ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 73 : รุกขเทวดาน้อย (ตอนพิเศษ 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 438 ครั้ง
    14 มิ.ย. 62


73.รุกขเทวดาน้อย

 

                ค่ำคืนหนึ่งภายในอำเภอเมืองแม่สอดที่เงียบสงบ ใครหลายๆ คนอาจจะกำลังนอนหลับใหลอย่างมีความสุข หากแต่คืนนี้ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอแม่สอดกลับวุ่นวายโกลาหลเมื่อมีคุณแม่ใกล้คลอดฉุกเฉินกำลังถูกนำตัวไปที่ห้องคลอด เธอนอนอยู่บนรถเข็นเตียงคนไข้และร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงหน้าหวานสวยเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อและน้ำตาคลอ เจ็บท้องคลอดเป็นอย่างไรเธอเพิ่งจะได้รับรู้หลังจากที่เคยศึกษามาและรู้เพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้น อีกอย่างเธอก็เป็นศัลยแพทย์ไม่ใช่สูตินารีแพทย์ ตอนนี้เธอเจ็บแทบจะหายใจไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ

                “พี่ภู...พี่ภู แก้มเจ็บ” เธอกำมือพี่ชายเอาไว้แน่น ผู้พันคีรินทร์ที่เดินตามรถเข็นเตียงมาเห็นน้องสาวเจ็บแบบนี้ก็ยิ่งเป็นห่วงเธอเข้าไปใหญ่

                “อดทนไว้นะแก้ม พี่อยู่นี่แล้วนะไม่ต้องกลัว” เขาบอกเธอก่อนที่ประตูห้องคลอดจะเปิดออก หมอเอื้อยที่บัดนี้ย้ายมาเป็นสูตินารีแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งนี้แล้วรีบวิ่งเข้ามาที่เตียงคนไข้ทันที เพราะก่อนหน้านี้ผู้พันคีรินทร์โทรมาบอกเธอว่าราชาวดีเจ็บท้องคลอด หมอเอื้อยที่เข้าเวรพอดีเลยเตรียมห้องคลอดเอาไว้รอ

                “ไหนกำหนดคลอดมันอาทิตย์หน้ายังไงล่ะ” ผู้พันคีรินทร์ถามคนรักที่กำลังดูอาการให้กับเพื่อนของเธออยู่ หมอเอื้อยจึงอดชักสีหน้าใส่เขาไม่ได้

                “เวลามันอาจคลาดเคลื่อนได้ค่ะ แล้วนี่ผู้พันล่ะคะ” เธอหมายถึงผู้กองกรันณ์ที่ตอนนี้เลื่อนยศขึ้นมาเป็นพันตรีแล้ว ซึ่งพอพูดถึงน้องเขยผู้พันคีรินทร์ก็อดชักสีหน้าเซ็งขึ้นมาไม่ได้

                “ไปทำภารกิจ”

                “อะไรนะ!!! เมียกำลังจะคลอดเขารู้รึเปล่า”

                “ช่างหัวมันก่อนเถอะน่า มันจะอยู่หรือไม่อยู่แก้มก็คลอดได้ มันไม่ใช่หมอซักหน่อย เธอรีบทำอะไรซักอย่างเถอะ” เขาบอก หมอเอื้อยจึงหันมาทางราชาวดีที่ยังคงนอนเจ็บท้องอยู่บนเตียง

                “แก้ม ฉันจะผ่าคลอดให้แกเองไม่ต้องกลัวนะเพื่อน แกเชื่อมือฉันได้ พยาบาล พาคนไข้เข้าห้องผ่าคลอดได้เลยค่ะ” ว่าแล้วพยาบาลก็เข็นเตียงราชาวดีเข้าไปในห้องคลอด ผู้พันคีรินทร์จึงจะตามเข้าไปด้วยหมอเอื้อยจึงรีบหันมาห้ามเขา

                “ไม่ได้ๆ ผู้พันห้ามเข้า ให้เข้าได้แค่พ่อเด็ก”

                “เออ ฉันก็พ่อแฝดน้อยเหมือนกันนะจำไม่ได้หรอ” เขาว่า เพราะเรื่องที่เขารับเป็นพ่อให้หลานเรื่องนี้ยังไม่ถูกยกเลิกแม้ว่าพ่อจริงๆ ของหลานมันจะยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม

                “ก็ได้ งั้นก็ไปใส่ชุดปลอดเชื้อก่อน” หมอเอื้อยยอมอนุญาตเพราะใจก็อยากให้ราชาวดีมีคนคอยให้กำลังใจด้วยก่อนที่เธอจะเดินหายเข้าไปในห้องคลอดผู้พันคีรินทร์จึงจะเดินตามเธอเข้าไป แต่แล้วก็มีเสียงของใครคนหนึ่งร้องเรียกเขาเอาไว้เสียก่อน

                “ท่านรอง!!! ท่านรองครับ” ผู้กองคณินวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาเขาอย่างเหนื่อยหอบ ตื่นเต้นไม่แพ้กันกับข่าวที่ราชาวดีเจ็บท้องจะคลอด เพราะเขาเข้ามาราชการที่ตัวอำเภอช่วงนี้พอดีเลยรีบตามมาเกาะติดสถานการณ์หลานคลอดด้วยอีกคน

                “บอกแล้วไงว่าให้เรียกผู้พันเหมือนเดิม” ท่านรองคนใหม่ยังไม่คุ้นกับตำแหน่งว่า แต่ผู้กองคณินกลับไม่ได้สนใจฟัง

                “ผมโทรไปแจ้งให้ผู้พันทราบเรื่องที่คุณหมอกำลังจะคลอดแล้วครับ ตอนนี้ผู้พันกำลังมาที่นี่”

                “ไอ้รัน... ภารกิจมันเสร็จแล้วรึไง”

                “ครับ เห็นว่าเสร็จแล้วกำลังจะกลับพอดี ผู้พันเลยบอกว่าให้ช่วยเคลียร์ดาดฟ้าโรงพยาบาลให้หน่อย”

                “เคลียร์ดาดฟ้า...เคลียร์ทำไม” ผู้พันคีริทร์ถามขึ้น

 

                แล้วผู้พันคีรินทร์ก็ได้คำตอบว่าให้ช่วยเคลียร์ดาดฟ้าให้ทำไมเมื่อเห็นเฮริคอปเตอร์ของหน่วยซีลกำลังขับตรงมาที่ดาดฟ้าโรงพยาบาล แต่ด้วยดาดฟ้าไม่เอื้อต่อการลงจอดเฮริคอปเตอร์ ทันทีที่เข้าใกล้ดาดฟ้าแล้วจึงมีเชือกเส้นใหญ่โยนลงมาจากเฮริคอปเตอร์ก่อนที่ชายชุดดำคนหนึ่งจะโรยตัวลงมาจากเชือกด้วยความชำนาญแล้วจึงหันไปโบกมือให้ชายชุดดำอีกเกือบสิบคนบนเฮริคอปเตอร์ ผู้พันคีรินทร์ได้ยินเสียงแว่วๆ ว่าชายกลุ่มนั้นกำลังกล่าวแสดงความยินดีกันอย่างคึกครื้นแล้วเฮริคอปเตอร์ก็ขับจากไป ผู้พันกรันณ์รีบวิ่งมาหาพี่เมียกับผู้กองคณินทันทีหลังจากที่ถอดผ้าคลุมหน้าออกจึงได้เห็นว่าหน้าตาเขาตื่นเต้นมากแค่ไหนตอนนี้

                “พี่ภู!!! แก้มล่ะ แก้มคลอดแล้วยัง แฝดน้อยออกมาแล้วยัง”

                “ยัง เพิ่งเข้าห้องคลอดเมื่อกี้นี้ เอื้อยกำลังจะผ่าคลอด”

                “หรอ งั้นผมไปหาแก้มกับลูกก่อนนะพี่ ผมเคยบอกหมอเอื้อยแล้วว่าจะเป็นคนตัดสายสะดือให้ลูกเอง”

                “แกจะไปชุดนี้หรอ” ผู้พันคีรินทร์สำรวจตัวน้องเขยที่ยังใส่เสื้อเกราะและหมวกกันกระสุนอยู่ หน้าดำด้วยสีพรางหน้า บนไหล่สะพายปืนแล้วก็มีปืนพกกับมีดขนาดต่างๆ อีกติดตามตัว “ใครเห็นเขาคงคิดว่าแกจะมาปล้นโรงพยาบาลกันพอดี” ผู้กองคณินแอบขำเมื่อคิดตามที่ผู้พันคีรินทร์พูด อย่าว่าแต่หมอพยาบาลเลย ถ้าไม่ใช่คนรู้จักกันมาก่อนเขาก็คิดว่าผู้พันกรันณ์ต้องมาปล้นโรงพยาบาลแน่ๆ

                “ก็ผมเพิ่งเสร็จภารกิจมาสดๆ ร้อนๆ โทรขออนุญาตท่าน ผบ. แล้ว ท่านเลยบอกให้ผมรีบมาหาแก้มก่อน ส่วนเรื่องรายงานภารกิจผู้กองคเชนทร์จะรายงานให้แทน” เออ โชคดีของมันคือการมีนายกับเพื่อนที่ดีนี่แหละ ผู้พันคีรินทร์คิดก่อนจะเดินนำน้องเขยไปที่ห้องคลอด เมื่อพ่อตัวจริงมางั้นพ่อจำเป็นอย่างเขาก็คงไม่ต้องเข้าไปในห้องคลอดแล้ว อีกอย่างเวลาแบบนี้มันควรเป็นเวลาของพ่อแม่ลูกเขา ราชาวดีคงอยากได้กำลังใจจากสามีมากกว่าพี่ชาย

