ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 81 : ฮันนีมูน (ตอนพิเศษ 9)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 384 ครั้ง
    3 ก.ค. 62

81.ฮันนีมูน

 

                สองเดือนต่อมาสิ่งที่ผู้พันกรันณ์พูดเอาไว้กับผู้กองคณินก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อผู้หมวดไกรจักรรวบรวมหลักฐานทุกๆ อย่างเอาไว้ได้โดยมีเพื่อนพี่น้องตำรวจที่เขาไว้ใจคอยให้ความช่วยเหลือ ทำให้บ่อนกลางกรุงที่ฟ้ามุ่ยเคยเล่าให้เขาฟังถูกทลายลงพร้อมกับจับตัวการใหญ่ได้ และมีการซัดทอดถึงเครือข่ายการพนันต่างๆ งานนี้เรียกได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับสินบนล้วนโดนเด้งกันเป็นแถบจนเกิดข่าวดังใหญ่โต ส่งผลให้มีการกวาดล้างบ่อนการพนันขึ้นมาอีกในหลายๆ พื้นที่ ตำรวจใน สน. พื้นที่ที่มีการเปิดบ่อนการพนันถูกเด้งไปเกือบครึ่ง รวมถึงพวกตำรวจอันธพาลที่เคยคิดจะฉุดฟ้ามุ่ยไปด้วย ซึ่งกลุ่มนี้โดนไล่ออกจากราชการเสียอนาคตไปเลย ส่วนตำรวจยศสารวัตรที่เป็นเจ้าของตลาดที่ครอบครัวของฟ้ามุ่ยเคยเปิดร้านขายอาหารนั้นถูกจับไปเป็นรายแรกๆ เสียด้วยซ้ำเมื่อมีการสืบจนรู้ว่าเขาสนับสนุนการเปิดบ่อนด้านหลังตลาด พร้อมกันนั้นยังยักยอกยาเสพติดที่เป็นของกลางออกมาปล่อยขายเองเสียอีก งานนี้เรียกได้ว่าหมดอนาคตกันไปหลายราย ท่านนายพลปภพที่ทราบเรื่องนี้จึงสั่งให้มีการจับตาดูคดีนี้เป็นพิเศษเพื่อป้องกันการติดสินบนเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งหลายจนไม่มีใครดิ้นหลุด คดีนี้จึงเป็นหนึ่งในผลงานชั้นยอดของผู้หมวดไกรจักรจนได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นร้อยตำรวจเอก และมีคำสั่งย้ายให้เขาเข้ามารับราชการในกรุงเทพฯ แต่ผู้หมวดหนุ่มที่บัดนี้เป็นผู้กองแล้วขอทำงานป้องกันชายแดนต่อ เพราะเขาไม่อยากทำงานอยู่ในเมืองที่มากด้วยผลประโยชน์แบบนี้ การได้ปกป้องชายแดนของประเทศต่างหากคือความสุขของเขา ดังนั้นตอนนี้ผู้กองไกรจักรจึงเข้ามาเป็นผู้บังคับบัญชาของกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่เชียงรายดังเดิม โดยมีฟ้ามุ่ย คนรักของเขาคอยอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้กันและกัน และก็กำลังจะมีข่าวดีในเร็วๆ นี้ด้วย ซึ่งเพื่อนๆ ของผู้กองหนุ่มก็เตรียมที่จะจัดซุ้มกระบี่ให้เขาอีกรายแล้ว

                “พี่รัน! พี่รันคะ พี่รันอยู่ไหน” เสียงราชาวดีร้องเรียกหาสามีแต่เช้าขณะเดินออกมาที่หลังบ้าน เธอมัวแต่เตรียมอาหารสำหรับลูกๆ อยู่พร้อมกับจัดกระเป๋าเสื้อผ้าสำหรับการเดินทางเลยให้สามีช่วยดูแลลูกให้ นี่ก็ไม่รู้ว่าเขาพาลูกไปเล่นที่ไหนแล้ว

                หลังจากที่หมดเวลาในการลาคลอดราชาวดีก็กลับไปทำงานเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่ฐานตามเดิม และได้อยู่กับสามีของเธอมากขึ้น ถึงแม้การห่างจากลูกน้อยไปทำงานจะทำให้เธอเศร้าไปบ้างแต่เธอก็ได้พี่รันของเธอคอยปลอบขวัญเป็นกำลังใจให้ และเมื่อว่างจากงานเมื่อไหร่เขาก็จะพาเธอกลับมาหาลูกอยู่บ่อยๆ อย่างครั้งนี้ก็เช่นกันที่เธอได้ออกจากฐานมาหาลูกน้อยแสนน่ารักของเธอ ตอนนี้แฝดน้อยอายุห้าเดือนแล้ว สามารถนั่งได้แล้วและกำลังจะเริ่มหัดคลาน วัยนี้เป็นวัยที่แฝดน้อยมีความน่ารักกันอย่างสุดๆ สามารถส่งเสียงโต้ตอบได้แล้ว อ้อนแม่เป็นแล้ว เล่นของเล่นก็เป็นแล้วด้วย พอได้มาเห็นพัฒนาการของลูกน้อยที่อยู่ในวัยน่ารักสุดๆ แบบนี้คนเป็นพ่อกับแม่ก็แทบไม่อยากจะห่างลูกไปไหน ผู้พันกรันณ์ที่ติดลูกอยู่แล้วยิ่งติดแฝดน้อยหนัก เมื่อวานทันทีที่พาเธอกลับมาถึงบ้านเขาก็เล่นอยู่แต่กับลูกๆ ทั้งวันจนดึกดื่น เสียงพ่อลูกหยอกล้อเล่นกันตลอดทั้งวันทำให้ทุกๆ คนได้แต่มองอย่างเอ็นดู และการกลับบ้านมาหนนี้ผู้พันกรันณ์ตั้งใจว่าจะพาเธอกับลูกน้อยไปเที่ยวทะเล เป็นการไปดูทะเลเป็นครั้งแรกของสองแฝด ตอนแรกราชาวดีก็ดีใจที่จะได้พาลูกน้อยทั้งสองไปเที่ยวทะเล แต่พอรู้ว่าเขาจะพาเธอไปเที่ยวทะเลที่ไหนนี่สิเธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขามีจุดประสงค์อื่นแฝงอยู่ด้วยรึเปล่า ทะเลที่เขาจะพาเธอกับลูกไปอยู่สัตหีบ หึ! ไม่บอกก็รู้ว่าที่นั่นมีอะไรอยู่ เขาจะพาเธอกับลูกไปที่ฐานทัพเรือ ราชาวดีอดคิดไม่ได้ว่าเขากำลังจะเริ่มปลูกฝังลูกๆ ให้รักและผูกพันกับการเป็นทหาร อย่างห้องนอนของลูกเขาก็ยังแต่งสไตส์ทหาร ไหนจะเสื้อผ้าของลูกอีก โตขึ้นลูกของเธอคงไม่แคล้วถูกส่งไปเรียนทหารไม่เหล่าใดก็เหล่าหนึ่งแน่นอน

                “พี่รันคะ สายแล้วนะคะเรายังต้องนั่งรถไปชลบุรีอีกนะ รีบพาลูกไปเปลี่ยนชุดเถอะค่ะ พี่รัน!” เสียงร้องเรียกของราชาวดีทำให้ผู้พันกรันณ์ถึงกับเสียวสันหลังวาบเมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเดินมาทางนี้ ทางด้านสระว่ายน้ำของบ้านที่ตอนนี้เขากำลังจับแฝดน้อยทั้งสองเล่นน้ำอยู่

                “เอาแล้วไง แม่แก้มมาตามแล้ว” เขาหันมาบอกลูกทั้งสองที่ตอนนี้ลอยตัวอยู่ในน้ำโดยมีห่วงยางครอบศีรษะสำหรับเด็กทารกช่วยพยุงตัว

                “ไต๊!!! แอ๊ยยยย” เสียงแฝดน้อยส่งเสียงกันอย่างสนุกสนานกับการว่ายน้ำครั้งนี้ ดูท่าแล้วน่าจะชอบว่ายน้ำเหมือนผู้เป็นพ่อกับแม่ ขาเล็กๆ ป้อมๆ และมือน้อยๆ ขยับไปมาในน้ำโดยมีผู้เป็นพ่อคอยดูแลอย่างใกล้ชิด การให้ลูกน้อยเล่นน้ำแบบนี้ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายภายนอกเท่านั้นแต่ปอดของแฝดน้อยก็จะแข็งแรงขึ้นมากอีกด้วยทำให้ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหืดหอบ อันเป็นโรคต้องห้ามสำหรับการเป็นทหารในอนาคต นอกจากนี้การว่ายน้ำก็จะทำให้แฝดน้อยมี EQ และ IQ สูงขึ้น เป็นเด็กอารมณ์ดี ร่าเริงและมีความสุข และสิ่งที่ผู้เป็นพ่อต้องการมากที่สุดก็คือการให้ลูกได้หัดเรียนรู้กับสัญชาติญาณการเอาตัวรอดในน้ำ เขาตั้งความหวังกับแฝดน้อยเอาไว้สูงมาก หวังอยากจะให้ลูกโตมารับใช้ชาติเหมือนกับเขา อะไรที่เขาพอจะฝึกลูกได้เขาก็จะฝึก อย่างการจะพาแฝดน้อยไปเที่ยวฐานทัพเรือครั้งนี้ก็ด้วย

