ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 71 : โทษของคนทิ้งเมีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 559 ครั้ง
    10 มิ.ย. 62

71.โทษของคนทิ้งเมีย

 

                ราชาวดีค่อยๆ เดินไปยังน้ำตกอาถรรพ์ด้วยความระมัดระวังเพราะตั้งแต่กลับมาที่นี่เธอยังไม่ได้ไปที่น้ำตกเลย เนื่องจากผู้พันคีรินทร์สั่งเอาไว้ด้วยกลัวว่าเธออาจสะดุดหกล้มแล้วจะเป็นอันตราย เธอพยายามระมัดระวังทุกฝีก้าวขณะเดินผ่านชายป่าเพื่อไปยังน้ำตกที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ที่น้ำตกอาถรรพ์แห่งนี้ยังคงความสวยงามตามธรรมชาติเอาไว้เหมือนเช่นที่ผ่านมา ผืนน้ำสีฟ้าใสตัดกับพรรณไม้นานาชนิดสีเขียวและดอกไม้ป่าหลากสีดูงดงามจนน่าหลงใหล เสียงนกป่าและแมลงได้ยินมาจากชายป่ารอบๆ แต่เสียงของน้ำตกดูจะได้ยินชัดเจนที่สุด ราชาวดียกมือขึ้นปาดน้ำตาแล้วมองไปรอบๆ น้ำตกเพื่อหาคนรัก หวังจะเห็นเขาอยู่ที่นี่ เธอเดินตามหาเขาไปตามโขดหิน รอบๆ ต้นไม้ใหญ่หรือแม้แต่ทางเดินเล็กๆ เชื่อมไปยังถ้ำหลังม่านน้ำตก แต่ก็ไม่เห็นจะมีวี่แววของเขาเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่รอยเท้าของเขา ไม่ได้มีใครอยู่ที่นี่เลย

                “...พี่รัน พี่รันได้ยินแก้มมั้ย พี่รันอยู่ไหน” ราชาวดีทรุดกายลงไปนั่งกับพื้นด้านหน้าผืนน้ำสีฟ้าใส เธอกุมท้องเอาไว้เมื่อรู้สึกว่าลูกกำลังดิ้นซนกัน “พี่รันกลับมาหาแก้มกับลูกเถอะนะ แก้มคิดถึงพี่รัน พี่รันขา แก้มคิดถึงพี่รันใจจะขาดอยู่แล้ว พี่รันอย่าทิ้งแก้มไปเลยนะ พี่รันสงสารแก้มกับลูกเถอะ กลับมาหาแก้ม กลับมาหาแก้มเถอะแก้มขอร้อง” น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลรินอาบแก้มนวล น้ำเสียงที่สั่นเครือขณะร้องเรียกหาคนรักทำให้ใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านหลังเธอน้ำตาคลอออกมาตาม

                “พี่รันอยู่ไหน พี่รันของแก้มยังไม่ตายใช่มั้ย พี่รัน...กลับมาหาแก้มเถอะนะ กลับมาหาแก้ม อย่าทิ้งแก้มไป” ราชาวดีร้องไห้ปานใจจะขาดและอ่อนแรง เสียงร่ำร้องของเธอทำให้ธรรมชาติที่เคยสวยงามพลันหมองหม่นตาม ร่างบางร้องไห้จนตัวสั่นอยู่ริมผืนน้ำ ไม่สามารถร้องเรียกหาคนรักได้อีกเมื่อเธอสะอึกสะอื้นออกมาอย่างหนักจนกระทั่ง...จู่ๆ ก็มีใครสักคนเดินเข้ามาทางด้านหลังของเธอแล้วก็สวมกอดเธอเอาไว้แน่น น้ำตาของเขารินไหลออกมาเช่นกันก่อนที่จะซุกหน้าเข้ากับเรือนผมนุ่มของเธอเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น

                ราชาวดีตกใจไม่น้อยที่จู่ๆ ก็มีใครมากอดเธอเอาไว้ ทั้งสัมผัสและกลิ่นกายแบบนี้เธอคุ้นเคยเหลือเกิน ลำแขนแกร่งที่กอดรัดเธอนี้ก็ช่างอบอุ่น

