ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 85 : ครูฝึกสุดโหดกับนักเรียนสุดแสบ (ตอนพิเศษ 13)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 414 ครั้ง
    13 ก.ค. 62

85.ครูฝึกสุดโหดกับนักเรียนสุดแสบ

 

                รับมือกับใครก็ไม่ยากเท่ากับรับมือกับเมียที่กำลังหึง เขายังไม่ทันจะได้อธิบายอะไรเลยแม่คุณก็หอบลูกๆ ทั้งสามขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ส่วนพ่อกับแม่ของเขาน่ะหรอ แทนที่จะช่วยห้ามเธอให้เขากลับช่วยเธออุ้มลูกไปขึ้นรถอีก ตั้งแต่มีลูกมาเนี่ยเขารู้สึกว่าเขาไม่ใช่ลูกชายของบ้านนี้เลย แต่เขากลับเป็นลูกเขย ในขณะที่น้องนางไม้กลับเป็นที่รักที่เอ็นดูของพ่อกับแม่เขาราวกับเป็นลูกสาวแท้ๆ ยิ่งเธอมีหลานน่ารักๆ ให้ถึงสามคน พ่อกับแม่เขาก็ยิ่งโอ๋เธอกันใหญ่ เพราะแบบนี้ไงแม่น้องนางไม้ถึงได้ข่มเขาอยู่ตลอด ฮึ่ม! จะหือก็ไม่ได้ ก็รักเธอมาก รักหมดทั้งใจไปแล้ว สุดท้ายก็ได้แต่ยอมเธอทุกอย่าง

                แสงไฟจากในบ้านของผู้พันคีรินทร์ทำให้คนที่แอบปีนรั้วบ้านเข้ามามองเห็นกิจกรรมของทั้งสี่คนแม่ลูกที่ดูจะสนุกสนานกันเหลือเกิน เจ้าแฝดช่วยแม่แก้มเตรียมอาหารแล้วก็ช่วยกันดูแลน้องสาวกันอย่างน่ารัก ลูกเมียของเขาน่ารักกันขนาดนี้ใครเขาจะกล้าทำร้ายจิตใจได้ลงคอกัน เรื่องที่ไปฟันลูกสาวครูฝึกน่ะมันก็เป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นเขายังเรียนนายร้อยอยู่ปีสองอยู่เลย สมัยวัยรุ่นก็นึกสนุกคึกไปเรื่อย เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ตามประสาวัยรุ่นก็มีบ้างเป็นธรรมดา แต่นับตั้งแต่ที่เขาได้เจอเธอจนแต่งงานมีลูกกันมาถึงทุกวันนี้เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดทำผิดต่อเธอเลย เขาไม่ได้ทำอะไรผิดแล้วเขาก็ไม่ได้นอกใจเธอด้วย เธอจะมางอนเขาแบบนี้เขาไม่ยอมหรอก

                บ้านผู้พันคีรินทร์ที่ราชาวดีเคยอยู่มาตั้งแต่ตอนก่อนแต่งงานได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ผู้พันคีรินทร์กับหมอเอื้อยจะพาลูกมาอยู่ที่นี่กันเวลาที่มากรุงเทพฯ แต่เพราะราชาวดีเคยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วที่นี่จึงเปรียบเสมือนบ้านอีกหลังของเธอที่เธออยากจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ส่วนมากเธอมักจะมาเวลาที่มีวันหยุดตรงกันกับพี่ชายและหมอเอื้อย พอกลับมาจากแม่สอดแล้วเธอก็จะไปรับเอาลูกๆ มาเล่นที่นี่กับหลานเพื่อให้เด็กๆ ได้คุ้นเคยสนิทสนมกัน ด้วยเหตุนี้ลูกๆ ของเธอจึงดีใจกันมากเมื่อจะได้มาบ้านพ่อภู เพราะมาทีไรก็จะต้องมีปาร์ตี้และได้เล่นสนุกกันกับน้องรีคอนด้วย

                “แม่แก้มค้าบ ซีลป้อนนมน้องเฉดแล้ว” ซีลที่ทำหน้าที่ป้อนนมให้น้องสาวเดินมาบอกแม่แก้มที่กำลังเตรียมมื้อเย็นให้อยู่ และขณะนี้เรนเจอร์ก็กำลังหยิบของเล่นมาเล่นกับน้องสาวด้วย เห็นลูกๆ รักกัน เล่นด้วยกันแบบนี้ราชาวดีก็ได้แต่มองยิ้มๆ อย่างเอ็นดู

                “เก่งมากเลยครับ งั้นซีลกับเรนเจอร์ก็ไปล้างมือให้สะอาดนะลูก แม่แก้มทำมื้อเย็นเสร็จแล้วเราจะได้มาหม่ำๆ” เธอก้มลงมาบอกลูก เด็กๆ จึงรีบพากันไปล้างมือในห้องน้ำ หลังจากที่จัดโต๊ะอาหารเสร็จราชาวดีจึงเดินเข้าไปหาลูกสาวตัวน้อยที่ยังนั่งเล่นตุ๊กตาอยู่ข้างโซฟา

                “ทำอะไรอยู่คะคนเก่งของแม่” เธอเข้าไปอุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักแล้วหอมแก้มไปฟอดใหญ่ สไนเปอร์ตัวน้อยๆ ก็เลยกอดอ้อนแม่แก้ม

                “ป้อ” มีเพียงแค่ไม่กี่คำเท่านั้นที่เด็กวัยนี้จะพูดได้ นั่นก็คือคำว่าพ่อกับแม่ สไนเปอร์มองหาพ่อรันของตนด้วยความคิดถึง เพราะเป็นลูกสาวคนเล็กและคนเดียวพ่อรันก็เลยรักแล้วก็หวงมาก ยัยหนูตัวน้อยก็เลยติดพ่อกับแม่อย่างสุดๆ ถ้ามีแม่แก้มแล้วก็ต้องมีพ่อรันอยู่ด้วย เด็กน้อยรู้เพียงแค่นี้

                “คุณพ่อหรอคะ คุณพ่อ...”

                “พ่อรันอยู่นี่ครับ” เสียงที่ดังมาจากประตูบ้านทำให้ราชาวดีหันไปมองตามก็เห็นสามียืนฉีกยิ้มแป้นอยู่ที่หน้าประตู ในมือของเขามีถุงขนมกับของเล่นเยอะแยะมากมายมาด้วย นี่เขาตามเธอกับลูกมาจนถึงที่นี่เลยหรอ

                “คูมพ่อ!!!” สองแฝดที่ล้างมือกันเสร็จแล้วร้องออกมาทันทีเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อก่อนที่จะรีบวิ่งแข่งกันเข้าไปกอด ผู้พันกรันณ์ก็เลยเดินเข้ามาในบ้านแล้วกอดลูกๆ ทั้งสองเอาไว้

                “ไหนแม่แก้มบอกว่าคูมพ่อไปทำงาน” เรนเจอร์ถาม กอดรอบคอพ่อรันของตนแน่น

                “ใช่ครับ พ่อรันไปทำงานมา รู้มั้ยว่างานอะไร” พอเขาถาม สองแฝดก็ส่ายหน้าบอกไม่รู้ ผู้เป็นพ่อก็เลยยื่นถุงขนมกับของเล่นให้ดู “งานไปซื้อขนมกับของเล่นมาให้พวกเราไง ชอบมั้ยลูกหืม”

                “ชอบค้าบ” แฝดน้อยบอกพร้อมกันแล้วยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณก่อนรับถุงขนมและของเล่นมาเพราะคุณย่าสอนเอาไว้ว่าถ้าผู้ใหญ่ให้ของต้องไหว้ขอบคุณก่อนทุกครั้ง พอจ่ายค่าผ่านทางให้ลูกชายแล้วผู้พันกรันณ์ก็เดินมาหานางไม้แสนสวยทั้งสองที่ยังคงนั่งมองเขาอยู่ที่เดิม พอเห็นพ่อมาหาแล้วสไนเปอร์ก็รีบชูมือน้อยๆ เข้าหา คุณพ่อก็เลยก้มลงมากอดลูกสาวตัวน้อยทำให้แม่แก้มที่อุ้มลูกสาวนั่งตักอยู่พลอยถูกกอดไปด้วย

                “คิดถึงพ่อรันหรอครับ หืม” ว่าแล้วก็หอมแก้มลูกสาวไปฟอดใหญ่แล้วเอียงแก้มซบอกน้องนางไม้ไปในตัวด้วย ราชาวดีพยายามจะผลักเขาหนีแต่ก็ไม่สำเร็จ แล้วก็ไม่กล้าว่าอะไรด้วยเพราะลูกๆ อยู่กัน เธอไม่อยากทะเลาะกับเขาต่อหน้าลูกหรอก ก็รู้แหละว่าที่เขาพูดถึงเรื่องเมื่อสมัยไปเรียนกระโดดร่มน่ะ มันเป็นเมื่อหลายปีมาแล้ว ก่อนขึ้นปีสามนักเรียนนายร้อยจะไปเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศกัน ถึงจะไม่ใช่การบังคับเรียนแต่นักเรียนนายร้อยเกือบทุกคนก็เลือกที่จะไปเรียนกันให้ได้เพราะตอนที่ผู้พันคีรินทร์เรียนหลักสูตรนี้เธอยังลากหมอเอื้อยตามไปดูถึงที่ลพบุรีอยู่เลย แต่ก็อย่างว่าแหละ ถึงที่ผ่านมาพี่รันของเธอจะเป็นสามีที่ดีไม่เคยทำผิดอะไรต่อเธอเลย แต่คนเป็นเมีย มาได้ยินแบบนี้มันก็อดน้อยใจไม่ได้ เรื่องในอดีตของเขาเธอไม่สนใจหรอก เธอรับได้แต่ถ้าเลือกได้เรื่องไหนที่มันไม่ดีเธอไม่ขอรับรู้จะดีกว่า

                “คิดถึงจัง” คนที่กอดเธออยู่เหมือนจะพูดกับลูก หากแต่สายตาของเขากลับมองมาที่เธอก่อนจะเอื้อมตัวขึ้นมาจุ๊บปากเธอเบาๆ แล้วจึงก้มลงมาซุกอกเธอต่อและกอดลูกสาวตัวน้อยไปพร้อมๆ กันด้วย ราชาวดีเกือบจะเผลอยิ้มออกมาแล้วเชียวแต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้และผละเขาออก

                “สไนเปอร์อยู่กับคุณพ่อนะคะ เดี๋ยวแม่แก้มไปจัดโต๊ะอาหารให้เรียบร้อยก่อน” ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินหนีไปที่โต๊ะอาหารแต่ก็ยังไม่วายหันมาทางสองแฝดด้วย

                “ซีล เรนเจอร์ อย่าเพิ่งทานขนมนะครับ มาทานข้าวกันก่อนลูกมา แม่แก้มทำสปาเก็ตตี้ซอสกุ้งของโปรดให้ด้วยนะ”

                “ซอสจุ้ง!

