ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 80 : เพื่อปกป้องเกียรติของตำรวจเอาไว้ (ตอนพิเศษ 8)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,507
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 433 ครั้ง
    1 ก.ค. 62


80.เพื่อปกป้องเกียรติของตำรวจเอาไว้

 

                หลังจากงานเลี้ยงฉลองแต่งงานจบลงและแขกก็ทยอยกันกลับแล้ว แต่หนุ่มสาวคู่หนึ่งก็ยังอยู่ที่โรงแรมไม่ได้กลับไปพักผ่อนหรือปาร์ตี้ต่อกับเพื่อนฝูงที่เอ่ยชวน ฟ้ามุ่ยนั่งจิบนมร้อนอยู่ที่ระเบียงสวนของร้านกาแฟหรูในโรงแรม มีผู้หมวดไกรจักรนั่งอยู่ข้างๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นงานแต่งที่ใหญ่โตหรูหรา แล้วแขกก็เป็นเหล่าทหาร ตำรวจมากมาย มีผู้หลักผู้ใหญ่คนสำคัญของประเทศมากันเยอะ อย่างท่าน ผบ.ทบ. เธอไม่คิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้เจอท่านด้วย หรือแม้แต่ท่านนายพลปภพที่เป็นหนึ่งในผู้ใหญ่คนสำคัญเธอก็ได้เจอท่านอย่างใกล้ชิด ทัศนคติด้านลบของตำรวจค่อยๆ หายไปจากความรู้สึกของเธอเมื่อตลอดเวลาที่เธอได้รู้จักกับผู้หมวดไกรจักร เขาไม่ใช่ตำรวจเลวอย่างที่เธอเคยเจอ เขาเป็นคนที่ดีมากแล้วก็เป็นตำรวจที่ดีมากจริงๆ จนเธอรู้สึกละอายใจที่เคยมองเขาในแง่ลบ เขาตั้งใจทำงานอย่างซื่อสัตย์ ยอมเสียสละความสุขความสบาย ยอมกินเงินเดือนตำรวจที่ไม่ได้มากมายอะไร ยอมที่จะลำบากเพื่อให้ประชาชนรอบข้างเขาสบาย สุภาพและจริงใจ ออกจะดูซื่อๆ ไปเสียด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ฟ้ามุ่ยจะเปิดใจยอมรับเขาและรักเขาในที่สุด รักในความดีของเขาไม่ใช่เครื่องแบบที่เขาแต่งอยู่ ข้อเสียเดียวของเขาที่เธอรู้ดีตอนนี้ก็คือพ่อตำรวจ ตชด. ของเธอขี้อ้อนมาก  เขาขี้อ้อนและติดเธอหนัก แต่ข้อเสียแบบนี้ของเขาฟ้ามุ่ยกลับมองข้ามและแอบชอบเสียด้วยสิ ยิ่งวันนี้เขาพาเธอมาร่วมงานแต่งงานของเพื่อนเธอก็ยิ่งเห็นในความจริงใจของเขามากขึ้น ไม่คิดว่าเขาจะมีเพื่อนฝูงที่ดีมากมายขนาดนี้ เขากุมมือเธอต่อหน้าเพื่อนๆ ของเขา โอบประคองเธอเอาไว้ในอ้อมแขน ใส่ใจดูแลเธอเป็นอย่างดีและแนะนำเธอให้เพื่อนๆ ของเขาได้รู้จัก บอกว่าเธอคือคนรักของเขาอย่างเต็มปากต่อหน้าทุกคนและเชียร์ให้เธอชิงเอาดอกไม้จากเจ้าสาวมาให้ได้ นี่เพิ่งจะคบกันเขาคิดไปถึงเรื่องแต่งงานแล้วหรือ แต่เขาก็คงอยากจะแต่งงานจริงๆ นั่นแหละเพราะเพื่อนๆ ของเขาส่วนใหญ่ก็แต่งงานกันหมดแล้ว

                “วันนี้สนุกมั้ย” เขาหันมาถามเธอก่อนจะใช้กระดาษเช็ดปากมาเช็ดคราบนมออกจากริมฝีปากให้เธออย่างแผ่วเบา

                “สนุกค่ะ คุณหมอเอื้อยเธออัธยาศัยดีมากๆ เป็นกันเองสุดๆ น้องขวัญก็น่ารักช่างพูดช่างจา คุณหมอแก้มก็ยิ่งน่ารักค่ะ สวยแล้วยังอ่อนโยนมากๆ อีก น่าเสียดายที่เธออยู่แต่กับสามีฉันเลยไม่ค่อยได้พูดคุยด้วย สามีเธอดูจะหวงเธอกับลูกมาก” พอได้ฟังฟ้ามุ่ยว่าผู้หมวดไกรจักรก็หัวเราะออกมาทันที

                “รู้แล้วใช่มั้ยว่าทำไมผมถึงย้ายหนีไปเชียงราย”

                “...คุณลืมคุณหมอแก้มได้แล้วจริงๆ หรอคะ” ฟ้ามุ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ แต่วันนี้เธอก็เห็นเขาพูดคุยกับราชาวดีได้อย่างเป็นปกติ แววตาของเขาไม่ได้มีความเศร้าอะไรอีก

                “หึงผมมั้ย” เขาดึงมือของเธอมากุมเอาไว้ ฟ้ามุ่ยก็เลยค้อนใส่

                “ถ้าคุณทำร้ายความรู้สึกของฉัน ฉันก็จะได้รู้ว่าคุณเป็นตำรวจไม่ดี หลอกลวงผู้หญิง”

                “ผมเป็นตำรวจที่ดีนะ” เขาว่าแล้วเอียงศีรษะมาซบบนไหล่เล็กๆ ของเธอ “ผมไม่กล้าเอาเปรียบคุณฟ้า ไม่กล้าทำร้ายคุณฟ้าหรอกนะครับ ผมลืมคุณหมอแก้มไปหมดแล้วนับตั้งแต่วันที่ผมขอจีบคุณฟ้านั่นแหละ ผมเคยอกหักมาก่อนนะ ผมรู้ดีว่าเวลาอกหักหรือถูกคนที่รัก ที่ไว้ใจทรยศน่ะมันเจ็บแค่ไหน ผมไม่อยากให้คุณฟ้าต้องเจ็บแบบนั้นหรอกนะครับ ผมจะดูแลคุณฟ้าให้ดีทั้งตัวและหัวใจเลย เอ็นดูตำรวจผู้น่าสงสารคนนี้หน่อยเถอะนะครับ”

                ฟ้ามุ่ยยิ้มออกมาให้กับความช่างอ้อนของเขา อ้อนซะเธอไม่กล้าดุเลย ใครจะไปรู้กันว่าเธอจะได้แฟนน่ารักขนาดนี้ เขาน่ารักจนเธอลืมพวกตำรวจขี้เก๊กวางมาดข่มคนอื่นไปทั่ว ผู้หมวดไกรจักรของเธอไม่เคยเบ่งใส่ใคร ไม่ขี้เก๊ก เขาดูเป็นเพียงผู้ชายซื่อๆ ที่แสนดี ยิ่งตอนที่เขาอยู่กับเด็กนักเรียน เล่นกับเด็กๆ เขาก็ยิ่งมีเสน่ห์

                “ก่อนกลับเชียงรายเราซื้อขนมไปฝากเด็กๆ ที่โรงเรียนดีมั้ยคะ เด็กๆ ไม่ได้กินขนมกันนานแล้ว” เธอถามเขา ผู้หมวดไกรจักรจึงพยักหน้ารับ

                “จริงสิ คุณหญิงกรกชท่านบอกว่าถ้าจะกลับเชียงรายเมื่อไหร่ให้บอกท่านด้วย ท่านอยากซื้อขนมแล้วก็พวกอุปกรณ์การเรียนฝากไปให้เด็กๆ ที่โรงเรียนของเรา ท่านบอกอีกว่าหากที่โรงเรียนต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ให้รีบบอกท่าน ตอนนี้ท่านมีหลานฝาแฝดให้ได้อุ้มชูแล้ว ท่านเลยเอ็นดูเด็กๆ อยากทำอะไรเพื่อเด็กๆ น่ะ”

                “ทั้งเพื่อนๆ แล้วก็คนรู้จักของผู้หมวดนี่มีแต่คนดีๆ จังเลยนะคะ แม้แต่เพื่อนทหาร ตำรวจก็นิสัยดีกันทั้งนั้น นอกจากพูดคุยเรื่องทั่วไปแล้วฉันก็เห็นทุกคนพูดเรื่องงานกัน ถึงตัวของพวกเขาจะมาร่วมงานแต่งแต่ใจนี่ก็ยังคงห่วงแต่งาน ห่วงแต่การปกป้องประเทศ เห็นพวกเขาทุ่มเทกายใจเพื่อประเทศชาติแบบนี้ประชาชนอย่างฉันก็อดอุ่นใจไม่ได้ค่ะ”

