ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 74 : มนต์รัก ตชด. (ตอนพิเศษ 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 461 ครั้ง
    17 มิ.ย. 62


74.มนต์รัก ตชด.

 

                เพราะความหลงลูกจัดทำให้ผู้พันกรันณ์ไม่ยอมอยู่ห่างจากรถเข็นของลูกน้อยเลย เขาเข็นรถของลูกมาไว้ที่ข้างเตียงของราชาวดีแล้วก็นั่งเฝ้าทั้งแม่แล้วก็ลูกเอาไว้ แม้ในยามที่พยาบาลเข้ามาดูอาการของราชาวดีเขาก็จ้องพยาบาลว่าจะมาทำอะไรน้องนางไม้ของเขา พอกุมารแพทย์มาตรวจดูสุขภาพของแฝดน้อยเขาก็จ้องกุมารแพทย์ต่ออีกจนเหล่าพยาบาลซุบซิบกันไปทั้งชั้นแล้วว่าคุณพ่อน้องแฝดหวงลูกกับเมียจัด

                “แอ้”

                “เรนเจอร์” เขารีบลุกขึ้นไปหาลูกทันทีเมื่อเห็นแฝดน้องเริ่มขยับตัว ส่วนแฝดพี่ยังคงหลับอยู่ “ว่าไงลูก นอนอิ่มแล้วหรอหืม” เมื่อเห็นว่าแฝดผู้น้องตื่นเขาก็ค่อยๆ ช้อนอุ้มลูกขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน แฝดน้อยลืมตาไม่เต็มดวงตามประสาเด็กแรกเกิดแต่คนเป็นพ่อก็ยิ้มให้กับแววตาแป๋วๆ ที่เห็นเพียงนิดเดียว

                “แอ้” แฝดน้อยดิ้นไปมาแล้วอ้าปากหาวจนเห็นลิ้นเล็กๆ สีชมพู คนเป็นพ่อก็ยิ่งมองอย่างหลงลูกจัด น่ารักน่าชังอะไรแบบนี้กันเนี่ย น่ารักจนไม่อยากวางเลย

                “อะไรกัน เพิ่งตื่นแท้ๆ หาวอีกแล้วหรอ” เป็นครั้งแรกที่เขาทำเสียงสองเวลาคุยกับลูก ก่อนที่มือน้อยๆ ของลูกจะชูขึ้นมาหาเขาแล้วแตะมาที่แก้มและปาก ผู้พันกรันณ์จึงขบเม้มนิ้วเล็กๆ ของลูกเล่นเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ใจละอยากจะฟัดแก้มลูกเต็มแก่แล้ว แต่ลูกเพิ่งคลอดคงยังฟัดไม่ได้ ไว้อายุได้ซักเดือนก่อนเถอะจะฟัดให้สมใจเลย

                “อ้าว ตื่นแล้วหรอ” ผู้พันคีรินทร์ที่เดินกลับเข้ามาในห้องพักคนไข้ของน้องสาวถามขึ้น หลังจากที่ลงไปกินมื้อเช้ากับหมอเอื้อยมา  

                “ตื่นแค่เรนเจอร์พี่” คนเป็นพ่อที่อุ้มลูกอยู่ตอบ “ผมดูๆ แล้วเจ้าแฝดนี่หน้าตาเหมือนกันก็จริงนะแต่นิสัยไม่เหมือนกัน”

                “คลอดเมื่อคืนนี้ แกดูนิสัยออกแล้วหรอ” ผู้พันคีรินทร์ถาม ยอมในความเห่อลูกของน้องเขยจริงๆ

                “ผมนั่งสังเกตมาตั้งแต่เมื่อคืน ซีลเนี่ย จะออกแนวเรียบร้อย นิ่งๆ ส่วนเจ้านี่” เขาพยักหน้าใส่ลกที่อยู่ในอ้อมแขน “นี่แหละตัวแสบ ตอนอยู่ในท้องแม่แล้วดิ้นแรงๆ ผมว่าฝีมือเจ้านี่เลย จริงมั้ยลูก เรนเจอร์เป็นเด็กแสบใช่รึเปล่า หืม” พูดกับพี่เมียเสร็จก็หันมาทำเสียงสองหยอกลูกต่อ ผู้พันคีรินทร์เลยวางถุงของกินลงบนโต๊ะ

                “ฉันซื้อข้าวเช้ากับกาแฟมาให้ มากินข้าวกินปลาก่อนอย่าเพิ่งเห่อลูกให้มาก”

                “ผมยังไม่หิวพี่” อิ่มอกอิ่มใจอยู่ เพราะยิ่งเขาคุยด้วย เขาเล่นด้วยแฝดน้อยเรนเจอร์ก็ยิ่งดิ้นเหมือนจะรับรู้ว่าพ่อกำลังหยอก ผู้พันคีรินทร์เห็นแล้วก็พยักหน้ารับว่าเจ้าหลานคนนี้ถ้าโตขึ้นคงซนกว่าแฝดพี่แน่ๆ แล้วในระหว่างที่สองพ่อลูกกำลังเล่นด้วยกันอยู่เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นก่อนที่ผู้กองคณินจะเปิดประตูออก แล้วก็ตามมาด้วยเสียงของใครอีกหลายคน

                “แฝดน้อย แฝดน้อยหลานย่า” คุณหญิงกรกชที่เดินเข้ามาเป็นคนแรกร้องเรียกหาหลานทันที ผู้พันกรันณ์เลยหันไปทางผู้เป็นพ่อกับแม่ ซึ่งพอเห็นเขาอุ้มลูกอยู่ทั้งคุณปู่ คุณย่าก็รีบพากันกรูเข้ามาหาหลานทันที

                “พ่อคุณหลานย่า น่าตาน่าเอ็นดูจังเลย” ผู้พันกรันณ์ส่งแฝดน้อยในอ้อมแขนให้กับผู้เป็นแม่ก่อนจะหันไปอุ้มแฝดน้อยคนพี่ขึ้นมาส่งให้ท่านนายพลปภพได้อุ้มอีกคน

                “โอ้โห นี่แกย่อส่วนชัดๆ เลยนะรัน” ท่านนายพลปภพบอกลูกชายทั้งรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าหน้าหลานกับหน้าลูกชายมันพิมพ์เดียวกันชัดๆ

                “ที่พ่ออุ้มอยู่นี่แฝดพี่ครับ ส่วนที่แม่อุ้มเป็นแฝดน้อง ผมนี่ตัดสายสะดือให้กับมือเลยนะครับ” เขารีบเล่าประสบการณ์ในห้องคลอดให้ผู้เป็นพ่อกับแม่ฟังอย่างตื่นเต้น คุณปู่คุณย่าก็ยิ่งกอดหลาน อุ้มหลานกันไม่วาง

                “แล้วหมอแก้มเป็นไงบ้าง ได้เห็นหน้าลูกแล้วยัง” คุณหญิงกรกชเดินเข้ามาที่เตียงราชาวดีซึ่งเธอยังคงหลับอยู่

                “ตื่นมาให้นมลูกแล้วรอบหนึ่งครับ แต่ว่ายังเพลียๆ อยู่”

                “แน่สิ แค่คลอดลูกคนเดียวก็จะแย่แล้ว นี่ตั้งสองคน ถึงจะผ่าตัดออกก็เถอะ” คุณหญิงว่าแล้วลูบผมลูกสะใภ้อย่างเอ็นดูและห่วงใย “ดูแลหมอแก้มดีๆ นะตารัน คนท้อง คนเพิ่งคลอดลูกใหม่จะต้องการกำลังใจจากสามีมาก”

                “ครับแม่ ลูกเมียผม ผมดูแลดีอยู่แล้ว” พอเขายิ้มรับคุณหญิงกรกชก็ก้มลงมาชื่นชมหลานในอ้อมแขนต่อทันที ขวัญตาที่เดิมตามทุกคนมาด้วยจึงรีบเข้ามาดูหลานด้วยอีกคน

                “อ๊ายยย หลานอา ทำไมน่ารักแบบนี้” เธอร้องขึ้น คุณหญิงกรกชก็เลยส่งหลานให้เธออุ้มบ้าง

                “หูย แก้มป่อง ปากแดงคิ้วเข้ม โตขึ้นต้องหล่อมากแน่ๆ แต่...น่าเสียดาย”

                “น่าเสียดายอะไร” ผู้พันกรันณ์หันมาถามน้องสาว ขวัญตาก็เลยทำปากยื่นตอบ

                “น่าเสียดายที่ได้พ่อมาเยอะ ถ้าได้แม่กับได้ลุงมาคงหล่อมากกว่านี้”

                “พูดได้ดีๆ” ผู้พันคีรินทร์พยักหน้าเห็นด้วยกับเธอ สองคนนี้อยู่ด้วยกันทีไรพูดจาเข้าขากันตลอดแล้วก็มารวมหัวกันว่าเขา เฮอะ!