                “รู้มั้ย ถ้าแม่แก้มรู้ว่าพ่อพาพวกเรามาเล่นน้ำแบบนี้ พ่อโดนแม่แก้มดุแน่ๆ” เขากระซิบบอกกับลูกที่ลอยตัวอยู่ในน้ำมองเขาตาแป๋วอยู่ และพอได้ยินผู้เป็นพ่อพูดด้วย แฝดน้อยก็ยิ่งส่งเสียงใสๆ กันดังลั่นสระว่ายน้ำ ราชาวดีที่ได้ยินเสียงของลูกน้อยจึงรีบเดินมาที่สระ

                “พี่รัน!!!” เธอร้องเรียกสามีเสียงดุทันทีเมื่อมาเห็นลูกน้อยทั้งสองลอยตัวอยู่ในน้ำโดยมีห่วงยางครอบศีรษะของทารกสวมอยู่ ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าการที่เด็กทารกได้ว่ายน้ำนั้นมันจะเกิดผลดีต่อตัวลูกมากมาย แต่คนเป็นแม่ก็อดห่วงลูกไม่ได้อยู่ดี ลูกของเธอยังเด็ก เกิดมีอุบัติเหตุไม่คาดฝันล่ะเธอจะทนได้อย่างไร

                “พี่รันทำไมพาลูกมาเล่นน้ำแบบนี้คะ นี่ยังเช้าอยู่เลยนะ เดี๋ยวลูกก็ไม่สบายเอาหรอก” เธอว่าแล้วดึงเอาแฝดน้อยในห่วงยางเข้ามาหาก่อนจะค่อยๆ ดึงตัวลูกขึ้นจากน้ำแล้วถอดห่วงยางออกก่อนจะเอาผ้าเช็ดตัวที่วางอยู่บนเก้าอี้ริมสระมาห่อตัวลูกน้อยทั้งสองเอาไว้

                “อ๊ายยย ไต๊ๆๆๆ” สองแฝดที่ถูกแม่อุ้มเอาไว้แนบอกชูมือน้อยๆ ลงไปในสระน้ำเหมือนกับอยากจะเล่นต่อจนผู้เป็นพ่อที่ยังอยู่ในน้ำหัวเราะออกมา

                “ดูสิ ชอบว่ายน้ำเหมือนแม่ซะด้วย แก้มจะว่าพี่ไม่ได้นะ เรื่องมาเล่นน้ำเช้านี้น่ะเจ้าแฝดเป็นคนอ้อนขอพี่เอง” พอเขาว่าราชาวดีก็ค้อนใส่ทันทีขณะกอดประคองลูกน้อยทั้งสองเอาไว้แล้วใช้ผ้าผืนนุ่มเช็ดตัวให้ลูกอย่างทะนุถนอม

                “พอแล้วครับ เล่นแค่นี้พอแล้วลูก วันนี้เราจะไปเที่ยวกันต่อนะ ซีลกับเรนเจอร์อยากไปรึเปล่าลูก หืม” เธอก้มลงมาถามลูกอย่างอ่อนโยนแล้วหอมแก้มแฝดน้อยคนละฟอดใหญ่ๆ อย่างแสนรักล้นใจ ซึ่งพอถูกแม่หอมแฝดน้อยก็ชูมือน้อยๆ มากอดแม่อย่างอ้อนๆ ด้วย

                “ขี้อ้อนอะไรเบอร์นั้น” ผู้พันกรันณ์ว่าแล้วขึ้นมาจากน้ำก่อนจะใช้ผ้าอีกผืนมาเช็ดตัวบ้างขณะเข้ามาหาราชาวดีกับลูกที่ยังคงนั่งกอดกันอยู่ที่ริมสระว่ายน้ำ

                “แก้มไม่อยากให้พี่รันเอาลูกมาเล่นน้ำเลย แก้มกลัวลูกจมน้ำ”

                “พี่อยู่ทั้งคน พี่ไม่ปล่อยให้ลูกเราเป็นอะไรหรอก แก้มก็เห็นนี่ครับว่าลูกชอบเล่นน้ำกัน” เขาบอกแล้วก็ก้มลงมาหยอกลูกน้อยเล่นอีกจนคราวนี้แฝดน้อยพากันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันใหญ่ เสียงใสๆ ที่หัวเราะออกมาบ่งบอกให้รู้ว่าทั้งสองคนมีความสุขมากแค่ไหน คุณหญิงกรกชบอกว่าแฝดน้อยไม่เคยอารมณ์ดีกันแบบนี้เลย แต่พอได้เจอพ่อกับแม่ แฝดน้อยก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันทีทันใด ท่าทางจะดีใจที่พ่อกับแม่กลับบ้านมาหา

                “เด็กอะไร น่ารักเป็นบ้า ฮึ่ม! หมั่นเขี้ยว” ว่าแล้วคนเป็นพ่อก็ก้มลงมาหอมซุกไซ้ลูกน้อยทั้งสองในอ้อมแขนของราชาวดีอีกอย่างหมั่นเขี้ยวสุดๆ ยิ่งผู้เป็นพ่อเล่นด้วยแฝดน้อยก็ยิ่งหัวเราะชอบใจกันใหญ่จนราชาวดีต้องหัวเราะออกมาตามกับการเล่นกันของสามคนพ่อลูก

                “แก้มจัดกระเป๋าเรียบร้อยแล้วนะคะพี่รัน พอพี่รันกับลูกอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จเราก็พร้อมเดินทางแล้วล่ะค่ะ แก้มทำมื้อเช้าเป็นของโปรดให้พี่รันด้วยนะคะ” ราชาวดีบอกสามีอีกเมื่อเขากำลังหาเรื่องแทะเล็มเธอ จากที่ซุกไซ้หอมตัวลูกตอนนี้เขากลับซบหน้าเข้ามาที่อกของเธอแทน

                “ของโปรดของพี่งั้นหรอ...ดีเลย กำลังอยากกินนางไม้แสนสวย” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ เพราะถ้าพูดถึงเรื่องกินแล้ว ไม่มีอะไรจะอร่อยได้เท่ากับน้องนางไม้ของเขาทั้งนั้น “ปะ รีบกลับเข้าบ้านกันเผื่อมีเวลากินนางไม้ก่อนกินข้าว”

                “บ้า” ราชาวีว่าเขาอย่างเขินๆ เพราะหลังจากที่คลอดลูกมาก็ดูเหมือนพี่รันจะหิวเธอหนักและหิวบ่อยยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ยิ่งตอนอยู่ที่ฐาน เขาก็ยิ่งจับเธอกินบ่อยๆ ไม่รู้จะหิวอะไรนักหนา

                “เอ๊ะ! แก้ม แก้มดูอะไรนี่สิ” ผู้พันกรันณ์บอกเมื่อเขาสังเกตปากของลูกดีๆ ก่อนจะยิ้มออกมาให้เธอ “นี่ฟันรึเปล่าเนี่ย เจ้าแฝดเริ่มมีฟันกันแล้วแก้ม”

                ราชาวดีมองที่ปากของลูกตามก็เห็นอย่างที่เขาว่า แฝดน้อยเริ่มมีฟันล่างซี่เล็กๆ จุ๋มจิ๋มแล้วสองซี่

                “ถึงว่าสิชอบกัดของเล่น คงจะคันเหงือกกันน่ะค่ะ” เธอยิ้มบอกสามี การได้เห็นพัฒนาการของลูกในแต่ละด้านทำให้คนเป็นพ่อกับแม่อดตื่นเต้นกันไม่ได้ ยิ่งเห็นลูกมีฟันขึ้นทั้งผู้พันกรันณ์กับราชาวดีก็ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่กับการเติบโตของลูกน้อย

                “มีฟันแล้ว โตเป็นหนุ่มแล้ว” ผู้พันกรันณ์แตะมาที่ฟันของลูกๆ อยากหยอกล้อ แฝดน้อยที่คันเหงือกอยู่แล้วก็เลยงับมือผู้เป็นพ่อเข้าให้ คนถูกลูกงับมือก็ดูจะถูกอกถูกใจเข้าไปใหญ่เพราะสำหรับเขา ไม่ว่าแฝดน้อยจะทำอะไรก็มักจะดูน่ารักไปหมด