 

                หมอเอื้อยและพยาบาลตกใจกันไม่น้อยเมื่อเห็นสภาพของว่าที่คุณพ่อคนใหม่เมื่อเขาเดินเข้ามาในห้องผ่าคลอดทั้งชุดจู่โจม นี่ขนาดฝากเสื้อเกราะและหมวกกันกระสุนรวมทั้งอาวุธเอาไว้กับผู้พันคีรินทร์ที่หน้าห้องคลอดแล้วนะ แต่สภาพของเขาก็ยังคงดูน่ากลัวอยู่ดี

                “ผมเพิ่งทำงานเสร็จพอรู้ว่าเมียจะคลอดเลยรีบมา ขอโทษนะครับที่ชุดอาจจะไม่เรียบร้อย” เขารีบขอโทษเหล่าพยาบาลที่ยังคงมองเขาอย่างหวาดๆ อยู่ มีเพียงแค่หมอเอื้อยเท่านั้นที่ตั้งสติได้เร็วที่สุด

                “งั้นผู้พันก็ใส่ชุดปลอดเชื้อทับชุดเดิมแล้วก็ล้างมือให้ดีก่อนนะคะ ฉันจะผ่าคลอดยัยแก้มแล้ว พยาบาล เอาชุดให้ผู้พันด้วย” หมอเอื้อยบอกพยาบาลแล้วแอบชักสีหน้าใส่ชายหนุ่ม นี่เห็นว่าเป็นคนกันเองหรอกนะเลยยอมให้เขาเข้ามาในห้องผ่าคลอดในสภาพนี้ได้ ไม่งั้นเธอไล่ออกไปนานแล้ว

                “เดี๋ยวครับ” ผู้พันกรันณ์บอกก่อนจะดึงเอามีดพรานออกมาจนพยาบาลที่จะเอาชุดปลอดเชื้อมาให้เขาใส่ต้องรีบถอยหนีไปหลายเมตร “ผมขอใช้มีดเล่มนี้ตัดสายสะดือให้แฝดน้อยได้มั้ยครับ” หมอเอื้อยมองมีดในมือเขาอย่างสำรวจ ไม่รู้ว่าเป็นมีดที่เขาเพิ่งจะใช้ฆ่าคนมารึเปล่า แต่ดูๆ แล้วเหมือนจะเป็นมีดใหม่ ท่าทางจะคมมากๆ ด้วย สมกับเป็นลูกหลานนักรบอะไรแบบนี้เนี่ยแฝดน้อยหลานป้า

                “ก็ได้ค่ะ แต่ขอฉันทำความสะอาดมีดก่อนแล้วกัน กลัวว่า...”

                “มีดใหม่ครับ ยังไม่ได้ฆ่าใครมา เล่มที่ใช้ฆ่าคนฝากผู้พันเอาไว้นอกห้องคลอดนู่น”

                เรื่องแบบนี้จำเป็นต้องพูดให้ทุกคนในนี้ฟังมั้ย หมอเอื้อยคิดเมื่อเห็นเหล่าพยาบาลยิ่งกลัวเขาเมื่อรู้ว่าเขาเคยฆ่าคน ดูจากชุดและคำเรียกขานที่หมอเอื้อยเรียกเขาแล้วก็รู้อยู่หรอกว่าเป็นทหาร แต่ทหารแบบนี้จะไม่ให้กลัวได้อย่างไร แม้จะหน้าตาหล่อเหลาแต่รอยแผลเป็นบนใบหน้ากลับทำให้เขาดูน่ากลัวอย่างไม่ได้ตั้งใจ

                ราชาวดีที่นอนอยู่บนเตียงผ่าตัดน้ำตาคลอออกมาเมื่อเห็นสามีเดินเข้ามาหาก่อนที่เขาจะเข้ามากอดเธอเอาไว้แล้วจูบหน้าผากของเธอเบาๆ อย่างปลอบขวัญ มือแกร่งไล้แก้มนวลอย่างแสนรักและดูอ่อนโยนขัดกับบุคลิกทหารหน่วยรบพิเศษของเขามาก

                “แก้มเจ็บตรงไหนมั้ย เจ็บมากมั้ยคนดี” เขาปาดน้ำตาที่เอ่อคลอออกให้เธอแล้วจูบซับน้ำตาอีกครั้งทำเอาเหล่าพยาบาลที่พากันกลัวเขาในตอนแรกอดเขินแทนราชาวดีไม่ได้ ไม่คิดว่าผู้ชายมาดโหดที่เพิ่งจะกลับมาจากการทำภารกิจของทหารอย่างเขาจะอ่อนโยนกับเมียได้ขนาดนี้

                “แก้มบล็อกหลังแล้วตอนนี้เลยไม่เจ็บค่ะ พี่รันเพิ่งทำงานเสร็จหรอคะ” เธอยื่นมือไปแตะที่แก้มของเขาซึ่งยังคงมีคราบสีพรางหน้าสีดำอยู่ เขาจึงพยักหน้ารับ

                “ครับ พี่ทำงานเสร็จพอดีพวกเพื่อนๆ พี่เลยนั่งเฮริคอปเตอร์มาส่งที่โรงพยาบาลกันยกทีมเลย พี่จะอยู่ข้างๆ แก้มเองนะแก้มไม่ต้องกลัว แล้วเดี๋ยวเราก็จะได้เจอกับเจ้าแฝดแสนซนของเราแล้ว”

                “ค่ะ” ราชาวดียิ้มตอบเขา ความหวาดกลัวและกังวลในคราวแรกค่อยๆ ลดน้อยลงเมื่อมีสามีอยู่เคียงข้าง กำหนดคลอดเป็นอาทิตย์หน้า แต่จู่ๆ เธอก็เกิดเจ็บท้องขึ้นมาในคืนนี้ ดีที่ว่าอยู่บ้านพักภายในกรมฯ กับพี่ชายเขาเลยรีบพาเธอมาโรงพยาบาล ซึ่งตามปกติแล้วเธอจะอยู่ที่ฐานกับสามีตลอด แต่ช่วงใกล้คลอดแบบนี้เธอเลยทำเรื่องลาคลอดเพื่อออกมาอยู่ในตัวเมือง เวลาเจ็บท้องคลอดจะได้เดินทางสะดวก

                การบล็อกหลังคือการฉีดยาชาเข้าช่องไขกระดูกสันหลังทำให้ราชาวดีไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรขณะทำการผ่าคลอดและยังรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา ทันทีที่หมอเอื้อยลงมือผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ว่าที่คุณพ่อก็ถึงกับเหงื่อตกทันทีเมื่อได้มาเห็นการผ่าตัดใกล้ๆ แบบนี้ ซ้ำคนที่ถูกผ่าตัดยังเป็นน้องนางไม้ของเขาอีก เป็นทหารฆ่าผู้ร้ายมามากมายพอมาเห็นแบบนี้เข้าก็ถึงกับทำเอาเข่าอ่อนไปเหมือนกัน

                “แก้มเจ็บมั้ย” เขารีบหันมาถามเธอหลังจากที่เห็นมีดผ่าตัดค่อยๆ กรีดลงไปตามชั้นผิวหนังในแต่ละชั้นจนเลือดซึมออกมา

                “ไม่เจ็บค่ะ” เธอตอบเขาแล้วบีบมือเขาเอาไว้แน่นด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าลูกน้อยแล้ว แต่ถึงเธอจะบอกว่าไม่เจ็บผู้พันกรันณ์ก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้อยู่ดีเขาจึงก้มลงมากอดเธอเอาไว้อีก ซบใบหน้าเข้ากับแก้มนวลแล้วลูบผมเธอเบาๆ

                “พี่รักแก้มนะครับ” เขากระซิบบอกเธออีกยิ่งทำให้ราชาวดีบีบมือเขาเอาไว้แน่นแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ดีใจเหลือเกินที่วันที่สำคัญที่สุดในชีวิตแบบนี้เธอมีเขาอยู่เคียงข้าง

                หลังจากผ่าเปิดหน้าท้องแล้วผู้พันกรันณ์ก็ถึงกับอ้าปากน้ำตาคลอเมื่อเห็นหมอเอื้อยค่อยๆ อุ้มทารกเพศชายตัวเล็กๆ ขึ้นมาก่อนที่แฝดน้อยจะส่งเสียงร้องจ้าจนคุณพ่อกับคุณแม่พากันน้ำตาซึมกันเลยทีเดียว

                “ผู้พันคะ ตัดสายสะดือให้ลูกได้แล้วค่ะ” หมอเอื้อยบอกเขาแล้วแพทย์ผู้ช่วยของหมอเอื้อยก็ประคองตัวแฝดน้อยมาวางลงบนอกเหนือแผลผ่าตัดของราชาวดี พยาบาลอีกคนจึงส่งมีดพรานของเขาที่ผ่านการทำความสะอาดฆ่าเชื้อมาเป็นอย่างดีแล้วให้ ผู้พันกรันณ์รับมีดมาด้วยมือที่สั่นเทา ทั้งดีใจที่ได้เห็นลูกน้อยแต่อีกใจก็หวั่นกับบาดแผลที่หน้าท้องของราชาวดีแต่ก็ทำใจแข็งตัดสายสะดือให้ลูกอย่างที่เขาตั้งใจเอาไว้ตรงจุดที่หมอเอื้อยบอก แต่สายสะดือที่เหนียวแน่นก็ใช่ว่าจะตัดให้ขาดได้ง่ายๆ เหมือนอย่างสายสัมพันธ์แม่ลูกที่ไม่มีวันตัดได้ขาด แต่เพราะมีดของเขามีความคมมากจึงสามารถตัดสายสะดือให้กับลูกได้ในที่สุด และเมื่อตัดสายสะดือแฝดน้อยคนแรกแล้ว เพียงอึดใจเดียวแฝดน้อยคนที่สองก็ออกมาจากท้องแม่และร้องลั่นห้องผ่าคลอดด้วยอีกคนให้ผู้เป็นพ่อได้ตัดสายสะดือให้ลูกอีก ซึ่งก่อนที่กุมารแพทย์ที่อยู่ในห้องผ่าคลอดด้วยจะมาเอาตัวแฝดน้อยไปทำความสะอาดและตรวจเช็คร่างกาย แฝดน้อยก็ถูกส่งตัวมาให้คุณพ่อกับคุณแม่ได้กอดเสียก่อน