                “พี่ขอโทษ...” คราวนี้ราชาวดียกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้ทันทีเพื่อพยายามเก็บกลั้นเสียงสะอื้นไห้เพราะคำพูดขอโทษนี้เธอได้ยินชัดเจนจนดังกังวานไปทั้งใจ เธอหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่านี่ไม่ใช่ความฝันก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองคนที่กอดเธอเอาไว้

                ร่างสูงในชุดเครื่องแบบทหารพรานสีดำ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของเขามีคราบน้ำตาติดอยู่ ดวงตาคู่คมมองเธออย่างอ่อนโยนและแสนรักแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดมากมาย หน้าตาดูซูบลงไปและมีรอยแผลเป็นจากคมมีดบากที่แก้มข้างซ้าย ราชาวดีค่อยๆ ยกมือขึ้นไปแตะที่ใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา จนเมื่อเธอแตะที่รอยแผลเป็นบนใบหน้าของเขาเขาก็เอียงแก้มลงมาซบกับมือของเธอเอาไว้ทันที

                “พี่ขอโทษนะครับ ขอโทษที่ทิ้งน้องนางไม้ไป พี่กลับมาให้น้องนางไม้ลงโทษแล้วนะ” หยดน้ำตาของเขาไหลลงมาที่มือของเธอที่เขาซบแก้มอยู่ ราชาวดีไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยว่าเขาจะอยู่ตรงหน้าเธอนี่แล้วและก็กำลังกอดเธอเอาไว้อยู่...

                “...พี่รัน...”

                “พ่อทหารกล้าของน้องนางไม้ไงครับ” สิ้นคำของเขาราชาวดีก็โผเข้ามากอดเขาทันที เธอกอดเขาเอาไว้แน่นแล้วก็ร้องไห้ออกมาไม่หยุด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวและรัวเร็วจนเธอหอบแต่ก็ไม่ยอมคลายกอดจากเขาง่ายๆ ราวกับว่าหากเธอคลายกอดเขาจะหายไปอีก ผู้กองกรันณ์เองก็กอดเธอเอาไว้แน่นไม่ต่างกันอย่างสุดแสนจะคิดถึงและโหยหา จากกันสามเดือนเหมือนนานเป็นสามปี คิดถึงเหลือเกิน เขาคิดถึงเธอ คิดถึงเสียงหวานๆ ที่คอยเรียกเขาว่าพี่รันขา คิดถึงกลิ่นกายหอมๆ คิดถึงร่างบางแสนนุ่มนิ่ม คิดถึงน้องนางไม้ขี้อ้อนของเขา เขาซบหน้าลงมากับแก้มนวลของเธอพลางลูบผมและหลังของเธอเบาๆ ก่อนที่มือจะเลื่อนลงมาลูบที่หน้าท้องของเธอเบาๆ ด้วย พ่อกลับมาแล้วนะแฝดน้อย เราสามคน...ไม่สิ เราสี่คนพ่อแม่ลูกจะไม่จากกันไปไหนอีกแล้วนะลูกนะ พ่อจะไม่ทิ้งแฝดน้อยไปอีกแล้ว... เขายิ้มทั้งน้ำตาแล้วหอมแก้มน้องนางไม้ของเขาหนักๆ ให้สมกับที่คิดถึง ราชาวดีจึงผละเขาออกแล้วยกมือขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเขาอยู่ตรงหน้าเธอแล้วจริงๆ

                “...พี่รันจริงๆ ใช่มั้ยคะ” เธอถามเสียงแผ่วอย่างไม่แน่ใจ เขาจึงพยักหน้ายิ้มรับ

                “ใช่ พี่รันของแก้มไงครับ” เขายกมือขึ้นแตะมาที่รอยแผลเป็นตรงแก้มข้างซ้าย “ได้แผลที่หน้ากลับมา...ไม่รู้ว่าจะยังหล่อเหมือนเดิมรึเปล่า น้องนางไม้อย่าเลิกรักพี่นะ”