                “ผู้หมวดดูสิ ตอนนี้ฉันเป็นคุณอาแล้วนะ” ขวัญตาอุ้มหลานไปให้คนรักของตัวเองดูก่อนจะส่งหลานให้ผู้กองคณินได้อุ้มด้วย

                “พี่ว่าหลานได้พ่อมาก็หล่อเหมือนกันนะ จะได้พ่อหรือได้ลุงมาก็หล่อเหมือนกันแหละ” ผู้กองหนุ่มพูดอย่างเอาใจผู้เป็นนายเมื่อเห็นเขาทำหน้าบึ้งใส่

                “ผู้หมวดกัดฟันพูดใช่มั้ย ใจจริงก็อยากจะบอกว่าถ้าได้พี่ผู้พันมาจะหล่อกว่านี้ใช่รึเปล่า”

                “เปล่าๆ ได้ใครมาก็หล่อเหมือนกันหมด” พอเขายืนยันแบบนี้ขวัญตาก็ทำหน้างอใส่ ผู้กองคณินหรอจะกล้าว่าอะไรพี่ชายเธอ ถ้าเขาหือกับพี่ชายเธอ เขาได้โดนพี่ชายเธอหวงน้องสาวใส่แน่

                “ยังจะเรียกผู้หมวดอยู่อีก ตอนนี้ผู้หมวดคณินเขาเลื่อนยศมาเป็นผู้กองคณินแล้วนะ” ผู้พันกรันณ์ว่าน้องสาวที่ไม่รู้จักโตของเขา

                “จะผู้หมวดหรือผู้กองเขาก็ชื่อคณินอยู่ดี หรือจะให้ขวัญเรียก...พี่คณินดีล่ะ”

                “เออ เรียกผู้หมวดเหมือนเดิมแหละดีแล้ว” ผู้พันกรันณ์ว่า ทุกคนก็เลยหัวเราะออกมาให้กับความหวงน้องไม่เลิก ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปอุ้มลูกคืนจากผู้กองคณิน

                “ดีนะเป็นลูกชาย ถ้าเป็นลูกสาวผมไม่ให้อุ้มหรอก” แล้วคุณพ่อจอมหวงก็อุ้มลูกน้อยไปโอ๋เสียเอง ท่านนายพลปภพเลยหันมากระซิบถามผู้พันคีรินทร์

                “มันหวงลูกขนาดนี้เลยหรอ”

                “ครับคุณพ่อ ขนาดหมอเข้ามาตรวจลูกมัน มันยังจ้องหมอเหมือนหมอจะมาหักแขนหักขาลูกมันเลย”

                “มันเป็นเอามากนะเนี่ย”

                “ครับ เป็นเอามาก ขนาดผมยังเกือบไม่ได้อุ้มหลานเลย”

                “เอามันไปเช็คสมองหน่อยดีมั้ย”

                “ผมก็ว่าจะทำอยู่” แล้วท่านนายพลปภพกับผู้พันคีรินทร์ก็ต้องส่ายหน้าให้กับคนหวงลูกอย่างเอือมๆ ดีละได้ลูกชาย ถ้าได้ลูกสาวผู้พันกรันณ์คงห้ามผู้ชายทุกคนขึ้นมาที่ชั้นนี้แน่ๆ

                หลังจากที่คุณปู่คุณย่ามากันได้สักพักใหญ่ๆ ราชาวดีก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นมาอีกครั้งโดยครั้งนี้รู้สึกดีกว่าเมื่อตอนเช้ามาก เสียงของใครหลายๆ คนทำให้เธอหันไปมองตามแล้วก็เห็นพ่อแม่ของสามีมาอยู่ที่นี่กันแล้ว ทุกคนกำลังชื่นชมหลานชายทั้งสองกันใหญ่ ดูคึกครื้นและอบอุ่นมากๆ

                “อ้าวหมอแก้ม ตื่นแล้วหรอลูก” คุณหญิงกรกชรีบเดินเข้ามาหาเธอ ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นไหว้คุณหญิงและท่านนายพลจนคุณหญิงกรกชต้องรีบเข้าไปประคองเธอเอาไว้เมื่อรู้ดีว่าราชาวดีคงจะเจ็บแผลผ่าตัด

“ยังไม่ต้องลุกหรอกลูกเดี๋ยวเจ็บแผล เป็นยังไงบ้างหืม กว่าจะคลอดแฝดน้อยออกมาคงลำบากมากสิ”

                “ตอนคลอดไม่ค่อยเจ็บหรอกค่ะ ตอนนี้มีแค่เพลียนิดหน่อยกับเจ็บแผล ขอบคุณคุณแม่นะคะที่ห่วงแก้ม”

                “แน่สิ ลูกสาวคลอดลูกทั้งคนจะไม่ให้ห่วงได้ยังไงกัน เอ๊ะ! ท่าทางน้ำนมจะมาเยอะอยู่นะลูก” คุณหญิงกรกชทักอีกเมื่อเห็นอกเสื้อราชาวดีเปียกเนื่องจากมีน้ำนมซึมออกมา “แฝดน้อยกินเก่งมั้ยลูก”

                “ท่าทางจะกินเก่งอยู่ค่ะ เมื่อเช้านี้พอได้กินนมก็แข่งกันกินใหญ่เลย” ราชาวดียิ้มออกมาเมื่อยามนึกถึงตอนที่ให้นมลูก ผู้พันกรันณ์จึงเอาแฝดน้อยทั้งสองมาให้เธอได้อุ้มเพราะเขาคิดว่าเธอคงอยากจะอุ้มลูกอีก อย่าว่าแต่เธอเลย ขนาดเขา เขายังอุ้มไม่อยากวาง

                “ตื่นนานแล้วยังลูก หิวกันอีกรึเปล่าครับ” ราชาวดีก้มลงมาพูดกับลูกน้อยทั้งสองในอ้อมแขน แฝดน้อยที่ตื่นกันแล้วก็เลยขยับตัวมาซุกอยู่ในอกแม่

                “ต๊าย! รู้จักอ้อนแม่ซะด้วย พอแม่อุ้มแล้วก็ซุกอกแม่กันใหญ่” ขวัญตาว่าหลานอย่างเอ็นดู แล้วคราวนี้ก็ดูท่าแฝดน้อยจะไม่ยอมให้ใครมาอุ้มหนีจากอกแม่อีกแล้วเมื่อมือน้อยๆ กำอกเสื้อของราชาวดีเอาไว้แล้วก็หลับกันไปอีกทั้งคู่ คนเป็นแม่จึงได้แต่โยกตัวไปมาเบาๆ เพื่อโอ๋ลูกนอน ผู้พันกรันณ์ไม่เคยเห็นเธอมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย เห็นเธอยิ้มและมีความสุขแบบนี้เขาเองก็พลอยมีความสุขไปด้วย

                “ดูท่าจะติดแม่ซะแล้ว” เขาบอกแล้วก้มลงมาหอมแก้มลูกทั้งสองหนักๆ ไม่รู้ว่ากลิ่นหอมนี่เป็นกลิ่นของอะไรกันแน่ระหว่างกลิ่นของคุณแม่กับคนลูก แต่ที่แน่ๆ อกน้องนางไม้ของเขานุ่มเอามากๆ

                “เอามานี่คนหนึ่งมา เดี๋ยวพี่ช่วยอุ้ม” เขาบอกเธอแล้วจะอุ้มเอาแฝดคนน้องมาแต่เรนเจอร์กลับกำเสื้อของแม่เอาไว้แน่น ยิ่งพ่อจะอุ้มก็ยิ่งซุกตัวเข้าไปหาแม่จนทุกคนพากันขำใหญ่กับความติดแม่ของแฝดน้อย ผู้พันกรันณ์ก็เลยค่อยๆ อุ้มเอาแฝดคนพี่ออกมาแทน

                “ดูๆ ดูพี่ซีลเขาเป็นตัวอย่าง เรียบร้อยไม่งอแง...”

                “แอ้! แว้!!!” เพิ่งจะชมไปหยกๆ แล้วซีลน้อยก็ร้องออกมาทันทีเมื่อห่างอกแม่ ราชาวดีจึงยื่นมือไปรับลูกกลับมาอุ้มตามเดิม ซึ่งแน่นอนว่าพอแม่อุ้มแล้วซีลน้อยก็หยุดร้องแล้วก็กลับมานอนซุกอกแม่เหมือนน้องตามเดิม

                “เด็กแรกเกิดก็แบบนี้แหละ เขาอยู่ในท้องแม่มาตั้งหลายเดือน พออยู่ห่างแม่เขาจะรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะยังปรับตัวและอารมณ์ไม่ได้ แบบนี้เขาเรียกว่าร้องอ้อนแม่ อยากให้แม่อุ้ม การที่แม่สัมผัสตัวเขา เขาจะรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นแล้วยิ่งได้ดมกลิ่นของแม่ด้วยจะทำให้เขาอุ่นใจขึ้น” คุณหญิงกรกชบอกขณะมองหลานทั้งสองอย่างเอ็นดู หลานที่คุณหญิงรอคอยมาตั้งนาน เมื่อก่อนเห็นลูกชายทำงานอยู่แต่ป่า อยู่แต่ชายแดนท่านก็อดห่วงไม่ได้กลัวว่าลูกชายจะไม่ได้แต่งงานสักทีเพราะไม่เคยเห็นเขาจะเคยบอกว่ารัก ว่าชอบสาวที่ไหน อดคิดไม่ได้ว่าหากลูกชายเป็นอะไรไปโดยที่ยังไม่ได้มีลูกเมียบั้นปลายชีวิตของตนคงจะทั้งเหงาแล้วก็อ้างว้างมากแน่ๆ เพิ่งจะเห็นเมื่อปีก่อนนี้แหละที่ลูกชายพาผู้หญิงเข้าบ้านคนแรก หมอแก้ม คุณหมอคนสวยแสนอ่อนโยน ท่านดีใจเหลือเกินเมื่อต่อมาผู้พันกรันณ์บอกว่าจะแต่งงานกับเธอจนในที่สุดตอนนี้ผู้พันกรันณ์ก็มีหลานให้ท่านได้อุ้มชูสมใจแล้ว ซ้ำยังมีทีเดียวถึงสองคนด้วย แม้จะไม่อยากเป็นย่าที่ตามใจหลานเกินไปแต่หากหลานชายสุดที่รักอยากได้อะไรท่านก็คงไม่กล้าขัดหรอก ก็น่ารักกันเสียขนาดนี้นี่นา