                “แฝดน้อย...ลูกแม่” ราชาวดีเรียกลูกทั้งน้ำตาด้วยความตื้นตันตั้งแต่เห็นตอนลูกออกมาจากท้องตัวเองและตอนตัดสายสะดือแล้ว เธอไม่เคยรู้สึกมีความสุขเท่านี้มาก่อนเลย ผู้พันกรันณ์จึงปาดน้ำตาออกให้เธอเบาๆ ก่อนจะก้มลงมาหาลูกน้อยตัวแดงๆ ที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของราชาวดี

                “สุขสันต์วันเกิดนะครับ แฝดน้อยของพ่อ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ตื้นตันใจไม่ต่างกัน แล้วกุมารแพทย์ก็มาเอาตัวแฝดน้อยไปทำความสะอาดเนื้อตัวพร้อมทั้งตรวจร่างกาย คุณพ่อกับคุณแม่ที่ยังน้ำตาซึมอย่างมีความสุขที่ได้เห็นลูกน้อยทั้งสองจึงได้แต่กอดกัน หมอเอื้อยเห็นแล้วก็อดตื้นตันดีใจกับคนทั้งคู่ไม่ได้ก่อนจะรีบจัดการเย็บปิดปากแผลหน้าท้องให้ราชาวดีอย่างประณีตที่สุด

                หลังจากที่กุมารแพทย์แพยท์ตรวจร่างกายแฝดน้อยจนมั่นใจแล้วว่าแฝดน้อยสุขภาพแข็งแรงดีก็ได้ห่อตัวทารกน้อยทั้งสองด้วยผ้าผืนนุ่มแล้วนำกลับมาให้คุณพ่อกับคุณแม่อีกครั้ง

                “คุณพ่อคุณแม่ลองอุ้มลูกดูนะคะ” กุมารแพทย์บอกแล้ววางแฝดน้อยลงในอ้อมแขนของราชาวดีคนหนึ่ง ส่วนอีกคนนั้นกุมารแพทย์ทำท่าจะส่งให้กับผู้เป็นพ่อ จากที่ดีใจที่ได้เห็นหน้าลูก พอจะได้อุ้มลูกจริงๆ เขาก็เกิดประหม่าขึ้นมาทันที

                “อะ...อุ้ม อุ้มยังไงหรอครับ” ชีวิตนี้จับแต่ปืนมาทั้งชีวิต เด็กก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้วจะให้เขามาอุ้มทารกน้อยตัวแดงๆ เนี่ยนะ เขาจะกล้าอุ้มได้อย่างไร ถ้าเขาอุ้มผิดวิธีแล้วทำลูกเจ็บขึ้นมาล่ะ

                “คุณพ่ออุ้มน้องแบบนี้นะคะ” กุมารแพทย์เข้าใจดีว่าคุณพ่อมือใหม่มักจะประหม่ากันแบบนี้ทุกคนจึงได้สอนเขาอุ้มลูก ซึ่งพอได้อุ้มจริงๆ ผู้พันกรันณ์ก็ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วการอุ้มเด็กมันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย จากที่กลัวการจะอุ้ม พอได้อุ้มแล้วกลับรู้สึกไม่อยากจะวางขึ้นมาทันที ลูกชายตัวน้อยของเขาที่ตอนแรกแหกปากร้องลั่นตอนนี้หยุดร้องแล้ว มือเล็กๆ ป้อมๆ ขยับไปมาละลายหัวใจสุดแกร่งของคุณพ่อลงได้ในพริบตา

                “แก้ม แก้มดูสิครับ แก้มดูสิพี่ได้อุ้มลูกแล้ว” เขารีบหันมาบอกราชาวดีทำเอาเหล่าหมอและพยาบาลแอบขำความตื่นเต้นของคุณพ่อคนใหม่กัน ราชาวดีเห็นเขาอุ้มลูกแล้วก็ยิ่งมีความสุขนักก่อนจะก้มลงมาจูบเบาๆ ที่แก้มยับๆ ของลูกน้อยอีกคนในอ้อมแขนของเธอ

                “แฝดน้อยของพ่อ พ่อรักแฝดน้อยที่สุดเลยลูก” คุณพ่อยังเห่อลูกไม่หายเมื่อเขาวางแฝดน้อยลงนอนข้างกันในอ้อมแขนของราชาวดี เพราะตอนนี้เธอยังขยับตัวไม่ได้มากจึงกอดลูกได้โดยการให้ลูกนอนบนเตียงในอ้อมแขนของเธอ

                “พ่อรักแฝดน้อยแล้วก็รักแม่แก้มที่สุดเลย” เขาก้มลงมาหอมแก้มลูกทั้งสองเบาๆ ก่อนจะหอมแก้มเมียรักอีกฟอดใหญ่เป็นการให้รางวัลกับเธอ

                “แก้มของพี่รันเก่งมากเลยนะครับ ตลอดเก้าเดือนมานี้แก้มเก่งมากจริงๆ พี่รักแก้มนะครับ”

                “แก้มก็รักพี่รันค่ะ แต่แก้มรักแฝดน้อยมากกว่าพี่รันนะคะ” เธอยิ้มตอบเขาอย่างมีความสุข คนที่ถูกรักน้อยกว่าลูกก็เลยหัวเราะออกมาเบาๆ

                “แฝดน้อยของเราน่ารักขนาดนี้ พี่ยอมให้แก้มรักลูกมากกว่าก็ได้ครับ” ว่าแล้วก็กอดทั้งเมียและลูกๆ ของตัวเองเอาไว้ พยาบาลภายในห้องคลอดจึงช่วยถ่ายภาพความประทับใจครั้งนี้เอาไว้ให้กับเขาด้วย ส่วนหมอเอื้อยที่เย็บปิดปากแผลให้ราชาวดีเสร็จรวมถึงทำความสะอาดบาดแผลดีแล้วจึงได้เข้ามาหาหลานของตนด้วย คืนนี้ช่างเป็นคืนที่ดีและทุกคนก็มีความสุขกันมากจริงๆ

 

                หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดาแล้วผู้พันกรันณ์ก็มาจับจองพื้นที่นั่งเฝ้ารถเข็นเด็กของลูกแฝดอยู่ข้างเตียงราชาวดีจนเช้า สายตาและใบหน้าดุๆ ของเขาคงทำเอาใครหลายๆ คนที่จะมาต้อนรับสมาชิกใหม่ไม่กล้าเข้าใกล้แน่ๆ ถ้ามาเห็นท่าทางคุณพ่อเห่อแล้วก็หวงลูกแฝดแบบนี้ นี่ขนาดเป็นลูกชายนะ ถ้าเป็นลูกสาวเขาคงเอาปืนมานั่งกอดระหว่างเฝ้าลูกเมียด้วย

                “โอ๋ๆๆ ว่าไงลูก หืม อย่าเพิ่งซนกันนะแม่แก้มกำลังหลับอยู่ ก็เพราะว่าต้องคลอดเราสองคนไงแม่แก้มเลยเหนื่อยแล้วก็เพลียมาก หิวนมแล้วรึยัง ไว้รอแม่แก้มตื่นก่อนนะ” ใบหน้าคมเข้มแสนดุยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงฟังดูอ่อนโยนขัดกับหน้าตาขณะมองลูกน้อยทั้งสองในรถเข็นเด็กที่พยาบาลเข็นเข้ามาส่งให้ เจ้าแฝดน้อยหน้าตาถอดแบบไปจากเขาราวกับว่าเขากำลังส่องกระจกเวลามองหน้าลูกๆ เลือดพ่ออะไรจะแรงแบบนี้กันนะ แต่ท่าทางจะได้สีผิวของแม่ไปเพราะตัวลูกมีแววว่าจะผิวขาวผุดผ่องเหมือนราชาวดี ริมฝีปากเล็กๆ จิ้มลิ้มเป็นทรงปากของเขาแต่มีสีแดงระเรื่อเหมือนกับของผู้เป็นแม่ นอกจากนั้นแฝดน้อยก็ได้พ่อมาหมดเลย มือน้อยๆ ชูไปมาอย่างไม่รู้เดียงสา ตายังไม่ลืมดีแต่เพียงแค่นี้ความน่ารักน่าชังก็ทำให้คนเป็นพ่อหลงจนไม่อยากจะอยู่ห่างแล้ว ครั้งพอลองยื่นนิ้วเข้าไปหามือน้อยๆ จุ๋มจิ๋มก็กำนิ้วของเขาเอาไว้แน่น ผู้พันกรันณ์ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเด็กทารกจะน่ารักได้มากมายแบบนี้ ความรู้สึกภายในใจมันเต็มตื้นและอิ่มเอิบ ทั้งดีใจ ทั้งหลงและภูมิใจที่ความรักของเขาก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตน้อยๆ ที่แสนน่ารักทั้งสองคนแบบนี้