                “ผมบอกแล้ว ตำรวจกับทหารที่ดียังมีอยู่และมีเยอะด้วย ตำรวจเลวๆ ที่คุณฟ้าเคยเจอเป็นแค่ติ่งเล็กๆ ที่ไร้ค่าอย่าได้ใส่ใจเลย ไอ้พวกโกงกินบ้านเมือง เบียดเบียนประชาชนแบบนี้น่ะ จุดจบของพวกมันไม่สวยหรอก นอกจากจะถูกประชาชนสาปแช่งแล้ว ผีบรรพบุรุษที่เคยปกป้องผืนแผ่นดินเอาไว้ก็จะสาปแช่งเหยียบย่ำด้วยเหมือนกัน ไม่มีใครอยากปกป้องคนเลวหรอก”

                “แต่ผู้หมวดของฉันเป็นคนดี เป็นตำรวจที่ดีนะคะ” ฟ้ามุ่ยยื่นมือไปไล้แก้มของเขาเบาๆ “เสียอย่างเดียว ขี้อ้อนไปหน่อย”

                “โธ่คุณฟ้า” แล้วคนขี้อ้อนก็ทำแก้มป่องอ้อนเธออีกให้ฟ้ามุ่ยได้แต่หัวเราะคิกคักออกมา หากแต่ภายในใจกลับมีความสุขมาก วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีของเธอเสียจริง

                สองหนุ่มสาวพูดคุยหยอกล้อกันอยู่ได้สักพัก เมื่อเห็นว่าดึกมากแล้วจึงได้ชวนกันกลับ อีกอย่างผู้หมวดไกรจักรยังคงแต่งเครื่องแบบเต็มยศอยู่ นายตำรวจหนุ่มแต่งเครื่องแบบเต็มยศเดินอยู่ในโรงแรมกับหญิงสาวดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้มันจะดูไม่ดีฟ้ามุ่ยจึงอยากรีบกลับเพื่อให้เขาได้เปลี่ยนชุด ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าตลอดเวลานับตั้งแต่ที่เธอมาร่วมงานเลี้ยงฉลองแต่งงานจนงานเลิกได้มีคนกลุ่มหนึ่งตามจับจ้องมองเธออยู่อย่างปรารถนาและมุ่งร้าย หากแต่ก็ไม่กล้าเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าตอนอยู่ในงานเหล่านายทหาร ตำรวจที่อยู่รอบกายเธอล้วนเป็นคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตและขึ้นชื่อในด้านการรบ การจะเข้าไปกระตุกหนวดของเสือร้ายกลุ่มนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่พวกเขาจึงทำได้เพียงแอบมองเธออยู่ห่างๆ อย่างไม่ให้เธอรู้ตัวเท่านั้น

                “ผมได้ข่าวว่าครูคำปอยเธอท้องแล้วนี่ นี่เราจะได้หลานอีกคนแล้วนะ” ผู้หมวดไกรจักรว่าขณะเดินจูงมือฟ้ามุ่ยออกจากโรงแรมเพื่อตรงไปยังลานจอดรถ

                “ใช่ งั้นต้องซื้อของบำรุงคนท้องไปให้ยัยปอยด้วย ผู้หมวดไปซื้อด้วยกันนะคะ”

                “แน่นอนสิ ซ้อมเอาไว้เผื่อเราจะมีเป็นของตัวเองบ้าง”

                “เอ๋...” ฟ้ามุ่ยหันมามองหน้าเขาทันที นี่เขา...

                ผู้หมวดไกรจักรอมยิ้มออกมาก่อนจะหันมามองทางเธออีก “คุณฟ้าอยากเดินลอดซุ้มกระบี่บ้างมั้ยครับ วันนี้เพื่อนๆ ผมเขาถามกัน เขาบอกว่าถ้าอยากได้ซุ้มกระบี่บ้างให้บอกพวกเขา พวกเขาจะได้เตรียมลางานมาทำให้”

                ลอดซุ้มกระบี่อย่างงั้นหรอ ซุ้มกระบี่ที่ทรงเกียรติอย่างที่เธอได้เห็นในคืนนี้...

                “ฉัน...ฉันเดินลอดซุ้มกระบี่ได้ด้วยหรอคะ”

                “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ผมก็เป็นนายร้อย ตั้งร้อยตำรวจโทนะ” พอเขายิ้มบอกฟ้ามุ่ยก็ยิ้มตามน้ำตาคลอทันที คบกันเป็นแฟนได้แค่เดือนเดียวนี่เขาพูดเรื่องแต่งงานแล้วหรอเนี่ย “แต่ว่า...อย่าใช้กระบี่ของผมตัดหัวตุ๊กตาบนเค้กแบบคุณหมอเอื้อยนะครับ ผมกลัว” เขาว่ายิ้มๆ ก่อนจะหยุดเดินแล้วหันมามองฟ้ามุ่ย เมื่อเห็นว่าเธอน้ำตาคลอเขาจึงยื่นมือมาปาดน้ำตาออกให้เบาๆ

                “ร้องไห้ทำไม ผมชวนลอดซุ้มกระบี่นะ ไม่ได้จะพาไปรบวิ่งฝ่าดงกระสุน...” แล้วผู้หมวดไกรจักรก็พูดอะไรไม่ออกอีกเมื่อฟ้ามุ่ยโผเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่น อ้อมแขนเล็กๆ กอดรัดเขาอย่างแนบแน่นทำให้เขาต้องรีบโอบกอดเธอเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม หัวใจพองโตอย่างมีความสุข

                “ผู้หมวดพูดจริงใช่มั้ย” เสียงเธอถามเขา เขาจึงลูบผมเธอเบาๆ ก่อนตอบ

                “ถ้าไม่รังเกียจตำรวจอย่างผม งั้นแต่งงานกับผมนะ ผมรู้ว่าเราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ผมก็พร้อมจะให้คุณฟ้าเรียนรู้ความจริงใจของผมไปตลอดชีวิตนะครับ รู้มั้ยว่าตำรวจอยู่ชายแดน อยู่แต่ในป่าในเขาน่ะหาคนรักที่จริงใจได้ยาก แต่ตอนนี้ผมได้เจอคุณฟ้าแล้ว ผมไม่อยากเสียคุณฟ้าไป ผมอยากเดินกอดประคองคุณฟ้าลอดซุ้มกระบี่ไปด้วยกันนะครับ”

                “ค่ะ” ฟ้ามุ่ยตอบออกมา พยายามจะกลั้นน้ำตาเอาไว้แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา

                “คุณฟ้าว่าอะไรนะครับ” เธอตอบว่า ค่ะ ตอบว่าค่ะด้วยเรื่องอะไร หรือว่า...

                “ก็ผู้หมวดขอฉันแต่งงานไม่ใช่หรอคะ ฉันก็ตอบตกลงแล้วนี่ไง ถ้าผู้หมวดพร้อมที่จะให้ฉันศึกษาผู้หมวด งั้นฉันก็จะเริ่มศึกษาผู้หมวดให้ละเอียดตั้งแต่วันนี้ค่ะ” ฟ้ามุ่ยยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ครั้งพอเธอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าผู้หมวดไกรจักรกำลังมองเธอด้วยรอยยิ้มแสนหวานอยู่ เขายิ้มกว้างมากกว่าตอนที่เธอตอบตกลงเป็นแฟนกับเขาเสียอีก ก่อนที่มือแกร่งที่หยาบกระด้างจะค่อยๆ ยกขึ้นมาปาดน้ำตาออกให้เธออีกเบาๆ

                “คุณฟ้ารับปากกับผมแล้วนะ! รับปากกับผมแล้วนะครับว่าจะแต่งงานกับผม” เขารีบถามกลับอย่างตื่นเต้นฟ้ามุ่ยจึงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะถูกเขาดึงไปกอดเอาไว้แน่น มันเป็นกอดที่แนบแน่นและอบอุ่นมากกว่าทุกๆ ครั้งเสียอีก เธอไม่เคยรู้สึกมีความสุขแบบนี้มาก่อน อ้อมกอดของเขามันช่างปลอดภัยเหลือเกิน เธอเชื่อว่าหากฝากชีวิตเอาไว้กับเขา เขาจะสามารถปกป้องดูแลเธอได้อย่างแน่นอน จากที่ได้ฟังเพื่อนๆ ของเขาพูดคุยกันตอนอยู่ในงานเลี้ยงมันทำให้เธอรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในนักรบที่เก่งกาจจนเป็นที่ยอมรับของทางกรมตำรวจเลยทีเดียว

                “จะสละโสดอีกรายแล้วหรอครับผู้หมวด” เสียงที่ผู้หมวดไกรจักรไม่คุ้นหูถามขึ้นเขาจึงผละฟ้ามุ่ยออกจากอ้อมกอด แต่พอฟ้ามุ่ยหันไปมองตามเสียงที่ถาม หัวใจของเธอก็กระตุกวูบขึ้นมาด้วยความกลัวจนต้องกอดแขนผู้หมวดไกรจักรเอาไว้แน่นพร้อมๆ กับที่ไปหลบอยู่ด้านหลังของเขา  

                “คุณฟ้า มีอะไรรึเปล่าครับ” เขาหันมาถามเธอเมื่อเห็นว่าฟ้ามุ่ยดูจะกลัวๆ ชายกลุ่มนี้ ซึ่งชายทั้งห้าคนนี้เขาจำได้ว่าเห็นอยู่ในงานเลี้ยงฉลองแต่งงานด้วย แต่เขาก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน รู้เพียงแค่ว่าเป็นตำรวจที่ติดตามผู้เป็นนายมาร่วมงานอีกที เพราะแม้แต่ผู้พันคีรินทร์กับผู้พันกรันณ์ก็ไม่มีใครรู้จักกับตำรวจกลุ่มนี้มาก่อน