                “ใช่ครับ ซอสกุ้ง” พอได้ยินชื่อของโปรด สองแฝดก็รีบไปนั่งประจำที่กันทันทีก่อนที่แม่แก้มจะเสิร์ฟของโปรดให้ นอกจากนี้ก็ยังมีไก่ทอด แกงจืดเต้าหู้หมูสับ ปลากะพงนึ่งใส่ผักกับน้ำจิ้มรสหวานที่แม่แก้มจัดการเอาก้างออกให้หมดแล้ว ส่วนของหวานเป็นเค้กคนละชิ้นและผลไม้ แม่แก้มงดน้ำหวานของเด็กๆ แต่จะให้ดื่มเป็นน้ำผักผลไม้แทน เน้นสอนให้ลูกกินผลไม้แทนขนมหวานตามแบบนิสัยของคุณหมอที่รักความสะอาดและห่วงสุขภาพ

                “โอ้โห น่ากินจัง จะมีของพ่อรันด้วยมั้ยน้า” คนที่ถูกเมียงอนจนหอบลูกหนีออกจากบ้านมาว่าขึ้นขณะอุ้มลูกสาวมานั่งที่โต๊ะอาหารด้วยก่อนจะส่งสายตาอ้อนน้องนางไม้อย่างขอความเมตตา เธอก็เลยส่งจานสปาเก็ตตี้ให้เขาบ้างแล้วก็ทำเมินเขาต่อ ทำเอาคนที่ถูกเมียงอนใจเสียไปหมด

                ทั้งห้าคนพ่อแม่ลูกอยู่กินมื้อเย็นอย่างอบอุ่น ผู้พันกรันณ์ช่วยน้องนางไม้ของเขาดูแลลูกๆ เป็นอย่างดีเรียกได้ว่าทำหน้าที่ของพ่อได้อย่างไม่มีที่ติ ราชาวดีจะโกรธเขาไม่ลงก็เพราะแบบนี้แหละ ทั้งช่วยเช็ดปากให้ลูก ป้อนข้าวลูก แกะเนื้อไก่ออกจากกระดูกให้ลูก แม้สองแฝดจะยังเด็กแต่เขาก็สอนให้ลูกหัดกินข้าวเองแล้วแต่ก็ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด อะไรที่ลูกทำเองได้ก็จะปล่อยให้ทำเอง เลี้ยงให้ดีแต่จะไม่มีการโอ๋เด็ดขาด ทำดีก็จะชมแต่ถ้าดื้อก็จะดุตามสมควร เขาบอกว่าต้องเริ่มปลูกฝังนิสัยที่ดีให้กับลูกตั้งแต่ตอนนี้เลยโดยเฉพาะความเป็นสุภาพบุรุษที่จะต้องรู้จักให้เกียรติคน โดยให้หัดทำกับคนใกล้ตัวก่อนอย่างแม่แก้ม คุณย่า อาขวัญ ป้าหมอเอื้อยกับพี่ก้อย เด็กรับใช้ในบ้านที่ตอนนี้ผันตัวเองมาเป็นพี่เลี้ยงของเด็กๆ เรียบร้อยแล้ว

                “อร่อยมั้ยครับ” ราชาวดีถามลูกชายทั้งสองเมื่อเด็กๆ อิ่มจากมื้อค่ำแล้วก็กำลังกินของหวานกันต่อ

                “อาหย่อยค้าบ” ว่าแล้วก็ฉีกยิ้มแฉ่งกันก่อนที่พ่อรันจะเช็ดครีมเค้กออกจากปากให้ ราชาวดีจึงหันมาทางสไนเปอร์บ้างเมื่อยัยหนูใช้ช้อนยังไม่คล่องเหมือนพี่ๆ ก็เลยใช้มือน้อยๆ ของตัวเองกำเค้กขึ้นมาเต็มๆ มือแล้วส่งเข้าปากจนมอมแมมไปหมดแล้ว ผู้เป็นพ่อกับแม่เห็นแล้วก็อดขำกันไม่ได้ก่อนที่แม่แก้มจะจัดการกับหนูน้อยด้วยอีกคน

                “ทานเค้กแล้วก่อนนอนต้องแปรงฟันให้เรียบร้อยนะครับ”

                “แม่แก้มเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนด้วยนะค้าบ”

                “ได้เลย วันนี้ซีลกับเรนเจอร์เป็นเด็กดี เดี๋ยวแม่แก้มจะเล่าให้ฟังสามเรื่องเลยดีมั้ยครับ”

                “ดีค้าบ” สองแฝดดีใจกันใหญ่ก่อนจะหันมากินเค้กต่อ ส่วนแม่แก้มก็เช็ดครีมเค้กให้สไนเปอร์ต่อ บรรยากาศแลดูอบอุ่นเหมือนกับทุกวันแต่...เด็กๆ ไม่สังเกตกันเลยว่าวันนี้แม่แก้มไม่ยอมพูดกับพ่อรันบ้างเลย

                นิทานยังไม่ทันจะจบสองเรื่องเลยเด็กๆ ก็หลับกันอย่างรวดเร็วภายในห้องนอนของแม่แก้ม ราชาวดีก้มลงมาจูบลูกๆ ที่กำลังหลับปุ๋ยอย่างแสนรักพร้อมกับห่มผ้าให้ ไม่มีเด็กที่ไหนจะน่ารักได้เท่ากับลูกของเธออีกแล้วในความรู้สึกของเธอเอง คงเพราะเกิดมาเป็นลูกหลานของทหาร ยามที่เธอกับสามีทำงานอยู่ที่ฐาน คุณปู่ของเด็กๆ จะเป็นคนสอนระเบียบนิสัยต่างๆ ให้ แต่พอวันหยุดที่พ่อกับแม่กลับมาหาหน้าที่ดูแลเด็กๆ ก็จะเป็นของพ่อรัน แฝดน้อยก็เลยเป็นเด็กที่ค่อนข้างเรียบร้อยแต่ก็กล้าหาญเกินเด็กผู้ชายทั่วไป และวันไหนที่คุณอาคณินมาเล่นด้วย เด็กๆ ก็จะได้เล่นวิ่งไล่จับผู้ร้าย เล่นการต่อสู้ที่พ่อรันมองๆ ดูแล้วก็เห็นแววความเป็นทหารในตัวลูกชายสูง วิชาการทหารเลยค่อยๆ ถูกเริ่มบอกเริ่มสอนให้อย่างละนิดอย่างละหน่อย สอดแทรกไปกับการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อให้แฝดน้อยค่อยๆ ชินและค่อยๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆ

                “แก้มจัดที่นอนให้พี่รันแล้วนะคะ อยู่ห้องข้างๆ นี่แหละ” เธอผละออกจากลูกแล้วหันมาบอกพ่อของลูกที่นั่งอยู่ที่ปลายเตียง

                “อ้าว พี่นอนด้วยไม่ได้หรอ ทุกทีเวลามานอนบ้านนี้เราก็นอนห้องนี้ด้วยกันตลอดนะ”

                “แต่แก้มไม่อยากนอนกับพี่รันนี่คะ”

                “โกรธเรื่องที่พี่ไปฟันลูกสาวครูฝึกหรอครับ” พอเขาถามเธอก็หันหน้าหนีทันทีก่อนจะเอื้อมตัวไปปิดไฟห้องนอน

                “พี่รันออกไปได้แล้วค่ะ แก้มกับลูกจะนอนแล้ว อ้อ! ถ้านอนคนเดียวไม่หลับจะขับรถไปนอนที่ลพบุรีก็ได้นะคะ แต่ไปแล้วก็ไปลับ อย่ากลับมาให้แก้มกับลูกเห็นหน้าอีก”

                “แก้ม...”

                “แก้มไม่อยากพูดกับพี่รัน ไม่อยากทะเลาะกับพี่รันต่อหน้าลูกด้วย” ว่าจบเธอก็ล้มตัวลงนอนข้างลูกแล้วไม่พูดอะไรกับเขาอีก ผู้พันกรันณ์ที่ใจไม่ดีเลยต้องรีบถอยไปตั้งหลักอยู่นอกห้องนอน

                “นี่กูผิดอะไรวะเนี่ย” เขาบ่นกับตัวเองพลางยกมือขึ้นเกาศีรษะ เมื่อคืนนี้น้องนางไม้ยังควบพี่อยู่เลยทั้งคืน ทำไมคืนนี้ถึงทำเฉยชากับพี่นัก ก่อนนอนก็ช่วยกันอาบน้ำแต่งตัวให้ลูก ช่วยกันเล่านิทานให้ลูกฟังจนหลับ แล้วทำไมตอนนี้มาทำเมินกันล่ะเนี่ย จะเคลียร์จะพูดก็พูดไม่ได้เพราะลูกอยู่ด้วย นี่เขาจะต้องทำยังไงดี

                ราชาวดีนอนหันข้างกอดลูกๆ ของเธอเอาไว้อย่างอุ่นใจ เมื่อก่อนเคยได้นอนเตียงนี้คนเดียว นั่งอ่านหนังสือได้เป็นวันๆ ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งเธอจะมีสามีมานอนเตียงนี้ด้วยกันและตอนนี้ก็มีลูกๆ ถึงสามคนมานอนด้วย จากวันที่เธอเป็นแค่นักศึกษาแพทย์ ขาดความอบอุ่นเพราะกำพร้า วิ่งตามหาความรักจนเกือบจะทำลายชีวิตของตัวเองไป แต่พอมาถึงวันนี้เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าชีวิตของเธอจะมีความสุขและอบอุ่นมากแบบนี้ เธอมีความรักความอบอุ่น มีลูกๆ แสนน่ารักที่เป็นเสมือนทุกอย่างในชีวิต ชีวิตของเธอตอนนี้เธอไม่ต้องการอะไรอีกแล้วล่ะ

                ร่างบางหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขกับลูกน้อยทั้งสามในอ้อมกอด ใกล้จะเคลิ้มหลับอยู่แล้วหากว่าจู่ๆ ที่นอนด้านหลังเธอไม่ยุบตัวลงคล้ายกับมีใครสักคนขึ้นมานอนด้วยก่อนที่ลำแขนแกร่งของใครคนนี้จะรวบเอาเธอไปกอดเอาไว้แน่น กลิ่นหายหอมๆ ของเขาที่เธอคุ้นเคยทำเอาตอนแรกราชาวดีไม่กล้าขยับตัวไปไหนจนเมื่อเขาซุกหน้าลงมาคลอเคลียกับเธอ แนบแก้มของเขากับแก้มของเธอเอาไว้

                “ปล่อยแก้มนะพี่รัน” เธอว่า แต่เขาก็ไม่พูดอะไร

                “ถ้าคิดจะมาพูดหรืออธิบายอะไรแก้มไม่ฟังหรอกนะคะ”

                “งั้นพี่ก็จะไม่พูด” เขาว่า

                “ไปไกลๆ แก้มเลยนะ”

                “...จะไล่พี่ไปไหน นอกจากอยู่กับลูกเมียพี่ก็ไม่มีที่ไปอีกแล้ว พี่รักลูกเมียของพี่ พี่อยากอยู่ด้วย” เขาบอกแค่นี้แล้วก็ซุกหน้าเข้ากับเรือนผมนุ่มๆ แสนหอมของเธอ สองแขนก็ยังคงกอดเธอจากด้านหลังเอาไว้แน่นจนราชาวดีดิ้นไปไหนไม่ได้ และเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาจริงๆ เขาเพียงแค่นอนกอดเธอเฉยๆ ราชาวดีจึงรออยู่ครู่ใหญ่ๆ เพื่อให้เขาหลับเธอจะได้ดิ้นหนีไปนอนที่อีกฝั่งของเตียงแทน ทั้งห้องนอนมีเพียงแค่ความเงียบ แสงไฟจากเสาไฟหน้าบ้านสาดส่องเข้ามาทำให้ห้องนอนไม่ได้มืดสนิท ลูกน้อยทั้งสามของเธอยังคงหลับปุ๋ย ได้ยินเพียงแค่เสียงลมพัดต้นไม้นอกหน้าต่างเท่านั้น

                เมื่อรอมาครู่ใหญ่ๆ แล้วเธอก็ค่อยๆ ขยับตัวดู อ้อมแขนที่กอดเธออยู่ไม่ได้ขยับรัดเธอเอาไว้อีกเธอเลยคิดว่าเขาน่าจะหลับไปแล้วจึงได้ค่อยๆ พลิกตัวหันหน้ามาทางเขา แต่แล้วมันกลับไม่เป็นอย่างที่เธอคิดเมื่อพอพลิกตัวมาแล้วเขากลับยังไม่หลับ ซ้ำยังกำลังมองดูเธออยู่ด้วย ความใกล้ชิดทำให้สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา เขายังคงนอนนิ่งไม่ขยับตัวไปไหนจนเธออดไม่ได้ที่จะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