                “พี่รันยังไม่ตายหรอคะ ก็ตอนนั้น...” ราชาวดีไม่ได้สนใจแผลเป็นบนใบหน้าของเขา เธอนึกถึงคืนวันนั้น วันที่เขาจากเธอไป เขาถูกทรมานอย่างหนัก ถูกนายพลอ่องเส็งยิงและตกลงไปในแม่น้ำเมยแล้วระเบิดที่ติดอยู่กับตัวเขาก็ทำงาน

                “พี่รับปากแล้วก็สัญญากับน้องนางไม้แล้วไงว่าจะไม่ทิ้งให้น้องนางไม้เป็นม่าย...พี่ต้องรักษาคำพูดและต้องทำให้ได้ ตอนนี้ภารกิจของพี่สำเร็จเรียบร้อยแล้ว พี่กลับมาหาน้องนางไม้กับลูกแล้วนะ” เขาปาดน้ำตาออกให้เธออย่างแผ่วเบาก่อนจะลูบมาที่ท้องของเธออีก แต่คราวนี้ราชาวดีกลับปัดมือของเขาออก

                “ภารกิจอะไรคะ...คืนนั้นพี่รันถูกฆ่าตาย ตายไปสามเดือนแล้วจู่ๆ ก็กลับมาพูดถึงเรื่องภารกิจอะไร แก้มไม่เข้าใจ” นี่มันหมายความว่ายังไง เขาตายไปแล้ว จัดงานศพใหญ่โตจนเป็นข่าวไปทั่วประเทศ ข้าราชการทหาร ตำรวจมากมายมาร่วมงานศพของเขาแต่แล้วจู่ๆ เขาก็กลับมาแล้วบอกว่าภารกิจสำเร็จ เขาหมายความว่ายังไงกัน

                ผู้กองกรันณ์รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องมาอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้เธอฟัง จู่ๆ เขาก็ตาย แล้วจู่ๆ เขาก็กลับมาเป็นใครก็ต้องอยากได้คำอธิบายทั้งนั้น ตอนนี้ภารกิจของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาสามารถเปิดเผยตัวตนและความจริงให้ทุกคนรับรู้ได้ แล้วเขาก็อยากจะอธิบายเรื่องนี้ให้เธอฟังเป็นคนแรก

                “ความจริงแล้วตอนที่อยู่ในป่า พี่รู้อยู่แล้วว่าพี่จะต้องถูกพวกนายพลอ่องเส็งจับตัวไป แก้มจำเรื่องแผนการที่พี่เคยพูดถึงได้ใช่มั้ย แผนที่พี่วางเอาไว้กับทีมซีล...ใช่ พี่จงใจยอมให้พวกมันจับตัวพี่ไปเพื่อให้พวกมันฆ่าแล้วก็วางแผนแกล้งตายเพื่อให้พวกมันตายใจว่าต่อไปจะไม่มีพี่มาคอยขัดขวางงานของพวกมันอีก”

                “...แกล้งตาย” ราชาวดีทวนด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ที่เขาตาย ที่มีงานศพ...เขาแกล้งตายหลอกคนทั้งประเทศเลยหรอ

                “พี่วางแผนเรื่องแกล้งตายมาตั้งนานแล้ว แต่ผิดแผนไปตรงที่แก้มกลับถูกจับไปกับพี่ด้วย ความจริงแผนนี้ไม่ได้มีแก้มเข้ามาเกี่ยวข้องเลย มันเป็นความผิดของพี่ที่พลาดเองจนแก้มต้องถูกจับไปกับพี่แล้วก็ถูกพวกมันทำร้าย เรื่องนี้พี่ยอมรับผิดทุกอย่าง แก้มจำได้มั้ยว่าพี่เคยบอกว่าพี่ยังไม่พร้อมที่จะมีลูกตอนนี้ทั้งๆ ที่ผ่านมาเราพยายามจะมีลูกด้วยกันมาโดยตลอด” เขาก้มลงมามองที่ท้องของเธอแล้วลูบท้องของเธอเบาๆ อย่างทะนุถนอม