                “ผู้หมวดจำเรื่องตำรวจเลวๆ ที่ฉันเคยเล่าให้ฟังได้มั้ยคะ” ฟ้ามุ่ยกระซิบถามเขาอย่างตื่นกลัวและกังวล “พวกนี้แหละ พวกนี้แหละที่ทำให้ฉันกับครอบครัวต้องหนีไป” พอฟ้ามุ่ยบอกแบบนี้ ผู้หมวดไกรจักรก็หันกลับมาทางชายทั้งห้าคนนี้อีกครั้ง ดวงตาคู่คมที่หวานฉ่ำอย่างมีความสุขเมื่อก่อนหน้านี้ตอนนี้แปรเปลี่ยนมาเป็นแข็งกร้าวอย่างน่ากลัวจนแม้แต่ฟ้ามุ่ยเองก็ไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน ผู้หมวดไกรจักรมองดูอีกฝ่ายแล้วพยายามนึกว่าเคยเจอตำรวจทั้งห้านายนี้รึเปล่าตอนที่เรียนอยู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่ดูๆ แล้วเขาไม่คุ้นหน้าตำรวจทั้งห้านายนี่เลย คาดว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ของเขาอยู่หลายปี และน่าจะเรียนจบก่อนที่เขาจะเข้าไปเรียนเสียอีก

                “พวกพี่มีธุระอะไรกับผมรึเปล่า” เขาถามขึ้นเสียงเรียบ แต่ก็ยังคงเรียกอีกฝ่ายว่าพี่ตามธรรมเนียมของรุ่นพี่รุ่นน้องอยู่แม้ว่าจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ตาม

                “พวกพี่ก็ไม่ได้มีธุระอะไรกับผู้หมวดโดยตรงหรอก แต่พวกพี่มีธุระกับน้องฟ้ามุ่ยเขา” ว่าแล้วตำรวจทั้งห้านายก็ยิ้มเยาะขึ้นมา พวกเขารู้จักผู้หมวดไกรจักรดีว่าเป็นตำรวจน้ำดีมากฝีมือและเก่งกาจด้านการต่อสู้ และยิ่งเป็นเพื่อนคนสนิทของผู้พันคีรินทร์กับผู้พันกรันณ์ สองทหารพรานสายบู๊แบบนี้ฝีมือของผู้หมวดหนุ่มคนนี้คงไม่ใช่กระจอกๆ แต่ต่อให้ฝีมือจะดีสักแค่ไหนผู้หมวดไกรจักรก็ถือว่าเป็นรุ่นน้องร่วมสถาบัน ยังไงรุ่นน้องก็ต้องเคารพรุ่นพี่อยู่แล้ว

                “แล้วพวกพี่มีธุระอะไรกับเมียของผมล่ะ” ผู้หมวดไกรจักรถามขึ้นอีก เอาตัวมาบังฟ้ามุ่ยเอาไว้เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาหา

                “เมีย อ้าว ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือนนี่น้องฟ้าคนสวยไปมีผัวแล้วหรอ แหม พวกพี่ล่ะคิดถึงจะแย่”

                “ถอยไปพี่” ตำรวจรุ่นพี่นายหนึ่งเดินเข้ามาจนจะถึงตัวฟ้ามุ่ยอยู่แล้วผู้หมวดไกรจักรจึงผลักอีกฝ่ายให้ถอยห่างอย่างแรงจนรุ่นพี่รายนี้เซถลาไปไกล

                “เป็นตำรวจก็ทำตัวให้สมกับเป็นตำรวจ มาเบียดเบียนประชาชนแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน ผมว่าพวกพี่มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเถอะ ไม่งั้นอย่าหาว่าผมเสียมารยาท”

                “มึงคิดว่ามึงเป็นใครไอ้ผู้หมวด!!!” รุ่นพี่คนที่ถูกผลักชี้หน้าว่าขึ้นในทันที “รุ่นน้องอย่างมึงบังอาจกล้ามามีเรื่องกับพวกกูหรอ พวกกูจะเห็นแก่ที่มึงเป็นพี่น้องร่วมโรงเรียนร่วมอาชีพนะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวหรือเดือดร้อนล่ะก็ส่งตัวน้องฟ้ามุ่ยมาซะดีๆ”

                “ทำไมผมต้องส่งเมียตัวเองให้คนอื่นด้วย เลิกยุ่งกับเมียผมซะแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองให้มันดี แค่นี้ประชาชนก็มองอาชีพตำรวจอย่างเราในด้านลบมามากแล้ว” ผู้หมวดไกรจักรยังคงมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง ไอ้ตำรวจรุ่นพี่พวกนี้มันไม่สมควรเป็นตำรวจเลยจริงๆ ตอนนี้เขาเข้าใจชัดเจนเลยว่าทำไมฟ้ามุ่ยถึงได้เกลียดตำรวจนัก ก็เพราะในสังคมยังมีตำรวจเลวๆ อย่างนี้อยู่ไงบ้านเมืองมันถึงได้ปั่นป่วน ประชาชนเกลียดตำรวจก็เพราะมีตำรวจที่ไม่สมควรจะเป็นตำรวจใช้อำนาจหน้าที่เบียดเบียนประชาชน

                “มึงจะแข็งข้อกับพวกกูใช่มั้ยไอ้ผู้หมวด หึ! ไอ้ตำรวจอยู่ชายแดนอย่างมึงอย่าคิดจะมาทำตัวเบ่งในถิ่นของพวกกู นี่มันเรื่องของพวกกูกับฟ้ามุ่ยมึงอย่ามาเสือก!!!” เมื่ออีกฝ่ายพูดแบบนี้ผู้หมวดไกรจักรก็สุดจะทนแล้วจริงๆ เสียดายที่เรียนจบมาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ดินแดนแห่งสุภาพบุรุษผู้ที่จะมาดูแลทุกข์สุขของประชาชน เขาเชื่อมาตลอดว่าทุกอาชีพก็ต้องมีคนดีเลวปะปนกันไป แต่ก็ไม่คิดว่าเพื่อนร่วมอาชีพจะทำตัวเลวทรามได้ขนาดนี้ ยิ่งเป็นผู้ที่มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนแต่กลับมาทำตัวเลวเสียเองแล้วแบบนี้จะให้ประชาชนที่ไหนเขาเอาความเคารพเชื่อใจมาให้

                “คุณฟ้า ผมฝากกระบี่หน่อยครับ กระบี่นายร้อยเป็นของสูง ไม่สมควรเอามาแปดเปื้อนขยะ” เขาปลดกระบี่และหมวกที่สวมส่งให้ฟ้ามุ่ยถือก่อนจะหันมาทางเหล่ารุ่นพี่ งานนี้หากไม่จัดการให้เด็ดขาดไอ้พวกตำรวจเลวนี่ก็จะยิ่งทำตัวให้เสื่อมเสียหนักจนวงการตำรวจต้องเสียหายไปยิ่งกว่าเดิม จะรุ่นพี่หรือรุ่นน้องตอนนี้เขาก็ไม่สนหรอก ในฐานะของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักสันติราษฎ์ เขาควรสั่งสอนไอ้พวกนี้ให้มันได้รู้ว่าตำรวจที่ดีควรทำตัวอย่างไร

                ผลัวะ!!! ผู้หมวดไกรจักรกระโดดถีบยอดอกของตำรวจรุ่นพี่คนที่เพิ่งจะด่าว่าเขาไปทันทีจนอีกฝ่ายล้มหงายหลังไปอย่างจัง ดูถูกตำรวจชายแดนดีนัก พวกมันรู้จักตำรวจตระเวนชายแดนน้อยเกินไปแล้ว เขาถือปืนออกลาดตระเวนและฝึกการรบเป็นประจำ ตำรวจในเมืองที่บกพร่องในหน้าที่อย่างนี้หรือจะสู้เขาได้

                “มันจะมากไปแล้วนะไอ้ผู้หมวด! กล้าทำแบบนี้กับรุ่นพี่เลยหรอวะ!

                “พวกมึงไม่ใช่รุ่นพี่กู!” ผู้หมวดหนุ่มตอบ ไร้ความเกรงใจใดๆ อีกต่อไปขณะย่างสามขุมเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว “เพื่อนกู รุ่นพี่และรุ่นน้องของกูล้วนเป็นตำรวจที่ดีตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ยกเอาความสงบสุขของประชาชนและบ้านเมืองอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ในวันที่พวกกูแบกปืนออกลาดตระเวนเพื่อปกป้องประเทศ แต่พวกมึงกลับเอาอำนาจหน้าที่ของตำรวจมาใช้รังแกประชาชนอย่างนี้น่ะหรอ!!! พวกมึงมันไม่สมควรเป็นตำรวจหรอก ก็แค่สวะสังคมเท่านั้นล่ะวะ!!!