 

                ท่านนายพลปภพเองก็เห่อหลานหนักไม่น้อยหน้าใคร ถึงขั้นจัดงานฉลองกันในห้องพักคนไข้ของราชาวดีเลยในทันที ยิ่งมีครอบครัวของหมอเอื้อยมาร่วมด้วยก็ยิ่งดูคึกคักจนห้องพักพิเศษที่ว่ากว้างขวางที่สุดในโรงพยาบาลแล้วดูแคบลงไปถนัดตา แล้วนอกจากนี้ก็ยังมีเหล่าเพื่อนๆ หมอ พยาบาลของราชาวดีมาร่วมแสดงความยินดีด้วย รวมถึงตำรวจ ทหารเพื่อนพี่น้องของผู้พันกรันณ์และผู้พันคีรินทร์ แล้วยิ่งเป็นหลานชายท่านนายพลปภพกับคุณหญิงกรกชก็ยิ่งมีแขกคนใหญ่คนโตเข้ามาแสดงความยินดีกันไม่ขาดสาย ซึ่งท่านนายพลปภพบอกว่าไว้ราชาวดีกับหลานออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ท่านจะจัดงานรับขวัญทั้งแม่ทั้งลูกที่บ้านอีกครั้ง เพราะเมื่อออกโรงพยาบาลแล้วราชาวดีจะเอาลูกกลับไปเลี้ยงที่บ้านของสามีเพราะจะมีคนดูแลแฝดน้อยช่วย ครั้งจะเอาลูกมาเลี้ยงที่บ้านพักของสามีภายในกรมทหารพรานก็ดูจะไม่สะดวด เกิดลูกของเธอร้องไห้งอแงกันกลางดึกคงจะรบกวนเหล่าทหารในกรมกัน

                “โอ้โห เกิดมาปุ๊บก็รวยกันปั๊บเลยนะ” ผู้พันกรันณ์ว่าลูกน้อยทั้งสองที่ราชาวดีอุ้มอยู่แล้วเขี่ยสร้อยคอทองคำจำนวนหลายเส้นที่คอของลูกไปมา หลังงานฉลองรับขวัญแฝดน้อยในตอนค่ำ ซึ่งงานนี้แฝดน้อยได้ของรับขวัญกันมาเยอะมากๆ ทั้งสร้อยทอง ไหนจะกำไลข้อเท้าเด็กอีก เพราะเป็นหลานคนแรกทั้งฝ่ายคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยายเลยทุ่มให้กันแบบไม่อั้น ไหนจะลุงป้าน้าอาอีก

                “มา เดี๋ยวพ่อถอดออกให้จะได้สบายตัว เป็นแค่ทารกห่มแค่ผ้าอ้อมก็พอแล้ว ยังไม่ต้องใส่ทอง” ราชาวดีขำคนพูดกับลูกแบบเป็นตุเป็นตะ ตอนนี้พี่ชายของเธอกับหมอเอื้อยพาครอบครัวของหมอเอื้อยกลับไปพักที่บ้านพักของเขาแล้ว และผู้กองคณินก็พาท่านนายพลปภพ คุณหญิงกรกชและขวัญตากลับไปพักที่บ้านพักเช่นกัน แต่เดี๋ยวคืนนี้คุณหญิงกรกชกับขวัญตาจะมาอยู่เฝ้าราชาวดีที่โรงพยาบาลด้วย เดี๋ยวอีกหน่อยก็คงมากันแล้ว ตอนนี้เธอเลยได้อยู่กับสามีและลูกตามลำพัง

                “พี่รันพักผ่อนบ้างนะคะ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ยังไม่ได้นอนพักเลยนะ” เธอบอกเขาเมื่อเขาจัดการเก็บของรับขวัญให้ลูกเรียบร้อยแล้ว

                “พี่ขอนอนกอดแก้มบนเตียงได้รึเปล่าคืนนี้”

                “เอ๋” ราชาวดีว่าขึ้นเมื่อเขาเดินกลับมานั่งข้างเธอแล้วช่วยเธอประคองลูกทั้งสองกินนมเมื่อแฝดน้อยเริ่มหิวกันแล้ว

                “เดี๋ยวคุณแม่กับน้องขวัญก็จะมานอนเฝ้าแก้มเหมือนกันนะคะ”

                “คุณแม่กับยัยขวัญก็นอนกันที่มุมที่นอนของญาติฟากนู้น ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย” ผู้พันกรันณ์พยักหน้าไปทางมุมที่นอนของญาติคนไข้ที่อยู่อีกด้าน เนื่องจากห้องพักคนไข้ของราชาวดีเป็นห้องพิเศษที่ดีที่สุดของโรงพยาบาล ภายในห้องจึงกว้างขวางแบ่งมุมเตียงคนไข้ ที่นอนของญาติ มุมรับแขกและครัวเล็กๆ ออกจากกันอย่างลงตัวแลดูคล้ายโรงแรมเสียมากกว่า แล้วตอนนี้ทั้งห้องก็ดูสดใสมากด้วยเมื่อขวัญตากับผู้กองคณินเอาลูกโป่ง เอาริบบิ้นหลายสีมาประดับในงานฉลองรับขวัญหลาน นี่ยังไม่รวมกับตุ๊กตาอีกมากมายที่ขวัญตาหอบมาจากกรุงเทพฯ ด้วย

                “ให้พี่นอนกับแก้มนะ พี่จะได้ดูแลแก้มได้สะดวก นะครับ นะ”

                “จะอ้อนแก้มแข่งกับลูกหรอคะ”

                “พี่กลัวแก้มรักพี่น้อยลงนี่” เขาว่าแล้วก้มหน้าทำเสียงเศร้า “เขาว่ากันว่าพอมีลูกผู้หญิงก็จะสนใจลูกมากกว่าสามี บางทีนี่ลืมสามีไปเลยนะถึงขั้นไม่ยอมนอนกับสามีอีกเลย แก้มจะรักลูกมากกว่าพี่ก็ได้นะแต่แก้มอย่ารักพี่น้อยลงเลย”

                “โธ่พี่รัน” ราชาวดีว่าขึ้น “ใครจะใจร้ายไม่รักพี่รันกันคะ ก็จริงค่ะที่คุณแม่บางคนจะเครียดกับการเลี้ยงลูกจนเผลอหลงลืมสามีไป หลังคลอดลูกอาจทำให้รู้สึกไม่อยากนอนกับสามี แต่สำหรับแก้ม แก้มไม่ลืมพี่รันหรอกนะคะ แก้มรับปากนะว่าต่อไปถึงแก้มจะเครียดไปบ้างแต่แก้มก็จะยังเป็นน้องนางไม้ของพี่รันอยู่ จะไม่ทำเฉยเมยใส่พี่รันเด็ดขาด อะไรกัน ลูกเพิ่งคลอดอิจฉาลูกแล้วหรอคะ” เธอว่าขำๆ เขาก็เลยเข้ามากอดเธอเอาไว้อย่างอ้อนๆ กลัวเมียไม่สนใจ

                “พี่ยังอยู่ในอารมณ์ข้าวใหม่ปลามันอยู่นะ ยังอยากกอดแก้ม อยากกินแก้มอยู่”

                “แก้มรู้ค่ะว่าพี่รันหื่น” เธอบอกแล้วยิ้มหวานให้ “ไว้แผลแก้มหายดีแล้วพี่รันไม่ต้องกินแก้มหรอกนะ แก้มจะเป็นคนกินพี่รันเอง” พอเธอบอกแบบนี้เขาก็ยิ้มร่าอย่างชื่นใจขึ้นมาทันที ก็แหม เขาอ่านคู่มือแม่และเด็กมาเยอะเขาก็รู้สิว่าหลังคลอดลูกผู้หญิงจะมีอารมณ์ความต้องการสามีน้อยลง ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะปรับตัวได้ แต่ได้ยินน้องนางไม้บอกแบบนี้เขาก็ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย

                “นี่เมียหรือยาเสพติดกันล่ะเนี่ย พี่ติดจนจะลงแดงอยู่แล้ว” ว่าแล้วก็ก้มลงมาซุกไซ้เมียทันที กะว่าถ้าไม่ได้กินก็ขอให้ได้ชิมละกันแต่ทว่า...