                “ถ้าตอนนั้นพี่รู้ว่าแก้มท้อง พี่จะไม่กล้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงกับอันตราย ทั้งถูกทรมาน ทั้งถูกฆ่า พี่จะไม่เพียงห่วงแต่แก้มแต่พี่ยังจะห่วงลูกด้วย จิตใจของพี่จะจดจ่ออยู่ที่แก้มกับลูกจนอาจไม่มีใจจะต่อสู้แล้วคืนนั้นพี่ก็คงจะถูกฆ่าตายจริงๆ ที่พี่บอกว่ายังไม่พร้อมที่จะมีลูกไม่ใช่ว่าไม่อยากมี แต่พี่กลัว กลัวว่าพี่จะห่วงแต่ลูกจนไม่มีใจทำงานแล้วทำงานพลาดเพราะพี่จะตาย แผนอาจจะพังและภารกิจอาจจะล้มเหลว พี่ถึงได้ขอเวลาแก้มไง ขอให้จบภารกิจนี้แล้วพี่รับปากว่าจะมีลูกกับแก้ม แต่พี่มันก็โง่นัก ที่ผ่านมาเมียตัวเองกำลังตั้งท้องอยู่แท้ๆ แต่พี่กลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย พี่ทำร้ายจิตใจแก้ม ทำร้ายจิตใจลูก ทั้งพูดและตอกย้ำกับแก้มอยู่บ่อยๆ ว่ายังไม่พร้อมจะมีลูกทั้งๆ ที่ตอนนั้นแก้มท้องแล้ว แก้มจะโกรธเกลียดพี่พี่ก็ไม่ว่า พี่ทำผิดต่อแก้มจริงๆ” เขายังคงลูบท้องของเธออยู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้ง

                “พี่ต้องแกล้งตายเพื่อให้พวกนายพลอ่องเส็งเลิกโจมตีฐานทหารพรานที่อยู่ในแม่สอดและเลิกทำร้ายพวกชาวบ้าน พวกมันประกาศออกมาว่าถ้าพี่ไม่ตายพวกมันจะไม่เลิกทำร้ายทุกคน แล้วอีกเหตุผลที่พี่ต้องตายก็เพื่อให้พวกมันตายใจแล้วเคลื่อนไหวการกระทำผิดอีกครั้ง ทีมของพี่และเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นๆ ที่อยู่ในปฏิบัติการจะได้เข้าไปจัดการกับพวกมันได้ แก้มได้ดูข่าวการเข้าจับกุมนายพลอ่องเส็งกับพ่อเลี้ยงคำม่วนที่สามเหลี่ยมทองคำมั้ย”

                “นั่นคือปฏิบัติการของพี่รันหรอคะ” เธอจำข่าวนี้ได้ดีเพราะเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเลยที่ราชายาเสพติดเครือข่ายใหญ่ของเอเชียถูกจับกุมตัวได้

                “ใช่ เจ้าหน้าที่ทุกนายในปฏิบัติการรู้เพียงแค่ว่าพี่เป็นคนสืบหาข่าวของพวกมันมาเพื่อวางแผนจับกุม แต่ไม่มีใครรู้ว่าพี่สืบหาข่าวยังไง เพราะความจริงแล้วพี่ปลอมตัวเป็นพวกของมันแล้วแฝงเข้าไปอยู่กับพวกมันในค่าย เรื่องที่พี่ปลอมตัวเข้าไปนี้มีเพียงแค่หน่วยซีลเท่านั้นที่รู้ พี่ต้องใช้เวลาอยู่สักพักเพื่อให้พวกมันตายใจและเชื่อใจพี่ ก่อนที่พี่จะตลบหลังจับพวกมันมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จนตอนนี้เรื่องที่พี่ปลอมตัวลอบเข้าไปเป็นพวกมันก็มีเพียงแค่พ่อพี่เท่านั้นที่เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันก่อนกับแก้มด้วยอีกคน พอหลังจากจับกุมพวกนายพลอ่องเส็งได้แล้วพวกพี่ก็ออกกวาดล้างเครือข่ายรายย่อยๆ ของพวกมันต่อตามแนวชายแดนภาคเหนือและตามลำน้ำโขง เพราะพี่คุ้นเคยและชินกับพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเมยพี่เลยอาสาเข้ามากวาดล้างเครือข่ายของพวกมันในพื้นที่แถบนี้...พี่ถึงมีโอกาสได้แอบเข้ามาที่ฐาน ยิ่งพี่รู้ว่าแก้มกลับมาที่นี่พี่ก็มาแอบดูแก้มอยู่บ่อยๆ พี่เห็นแก้มเอาแต่ร้องไห้ตลอดรู้มั้ยว่าพี่อยากเข้ามากอดแก้มมากแค่ไหนแต่พี่ก็ทำไม่ได้ จนเรื่องทุกอย่างเคลียร์พี่ถึงได้มาหาแก้มวันนี้”