                ผู้พันคีรินทร์ที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องพักคนไข้ของน้องสาวเห็นภาพนี้แล้วก็อดหันมายิ้มให้กันกับหมอเอื้อยไม่ได้ ตั้งแต่รู้จักกันกับไอ้น้องเขยมาตอนโรงเรียนเตรียมทหาร ความโหด เถื่อนและเหี้ยมของมันเขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่คนหน้าดุอย่างมันจะนั่งเกาะรถเข็นลูกน้อยแล้วก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนพูดคุยกับลูกด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลไพรเราะแบบนี้ ความอ่อนโยนไร้เดียงสาของเด็กทารกเปลี่ยนคนได้จริงๆ ด้วย

                “แฝดน้อยตื่นแล้วหรอ มา ขอพ่อภูอุ้มหน่อยลูก” ผู้พันคีรินทร์เดินเข้ามาที่รถเข็นของหลาน พอจะก้มลงมาอุ้มหลานคนเป็นพ่อที่นั่งเกาะรถเข็มมองลูกอยู่ก็ปัดมือเขาหนีทันทีอย่างหวงๆ

                “ไปล้างมือให้สะอาดก่อนพี่ เช็ดแอลกอฮอล์มาด้วยล่ะ แฝดน้อยเพิ่งคลอดผิวบอบบางเดี๋ยวจะติดเชื้อโรค” ได้ฟังน้องเขยว่าผู้พันคีรินทร์ก็ต้องชักสีหน้าออกมา หมอเอื้อยได้แต่ยิ้มเก้อๆ เพราะตั้งแต่ออกจากห้องคลอดมาคุณพ่อคนใหม่ก็ออกลายหวงลูกชายขั้นหนักเกินจะเยียวยาแล้ว

                “กูล้างมือจนสะอาดดีแล้วมึงอย่าหวงเวอร์ไอ้รัน”

                ห้ามพูดกูมึงต่อหน้าแฝดน้อยด้วย คำหยาบทุกคำห้ามพูด!” เอาเข้าไปไอ้บ้านี่ มันยังสติดีอยู่รึเปล่าเนี่ย ผู้พันคีรินทร์ขี้เกียจจะเถียงด้วย พยายามเข้าใจหัวอกคุณพ่อมือใหม่ที่เพิ่งเคยมีลูก มันรักของมันมากเลยเห่อและหวงเป็นธรรมดา เอาเถอะ เขาจะถือว่าเห็นแก่หลาน ผู้พันหนุ่มพยายามทำใจเย็นแล้วค่อยๆ อุ้มแฝดน้อยขึ้นมาคนหนึ่งเพราะอีกคนมือน้อยๆ ยังคงกำนิ้วของผู้เป็นพ่อเอาไว้อยู่

                “ว่าไงลูก นี่พ่อภูเองนะจำเสียงได้รึเปล่า พ่อภูที่ชอบมาคุยกับเราทุกวันไง” ผู้พันคีรินทร์อุ้มแฝดน้อยเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างเชี่ยวชาญคนเป็นน้องเขยที่มองลูกในอ้อมแขนของเขาอย่างหวงๆ เลยอดสงสัยไม่ได้

                “พี่อุ้มเด็กคล่องจัง”

                “ไม่คล่องได้ไง ฉันช่วยพ่อกับแม่เลี้ยงยัยแก้มมาตั้งแต่ตัวเท่านี้ เรื่องเลี้ยงเด็กน่ะสำหรับฉันมันเรื่องเล็กมาก” ว่าแล้วก็อดนึกถึงตอนเด็กๆ ไม่ได้ ไม่คิดว่าเมื่อก่อนที่เคยอุ้มน้อง เลี้ยงน้องแบบนี้ พอมาวันนี้เขาจะได้อุ้มลูกของน้องด้วยอีกคน

เมื่อไหร่แก้มจะฟื้น” ผู้พันคีรินทร์เดินอุ้มหลานเข้าไปที่ข้างเตียงของราชาวดี ก่อนจะยื่นมืออีกข้างไปลูบผมน้องสาวเบาๆ อย่างห่วงใยขณะถามหมอเอื้อย

                ฉันให้ยานอนหลับไปน่ะยัยแก้มจะได้พักผ่อน คลอดลูกมันไม่ใช่ของง่ายๆ นะผู้พัน มันเพลียสุดๆ เลยล่ะ ยัยแก้มอุ้มท้องหนักๆ มาเก้าเดือนแล้วฉันอยากให้นอนพักเยอะๆ เพราะนับจากนี้ไปชีวิตยัยแก้มได้ป่วนหนักกับแฝดน้อยคู่นี้แน่ๆ” หมอเอื้อยบอกยิ้มๆ ก่อนจะเข้ามาเล่นกับหลานที่เขากำลังอุ้มอยู่ เขาจึงส่งหลานให้เธอได้อุ้มบ้างแล้วถามย้ำอีก

                “แก้มปลอดภัยดีใช่มั้ย”

                “ปลอดภัยดี แข็งแรงกันดีทั้งแม่ทั้งลูกแหละโดยเฉพาะแฝดน้อย สมกับเป็นลูกหลานของทหารเลย ปกติเด็กฝาแฝดพอคลอดแล้วก็จะให้อยู่ในตู้อบก่อน แต่แฝดน้อยสุขภาพดีกันมากจริงๆ เลยได้อยู่ในตู้อบกันไม่นาน น้ำหนักก็ได้มาตรฐานทั้งคู่ด้วย”

                “แน่นอนสิ ก็ตอนท้องผมดูแลแก้มเป็นอย่างดี ให้กินของที่มีประโยชน์ ไปว่ายน้ำออกกำลังกายบ่อยๆ แล้วผมก็เข้าไปเช็คไปเยี่ยมลูกในท้องทุกคืนด้วย” ผู้พันกรันณ์บอกอย่างภูมิใจแล้วหันมามองทางน้องนางไม้ของเขา ซึ่งตั้งแต่ได้รับยานอนหลับในห้องคลอดเธอก็หลับยาวมาจนถึงตอนเช้าวันนี้เลย

                “ไอ้เรื่องเข้าไปเช็คไปเยี่ยมลูกทุกคืนน่ะไม่ต้องพูดก็ได้มั้ย หื่นจริงนะมึง เมียท้องโตขนาดนี้ยังมีใจทำลงอีก” ผู้พันคีรินทร์อดว่าไม่ได้ในขณะที่หมอเอื้อยแก้มแดงจัดแล้ว

                “ก็ทั้งสวยทั้งอร่อยขนาดนี้ ท้องโตแค่ไหนก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ”

                “กูล่ะหมดคำจะพูดกับมึงจริงๆ” ผู้พันคีรินทร์ว่าอีก ยอมใจกับความหื่นของน้องเขยที่นับวันก็ยิ่งหลงเมียหนัก ยิ่งตอนนี้มีลูกแฝดเป็นโซ่ทองคล้องใจผู้พันกรันณ์ได้ไปไหนไม่รอดแน่ๆ

                เสียงคนพูดคุยกันทำให้คนที่นอนหลับอยู่บนเตียงค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้น เธอรู้สึกเจ็บที่แผลผ่าตัดเนื่องจากยาชาหมดฤทธิ์แล้ว แต่พอนึกถึงสาเหตุที่เจ็บแผลขึ้นมาได้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอก็เต้นเร่ารีบลืมตาตื่นขึ้นทันที ลูก...เธอเพิ่งจะคลอดลูกไปนี่ ผู้พันกรันณ์ที่มองคนรักอยู่พอดีรีบลุกขึ้นเข้ามาหาเธอทันทีเมื่อเห็นว่าเธอตื่นขึ้นมาแล้ว แก้มนวลของเธอยังคงซีดเผือดอยู่เนื่องจากเสียเลือดไปตอนผ่าคลอด ยานอนหลับก็น่าจะยังไม่หมดฤทธิ์ดีเธอจึงดูเพลียๆ ด้วย

                “แก้ม อย่าเพิ่งขยับตัวนะครับเดี๋ยวจะเจ็บแผล” เขารีบบอกแล้วกอดประคองเธอเอาไว้เมื่อเธอทำท่าจะขยับตัวลุกขึ้นนั่ง

                “ลูก...พี่รัน ลูกอยู่ไหน” เธอรีบถามหาลูกทันที อยากเจอจังเลย อยากเจอที่สุดเลยตอนนี้

                ผู้พันกรันณ์ได้ยินเธอถามหาลูกก็ยิ้มตอบทันทีแล้วก้มลงมาจูบหน้าผากของเธอเบาๆ อย่างแสนรัก

                “แก้มนอนนิ่งๆ ก่อนนะเดี๋ยวพี่จะปรับเตียงให้แก้มจะได้อุ้มลูกได้ถนัดๆ” พอเขาบอกว่าจะให้เธออุ้มลูกราชาวดีก็ยิ้มตอบอย่างดีใจทันที ซึ่งพอเขากดปุ่มปรับเตียงแล้วค่อยๆ ประคองเธอนั่งผู้พันกรันณ์ก็หันไปรับเอาตัวแฝดน้อยคนพี่ที่ผู้พันคีรินทร์อุ้มอยู่มาให้เธอทันที

                ราชาวดีมองลูกน้อยในอ้อมแขนของเขาน้ำตาคลออย่างดีใจและมีความสุข ยิ่งเห็นมือน้อยๆ ชูไปมาในห่อผ้าสีฟ้าอ่อนเธอก็ยิ่งน้ำตาซึมขณะยื่นแขนไปรับลูกจากเขามาอุ้ม สองแขนที่สั่นเทาเพราะความตื่นเต้นดีใจกอดประคองลูกน้อยเอาไว้ในอ้อมอก ทันทีที่ได้เห็นหน้าลูกอีกครั้งราชาวดีก็ก้มลงมาจูบที่แก้มของลูกทันที