                ผลัวะ!!! พลัก! ผู้หมวดไกรจักรที่โกรธสุดขีดพุ่งเข้าไปเล่นงานอีกฝ่ายอย่างหนัก ด้วยฝึกซ้อมรบเป็นประจำและต่อสู้กับผู้ร้ายตามชายแดนมาก็มากทำให้ศิลปะการต่อสู้ของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร จัดการไม่ทันไรเหล่ารุ่นพี่ตำรวจทั้งห้าก็ล้มลงไปนอนแผ่หราอย่างไร้ทางสู้อยู่ที่พื้นทันที แล้วพอเห็นว่าอีกฝ่ายหมดโอกาสต่อสู้แล้วผู้หมวดไกรจักรก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตนออกมาถ่ายภาพรุ่นพี่เหล่านี้เอาไว้ทั้งหมดก่อนจะเดินเข้าไปหาคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า

                “ไปลาออกซะ สังคมนี้ไม่ต้องการตำรวจเลวๆ อย่างพวกมึง ถ้าภายในสามวันนี้กูไม่ได้ข่าวการลาออกของพวกมึง เมื่อกี้นี้กูอัดเสียงเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมดแล้ว และตอนนี้กูก็มีรูปของพวกมึงทุกคนแล้วด้วย พวกมึงเลือกเอาว่าจะลาออกจากการเป็นตำรวจเองหรือจะให้กูแฉเอาให้พวกมึงหมดอนาคตกันไปเลย แล้วทีหลังนะ อย่าคิดริมาดูถูกตำรวจตระเวนชายแดนอย่างกู จำใส่หัวเอาไว้ว่า ตำรวจควรทำหน้าที่ของตำรวจให้ดี ไม่ใช่เอาอำนาจนี้มาทำร้ายคนอื่น เสียแรงที่เรียนมาจากโรงเรียนนายร้อยที่ทรงเกียรติ พวกมึงไม่ได้เอาสิ่งที่โรงเรียนสอนมาใช้เลยแม้แต่น้อย ไอ้สวะสังคม!!!

                ผลัวะ!!! แล้วก็เตะซ้ำอีกเป็นการตบท้ายทำเอาเหล่าตำรวจรุ่นพี่พากันรีบถอยหนีกันแทบจะไม่ทัน ก็เคยได้ยินมาอยู่ว่าผู้หมวดไกรจักรนั้นเก่งการต่อสู้และการรบ เรียกได้ว่าเป็นมือหนึ่งของทางกรมตำรวจเลยก็ว่าได้ แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนจริงได้ขนาดนี้ มิน่าล่ะถึงเป็นเพื่อนรวมกลุ่มกับพวกผู้พันคีรินทร์และผู้พันกรันณ์ที่เขาว่าเป็นนักรบฝีมือดีของกองทัพได้ แม้จะเจ็บใจมากแค่ไหนแต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาเอาคืน อีกอย่างเมื่อเทียบกันแล้วก็ดูเหมือนผู้หมวดไกรจักรจะมีพรรคพวกที่ยศใหญ่มากกว่าพวกเขา อำนาจของท่านนายพลปภพมีมากแค่ไหนไม่มีใครกล้าไปต่อกรด้วยหรอก

                ผู้หมวดไกรจักรมองดูเหล่ารุ่นพี่พากันวิ่งหนีอย่างระอา ไม่คิดว่าจะได้มาเจอตำรวจเลวที่ทำตัวเป็นอันธพาลคิดจะฉุดผู้หญิงกลางกรุงแบบนี้ แม้เขาจะโกหกว่าฟ้ามุ่ยเป็นเมียของเขาแต่รุ่นพี่พวกนี้ก็ไม่ได้สนใจ แม้แต่เมียชาวบ้านก็ยังจะฉุดไปตำรวจเลวๆ แบบนี้เขาคงปล่อยให้มาทำลายชื่อเสียงของตำรวจนายอื่นๆ ไม่ได้หรอก นอกจากฟ้ามุ่ยก็ไม่รู้ว่าจะไปทำเลวกับใครเอาไว้อีกรึเปล่า

                “ผู้หมวด...เจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ” ฟ้ามุ่ยเดินเข้ามาถามเมื่อเห็นเขายังคงเอาแต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ แม้เธอจะมั่นใจก็ตามว่าเมื่อก่อนหน้านี้เป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายเล่นงานตำรวจพวกนั้น เคยได้ยินแต่ใครๆ บอกว่าเขาเป็นสายบู๊ แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะเก่งมากแบบนี้ เล่นงานคนไปได้ถึงห้าคนด้วยมือเปล่า ดูๆ แล้วเขาเหมาะกับงานปราบปรามมากกว่างานสอนหนังสือเด็กๆ บนดอยเสียอีก

                “ครับ ผมเจ็บ” ผู้หมวดไกรจักรหันมาตอบพลางรับกระบี่ของเขาคืนมาจากเธอก่อนที่เขาจะมองกระบี่ในมือ กระบี่ที่สูงส่งและมากล้นไปด้วยเกียรติยศ นับตั้งแต่เรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจจนได้พระราชทานกระบี่นายร้อยมาเขาก็ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะทำหน้าที่และรักษาเกียรติของตำรวจให้ดีที่สุด จะซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และประชาชน จะปกป้องทุกคนเอาไว้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต แต่พอมาเห็นรุ่นพี่ตำรวจพวกนี้และพฤติกรรมต่ำๆ เขาก็อดเสียใจไม่ได้

                “...ผมเจ็บที่ใจ” เขาบอกกับเธออีก “ผมพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ปกป้องทุกคนเอาไว้แต่ผมก็ไม่คิดว่าจะยังมีตำรวจเลวๆ คอยทำลายชื่อเสียงของตำรวจด้วยกันอย่างนี้ คนที่เขาตั้งใจทำงานรับใช้ประเทศมาเห็นแบบนี้คุณฟ้ารู้มั้ยครับว่ามันทำให้กำลังใจของเขาสั่นคลอนแค่ไหน ไอ้ตำรวจพวกนี้น่าจะส่งไปอยู่ชายแดนให้หมด ส่งลงใต้เลยก็ได้มันจะได้รู้จักทำตัวให้เป็นประโยชน์ อยู่กลางกรุงแบบนี้มันไม่ต้องคอยระแวงว่าจะถูกคนร้ายเล่นงานเมื่อไหร่ อยู่แบบนี้มันสุขสบายเกินไป”

                “อย่าให้ตำรวจเลวๆ แค่ไม่กี่คนมาทำลายกำลังใจของผู้หมวดสิ ตอนนี้ฉันรู้แล้วนะว่าตำรวจที่ดีก็มีอยู่ มีเยอะด้วย ก็อย่างที่คุณพูด ทุกอาชีพย่อมมีทั้งคนดีและคนเลว คุณเล่นงานพวกเขาไปขนาดนี้พวกเขาคงไม่กล้าแล้วล่ะ” แล้วฟ้ามุ่ยก็ค่อยๆ กุมมือของเขาเอาไว้แล้วส่งยิ้มหวานๆ ให้

                “ฉันภูมิใจในตัวตำรวจที่ดีอย่างคุณนะคะ แล้วต่อจากนี้ไปฉันจะคอยเป็นกำลังใจให้คุณเองค่ะ”

                ผู้หมวดไกรจักรยิ้มออกมาได้อีกครั้งเมื่อได้กำลังใจดีๆ แบบนี้ รอยยิ้มหวานๆ ของเธอทำให้เขามีกำลังใจจริงดังว่า

                “นอกจากผมจะปกป้องประเทศชาติแล้ว ผมจะปกป้องคุณฟ้าด้วยนะครับ ผมจะไม่ยอมให้ใครมารังแกคุณฟ้าอีก ส่วนเรื่องตำรวจเลวๆ นี่...ผมคงปล่อยไปไม่ได้หรอก ขืนปล่อยเอาไว้พวกมันก็มีแต่จะทำลายชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของตำรวจ ผมจะจัดการกับพวกนี้เองรวมถึงตำรวจที่เห็นดีกับการเปิดบ่อนที่คุณฟ้าเคยบอกอีก ต่อไปใครๆ จะได้ไม่ต้องมองว่าตำรวจเป็นผู้ร้ายในชุดเครื่องแบบ ผมต้องปกป้องศักดิ์ศรีของตำรวจเอาไว้ให้ได้”

                “เอาตามที่คุณเห็นสมควรเถอะค่ะ ฉันเชื่อใจคุณ” ฟ้ามุ่ยบอกอีกเมื่อเขาจัดการคล้องกระบี่กลับที่เดิมแล้วโน้มตัวลงมาให้เธอสวมหมวกให้ แล้วพอเขาโน้มตัวลงมาก็ได้สบตากับเธออย่างใกล้ชิดอีกครั้ง

                “เมื่อก่อนหน้านี้เราคุยกันถึงเรื่องไหนนะครับ”

                “เอ๋...” เมื่อก่อนหน้านี้น่ะหรอ...