 

หลังจากที่อาบน้ำเรียบร้อยผู้พันกรันณ์ก็จับแฝดน้อยแต่งชุดทหารเรือสีขาว ที่อกเสื้อข้างซ้ายมีป้ายชื่อของแฝดน้อยพร้อมกับเครื่องหมายรีคอนของทหารนาวิกโยธินบนป้ายชื่อ ส่วนที่อกข้างขวาก็มีแถบแพรและเครื่องหมายฉลามเงินคู่เกลียวคลื่นติดอยู่ด้วย ขวัญตามองดูหลานที่นอนคว่ำอยู่กับเบาะนอนแล้วก็หัวเราะออกมาใหญ่กับชุดของหลาน เพราะชุดนี้เธอเป็นคนซื้อให้ แต่ยศและเครื่องหมายนั้นผู้เป็นพ่อของแฝดน้อยเอามาติดให้ลูกเอง

“ต๊าย เนี่ยนะนักรบรีคอน เป็นหน่วยซีลด้วยอีก คลานยังไม่เป็นเลยจะไปรบกับใครเขาลูก” ขวัญตาว่าแล้วเขย่าของเล่นที่มีเสียงกรุ๊งกริ๊งให้หลานดู แฝดน้อยได้ยินเสียงของเล่นก็พยายามที่จะคลานไปหาของเล่นกัน เท้าเล็กๆ พยายามดันพื้นไปมาทำให้คุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่และคุณอาพากันลุ้นอย่างสุดๆ ที่จะเห็นแฝดน้อยของพวกตนคลานกัน

“มาเร้วๆ มาหาอาขวัญเร็ว ใครมาถึงก่อนเดี๋ยวจะพาไปจีบสาว” ขวัญตาว่าแล้วเขย่าของเล่นเรียกหลานๆ อีก แฝดน้อยก็ยิ่งพยายามจะคลานกัน ผู้กองคณินที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในบ้านเห็นทุกคนกำลังเชียร์ให้หลานคลานก็เข้ามาเชียร์ด้วยอีกคน

                “แอ้!!!” เพราะความเจ็บใจที่ตัวเองคลานไม่ได้ซักทีแฝดน้อยก็ร้องออกมาทันที ท่าทางหงุดหงิดแบบนี้ทุกคนต่างก็ลงความเห็นกันว่าช่างเหมือนกับท่าทางของผู้เป็นพ่อนัก

                “หงุดหงิดเจ็บใจล่ะสิที่ยังคลานไม่ได้น่ะ ใจเย็นๆ ลูก ยังไม่ทันถึงห้าเดือนเลย ฝึกบ่อยๆ เดี๋ยวก็คลานได้” ผู้เป็นพ่อให้กำลังใจก่อนจะจับขอบกางเกงของแฝดน้อยขึ้นคนละข้าง ทำให้เด็กน้อยถูกหิ้วขึ้นกลางอากาศกันทั้งคู่ แล้วก็ดูเหมือนว่าจะชอบถูกหิ้วแบบนี้ด้วยเพราะส่งเสียงหัวเราะชอบใจกันใหญ่

                “ตารัน! ทำไมหิ้วลูกแบบนี้ หยุดเดี๋ยวนี้เลยอย่ามาแกล้งหลานแม่นะ” คุณหญิงกรกชว่าขึ้นทันทีเมื่อเห็นหลานแฝดของตัวเองถูกผู้เป็นพ่อหิ้วไปหิ้วมาอยู่กลางอากาศแบบนี้

                “แต่หลานดูจะชอบกันนะคะคุณป้าขา ดูสิ หัวเราะกันใหญ่เลย” ขวัญตาเห็นด้วยพลางเขย่าของเล่นให้หลานดูอีก แต่งานนี้คุณหญิงกรกชกลับไม่สนใจจะฟังใคร ท่านรีบเข้ามาอุ้มเอาแฝดน้อยหนีจากลูกชายทันที ท่านนายพลปภพเลยได้แต่หัวเราะให้กับความหลงหลานของย่า เพราะตั้งแต่ที่ราชาวดีกลับไปทำงานแล้วคุณหญิงเป็นคนเลี้ยงดูหลาน สายสัมพันธ์ของย่าหลานก็ยิ่งผูกพันกันมากขึ้น

                “เด็กผู้ชายมันก็ต้องเล่นแบบนี้แหละครับแม่ จะให้เอาแต่นอนกอดตุ๊กตาได้ยังไงกัน”

                “ไม่เกี่ยวกันหรอก ตอนรันอายุเท่านี้แม่ก็ไม่เคยจะเห็นรันเล่นอะไรแบบเด็กผู้ชายเลย เอาแต่นอนดูดนิ้วกอดตุ๊กตาทั้งวัน ฝนตกก็ร้องไห้กลัว ฟ้าร้องก็กลัว อะไรนิดอะไรหน่อยก็กลัวไปหมด ไม่เห็นจะมีแววว่าโตขึ้นมาจะเป็นทหารแบบนี้เลย” พอคุณหญิงกรกชว่าแบบนี้ผู้พันกรันณ์ก็ถึงกับหน้าเสียที่ผู้เป็นแม่เอาชีวิตวัยเด็กของเขามาแฉแบบนี้ แฉต่อหน้าใครไม่แฉ มาแฉเขาต่อหน้าเมีย น้องสาวแล้วก็ลูกน้องอย่างผู้กองคณินอีก

                “อุ๊ย! แถวนี้มีคนติดตุ๊กตาด้วย อ่ะๆ ขวัญฝากผู้กองซื้อมา ตอนแรกว่าจะเอามาให้หลาน แต่เปลี่ยนใจละ ให้พี่รันเอาไปนอนกอดแทนละกัน ฮ่าๆๆ” แล้วขวัญตาก็ส่งตุ๊กตาปลาฉลามให้ผู้เป็นพี่ชายสองตัวก่อนจะหัวเราะออกมาลั่น ผู้พันกรันณ์ก็เลยเอาตุ๊กตานั่นแหละตีเข้าที่ศีรษะของเธอเต็มๆ

                “พูดมาก” เขาว่าน้องสาวก่อนจะมองเลยมาทางว่าที่น้องเขยที่ดูจะขยันมาหาน้องสาวของเขาบ่อยเสียเหลือเกิน

                “ผู้กองมารับยัยขวัญไปเรียนหรอ”

                “เปล่าครับ มาเยี่ยมหลานแฝด ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึง”

                “อย่ามาเอาลูกผมเป็นข้ออ้างนะ ที่บอกว่าคิดถึงเนี่ย คิดถึงอาหรือหลาน”

                “หลานครับ”

                “แน่ใจว่าหลาน”

                “ครับ ผมคิดถึงหลานแฝด” พอผู้กองคณินยืนยันแบบนี้ผู้พันกรันณ์ก็หันมาทางน้องสาวทันที

                “ได้ยินมั้ยยัยขวัญ เขาไม่ได้คิดถึงเราเลย ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งนานแทนที่จะคิดถึงแฟนเขากลับไม่คิดถึง ผู้ชายแบบนี้อย่าไปคบนะ ไม่จริงใจ”

                “อ้าว” ทุกคนร้องขึ้นพร้อมกัน นี่เขาจะเอายังไงของเขา ถ้าผู้กองคณินบอกว่าคิดถึงขวัญตาเขาก็ไม่พอใจเพราะหวงน้อง แต่พอบอกว่าไม่ได้คิดถึงขวัญตา กลับหาว่าเขาไม่จริงใจซะอย่างนั้น

                “คนไม่ใช่ แค่หายใจก็ผิด จำเอาไว้นะผู้กอง” ท่านนายพลปภพว่าแล้วยกกาแฟขึ้นจิบ เห็นลูกชายหวงน้องสาวหนักแบบนี้ท่านก็ชักอยากจะแปรพรรคมาเข้าข้างว่าที่ลูกเขยซะแล้วสิ ผู้กองคณินก็พยายามเหลือเกินที่จะพิสูจน์ตัวเอง ส่วนคนหวงน้องก็ยังหวงแบบหน้ามืดตามัวต่อไป นี่ถ้าเมียมันท้องลูกสาวขึ้นมานะ มันได้บ้ากว่านี้แน่

                “นี่จะไปเที่ยวกันไม่ใช่หรอ รีบไปเถอะ เดี๋ยวสายกว่านี้แดดจะแรงเอานะ” ท่านนายพลปภพหันมาบอกลูกชายที่ยังหวงน้องสาวอยู่ หรืออีกนัยก็คือท่านกำลังไล่ลูกชายทางอ้อม ขืนมัวแต่มาจ้องหน้าผู้กองคณินอย่างเอาเรื่องแบบนี้ ผู้กองคณินได้หายใจไม่ทั่วท้องกันพอดี