                “แอ้!!! แอ...” แฝดน้อยที่กินนมแม่อยู่ส่งเสียงร้องขึ้นทันทีทำเอาพ่อกับแม่แทบจะผละออกจากกันไม่ทัน

                “แอ แอ้” เหมือนจะรู้ว่าถูกพ่อกับแม่มองเลยชูมือน้อยๆ ไปมากันทั้งคู่ แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ของแฝดน้อยก็พากันหัวเราะลูกออกมาที่เข้าใจขัดจังหวะพ่อกับแม่เสียจริง

                “พี่ว่าต่อไปเวลาที่เราจะจู่จี๋กันได้มีคนมาคอยขัดแล้วล่ะแก้ม”

                “เรื่องนี้พี่รันต้องเคลียร์กับลูกเองนะคะ” ราชาวดียิ้มบอกแล้วอุ้มลูกขึ้นมาลูบหลังเบาๆ เพื่อให้ลูกเรอ เช่นเดียวกับที่ผู้พันกรันณ์ลูบหลังลูกอีกคนด้วย ซึ่งกว่าจะเรอแฝดน้อยก็หลับคาอ้อมกอดของพ่อกับแม่แล้ว ผู้เป็นพ่อจึงอุ้มกลับไปนอนที่รถเข็นข้างเตียง

                “หลับยาวๆ เลยนะลูก พรุ่งนี้ค่อยตื่น” เขาบอกลูกก่อนจะหันมาทางราชาวดีที่นั่งนิ่วหน้านวดหน้าอกตัวเองอยู่ ซึ่งตอนนี้หน้าอกของเธอบวมเบ่งมากแล้วก็มีน้ำนมซึมออกมาด้วย

                “ปวดหรอครับ”

                “ค่ะ น้ำนมแก้มเยอะแต่เมื่อกี้นี้แฝดน้อยกินไปนิดเดียวก็เลยคัดไปหมด”

                “แล้วต้องทำยังไงถึงจะหาย”

                “คงต้องให้ลูกดูดนมบ่อยๆ แล้วก็นานๆ ค่ะ ความจริงจะปั๊มนมให้ลูกกินจากขวดก็ได้ แต่แก้มอยากให้ลูกกินนมจากอกแก้มโดยตรงมากกว่า อีกอย่างถ้าให้ลูกดูดนมจะทำให้น้ำนมระบายได้ดีน้ำนมจะได้ไม่เต็มเต้าจนคัดแบบนี้ พี่รันช่วยหยิบแก้วมาให้แก้มหน่อยสิคะ แก้มจะบีบน้ำนมออก”

                “แค่บีบน้ำนมออกก็น่าจะช่วยได้แล้วใช่มั้ยครับ”

                “ค่ะ เดี๋ยวอีกหน่อยลูกๆ คงตื่นขึ้นมากินนมอีก ต้องบีบน้ำนมออกจากลานหัวนมก่อนให้ลานหัวนมนิ่มทีนี้ลูกจะได้ดูดนมง่ายขึ้นแล้วก็ดูดได้เยอะขึ้นด้วย”

                “งั้นให้พี่ช่วยดีกว่ามา” ว่าจบ แทนที่เขาจะหยิบแก้วมาให้ราชาวดีตามที่เธอบอกเขากลับขึ้นมานั่งบนเตียงกับเธออีกครั้งแล้วก็ก้มลงมาที่หน้าอกของเธอทันที กว่าราชาวดีจะทันได้ตั้งตัวเขาก็ช่วยดูดน้ำนมออกมาให้เธอแล้ว

                “พี่รัน...”

                “อยู่เฉยๆ ถ้าหายปวดแล้วบอกพี่นะ” ว่าแล้วก็ดูดน้ำนมให้เธออีกจนอาการคัดเต้านมทุเลาลงและไม่ตึงจนบวมเบ่งแบบเมื่อก่อนหน้านี้แล้วเขาจึงเปลี่ยนมาเป็นอีกข้าง

                ราชาวดีได้แต่นั่งนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก ใครจะไปคาดคิดว่าเขาจะก้มลงมาดูดนมเธอกินเหมือนลูกแบบนี้ แม้เธอจะรู้สึกดีขึ้นไม่ปวดเต้านมมากแล้ว แต่วิธีการช่วยรักษาของเขากลับทำเอาเธอทั้งเขินทั้งอาย

                “พะ...พอแล้วค่ะพี่รัน แก้มดีขึ้นแล้ว” เธอก้มลงมาบอกเขา แล้วจากที่กำลังดูดนมเธออยู่เขาก็หยุดไปชั่วครู่แล้วก็กลับมาดูดต่อ แต่คราวนี้ไม่ใช่ดูดน้ำนมของเธอ แต่เขาเพียงแค่ดูดและขบเม้มเบาๆ จนราชาวดีเผลอหลับตาพริ้ม จากยอดอกเขาพรมจูบเบาๆ ไปทั่วเต้าทั้งสองแล้วซุกไซ้อย่างหลงใหลกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแม่ลูกอ่อนจนกระทั่งได้ยินเสียงเมียรักครางออกมาเบาๆ เขาก็เลื่อนขึ้นมาซุกไซ้ที่ซอกคอของเธอต่ออย่างปรารถนา ราชาวดีจึงกอดตัวเขาเอาไว้ จนเมื่อจมูกเรียวซุกไซ้ขึ้นมาจนถึงแก้มนวลของเธอเขาก็ผละออกแล้วมองสบตากับเธออย่างแสนรัก ราชาวดีจึงไล้มาที่แก้มของเขาเบาๆ

                “รู้ค่ะว่าหิว รอซักเดือนกว่าๆ ให้แผลแก้มดีขึ้นแล้วมดลูกเข้าอู่ก่อนนะคะพี่รัน พี่รันของแก้มเก่งรอได้อยู่แล้ว ขนาดตอนไปทำภารกิจห่างกันสามเดือนพี่รันยังทนได้เลย”

                “พี่รู้ พี่ทนได้ แต่ตอนนี้พี่ขอแค่ชิมก่อนแล้วกันนะ” ว่าจบเขาก็กอดประคองเธอลงไปนอนกับเตียงตามเดิมแล้วโน้มตัวลงมาจูบเธออย่างอ่อนโยน ซึ่งราชาวดีก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรซ้ำยังจูบตอบเขาอย่างแสนรักไม่ต่างกันด้วย สองแขนวาดขึ้นไปโอบกอดรอบคอของเขาเอาไว้แล้วส่งลิ้นเล็กๆ มาเกาะเกี่ยวตวัดกับลิ้นของเขา เผยอปากขึ้นเล็กน้อยให้คนเป็นสามีขบเม้มริมฝีปากของเธออย่างหิวกระหาย คนเป็นหมอรู้ดีว่าหลังการคลอดลูกฮอร์โมนในร่างกายยังไม่คงที่ดีอาจทำให้ไม่มีความต้องการหลับนอนกับสามีได้ แต่หมออย่างเธอขอฟันธงเลยว่ามันก็ไม่จริงเสมอไปหรอก ไม่ว่าฮอร์โมนของเธอจะเป็นยังไงแต่ถ้าสามีรุกเก่งลีลาเยี่ยมแบบนี้ ถ้าไม่ติดว่าเจ็บแผลอยู่เธอนี่แหละจะเป็นคนขึ้นคร่อมจับเขากินเสียเอง

                ก๊อกๆๆ

                “แฝดน้อย อาขวัญมาแล้ว...” ขวัญตาเดินเข้ามาในห้องพักคนไข้ของพี่สะใภ้ แต่ยังไม่ทันจะได้เดินเข้าไปถึงส่วนของมุมเตียงคนไข้เลยผู้กองคณินที่เดินมากับเธอด้วยก็รีบยกมือขึ้นปิดตาคนรักของตัวเองเอาไว้ทันที ในขณะที่คุณหญิงกรกชที่เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายกลับได้แต่ยิ้มขำๆ เมื่อเห็นลูกชายกับลูกสะใภ้กำลังจู๋จี๋กันอยู่แล้วตอนนี้คนทั้งคู่ก็รีบผละออกจากกันแล้ว

                ผู้พันกรันณ์รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวราชาวดีเอาไว้เพราะเสื้อของเธอยังไม่เรียบร้อยก่อนที่เขาจะเอื้อยมือไปรูดผ้าม่านมาคลุมเตียงเอาไว้แล้วช่วยจัดชุดเสื้อผ้าให้เมียจนเรียบร้อย สองสามีภรรยาได้แต่มองหน้ากันแล้วก็ขำออกมาเบาๆ กับเหตุการณ์เมื่อกี้นี้และรู้สึกเขินอายกันไม่น้อย แต่ยังไงก็ต้องเผชิญหน้ากับทุกคนอยู่ดีนั่นแหละ

                “ปิดตาฉันเอาไว้ทำไมผู้กอง มีเรื่องอะไรกันหรอ” ขวัญตาดึงมือของคนรักออกแล้วมองหน้าเขาสลับกับคุณหญิงกรกช นี่เธอพลาดอะไรไปกันล่ะเนี่ย

                “ไม่มีอะไรหรอก” ผู้กองคณินตอบเธอ ก่อนที่ผู้พันกรันณ์จะเดินออกมาจากม่านคลุมเตียงคนไข้แล้วรูดผ้าม่านออก ทำหน้านิ่งเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในขณะที่หน้าดุๆ ยังคงแดงอย่างควบคุมไม่ได้

                “ตารัน หมอแก้ม กินข้าวเย็นกันลูกแม่ซื้อของอร่อยๆ มาเยอะแยะเลย” คุณหญิงกรกชรู้ว่าทั้งสองคนยังคงเขินๆ อายๆ กันอยู่จึงได้เปลี่ยนเรื่องพูด นี่เพิ่งคลอดลูกได้แค่วันเดียวก็เตรียมจะทำน้องให้แฝดน้อยกันต่อแล้ว หนุ่มสาวสมัยนี้ช่างใจร้อนกันเสียจริงคุณหญิงคิด “ขวัญ ไปเตรียมจานชามมาแกะของกินให้พี่ๆ เขาเร็วลูก หลานกำลังหลับพอดีพี่หมอแก้มจะได้มีเวลากินข้าวกินปลา”

                ราชาวดีได้แต่ยิ้มเขินๆ เมื่อแม่สามีหันมายิ้มให้ขณะที่ท่านกำลังก้มลงไปดูหลานๆ ที่หลับกันอยู่ในรถเข็น ดีนะที่ขวัญตาไม่เห็น ไม่งั้นได้มีคนล้อไม่หยุดแน่ๆ