                “งั้น...คนที่แอบซักผ้าให้แก้ม เอาดอกราชาวดีมาให้แก้มที่ห้องนอน มาปัดกวาดเช็ดถูบ้านรวมทั้งเอากล่องที่เก็บสมุดบันทึกนั่นมาให้แก้มก็คือพี่รันมาตั้งแต่แรกหรอคะ”

                “ใช่ เพราะพี่ยังไม่อาจเปิดเผยตัวกับใครได้พี่ถึงได้แอบมา แก้มจำเรื่องของแม่ทัพจีนที่ชื่อฮั่วชวี่ปิ้งได้มั้ย ที่แก้มเคยเล่าให้พี่ฟังว่าเขาตั้งปณิธานเอาไว้ บ้านเมืองไม่สงบจะไม่ยอมมีครอบครัวเด็ดขาด ตอนที่แก้มเล่าให้พี่ฟังครั้งแรกพี่ออกจะรู้สึกขำกับปณิธานของเขา จนพี่ได้มาทำภารกิจนี้พี่ถึงได้รู้ว่าการจะทำอะไรสักอย่างเพื่อบ้านเมืองและประเทศชาติมันไม่เพียงแต่ต้องใช้แรงกาย แต่มันต้องใช้แรงใจที่เข้มแข็งด้วย ในวันนั้นพี่อาจจะหัวเราะฮั่วชวี่ปิ้ง แต่มาวันนี้พี่กลับเคารพและนับถือเขามากเพราะพี่ไม่ได้มีหัวใจที่กล้าแกร่งได้มากเหมือนเขา เขาสามารถตัดใจละทิ้งการมีครอบครัวได้ แต่พี่ทำไม่ได้ พี่มีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องประเทศชาติก็จริง แต่ชีวิตของพี่ก็ยังต้องการแก้มกับลูกด้วย ชีวิตของพี่คงไม่มีความสุขถ้าไม่มีแก้มกับลูกอยู่เคียงข้าง พี่ไม่อาจตั้งปณิธานว่าบ้านเมืองไม่สงบจะไม่ยอมมีครอบครัวได้ ปณิธานที่พี่ตั้งได้จึงเป็น...ตราบใดที่บ้านเมืองยังไม่สงบ พี่จะไม่เลิกเป็นทหารเด็ดขาด แก้มเข้าใจในหน้าที่ของทหารคนนี้รึเปล่า” เขาถามอย่างไม่แน่ใจเมื่อราชาวดีมองหน้าเขานิ่งอยู่สักพัก ก่อนที่เธอจะพยักหน้าตอบ

                “ค่ะ แก้มเข้าใจในภาระหน้าที่ของพี่รัน แก้มมีพ่อ มีพี่ชาย มีสามีเป็นทหาร แก้มเข้าใจในอุดมการณ์ของทหารดี แก้มเองก็เป็นหมอ ทุกคนต่างก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งนั้น แก้มเข้าใจที่พี่รันต้องแกล้งตายเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามแผน ต้องหลอกใครต่อใครอีกมากมาย ถ้ายังหลอกคนใกล้ตัวไม่ได้แล้วจะหลอกศัตรูได้ยังไง เรื่องนี้แก้มเข้าใจถูกใช่มั้ยคะ” ผู้กองกรันณ์ยิ้มออกมาทันทีที่เธอเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ น้องนางไม้ของเขาน่ารักยังไงก็ยังคงน่ารักอยู่แบบนั้น

