ย” ครูฝึกแซวเธอขึ้นมาทันที ตั้งแต่ที่ทุกคนรู้ว่าเธอกับผู้กองคณินเป็นแฟนกันเธอก็มักจะถูกแซวบ่อยขึ้น

                “ครูครับ อยากกอดปลอบใจแฟนก่อนรึเปล่า” ผู้กองคณินไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยิ้มให้ขวัญตาเท่านั้น แต่ขวัญตากลับทำหน้าแหยๆ ไม่มีอารมณ์โกรธ งอนหรือเขินใครทั้งนั้น

                “เขาว่ากันว่าคนที่กระโดดคนแรกจะกดดันมากที่สุด แต่ก็คือคนที่ใจกล้ามากที่สุดด้วย นักเรียนไม่ต้องกลัวนะ” ครูฝึกตบไหล่เธอ แต่กำลังใจอะไรตอนนี้ก็ไม่ได้เข้าหูเธอเลยแม้แต่น้อย จนผู้กองคณินกวักมือเรียกให้เธอเดินเข้าไปหาที่ริมประตูพร้อมกับยึดไหล่ของเธอเอาไว้เพื่อรอจังหวะกระโดด ซึ่งการกระโดดจะกระโดดเป็นชุด ชุดละเก้าคน ดังนั้นด้านหลังของเธอจึงมีเพื่อนนักเรียนยืนต่อแถวอยู่อีกแปดคน

                “ฮื่อ สูงจัง” เธอว่าขึ้นเมื่อมองลงไปเบื้องล่าง นี่มันสูงยิ่งกว่าตอนกระโดดจากบอลลูนเสียอีก ลมก็แรงกว่าด้วย เบื้องล่างที่เธอเห็นคือสนามกระโดดร่มของโรงเรียนสงครามพิเศษ ไกลออกไปเป็นบ้านเรือนผู้คนแล้วก็ทุ่งนากับภูเขา ทั้งบ้าน วัด โรงเรียนเห็นหมดทุกอย่างเลย

                “วิวสวยดีจะตาย น่าเสียดายที่ไม่ใช่ช่วงที่เขาปลูกดอกทานตะวันกัน ไม่งั้นวิวคงสวยกว่านี้” ผู้กองคณินยิ้มบอกพลางยื่นมือมาโคลงศีรษะของเธออย่างเอ็นดู ทำเอาทุกๆ คนบนเครื่องอดร้องแซวกันไม่ได้

                “ตั้งสติให้ดีๆ คิดซะว่ามาเล่น Giant Drop ก็ได้โอเคมั้ย” เขาบอกเธอ ขวัญตาจึงรีบจับมือของเขาเอาไว้เมื่อใกล้จะถึงเวลากระโดดจริงๆ แล้ว

                “พี่จะนับถึงสามนะ ถ้าพี่บอกกระโดด ขวัญกระโดดเลย หนึ่ง! สอง!

                “เดี๋ยว!” ขวัญตารีบร้องห้ามเขาทำเอาคนอื่นๆ ใจหายใจคว่ำไปตามๆ กันเพราะเสียจังหวะ ขวัญตาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะหันมายิ้มให้กับคนรักอีกครั้ง “ฉันจะเลื่อนยศให้ผู้กองก่อน”

                “เลื่อนยศหรอ...”

                “ใช่” ขวัญตาพยักหน้ารับแล้วจึงพูดขึ้นมาอีก “แล้วลงไปเจอกันข้างล่างนะ...พี่คณิน”

                พี่คณิน...นี่เธอ...

                “กระโดดเลย!” ผู้กองคณินที่กำลังหัวใจพองโตด้วยความดีใจอย่างสุดๆ รีบตั้งสติแล้วบอกให้เธอกระโดด ซึ่งพอสิ้นคำของเขาขวัญตาก็ก้าวเท้ากระโดดลงไปจากเครื่องบินทันทีโดยพาเอาหัวใจทั้งดวงของเขาตามไปด้วย ก่อนที่นักเรียนอีกแปดคนในชุดเดียวกันจะกระโดดตามเธอลงไปแบบติดๆ ซึ่งพอทั้งเก้าคนกระโดดลงไปแล้วผู้กองคณินก็รีบชะเง้อตัวไปมองเบื้องล่างทันทีก็เห็นว่าร่มของขวัญตากางแล้วแล้วก็กางปกติด้วย

                “ยัยตัวแสบเอ้ย!” เขาอมยิ้มอยู่คนเดียวอย่างโล่งใจโดยที่ไม่รู้ว่าทุกคนบนเครื่องกำลังแอบจับตามองอยู่ ด้วยความเขินๆ เขาก็เลยกวักมือเรียกให้นักเรียนชุดต่อไปลุกขึ้นเตรียมความพร้อมเพื่อจะกระโดดแล้วช่วยกันกับครูฝึกอีกสองคนเก็บสาย Static line ของนักเรียนชุดแรกขึ้นมาเก็บให้เรียบร้อย