                “คนนี้แฝดพี่” ผู้พันกรันณ์บอกเธอ ก่อนจะหันไปรับแฝดน้อยอีกคนจากหมอเอื้อยมาส่งให้ราชาวดีอุ้มแล้วสอดแขนเข้ามาช่วยเธอกอดประคองลูกน้อยทั้งสองเอาไว้ในอ้อมแขน

                “คนนี้แฝดน้อง” เขาบอกอีกหลังจากที่ราชาวดีจูบแก้มของแฝดคนน้องแล้วเธอจึงหันมายิ้มให้เขา

                “พี่รัน...ลูก แก้มได้อุ้มลูกแล้ว ลูกของแก้ม”

                “ใช่ที่ไหนกัน” เขาว่าพลางปาดน้ำตาออกให้เธอก่อนจะจูบแก้มของเธออีกครั้ง “ไม่ใช่ลูกของแก้มคนเดียวซักหน่อย นี่น่ะ ลูกของเราสองคนต่างหาก” ความตื้นตันใจทำให้ราชาวดีพูดอะไรแทบจะไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารับน้ำตาคลอออกมาด้วยความสุขก่อนจะหันมาหอมแก้มของลูกทั้งสองคนอีกครั้ง ผู้พันกรันณ์ที่ประคองอุ้มลูกช่วยเธออยู่จึงกอดทั้งแม่ทั้งลูกเอาไว้ในอ้อมแขนของเขา สิ่งที่เขารักและหวงแหนที่สุดในชีวิตตอนนี้อยู่ในอ้อมแขนของเขาแล้ว ทั้งลูกรักและเมียรักของเขา วันนี้ช่างเป็นวันที่เขามีความสุขอะไรแบบนี้

                “พี่รักแก้มนะครับ ทั้งรักแก้มแล้วก็ลูกเลย” เขากระชับกอดราชาวดีกับลูกเอาไว้แน่นขึ้นเธอจึงหันมาหอมแก้มเขาเบาๆ อย่างมีความสุขไม่ต่างกัน

                “แก้มก็รักพี่รันค่ะ แต่แก้มรักแฝดน้อยมากกว่าพี่รันนะคะ” เธอบอกทั้งรอยยิ้ม สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ลูกน้อยในอ้อมแขน ในที่สุดก็ได้เจอกันแล้ว หลังจากที่อุ้มท้องมานานถึงเก้าเดือน รอยยิ้มแสนหวานของเธอมอบให้กับแฝดน้อยด้วยความรักสุดห้วงหัวใจ ก้มลงไปคลอเคลียอยู่กับลูก ใช้จมูกเรียวค่อยๆ ไล้ไปตามแก้มนุ่มๆ ของแฝดน้อย สองแฝดก็ชูมือขึ้นมาแตะที่แก้มของผู้เป็นแม่อย่างไม่รู้เดียงสา หมอเอื้อยเห็นภาพนี้แล้วก็หันมากอดซบกับต้นแขนของผู้พันคีรินทร์อย่างซาบซึ้งใจกับครอบครัวของเพื่อน ภาพของทั้งสี่คนพ่อแม่ลูกกอดคลอเคลียกันอยู่แบบนี้พาให้เธอรู้สึกมีความสุขไปด้วย

                “อยากมีแบบนี้บ้างหรอ” ผู้พันคีรินทร์ที่มองน้องสาวกับน้องเขยช่วยกันกอดประคองลูกน้อยเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างมีความสุขหันมาถามคนที่ซบแขนของเขาอยู่ หมอเอื้อยจึงพยักหน้ารับว่าเธออยากจะมีอย่างนี้บ้าง

                “ถ้าอยากมีแบบนี้งั้นก็รีบแต่งงานกับฉันได้แล้ว ถ้าขืนยังเรื่องมากไม่ยอมแต่งง่ายๆ เดี๋ยวได้ท้องก่อนแต่งแน่”

                “บ้า!” เธอว่าแล้วตีอกเขาเบาๆ คุณพ่อคุณแม่ที่ยังชื่นชมลูกน้อยของตัวเองอยู่จึงหันมามองพวกเขาตาม

                “พี่ภู เอื้อย ดูสิ ดูสิลูกของแก้มน่ารักมั้ย แฝดน้อยของแก้มน่ารักที่สุดเลย” เธอบอกอย่างภูมิใจแล้วกอดลูกน้อยอวดทุกคน ผู้พันคีรินทร์กับหมอเอื้อยจึงหันมาหัวเราะให้กันอย่างเอ็นดูคุณแม่คนใหม่ที่ตอนนี้ดูท่าจะหลงลูกน้อยของตัวเองอย่างหนักแล้ว สมใจเธอแล้วตอนนี้ พวกเขารู้ดีว่าเธอรอคอยวันนี้มานานมากแค่ไหน ตอนนี้เธอมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมอย่างที่หวังแล้ว ทั้งมีลูกน้อยไว้อุ้มชูและมีสามีคอยดูแลด้วยความรัก

                “เป็นแม่คนแล้ว ต่อไปต้องโตเป็นผู้ใหญ่ให้มากกว่านี้นะ จะคิด จะทำอะไรก็ต้องมีเหตุผล ให้คิดถึงลูกกับผัวให้มากๆ” ผู้พันคีรินทร์เดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับคอยสั่งสอนน้องสาวอีก ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ยังห่วงใยเธอเสมอ ถึงเธอจะมีลูกมีสามีแล้วแต่สำหรับเขาเธอก็ยังคือน้องสาวที่เขาไม่อาจตัดใจให้เลิกห่วงได้ การได้เห็นเธอมีความสุขกับครอบครัวของเธอแบบนี้มันจึงทำให้คนเป็นพี่อย่างเขาพอจะคลายความกังวลและคลายห่วงใยจากเธอได้

                “แก้มจะเป็นแม่ที่ดีของแฝดน้อยค่ะ แล้วก็จะเป็นเมียที่ดี เป็นน้องนางไม้ที่น่ารักของพี่รันด้วย” เธอหันมายิ้มให้สามีที่กอดประคองลูกช่วยเธออยู่ ผู้พันกรันณ์จึงจูบขมับของเธอเป็นรางวัลสำหรับนางไม้แสนน่ารักของเขาต่อหน้าต่อตาผู้พันคีรินทร์จนอีกฝ่ายต้องเบ้ปากใส่อย่างหมั่นไส้

                “แล้วจะตั้งชื่อเจ้าแฝดว่าอะไรดีล่ะ” พอพี่ชายถาม ราชาวดีก็หันมามองหน้ากันกับสามีอีกทันที

                “แก้มอยากให้พี่รันเป็นคนตั้งค่ะ พี่รันเคยบอกว่าคิดชื่อลูกเอาไว้แล้ว” แล้วทุกคนก็หันมาทางผู้พันกรันณ์เป็นตาเดียว เขาก็เลยได้แต่ยิ้มเขินกับชื่อที่เขาคิด

                “แก้มจะเอาชื่อที่พี่ตั้งจริงๆ หรอครับ” ถามเมียอีกทีเพื่อความมั่นใจ

                “ค่ะ” เธอพยักหน้าตอบ “ชื่อที่คุณพ่อตั้งให้ แก้มเชื่อว่ามันจะเป็นศิริมงคลกับลูกนะคะ”

                เมื่อเธอบอกแบบนี้ผู้พันกรันทร์ก็ยิ้มออกมาทันทีกับชื่อที่เขาคิดเอาไว้ ก่อนจะก้มลงมาหาลูกน้อยทั้งสองใกล้ๆ แฝดน้อยของพ่อ ไหนๆ หน้าตาก็เล่นถอดแบบไปจากพ่อราวกับคนเดียวกันแล้วงั้นชื่อ...

                “ลูกชายพ่อชื่อเด็กชายกรินทร์ กับเด็กชายกวินทร์ก็แล้วกันนะลูก” เขาเขี่ยแก้มนุ่มๆ ของแฝดน้อยคนพี่ ก่อนจะเขี่ยแก้มแฝดน้อยคนน้องต่ออีกที แฝดน้อยที่เขากับราชาวดีอุ้มประคองอยู่เลยส่งเสียงร้องอ้อแอ้ตอบราวกับรู้เรื่องรู้ราวไปด้วย ส่งเสียงตอบแบบนี้แปลว่าลูกชอบชัวร์ๆ

                “แก้มชอบสองชื่อนี้มั้ยครับ” ทุกเรื่อง ต้องได้รับการอนุมัติจากเมียก่อนเสมอ

                “ชอบสิคะ ก็เป็นชื่อที่พี่รันตั้งให้นี่นา” เธอยิ้มตอบอย่างว่าง่ายเขาก็เลยอธิบายที่มาของชื่อต่อ

                “แก้มดูสิ แฝดน้อยหน้าตาถอดแบบไปจากพี่ขนาดนี้ ตอนนี้พวกเราเป็นแฝดสามแล้วนะรู้มั้ย ไหนๆ ก็หน้าตาเหมือนกันแล้วชื่อก็ควรจะฟังคล้ายๆ กันด้วย กรันณ์ กรินทร์ กวินทร์ แล้วก็...แก้ม น่ารักดีจะตาย” ดูท่าเขาจะภูมิใจกับชื่อที่ตัวเองตั้งเป็นอย่างมาก ยิ่งราชาวดีบอกว่าชอบชื่อของลูกเขาก็ยิ่งภูมิใจเข้าไปใหญ่

                “ส่วนชื่อเล่น ไหนๆ ก็เป็นลูกทหารหน่วยรบพิเศษแล้วงั้น...แฝดพี่ชื่อซีล แฝดน้องชื่อเรนเจอร์ดีกว่า พ่อเป็นทหารบก หน่วยรบพิเศษของทหารบกก็คือเรนเจอร์หรือเสือคาบดาบ แล้วนอกจากนี้พ่อก็เป็นหน่วยซีลด้วย ตอนที่แก้มท้องแฝดน้อยพวกเราต้องพบเจอกับเรื่องมาเยอะแยะมากมาย ทั้งโจรผู้ร้าย ไหนจะภารกิจของพี่อีกแฝดน้อยที่อยู่ในท้องก็ได้ร่วมผจญไปกับพวกเราด้วย ชื่อซีลกับเรนเจอร์นี่แหละดีแล้วค่อยสมกับเป็นลูกพ่อรัน ตอนนี้เรามีหน่วยรบพิเศษสองหน่วยแล้ว เดี๋ยวลูกคนต่อๆ ไปพี่จะให้ชื่อ สไนเปอร์ รีคอน เนวี่ คอมมานโดแล้วก็...”