                “นั่นสิคะ เรารีบไปกันเถอะค่ะพี่รัน” ราชาวดีหันมาบอกเขา อยากรีบพาเขาออกไปเพราะเธอก็เห็นใจผู้กองคณินเหมือนกัน คนอะไรหวงน้องขนาดนี้ ขนาดพี่ชายของเธอยังไม่หวงเธอขนาดนี้เลย

                “ไปก็ได้” คนหวงน้องว่าก่อนจะหันมาทางลูกชายฝาแฝดของตัวเอง “ซีล เรนเจอร์ มาแต่งตัวต่อให้เสร็จเร็วลูก เดี๋ยววันนี้จะพาไปเป็นทหารเรือ”

                “อ้าว ยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกหรอ” ขวัญตาว่าขึ้นเมื่อเห็นพี่สะใภ้ของตนสวมหมวกทหารเรือให้กับแฝดน้อยคนละใบ

                “ยัง” ผู้พันกรันณ์ตอบ “ยังไม่ได้ติดยศ” ว่าแล้วเขาก็ขยับเข้าไปหาลูกน้อยทั้งสองที่ราชาวดีกำลังอุ้มอยู่ก่อนจะเอายศของทหารเรือมาติดที่บ่าเล็กๆ ของแฝดน้อยทั้งสอง

                “เป็นเรือโทละกันนะวันนี้ เอ้า! ผู้หมวดกรินทร์ กับผู้หมวดกวินทร์รายงานตัวหน่อย”

                “แอ๊!!!” แฝดน้อยร้องตอบผู้เป็นพ่ออย่างไม่รู้เดียงสาแล้วก็ยิ้มแป้น ทำให้ผู้ใหญ่หลายๆ คนได้แต่พากันยิ้มให้กับความน่ารักของลูกหลาน เห็นแบบนี้แล้วคุณปู่คุณย่าก็อดใจไม่ไหวอุ้มหลานชายทั้งสองไปกอดและหอมแก้มฟอดใหญ่ เป็นขวัญใจของคนทั้งบ้านเลยก็ว่าได้

                “ดูแลผู้หมวดน้อยทั้งสองให้ดีล่ะ ถ้ากลับมาแล้วหลานพ่อมีรอยข่วนแม้แต่น้อยแกจะโดนดีเจ้ารัน” ท่านนายพลปภพสั่ง ตอนนี้สำหรับท่านหลานแฝดต้องมาเป็นที่หนึ่งเสมอ

                “ทหารย่อมมีบาดแผลเป็นธรรมดาครับพ่อ”

                “เออ เจ้าแฝดมีแผลตรงไหนแกก็จะมีด้วย แผลเหวอะจนหมอไม่รับเย็บเลยล่ะ”

                “ไม่เป็นไรครับ เมียผมเป็นหมอ ผมไม่กลัว” ว่าแล้วคนไม่กลัวที่จะมีบาดแผลก็รับเอาลูกแฝดของตัวเองไปอุ้มก่อนจะกล่าวลาทุกคน แต่ก็ยังไม่วายแอบหันมาขู่ว่าที่น้องเขยของตัวเองก่อนไปอีก กว่าเขาจะออกจากบ้านได้ก็ทำเอาผู้กองคณินใจหายใจคว่ำกันเลยทีเดียว

                “เห็นแบบนี้แล้วก็สงสารเมียมันจริงๆ เลย ได้ผัวบ้าๆ บอๆ แบบนี้” ท่านนายพลปภพว่าก่อนจะหันมาทางผู้กองคณิน

                “ตามสบายเลยนะผู้กอง คนบ้ามันไปแล้ว”

                “ครับท่าน” ผู้กองคณินยิ้มรับคำว่าที่พ่อตาก่อนจะหันมายิ้มให้ขวัญตาอีกคน พี่ชายไม่อยู่แล้วเขาจะได้พาเธอไปเที่ยวบ้าง

 

                การมาเที่ยวทะเลครั้งแรกดูจะตื่นตาตื่นใจสองแฝดเป็นอย่างมาก ทันทีที่ได้เห็นทะเลสีฟ้าสดใสและเรือรบขนาดใหญ่เด็กน้อยทั้งสองก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างตื่นเต้นกันสุดๆ นี่ถ้าพูดได้ก็คงตะโกนโห่ลั่นกันแล้ว ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวคนอื่นๆ และทหารเรือที่อยู่แถวนี้พากันหันมามองอย่างเอ็นดูในความสดใสของแฝดน้อยทั้งสองที่แต่งชุดทหารเรือมากันอย่างเต็มยศ ซ้ำยังมีคุณพ่อที่หล่อเหลาและคุณแม่แสนสวยแบบนี้ ผู้คนเลยอดมองกันไม่ได้

                “อ่ะผู้หมวด ได้ขึ้นเรือรบแล้ว ไหนไปควบคุมเรือแล้วก็ขับเรือให้พ่อกับแม่แก้มนั่งหน่อยซิ” ผู้เป็นพ่อบอกเมื่อพาลูกขึ้นมาเที่ยวบนเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งมีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ขึ้นมาเที่ยวชมดาดฟ้าของเรือด้วย

                “ต๊า!!! ต๊าๆๆ” แฝดน้อยเรนเจอร์ตื่นเต้นอย่างสุดๆ ในขณะที่แฝดคนพี่เอาแต่มองไปรอบๆ อย่างอึ้งๆ งงๆ แล้วชี้มือดูสิ่งนั้นสิ่งนี้ไปเรื่อย

                “ท่าทางลูกจะชอบกันมาก เห็นทีแบบนี้บ้านเราอาจจะได้ทหารเรือแล้วนะคะพี่รัน” ราชาวดีหันมาบอกสามีเมื่อเรนเจอร์น้อยยังคงกรี๊ดกร๊าดกับเรือรบอยู่ ส่วนซีลน้อยก็ดูจะสนใจทะเลมากกว่าเรือรบ ใจคงอยากจะลงเล่นน้ำเต็มแก่แล้ว

                “นั่นสิแก้ม พี่ว่าคงต้องพาไปดูเครื่องบินรบด้วยแล้วล่ะ เผื่อจะมีคนอยากเป็นนักบินรูปหล่อแห่งกองทัพฟ้า”

                “พี่รันดูจะจริงจังกับการให้ลูกเป็นทหารมากเลยนะคะ”

                “ก็พี่รักการเป็นทหารนี่นา พี่ก็อยากให้ลูกเป็นทหารบ้างสิ” ว่าแล้วผู้พันกรันณ์ก็จูงมือราชาวดีเดินดูดาดฟ้าของเรือต่อโดยมีแฝดน้อยนั่งอยู่ในเป้อุ้มเด็กสีกรมท่า ซีลอยู่กับแม่แก้มของตนและเรนเจอร์อยู่กับพ่อรัน ความตื่นเต้นของแฝดน้อยทั้งสองถูกบันทึกเป็นภาพถ่ายเอาไว้มากมายและราชาวดีก็ไม่ลืมที่จะโพสต์ภาพความน่ารักของแฝดน้อยขึ้นไอจีและเฟสบุคด้วย

                พอดูเรือรบเสร็จผู้พันกรันณ์ก็พาลูกเมียมาที่หาดนางรำ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดชมเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร โชคดีที่วันนี้แดดไม่แรงจัดแฝดน้อยทั้งสองที่เพิ่งจะได้ออกจากบ้านมาเที่ยวไกลๆ แบบนี้เป็นครั้งแรกเลยมีแรง มีกำลังคึกคักกันใหญ่ ไม่ว่าผู้เป็นพ่อกับแม่จะพาไปเที่ยว ไปดูไปชมอะไรก็ดูจะถูกอกถูกใจแฝดน้อยตลอด ยิ่งตอนพาไปดูศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา แฝดน้อยผู้ไม่เคยเห็นเต่าทะเลมาก่อนก็พากันจ้องเต่าทะเลด้วยตาแป๋วๆ แทบไม่กะพริบก่อนที่จะส่งเสียงร้องออกมาอย่างถูกใจอีก เห็นลูกสนุกและอารมณ์ดีขนาดนี้ผู้เป็นพ่อกับแม่ก็ยิ่งมีความสุขกับการพาลูกเที่ยว แล้ววันนี้แฝดน้อยก็ไม่ร้องไห้งอแงกันด้วย