                “แต่ว่า...” แล้วน้ำจู่ๆ น้ำเสียงของราชาวดีก็เปลี่ยนไปเป็นสั่นเครือ ดวงตาคู่หวานสวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาอีกครั้งก่อนที่จะไหลรินอาบแก้มนวลจนผู้กองกรันณ์ตกใจ

                “พี่รันรู้บ้างมั้ยว่าภารกิจครั้งนี้ของพี่รันมันต้องแลกมาด้วยชีวิตของลูก พี่รันรู้บ้างมั้ยว่าแก้มเกือบจะแท้งลูกไปถึงสองครั้ง แก้มเกือบจะฆ่าตัวตายตามพี่รันไป แก้มต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างคนตายทั้งเป็นนานถึงสามเดือน นับตั้งแต่วันที่พี่รันตาย พี่รันรู้มั้ยว่าแก้มไม่เคยคิดที่จะอยากมีชีวิตอยู่เลยซักวัน พี่รันก็รู้ว่าแก้มไม่ใช่คนเข้มแข็ง แก้มอ่อนแอเกินกว่าที่จะยอมรับความจริงได้ แก้มทุ่มเททั้งชีวิตของแก้มเพื่อพี่รันคนเดียว พอไม่มีพี่รันอยู่พี่รันรู้มั้ยว่ามันเหมือนกับโลกทั้งใบของแก้มแตกสลาย แก้มไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปยังไงในโลกที่ไม่มีพี่รัน ทุกวันนี้ที่แก้มมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะลูก แก้มสงสารพี่ภู สงสารคุณแม่ แก้มไม่มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปจนเคยคิดว่าถ้าคลอดลูกเมื่อไหร่แก้มจะหาทางฆ่าตัวตายอีกจนคุณแม่ต้องคอยปลอบแก้ม สอนให้แก้มรู้จักคุณค่าของชีวิตตัวเองและคิดถึงลูกให้มากๆ ลำพังพ่อก็ตายจากไปแล้วแก้มไม่อยากจะให้ลูกกำพร้าแม่ด้วยอีก ภารกิจของพี่รันอาจจะปกป้องประเทศชาติเอาไว้ได้ แต่พี่รันรู้มั้ยว่าพี่รันไม่สามารถปกป้องชีวิตของลูกเมียเอาไว้ได้ ลำพังแค่ทำแก้มเจ็บ แก้มยังพอจะยอมรับได้ แก้มทำใจยอมรับในภาระหน้าที่ของพี่รันได้เพราะแก้มเตรียมใจกับเรื่องนี้เอาไว้แล้วตั้งแต่ตอนตัดสินใจจะแต่งงานกับพี่รัน แต่ที่แก้มยอมรับไม่ได้ก็คือ...พี่รันทำให้ลูกเกือบตายไปถึงสองครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่พี่รันถูกยิงและระเบิดตายคืนนั้น ส่วนอีกครั้ง...คือตอนงานศพของพี่รัน ในบรรดาหน่วยซีลที่ยืนตอนนั้นแก้มรู้ว่ามีพี่รันรวมอยู่ด้วย พี่รันทำได้ยังไง เมียร้องไห้ใจจะขาดจนตกเลือดอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่พี่รันกลับทำเฉย พี่รันทำได้ยังไง พี่รันยังมีหัวใจอยู่มั้ย!!!” ราชาวดีปัดมือเขาออกจากท้องตัวเองก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน

                “แก้มยกลูกให้พี่ภูไปแล้ว...แฝดน้อยเป็นลูกของพี่ภู พี่รันอย่ามายุ่งกับแก้มแล้วก็ลูกอีก”