                “หืม” ราชาวดีได้ยินชื่อลูกในอนาคตแล้วก็ต้องขมวดคิ้วใส่เขาอีกทันที นี่เขาอยากจะมีลูกกี่คนกันแน่ล่ะเนี่ย

                “ก็แฝดน้อยของเราน่ารักขนาดนี้ พี่เห็นแล้วก็อยากจะได้เพิ่มอีกหลายๆ คน พอร่างกายแก้มแข็งแรงดีแล้วเรามามีน้องให้แฝดน้อยกันนะ พี่ยังไม่ได้หน่วยรบครบทุกหน่วยเลย ลูกสาวก็ยังไม่ได้ ทั้งหน่วยรบพิเศษแล้วก็นางไม้น้อยน่ารักๆ แก้มมีให้พี่อีกนะครับ”

                ได้ฟังน้องเขยมันพูดอ้อนขอลูกกับเมียอีกผู้พันคีรินทร์ก็นึกอยากจะทุบมันนัก มันเห็นน้องสาวเขาเป็นเครื่องผลิตลูกรึยังไงกัน เขาก็ได้แต่หวังว่าน้องสาวของเขาจะปฏิเสธมัน แต่เปล่าเลย ราชาวดีไม่ปฏิเสธซ้ำยังยิ้มเขินๆ หน้าแดงพร้อมที่จะมีลูกดกๆ ให้มันอีก ความหลงลูกหลงผัวนี่ไม่มีใครเกินเลยยัยเด็กบ้านี่ เห็นแล้วก็หงุดหงิดวุ่ย! แล้วเขาจะไปว่าอะไรได้ นี่มันเรื่องของพวกเขาสองคนผัวเมียนี่ เขาเป็นคนนอกก็ได้แต่ยืนฟังอย่างเซ็งๆ อยู่นี่แหละ

                “แอ้ แอ...” เสียงแฝดน้อยในอ้อมแขนคุณพ่อคุณแม่เริ่มโยเย ขยับตัวดิ้นชูมือน้อยๆ ไปมาหมอเอื้อยจึงรีบเข้ามาดูหลานก่อนจะหันมาทางราชาวดี

                “สงสัยจะหิวกันแล้ว แกให้นมลูกเถอะแก้ม”

                แล้วความตื่นเต้นก็เกิดขึ้นอีกครั้งกับการให้นมลูกเป็นครั้งแรก เพราะตอนตั้งท้องผู้พันกรันณ์เห็นว่าเมียท้องแฝดแล้วท่าทางลูกจะกินกันจุด้วยเขาก็เลยบำรุงราชาวดีเป็นอย่างดีโดยเฉพาะการบำรุงให้เธอมีน้ำนมให้ลูกอย่างเพียงพอ ซึ่งก็ได้ผลอย่างที่เขาตั้งใจเมื่อหมอเอื้อยบอกว่าราชาวดีมีน้ำนมให้ลูกๆ เยอะ

                “อุแว้! อุแว้!” เสียงร้องของทารกน้อยทั้งสองเริ่มประสานขึ้นแข่งกัน คนที่ดูจะรับมือกับสถานการณ์ได้ดีที่สุดก็คือหมอเอื้อยเพราะนี่คือสิ่งที่เธอต้องเจอเป็นประจำอยู่แล้ว

                “ผู้พันคะ ทำหน้าที่ทหารมาเยอะแล้ว ตอนนี้ผู้พันต้องเริ่มทำหน้าที่พ่อแล้วนะคะ” เธอหันมาทางคุณพ่อคนใหม่ที่ดูจะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ยากกว่าคนอื่นๆ พอเห็นลูกสองคนร้องไห้แข่งกันเขาก็ได้แต่ยืนหันซ้ายหันขวาอย่างทำอะไรไม่ถูก ผู้พันคีรินทร์เห็นแล้วก็ขัดใจเลยเข้ามาอุ้มเอาแฝดน้อยเอาไว้คนหนึ่งแล้วรีบปลอบหลานทันที

                “ดูท่าพี่จะเลี้ยงเด็กคล่องจังเลยนะ” ผู้พันกรันณ์อดทึ่งไม่ได้ เพิ่งมารู้ว่าอีกฝ่ายเลี้ยงเด็กคล่องก็ตอนนี้แหละ

                “ก็กูเคยเลี้ยงน้องมาก่อนนี่ ใครจะเหมือนมึง อุ้มลูกยังเก้ๆ กังๆ”

                “อ้าว ก็ผมเคยเลี้ยงเด็กซะที่ไหนกันล่ะ”

                “นี่! มันใช่เวลามาทะเลาะกันมั้ย ผู้พันมานี่ค่ะฉันจะสอนเวลาที่ต้องให้นมลูกพร้อมๆ กันทั้งสองคน” หมอเอื้อยรีบดุคนทั้งสองแล้วเรียกคุณพ่อมือใหม่มาเรียนรู้วิธีการให้นมลูก เพราะราชาวดีต้องมีคนช่วยทุกครั้งถ้าต้องให้นมลูกพร้อมๆ กัน

                “ก่อนจะให้นมลูกทุกครั้งต้องเอาสำลีชุบน้ำสะอาดทำความสะอาดหัวนมกับลานนมก่อน ลองทำดูนะแก้ม” หมอเอื้อยสอนเพื่อนอย่างใกล้ชิดแล้วช่วยราชาวดีอุ้มแฝดน้อยอีกคนเอาไว้ก่อน ซึ่งพอราชาวดีรับสำลีมาจากเพื่อนผู้พันกรันณ์ก็แย่งสำลีในมือของเธอไปถือเอาไว้เอง

                “ให้พี่ช่วยดีกว่า” เขาบอกแล้วก็ค่อยๆ ปลดเสื้อคนไข้แบบผ่าหน้าของราชาวดีออกซึ่งเผยให้เห็นทรวงอกอวบที่ตอนนี้ทั้งอวบและเต่งตึงเอามากๆ เห็นแล้วก็นึกอยากจะแย่งนมลูกกินจนเขาหน้าเรื่อสีจัดขณะใช้สำลีทำความสะอาดลานนมให้กับเมียรัก ครั้งพอเขาเงยหน้าขึ้นมองเธอก็เห็นราชาวดีหน้าเรื่อสีจัดไม่ต่างกันที่จู่ๆ ก็ต้องมาเปิดหน้าอกให้เขาดูต่อหน้าเพื่อนของเธอแบบนี้ ดีที่พี่ชายของเธอเขายืนหันหลังให้แล้วก็โอ๋หลานอยู่ที่ปลายเตียง

                “เอาหมอนไว้รองตัวลูกด้วยนะจะได้อุ้มแฝดน้อยได้ถนัดๆ” หมอเอื้อยรีบพูดขัดก่อนที่จะเขินกันและกันไปมากกว่านี้แล้วหยิบหมอนใบใหญ่มาวางบนตักของราชาวดีก่อนจะค่อยๆ ประคองตัวแฝดน้อยลงบนหมอนด้านข้างลำตัวของผู้เป็นแม่แล้วจัดแจงท่าในการให้นมจนสามารถเอาแฝดน้อยคนแรกเข้าเต้าได้ ซึ่งพอปากเล็กๆ อ้างับนมแม่ได้ก็รีบดูดใหญ่จนแก้มป่อง หมอเอื้อยจึงหันไปรับแฝดน้อยอีกคนจากผู้พันคีรินทร์มาส่งให้ผู้พันกรันณ์บ้าง

                “เอาลูกเข้าเต้าแบบที่ฉันทำให้ดูเมื่อกี้นี้ค่ะ” เธอบอกเขา คุณพ่อคนใหม่ถึงกับเหงื่อตกทันที ตอนได้จับปืนยิงครั้งแรกในชีวิตยังไม่เคยรู้สึกหนักใจเท่านี้มาก่อน เขากลัว กลัวว่าจะทำผิดวิธีแล้วจะทำให้ลูกเจ็บ “ยัยแก้มไม่สามารถประคองลูกให้กินนมพร้อมๆ กันคนเดียวได้ นี่จึงเป็นหน้าที่ของผู้พันนะคะที่ต้องช่วยยัยแก้ม มันอาจจะยากสำหรับมือใหม่แต่ฉันรับรองค่ะว่าเดี๋ยวจะชินเอง วันสองวันผู้พันจะทำได้คล่องเหมือนกับมีประสบการณ์มาเป็นสิบๆ ปีเลยล่ะค่ะ” หมอเอื้อยบอกอีกเมื่อเห็นเขาดูเก้ๆ กังๆ เธอจึงได้ยืนประกบเขาเอาไว้ตลอด ผู้พันกรันณ์จึงค่อยๆ กอดประคองลูกน้อยของตนอย่างทะนุถนอมสุดชีวิตวางเอาไว้บนหมอนข้างตัวราชาวดีแล้วจับประคองศีรษะเล็กๆ ของแฝดน้อยเพื่อช่วยให้แฝดน้อยงับนมของผู้เป็นแม่ได้