                “แก้มรู้แล้วว่าทำไมพี่รันถึงพาแก้มกับลูกมาเที่ยวที่นี่” ราชาวดีพูดขึ้นขณะเดินเล่นอยู่ริมชายหาดกับผู้พันกรันณ์ ทั้งเธอและเขาต่างก็สะพายเป้อุ้มลูกไว้ ตอนนี้แฝดน้อยกำลังส่งเสียงอ้อแอ้อย่างตื่นเต้นกับคลื่นทะเลกันอยู่

                “ทำไมถึงรู้ล่ะครับ” ผู้พันกรันณ์เอื้อมแขนมาโอบรอบเอวบางของเธอเอาไว้ก่อนจะก้มลงมาหา ราชาวดีจึงใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงือที่ใบหน้าให้เขาเบาๆ เขาจึงใช้ผ้าเช็ดหน้าอีกผืนมาซับเหงื่อให้เธอด้วยก่อนจะตามด้วยจูบหน้าผากของเธออย่างแสนรัก

                “ก็เราเคยมากันไม่ใช่หรอคะ ตอนนั้นพี่รันพาแก้มไปที่เกาะพระ พอเสร็จธุระจากที่นั่นพี่รันก็พาแก้มไปดูเรือรบ ไปดูศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลแล้วก็...มาที่นี่ แก้มยังจำวันนั้นได้ดีเหมือนกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเองนะคะ แล้วพอมาวันนี้เราก็ได้กลับมาที่เดิมอีกครั้ง...พร้อมกับพยานรักตัวน้อยๆ ทั้งสอง” ราชาวดีก้มลงมายิ้มให้กับลูกน้อยทั้งสอง คราวนี้ผู้พันกรันณ์จึงหอมแก้มทั้งแม่แล้วก็ลูกอีก แล้วกอดคนที่เขารักทั้งสามคนเอาไว้ในอ้อมแขน

                “ใช่แล้ว พี่อยากพาลูกไปทุกๆ ที่ที่เราเคยไปด้วยกัน กะว่ากลับฐานรอบนี้พี่จะเอาเจ้าแฝดไปด้วย เจ้าแฝดจะได้รู้ว่าพ่อกับแม่เจอกันที่ไหน รักกันได้ยังไงและ...ตัวเองถูกทำขึ้นที่ไหน”

                “บ้า” ราชาวดีผลักอกเขาอย่างเขินๆ เมื่อเขาพูดถึงที่ที่เขากับเธอทำแฝดน้อยขึ้นมาด้วยกัน เขาจึงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

                “จนแล้วจนรอดเราก็ยังไม่ได้ฮันนีมูนกันเลยนะ สามวันสามคืนของพี่ก็ยังไม่ได้จัดเลย เฮ้อ! ภารกิจรัดตัวเลยจริงๆ เนี่ย! จนมีเจ้าแฝดแล้วพี่ก็ยังไม่ได้ทำซักที พี่บกพร่องในหน้าที่ของสามีอีกแล้ว”

                “ไม่หรอกค่ะ” ราชาวดีรีบบอก “แค่แก้มได้อยู่กับพี่รัน ทุกๆ วันมันก็เป็นวันฮันนีมูนของเราแล้วนะคะ ฮันนีมูนแค่ไม่กี่วันหรือจะสู้ทุกๆ วันที่แก้มได้อยู่กับพี่รัน อีกอย่าง...” แล้วเธอก็ก้มหน้าแดงๆ ลงขณะขยับเข้าไปกอดเขาแล้วซบลงมาที่อกอุ่นๆ ของสามีอย่างแสนรัก

                “...ไหนๆ วันหยุดเราก็เยอะหลายวัน แล้วเราก็มาเที่ยวกันแบบไม่มีกำหนดงั้น...ก็ถือว่าครั้งนี้เรามาฮันนีมูนกันก็ได้นี่คะ เวลาเรามีถมเถ จะสามวันสามคืนหรือห้าวันห้าคืนแก้มก็จะอยู่กับพี่รันค่ะ ระหว่างที่อยู่ที่นี่น้องนางไม้จะดูแลพี่รันให้ดีที่สุดเลย” เธอยิ้มบอกเขา มองเพียงแค่ตาก็เข้าใจในความหมายของสิ่งที่เธอเอ่ยแล้ว ผู้พันกรันณ์เลยก้มลงมามองแฝดน้อยที่กำลังพูดคุยกันอยู่ด้วยภาษาเด็กทารกยากที่ผู้ใหญ่จะเข้าใจ

                “จากพยานรัก ตอนนี้กลายมาเป็นก้างขวางคอละ” พอเขาว่า สองพี่น้องที่กำลังคุยกันด้วยเสียงอ้อแอ้ก็เงยหน้าขึ้นมองเขาทันที “กลับบ้านไปอยู่กับคุณปู่คุณย่าเหมือนเดิมมั้ย พ่อกับแม่จะได้ฮันนีมูนกันได้สะดวกๆ เดี๋ยวจะทำน้องให้”

                “ไต๊ต๊า!” พ่อรันพูดอะไรไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือตอนนี้แฝดน้อยอยากจะเล่นน้ำกันแล้วจึงชูมือลงไปในทะเลอีกครั้งแล้วก็พยายามจะดิ้นลงไปหาทะเลเสียให้ได้ คนเป็นพ่อก็เลยได้แต่อ่อนใจก่อนจะหันมายิ้มกับราชาวดี

                “รีบพาเจ้าแฝดเที่ยวแล้วก็รีบกลับที่พักเถอะ พี่อยากฮันนีมูนเต็มแก่แล้ว คืนนี้เจ้าแฝดต้องได้น้องนะ” ราชาวดีแก้มแดงขึ้นมาอีกทันทีกับท่าทีเสือหิวของสามีเมื่อเขาบอกว่าจะทำน้องให้แฝดน้อย หื่นกับเธอตลอดสิ ก็เขาหื่นแบบนี้ไงเธอถึงบอกว่าไม่ต้องฮันนีมูนก็เหมือนทุกๆ วันเป็นวันฮันนีมูนอยู่แล้ว

                เมื่อแฝดน้อยเรียกร้องทะเลเสียขนาดนี้ผู้เป็นพ่อกับแม่ก็ปลดแฝดน้อยออกจากเป้อุ้มทันทีแล้วค่อยๆ อุ้มแฝดน้อยลงไปในทะเล ให้แตะทะเลแค่ส่วนเท้าน้อยๆ เท่านั้นเพราะผิวของเด็กทารกอายุเท่านี้ยังบอบบางอยู่ แต่ถึงจะได้แค่นี้แฝดน้อยก็ฟินกันสุดๆ แล้ว สองแขนเล็กๆ กอดพ่อกอดแม่กันเอาไว้แน่น ในขณะที่ตีเท้าไปมากับน้ำทะเล เรียกได้ว่ามีประสบการณ์ครั้งแรกกับน้ำทะเลดีกันมากๆ ยิ่งเห็นลูกชอบเล่นน้ำแบบนี้ผู้พันกรันณ์ก็ยิ่งพอใจ ไว้ลูกของเขาโตขึ้นกว่านี้ก่อนแล้วเขาจะสอนให้ว่ายน้ำให้คล่องยิ่งกว่าปลาเลย เป็นทหาร นอกจากจะเก่งการรบแล้วก็ควรจะต้องว่ายน้ำให้เก่ง ถึงในอนาคตลูกชายของเขาจะไม่ได้เป็นทหารเรือ แต่อาจจะเป็นทหารอากาศ ทหารบกหรือตำรวจ แต่เขาก็จะต้องให้ลูกของเขาว่ายน้ำเก่ง ให้รู้จักเอาตัวรอดให้ได้ แล้ววันหยุดคราวหน้าเขาจะพาแฝดน้อยไปเที่ยวป่าบ้าง ทั้งภาคป่า ภาคทะเล เอาให้ครบและปลูกฝังตั้งแต่ตอนนี้นี่แหละ

 

                เพราะเที่ยวเล่นสนุกมาทั้งวัน ทันทีที่กลับมาถึงรีสอร์ทแฝดน้อยก็แทบจะหลับกันในทันที พออาบน้ำและได้กินนมอร่อยๆ จากอกแม่แก้มของพวกตนแฝดน้อยก็หลับสนิทกันอยู่ในเตียงนอนสำหรับเด็กแล้ว ราชาวดีก้มลงมามองลูกน้อยของตนหลับอย่างแสนรัก ลูกๆ ของเธอช่างน่ารักอะไรกันแบบนี้หนอ สดใสร่าเริงและแข็งแรง ยิ้มก็หวาน น่ารักกันขนาดนี้ต่อให้ต้องนั่งมองทั้งคืนเธอก็ไม่เบื่อเลย