                “ทำไมยังไม่หลับคะ”

                “...นอนไม่หลับ ทำน้องนางไม้โกรธ” เขาตอบแค่นี้แล้วก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก ยังคงนอนมองเธออยู่เหมือนเดิม

                “แล้วเข้ามานอนในนี้ทำไม ทำไมไม่ไปนอนห้องที่แก้มจัดให้”

                “พี่อยากอยู่ด้วย จะเกลียดพี่พี่ก็ยอม พี่รักของพี่และจะให้พี่ไปอยู่ไกลๆ พี่ทำใจรับไม่ได้ แก้มนอนเถอะพี่ไม่กวนหรอก” เขาเอื้อมแขนมาดึงผ้าห่มให้เธอแล้วกอดเธอพลางลูบหลังเธอเบาๆ ความรักจากหัวใจของเขาทำให้ราชาวดีอุ่นไปทั้งใจจนไม่กล้าขยับหนี

                “ไม่อยากอธิบายอะไรแล้วหรอคะ”

                “ก็แก้มไม่ให้พี่พูดพี่ก็เลยไม่กล้าขัด พี่กลัวแก้มจะโกรธพี่มากกว่านี้” บทจะซื่อก็ซื่อจนเธอโกรธต่อไม่ลงจึงได้เงยหน้าขึ้นไปมองเขาอีก เขาจึงลูบผมเธอเบาๆ แล้วตามด้วยจูบหน้าผากของเธออีก

                “...ที่ไม่ให้อธิบายก็เพราะแก้มรู้ว่าพี่รันไม่ได้นอกใจแก้ม...พี่รันเรียนกระโดดร่มตอนยังเป็นนักเรียนนายร้อยอยู่ ตอนนั้นเราสองคนยังไม่ได้รู้จักกันเลย แก้มรู้ว่าพี่รันก็เคยมีแฟน มีเพื่อนผู้หญิงคนสนิทบ้างตอนสมัยเรียน พี่ภูเล่าให้แก้มฟังหมดแหละ แต่พอไปอยู่นราธิวาสพี่รันก็ค่อยๆ ห่างเรื่องพวกนี้ไปเพราะต้องคอยทำหน้าที่ปกป้องและรักษาความปลอดภัยให้กับทุกคน ผู้กองคณินก็เคยเล่าว่าพี่รันก็มีสาวๆ มาติดเยอะตอนอยู่นราธิวาสจนพี่รันย้ายมาที่แม่สอด...อยู่แต่ในป่าเลยไม่ได้เจอผู้หญิงที่ไหนมากนักจนกระทั่งมาเจอแก้ม แล้วจากนั้นพี่รันก็ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนอื่นอีกเลย”

                อ้าว ก็เข้าใจเขาดีนี่ แล้วเธอมางอนมาโกรธเขาทำไมกันล่ะเนี่ย ผู้พันกรันณ์อดคิดไม่ได้

                “แก้มเคยบอกแล้วไงว่าแก้มไม่สนใจอดีตของพี่รันหรอก แก้มรู้แค่เพียงว่าตอนนี้พี่รันรักแก้ม พี่รันไม่เคยนอกใจหรือทำผิดต่อแก้ม พี่รันเป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดี แต่ว่า...แก้มแค่ไม่อยากได้ยินเวลาที่พี่รันพูดถึงผู้หญิงอื่น โดยเฉพาะคนที่เคยนอนกับพี่รัน แก้มไม่อยากได้ยินว่าเคยมีผู้หญิงคนอื่นมายุ่งกับสามีของแก้ม พี่รันจะรู้สึกยังไงถ้าแก้มจะบอกว่าเมื่อก่อนแก้มเคยรักพี่หมอไตรทศมาก แก้มชอบกอดพี่หมอ คอยดูแลพี่หมอ ซื้อขนมไปให้ทุกวัน นั่งหลังขดหลังแข็งเพื่อถักผ้าพันคอให้พี่หมอทั้งคืน บอกรักพี่หมอ เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากพี่หมอ เคยแม้แต่จะฆ่าตัวตายเพราะ...อุ๊บ!” คำพูดทั้งหมดทั้งมวลของราชาวดีถูกกลืนหายไปเมื่อเขาก้มลงมาจูบเธอ ไม่ใช่จูบแสนหวานที่เคยอ่อนโยนแต่มันเป็นจูบที่รุนแรงเพื่อปิดปากเธอแทนการแสดงความรัก เขากำหมัดข้างหนึ่งเอาไว้แน่นส่วนมืออีกข้างกระชากชุดนอนสายเดี่ยวของเธออย่างแรงจนขาด

                “หยุดพูด! หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลย หยุดพูดเลยว่าเคยรักมัน!” เขากัดฟันพูดอย่างพยายามระงับความโกรธ แม้ว่าคนที่เธอพูดถึงจะตายจนไปเกิดใหม่หรือลงนรกขุมไหนไปแล้วก็ตาม ถ้าเธออยากจะด่าว่าเขาก็ด่าว่ามาได้เลย แต่ห้ามพูดให้เขาได้ยินเด็ดขาดว่าเธอเคยรักคนอื่นมาก่อนเขา

                “ผัวอยู่ตรงนี้ ลูกก็นอนอยู่ตรงนี้กล้าดียังไงมาพูดว่าเคยรักคนอื่นมาก่อน”

                ราชาวดีรู้ว่าเขาโกรธแต่เธอก็ไม่กลัว เธอยังคงนอนนิ่งอยู่ใต้ร่างของเขาแล้วจ้องสบตาเขาแทบจะไม่กะพริบ

                “พี่รันไม่ชอบให้แก้มพูดหรอคะ”

                “ไม่มีผัวคนไหนอยากได้ยินเมียตัวเองพูดถึงผู้ชายคนอื่นหรอก!

                “...แก้มก็ไม่อยากได้ยินเหมือนกันเวลาที่พี่รันพูดถึงผู้หญิงคนก่อนๆ ของพี่รัน แก้มรู้ว่าเรื่องมันผ่านมานานแล้ว แต่ได้ฟังทีไร รู้มั้ยคะ” เธอยกมือขึ้นมากุมที่อกตัวเอง “มันเจ็บปวดหัวใจ ที่แก้มต้องพาลูกหนีมาที่นี่ก็เพราะทำใจรับไม่ได้ พี่รันพูดแค่ว่าเคยฟันเขา แต่แก้มคิดแล้วก็เห็นภาพมากกว่านั้น มีคนมากอดมาจูบพี่รันของแก้ม ตรงที่แก้มเคยกอด เคยจูบทุกวัน... แก้มแค่หนีมาเพื่อตั้งสติและบอกตัวเองว่ามันเป็นแค่เรื่องในอดีต เดี๋ยวแก้มสบายใจ แก้มลืมมันแล้วแก้มก็จะกลับไปหาพี่รันเหมือนเดิม พี่รันไม่ชอบที่แก้มพูดถึงพี่หมอ แก้มก็ไม่อยากได้ยินเรื่องแบบนั้นของพี่รันเหมือนกัน” เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกแต่ก็ยังคงนอนนิ่งอยู่ที่เดิมก่อนจะค่อยๆ ดึงผ้าห่มมาห่มตัวเอาไว้เมื่อชุดนอนถูกกระชากจนขาดแล้วพลิกตัวหันกลับไปนอนกอดลูก เมื่อเห็นเธอร้องไห้แบบนี้ผู้พันกรันณ์ก็รีบลุกขึ้นนั่งทันทีก่อนจะเดินลงจากเตียงแล้วตรงไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบชุดนอนตัวใหม่ของเธอออกมา โดยเลือกเป็นชุดที่เซ็กซี่ที่สุดด้วย

                เขาเดินกลับมาหาเธอตามเดิมก่อนจะค่อยๆ ก้มลงมาจูบที่แก้มนวลแล้วจึงประคองเธอลุกขึ้นนั่ง ราชาวดีมองเขาอย่างสงสัยว่าเขาจะทำอะไรเธออีก มือแกร่งของเขาลูบไล้ผิวของเธออย่างแผ่วเบาตรงที่เขาคิดว่าเธอน่าจะเจ็บตอนที่เขากระชากชุดนอนของเธอขาด ก่อนจะก้มลงมาจูบเบาๆ ตรงที่มีรอยชุดบาดผิวเนื้อ

                “พี่ขอโทษนะครับ” เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอขณะพูดก่อนจะจูบที่ริมฝีปากนุ่มๆ ของเธออีกครั้งอย่างแผ่วเบา

                “ผัวเมียกัน โกรธกันข้ามวันข้ามคืนมันไม่ดีหรอกนะ เรื่องนี้พี่ผิดเองที่เผลอพูดอะไรออกมาไม่คิด มัวแต่หวงน้องจนขาดสติ แก้มอย่าถือสาพี่เลยนะ แล้วก็ที่พี่ดุแก้มเมื่อกี้นี้ด้วย พี่รักของพี่ พี่หวง” เขาจรดหน้าผากกับเธอเอาไว้แล้วไซ้จมูกไปมากับแก้มและจมูกของเธออย่างหยอกเย้าและออดอ้อน เพียงเท่านี้ราชาวดีก็ยิ้มออกมาได้แล้วก่อนจะยอมให้เขาสวมชุดนอนตัวใหม่ให้

                “...ไหนๆ แก้มก็จัดห้องนอนเอาไว้อีกห้องแล้ว พี่ว่าเราน่าจะ...”

                “คืนนี้งดค่ะ” เธอพูดดักคอเขาขึ้น “แก้มไม่โกรธพี่รันแล้ว แต่คืนนี้พี่รันก็ต้องถูกทำโทษอยู่นะคะ แก้มให้นอนที่ห้องนี้ด้วยก็ได้ แต่...” ว่าแล้วเธอก็คลานไปที่อีกฝั่งของเตียงโดยมีลูกน้อยทั้งสามนอนคั่นกลาง

                “นอนคนละฝั่งนะคะ อ้อ! คอยลูบหลังยัยหนูด้วยนะคะเพราะสไนเปอร์ชอบสะดุ้งตื่นตอนกลางดึก” เธอสั่ง เพราะพอเธอย้ายหนีมาอีกฝั่งก็เลยกลางเป็นว่าผู้พันกรันณ์ต้องนอนข้างลูกสาว ส่วนราชาวดีนอนอยู่ข้างซีล

                “โธ่น้องนางไม้ พี่อยากนอนกอดน้องนางไม้นะ”

                “กอดนางไม้ตัวน้อยไปก่อนละกันนะคะคืนนี้ อ้อ! แล้วพรุ่งนี้ก็พาแก้มกับลูกๆ ไปชอปปิ้งไถ่โทษด้วย แก้มจะไปซื้อชุดนอนตัวใหม่ พี่รันทำชุดนอนแก้มขาด”

                “ชุดนอนไม่ได้นอนนะ เดี๋ยวพี่เลือกให้ เอาหลายๆ ชุดเอาไว้ไปใส่ที่ฐานด้วย”

                “หื่น”

                “ไม่หื่นได้ไง เมียพี่ยิ่งชอบจับพี่ขย่มอยู่”

                “แก้มไม่คุยด้วยแล้ว” ว่าจบเธอก็ล้มตัวลงนอนกอดแฝดน้อยเอาไว้ ผู้พันกรันณ์จึงยอมนอนลงตามที่อีกฝั่งกับเธอโดยคราวนี้เขาเอื้อมมือมากุมมือของเธอเอาไว้ด้วย ก็เลยกลายเป็นว่าคืนนี้เด็กๆ ทั้งสามคนได้นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของพ่อกับแม่