                “ใช่ค่ะ ทำถูกแล้ว” คุณหมอบอกอย่างชื่นชมเมื่อเห็นถึงความพยายามและความตั้งใจของเขา คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็เป็นแบบนี้กันหมดทุกคนแหละ กลัวๆ กล้าๆ ไม่ใช่อะไรหรอก พวกเขากลัวจะทำผิดวิธีแล้วจะทำลูกน้อยเจ็บตัวเอา แล้วเท่าที่เห็นผู้พันกรันณ์ก็พยายามและระมัดระวังสุดๆ แล้ว ถึงเขาจะไม่มีประสบการณ์ด้านการเลี้ยงเด็กเลยแต่หมอเอื้อยก็เชื่อว่าเขาจะเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ ได้ คุณพ่อบางคนเห็นลูกร้องไห้งอแงแล้วรับมือไม่ถูกก็พูดขึ้นมาทันทีเลยว่าจะจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยเลี้ยงลูก แต่สำหรับเขา ถึงเขาจะรับมือไม่ค่อยได้แต่เขาก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อลูกด้วยตัวของเขาเอง

                “ผู้พันต้องคอยประคองลูกช่วยยัยแก้มนะคะเวลาที่ต้องให้นมพร้อมกัน แต่ถ้าให้นมแฝดน้อยแค่คนเดียวยัยแก้มก็สามารถอุ้มประคองลูกเองได้ แต่ทางที่ดีฉันว่าควรฝึกให้แฝดน้อยกินพร้อมกัน นอนพร้อมกันจะดีกว่า ถ้าอีกคนตื่นขึ้นมาจะกินนมก็ให้ปลุกอีกคนขึ้นมากินพร้อมกันด้วยยัยแก้มจะได้มีเวลาพักผ่อน อีกอย่างการได้ใช้เต้านมทั้งสองข้างให้นมลูกจะทำให้ใช้เต้านมได้อย่างเต็มศักยภาพ”

                “ถ้าหมอเอื้อยมีลูกบ้างคงเลี้ยงลูกได้สบายมากกว่าผมกับแก้มแน่ๆ เลี้ยงเด็กเป็นกันทั้งคู่นี่” ผู้พันกรันณ์ว่ายิ้มๆ แล้วมองเธอกับผู้พันคีรินทร์สลับกัน อยู่ด้วยกันมาขนาดนี้แล้วยังไม่เห็นจะแต่งงานกันซักที

                “ก่อนจะแซวคนอื่น เอาตัวเองให้รอดก่อนดีมั้ยคะ” หมอเอื้อยว่ากลับแล้วบุ้ยหน้ามาทางราชาวดีที่กำลังกอดประคองลูกทั้งสองเอาไว้ข้างลำตัวคนละด้านขณะให้นม ผู้พันกรันณ์จึงขยับเข้าไปอุ้มลูกอีกคนเอาไว้เพื่อให้เธอได้หันไปอุ้มลูกอีกคน

                “เจ็บหรอครับ” เขาเห็นราชาวดีนิ่วหน้า เธอจึงพยักหน้ารับในขณะที่แฝดน้อยกำลังแข่งกันดูดนมแม่ตามสัญชาติญาณ แก้มนุ่มๆ ป่องออกมาอย่างน่ารัก น่ารักกันแบบนี้ถึงจะเจ็บคนเป็นแม่ก็ยอมล่ะ ในขณะที่คนเป็นพ่อได้แต่มองลูกอย่างอิจฉาเพราะช่วงให้นมลูกเขาคงอดกินน้องนางไม้ไปพักใหญ่ๆ

                “นี่ ดูดเบาๆ กันหน่อยเดี๋ยวของพ่อช้ำหมด” ได้ฟังเขาว่าราชาวดีก็อดชักสีหน้าใส่เขาไม่ได้โดยที่แก้มยังแดงจัดอยู่ พูดแบบนี้เดี๋ยวก็ถูกพี่ชายเธอฆ่าเอาหรอก

                “โหแก้ม น้ำนมแกมาไวมาก น้ำนมเยอะแบบนี้แฝดน้อยได้กินพุงกางแน่ๆ” หมอเอื้อยที่ดูหลานกินนมอยู่ว่าเมื่อแฝดน้อยดูดนมแม่ได้ซักพักก็เริ่มมีน้ำนมแล้ว ซึ่งน้ำนมช่วงแรกๆ นี้ถือว่ามีประโยชน์มากที่สุด ได้เห็นลูกกินนมจากอกตัวเองแบบนี้แล้วมีสามีคอยอุ้มประคองลูกช่วย ราชาวดีไม่รู้ว่าจะอธิบายเป็นคำพูดยังไงดีว่าเธอมีความสุขมากแค่ไหน สายสัมพันธ์แม่ลูกผูกพันอย่างแนบแน่น เธอมองลูกน้อยทั้งสองไม่ละสายตา ตาของลูกยังลืมไม่เต็มที่แต่เธอก็ดูออกว่าแฝดน้อยได้ตาของพ่อมา มือน้อยๆ ชูไปมาและวางอยู่บนอกเธอ ตั้งอกตั้งใจดูดนมของเธอกันใหญ่ ผิวกายของลูกช่างนุ่มเนียนอะไรแบบนี้กันนะและที่สำคัญคือกลิ่นตัวลูกหอมมากๆ แฝดน้อยน่ารักเหลือเกินลูกแม่... น่ารักจนเธอตกหลุมรักแล้วตกหลุมรักอีกเลยล่ะ

                เมื่อเห็นแฝดน้อยกินนมแม่ทุกคนก็หยุดพูดคุยกัน แฝดน้อยเป็นเสมือนตัวเชื่อมความรักของทุกคนเอาไว้ด้วยกันโดยเฉพาะหัวใจของคนเป็นพ่อกับแม่ ผู้พันกรันณ์มองสบตากับราชาวดีเป็นพักๆ ยิ้มให้กันและกันก่อนจะมองลูกน้อยทั้งสองดูดนมอย่างไม่รู้จักเบื่อ ราชาวดีจึงเอียงตัวมาซบอกอุ่นของสามีเอาไว้ อ้อมแขนของเขาจึงกอดทั้งเธอและลูกเอาไว้ด้วยกัน จนกระทั่งแฝดน้อยกินอิ่มหมอเอื้อยก็มาสอนการอุ้มลูกอย่างไรเพื่อให้แฝดน้อยเรอออกมาหลังกินนมเพื่อจะได้ไม่ท้องอืด

                “กินอิ่มปุ๊ปก็หลับปั๊บ แหม เลี้ยงจริงๆ ใครว่าเลี้ยงเด็กยากกัน ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย” ผู้พันกรันณ์ว่าขึ้นหลังจากที่อุ้มลูกมานอนบนรถเข็นข้างเตียงราชาวดีตามเดิม ก่อนจะเข้าไปประคองเมียรักของตัวเองลงนอนบนเตียงเพราะเธอยังดูเพลียๆ อยู่ หมอเอื้อยกับผู้พันคีรินทร์ได้ยินแบบนี้ก็แสยะยิ้มใส่เขาทันที หึ นี่ยังไม่ใช่ของจริงหรอก ไว้เจอของจริงก่อนเถอะเขาได้พูดไม่ออกแน่

                “เด็กเพิ่งคลอดร่างกายจะยังเพลียอยู่ ตอนนี้กินนมอิ่มแล้ว ได้นอนพักแล้ว เดี๋ยวตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ผู้พันอย่าเรียกให้ใครมาช่วยก็แล้วกันค่ะ นี่แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ของจริงน่ะต่อจากนี้ต่างหากล่ะคะ” หมอเอื้อยยังคงยิ้มเยาะเขาอยู่แต่เขาก็ไม่สนใจเมื่อลูกหลับแล้วต่อไปก็ถึงเวลาดูแลแม่ของลูกเสียที

                “เขาว่ากันว่าคุณแม่หลังคลอดจะค่อนข้างเครียดจนอาจเป็นโรคซึมเศร้าได้ แก้มไม่ต้องเครียดนะ” เขาบอกคนรักแล้วลูบศีรษะเธอเบาๆ ราชาวดีจึงกอดมืออีกข้างของเขาเอาไว้

                “ตอนนี้พี่ลางานได้สิบห้าวัน พี่จะดูแลแก้มแล้วก็จะช่วยแก้มเลี้ยงลูกเอง แก้มไม่ต้องเครียดหรือกังวลอะไรทั้งนั้น ถ้าแก้มเหนื่อยก็บอกพี่ พี่จะช่วยแก้มดูแลลูกทุกอย่าง”

                “เมื่อคืนนี้พี่รันเพิ่งกลับมาจากทำภารกิจ นี่คงจะยังไม่ได้นอนใช่มั้ยคะ”

                “ไม่ต้องห่วงพี่หรอกนะ หน้าที่การงานของพี่มันอาจจะทำให้พี่มีเวลาน้อยไปบ้าง แต่พี่ก็ไม่อยากจะบกพร่องในหน้าที่อีกแล้ว ทั้งหน้าที่ของสามีแล้วก็หน้าที่ของพ่อ พี่อยากดูแลแก้มกับลูกให้ดีที่สุด แก้มไม่ต้องห่วง ไม่ต้องเกรงใจอะไรพี่ทั้งนั้น ลูกของเรา เราสร้างพวกเขาขึ้นมาจากความรักเราก็จะช่วยกันดูแลพวกเขาด้วยความรักให้ดีที่สุด เราจะเป็นกำลังใจให้กันและกันนะครับ ตอนนี้พี่อาจจะเลี้ยงลูกไม่ค่อยเป็นแต่พี่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด จริงอย่างที่แก้มเคยบอกพี่” เขายิ้มขำๆ ให้กับตัวเอง