                “แฝดน้อย...ลูกรักของแม่” เธอไล้แก้มลูกทั้งสองคนเบาๆ ยิ่งแฝดน้อยหน้าเหมือนพี่รันของเธอขนาดนี้เธอก็ยิ่งรักยิ่งหลงลูก ดูสิ แม้แต่ท่านอนก็ยังได้พ่อมาล้วนๆ หวังว่าพอโตขึ้นแล้วจะไม่ดุเหมือนพ่อรันกันนะ

                ตื๊ด!!! ตื๊ด!!! เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอที่ตั้งระบบสั่นเอาไว้ร้องเตือนว่ามีคนโทรเข้า ราชาวดีจึงค่อยๆ ดึงมุ้งมาคลุมเตียงนอนของลูกแบบมีที่กั้นให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปรับสาย

                “สวัสดีค่ะพี่หมออร” เสียงราชาวดีรับสายโทรศัพท์ ผู้พันกรันณ์ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำจึงหันมามองตาม ใครกันโทรมาหาเมียของเขาค่ำๆ มืดๆ แบบนี้

                “ใช่ค่ะ ตอนนี้แก้มอยู่สัตหีบ พาลูกๆ มาเที่ยว อ๋อ เห็นจากในไอจีหรอคะ แฝดน้อยของแก้มน่ารักใช่มั้ยล่ะ โตขึ้นต้องหล่อมากแน่ๆ ได้พ่อมาเยอะ” เธอบอก อย่างไม่รู้ตัวว่าพ่อของลูกกำลังแอบฟังเธอคุยโทรศัพท์อยู่ พอเห็นเธอบอกว่าลูกหล่อเหมือนเขา คนหล่อของเธอก็ยิ้มแป้นก่อนจะเดินไปดูลูกๆ ที่หลับกันอยู่ในเตียงนอนของเด็ก

                “พี่หมออรก็ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลในชลบุรีนี่นา ไว้แก้มจะแวะไปเยี่ยมนะคะ” ราชาวดียังคงคุยสายอยู่กับพี่หมออร หรืออรอุมา แพทย์หญิงรุ่นพี่คนสนิทของเธอกับหมอเอื้อย ผู้พันกรันณ์เห็นว่าอีกฝ่ายที่โทรมาเป็นผู้หญิงจึงไม่ได้สนใจฟังมาก จนกระทั่ง

                “อะไรนะคะ! มีผ่าตัดใหญ่พรุ่งนี้” เสียงร้องอุทานของราชาวดีทำให้ผู้พันกรันณ์หันมามองเธออีกครั้ง ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงของเธอ เขาว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ เลย

                (“ใช่ แก้มช่วยพี่หน่อยเถอะนะ พี่ไม่รู้จะขอให้ใครช่วยจริงๆ เพราะศัลยแพทย์ที่เก่งที่สุดตอนนี้ก็คือแก้ม แล้วแก้มก็มาอยู่ใกล้ๆ กับโรงพยาบาลที่พี่ทำงานอยู่แล้ว นี่ถ้าช่วงบ่ายพี่ไม่ถูกรถเฉี่ยวจนขาหักพี่ก็คงไม่รบกวนแก้มหรอกนะ พี่เข้าใจว่าแก้มมาพักผ่อนกับครอบครัว แต่ว่าคนไข้รายนี้เป็นคนไข้วีไอพีของพี่ ท่านเป็นถึงคุณหญิงของท่านนายพลที่ฐานทัพเรือนี่เลยนะ”)

                “อ้าว แล้วหมอท่านอื่นล่ะคะ”

                (“ถ้าเป็นศัลยแพทย์ล่ะก็ทุกคนติดเคสกันหมดเลย ถ้าจะติดต่อหมอเฉพาะทางจากกรุงเทพฯ ก็ดูจะเสียเวลาไป พี่เห็นแก้มเช็คอินอยู่ที่สัตหีบพอดีเลยนึกถึงแก้มเป็นคนแรก ตอนนี้คนไข้แอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว พี่ให้งดข้าวงดน้ำเตรียมผ่าตัดพรุ่งนี้ ช่วยพี่หน่อยเถอะนะ นี่ขนาดขาหักอยู่แต่พี่ก็ยังทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เลย”) อรอุมาบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนเพราะตนไว้ใจฝีมือการผ่าตัดของราชาวดีมากที่สุด ศัลยแพทย์มือหนึ่งของประเทศ ได้เธอมารักษา คนไข้ก็คงจะสบายใจมากขึ้น

                “เริ่มผ่าตัดกี่โมงคะ”

                (“เก้าโมงเช้าจ้ะแก้ม ไม่นานหรอกนะน้องรัก แล้วพี่จะให้ค่าเสียเวลา ค่านมหลาน ค่าของเล่น เลี้ยงของกินอร่อยๆ มื้อใหญ่เลย แล้วก็...”)

                “ไม่เป็นไรค่ะพี่หมออร” ราชาวดีว่าขึ้น “หน้าที่รักษาคนไข้เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว ถ้าไม่มีหมอคนไหนผ่าตัดแล้วเดี๋ยวแก้มจะไปช่วยผ่าตัดให้ค่ะ ถ้ายังไงพี่หมออรส่งประวัติการรักษาของคนไข้มาให้แก้มนะคะ แก้มจะได้ศึกษาอาการคนไข้ จะได้รักษาได้ถูก”

                (“ได้จ้ะๆ เดี๋ยวพี่ส่งให้ตอนนี้เลยนะน้องรัก โอ๊ยแม่คุณของพี่”)

                ราชาวดีคุยกับอรอุมาต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายลงพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พอดูจากประวัติการรักษาคนไข้และแผนการผ่าตัดของอรอุมาแล้ว นี่ไม่ใช่เคสยากอะไร หนักกว่านี้เธอก็เคยเจอมาแล้ว น่าจะใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น แต่ว่า...ที่เธอกังวลก็คือพี่รันกับแฝดน้อยของเธอนี่สิ อุตส่าห์ได้มาเที่ยวกันพ่อแม่ลูก แล้วจู่ๆ จะให้เธอทิ้งทุกคนไปทำงานเนี่ยนะ

                “มีผ่าตัดหรอ” ผู้พันกรันณ์เดินเข้ามาหาเธอ ก่อนจะประคองเธอไปนั่งด้วยกันที่ปลายเตียง ราชาวดีจึงเอียงตัวมากอดซบอกของเขาอย่างรู้สึกผิด

                “ค่ะ พี่หมออรเกิดอุบัติเหตุขาหักทำให้ผ่าตัดคนไข้เคสสำคัญพรุ่งนี้ไม่ได้ พี่หมออรเห็นแก้มเช็คอินอยู่ที่นี่พอดีเลยขอให้แก้มช่วย”

                “หมอคนอื่นๆ ก็ไม่ว่างหรอ”

                “ทุกคนติดเคสหมดเลยค่ะ ที่สำคัญการผ่าตัดครั้งนี้ค่อนข้างซับซ้อน ต้องเป็นศัลยแพทย์ที่ชำนาญด้านนี้จริงๆ ค่ะถึงจะช่วยได้ ถ้าแก้มไม่ช่วยทางโรงพยาบาลก็คงต้องให้หมอทางด้านนี้จากกรุงเทพฯ เข้ามาช่วย พี่รันขา คนไข้อยู่ตรงหน้าแก้มนี่แล้ว ถ้าแก้มไม่ช่วยแก้มก็ไม่สมควรเป็นหมอหรอกใช่มั้ยคะ”

                “ถ้ามันเป็นหน้าที่แก้มก็ไปทำเถอะนะ พี่เข้าใจ ขนาดพี่มีภารกิจต้องไปทำบ่อยๆ แก้มก็ไม่เคยว่าอะไรพี่เลย แล้วพอถึงเวลาที่แก้มต้องทำภารกิจของแก้มบ้างพี่จะว่าแก้มได้ยังไง แก้มไปรักษาคนไข้เถอะนะ ช่วยชีวิตของเขาให้ได้ ไว้เสร็จงานแล้วพี่จะพาแฝดน้อยไปรับ” ผู้พันกรันณ์บอกอย่างใจดีแล้วอุ้มเธอขึ้นไปนั่งบนตัก

                “แต่ว่า...เรามาฮันนีมูนกันอยู่นะคะ”

                “เรามีเวลาฮันนีมูนกันอีกตั้งหลายวัน ว่าแต่แก้มเถอะ ผ่าตัดครั้งนี้นานมั้ย”

                “เริ่มผ่าตัดเก้าโมงค่ะ สี่ห้าชั่วโมงก็น่าจะเสร็จแล้ว คนไข้คือคุณหญิงโสรภา ภรรยาของท่านนายพลเมธิชัยที่ฐานทัพเรือนี่แหละค่ะ”

                “อ๋อ พี่รู้จัก” ผู้พันกรันณ์ว่าขึ้น “ตอนงานแต่งของเราท่านยังไปอยู่เลย แก้มจำไม่ได้หรอ”