                “ผมจำได้นะว่ามีคนบอกจะแต่งงานกับผม”

                “หูแว่วรึเปล่าคะ” ฟ้ามุ่ยแกล้งว่าเมื่อสวมหมวกให้เขาแล้วก่อนจะเดินหนีไปทางรถของเขาที่จอดอยู่ เขาจึงรีบเดินตามมาจับมือเธอเอาไว้แน่น

                “คุณฟ้ามุ่ยสวมแหวนญาติของผมแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาด” เขายกมือข้างซ้ายที่เธอสวมแหวนของเขาขึ้นมาจูบเบาๆ ฟ้ามุ่ยก็ยิ่งเขินแต่ก็ไม่ปฏิเสธอะไร เธอสังเกตเห็นว่าทั้งราชาวดี หมอเอื้อยหรือแม้แต่เด็กอย่างขวัญตา ทุกคนต่างก็สวมแหวนญาติของคนรักเอาไว้ นี่เธอ...ได้เข้าสมาคมแม่บ้านทหาร ตำรวจอย่างที่หมอเอื้อยว่าแล้วจริงๆ สิเนี่ย

 

                อีกด้านทางฝ่ายผู้กองคณิน หลังจากที่พาขวัญตามาส่งที่บ้านแล้วเขาก็ทำหน้าที่เป็นหมอนวดให้กับเธอด้วย เพราะหลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนมาใส่ชุดนอนแล้วยัยตัวแสบของเขาก็รั้งให้เขาอยู่ด้วยต่อ บอกว่าฝึกหนักจนปวดเมื่อยไปทั้งตัวแล้วอยากมีคนบีบนวดให้ จะใช้ก้อยหรือนี่ก็ดึกมากแล้ว ทุกคนคงหลับกันแล้วเธอจึงไม่อยากรบกวน

                “ซ้ายนิดๆ ใช่ๆ ตรงนั้นแหละ” เด็กสาวบอกคนรักที่บีบนวดไหล่ให้เธออยู่ที่ห้องนั่งเล่นของบ้าน ผู้กองคณินก็นวดให้เธอไป ให้คำแนะนำเรื่องการฝึกกับเธอไปแต่ก็ดูท่าขวัญตาจะไม่ได้สนใจฟังเพราะตอนนี้กำลังสบายตัวมีคนนวดให้ ไหนจะเพลียๆ เพราะฝึกหนักอีก ยิ่งได้อาบน้ำจนสบายตัวแบบนี้เธอก็ยิ่งเคลิ้ม

                “โอ๊ย! เบาๆ หน่อยสิ เกิดกระดูกฉันหักจะทำยังไง” เธอร้องออกมาอีกเมื่อเขาเผลอบีบไหล่เธอแรงไป ผู้กองคณินก็เลยเอาหมอนอิงบนโซฟามาตีเธอเข้าให้

                “นวดให้แล้วอย่ามาเรื่องมาก มีที่ไหนใช้ผู้ใหญ่นวดให้เป็นเด็กเป็นเล็ก”

                “ใช้ผู้ใหญ่ที่ไหนกัน ใช้แฟนต่างหาก” เด็กสาวยักไหล่ว่าแต่คนเป็นแฟนนี่สิกลับยิ้มออกมาไม่หุบ ดีว่าเธอนั่งหันหลังให้เขาอยู่เลยไม่เห็นรอยยิ้มของเขา

                “ผู้กองรู้มั้ย ถ้าฉันเรียนจบฉันก็จะได้ยศร้อยตรีเลยนะ” ขวัญตาบอกกับเขา

                “งั้นต่อไปต้องเรียกผู้หมวดแล้วสิ”

                “ช่ายยยย” ขวัญตายิ้มแล้วตอบเสียงยานคาง แต่ผู้กองคณินก็พูดต่ออีก

                “ผู้หมวดขวัญตา ยิงปืนไม่เข้าเป้าซักนัด ฝีมือห่วยขนาดนี้อย่าบอกใครเขานะว่าเป็นทหาร”

                “นี่!” เมื่อโดนสบประมาทเข้าให้ขวัญตาก็หันกลับมามองหน้าเขาทันที หนอย บังอาจดูถูกเธอ “ก็ฉันเพิ่งหัดยิงนี่ ฝึกแค่ไม่กี่เดือนจะให้เก่งเป็นสไนเปอร์แบบพี่รันหรอ ฉันก็ไม่ได้มีเวลาฝึกเต็มที่แบบผู้กองนะ ฉันยังต้องอ่านหนังสือเรียนด้วยอีก ถ้าไม่รู้จักพูดให้กำลังใจกันก็กลับไปเลยไป” เธอผลักอกเขาหนีแล้วเชิดหน้าใส่ เชิดหน้าใส่ไม่พอยังปาตุ๊กตาของเล่นของแฝดน้อยใส่เขาด้วยอีก

                “พี่แค่แกล้งแซวเล่นเองนะ”

                “เฮอะ!” ขวัญตามองเขาด้วยหางตาก่อนจะถอยไปนั่งริมโซฟาอย่างงอนๆ ผู้กองคณินเลยได้แต่ส่ายหน้ายิ้มให้กับเด็กน้อยขี้งอนของเขาก่อนที่เขาจะขยับเข้าไปนั่งชิดกับเธอแล้วรวบเอาเธอมากอดไว้แนบอกแล้วจูบขมับของเธอเบาๆ ตั้งแต่ที่ได้รับอนุญาตให้คบกับเธอได้เขาก็พยายามวางตัวให้ดีไม่ให้ก้าวล้ำเส้นที่ผู้พันกรันณ์ขีดเอาไว้ เขารับปากว่าจะไม่รังแกยัยตัวแสบของทุกคนแต่ว่า...ขอแค่ได้กอดได้หอมได้จูบเขาก็พอใจแล้ว

                “พี่พูดให้กำลังใจไม่เก่ง แต่ว่า...พี่กอดเอาไว้อย่างนี้แล้วมีกำลังใจขึ้นมามั้ย หืม” ผู้กองคณินถามอย่างอ่อนโยนแล้วก้มลงมาถามเธอชิดแก้มนวล ขวัญตาเลยถึงกับไปไม่เป็น ประสบการณ์รักยังด้อยอยู่เลยตามการไล่รุกของผู้ใหญ่อย่างเขาไม่ทัน แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าอ้อมกอดของเขามันอุ่นมากๆ ได้กอดกี่ครั้งก็ติดใจ

                “อยากให้มีกำลังใจพรุ่งนี้พาไปเลี้ยงขนมด้วย”

                “ได้เลย” ผู้กองคณินรับปาก “เราไม่ค่อยจะได้อยู่ด้วยกันเลย เวลาขวัญไปเรียน ไปฝึกพี่ก็ทำงาน นานๆ ถึงจะได้เจอกันที พี่อยากอยู่กับขวัญให้นานๆ นะ ที่ชวนไปฝึกยิงปืนที่ฐานก็เพราะว่าพี่อยากจะมีขวัญอยู่ด้วย ขวัญตั้งใจเรียนนะไว้เรียนจบเมื่อไหร่มาทำงานกับพี่”

                “ก็ดี” เธอว่า “ผู้หมวดจะข่มผู้กองให้ดู”

                “จะข่มยังไงก็ตามใจเลย” ผู้กองคณินบอก แต่คำว่า ข่ม ของเขาความหมายต่างจากเธอเยอะ ซึ่งแน่นอนว่าขวัญตาตามเขาไม่ทัน ในหัวของเธอยังคงมีแต่เรื่องจะคอยป่วนและแกล้งเขาอยู่

                นานๆ ทีได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ผู้กองคณินก็อยากจะกอดขวัญตาเอาไว้ให้นานๆ สมกับที่เขาคิดถึง แม้ขวัญตาจะชอบอ้อมกอดของเขามากแค่ไหนแต่พอหันไปมองทางจอทีวีเธอก็ผละหนีออกจากอ้อมกอดของเขาทันทีเมื่อตอนนี้เป็นรายการบันเทิงเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ศิลปินเกาหลีวงโปรดของเธอ

                “อ๊ายยยย GOT7 จะมาเล่นคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ อีกแล้ว แบมแบม โอปป้าของท่านขวัญตา” ว่าแล้วก็ทำท่าจะถลาไปกอดทีวีที่กำลังขึ้นภาพศิลปินคนโปรดของตัวเองอยู่จนผู้กองคณินต้องรีบดึงตัวเธอเอาไว้ จากที่กำลังอารมณ์ดีๆ ตอนนี้เขาเริ่มจะหงุดหงิดแล้วสิ กล้าดียังไงมากรี๊ดผู้ชายคนอื่นต่อหน้าเขายัยเด็กนี่!

                พรึ่บ! เขารีบปิดทีวีทันทีทำเอาติ่งเกาหลีหันมาจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง

                “ทำไมผู้กองทำกับพี่แบมแบมของฉันแบบนี้ ถ้าพี่แบมแบมรู้เข้าเขาจะเสียใจแค่ไหนกันฮะ!!!” เธอโวยเขาขึ้นทันทีแล้วจะเข้ามาแย่งรีโมทไปจากเขา แต่ผู้กองคณินก็ไม่ยอมคืนให้ง่ายๆ พี่แบมแบมของฉันอย่างนั้นหรอ แฟนนั่งหัวโด่อยู่นี่ทั้งคนแทนที่จะสนใจยัยติ่งเกาหลีบ้า!

                “ช่างมันสิ”

                “มัน...จะเรียกพี่แบมแบมว่ามันไม่ได้นะตาวัยทองบ้านี่!