                “แก้มบอกว่าอะไรคะ”

                “อ้าว ก็ที่แก้มบอกว่าถ้าพี่ได้มีลูกเป็นของตัวเองเมื่อไหร่พี่จะรักเด็ก จะเล่นกับเด็กเป็นโดยอัตโนมัติไง ตอนนี้พี่เข้าใจแล้วนะ จากที่เคยกลัวเด็กตอนนี้พี่รักแฝดน้อยมากเหลือเกิน แล้วพี่ก็อดใจแทบจะไม่ไหวอยากให้แฝดน้อยรีบนอนแล้วก็รีบตื่นขึ้นมาเล่นกับพี่จะแย่แล้ว”

                “พี่รันน่ารักจัง” ราชาวดีว่าแล้วยื่นมือมาจับแก้มของเขา เขาก็เลยดึงเอามือของเธอมาจูบก่อนจะดึงมาแนบเอาไว้กับแก้มของเขาอีก

                “ก็พี่รักแก้มมากนี่ครับ น้องนางไม้ของพี่ แก้มนอนพักเถอะนะยังดูเพลียๆ อยู่เลย ส่วนเจ้าแฝดเดี๋ยวพี่จะดูแลให้ไม่ให้คลาดสายตาเลย” ราชาวดีเองก็รู้สึกง่วงอยู่เหมือนกันจึงพยักหน้ารับ พอเขาก้มลงมาจูบที่หน้าผากของเธอ เธอก็หลับไปอีกครั้งทันทีอย่างมีความสุข

                “แกก็ควรจะนอนด้วยเหมือนกันไอ้รัน เมื่อคืนนี้ก็ไม่ได้นอนมาทั้งคืนนี่” ผู้พันคีรินทร์ว่า พูดกับน้องเขยดีขึ้นเมื่อเห็นเขาดูแลราชาวดีกับลูกเป็นอย่างดีและมีความรักผิดชอบมาก รู้จักห่วงลูกห่วงเมียและอาสาจะช่วยเมียดูแลลูกเป็นอย่างดีอีก สมกับที่มันอยากมีลูกจริงๆ

                “ไม่เป็นไรครับ ผมอยากอยู่เฝ้าลูกไม่ให้คลาดสายตา”

                “เดี๋ยวฉันกับเอื้อยเฝ้าให้”

                “เฝ้าเองสบายใจกว่าครับ”

                “ก็บอกว่า...”

                “ผู้พันคะ” หมอเอื้อยรีบเตือนไม่ให้ผู้พันคีรินทร์ห้ามความตั้งใจของผู้พันกรันณ์ “ผู้พันแกกำลังเห่อลูกแล้วก็หวงลูกมาก ความห่วงใยที่พ่อมีต่อลูกเราห้ามไม่ได้หรอกนะคะ เขาอยากเฝ้าก็ให้เขาเฝ้าเถอะค่ะ ไม่เห็นหรอว่าเขามีความสุขมากแค่ไหนที่ได้ดูแลลูกเมียแบบนี้” เธอกระซิบบอกขณะมองผู้พันกรันณ์กำลังเกาะรถเข็นดูลูกๆ หลับด้วยรอยยิ้มแสนอ่อนโยน

                “เอาเถอะ ฉันเองก็ไม่เคยเห็นมันจะอ่อนโยนได้เท่านี้เหมือนกัน เจ้าแฝดนี่ก็เก่งนะ ละลายใจหินๆ ของพ่อตัวเองให้อ่อนโยนลงได้ขนาดนี้” ผู้พันคีรินทร์ยิ้มให้น้องเขยกับหลานก่อนจะหันไปมองรอบๆ ตัวเมื่อเพิ่งจะรู้สึกว่าใครบางคนที่อยู่ด้วยกันหน้าห้องคลอดเมื่อคืนนี้เกิดหายตัวไป

                “รัน ผู้กองคณินล่ะไปไหน เมื่อคืนนี้ยังรอลุ้นหลานด้วยกันอยู่เลย”

                “อ๋อ ไปรับพ่อกับแม่ผมน่ะพี่ พอรู้ว่าหลานคลอดแล้วก็รีบพากันมาที่แม่สอดทันทีเลย นั่งเครื่องมาคงใกล้ถึงแล้วล่ะ” ผู้พันกรันณ์ตอบก่อนจะหันกลับไปมองแฝดน้อยของตัวเองต่อ

                “ขวัญตามาด้วยมั้ย”

                “หึ! ก็เพราะว่ายัยขวัญมาด้วยนี่แหละผู้กองคณินถึงได้รีบอาสาไปรับก่อนที่ผมจะสั่งซะอีก เสนอหน้าดีนัก” ได้ฟังน้องเขยตอบผู้พันคีรินทร์กับหมอเอื้อยก็แอบขำให้กัน ดูซิ มีลูกแล้วมันยังจะหวงน้องสาวอยู่อีกมั้ย

                “วันนี้วันรวมญาตินะเอื้อย เดี๋ยวอีกหน่อยห้องพักคนไข้ได้คึกครื้นแน่ๆ”

                “แหมผู้พัน หลานคนแรกใครๆ ก็เห่อ ใครๆ ก็ตื่นเต้นค่ะ นี่พ่อกับแม่ของฉันก็กำลังมาที่นี่เหมือนกัน ขนกันมาทั้งบ้านเลย แต่ดูๆ แล้วในที่นี่คงไม่มีใครจะเห่อแฝดน้อยได้เท่ากับคนนี้หรอกค่ะ” เธอพยักหน้ามาที่คุณพ่อคนใหม่ที่ตอนนี้กำลังจิ้มแก้มลูกแฝดของตัวเองเล่นอยู่ จิ้มแก้มลูกแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว เป็นภาพที่หาได้ยากจริงๆ ยากมากที่จะได้เห็นผู้พันกรันณ์เล่นกับเด็กอย่างมีความสุขแบบนี้ สายใยและความผูกพัน ความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อกับลูกนี่ช่างเหนียวแน่นจริงๆ จนผู้พันคีรินทร์ต้องถ่ายภาพนี้เก็บเอาไว้ให้น้องสาวได้ดูเมื่อเธอตื่นขึ้นมา ราชาวดีจะได้รู้ว่าสามีตัวเองเป็นคนพ่อที่ดีมากจริงๆ


*******************************************************************************************


ตอนนี้ปล่อยให้พ่อรันชะล่าใจไปก่อนเถอะ 

ไว้น้องแฝดแผลงฤทธิ์ขึ้นมาเมื่อไหร่ได้ไปไม่เป็นแน่ๆ


ตอนหน้าเจอกันวันพุธนี้นะคะ

***************************

ปล. ขออภัยที่ลงช้านะคะ มาช้าดีกว่าไม่มาเนาะ



นั่งหาภาพอยู่นาน การให้นมน้องแฝดพร้อมๆ กันเผื่อใครมองภาพในนิยายไม่ออก



ภาพจาก  : https://www.rakluke.com/breast-milk/28/142/5276/%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9D%E0%B8%94-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9D%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 438 ครั้ง

2,199 ความคิดเห็น

  1. #2168 Tikm (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 18:24

    น่ารักมากจริงๆ

    #2168
    0
  2. #2104 0847186250nang (@0847186250nang) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 20:44

    ไปกองร้อยทหารพรานที่แม่สอดตอนนี้ทันมั้ยคะ
    #2104
    1
  3. #591 lunlapaitua (@toxicjing) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 18:35
    น่ารักกกก จุงงงง

    งื้ออออ
    #591
    0
  4. #590 kai (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 17:32

    อ่านหลายรอบก็จะได้อรรถรสที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าตอนนั้นอยู่อารมณ์ไหน

    #590
    0
  5. #589 Medsaiby (@Medsaiby) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 11:59

    รักนิยายเรื่องนี้ที่สุดดดดดดด

    #589
    0
  6. #587 ปูโพธาราม (@souwanee) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 08:10
    โถ่เอ้ย...เพิ่งคลอดหนูยังไมีแรงซนอีกสักพักจะป่วนให้ดู55555
    #587
    0
  7. #586 kai (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 07:55

    ยิ้มตาม หวานมากๆ

    #586
    0
  8. #585 มนญญ์พัชญ์ (@31122521) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 07:09

    มีความเห่อ มีความน่ารัก

    #585
    0
  9. #584 MojitoHawaii (@Laris_LL) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 03:16
    พี่รันน่ารักมากกกก
    #584
    0
  10. #583 Noonno (@noname29) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 00:37
    พ่อรันเห่อลูกมากเลย555555 ซึ้งในความรักของทุกตัวละครเลยค่ะ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกประทับใจมาก จนต้องกลับไปอ่านซ้ำอีกรอบเลย ฉากหวานก็หวานมาก พอฉากเรียกน้ำตานี่ก็ไหลเป็นทางเลยยย
    #583
    0
  11. #582 Warinthorn_ploy (@Warinthorn_ploy) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 00:34

    หวานจังเลยนะคะพี่รันน คุณพ่อกับสามีดีเด่นต้องยกให้พี่รันแล้วแบบนี้55555555 หาแฟนแบบนี้ต้องหาจากไหนคะหมอแก้มม55555555
    #582
    0