                แต่ครั้งพอราชาวดีหลับสนิทไปกับลูกๆ คนเจ้าเล่ห์ที่นอนไม่หลับเพราะไม่ได้กอดเมียก็ค่อยๆ แอบย่องคลานอ้อมไปที่อีกฝั่งของเตียงแล้วจึงล้มตัวลงไปนอนกอดน้องนางไม้ของเขาเอาไว้ สองแขนกอดรัดเธอเอาไว้แน่นก่อนจะค่อยๆ บีบคลึงอกอวบของเธอเบาๆ อย่างปรารถนา คืนนี้งดก็ได้ แต่ตอนเช้าก่อนจะไปชอปปิ้งขอจัดซักดอกสองดอกให้สมใจก่อนเถอะ คิดหรอว่าจะรอด หึ! รู้จักผัวตัวเองน้อยไปซะแล้วแม่น้องนางไม้

 

                แสงแดดที่ร้อนระอุไม่ได้ทำให้ขวัญตาหวั่นแต่อย่างใด หากไม่เป็นเพราะพี่ชายพูดปลุกใจก่อนมาก็คงจะเป็นเพราะในร่างกายของเธอมีเลือดทหารอยู่เต็มเปี่ยม เพื่อนนักเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศของเธอแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ก็คือเหล่านักเรียนนายร้อย จปร. ที่กำลังจะขึ้นชั้นปีที่สามกับกลุ่มนักศึกษาแพทย์ทหารของเธอที่มีจำนวนน้อยกว่ามาก ซึ่งหากนับเธอด้วยก็มีผู้หญิงเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น และเป็นนักศึกษาแพทย์ทหารชายยี่สิบกว่าคนได้ เมื่อรวมกับเหล่านักเรียนนายร้อยแล้วก็มีผู้ที่มาเข้าเรียนหลักสูตรนี้จำนวนสามร้อยกว่าคน และตอนนี้ทุกคนก็กำลังเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อรายงานตัวอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าอาคารอำนวยการ

                เพราะฟังพี่ชายเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการเรียนหลักสูตรนี้มาเยอะขวัญตาจึงเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาได้และขอให้ผู้พันคีรินทร์ที่อาสาขับรถมาส่งเธอถึงลพบุรีช่วยแวะร้านตัดผมข้างทางให้หน่อย ซึ่งใช้เวลาไม่นานเธอก็กลับมาหาพี่ผู้พันด้วยสภาพผมที่เคยยาวถึงกลางหลังตอนนี้เป็นผมสั้นประบ่า เพราะการเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศนั้นค่อนข้างเข้มข้นมาก การที่มีผมสั้นจะช่วยให้ดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย แสงแดดที่ร้อนแรงและจากการฝึกภาคสนามที่ผ่านมาไม่อาจทำอะไรผิวกายที่ขาวนวลเนียนของเธอได้เลย เด็กสาวที่กำลังเติบโตเป็นสาวเต็มวัยตอนนี้เลยดูสวยน่ารักน่ามอง ผมที่สั้นประบ่าทำให้เธอดูหน้าเด็กลงไปเยอะมาก ผิวขาวปากแดงอย่างเป็นธรรมชาติและดวงตาที่สุกใส ผู้พันคีรินทร์เห็นแล้วก็ต้องส่ายหน้าให้เด็กสาวที่ตอนนี้เกี่ยวดองเป็นญาติกันแล้วเธอจึงเป็นเสมือนน้องสาวอีกคนของเขา

                “จะไปรบหรือจะไปถ่ายแบบวะเนี่ย” ผู้พันหนุ่มบ่นออกมาเบาๆ จะว่าอะไรเธอก็ไม่ได้เพราะขวัญตาก็ไม่ได้ทำผิดระเบียบอะไร ถ้าจะผิดก็คงผิดที่คนส่งเธอมาเกิดนี่แหละที่ให้มาเกิดในร่างของคนที่สวยมากแบบนี้ งานนี้หนุ่มๆ นักเรียนร่วมรุ่นได้แห่มาขายขนมจีบเธอแน่ๆ

                “อ้าวท่านรอง มาดูการรายงานตัวนักเรียนหรอครับ” หัวหน้าครูฝึกของโรงเรียนสงครามพิเศษเดินเข้ามาทักเมื่อจำได้ว่าเป็นผู้พันคีรินทร์ อดีตนักเรียนหลักสูตรส่งทางกาศของที่นี่และเขาก็มักจะมาฝึกกระโดดร่มทบทวนที่นี่เป็นประจำ

                “สวัสดีครับครู” ผู้พันหนุ่มทำความเคารพครูฝึก ที่ถึงแม้ครูฝึกจะมียศน้อยกว่าเขา แต่ในฐานะของลูกศิษย์เขาก็ยังให้ความเคารพครูทุกคนเสมออย่างไม่ถือตัว

                “ผมพาน้องสาวมาส่งน่ะครับ เป็นนักศึกษาแพทย์ทหาร” ผู้พันคีรินทร์บอกพลางชี้ไปทางขวัญตาที่ยืนเข้าแถวรอรายงานตัวอยู่

                “อ๋อ เด็กคนนั้นเอง อ้าว นี่เธอเป็นน้องสาวท่านรองหรอครับ”

                “ครับ น้องสาวผมเอง แต่ไม่ต้องเกรงใจผมนะครับ ถ้าดื้อถ้าซนก็ดุได้เต็มที่ ผมอยากให้เด็กคนนี้จบมาอย่างมีคุณภาพและเก่งเอาตัวรอดได้”

                “ไม่ต้องห่วงหรอกครับท่านรอง นักเรียนที่จบจากที่นี่ไปมีคุณภาพ เก่งและเพียบพร้อมทุกคนอยู่แล้ว แต่ว่า...เล่นสวยขนาดนี้ผมเกรงว่าจะทำเพื่อนๆ ร่วมรุ่นไม่มีสมาธิเอาน่ะสิครับ ทั้งรุ่นมีแต่ผู้ชายสามร้อยกว่าคน นักเรียนผู้หญิงมีแค่ห้าคนเท่านั้น” ผู้พันคีรินทร์ขำตามเมื่อมองๆ ดูแล้วหนุ่มๆ นักเรียนนายร้อยจ้องเธอกันตาแทบจะไม่กะพริบ ไอ้รันเอ้ย! กูอยากให้มึงมาเห็นจริงๆ เลยว่าน้องสาวมึงฮอตแค่ไหน

                “งั้นผมก็รบกวนครูช่วยดูๆ ให้ด้วยนะครับ น้องสาวผม ผมหวง” เพื่อความปลอดภัยของเธอผู้พันคีรินทร์จึงออกตัวปกป้องเพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็นนายทหารคนหนึ่งที่ใครๆ ต่างก็ให้ความเคารพและกว้างขวางอยู่ไม่น้อย ถ้าเพียงแค่เขาบอกว่าหวง ขวัญตาจะต้องปลอดภัยแน่นอน

                “ท่านรองออกปากขอขนาดนี้อย่าห่วงเลยครับ นักเรียนทุกคนก็เป็นเหมือนลูกเหมือนหลาน เหมือนพี่เหมือนน้อง ครูฝึกที่นี่ดูแลเป็นอย่างดีอยู่แล้วครับ”

                “ขอบคุณมากครับครู” ผู้พันคีรินทร์บอกขณะหันไปมองทางขวัญตาอีกครั้งเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาที่โต๊ะเพื่อเขียนเอกสารประกอบการรายงานตัว

                “อ้าว ใครให้เด็กม.ต้น มาสมัครเรียนกัน แบบนี้คุณสมบัติไม่ผ่านนะ” ครูฝึกที่รับรายงานตัวอยู่ที่โต๊ะว่าขึ้นเสียงดังจนคนอื่นๆ หันมามองอย่างขำๆ เมื่อขวัญตานั่งลงที่เก้าอี้แล้ว เด็กสาวก็เลยเงยหน้าขึ้นมองครูฝึกอย่างงงๆ

                “ดิฉันเป็นนักศึกษา...เอ้ย! นักเรียนแพทย์ทหารค่ะ” เธอบอกซื่อๆ ครูฝึกและเหล่านักเรียนที่มารายงานตัวก็ยิ่งแอบขำเธอ นี่แค่วันมารายงานตัวก็โดนแซวเข้าให้แล้ว

                “นามสกุล สุวรรณเวช...เป็นอะไรกับท่านนายพลปภพ”

                “เป็นคุณพ่...”

                “จ่าๆ” ผู้พันคีรินทร์รีบเดินเข้ามาสะกิดไหล่ครูฝึกที่รับรายงานตัวก่อนจะกระซิบบอกกับครูฝึกรายนี้

                “นี่น้องสาวผมเอง น้องต่างพ่อน่ะ” เขาบอก หากขวัญตาบอกว่าเป็นลูกสาวของท่านนายพลปภพ ครูฝึกทุกคนก็จะรู้ว่าเธอเป็นน้องสาวของผู้พันกรันณ์ เขารู้ดีว่าครูฝึกที่นี่แยกแยะเรื่องส่วนตัวได้ แต่พี่ชายของเธอเคยมาก่อเรื่องที่นี่เอาไว้ จะเป็นการดีที่สุดที่ทุกคนจะไม่ต้องรู้ว่าเธอเป็นใคร เป็นน้องสาวของเขานี่แหละปลอดภัยที่สุดแล้ว

                “อ้าว น้องสาวท่านรองหรอครับ”

                “ครับ แค่บังเอิญนานสกุลเหมือนคนดังเท่านั้น” พอกระซิบบอกเสร็จครูฝึกคนนี้ก็ไม่กล้าแซวขวัญตาอีกเพราะเกรงใจผู้พันคีรินทร์ ขวัญตาเลยได้รายงานตัวตามปกติเหมือนนักเรียนคนอื่นๆ

                “พี่รันนะพี่รัน ตัวเองสร้างปัญหาเอาไว้ ซวยคนเดียวไม่พอยังลากน้องนุ่งไปซวยด้วยอีก ไว้กลับบ้านไปก่อนเถอะจะยุพี่หมอแก้มแกล้งให้เข็ดเลย!!!” ขวัญตาว่าหลังจากที่รายงานตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะผู้พันคีรินทร์เล่าให้เธอฟังตอนนั่งรถมาด้วยกันว่าพี่ชายของเธอเคยฟันลูกสาวครูฝึกที่นี่ แล้วครูฝึกคนที่ว่าก็คือหัวหน้าครูฝึกขณะนี้ด้วย ดีหน่อยที่พ่อของสาวเจ้ามารู้เรื่องตอนฝึกกระโดดร่มครั้งสุดท้ายในวันจบการเรียนแล้วพี่ชายของเธอเลยแค่โดนชกหน้าแหกเท่านั้น ส่วนฝ่ายหญิงนั้นก็ไม่ได้คิดจริงจังกับพี่ชายของเธอมากเรื่องก็เลยจบลงโดยไม่รู้ถึงหูคุณลุงคุณป้าเธอ ผลกระทบเลยมีเพียงแค่พี่ชายของเธอไม่กล้าโผล่หัวมาที่นี่อีก

                “มิน่าล่ะสั่งขวัญมาว่าห้ามให้ทุกคนที่นี่รู้ว่าขวัญเป็นน้องสาวตัวเอง ซวยจริงๆ เลยมาเกิดเป็นน้องของคนแบบนี้”

                “ไว้มันกลับแม่สอดแล้วพี่จะจัดการมันให้” ผู้พันคีรินทร์บอกอย่างเห็นใจเธอ ขวัญตาก็เลยหันมามองเขาแทน

                “น่าอิจฉาพี่หมอแก้ม มีพี่ชายแสนดี”

                “อิจฉาทำไม เราก็เป็นน้องพี่เหมือนกันนะ” พอผู้พันคีรินทร์บอกขวัญตาก็ยิ้มแป้นออกมาทันที เพราะตั้งแต่เกี่ยวดองเป็นญาติกันมา ดูๆ แล้วพี่ผู้พันก็เอ็นดูเธอไม่น้อย ดูแลพี่หมอแก้มดียังไงก็ดูแลเธอดีแบบนั้นเหมือนกัน มันต้องแบบนี้สิพี่ชายที่แสนดี ผิดกับคนซาดิสบางคนที่หวงลูกหวงเมียไม่พอ ยังมาหวงน้องหนักอีก “พี่มีน้องสาวเป็นหมอตั้งสองคน ดีจะตาย อ้อ! แต่จะให้ดีกว่านี้ เรียนจบแล้วอยากจะไปทำงานที่หน่วยไหนก็ไปได้เลยพี่พร้อมสนับสนุน ขออย่างเดียว อย่ามาอยู่หน่วยพี่ ขอร้อง”

                “อ้าว!