                “เรียกว่ามันไม่ได้ แล้วขวัญล่ะมาว่าพี่เป็นตาแก่วัยทองบ้าได้ยังไง”

                “เมื่อกี้นี้ไม่มีคำว่าแก่เลยนะ”

                “ยังจะมาเถียงอีก!!!” คราวนี้เขาขึ้นเสียงใส่เธอบ้างทำเอาขวัญตาถึงกับอึ้ง หน้าตาเขาไม่ได้มีแววล้อเล่นเหมือนอย่างเคย เขาโกรธเธอจริงๆ

                “ผู้กองเป็นอะไรของผู้กองเนี่ย อยู่ๆ ก็มาทำอารมณ์เสีย เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้ายแล้วแบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าวัยทองได้ยังไง ถ้าหงุดหงิดนักก็กลับไปเลยไป ไปเลยชิ่วๆ” ขวัญตาที่ยังไม่รับรู้ถึงแรงหึงของอีกฝ่ายเข้ามาแย่งเอารีโมทในมือของเขาไปแล้วเปิดทีวีอีกรอบ หวังจะชื่นชมกับพี่แบมแบมแห่ง GOT7 แต่คนที่โกรธและหึงอยู่นี่สิกลับมองเธอตาขวาง

จะเอาแบบนี้ใช่มั้ยยัยเด็กนี่ ได้!!!

แล้วในจังหวะที่ขวัญตากำลังกดเพิ่มเสียงทีวีอยู่ผู้กองคณินที่นั่งอยู่ด้านหลังของเธอก็จัดการล็อกคอเธอเอาไว้ทันทีแล้วดึงเธอเข้าไปหา คนที่กำลังจดจ่ออยู่กับทีวีเลยไม่ทันได้ตั้งตัวถูกจับกดลงไปนอนอยู่กับโซฟาก่อนที่จะถูกคนจับกดขยับตัวขึ้นมานั่งคร่อมทับตัวเธอเอาไว้

“ทำอะไรของผู้กองน่ะ ปล่อยนะ!!!” ในยามนี้วิชาการต่อสู้ป้องกันตัวใดๆ ที่เคยได้เรียนมาไม่สามารถใช้การได้แล้วเพราะคู่ต่อสู้มีฝีมือเหนือกว่าอยู่มาก ผู้กองคณินตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่นขณะโน้มตัวลงมาหาทำให้ขวัญตาต้องรีบหลับตาปี๋แล้วหันหน้าหนี ลมหายใจอุ่นๆ จึงเป่ารดแก้มและต้นคอของเธอจนเธอไม่กล้าขยับตัวไปไหนในขณะที่หัวใจยังเต้นโครมครามอยู่

                “กล้าดียังไงมากรี๊ดผู้ชายคนอื่นต่อหน้าพี่”

                “ฮะ!” พอถูกถามแบบนี้ขวัญตาก็หันมาทางเขาทันทีอย่างลืมตัวว่าเขาโน้มหน้าลงมาใกล้ ปลายจมูกของเธอกับเขาจึงชนกัน ต่างฝ่ายต่างก็แทบจะกลั้นหายใจไปเลย

                “อยู่กับพี่ก็ต้องสนใจแต่พี่ ห้ามสนใจคนอื่น”

                “...ผู้กองหึงพี่แบมแบมเนี่ยนะ”

                “ถ้าเป็นผู้ชาย จะเป็นใครก็หึงทั้งนั้นแหละยัยเด็กบ้า ถ้าพี่ไปชื่นชมผู้หญิงคนอื่นแล้วไม่สนใจเรา เราจะรู้สึกยังไง”

                “ไม่รู้สึก เพราะฉันจะฆ่าผู้กองทิ้ง!!!

                “หึ! แต่พี่ว่าเป็นขวัญมากกว่านะที่จะถูกพี่ฆ่า” ผู้กองคณินแสยะยิ้มใส่แล้วก้มลงมาประกบปิดปากเธอในทันทีทำให้ขวัญตาตกใจจะดิ้นหนี แต่ก็ขยับตัวไม่ได้เมื่อตัวของเธอถูกล็อกและตรึงเอาไว้แน่น นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้จูบกันแบบนี้ ครั้งแรกมันเป็นหลังจากที่เธอกับเขาไปดูคอนเสิร์ต BLACKPINK ด้วยกันคราวก่อน จากนั้นก็ไม่เคยจูบกับเขาแบบนี้อีกเลย มีเพียงแค่กอด หอมแก้ม หากจูบก็เป็นแค่เอาปากแตะกันเฉยๆ คราวนี้พอมาถูกจูบแบบดูดดื่มอย่างที่คู่รักเขาทำกันจริงๆ ขวัญตากลับเหมือนจะไปไม่เป็น เพราะไม่ทันจะได้ตั้งตัวเลยได้แต่นอนตัวแข็งทื่อในขณะที่ผู้กองคณินครอบครองริมฝีปากของเธอด้วยจูบแสนเร่าร้อน

                จากตอนแรกๆ ที่ตกใจและพยายามจะดิ้นหนีจนมานอนตัวแข็งทื่อ ตอนนี้ขวัญตากลับรู้สึกว่าตัวเองตัวอ่อนระทวยไปหมดแล้ว ริมฝีปากของเธอถูกดูดเม้มราวกับเขาจะกลืนกินเธอไปทั้งตัวและขบกัดราวกับจะปรามไม่ให้เธอดื้อหรือซนกับเขาอีก แล้วขวัญตาก็ยิ่งอึ้งไปใหญ่เมื่อเขาสอดลิ้นเข้ามาในปากของเธอ เด็กน้อยที่ตามเกมรักผู้ใหญ่ไม่ทันก็ยิ่งอ่อนระทวยหนัก ไม่มีแม้แต่แรงจะดิ้นหนีอีก สมองของเธอมันโล่งโปร่งไปหมดแม้จะยังมีสติดีอยู่ รับรู้ได้ว่ารสจูบมันหอมหวานแค่ไหน เร่าร้อนเพียงใด มือหยาบๆ ที่ลูบไล้ร่างกายของเธอนี่ก็ด้วย เธอไม่ได้ยินเสียงเพลงจากศิลปินวงโปรดในทีวี ไม่แม้แต่จะได้ยินเสียงการให้สัมภาษณ์ ทุกๆ อย่างมันหยุดนิ่งไปหมดและเหมือนกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน สมองของเธอตอนนี้เหมือนจะหยุดสั่งการ แต่สิ่งที่เข้ามาสั่งการแทนกลับเป็นหัวใจเมื่อเธอค่อยๆ ยกสองแขนขึ้นไปกอดรอบคอของเขาเอาไว้

                “ต่อไปอย่าดื้ออย่าซนกับพี่อีก” ผู้กองคณินสั่งเบาๆ ชิดริมฝีปากของเธอ ใช่ว่าอยากจะรังแกเด็กแบบนี้แต่เขาไม่ชอบเลยที่เห็นเธอสนใจผู้ชายคนอื่นนอกจากเขา ยิ่งเป็นต่อหน้าเขา เขายิ่งไม่ชอบ

                “ตอบพี่มาว่าระหว่างพี่กับไอ้หมอนั่น ขวัญรักใครมากกว่ากัน” เขาพยักหน้าไปทางศิลปินเกาหลีในจอทีวี ขวัญตาที่ยังหลงอยู่กับรสจูบและเรียกสติมายังไม่ทันได้จึงจิ้มนิ้วเล็กๆ มาที่อกของเขา ร้อนผ่าวไปทั้งหน้าและเมื่อเธอจิ้มนิ้วมาที่อกของเขาก็รู้สึกเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตอยู่ที่ปลายนิ้วก่อนที่กระแสไฟฟ้านี้จะแล่นมาที่หัวใจของเธอ

                “ต่อไปจะกรี๊ดผู้ชายคนอื่นต่อหน้าพี่อีกมั้ย” ผู้กองคณินถามอีก เด็กน้อยในอ้อมแขนของเขาจึงส่ายหน้าว่าเธอจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว “แล้วลับหลังล่ะ จะทำมั้ย” แล้วเธอก็ส่ายหน้าให้อีก ยัยตัวแสบ กว่าจะหมดฤทธิ์ต้องให้เขาต้องเล่นแบบนี้ ชอบนักรึไงให้เขาต้องดุแล้วก็เล่นบทโหดแบบนี้

                “พี่รักขวัญมากนะ ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบให้คนรักของตัวเองไปกรี๊ดผู้ชายคนอื่นหรอก ต่อให้เป็นลับหลังก็ไม่ชอบ ตอนนี้ขวัญเป็นคนรักของพี่ เรามีสัญญาใจต่อกันอยู่ พี่เข้าใจว่าขวัญยังเด็ก ยังติดเล่นสนุกเป็นเด็กๆ แต่ขวัญก็ต้องเข้าใจพี่ด้วย พี่รัก พี่หวงแล้วพี่ก็หึง พี่อยากเป็นคนที่ขวัญรักมากที่สุด รัก เหมือนกับที่พี่รักขวัญ” เขาเกลี่ยแก้มนวลที่แดงระเรื่อของเธออย่างแผ่วเบาก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบเธออีก คราวนี้ขวัญตาจึงกอดเขาเอาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม ตาแก่วัยทองของเธอน่ารักขนาดนี้ทำไมเธอจะไม่รักเขาล่ะ ไม่คิดว่านอกจากจะเป็นลูกน้องคนสนิทของพี่ชายเธอ มีพี่ชายของเธอเป็นไอดอล เรียนวิชาทหารส่วนหนึ่งมาจากพี่ชายของเธอจนมีนิสัยคล้ายๆ กันแล้วเขาจะยังขี้หึงได้เหมือนกับพี่ชายของเธออีก หึงแม้แต่กับศิลปินเกาหลีเนี่ยนะ