                “ผู้หลักผู้ใหญ่มากันตั้งเยอะ แก้มจำไม่หมดหรอกค่ะว่าใครเป็นใครบ้าง อีกอย่าง...ตอนแต่งงานแก้มมัวแต่มองเจ้าบ่าวเลยไม่ได้มองคนอื่นมาก” เธอว่าเสียงแผ่วอย่างอายๆ แล้วก้มหน้างุด เจ้าบ่าวในงานแต่งวันนั้นก็เลยก้มลงมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ เป็นรางวัลที่เธอพูดจาได้ถูกใจเขา

                “ท่านนายพลกับคุณหญิงท่านเป็นคนดี เป็นรุ่นพี่ของพ่อพี่ด้วย แก้มไปรักษาท่านเถอะนะไม่ต้องห่วงพี่กับลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะดูแลเจ้าแฝดให้แก้มเอง ระหว่างรอแก้มผ่าตัดพี่จะพาเจ้าแฝดไปดูเรือรบอีกรอบ ท่าจะติดใจกันไม่หาย อ้อ เดี๋ยวพี่จะไปส่งแก้มที่โรงพยาบาลด้วยนะดีมั้ย”

                “พี่รันของแก้มน่ารักแล้วก็ใจดีจังเลยค่ะ”

                “พี่ใจดีแค่กับแก้มเท่านั้นแหละ” เขากอดเธอเอาไว้แน่นแล้วจะหอมแก้มเธออีก แต่ราชาวดีก็เอียงตัวหลบจนเขาชะงัก ซึ่งพอเขาชะงักแบบนี้เธอก็เอื้อมตัวขึ้นไปจูบเขาทันที

                “เพื่อเป็นการชดเชยที่แก้มต้องไปทำงานพรุ่งนี้ งั้นคืนนี้แล้วก็คืนวันพรุ่งนี้ไปจนกว่าจะหมดวันหยุดแก้มจะเป็นน้องนางไม้ให้พี่รันจับกินให้หน่ำใจเลยดีมั้ยคะ แก้มจะตามใจพี่รันทุกอย่างเลยนะ” เธอกอดรอบคอเขาเอาไว้ขณะขยับกายลุกขึ้นมานั่งคร่อมทับเขา แล้วค่อยๆ ถลกชายกระโปรงชุดนอนสายเดี่ยวแสนวาบหวิวสีดำของตัวเองขึ้นจนเห็นเรียวขาขาวสวยเกือบทั้งหมดให้คนเป็นสามีได้แต่กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่อย่างปรารถนาเธอสุดๆ แล้วกลิ่นน้ำนมกับกลิ่นตัวลูกที่ตัวของเธอก็ยิ่งทำให้เขาอยากจะซุกไซ้สูดกลิ่นหอมบนตัวเธอให้มากขึ้น

                ครื่นนนนน ครื่นนนนนนน เสียงฟ้าฝนด้านนอกรีสอร์ทหรูระดับห้าดาวผสานกับเสียงลมดูเหมือนจะเป็นใจให้กับค่ำคืนนี้ยิ่งนัก แต่ราชาวดีก็ยังอดห่วงลูกน้อยไม่ได้จึงหันไปมองทางเตียงนอนเด็กที่ตั้งอยู่ข้างเตียง แต่เพราะวันนี้แฝดน้อยเล่นสนุกกันมาทั้งวันแล้วเลยหมดฤทธิ์ คงจะไม่ตื่นขึ้นมากลางดึกกันแล้วเธอจึงหันกลับมาทางสามีอีกครั้งซึ่งเขากำลังซุกไซ้หน้าอกของเธอผ่านทางชุดนอนสายเดี่ยวอยู่

                “อ๊ะ!” เธอเผลอร้องครางออกมาเมื่อถูกขบเม้มที่ยอดทรวงแสนอวบเต่งตึง แล้วมือหนาของสามีก็ค่อยๆ ปลดสายเสื้อชุดนอนของเธอออกอย่างช้าๆ โดยที่เขายังคงซุกไซ้เธออยู่ เธอจึงจับประคองแก้มทั้งสองข้างของเขาเอาไว้จนเขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ นิ้วเล็กๆ ไล้แก้มข้างซ้ายที่มีรอยแผลเป็นอย่างแผ่วเบาจากภารกิจใหญ่ของเขาคราวนั้น แต่ไม่ว่าแผลเป็นนี้จะทำให้หน้าตาเขาดูดุมากขึ้นแค่ไหนแต่พี่รันก็ยังคงหล่อเสมอสำหรับเธอ และลูกน้อยทั้งสองก็ไม่มีใครตกใจกลัวใบหน้าของพ่อด้วย เธอค่อยๆ ก้มลงมาจูบที่รอยแผลแป็นตรงแก้มของเขาอย่างแผ่วเบาและอ้อยอิ่งอยู่นาน ก่อนที่จะค่อยๆ จูบไปทั่วใบหน้าของเขาและมาหยุดลงที่ริมฝีปาก ซึ่งพอเธอประทับจูบลงเขาก็จูบรับเธอทันทีแล้วรั้งเอาเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่น

                “อย่าเพิ่งให้เจ้าแฝดตื่นกันตอนนี้เลย” เขากระซิบบอกกับเธอแล้วพลิกตัวกดเธอลงไปกับเตียงนอนขนาดใหญ่ที่มีมุ้งสีขาวล้อมรอบ ชุดนอนสายเดี่ยววาบหวิวถูกถอดออกให้พ้นทางจนร่างบางขาวผุดผ่องเปลือยเปล่ารอให้เขาได้เชยชม ไม่ว่าจะสำรวจมองให้ละเอียดยังไงเธอก็ดูไม่เหมือนคนที่เคยมีลูกมาก่อน หน้าท้องของเธอแบนราบเนียนสวยจนคนเป็นสามีอดใจไม่ไหวต้องรีบก้มลงไปฝังรอยจูบเอาไว้จนทั่ว ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ขยับขึ้นมาเชยชมทรวงคู่อวบที่เขาติดใจ หวังว่าแฝดน้อยคงไม่ว่าอะไรนะถ้าพ่อจะขอแบ่งกินนมของแม่แก้มด้วย

                ท่ามกลางพายุฝนด้านนอกที่หวานเหน็บ หากแต่ภายในห้องนอนของรีสอร์ทหรูกลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและบทรักแสนเร่าร้อน สองร่างที่เปลือยเปล่ากอดรัดกันเอาไว้แน่นและหยิบยื่นความรักให้แก่กันและกัน ราชาวดีนอนบิดเร้าร่างกายอย่างรัญจวนและมีความสุข เรียวขาสวยทั้งสองข้างถูกจับฟาดเอาไว้กับไหล่ของสามีขณะที่เขากำลังตักตวงความสุขจากร่างงามของเธอ จนเธอต้องสูดปากอย่างซาบซ่านและครางออกมาไม่หยุด ทรวงคู่อวบที่มีปลายยอดสีหวานกระเพื่อมไหวไปตามแรงรักของสามี

                “...พี่รันขา...อ่าห์ ซี๊ดดดด”

                เสียงหวานครางระงมไม่หยุดขณะทอดมองร่างสูงที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามกำลังขยับกายแนบรักเข้ามาในตัวของเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นิ้วสวยๆ ค่อยๆ ลูบไล้ไปตามลอนกล้ามเนื้อซิกแพกหน้าท้องของเขา แตะไปตามรอยแผลเป็นที่เธอคิดว่าดูมีเสน่ห์ จนเมื่อเขาโน้มตัวลงมาหาเธอก็พยุงตัวขึ้นแล้วอ้าปากดูดเม้มที่ยอดอกของเขาบ้าง ลิ้นเล็กๆ ตวัดโลมเลียและกลืนกินเขา ส่วนสะโพกสวยก็ยกขึ้นตอบรับการสอดแนบรักจากเขาอย่างสุขสม

                “แอ้!!!” เสียงลูกน้อยที่นอนอยู่บนเตียงเด็กข้างๆ ส่งเสียงร้อง ทำให้คนเป็นพ่อกับแม่ที่กำลังเสพรักกันอย่างมีความสุขถึงกับชะงัก แม้ตอนนี้ไฟในห้องนอนจะถูกปิดแต่ก็ยังเปิดไฟที่หัวเตียงเอาไว้ทำให้สามารถมองเห็นแฝดน้อยได้