                “ไปไกลๆ พี่ได้ยิ่งดี” เกิดเธอมาทำงานที่หน่วยของเขา หน่วยทหารพรานของเขาได้วุ่นวายแน่ๆ

                “พี่ผู้พัน เดี๋ยวเถอะ!” เธอเท้าสะเอวว่า ผู้พันคีรินทร์จึงส่งเป้สัมพาระของเธอให้

                “เขาเรียกรวมแถวแล้วไปได้แล้วไป พี่เองก็จะได้กลับแม่สอดด้วย คิดถึงลูกเมียจะแย่แล้วเนี่ย”

                “ฝากสวัสดีพี่หมอเอื้อยกับฝากหอมแก้มรีคอนน้อยด้วยนะคะ”

                “อืม ตั้งใจเรียนล่ะ ขอให้รอดปลอดภัยแล้ววันประดับปีกพี่จะพาทุกคนมาร่วมแสดงความยินดี โดยเฉพาะไอ้รัน”

                “ดีค่ะ ให้พี่รันมาเจออดีตพ่อตา ฮ่าๆๆ” แล้วขวัญตากับผู้พันคีรินทร์ก็หัวเราะออกมาก่อนจะยกหมัดขึ้นชนกันราวกับเพื่อนซี้ ผู้พันคีรินทร์ยืนส่งจนเธอวิ่งเข้าไปรวมแถวกับนักเรียนคนอื่นๆ แต่ครั้งพอเขาจะเดินกลับไปที่รถ รถของใครคนหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดใกล้ๆ กันกับรถของเขา รถกระบะสีดำป้ายทะเบียนที่ผู้พันหนุ่มรู้ดีว่าเป็นของใคร เขาจึงได้ยืนกอดอกพิงรถขณะมองดูผู้กองคณินก้าวลงมาจากรถด้วยชุดของครูฝึกของที่นี่

                “แหม หวงหรือว่าห่วงผู้กองถึงได้ทำเรื่องมาราชการที่นี่” ผู้พันคีรินทร์เองก็เพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานนี่แหละว่าผู้กองคณินทำเรื่องขอมาเป็นครูฝึกของนักเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศที่นี่เพราะผู้พันกรันณ์โทรมารายงาน

                “อ้าวท่านรอง ยังไม่กลับหรอครับ” เขารึก็อุตส่าห์มาช้าๆ หวังจะให้ผู้พันคีรินทร์กลับไปซะก่อน

                “กำลังจะกลับนี่แหละ เอื้อยโทรมาบอกว่ารีคอนร้องไห้หาพ่อไม่หยุด” ชีวิตพ่อลูกอ่อนก็แบบนี้แหละ รักเมียหลงลูกก็เลยไปไหนนานๆ ไม่ค่อยได้

                “ตอนนี้ไอ้รันมันรู้แล้วนะว่าผู้กองแอบตามมาดูแลยัยขวัญที่นี่ ผู้กองกลับฐานไปชีวิตได้หาไม่แน่ๆ”

                “เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะครับ ก็ผมได้ข่าวมาว่ามีหนุ่มๆ จ้องยัยตัวแสบกันเยอะก็เลยต้องตามมาดูนี่แหละ อีกอย่างผมก็กระโดดร่มบ่อยจนได้ปีกร่มชั้นที่ 1 แล้วนะครับ ผมสนิทกับครูฝึกที่นี่พอดีเขาก็เลยให้มาเป็นผู้ช่วยครูฝึก ผมไม่ได้มาสอนนักเรียนกระโดดร่มหรอกครับ แค่ช่วยดูแลนักเรียนด้านทั่วๆ ไปเท่านั้น”

                “งั้นก็ดูแลให้ทั่วถึงล่ะ อย่าดูแลแค่คนเดียวเดี๋ยวใครเขาจะว่า จะตำหนิเอาไว้”

                “ครับ ท่านรองอย่าห่วงเลยครับ ผมไม่ทำให้ใครมาดูถูกหรือว่ายัยตัวแสบในทางไม่ดีหรอก ผมจะดูแลยัยตัวแสบกับนักเรียนคนอื่นๆ ให้เท่าเทียมกัน”

                “อืม ดีแล้ว งั้นอีกเดือนหนึ่งเจอกันผู้กอง อย่าให้ยัยขวัญสติแตกไปซะก่อนล่ะ”

                “แสบขนาดนั้นคงยากที่จะสติแตกครับ รถไฟเหาะตีลังกาที่ว่าโหดสุดๆ ยังทำอะไรยัยเด็กนั่นไม่ได้เลย แค่กระโดดร่มผมว่าของจิ๊บๆ” ผู้พันคีรินทร์เองก็คิดแบบนี้ นอกจากผีขวัญตาเคยกลัวอะไรบ้าง ที่ร้องไห้กลัวการกระโดดร่มเมื่อก่อนหน้านี้น่ะก็เพราะถูกพี่ชายเป่าหูมาทั้งนั้น จริงๆ แล้วเด็กคนนี้เก่งแล้วก็กล้าหาญเกินตัวมาก เขายังยอมรับเลย

               

                หลังจากที่เอาประเป๋าสัมพาระไปเก็บยังที่พักแล้วขวัญตาก็ออกมารวมตัวร่วมกับคนอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ได้มีการแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อยแล้ว และแต่ละกลุ่มก็จะร่วมเรียนด้วยกันตลอดจนจบหลักสูตร แล้วนอกจากจะจับกลุ่มแล้วก็ยังมีการจับบัดดี้กันอีกด้วย และบัดดี้ของขวัญตาก็เป็นนักเรียนนายร้อยรูปหล่อนายหนึ่งที่มีหมายเลขประจำตัวติดกันกับเธอ

                “สวัสดี C115” ขวัญตาเป็นคนทักบัดดี้ของตัวเองขึ้นมาก่อน C มาจากคำว่า ชาลี นักเรียนหลักสูตรส่งทางอาการเมื่อเข้ามาเรียนแล้วจะไม่มีชื่อหรือยศ ทุกคนจะมีเพียงแค่หมายเลขที่ใช้เรียกกันเท่านั้นเพื่อแสดงถึงความเท่าเทียมกันทั้งหมด

                “สวัสดี C116” อีกฝ่ายตอบแล้วก็ค้อนให้เธอวงใหญ่ เด็กสาวเลยได้แต่เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ หมดกันความหล่อความมาดแมน

                “นักเรียนแพทย์ทหารหล่อๆ ไม่เจอ ดันมาเจอชะนีน้อย นี่ฉันต้องเป็นบัดดี้ร่วมเป็นร่วมตายกับยัยชะนีไปตลอดหลักสูตรเลยหรอเนี่ย”

                “ห๋า” ขวัญตามองบัดดี้ตัวเองตาปริบๆ นึกว่าจะได้หนุ่มหล่อมาดแมนคอยช่วยเหลือ นี่เธอต้องมารับมือกับยัยตุ๊ดหรอเนี่ย เพราะการเรียนหลักสูตรนี้ต้องมีเพื่อนคอยช่วยเหลือดูแลกันก็เลยต้องมีการจับคู่บัดดี้ แต่เนื่องจากนักศึกษาแพทย์ทหารหญิงมีกันห้าคน ขวัญตาที่มีเลขที่ท้ายสุดเลยไม่มีคู่ให้จับ ทางครูฝึกก็เลยต้องจับเธอคู่กับ C115 ที่มีความเป็นสาวไม่ต่างกันให้เป็นบัดดี้แทน

                หลังจากการปฐมนิเทศนักเรียนเสร็จแล้วพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่ก็เริ่มขึ้น ถ้าหวังว่ามันจะเป็นการร้องเพลงเชียร์แล้วก็เต้นอย่างสนุกสนานเหมือนกับการรับน้องตามมหาวิทยาลัยทั่วไปล่ะก็ ถือว่าคิดผิดมากๆ เลยล่ะ เพราะการรับน้องของที่นี่คือการวิ่ง วิ่ง แล้วก็วิ่ง วิ่งอย่างเดียวไม่พอยังต้องแบกเสาของธงประจำรุ่นด้วยอีก แค่เห็นขนาดเสาธงขวัญตาก็พูดไม่ออกได้แต่อ้าปากค้างจนผู้ช่วยครูฝึกที่แอบมองเธออยู่ขำออกมาเบาๆ อย่างเอ็นดู นี่เธอไปตัดผมมาตอนไหนกันล่ะเนี่ย จากที่ดูเด็กอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งเป็นเด็กเข้าไปใหญ่

                “ผู้กองรู้จักน้องสาวท่านรองคีรินทร์ด้วยหรอ” หัวหน้าครูฝึกถามขณะมองขวัญตาที่ยืนรวมแถวอยู่กับเพื่อนๆ ในขั้นตอนพิธีต้อนรับ ซึ่งครูฝึกจะให้ธงประจำรุ่น แต่ธงประจำรุ่นนี้จะอยู่ติดกับเสาธงขนาดใหญ่ที่นักเรียนจะต้องวิ่งแบกไปเรื่อยๆ แล้วนำธงประจำรุ่นนี้ขึ้นไปตั้งบนยอดเขาให้ได้

                “ครับ ผมรู้จัก”

                “นั่นสินะ ก็ผู้กองกับท่านรองทำงานที่กรมเดียวกันนี่นา เอ...แต่ว่าสายตาที่ผู้กองมองเธอนี่มันแปลกๆ นะครับ อย่าบอกนะว่า...”

                “...เธอเป็นคนรักของผมเองครับ” เขายอมรับเมื่อไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป หัวหน้าครูฝึกเลยมองเขาอย่างอึ้งๆ ไม่คิดว่าผู้กองหนุ่มจะกินเด็กแบบนี้ “แต่ครูไม่ต้องห่วงหรอกนะครับ ผมรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ผมไม่ลำเอียงแน่นอน แล้วก็เรื่องนี้เรารู้กันแค่สองคนนะครับ ผมไม่อยากให้มีผลเสียอะไรกับตัวนักเรียน”

                โอ้โห มิน่าล่ะตอนเขาชวนให้มาเป็นผู้ช่วยครูฝึก คนที่เป็นถึงผู้บังคับกองร้อย ซ้ำยังมีชื่อเสียงในกองทัพและความสามารถเป็นเลิศถึงได้ยอมลดตัวลงมาเป็นแค่ผู้ช่วยครูฝึกที่มียศน้อยกว่าอย่างเขา ที่แท้...มาคุมแฟนนี่เอง

                “ผมรู้จักนิสัยผู้กองดี ผมเชื่อใจผู้กองนะไม่อย่างนั้นก็คงไม่ชวนให้มาช่วยงานนี้หรอก แต่ยังไงก็ต้องระมัดระวังเรื่องความเหมาะสมด้วยนะครับ โรงเรียนสงครามพิเศษเป็นที่ยอมรับและเป็นที่เชื่อใจของประชาชนและกองทัพ อย่าให้ต้องมีเรื่องเสียหายเด็ดขาด”

                “ครับครู วางใจเถอะครับ” ผู้กองคณินรับปาก เพราะใจจริงเขาก็ไม่ได้มาเพื่อจะดูแลขวัญตาเป็นพิเศษหรอก ยิ่งมีเขาอยู่ใกล้ๆ มันก็เหมือนกับว่าเขากำลังโอ๋เธออยู่ เขาควรจะปล่อยให้เธอเดินและทรงตัวให้ได้ด้วยขาของตัวเอง เขาจะคอยดูแลเธอแบบห่างๆ เท่านั้น เพราะเขารักเธอและห่วงเธอมาก เขาจึงต้องฝึกให้เธอแกร่ง งานสายนี้มันเสี่ยงอันตรายสูง ถ้าเธอเก่งและแกร่งเขาก็จะได้วางใจไม่ต้องห่วงอะไรเธอมาก