                เสียงรถยนต์ที่แล่นเข้ามาในบ้านทำให้ผู้กองคณินที่กำลังจูบเด็กน้อยในอ้อมแขนต้องรีบผละออกจากเธอ เช่นเดียวกับที่ขวัญตารีบลุกขึ้นนั่งพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดแต่ก็ดูเหมือนจะยากนักเมื่อผู้กองคณินหันมายิ้มให้กับเธออย่างแสนรักแล้วช่วยจัดชุดเสื้อผ้าของเธอให้เรียบร้อย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าจูบก็เถอะ แต่เมื่อก่อนหน้านี้ขวัญตาก็มั่นใจว่าเขาสัมผัสและลูบไล้เนื้อตัวของเธอไปจนทั่วแล้ว และเธอก็เต็มใจให้เขาสัมผัสเธอด้วย ไม่นานก็มีเสียงผู้ใหญ่ของบ้านเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ผู้พันกรันณ์กับท่านนายพลปภพอุ้มแฝดน้อยที่กำลังหลับอุตุอยู่เข้ามาโดยมีราชาวดีเดินประคองคุณหญิงกรกชตามเข้ามาด้วย ทุกคนเบนสายตามาทางสองหนุ่มสาวที่อยู่ในห้องนั่งเล่นทันที ไม่คิดว่าผู้กองคณินจะยังไม่กลับไป พอเห็นพวกเขาผู้กองหนุ่มก็รีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพผู้ใหญ่ของบ้านทุกคนทันทีโดยมีสายตาดุๆ ของผู้พันกรันณ์จ้องอย่างจับผิดอยู่

                “เห็นว่ากลับมาก่อนเพราะอยากรีบพัก แล้วมานั่งทำอะไรกันอยู่ตรงนี้” ผู้พันกรันณ์ถามขึ้นทันที เขาสำรวจการแต่งกายของคนทั้งคู่ว่ามีอะไรผิดปกติมั้ย ผู้กองคณินยังคงแต่งชุดเครื่องแบบเรียบร้อย ขวัญตาถึงจะใส่ชุดนอนแต่ก็เป็นชุดกระโปรงแบบเสื้อแขนยาวสีขาว ผมไม่ได้ยุ่ง น่าจะไม่มีอะไรกันมาก แต่ดึกๆ มาอยู่กันสองต่อสองแบบนี้คนเป็นพี่ที่หวงน้องสาวจัดก็ยังอดรู้สึกไม่พอใจไม่ได้

                “นั่งคุยกันเล่นเฉยๆ ครับ”

                “คุยเรื่องอะไร”

                “พี่รัน” ราชาวดีดึงแขนเสื้อของสามีเอาไว้เบาๆ “อย่าเพิ่งดุเลยนะคะ ผู้กองกับน้องขวัญพวกเขาไม่ค่อยจะได้เจอกัน พอมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันก็มีเรื่องให้พูดคุยกันเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรหรอกนะคะ”

                ถึงเมียจะบอกแบบนี้แต่ก็ใช่ว่าคนอย่างผู้พันกรันณ์จะดูไม่ออก เขามีลูกมีเมียมาขนาดนี้ พลอดรักกันทำยังไงเขารู้ดี ถ้าคุยกันเฉยๆ ทำไมต้องหน้าแดงกันทั้งคู่ ขวัญตาปากบวมขนาดนี้แล้วคนชอบเถียง ชอบโวยวายอย่างเธอเนี่ยนะจะเอาแต่นั่งก้มหน้างุด พลอดรักกันอยู่สิท่า

                “นี่ก็ดึกแล้วอย่าเพิ่งคุยอะไรกันให้มากเลย” ท่านนายพลปภพว่าขึ้น ท่านเองก็ดูออกว่าหนุ่มสาวน่าจะจู๋จี๋กันอยู่ รักกันแต่ก็ห่างกันนาน พอได้มาอยู่ด้วยกันมีหรือจะแค่นั่งมองตากันเฉยๆ แต่เพราะท่านไว้ใจผู้กองคณิน ไว้ใจในความเป็นลูกผู้ชายของเขาจึงไม่อยากจะว่าอะไรมาก เป็นแฟนกัน รักกันมันเรื่องธรรมดาที่จะพลอดรักกันบ้าง แต่ขอแค่ไม่ก้าวล้ำเส้นจนเกินงามท่านก็ไม่ว่าอะไรแล้ว

                “คืนนี้ผู้กองนอนที่นี่ก็ได้ ยัยขวัญก็ไปจัดหาที่หลับที่นอนให้พี่เขาด้วยล่ะ ถ้ามีเรื่องอะไรจะพูดคุยกันก็ค่อยคุยพรุ่งนี้เช้าก็ได้ ห่างกันมานาน ห่างอีกแค่คืนเดียวคงไม่เป็นไรใช่มั้ยผู้กอง”

                “คะ...ครับ ขอบคุณท่านมากครับ” ผู้กองคณินยิ้มออกมาได้เมื่อพ่อตาเข้าใจ แต่ผู้พันของเขานี่สิ ยังจ้องเขาตาดุอยู่เลย โอย อะไรจะหวงน้องขนาดนั้น

                “งั้นก็แยกย้ายกันไปนอนเถอะ แกด้วยรัน รีบเอาลูกเข้านอนนี่มันดึกแล้ว หรือยังไง คืนนี้เอาเจ้าแฝดไปนอนที่ห้องกับพ่อมั้ย”

                “ไม่เป็นไรครับ พ่อกับแม่ไปพักเถอะ วันนี้เจ้าแฝดกินนมไม่เต็มที่เดี๋ยวดึกๆ จะร้องงอแงรบกวนพ่อกับแม่เอา ผมจะดูเจ้าแฝดเองครับ” พอผู้พันกรันณ์บอกแบบนี้ท่านนายพลปภพจึงส่งแฝดน้อยคนที่ท่านอุ้มอยู่มาให้ราชาวดีก่อนที่ท่านจะเดินขึ้นชั้นบนของบ้านไปกับคุณหญิงกรกช

                เมื่อท่านนายพลกับคุณหญิงขึ้นไปนอนกันแล้วผู้กองคณินก็ได้แต่หันมายิ้มเจื่อนๆ ให้กับผู้เป็นนายตนที่ตอนนี้หน้าตาไม่รับแขกอย่างสุดๆ แต่ยังอุ้มลูกอยู่แบบนี้ผู้พันกรันณ์คงไม่เข้ามาเล่นงานเขาหรอกมั้ง

                “ยัยขวัญ ไปเตรียมห้องนอนให้แขกไป” คนหวงน้องสั่งทั้งๆ ที่สายตายังจ้องลูกน้องคนสนิทของตนอย่างเอาเรื่องอยู่ “ส่วนผู้กอง ไว้จัดห้องนอนเรียบร้อยแล้วค่อยขึ้นไป”

                “ไม่เป็นไรครับผู้พัน ผมไปจัดห้องนอนเองก็ได้ครับ”

                “รู้ว่าทำเองได้ แต่ที่ยังไม่ให้ขึ้นไปก็เพราะนี่มันดึกแล้ว หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพังมันไม่ดี เราก็เหมือนกันยัยขวัญ จัดที่หลับที่นอนให้ผู้กองเสร็จแล้วก็รีบเข้านอน ยังไม่ได้พักเลยไม่ใช่รึไง”

                “พี่รันไม่ไว้ใจขวัญหรอ”

                “ไม่” เขาตอบน้องสาวก่อนจะเดินเข้าไปหาเธอแล้วดีดเข้าให้ที่กลางหน้าผาก “ทำอะไรกันจนปากบวมอย่านึกว่าพี่จะไม่รู้นะ ขึ้นไปข้างบนได้แล้วไป” เล่นพูดแบบนี้ขวัญตาก็อายจัดจนไม่กล้าอยู่ต่อ รีบวิ่งขึ้นไปจัดที่หลับที่นอนให้ผู้กองคณินทันที

                “เดี๋ยวแก้มพาลูกขึ้นไปนอนก่อนนะคะพี่รัน” ราชาวดีพูดขึ้นเมื่อเห็นสถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วงอะไรแล้ว ก่อนจะรับลูกอีกคนมาจากเขา

                “ฝันดีนะคะผู้กอง” เธอยิ้มบอกจำเลยของสามีก่อนจะเดินขึ้นบ้านไปอีกคน ผู้กองคณินเลยได้แต่ค้อมศีรษะรับ ใจจริงก็ยังไม่อยากให้เธอไปหรอก เพราะเธอคือไม้กันหมา เอ้ย! ไม้กันผู้พันชั้นดีเลยล่ะ เกิดผู้พันจะเล่นงานเขาขึ้นมาเธอจะได้ช่วยห้ามสามีแสนดุของเธอให้เขา