                “แล้วนี่ผู้กองมาทำไม ไม่อยู่เป็นเพื่อนพ่อผมที่บ้านพักหรอ” ผู้พันกรันณ์ถาม เพราะดูท่าแล้วผู้กองคณินจะตามติดน้องสาวของเขาไม่ห่าง เมื่อก่อนตอนขวัญตาเรียนอยู่มัธยมปลายเขาก็รักษาระยะห่างกับเธอดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้พอขวัญตาเปลี่ยนสถานะจากเด็กมัธยมขึ้นมาเป็นนักศึกษาแพทย์ทหาร ผู้กองคณินก็ดูจะปรับระยะห่างจากน้องสาวเขาให้มาใกล้ชิดกันมากขึ้น เห็นแล้วก็ขัดหูขัดตาเสียจริง ถึงว่าสิทำไมผู้พันคีรินทร์ถึงไม่อาจตัดใจให้เลิกห่วงน้องสาวได้ เพราะเขาเองก็ทำไม่ได้เหมือนกัน

                “ท่านนายพลคุยกับครอบครัวของคุณหมอเอื้อยถูกคอน่ะครับ คืนนี้คงอยู่คุยกันยาว ท่านเลยให้ผมตามมาคอยดูแลคุณหญิงกับขวัญ” อ๋อ พ่อตาเป็นใจนี่เองถึงได้กล้า

                “เอาเถอะๆ อยู่ด้วยกันหลายๆ คนนี่แหละลูกคึกครื้นดีจะได้ช่วยกันดูแลแฝดน้อยเวลาร้องไห้โยเยกลางดึก เด็กทารกใช่ว่าจะเลี้ยงกันง่ายๆ นะ ยิ่งมีสองคนความวุ่นวายยิ่งคูณสองเลยล่ะ”

                “ขนาดนั้นเลยหรอครับแม่ วันนี้เจ้าแฝดก็ไม่ได้งอแงอะไรเลยนะ” ผู้พันกรันณ์ถามแล้วเลื่อนโต๊ะอาหารเข้ามาใกล้เตียงราชาวดีโดยมีผู้กองคณินทำหน้าที่บริการทุกคนอย่างเอาใจเพื่อหวังจะให้พี่ชายใจหินเลิกหวงน้องสาวเสียที

                “แม่คิดว่าเดี๋ยวคืนนี้รันจะอยากถอนคำพูดนี้เองแหละ” คุณหญิงบอกลูกชาย ผู้พันกรันณ์ที่กำลังคนถ้วยข้าวต้มปลาจะป้อนเมียเลยถึงกับชะงัก บ้าน่า แฝดน้อยของเขาไม่งอแงขนาดนั้นหรอก แม่ของเขาห่วงเกินไปแล้ว

                แล้วคืนนั้นผู้พันกรันณ์ก็ต้องถอนคำพูดจริงๆ ว่าลูกของตนนั้นไม่มีทางงอแงง่ายๆ ทันทีที่ทุกคนกินมื้อเย็นกันเสร็จแฝดน้อยก็แข่งกันร้องงอแงทันที เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ก็แล้ว กินนมก็แล้ว ยิ่งคืนนี้ฝนตกฟ้าร้องเสียงดังแฝดน้อยก็ยิ่งร้องใหญ่ด้วยความตกใจ ย่าอุ้มก็แล้ว ขวัญตากับผู้กองคณินช่วยอุ้มช่วยปลอบก็แล้วแต่แฝดน้อยก็ยังร้องกันไม่หยุดจนคนเป็นพ่อกับแม่ต้องกอดลูกน้อยทั้งสองของตนเอาไว้ทั้งคืน

                “เฮ้อ! กว่าจะหยุดร้อง” ผู้พันกรันณ์ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาข้างผู้กองคณินอย่างอ่อนเพลียในเวลาใกล้รุ่งสาง หลังจากที่ราชาวดีให้นมลูกแล้วแฝดน้อยก็หยุดร้องในที่สุดแล้วก็หลับไปโดยมีคุณย่าฮัมเพลงกล่อมเบาๆ ราชาวดีจึงหันมามองสามียิ้มๆ เธอไม่เคยเห็นพี่รันของเธอแสดงท่าทีว่าเหนื่อยแบบนี้มาก่อน

                “เอาน่าผู้พัน นี่ก็เป็นหนึ่งในภารกิจนะครับ” ผู้กองคณินปลอบแล้วลูบผมขวัญตาเบาๆ เมื่อเธอหนุนตักเขาหลับมาได้พักใหญ่ๆ แล้ว เมื่อปลอบหลานแล้วไม่ได้ผล คนเป็นอาก็เลยหลับไปก่อน

                “ทำภารกิจกู้ชาติมาก็มาก ไม่เคยเจอภารกิจไหนจะยากเท่านี้มาก่อน เจ้าแฝดนี่ร้ายกว่าคนร้ายที่ผมเคยจับมาซะอีก”

                “เดี๋ยวแม่จะจ้างพี่เลี้ยงเด็กให้ดีมั้ย” คุณหญิงกรกชหันมาถามเมื่อได้ยินลูกชายบ่นแบบนี้ คุณพ่อมือใหม่เจอลูกแผลงฤทธิ์แบบนี้ ร้อยทั้งร้อยถอยกันไม่เป็นท่า

                “ไม่เป็นไรครับแม่ ลูกผม มีปัญญาทำก็มีปัญญาเลี้ยง คนร้ายที่ว่าร้ายผมยังปราบมาได้แล้วเลย แค่เด็กทารกสองคนไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรง แต่ตอนนี้” เขาว่าแล้วเดินกลับขึ้นไปบนเตียงคนไข้ของราชาวดีแล้วล้มตัวลงนอนข้างเธอ “ขอนอนเอาแรงก่อนนะครับ ขอตั้งหลักก่อนแล้วเจ้าแฝดจะได้รู้ว่าอย่ามาดื้อกับพ่อ พ่อดุนะจะบอกให้”

                “อ้าว แล้วเรื่องอะไรไปนอนเบียดน้องแบบนี้ หมอแก้มเขาจะนอนสบายหรอตารัน”

                “ไม่ได้นอนกอดเมียผมนอนไม่หลับ ผมเตรียมที่นอนให้แม่แล้ว แม่ไปพักผ่อนเถอะนะครับ ถ้าเจ้าแฝดงอแงขึ้นมาอีกเดี๋ยวผู้กองคณินจะเป็นคนโอ๋หลานแทนพวกเราเอง”

                “อ้าว” คนที่ถูกพาดพิงถึงร้องขึ้นมาอย่างหวาดๆ เริ่มขยาดหลานแฝดของตนแล้ว

                “แฝดน้อยคงไม่ตื่นมางอแงแล้วล่ะค่ะ คุณแม่ไปพักผ่อนเถอะนะคะเดี๋ยวถ้าลูกร้องอีกแก้มจะกล่อมเอง นี่ก็จวนจะเช้าแล้วคุณแม่ยังไม่ได้นอนเลยนะคะ”

                “จ้ะ เอาตามที่หมอแก้มว่าแหละ” คุณหญิงกรกชว่าแล้วก็ยกมือขึ้นปิดปากหาวขณะเดินไปนอนที่เตียงสำหรับญาติคนไข้ ผู้กองคณินเลยอุ้มเอาขวัญตาไปนอนกับคุณหญิงป้าของเธอก่อนที่เขาจะมาจับจองพื้นที่ที่โซฟาบ้าง แล้วทุกคนก็หลับกันไปด้วยความอ่อนเพลีย มีเพียงแค่ราชาวดีคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงลืมตามองลูกน้อยของตัวเองในรถเข็นแล้วยิ้มออกมาเบาๆ เหนื่อยและเพลีย ใช่ แต่ที่เด่นชัดกว่านั้นก็คือความสุข ครอบครัวเป็นอย่างไรตอนนี้เธอได้สัมผัสแล้ว ครอบครัวที่ไม่ได้มีเพียงแค่เธอ สามีแล้วก็ลูก แต่ครอบครัวของเธอคือครอบครัวใหญ่ มีปู่ย่าตายาย มีลุงมีป้า มีน้ามีอา มีเธอเป็นแม่และพี่รันของเธอเป็นพ่อ และที่สำคัญ มีแฝดน้อยเป็นขวัญใจของทุกคน ตอนนี้เธอมีความสุขมากเหลือเกิน ยิ่งได้นอนมองลูกหลับแล้วมีอ้อมแขนของพี่รันคอยกอดเธอเอาไว้เธอก็ยิ่งมีความสุข นี่แหละคือความฝันของเธอ ความฝันอยากจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์ของเธอตอนนี้มันเป็นจริงแล้ว

 