                นักเรียนแต่ละคนจะผลักกันวิ่งเข้ามาแบกเสาธงประจำรุ่นช่วยกัน และเพราะต้องเรียนร่วมกันทั้งนักศึกษาแพทย์ทหารและนักเรียนนายร้อย นักเรียนทั้งสองกลุ่มก็เลยถูกจับกลุ่มให้คละกันไปหมดรวมถึงนักศึกษาแพทย์ทหารหญิงด้วย ซึ่งกลุ่มที่มีนักศึกษาแพทย์ทหารหญิงอยู่ด้วยจึงมีจำนวนสามกลุ่มเท่านั้น ส่วนที่เหลือก็เป็นนักเรียนชายล้วนทั้งหมด และเพราะบัดดี้ของขวัญตาเป็นคุณแม่ในคราบของหนุ่มหล่อ ก็เลยเปรียบเสมือนขวัญตาเป็นสมาชิกผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม แน่นอนว่าเพื่อนๆ นักเรียนในกลุ่มของเธอต่างก็คอยเทคแคร์เธอเป็นอย่างดีตามนิสัยของเหล่าสุภาพบุรุษที่ถูกฝึกมา ขณะวิ่งไปตามสนามฝึกด้วยกันเพื่อนๆ นักเรียนในกลุ่มจะถามเธอตลอดว่าเธอวิ่งไหวมั้ย เธอจะแบกเสาธงช่วยพวกเขาก็บอกว่าไม่ต้อง แต่พวกเขาก็ไม่ได้เทคแคร์เธอแค่คนเดียว แม้แต่เพื่อนนักเรียนนายร้อยด้วยกันพวกเขาก็ยังห่วงใยกัน ช่วยเหลือกัน เพื่อนคนไหนที่วิ่งไม่ไหวพวกเขาก็จะกอดคอพยุงเพื่อนวิ่งไปด้วยกันให้ได้ ไม่มีการทิ้งเพื่อนเลย มิตรภาพที่ดีแบบนี้ขวัญตาเห็นแล้วก็ยิ่งมีกำลังใจฮึดสู้ จะให้ความเป็นผู้หญิงของตนมาเป็นข้ออ้างในการเอาเปรียบคนอื่นไม่ได้เด็ดขาด ในเมื่อสมัครใจมาเรียนด้วยกัน เป็นเพื่อนกันก็ต้องสู้ไปด้วยกันและไม่ทิ้งกันเด็ดขาด ถึงว่าสิทำไมทั้งพี่รันของเธอ พี่ผู้พันหรือแม้แต่ผู้กองคณิน ผู้กองนทีถึงได้มีเพื่อนฝูงมากมาย ไปกรมไหน หน่วยไหนก็มีแต่เพื่อน ก็คงเพราะสมัยที่พวกเขาเรียน พวกเขาฝึก พวกเขามีเพื่อนมีมิตรภาพที่ดีแบบนี้ยังไงล่ะ และตอนนี้เธอก็จะต้องสร้างมิตรภาพที่ดีให้เหมือนกับพี่ๆ ให้ได้

                “โอ๊ยยัยชะนี หล่อนจะมาแบกอะไรกับพวกฉัน เตี้ยก็เตี้ยหล่อนแบกถึงหรอยะ” C115 ที่กำลังแบกเสาธงวิ่งอยู่กับเพื่อนๆ นักเรียนด้วยกันว่าเข้าให้เมื่อเห็นขวัญตาทำท่าจะเข้าไปช่วยแบก ขวัญตาเห็นบัดดี้ของตัวเองแล้วก็นึกขัดใจกับอีกฝ่ายนัก ดูซิ หน้าตาก็ดี ตัวสูงหุ่นดีมีแต่มัดกล้ามแต่...เป็นตุ๊ด ที่มาเรียนนายร้อยเนี่ยเพราะอยากรับใช้ชาติหรือเพราะจุดประสงค์อื่นกันแน่ ถ้ามองเผินๆ บัดดี้เธอจะดูไม่เหมือนคุณแม่เลย เขาก็เป็นผู้ชายมาดแมนคนหนึ่ง แต่พอพูดมาเท่านั้นแหละ คุณแม่องค์ลงทันที ปากร้ายไปหน่อยแต่ขวัญตากลับรู้สึกชอบบัดดี้ของตัวเองไม่น้อย เป็นคุณแม่แบบนี้แหละดีแล้วเวลาอยู่ด้วยกันเธอจะได้ไม่เกร็ง

                ตลอดเส้นทางที่วิ่งก็จะมีครูฝึกคอยวิ่งประกบไม่ห่างเพื่อคอยดูแลนักเรียน ครูฝึกบางคนก็ดุ บางคนก็ใจดี เห็นนักเรียนเหนื่อยก็ตะโกนพูดให้กำลังใจ ในขณะที่ขวัญตาก็สู้ตายไม่ยอมท้อเพราะก่อนหน้านี้ช่วงวันหยุดเธอถูกพี่ชายจับเทรนความแข็งแกร่งเป็นประจำ และถ้าคนที่เทรนเป็นผู้พันกรันณ์ หึ! คนซาดิสแบบนั้นคิดหรอว่าเขาจะยอมออมมือ กับน้องกับนุ่งแท้ๆ ยังสั่งให้ปักฉมวกเป็นชั่วโมงๆ อยู่กลางบ้านให้เจ้าแฝดวิ่งลอดใต้ท้องเธอเล่นเหมือนลอดท้องช้างเลย ตอนแรกเธอก็เคืองพี่ชายของเธอแหละ แต่พอต้องออกภาคสนามหรือเวลาที่ต้องฝึกอะไรที่มันหนักๆ เธอกลับนึกอยากจะขอบคุณเขา เพราะสิ่งที่เขาสอน สิ่งที่เขาเทรนให้กับเธอนั้นมันทำให้เธอแกร่งกว่านักศึกษาแพทย์ทหารหญิงทุกคนในรุ่นเลย วิ่งแค่นี้ยังถือว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่พี่ชายของเธอเคยสอนมา

                เส้นทางที่ยากที่สุดก็คือการยกเสาธงประจำรุ่นขึ้นสู่ยอดเขา ซึ่งทางเดินค่อนข้างชัน บ้างก็ต้องปีนป่ายโขดหินขนาดใหญ่ ส่วนเสาธงนักเรียนทุกคนก็ยังคงช่วยกันผลัดเปลี่ยนกันแบกไปตลอดทาง การที่ทุกคนมีบัดดี้มันก็ดีจริงๆ นั่นแหละเพราะในยามที่ต้องปีนป่ายโขดหินสูง คุณแม่บัดดี้ของเธอก็จะคอยช่วยเหลือเธอเป็นอย่างดีรวมถึงเพื่อนๆ นักเรียนนายร้อยและเพื่อนๆ แพทย์ทหารด้วยกัน

                “ทำไมหล่อนขาสั้นแบบนี้เนี่ยชะนีน้อย เอ้าระวังหน่อย เดี๋ยวก็กลิ้งตกเขาหรอก” คุณแม่บัดดี้บ่น แต่มือก็ช่วยเธอเต็มที่

                “เตี้ยอะไร ส่วนสูงฉันถึงเกณฑ์อยู่นะ ไม่อย่างนั้นสมัครเรียนไม่ผ่านหรอก” ขวัญตาว่าเมื่อปีนก้อนหินขึ้นมาได้แล้ว คุณแม่บัดดี้ของเธอก็เลยลากเธอออกเดินต่อไปพร้อมๆ กับคนอื่นๆ

                “นี่ชะนีน้อย ตอนที่รายงานตัวน่ะฉันเห็นนะว่าเธอมากับนายทหารรูปหล่อคนหนึ่ง ยศตั้งพันโทเชียว ใครหรอยะ”

                “อ๋อ พี่ผู้พัน พันโทคีรินทร์”

                “แฟนหล่อนหรอ”

                “เปล่า ไม่ใช่” ขวัญตารีบปฏิเสธ โอย เอาอะไรมองมาว่าพี่ผู้พันเป็นแฟนเธอ บรื้อ! แค่คิดก็สยองแล้ว “เขาเป็นพี่ชายของฉัน เป็นรองผู้บังคับการอยู่ที่กรมทหารพรานที่ 35”

                “ทหารพราน!!! อ๋อ ผู้พันคนดังคนนั้นกับ เอ...อีกคนนี่ผู้พันกรันณ์ใช่มั้ย สองคนนี้นี่ดังมากเลยนะฝีมือการรบยอดเยี่ยมไม่เป็นรองใครเลย ให้ตายเถอะยัยชะนีน้อย นี่เธอเป็นน้องสาวเขาหรอเนี่ย” คุณแม่บัดดี้ดูจะตื่นเต้นไม่น้อย นี่เหล่าพี่ๆ ของเธอดังขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย

                “ใช่ เราเป็นพี่น้องกัน ทำไม C115 อยากเจอพวกเขาหรอ”

                “ได้หรอๆๆ” หน้าตาดูมีความหวังสุดๆ

                “วันประดับปีกร่มพวกเขาจะมา ในฐานะที่ C115 เป็นบัดดี้ของฉัน ฉันจะพาไปรู้จักกับพวกเขานะ”

                “เธอน่ารักมากชะนีน้อย อ้อ! ไม่ต้องเรียกฉันว่า C115 แล้วก็ได้ ฉันชื่อเอกพล เรียกสั้นๆ ว่า...”

                “เอกี้ได้มั้ย”

                “อ่ะๆๆ อยากจะเรียกก็เรียก” น้ำเสียงเหมือนไม่อยากให้เรียก แต่ท่าทางนี่อยากให้เรียกสุดๆ

                “ฉันชื่อขวัญตา ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการ” ขวัญตายื่นมือไปจับกับบัดดี้ของตัวเอง เป็นการเริ่มต้นมิตรภาพที่ดีโดยการเอาเหล่าพี่ชายรูปหล่อมาเป็นเหยื่อล่อ หึ! ท่านขวัญตาซะอย่าง งานนี้จะต้องหาเพื่อนให้ได้เยอะๆ เลย

                หลังจากที่แบกเสาธงประจำรุ่นขึ้นมาบนยอดเขา ในที่สุดเหล่านักเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศรุ่นนี้ก็สามารถนำธงขึ้นสู่ยอดเสาได้สำเร็จ เสียงเฮลั่นอย่างยินดีของทุกคนดังกึกก้องไปทั่ว ผู้กองคณินที่เคยผ่านจุดนี้มาก่อนยิ้มออกมาอย่างยินดีกับเหล่ารุ่นน้องและเขาก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาพของขวัญตาขณะที่เธอกำลังโห่ร้องอย่างดีใจกับเพื่อนๆ ร่วมรุ่นเอาไว้ด้วย และทุกๆ ภาพที่เขาถ่ายก็ถูกส่งเข้าไลน์กลุ่มที่มีทั้งผู้พันคีรินทร์ หมอเอื้อย ผู้พันกรันณ์ หมอแก้ม ผู้กองนที ผู้กองไกรจักกับครูฟ้ามุ่ยด้วย พอเห็นภาพของขวัญตาทุกคนต่างก็ส่งข้อความแสดงความยินดีกับเธอกลับมา แน่นอนว่าถึงขวัญตาจะอยู่ในไลน์กลุ่มนี้ด้วยแต่เธอก็ดูภาพไม่ได้หรอกเพราะนักเรียนที่เรียนหลักสูตรนี้ห้ามพกโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก เขาจะถ่ายรูปเธอเก็บเอาไว้เยอะๆ ไว้เรียนจบหลักสูตรเมื่อไหร่เขาค่อยเอาให้เธอดู