                เมื่อราชาวดีไปแล้วผู้พันกรันณ์ก็เดินไปนั่งที่โซฟาด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ได้จ้องจะเล่นงานว่าที่น้องเขยอีก ผู้กองคณินจึงได้เบาใจแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัว มองหน้าผู้เป็นนายก็พอจะรู้ว่าเขามีเรื่องจะพูดด้วย

                “ตอนนั่งรถกลับมาลูกน้องพ่อผมโทรมาแจ้งว่าผู้หมวดไกรจักรไปมีเรื่องกับตำรวจกลุ่มหนึ่งที่ลานจอดรถ เขาเล่นงานตำรวจพวกนั้นจนเละเลย ผู้กองรู้มั้ยว่าพวกเขามีเรื่องอะไรกัน”

                “ก็ไม่นะครับ” ผู้กองคณินที่เพิ่งรู้เรื่องนี้ตอบ ปกติผู้หมวดไกรจักรก็ไม่ใช่คนที่ชอบจะมีเรื่องกับใครด้วยสินอกจากพวกคนร้าย วันนี้ตอนอยู่ในงานพวกเขาก็ได้พูดคุยกันเยอะเลยแต่ก็ไม่เห็นผู้หมวดไกรจักรจะเล่าอะไรให้ฟัง งานของเขาที่เชียงรายก็ดูจะเรียบร้อยดี

                “ตำรวจพวกนั้นเป็นตำรวจนครบาล เป็นรุ่นพี่ผู้หมวดไกรจักรหลายปีอยู่ พวกเขาไม่น่าจะรู้จักกันมาก่อน เรื่องนี้เหมือนจะเกี่ยวกับผู้หญิงที่มากับผู้หมวดไกรจักรด้วย”

                “คุณฟ้ามุ่ยน่ะหรอครับ” ผู้กองคณินว่า เขาก็ไม่เห็นเธอจะมีอะไรแปลกนะ ก็น่ารักแล้วก็เข้ากับทุกคนได้เป็นอย่างดี ขนาดขวัญตาที่ว่าแสบๆ ยังบอกเลยว่าชอบคนรักของผู้หมวดไกรจักร “เธอก็เหมือนจะไม่มีอะไรนะครับผู้พัน”

                “ผมก็คิดแบบนั้น” ผู้พันกรันณ์ตอบ “เหมือนตำรวจพวกนั้นจะมีปัญหากันกับคุณฟ้ามุ่ยมากกว่าแล้วผู้หมวดไกรจักรอยู่กับเธอด้วยก็เลยช่วยเธอเอาไว้ ที่ผมถามผู้กองก็เห็นว่าสนิทกันดีกับผู้หมวดไกรจักร เผื่อเขาจะเล่าอะไรให้ฟังบ้าง อีกอย่างลูกน้องพ่อผมก็บอกว่าตำรวจพวกนี้ทำตัวแปลกๆ เหมือนจะใช้อำนาจหน้าที่ในทางไม่ถูกต้อง แล้วก็มีผู้ใหญ่หนุนหลังด้วย ถ้าเกิดมีเรื่องใหญ่โตขึ้นมาผมเกรงว่าผู้หมวดไกรจักรจะถูกเล่นงานเอา ตำรวจอย่างเขา ต่อให้เก่งและดีแค่ไหนก็แพ้คนที่มีอำนาจและยศใหญ่กว่าอยู่ดี ยังไงผู้กองก็ช่วยดูๆ เขาด้วย ไว้ต้องการความช่วยเหลืออะไรค่อยมาบอกผม เพราะถ้าผมคาดการณ์อะไรไม่ผิด เร็วๆ นี้ผู้หมวดไกรจักรอาจได้ทำภารกิจใหญ่ ผมกลัวเขาจะสู้พวกที่มีอำนาจไม่ได้”

                “ผู้พันไม่ต้องห่วงหรอกนะครับ ผมจะช่วยๆ ดูให้ ถ้าผู้หมวดไกรจักรต้องสู้กับพวกคนเลวอีกผมจะรีบหาทางช่วยเขาทันที”

                “อืม ดีแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนแล้วกัน เจ้าแฝดชอบตื่นขึ้นมากลางดึกกัน ผมจะไปดูลูกหน่อย” ว่าแล้วผู้พันกรันณ์ก็เดินขึ้นบ้านไป ให้ผู้กองคณินได้แต่ยิ้มตาม เมื่อก่อนล่ะทำท่าจะฆ่าผู้หมวดไกรจักรเพราะแรงหึงซะให้ได้ วันนี้ตอนอยู่ในงานก็แทบจะไม่คุยอะไรกัน แต่พอลับหลังใครจะรู้ว่าผู้พันกรันณ์ก็ยังคงห่วงใยเพื่อนที่เคยร่วมรบมาด้วยกันอยู่ แต่ก็อย่างว่าล่ะ มิตรภาพความเป็นเพื่อนของพวกเขามันยากที่จะตัดขาดกันได้จริงๆ ยิ่งเคยสู้เสี่ยงตายด้วยกันมาความสัมพันธ์มันจึงไม่ต่างอะไรกับพี่น้องกันแท้ๆ

****************************************************************************************

ผู้กองรังแกน้อง ดูสิ น้องไปไม่เป็นเลย

***************************

วันนี้มาดึกมากเนื่องจากไรท์พักผ่อนไม่ค่อยพอค่ะ (สลบอยู่) ใครนอนแล้วอ่านตอนเช้าเลยแล้วกันนะคะ คำผิดอาจจะมีบ้างเพราะไรท์เบลอๆ อยู่
************
ยังไงก็เจอกันอีกทีวันศุกร์นะคะ
********************
ใคร FC น้องแฝด ตอนหน้าเตรียมชูป้ายไฟให้น้องได้เลยค่ะ 
ภารกิจทำน้องให้แฝดน้อยเริ่มขึ้นแล้ว อิๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 433 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #704 lunlapaitua (@toxicjing) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 21:28
    น่ารักกกกกก ชอบมากกกก จริงๆ พักผ่อนเยอะๆนะคะ^^
    #704
    1
  2. #703 kai (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 17:49

    ผักผ่อนเยอะๆนะไรท์ สุขภาพต้องดีแล้วกำลังใจจะมาเอง

    #703
    1
  3. #702 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 14:10
    รักไร้ท์มากกกกกกฟินสุดๆๆรักทุกคู่นะคะอยากอ่านไปยาวเลยอยากเห็นลูกๆๆของทุกคู่
    #702
    1
    • #702-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 80)
      13 มิถุนายน 2562 / 14:39
      ตอนหน้าฟินกว่านี้อีกจ้า
      #702-1
  4. #701 ตะวัน (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 09:26
    ไรท์ขา... อัพต่อไปเรื่อย ๆ นะคะ จนทุกคน ทุกคู่ มีความสุข แฮ๊บปี้เอ็นดิ้งนะคะ...
    #701
    2
    • #701-1 iinewz (@newasari) (จากตอนที่ 80)
      13 มิถุนายน 2562 / 11:39
      ฟฟฟฟฟ พ. ฟฟ
      #701-1
    • #701-2 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 80)
      13 มิถุนายน 2562 / 12:18
      โอเคจ้า
      #701-2
  5. #700 ท่านขวัญตา (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 08:23

    ไม่อยากให้จบเลย เขียนต่อไปเรื่อยๆ มีอีกเยอะที่ต่อเนื่องกัน ลูกพี่ภู หมอเอื้อย ท่านขวัญตา ผู้กองนที หมวดเกรียงไกรกับฟ้ามุ่ย ยาวๆๆกันไป

    #700
    1
    • #700-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 80)
      13 มิถุนายน 2562 / 12:19
      เปลี่ยนไปอ่่านเรื่องอื่นบ้างเนาะ
      #700-1
  6. #699 sadee (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 07:23

    ส่งกำลังใจให้ไรท์รัวๆๆๆๆๆๆจะได้มีพลังเขียนต่อ ชอบๆๆๆทุกคู่

    #699
    1
    • #699-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 80)
      13 มิถุนายน 2562 / 12:19
      ขอบคุณค่า
      #699-1
  7. #698 Boonr_PANG (@Boonr_PANG) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 06:42
    รักกก ผู้กองคณิน+ท่านขวัญตา
    ดูแลสุขภาพนะคะไรท์
    #698
    1
    • #698-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 80)
      13 มิถุนายน 2562 / 12:19
      รออ่านตอนยาวๆ ของคู่นี้นะคะ รับรองพี่รันได้จี๊ดใจกับคู่นี้แน่นอน
      #698-1
  8. #697 eve (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 00:56

    พักผ่อนเยอะๆ ค่ะไรท์ ขอบคุณที่มาอัฟนิยายให้ค่ะ.. ฟินวนไป แต่แอบห่วงผู้หมวดไกรจักร เจอต่อเข้าแล้วว

    #697
    1
    • #697-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 80)
      13 มิถุนายน 2562 / 12:20
      ขอบคุณนะคะ
      #697-1
  9. #696 Nu_ORN (@1461100042533) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 00:47
    ไม่อยากให้จบเลยคะ อยากให้เขียนไปเรื่อยๆ ฟิน
    #696
    1
    • #696-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 80)
      13 มิถุนายน 2562 / 12:20
      ตอนหน้ามีฉากฟินค่า
      #696-1