                อากาศยามเช้าบนยอดดอยปกคลุมไปด้วยปุยหมอกหนา มองออกไปสุดลูกตาคือทะเลหมอกและทิวเขา ท้องฟ้าจากสีครามตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองเมื่อแสงอุษาเริ่มมาเยือน นกป่าร้องขับขานและโผบินออกจากรัง กลิ่นหอมของไอดินและใบหญ้าทำให้รู้สึกสดชื่นและชุ่มชื่นไปทั้งปอด ร่างสูงสะพายปืนยืนกอดอกมองธรรมชาติเบื้องหน้าคล้ายกับว่าผ่อนคลายก่อนจะถอนหายใจออกมา ภาพทารกฝาแฝดที่ถูกส่งมาให้เขาเมื่อก่อนหน้านี้ทำให้ผู้หมวดหนุ่มอดหวนกลับไปคิดถึงแม่ของแฝดน้อยคู่นี้ไม่ได้ เขาอุตส่าห์หลบหนีมาไกลเพื่อให้ลืมเธอ พยายามไม่ถามข่าวคราวของเธอแต่พอมาวันนี้ผู้กองคณินกลับส่งภาพนี้มาให้เขาพร้อมกับพิมพ์ข้อความมาเล่าว่าหลานแฝดคลอดแล้ว หน้าตาน่ารักน่าชังสุดๆ จนเป็นขวัญใจของทุกๆ คน โดยเฉพาะผู้พันกรันณ์ที่เห่อลูกจัดและหวงลูกชายอย่างสุดๆ แต่ตอนนี้เขากำลังเจอศึกหนักคือการรบกับลูกเมื่อยามที่ลูกแฝดงอแง แม้เรื่องที่ผู้กองคณินเล่าจะเป็นเรื่องขำๆ ว่าผู้พันกรันณ์หัวหมุนกับลูกชายยังไงแต่ผู้หมวดไกรจักรกลับทำได้เพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วส่งข้อความสั้นๆ กลับไปว่าแสดงความดีใจกับคุณพ่อคุณแม่คนใหม่ด้วย ก่อนที่เขาจะหยุดมองอยู่ที่ภาพของราชาวดีที่นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ ในอ้อมแขนของเธอมีลูกน้อยฝาแฝดที่หน้าตาถอดแบบผู้พันกรันณ์มาราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน หน้าตาของเธอดูเพลียๆ แต่รอยยิ้มและแววตาของเธอนี่สิ เขารู้ดีว่ามีความสุขมากแค่ไหน ได้เห็นเธอมีความสุขแบบนี้เขาเองก็ดีใจ และขอให้เธอมีความสุขแบบนี้ตลอดไป

                “ผู้หมวดครับ วันนี้ผู้หมวดจะออกจากกองร้อยเข้าไปในเมืองใช่มั้ยครับ” เสียงของลูกถามขึ้นทำให้ผู้หมวดหนุ่มหลุดออกมาจากความคิดของตัวเองแล้วหันกลับมาหาจ่าพิชิตที่ยืนฉีกยิ้มแฉ่งให้เขาอยู่

                “ครับ เสบียงของเราใกล้หมดแล้วผมว่าจะไปตลาดในเมืองหน่อย จ่ามีอะไรรึเปล่า”

                “ผมขอติดรถไปด้วยสิครับ ที่บ้านโทรมาบอกว่าน้องสาวผมคลอดลูกแล้ว ผมว่าจะไปซื้อของส่งไปให้หลานน่ะครับ ผมได้หลานสาวล่ะผู้หมวด” จ่าพิชิตรีบอวด ดูท่าทางจะตื่นเต้นกับหลานสาวไม่น้อย

                “ยินดีด้วยนะครับจ่า เอาสิ ผมก็อยากได้ของรับขวัญหลานเหมือนกัน หลานผมก็เพิ่งคลอดเมื่อวันก่อน”

                “ผู้หญิงหรือผู้ชายครับ”

                “ผู้ชายครับ เป็นฝาแฝด” ว่าแล้วเขาก็ส่งโทรศัพท์ภาพของราชาวดีที่กำลังอุ้มลูกแฝดอยู่ให้ลูกน้องดู

                “โอ้โห น่ารักจังเลยนะครับ”

                “หน้าตาได้พ่อมาเยอะน่ะ”

                “เปล่าครับผู้หมวด ผมหมายถึงแม่เด็ก น่ารักแล้วก็สวยจังเลยนะครับ ผู้หญิงสวยขนาดนี้ไม่ได้หาง่ายๆ นะครับเนี่ย” ได้ฟังลูกน้องบอกผู้หมวดไกรจักรก็ยิ้มรับ ใช่ ผู้หญิงที่ทั้งสวยแล้วก็แสนดีแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ แต่คนที่หาเธอเจอแล้วได้เธอไปครองนี่สิทำบุญมาด้วยอะไร ทำไมถึงได้โชคดีแบบนี้

                “เธอเป็นอะไรกับผู้หมวดหรอครับ เมื่อกี้นี้ผมเห็นผู้หมวดยืนดูโทรศัพท์อยู่ตั้งนาน ดูภาพของเธอใช่มั้ยครับ”

                “เธอเป็นน้องสาวของผมน่ะ เธอเป็นหมอที่เก่งมากด้วยนะ”

                “แต่แววตาของผู้หมวดนี่เหมือนเธอจะไม่ใช่แค่น้องสาวธรรมดาๆ นะครับ” จ่าพิชิตสังเกต เรื่องที่ผู้หมวดหนุ่มทำเรื่องขอย้ายมาที่นี่ด่วนเขารึก็นึกว่าจะมีปัญหาเรื่องงาน แต่พอได้อยู่ ได้เรียนรู้นิสัยกันมาหลายเดือนดูท่าว่าน่าจะเป็นปัญหาเรื่องของหัวใจเสียมากกว่า “...ผู้หมวดรักเธอหรอครับ”

                “ผมไม่กล้าคิดอะไรแบบนั้นกับคนมีเจ้าของหรอกครับ”

                “แล้วเธอรู้รึเปล่าว่าผู้หมวดรักเธอ” จ่าพิชิตยังคงถามอีก เห็นผู้หมวดไกรจักรทำท่าอมทุกข์แบบนี้เขาก็อยากจะให้ผู้หมวดหนุ่มได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นออกมาเผื่อระบายแล้วจะได้รู้สึกดีขึ้น

                “รู้ครับ ไม่มีใครจะหน้าด้านได้เท่าผมอีกแล้ว ไปบอกรักเมียชาวบ้าน” ผู้หมวดไกรจักรยิ้มเยาะตัวเองอย่างสมเพช นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นฟังนับตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ “ผมนึกว่าสามีของเธอตายก็เลยเป็นห่วง ผมอยากจะดูแลเธอ แต่เธอกลับปฏิเสธ เธอรักแล้วก็ซื่อสัตย์กับสามีของเธอมาก จนสามีของเธอกลับมา เขาไม่ได้ตายอย่างที่ใครๆ คิด ผมเลยไม่อาจอยู่สู้หน้าพวกเขาได้ก็เลยย้ายมาที่นี่แหละครับ ขืนผมยังอยู่ที่แม่สอดต่อผมก็คงต้องเจอพวกเขา ต้องร่วมงานกับสามีของเธอที่เป็นทหารพรานอยู่ที่นั่น เราเข้าหน้ากันไม่ติดแล้วล่ะครับ”

                ได้ฟังเรื่องราวและสาเหตุที่ผู้หมวดไกรจักรย้ายมาที่นี่จ่าพิชิตก็ถอนหายใจออกมาอย่างเห็นใจผู้หมวดหนุ่ม แอบรักว่าเจ็บแล้ว แต่รักคนมีเจ้าของนี่สิเจ็บกว่าอีก ยิ่งเขาไม่เล่นด้วยยิ่งทรมาน แต่ถ้าเขาเล่นด้วยก็กลายเป็นเรื่องผิดศีลธรรมอีก ถึงจะเจ็บปวดกับความรักครั้งนี้แต่การที่ผู้หมวดไกรจักรพยายามตัดใจและย้ายหนีมาแบบนี้เขาคิดว่าผู้หมวดหนุ่มทำถูกแล้วล่ะ อย่างน้อยก็เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดีกว่าไปแย่งเมียใครเขามา

                “บางที...เนื้อคู่ของผู้หมวดอาจจะอยู่ที่เชียงรายก็ได้นะครับ การที่ผู้หมวดย้ายมาที่นี่อาจจะเป็นเรื่องของโชคชะตาก็เป็นได้”

                “ผมไม่เชื่ออะไรแบบนั้นหรอกครับ เข็ดแล้วจริงๆ ความรัก ไปเถอะจ่า กว่าจะถึงตลาดในตัวเมืองเดี๋ยวตลาดจะวายเอา รีบไปรีบกลับเถอะตอนบ่ายผมมีไปสอนหนังสือเด็กๆ ที่โรงเรียนต่อ” ว่าแล้วผู้หมวดไกรจักรก็เดินตรงไปที่รถกระบะของตัวเองทันที พยายามลืมเรื่องในอดีต นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมานึกถึงเรื่องที่มันทำให้เขาเจ็บ ตอนนี้แฝดน้อยคลอดออกมาแล้ว ในฐานะของคุณลุงเขาควรจะส่งของไปรับขวัญหลาน อย่างน้อยครั้งหนึ่งเขาก็เคยพาราชาวดีไปหาหมอเพื่อตรวดครรภ์ คนรู้จักกัน เคยทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกัน พอรู้ว่าหลานคลอดแล้วจะทำเป็นหลบหน้าไม่รับรู้ไม่ได้ อย่างน้อยการส่งของขวัญไปแสดงความยินดีก็น่าจะทำให้ผู้พันกรันณ์ได้รู้ว่าเขาบริสุทธิ์ใจ เขาทำใจเรื่องราชาวดีได้แล้วและเขาก็อยากจะเป็นคุณลุงของแฝดน้อยด้วย

 