                “อย่าร้องนะลูกนะ ไว้พรุ่งนี้พ่อจะคืนแม่แก้มให้” ผู้พันกรันณ์บอก แต่แฝดน้อยก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด คาดว่าน่าจะละเมอร้องออกมาเท่านั้น เพียงแค่ขยับตัวนิดหน่อยแฝดน้อยก็หลับสนิทกันไปอีกรอบ สองสามีภรรยาจึงหันมาหัวเราะให้กันเบาๆ ก่อนที่ราชาวดีจะผลักตัวสามีลงไปนอนพิงหัวเตียงแล้วเธอจึงตามขึ้นไปนั่งคร่อมทับเขาเอาไว้

                เธอนั่งคร่อมทับเขาแล้วเอนกายลงไปหา ทรวงคู่อวบอิ่มแนบสนิทกับแผ่นอกแกร่งขณะที่เธอจูบคลอเคลียสามีอย่างแสนรัก แต่งงานอยู่ด้วยกันมาขนาดนี้แล้ว วิชารักบนเตียงของเธอถูกเขาสอนให้จนแตกฉานจนรู้หมดแล้วว่าทำแบบไหนแล้วพี่รันของเธอจะมีความสุขอย่างสุดๆ

                “...น้องนางไม้รักพี่รันเหลือเกิน ยัยเอื้อยบอกว่าแก้มหลงผัวหนัก” เธอจรดหน้าผากแตะกันกับหน้าผากของเขาแล้วดึงมือของเขามาบีบนวดที่ทรวงคู่อวบของตัวเองก่อนจะครางออกมาเสียงหวานกับแรงบีบนวด “ใช่ค่ะ แก้มหลงผัวหนักจริงๆ พี่รันของแก้มทั้งหล่อ ใจดี เป็นนักรบที่เก่งกาจกล้าหาญแล้วก็...อร่อยซะขนาดนี้ใครบ้างจะไม่หลงกัน หืม...”

                “ถ้าพี่อร่อยมากงั้นคืนนี้ก็กินให้อิ่มเลยนะ พี่มีแรงให้แก้มเหลือเฟือ”

                “อร่อยๆ แบบพี่รัน กินยังไงก็ไม่อิ่มหรอกค่ะ เพราะงั้นแก้มถึงต้องกินทุกวัน กินบ่อยๆ ด้วย” ว่าจบเธอก็ก้มลงมาจูบซุกไซ้ที่ซอกคอของเขาแล้วฝังรอยจูบเอาไว้หลายจุด จูบผะแผ่วเบาๆ และหนักสลับกันจากซอกคอเลื่อนลงมาจนถึงหน้าอกของเขา เรื่อยลงมาจนถึงบริเวณหน้าท้องรอบๆ สะดือเธอก็ใช้ลิ้นโลมเลียก่อนจะดูดเม้มหนักๆ จนคนที่นอนพิงหัวเตียงอยู่ครางออกมาไม่หยุดและสูดปากอย่างเสียวซ่านเมื่อเธอเลื่อนตัวลงไปเรื่อยๆ

                “อ่ะห์...ซี๊ด แก้ม...” เขาครางออกมาอย่างมีความสุขเมื่อริมฝีปากเล็กๆ แดงระเรื่อของเธอค่อยๆ กลืนกินและครอบครองความแข็งแกร่งของเขาที่ผงาดรับสัมผัสจากเธอ ยิ่งเขาเห็นความแข็งแกร่งนี้ถูกกลืนหายเข้าไปในปากของเธอเขาก็ยิ่งเสียวสะท้านยกสะโพกขึ้นหาเธออีก ราชาวดีรู้ว่าเขาชอบและกำลังมีความสุขก็ยิ่งปรนเปรอรักให้กับเขาอย่างเอาใจ ยั่วยวนเขาอย่างสุดๆ ซึ่งยิ่งเธอกลืนกินเขา เธอก็ยิ่งรู้ว่าพี่รันของเธออร่อยมากแค่ไหนจนเมื่อเขาเกร็งตัวอย่างสุดๆ แล้วก็ปลดปล่อยความสุขสมนี้ออกมาเป็นสารธารแห่งรักเธอก็ไม่รอช้าที่จะกลืนกินจนหมด ก่อนจะใช้มือนุ่มนิ่มรูดความแข็งแกร่งนี้ไปมาเพื่อเตรียมความพร้อมแล้วเธอก็ขยับกายยกสะโพกขึ้นให้กุหลาบงามหวานฉ่ำได้ทำหน้าที่กลืนกินเขาบ้าง

                “อ๊า...อ๊ายยย ซี๊ด” เสียงหวานครวญครางออกมากับความคับแน่นใหญ่โตแม้ว่าก่อนหน้านี้จะถูกเขาสอดกายแนบรักมาแล้ว เธอขยับกายโยกสะโพกไปมาอยู่บนกายของสามี ดึงมือของเขามากอบกุมอกอวบที่กระเพื่อมไหวตามแรงโยกขย่มของตัวเองเอาไว้ แล้วบิดกายควบเขาอย่างยั่วยวน สะบัดผมด้วยท่าทางสุดเซ็กซี่ คนที่นอนอยู่ใต้ร่างของเธอได้แต่มองเธอตาพราว ถูกใจกับลีลายั่วยวนสุดเซ็กซี่ของเมียรักยิ่งนัก แม่น้องนางไม้ของเขา เด็ดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ถ้าหลงผัวหนักแล้วน่ารักได้ขนาดนี้งั้นต่อไปนี้เขาจะทำให้เธอหลงเขาหนักกว่านี้อีก จะทำให้เธอเรียกเขา พี่รันคะ พี่รันขาไม่หยุดเลย

                “ซี๊ดดด...พี่รันขา...” เธอครางเรียกเขาเมื่อเขาขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วโอบกอดเธอเอาไว้แน่นโดยที่สะโพกงามยังคงบดเบียดเข้าหาเขาไม่หยุด ร่างบางยังคงบิดเร้ากายกลืนกินความแข็งแกร่งของเขาอย่างไม่รู้จักอิ่ม เขาจึงรั้งสะโพกของเธอเอาไว้แล้วโถมตัวเข้าไปหาก่อนจะเป็นฝ่ายบุก ขยับสะโพกเข้าไปหาเธอเองอย่างเร็วและแรงมากขึ้น คราวนี้แม่น้องนางไม้ช่างยั่วของเขาถึงกับร้องครางเสียงหลงกอดเขาแน่นไม่ยอมปล่อยเลย คืนนี้ยังอีกยาวนาน แม่นางไม้แสนสวย เล่นยั่วพี่ซะขนาดนี้คืนนี้ก็อย่าหวังเลยว่าเกมรักบนเตียงของเรามันจะจบลงง่ายๆ คืนนี้ได้ครางเรียกชื่อพี่ทั้งคืนแน่

***************************************************************************
ไม่รู้น้องแฝดไปโดนตัวไหนมา อารมณ์ดีคึกคักกันทั้งวันเลย

ตอนหน้า ใครคิดถึงผู้กองคเชนทร์และหน่วยซีลรอติดตามกันค่ะ 
แล้วภารกิจพ่อลูกอ่อนที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังของพ่อรัน จะโหด จะฮาแค่ไหน 
โปรดตดตาม เอ้ย! โปรดติดตามตอนหน้า
*************************
วันจันทร์เจอกันน้า
ปล. สามารถไปอ่านตัวอย่างตอนต่อไปได้ในเพจ นิยายรัก - ปากกานางไม้ นะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 384 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #716 cintharach (@cintharach) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 17:47
    ขอบคุณค่ะ
    #716
    0
  2. #715 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 14:57

    สงสัยหมอแก้มได้ครูดีแบบพี่รันมั๊งถึงได่แซ็ปขนาดนี้ 55 อีกไม่นานคงมีน้องให้เจ้าแฝดแน่ๆ เลย

    #715
    1
  3. #714 kai (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 12:20

    อินมากๆ

    #714
    0
  4. #713 noina235 (@noina235) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 11:19

    รอออออออ

    #713
    0
  5. #712 mayumiiko (@mayumiiko) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 06:11
    เมื่อไหร่จะถึงคิวของผู้หมวดนทีบ้าง​ รอๆนะจ๊ะ
    #712
    1
  6. #711 rattanawaleeoaj (@rattanawaleeoaj) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 01:37
    อยากเห็นพ่อรัน เลี้ยงลูกคนเดี่ยวแล้วค่ะ รอค่ะ
    #711
    1
  7. #710 eve (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 00:16

    ฮูยย.. พ่อแม่ของแฝดน้อย แซ่บกันจริงๆ สงสัยจะมีน้องสาวให้แฝดแล้ว.. อิอิ รอดูภารกิจคุณพ่อลูก 2 ค้าา !! อยากเห็นผู้กองคนิณ พาแฟนเที่ยวด้วยค่ะไรท์

    #710
    1
  8. #709 Nagina Meen (@meenniemeen) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 23:48
    แอดค้างงงง​ ต่อได้ไหม5555
    #709
    1