                ผู้กองคณินยังไม่ปรากฏตัวให้ขวัญตาเห็นง่ายๆ อีกทั้งครูฝึกก็มีกันอยู่หลายคนขวัญตาเองก็ไม่ได้สังเกตเสียด้วย หลังจากวันก่อนที่เป็นการเอาธงประจำรุ่นขึ้นสู่ยอดเขา วันต่อมาก็เป็นพิธีเปิดการเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศอย่างเป็นทางการ แล้วต่อจากนั้นไม่นานก็เป็นการทดสอบสมรรถนะทางร่างกายประจำสัปดาห์ ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนตัดสินว่านักเรียนมีความพร้อมที่จะเรียนหลักสูตรนี้หรือไม่ เพราะหากมาการทดสอบสมรรถนะทางร่างกายไม่ผ่านก็จะต้องกลับบ้านไปในทันที ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าเรียนหลักสูตรนี้ร่วมกับเพื่อนๆ ต่อ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรสำหรับขวัญตาที่ถูกผู้พันกรันณ์จับเทรนร่างกายมาอย่างหนัก ทั้งการวิ่ง ว่ายน้ำ การทดสอบสมรรถนะทางร่างกายอื่นๆ ที่สำคัญต่อการเรียนหลักสูตพิเศษทางการทหาร ซ้ำเธอยังทำคะแนนได้เต็มทุกการทดสอบอีกจนเหล่าครูฝึกและเพื่อนๆ ร่วมรุ่นอดทึ่งกับเธอไม่ได้ เพราะเห็นตัวเล็กๆ ขาวๆ สวยๆ ท่าทางเหมือนลูกคุณหนูขนาดนี้ แต่เธอกลับแกร่งอย่างที่พวกเขาคาดไม่ถึงมาก่อน

                “สมกับเป็นน้องสาวผู้พัน แกร่งเหมือนพี่ชาย” ผู้กองคณินว่ายิ้มๆ ก่อนจะรายงานกับทุกคนในไลน์กลุ่มว่าขณะนี้ขวัญตาทดสอบสมรรถนะทางร่างกายผ่านด้วยคะแนนเต็มแล้ว งานนี้ผู้พันกรันณ์กับท่านนายพลปภพดีใจเสียยิ่งกว่าอะไรที่น้องสาวและลูกสาวของตนไม่ทำให้ผิดหวัง

                “โอ๊ย นวดดีๆ หน่อยสิยัยชะนีน้อย ฉันล้าแขนไปหมดแล้วนะ” คุณแม่บัดดี้ว่าขณะให้ขวัญตาช่วยนวดแขนให้ เพราะเขาเกือบจะดันพื้นไม่ผ่าน เกือบอดเรียนเสียแล้ว

                “นี่เจ๊ เจ๊ต้องฝึกให้มากกว่านี้นะ นักเรียนนายร้อยเขาต้องไปฝึกเรนเจอร์ด้วยไม่ใช่รึไง ล่าหัวเสือไม่ใช่ของง่ายๆ เลยนะ” ขวัญตาว่า ความสนิทสนมเริ่มมีมากขึ้น คำเรียกขานก็เลยเป็นกันเองตามไปด้วย

                “นั่นสิ เจ๊ยังคิดๆ อยู่เลยว่าถ้าผ่านหลักสูตรเรนเจอร์แล้ว เจ๊จะไปฝึกทหารเสือราชินีต่อ”

                “ไม่น่าเชื่อนะว่าตุ๊ดจะรักชาติเป็น”

                “ทำไมยะ! เป็นตุ๊ดแล้วมันยังไง เป็นตุ๊ดแล้วรักชาติไม่ได้หรอ! ที่พูดเมื่อกี้นี้ตบปากตัวเองตามจำนวนอายุเดี๋ยวนี้เลยนะ” ถูกแหวใส่ซะขนาดนี้ขวัญตาก็รีบตีปากตัวเองทันทีเบาๆ ก่อนจะรีบง้อขอโทษคุณแม่ของตัวเอง

                “โอ๋ๆๆ เจ๊เอกี้ ฉันขอโทษ” ขวัญตาเข้ามาเขย่าแขนกล้ามล่ำๆ ของอีกฝ่ายทำเอาเพื่อนนักเรียนชายคนอื่นๆ ได้แต่มองเอกพลอย่างอิจฉาที่มีสาวน้อยน่ารักๆ มาอ้อนขอโทษแบบนี้ขณะที่พวกเขากำลังนั่งพักอยู่ที่สนามหญ้าหลังจากทดสอบสมรรถนะร่างกายเสร็จแล้ว และมีเพื่อนนักเรียนบางส่วนที่ยังทดสอบไม่เสร็จ พวกเขาก็เลยมานั่งเชียร์ให้กำลังใจเพื่อน

                “นี่ ถึงเจ๊จะไม่ได้แมนเต็มร้อยนะแต่เจ๊ก็รักชาติเป็นนะจะบอกให้ คนเราไม่ว่าจะเพศไหนๆ ต่างก็รักชาติด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่ารสนิยมทางเพศของเจ๊จะเป็นเพศไหนก็ตาม แต่หัวใจทั้งดวงของเจ๊ ชีวิตของเจ๊ก็มีเพื่อชาติเท่านั้น เจ๊มีพี่ชายเป็นทหารแล้วก็ตายในหน้าที่ พ่อเจ๊ก็เป็นทหาร ถึงเจ๊จะเป็นแบบนี้แต่เจ๊ก็สามารถทำให้พ่อเจ๊ภูมิใจได้นะ เรียนจบรับพระราชทานกระบี่เมื่อไหร่เจ๊จะลงไปอยู่ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ๊ก็หวังนะชะนีน้อยว่าซักวันผืนแผ่นดินบ้านเรามันจะสงบสุขเสียที แล้วถ้าเจ๊ได้ลงไปประจำการที่นั่น เอาไว้วันหยุดเจ๊จะมารับชะนีน้อยไปเที่ยวทะเลที่นั่นดีมั้ย”

                “ดีๆๆ” ขวัญตารีบพยักหน้ารับ สิ่งที่เอกพลพูดมันทำให้เธอประทับใจเขามาก คนเรา ไม่ว่าจะเพศใดหรือศาสนาใด แต่เมื่อเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยแล้วเธอเชื่อว่าทุกคนจะรักและหวงแหนในแผ่นดินของตนอย่างแน่นอน การที่เธอได้มาเรียนที่นี่ ได้พบเจอกับเพื่อนใหม่ ได้รับฟังความคิดและทัศนคติของคนอื่นมันเหมือนกับเป็นการเปิดโลกของเธอให้กว้างขึ้น เธอสามารถมองโลกใบนี้ได้กว้างขึ้นมากกว่าเดิม ความคิดแบบเด็กๆ เมื่อก่อนเริ่มหายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจและความมีเหตุผลมากขึ้น เธอดีใจจริงๆ ที่ได้เรียนเป็นแพทย์ทหารแล้วก็ได้มารู้จักเพื่อนใหม่ที่มีทัศนคติที่ดีแบบนี้

                “งั้นถ้าเจ๊ป่วยไม่สบายขึ้นมา คุณหมอขวัญคนนี้จะรักษาเจ๊เองนะ เอ๊ะ! หรือจะให้ฉันเสริมอึ๋มให้ดี” ขวัญตาล้อเลียนอย่างทะเล้น อีกฝ่ายก็เขินจัดตีต้นแขนเธอดังเพี๊ยะอย่างไม่รู้ตัวว่าทำบัดดี้ตัวเองเจ็บ

                “น้อง C116” นักเรียนนายร้อยนายหนึ่งเดินเข้ามาหาขวัญตาที่นั่งลูบแขนตัวเองอยู่ปอยๆ เพราะถูกตุ๊ดตีแขน และเบื้องหลังของเขาก็มีเหล่าเพื่อนๆ กลุ่มหนึ่งกำลังส่งเสียงเชียร์มาอยู่ ซึ่งจากการเทียบๆ อายุนักเรียนที่มาเรียนหลักสูตรนี้แล้ว ขวัญตาอายุน้อยกว่านักเรียนนายร้อยรุ่นนี้อยู่ประมาณหนึ่งปีได้

                “เมื่อกี้นี้ตอนทดสอบร่างกายน้องเก่งมากๆ เลยนะครับ เออ...พี่เอาน้ำเย็นๆ มาให้ดื่มครับ”

                “นั่งกันอยู่สองคน ทำไมเอามาให้คนเดียวล่ะ” เอกพลหันมาถามเพื่อนตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่าเพื่อนของตนกำลังจีบสาว

                “มึงมีขามึงก็เดินไปตักกินเองสิ” นักเรียนนายร้อยคนนี้ว่า เอกพลก็เลยค้อนเข้าให้เสียวงโต

                “เออ น้อง C116 ชื่ออะไรหรอครับ พี่ขอทราบชื่อได้มั้ย”

                “ชื่อขวัญตาค่ะ” ขวัญตาตอบซื่อๆ กำลังหิวน้ำอยู่ มีคนเอาน้ำมาให้กินพอดีเลย ดังนั้นเธอจึงรับเอาแก้วน้ำมาจากเขาทำให้อีกฝ่ายดูจะดีใจมากที่เห็นว่าสาวสวยยอมบอกชื่อและดื่มน้ำที่เขาเอามาให้

                “ขวัญตา...ชื่อน่ารักจังเลยนะครับ แล้วน้องขวัญมีแฟนรึยังครับ”

                “มีแล้วค่ะ” ขวัญตาตอบอีกซื่อๆ ตรงๆ ทำให้กองเชียร์ที่กำลังจะเฮเชียร์เพื่อนถึงกับพากันเฮไม่ออก ในขณะที่คนที่เอาน้ำมาให้เธอดื่มถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

                “แฟนก็เป็นนักศึกษาแพทย์ทหารเหมือนกันหรอครับ”

                “เป็นทหารพรานค่ะ” ตาแก่วัยทอง เฮอะ! พอนึกถึงแล้วก็หงุดหงิด จะกล่าวลากันซักคำก็ไม่มี

                “อาสาสมัครทหารพรานหรอครับ อยู่ที่กรมไหนหรอ”

                “ไม่ใช่อาสาสมัครทหารพรานค่ะ เขาเป็นผู้บังคับกองร้อยกรมทหารพราน อยู่กรมทหารพรานที่ 35 ฐานปฏิบัติการชายแดนอำเภอแม่สอด”

                พอขวัญตาบอกแบบนี้ทั้งกองเชียร์และหนุ่มที่มาจีบเธอต่างก็พากันอ้าปากค้างทำหน้าอึ้งๆ เพราะใครๆ ต่างก็รู้จักผู้บัญชาการของกรมทหารพรานนี้ดี ทั้งผู้พันคีรินทร์ผู้เชี่ยวชาญการรบ ผู้พันกรันณ์นักรบสายโหด ส่วนผู้บังคับกองร้อยแฟนที่เธอพูดถึงนั้นพวกเขาก็รู้จัก...ผู้กองคณิน นายทหารผู้เก่งการรบจนเป็นที่ยอมรับและมีผลงานไม่น้อยหน้าใคร นี่เธอเป็นแฟนกับเขาหรอเนี่ย

                “นักเรียนคุยอะไรกัน” ครูฝึกนายหนึ่งเดินเข้ามาถาม แรกๆ ขวัญตาที่นั่งหันหลังให้เขาอยู่ก็รู้สึกคุ้นๆ ในน้ำเสียงของเขาแต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร คนเราเสียงเหมือนกันมีออกเยอะแยะ ตาแก่วัยทองหรอจะมาอยู่ที่นี่ หึ! เป็นไปไม่ได้หรอก

                “จีบสาวหรอนักเรียน”