                เมื่อมาถึงตลาดในตัวอำเภอผู้หมวดหนุ่มก็ต้องปวดหัวขึ้นมาเมื่อไม่รู้ว่าจะต้องซื้ออะไรไปให้หลานบ้าง ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีลูกมีหลานตัวเล็กๆ แบบนี้มาก่อนเขาก็เลยไม่รู้ว่าต้องซื้อะไร จ่าพิชิตที่จะมาซื้อของใช้เด็กด้วยกันตอนนี้ออกไปซื้อเสบียงสำหรับกองร้อยเพิ่มอยู่เขาก็เลยขาดคนปรึกษา จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย

                “เออแก ตอนนี้ฉันมาถึงตลาดในอำเภอแล้ว รีบมารับด่วน” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งพูดโทรศัพท์ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามานั่งในร้านกาแฟเล็กๆ ซึ่งเป็นร้านเดียวกันกับที่ผู้หมวดไกรจักรนั่งอยู่ แล้วก็เป็นโต๊ะด้านหลังเธอพอดิบพอดีด้วย

                “แกไม่ต้องห่วงเรื่องความเป็นอยู่หรอกนะ ลำบากแค่ไหนฉันก็อยู่ได้ ความฝันของฉันคือการได้เป็นคุณครูสอนเด็กๆ ที่อยู่บนดอย เด็กๆ เหล่านี้ขาดแคลนคุณครู ฉันอยากจะช่วยเหลือพวกเขาให้ได้เรียนหนังสือ ลูกศิษย์ฉันทุกคน จะปั้นให้ได้ดิบได้ดีทุกคนเลย” หญิงสาวว่าอย่างมาดมั่นจนผู้หมวดไกรจักรหันมามองตาม ไม่ได้ตั้งใจจะฟังพูดโทรศัพท์หรอก แต่เล่นนั่งใกล้กันแบบนี้มันก็ต้องได้ยินอยู่แล้ว เขายิ้มออกมากับความคิดที่ดีของเธอ ฟังจากที่พูดนี่สงสัยเธอจะเป็นคุณครู

                “อ้าว ทำไมแกไม่บอกฉันเรื่องนี้ก่อน” จู่ๆ เธอว่าขึ้นแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่มเมื่อเด็กเสิร์ฟเดินมารับรายการอาหาร จนเมื่อเด็กเสิร์ฟในร้านเดินจากไปเธอจึงหันมาพูดโทรศัพท์ต่อ “ยัยปอย แกไม่เคยบอกฉันเลยว่าฉันต้องมาสอนหนังสือเด็กๆ ร่วมกับพวกตำรวจ ตชด. นี่ ฉันทนลำบากได้นะเพื่อเด็กๆ แต่แกก็รู้นี่ว่าฉันเกลียดตำรวจ”

                หืม คำพูดนี้ของเธอทำให้นายตำรวจหนุ่มที่นั่งจิบกาแฟอยู่หันมามองตามทันที ตำรวจไปทำอะไรให้เธอกัน ทำไมถึงได้เกลียด

                “ไอ้พวกตำรวจหน้าม่อ เปิดบ่อน ค้ายา เบียดเบียนประชาชน เฮอะ! แล้วมาพูดว่าเป็นผู้พิทักสันติราษฎ์ ทำตัวเป็นริ้นไรโกงกินประเทศชาติล่ะไม่ว่า”

                ว่ายังไงนะ! กล้าดียังไงมาด่าตำรวจแบบนี้ ถึงประเทศนี้จะมีตำรวจเลวๆ อยู่บ้างแต่เธอก็ไม่ควรมาเหมารวมหมด อย่างน้อยก็เขานี่แหละคนหนึ่งที่ไม่เคยเป็นอย่างที่เธอว่า ตำรวจอย่างเขาทำงานด้วยใจ ยอมตายเพื่อชาติได้ทุกเมื่อแล้วเขาก็ยอมทนลำบากอยู่หน่วย อยู่กองร้อยในป่า ยอมอยู่กลางดอยห่างไกลผู้คน นี่แสดงว่าเธอคงจะไปเจอตำรวจไม่ดีมาล่ะสิถึงได้อคติกับตำรวจแบบนี้

                “เอาวะ ไหนๆ ก็ลงเรือลำนี้มาแล้วนี่ เกลียดแค่ไหนมันก็ต้องทนแล้วล่ะเพราะฉันเองก็ไม่มีทางจะไปแล้ว ฉันจะฝืนใจก็แล้วกันเพื่ออนาคตของเด็กๆ แต่ถ้าฉันเสียมารยาทกับพวกตำรวจ ตชด. ไปแกอย่าว่าฉันนะ แค่นึกถึงคนแต่งเครื่องแบบตำรวจฉันก็เอียนจนอยากจะอ้วกแล้ว” เธอว่าอย่างเซ็งสุดขีดก่อนจะวางสายจากเพื่อนลง ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เด็กเสิร์ฟเอาชานมเย็นมาเสิร์ฟพร้อมกับเค้กชิ้นเล็กๆ

                “น้องเก็บเงินด้วยครับ” ผู้หมวดไกรจักรเรียกเด็กเสิร์ฟที่เสิร์ฟเครื่องดื่มให้หญิงสาวเสร็จแล้วมาเก็บเงินที่โต๊ะของเขาต่อ เพราะนี่คือร้านกาแฟประจำของเขา เหล่าเด็กเสิร์ฟเลยคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี

                “อ้าว กาแฟยังไม่หมดแก้วเลยนะคะผู้หมวด จะกลับแล้วหรอ” คำว่าผู้หมวดของเด็กเสิร์ฟทำให้หญิงสาวที่นั่งดูดชานมเย็นถึงกับสะดุ้งแทบจะสำลัก ก่อนที่เธอจะหันมามองทางเขาอย่างอึ้งๆ ผู้หมวดไกรจักรจึงเพิ่งจะได้เห็นหน้าคนที่ด่าตำรวจไปแบบสดๆ ร้อนๆ เธอเป็นหญิงสาวตัวเล็ก ผิวขาว ผมยาวแล้วหน้าตาก็สวยหวานเอามากๆ ซึ่งมันทำให้เขาอดนึกถึงราชาวดีไม่ได้ ราชาวดีจะสวยหวานหยดย้อน เรียบร้อยและอ่อนโยนจนน่าทะนุถนอม แต่สำหรับเธอคนนี้กลับดูสวยหวานแบบรั้นๆ พร้อมที่จะบวกกับใครก็ได้ที่มารังแกเธอ        

                ซวยแล้ว! หญิงสาวคิดในใจเมื่อเพิ่งจะสังเกตเห็นชายหนุ่ม ดูจากเครื่องแบบที่เขาแต่งก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นตำรวจ ตชด. ยศร้อยตำรวจโท นี่เขาจะได้ยินที่เธอพูดโทรศัพท์ไปรึเปล่าเนี่ย

                “ผมมีธุระต่อน่ะครับ” เขาบอกพลางส่งค่ากาแฟให้เด็กเสิร์ฟก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วปรายตาไปทางหญิงสาวหน้าหวานตรงหน้า “พอดีแถวนี้มีคนเกลียดตำรวจอยู่ มีผมนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยเขาคงจะกินชากับขนมไม่อร่อย ผมไม่กล้าอยู่ที่นี่นานหรอกครับ” ว่าแล้วผู้หมวดไกรจักรก็เดินออกจากร้านไป หญิงสาวเลยได้แต่ยกมือขึ้นตีหน้าผากตัวเอง

                “ไอ้ฟ้ามุ่ย แกนะแก ปากพาซวยแล้วมั้ยล่ะ”

 

                ไหนๆ ก็จะขึ้นไปสอนหนังสือให้เด็กๆ บนดอยแล้ว ครูฟ้า หรือฟ้ามุ่ยก็เลยเดินเข้าไปในร้านขายของใช้สำหรับเด็กที่มีทั้งอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับเด็กทารก เสื้อผ้า ของเล่น หนังสือนิทาน กะว่าจะหาซื้อหนังสือนิทานกับของเล่นขึ้นไปให้เด็กๆ ด้วยท่าจะดี ว่าแต่...เอานิทานเรื่องอะไรดีล่ะ เธอคิดพลางเดินวนไปมาอยู่ที่หน้าชั้นหนังสือ แล้วในขณะที่เลือกหนังสืออยู่นั้นพลันสายตาของเธอก็หันไปเห็นใครคนหนึ่งกำลังเดินเลือกซื้อของใช้สำหรับเด็กอ่อนอยู่ นายตำรวจ ตชด. คนในร้านกาแฟเมื่อกี้นี้นี่นา มาซื้อของใช้เด็ก...มีลูกแล้วหรอเนี่ย

                ผู้หมวดไกรจักรที่เลือกซื้อของใช้สำหรับหลานแฝดอยู่หันไปมองรอบๆ ตัวเมื่อรู้สึกว่าเหมือนกับมีใครคนหนึ่งกำลังแอบมองเขาอยู่ จนเมื่อหันไปทางชั้นหนังสือนิทานก็เห็นหญิงสาวคนที่เขาเพิ่งจะเดินหนีเธอมากำลังยืนมองมาทางเขาอยู่ พอรู้ว่าถูกเขามองเธอก็รีบหันหน้าหนีทำไม่รู้ไม่ชี้ เธอตามเขามาหรอ ไม่น่าจะใช่ ดูๆ แล้วเหมือนเธอจะมาซื้อหนังสือนิทานมากกว่า

                “เอาแบบไหนดีล่ะ” เขาหันกลับมาเลือกเสื้อผ้าของเด็กแรกเกิดอีกครั้ง ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเสื้อผ้าเด็กจะมีเยอะแบบนี้ เยอะแบบนี้แล้วเขาจะเลือกถูกได้ยังไงกัน