                ซึ่งหลังจากที่ขวัญตากระโดดร่มลงไปผู้กองคณินก็แทบจะหุบยิ้มไม่ลง เขาทำหน้าที่ดูแลนักเรียนด้วยหัวใจที่เบิกบาน มีความสุขกับยศใหม่ของตัวเองที่ท่าน ผบ. ขวัญตาอุตส่าห์เลื่อนให้จนอยากจะกลับลงไปข้างล่างเร็วๆ เสียแล้ว เขาอยากไปหาเธอ อยากไปกอดเธอเอาไว้แล้วฟังเธอเรียกยศใหม่ของเขาอีกครั้ง ยศใหม่ที่ไม่ใช่ผู้กอง แต่เป็น...พี่คณิน


*****************************************************************************************************

ยินดีกับยศใหม่ด้วยนะคะผู้กอง เอ้ย! พี่คณิน 

*******************************************

ได้เลื่อนยศแล้วท่านขวัญตายังจะซนกับพี่คณินคนดีอยู่อีกมั้ยตอนหน้ามาติดตามกันต่อนะคะ

**************************

เจอกันอีกทีวันพุธค่ะ (มีฉากฟินอีกแล้ว)

อ่านตัวอย่างตอนต่อไปได้ในเพจ นิยายรัก - ปากกานางไม้ เด้อ

**********************************************

ปล.ภาพการกระโดดร่มของจริง (ทั้งจากบอลลูนและเครื่องบิน) ก็ดูได้จากในเพจนะคะ 

ไรท์แชร์คลิปมาให้ดูประกอบแล้วเพื่ออรรถรสในการอ่านค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 375 ครั้ง

2,199 ความคิดเห็น

  1. #886 Medsaiby (@Medsaiby) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 13:25

    น่าร๊ากกกกกกกก

    #886
    0
  2. #854 baitongmanow (@baitongmanow) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 17:37

    รอๆๆๆค่ะ
    #854
    0
  3. #852 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 18:23

    ตื่นเต้นๆๆๆ...อือ...

    #852
    0
  4. #851 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 16:48

    เป็นครูฝึกนะคะไม่ได้เป็นนักเรียนแต่ได้เลื่อนยศ ดีจังเลยเนอะผู้กอง

    #851
    0
  5. #850 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 12:47
    รักคู่นี้มากน่ารักตลอดเวลาจะมีถึงตอนแต่งงานและมีลูกหรือเปล่าคะ่
    #850
    1
  6. #849 เฆมสีฟ้า (@Cielblue) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 10:34
    น่ารักไปอีกคู่นี้
    #849
    0
  7. #848 P.Yada (@fuufah) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 10:00

    ชอบคู่นี้มากกกกกกกกกกกก น่าร๊ากกกกก

    #848
    0
  8. #847 Kai (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 06:51

    ขำมากๆอิน มากมองเห็นภาพตามเลย

    #847
    0
  9. #846 Foamphirada (@Foamfoam2) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 06:48
    ฟินน อ่านไปยิ้มไป
    #846
    0
  10. #845 Tanapat Vasuratanaporn (@kwang2528) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 04:11
    โอ๊ยยยย ปวดกรามยิ้มตั้งแต่ต้นยันจบตอนน่ารักแท้คู่นี้
    #845
    0
  11. #844 LinSlurpee (@SlurpyLin) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 02:42

    นี่นึกถึงภาพครูที่เคยฝึกเลยค่ะ
    #844
    3
  12. #843 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 23:44

    เขินจัง ///>3 #843
    0
  13. #842 ท่านขวัญตา (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 23:13

    _ทหารอากาศ มากรัก

    #842
    0
  14. #841 eve (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 23:12

    ทั้งเขิล ทั้งขำ เค้าเปิดตัวกันแล้ว ผู้กองได้เลื่อนขั้นแล้ว

    #841
    0
  15. #840 kunnipa61 (@kunnipa61) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 22:58
    ตัวจะเเตกอยู่เเล้ว!!!เขินหนักมาก
    #840
    0
  16. #839 joyzap2 (@Joyzap) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 22:56
    ฟินนนนมากกกกเวอร์ ขนาดหุบยิ้มบ่ลง เเต่รอคอยการลงโทษจากท่าน ผบ.ขวัญตาเเบบสุดจัดปลัดร้องว๊าววว เลยคะ
    #839
    1
  17. #838 แมวน้อย 77 (@nalisra) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 22:37
    เขินมากกกก ท่านขวัญตาน่ารัก พี่คณิณชอบแกล้งน้อน 😍
    #838
    0
  18. #837 IFah Fah (@wanwisa23375) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 22:33
    เขินแทนเลยย 5555
    #837
    0
  19. #836 Hazelnutnutt (@Hazelnutnutt) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 22:32
    พี่คณิณ~~ กิ๊วๆ อยากอ่านอีกกกก ต้องรอวันไหนคะไรท์

    รีบๆ มาต่อน้าา
    #836
    0
  20. #835 lunlapaitua (@toxicjing) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 22:31
    ยัยขวัญเอ้ยยยย
    #835
    0
  21. #834 Na'thai (@yoknahathai) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 22:27
    ดีใจกับผู้กองด้วยยยน ได้เลื่อนยศเป็นพี่คณินแล้ว เย่!!
    #834
    0
  22. #833 Being Bee BUMBLEBEE (@limitedpream) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 22:27
    แหมพี่คณิณ..โดนน้องแกล้งรึป่าวจ๊ะ ยิ้มหน้าบานเชียว
    #833
    0