                “เปล่าจีบครับครู น้องเขาบอกว่ามีแฟนแล้ว แฟนเป็นทหารพรานด้วยนะครับ” นักเรียนนายร้อยรีบบอกเพราะครูฝึกคนนี้หน้าดุไม่น้อย

                “อ๋อ งั้นก็กินแห้วเลยล่ะสิ” ครูฝึกนายนี้ว่าอีกอย่างขำๆ แต่ขวัญตากลับขำไม่ออกเมื่อรู้สึกว่านอกจากเสียงจะเหมือนแล้วน้ำเสียงของเขาก็ยังใช่อีก ดังนั้นเธอก็เลยยกน้ำในแก้วกินให้หมดก่อนจะหันหลังกลับมามองครูฝึกนายนี้ รู้สึกเสียวสันหลังไปหมดจนกระทั่งเธอหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเขาเท่านั้นแหละ

                พรวด!!! น้ำที่เพิ่งจะกินเข้าไปถูกพ่นออกมา เด็กสาวตาเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเมื่อมาเห็นร่างสูงของคนคุ้นเคยอยู่ที่นี่ ด้วยความลืมตัวทำให้เธอลุกพรวดขึ้นมายืนชี้หน้าเขาทันที

                “ตาแก่วัยทอง!!!” เสียงของเธอทำให้เหล่าครูฝึกและนักเรียนทุกคนหันมามองตามเป็นตาเดียว โดยเฉพาะเพื่อนๆ นักเรียนด้วยกันที่มองขวัญตาอย่างอึ้งๆ เมื่อจู่ๆ เธอก็ลุกขึ้นมาชี้หน้าและด่าครูฝึกแบบนี้จนเอกพลต้องรีบดึงมือเธอเอาไว้

                “ตายแล้วยัยชะนีน้อย ไปด่าครูฝึกแบบนั้นเดี๋ยวก็ถูกสั่งซ่อมหรอก” เอกพลรีบกระซิบเตือน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้วเมื่อครูฝึกรายนี้แสยะยิ้มเหี้ยมๆ ออกมาแล้วเดินเข้ามาหาขวัญตาจนใกล้

                “นักเรียนว่ายังไงนะเมื่อกี้นี้ กล้าด่าครูฝึกหรอ”

                “ฮะ! ครูฝึก...นี่มาเป็นครูฝึกตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมถึงไม่บอกกันบ้างเลย ตาแก่บ้า!!!

                “นักเรียนหยุดก้าวร้าวกับครูเดี๋ยวนี้นะ!!!” น้ำเสียงดุๆ ที่แผดออกมาลั่นทำเอาขวัญตาได้แต่อ้าปากพะงาบๆ พูดอะไรไม่ออกอีก แทนที่จะกลัวแต่เธอกลับน้อยใจเขาแทน วันที่เธอจะมาเขาก็ไม่ลาเธอซักคำ อยู่ๆ ก็หายเงียบไปเลยแล้วก็มีโผล่ที่นี่แบบไม่บอกไม่กล่าว นี่เขาเล่นอะไรอยู่ ทำให้เธอคิดถึงอยู่ตั้งนาน น้อยใจอยู่ตั้งนาน หนอย...

                “วินัยทหารไม่มี ก้าวร้าว แบบนี้หรอจะเป็นทหาร!!! วินัยทหารทั้งเก้าข้อท่องได้มั้ย!!!

                “ท่องได้ค่ะ”

                “วินัยข้อที่ 2 กับข้อที่ 7 ว่ายังไง ท่องออกมาดังๆ ให้เพื่อนได้ยินเดี๋ยวนี้!!!

                “วินัยทหารข้อ 2 ไม่รักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย วินัยทหารข้อ 7 ใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หรือประพฤติไม่สมควร

                “เออ! ก็ท่องได้นี่แล้วทำไมถึงมาก้าวร้าวกับครูฝึกแบบนี้ ยังอยากจะเรียนอยู่ที่นี่อีกมั้ย!!!” เขายังดุเธอไม่เลิกขวัญตาก็เลยเงียบไม่พูด ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เป็นเพราะเธอกำลังโกรธเขาอยู่ดังนั้นจึงเธอค้อนให้เขาอีกวงใหญ่

                “ค้อนทำไม เป็นทหารแล้วมาค้อนแบบนี้ใส่ครูได้หรอ รู้จักกันมาก่อนรึยังไง!” จะเอาแบบนี้ใช่มั้ยตาแก่วัยทอง

                “เปล่าค่ะ ไม่เคยรู้จักกัน ดิฉันขอโทษครูฝึกด้วยนะคะที่เผลอก้าวร้าว ดิฉันแค่ตกใจค่ะเพราะครูหน้าเหมือนกับคนที่ดิฉันรู้จักมาก หน้าตาเหมือนกันมากจนนึกว่าเป็นคนเดียวกันเลยเผลอเสียมารยาทไป”

                “นักเรียนว่าครูหน้าเหมือนใคร”

                “หน้าเหมือนลุงทหารพรานข้างบ้านค่ะ ลุงทหารพรานคนนั้นแกเป็นวัยทองเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ล่าสุดนี้แกน่าสงสารมากเลยนะคะ”

                “ทำไม”

                “แกเพิ่งถูกแฟนบอกเลิกค่ะ สมน้ำหน้า ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะรู้ตัวแล้วยัง ก็เป็นวัยทองแบบนั้นใครจะไปทนรักกัน ดิฉันเห็นหน้าครูฝึกแล้วตกใจจริงๆ ค่ะ ต้องโทษอีกครั้งนะคะที่ดิฉันเข้าใจผิดจนเผลอก้าวร้าวใส่”

                ผู้กองคณินกำหมัดเอาไว้แน่นทันที หนอย...ยัยตัวแสบ เลิกบ้าเลิกบออะไรกัน

                “ไปวิ่งรอบสนามเดี๋ยวนี้” เขาชี้นิ้วไปทางสนามหญ้าขนาดใหญ่ก่อนจะหันมาทางขวัญตาอีกครั้ง

                “โทษฐานที่ไม่เคารพครู ไปวิ่งรอบสนามจนกว่าเพื่อนนักเรียนทุกคนจะทดสอบร่างกายเสร็จ ปฏิบัติ!!!

                “วิ่งรอบสนาม ปฏิบัติ!!!” ขวัญตาทวนคำสั่งก่อนจะออกไปวิ่งด้วยความเจ็บใจ เอกพลเห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนทันที

                “ผมขออนุญาตไปวิ่งเป็นเพื่อนบัดดี้ครับ!

                “ดี แมนดี เป็นบัดดี้กันมันต้องแบบนี้ เชิญ!!!” พอผู้กองคณินอนุญาตเอกพลก็วิ่งตามขวัญตาไปทันที ผู้กองคณินอดรู้สึกดีใจแทนขวัญตาไม่ได้ที่เธอได้บัดดี้ที่ดี เด็กหนอเด็ก ไม่รู้ตัวอีกหรอว่าที่เขาดุเธอก็เพราะเธอยังไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง พอเห็นว่าเขาเป็นคนรู้จักเธอก็มาทำตัวออกนอกระเบียบวินัยทั้งๆ ที่เขาเคยสอนเธอแล้วว่าหากยังอยู่ในหน้าที่ก็ให้ทำตัวให้เหมาะสม ไว้พอถึงเวลาพักหรือออกจากหน้าที่มาแล้วค่อยทำตัวตามปกติ เด็กน้อยเอ้ย ยังต้องฝึกกันอีกเยอะ


********************************************************************************************

เจอกันวันแรกก็ถูกสั่งวิ่งรอบสนามแล้ว 

ท่านขวัญตายอมๆ พี่เขาไปก่อนนะ ไว้เรียนหลักสูตรนี้จบค่อยคิดบัญชีคืนแบบทบต้นทบดอก

*****************************************

ตอนพิเศษกะว่าจะไม่ให้เกิน 15 ตอน แต่ดูท่าจะทำไม่ได้แล้ว คงต้องเกิน 15 ตอนแล้วล่ะ 

รายละเอียดเยอะเหลือเกิน

**********************

วันนี้มาซะดึกเลย ไรท์อ่านทวนขั้นตอนการฝึกหลักสูตรส่งทางอากาศ การรับน้องของบทนี้นานไปหน่อยเพราะอ้างอิงจากการฝึกของจริงเลยไม่อยากให้รายละเอียดตกไปค่ะ

เจอกันวันพุธนะคะ 

*****************************************

อ่านตัวอย่างตอนต่อไปได้ในเพจ : นิยายรัก - ปากกานางไม้ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 414 ครั้ง

2,199 ความคิดเห็น

  1. #2106 0847186250nang (@0847186250nang) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 21:25

    เห็นข่าววันนี้ที่ยะลา อยากให้ทหารพรานชุดนี้เข้าพื้นที่จังเลนคะ
    #2106
    1
  2. #895 BonitaCat (@BonitaCat) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 16:50
    งานนี้ง้อหนักแน่ๆ
    #895
    0
  3. #823 LinSlurpee (@SlurpyLin) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 02:09
    สนุกจริงๆนะ
    #823
    0
  4. #785 baitongmanow (@baitongmanow) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 23:10
    สนุกจริงๆค่ะ
    #785
    0
  5. #783 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 14:45

    555 สนุกมากเลย ผู้กองหาเรื่องใส่ตัว กลับไปโดนยายตัวแสบเล่นแน่ๆ เลย

    #783
    0
  6. #782 Canthira (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 19:10

    รอทุกเช้าตอนตื่นนอน ถึงแม้ว่าไม่มา2วันครั้งแต่เผื่อฟลุค

    #782
    0
  7. #781 kai (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 17:26

    ฝึกจบผู้กองโดนท่านขวัญตาเอาคืนแน่ๆ

    #781
    0
  8. #780 sadee (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 15:10

    5555น้องขวัญจดลงบัญชีหางว่าวแล้ว ระวังตัวให้ดีนะคุณพี่

    #780
    0
  9. #778 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 14:32

    ท่านขวัญตา...โดนซะแล้ว

    #778
    0
  10. #776 เฆมสีฟ้า (@Cielblue) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 11:14
    กว่าจะฝึกเสร็จ ไม่รู้ว่าเป็นน้องหรือผู้กองกันนะที่จะแย่ 5555
    #776
    0
  11. #775 aorr1860 (@aorr1860) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 10:51
    สงสารน้องขวัญ
    #775
    0
  12. #774 P.Yada (@fuufah) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 10:47

    น้องขวัญสู้ ๆ เอาปีกมาประดับให้ได้นะคะ !!!

    #774
    0
  13. #773 Noonno (@noname29) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 09:03
    น้องขวัญสู้ๆค่า
    #773
    0
  14. #772 eve (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 08:49

    อ่านเพลินจุใจมากๆค่ะไรท์ ... จะรอขวัญตาเอาคืนผู้กอง ดุแฟนดีหนัก 5555

    #772
    0
  15. #771 แสงสุรย (@0612549913) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 08:29
    ฝึกจบตาแก่วัยทองโดนงอนยาวเอาให้สุดนะขวัญตา
    #771
    0
  16. #770 xiangyan (@xiangyan) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 08:00
    ตอนพิเศษเยอะๆเลยค่าไม่อยากให้จบเลยด้วย ชอบผู้ของคณิณกะน้องขวัญตามากๆเลยค่ะ
    #770
    0
  17. #769 Na'thai (@yoknahathai) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 01:43
    เป็นกำลังใจให้น้องขวัญ 55555
    #769
    0
  18. #768 lunlapaitua (@toxicjing) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 01:11
    ตาแก่วัยทองงง 5555 โอ๊ยสงสารใครดี
    #768
    0
  19. #767 MissJulalukknok (@MissJulalukknok) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 01:03
    ติดงอมแงมแล้วค่าา
    #767
    0
  20. #766 Bumbim's Tepamongkol (@bbtpmk) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 01:00
    ผู้กองอย่าดุน้องงง แงงงง แต่น้องก็ดื้ออออ555555555
    #766
    0