                “ซื้อของให้ลูกหรอคุณ” ฟ้ามุ่ยตัดสินใจเดินเข้ามาถามเมื่อเห็นเขาดูจะมีปัญหากับการเลือกซื้อของ หลังจากที่ตัดสินใจอยู่นานว่าจะเดินเข้ามาทักเขาดีมั้ย เมื่อกี้นี้เธอก็เผลอด่าตำรวจไปเยอะ ถึงจะเกลียดตำรวจแค่ไหนแต่พอเห็นคนเป็นพ่อลูกอ่อนกำลังเลือกซื้อของให้ลูกเธอก็อดใจอ่อนไม่ได้ ถือซะว่ามาขอโทษเขาก็ยังดี

                ผู้หมวดไกรจักรก้มลงมามองหญิงสาวตรงหน้า เขากำลังอยากได้คนช่วยอยู่พอดีเลย ท่าทางเธอจะเป็นครู เขาคิดว่าเธอน่าจะช่วยตอบคำถามเขาได้นะ

                “เด็กแรกเกิดนี่ควรซื้อชุดแบบไหนให้ใส่ดีครับ” ฟ้ามุ่ยอดแปลกใจไม่ได้ที่เขาหันมาถามเธอกลับ เธอรึก็นึกว่าเขาจะต่อว่าเธอเรื่องที่ร้านกาแฟซะอีก

                “เออ...เด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายคะ”

                “ผู้ชายครับ เป็นฝาแฝด” โอ้โห ได้ลูกแฝดซะด้วย ฟ้ามุ่ยคิดก่อนจะหยิบเซ็ตผ้าอ้อมเด็กผืนนุ่มออกมาพร้อมกับเสื้อสำหรับเด็กแรกเกิดในโทนสีฟ้า

                “เด็กแรกเกิดจะต้องใช้ผ้าอ้อมเยอะค่ะ ยิ่งเป็นแฝดต้องซื้อไปเป็นสองเท่า ลูกคุณคลอดได้กี่วันแล้วคะ”

                “คือ...ไม่ใช่ลูกของผมครับ ลูกของน้องสาวผมน่ะ” อ้าว เป็นงั้นไป ซื้อของให้หลานหรอกหรอเนี่ย

                “อ๋อ งั้นก็เอาตามนี้แหละค่ะ” ฟ้ามุ่ยส่งเซ็ตผ้าอ้อมเด็กให้เขาแล้วก็เสื้อของเด็กด้วยก่อนจะทำท่าเดินหนี เมื่อไม่ใช่พ่อลูกอ่อนก็ไม่มีความน่าเห็นใจใดๆ อีกแล้ว

                “เอ๊ะ!” ตั้งใจจะเดินหนีอยู่แล้วเชียวถ้าไม่เห็นของในตะกร้าของเขาเสียก่อน ในฐานะของผู้หญิงและเป็นครูที่มีประสบการณ์ในการดูแลเด็กมาก่อนเธอก็ไม่อาจจะเดินหนีไปได้

                “คุณซื้อแก้วน้ำไปทำไม” เธอหยิบแก้วน้ำลายการ์ตูนน่ารักๆ ขึ้นมา

                “ใส่น้ำให้หลานกินไง” คนไม่เคยดูแลเด็กตอบซื่อๆ ฟ้ามุ่ยเลยเบ้ปากใส่

                “เด็กแรกเกิดบ้านคุณสิใช้แก้วกินน้ำ แล้วนี่อะไรเนี่ย ของเล่น ปืนอัดลมเนี่ยนะ”

                “ก็พ่อเขาเป็นทหาร”

                “โอ๊ย! คิดได้ยังไงกัน งั้นคุณก็อย่าลืมไปซื้อระเบิดให้หลานคุณด้วยนะ”

                “จริงหรอ”

                “ฉันประชดย่ะ!” ฟ้ามุ่ยบอกก่อนจะหยิบของในตะกร้าเขาออกทั้งหมดแล้ววางเซ็ตผ้าอ้อมกับเสื้อเด็กอ่อนลงไปแทน จากนั้นเธอก็หันไปเลือกชุดขวดนมเด็กขึ้นมาแล้วชูให้เขาดู

                “เด็กแรกเกิดไม่ต้องเอาขวดใหญ่ เอาขวดเล็กก็พอ ขวดหนึ่งใส่นม อีกขวดใส่น้ำดื่ม หลานคุณเป็นแฝดก็เอาไปสี่ขวด” เธอวางขวดนมใส่ตะกร้าของเขา

                “เด็กแรกเกิดผิวจะบอบบางมาก เอาถุงมือ ถุงเท้ากับหมวกไปด้วยแล้วก็พวกผ้าห่อตัวเด็ก”

                “แล้วจะซื้อนมอะไรไปให้หลานผมดี” ผู้หมวดไกรจักรถามขึ้นเมื่อเห็นเธอหยิบข้าวของสำหรับเด็กอ่อนใส่ตะกร้าของเขาไม่หยุด

                “นมไม่ต้องซื้อ เด็กทารกเขากินนมแม่กัน”

                “ท่าทางคุณจะรู้จักวิธีดูแลเด็กเป็นอย่างดี คุณมีลูกแล้วหรอครับ”

                “ไม่...อ๋อ ใช่ๆๆ ฉันมีสามี มีลูกแล้ว” ฟ้ามุ่ยโกหก สำหรับเธอพวกตำรวจก็คือไอ้หน้าม่อ ตำรวจที่เธอเจอมาแล้วก็หนีมาไกลจนถึงเชียงรายก็มีแต่ประเภทนี้ทั้งนั้น การออกตัวไปว่าเธอมีลูก มีสามีแล้วมันจะเป็นผลดีกับเธอ เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง

                “ถึงว่าสิดูคล่องจัง ขอบคุณนะครับ งั้นผมไม่รบกวนคุณแล้ว” ว่าจบผู้หมวดไกรจักก็เดินเลี่ยงหนีไปทันทีที่รู้ว่าเธอมีสามีแล้ว คำพูดของผู้พันกรันณ์วันนั้นยังก้องอยู่ในหูของเขา ...ผู้หมวดย้ายไปนั่นแหละดีแล้ว แล้วก็อย่าไปรักเมียใครเขาอีกล่ะ... ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้คิดอะไรกับหญิงสาวตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่คำพูดของผู้พันกรันณ์มันก็ยังแสลงใจเขามาจนถึงทุกวันนี้จนตอนนี้เขาไม่กล้าเข้าใกล้ผู้หญิงที่ไหนอีก โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีสามีแล้ว

                “อะไรวะ อยู่ๆ ก็ทำตัวเย็นชาเป็นพระเอกซีรีย์เกาหลีซะอย่างนั้น เท่ตายล่ะ” ฟ้ามุ่ยอดว่าไม่ได้เมื่อเขาเดินจากไปแล้ว แต่ก็ดีเหมือนกัน เธอขี้เกียจจะพูดด้วย งั้นคำขอโทษไม่ต้องเอาก็ได้นะ ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเห็นตำรวจดีซักคน คำขอโทษของเธอเขาไม่สมควรได้รับหรอก


****************************************************************************************

ฟ้ามุ่ย อย่าเพิ่งไปว่าพี่เขาลูก พี่เขามีปมในใจเจ็บมาเยอะ สงสารพี่เขาหน่อย

มนต์รัก ตชด. จะเป็นอย่างไร อ่านต่อตอนหน้านะคะ

วันศุกร์เจอกันเด้อพ่อแม่พี่น้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 461 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1737 254958pin (@254958pin) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 16:03
    เอาไปทำละครได้เลยนะคะเนี้ย ไรท์เก่งมากๆค่ะ
    #1737
    0
  2. #615 ดอกไม้ ช่อม่วง (@081170778) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 21:34

    แล้วผู้กองนทีจะมีคู่ไหมอ่ะ คิดถึงผู้กองนทีคนดีของตันหยง

    #615
    0
  3. #604 0806747907 (@0806747907) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 22:35
    ขอคู่ท่านรองคีรินทร์กับผู้กองคณิณด้วนค่ะไรท์
    #604
    1
  4. #603 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 19:24
    ขอคู่ของผู้พันและผู้กองคณิณด้วยนะไร้ท์ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆๆให้อ่านค่ะ
    #603
    0
  5. #602 eve (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 18:27

    พึ่งเข้ามาอ่านครั้งแรก ติดเลย ชอบมากเลยค่ะไรท์

    #602
    0
  6. #601 Gigaset (@Gigaset) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 13:48

    อุยคู่นีเคมีน่าเข้ากันน่ะไรท์จัดให้ผู้หมวดสักหน่อยเถอะค่ะ

    #601
    0
  7. #600 noina235 (@noina235) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 13:27

    ชอบมากเลยค่ะ

    #600
    0
  8. #598 Medsaiby (@Medsaiby) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 08:36

    ชอบเรื่องนี้มากกกกกกก อ่านแล้วมีความสุข

    #598
    0
  9. #597 kai (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 07:37

    อ่านกี่ครั้งๆก็สนุก

    #597
    0
  10. #594 Movichpular (@movich-pular) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 00:53
    รอนะคะ ถ้าเรื่องนี้มีe-book เมื่อไร่จะรีบไปสอยมาทันทีเลยค่ะ สู้ๆนะคะไรท์เตอร์
    #594
    0
  11. #593 Na'thai (@yoknahathai) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 00:42
    ติดเรื่องนี้มากเลยค่าาาา ชอบมากกกกกกก
    #593
    0