                “แก้ม...ไม่นะ” เขารีบเข้ามากอดเธอเอาไว้ทันที รู้สึกเสียใจจริงๆ กับสิ่งที่เธอว่าเพราะเขาก็ทำร้ายเธอกับลูกอย่างที่เธอว่าจริงๆ เขาทำให้ลูกเกือบตายเธอจะโกรธเขาก็ไม่ผิด เธอเคยบอกเขาตลอดว่าอยากมีลูก ถ้าตอนนั้นเกิดมีอะไรผิดพลาดแล้วต้องเสียลูกไปเธอคงไม่อาจทำใจได้แน่ๆ

                “พี่รู้ว่าพี่ผิด พี่จะไม่แก้ตัวแล้วก็จะไม่ขอให้แก้มยกโทษให้ แต่แก้มอย่าพูดอย่างนี้เลยนะ ให้พี่ได้ดูแลแก้มกับลูกเถอะ ให้พี่ได้ไถ่โทษให้แก้มกับลูกเถอะนะ พี่ขอโทษ พี่เสียใจจริงๆ แก้มด่าพี่อีกสิ ด่าพี่ ตีพี่ก็ได้แต่แก้มอย่าพูดอีกนะว่าไม่ให้พี่ไปยุ่งกับแก้มแล้วก็ลูก ลูกเมียพี่ทั้งคน พี่รักพี่หวงของพี่มากจะไม่ให้พี่ยุ่งพี่ทำไม่ได้หรอก”

                “ก็เคยทำมาแล้วนี่ ก็เคยใจร้ายทิ้งเราแม่ลูกมาแล้วทำไมจะทิ้งอีกไม่ได้...เสียแรงที่แก้มรัก เสียแรงที่แก้มจะเป็นจะตายเพราะพี่ เสียแรงที่แก้มอุ้มท้องร้องเรียกหาพี่มาจนถึงที่นี่ พี่รันปล่อยแก้มนะ แก้มจะกลับไปหาพี่ภู!

                “ไม่ พี่ไม่ปล่อย”

                “แต่มึงต้องปล่อย!!!” เสียงใครอีกคนว่าอย่างไม่สบอารมณ์ ครั้งพอมองไปด้านหลังเขาก็เห็นผู้พันคีรินทร์ยืนอยู่และจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง ตามหลังมาด้วยท่านผบ.หน่วยซีล ผู้กองคเชนทร์และผู้หมวดนทีกับผู้หมวดคณิน ซึ่งผู้หมวดคณินถึงกับอ้าปากค้างทันทีที่เห็นว่าผู้เป็นนายยืนกอดเมียอยู่ตรงหน้า เพราะก่อนหน้านี้ท่าน ผบ.หน่วยซีลกับผู้กองคเชนทร์มาขอพบผู้พันคีรินทร์แต่เช้าเพื่อแจ้งว่าผู้กองกรันณ์ยังมีชีวิตอยู่และจะคืนเขาให้กับกรมทหารพรานที่ 35 เหมือนเดิม

                “มึงปล่อยน้องกูเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้ผีเร่ร่อน!” ว่าจบผู้พันคีรินทร์ก็เข้ามาดึงเอาตัวราชาวดีคืนพร้อมกับถีบน้องเขยอย่างสุดกำลังจนผู้กองกรันณ์ล้มลงไปกับพื้น

                “ไม่ต้อง” ท่าน ผบ.รีบยกมือขึ้นห้ามเมื่อเห็นผู้กองคเชนทร์จะเข้าไปช่วยเพื่อน “ปล่อยให้เขาเคลียร์กันเองเถอะ เรื่องภารกิจของเราผู้พันเขาเข้าใจแล้ว แต่ที่เห็นเนี่ย...ปัญหาครอบครัวแล้วล่ะเราอย่าไปยุ่งเลย” ท่านบอกก่อนจะหันมาทางราชาวดีเมื่อเห็นหญิงสาวยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วรีบหันมายกมือขึ้นไหว้ท่านกับผู้กองคเชนทร์

                “คุณหมอแก้มครับ พอจะมีเวลาให้ผมซักครู่มั้ยครับ”

                ราชาวดียังไม่ได้ตอบเมื่อหันไปทางพี่ชายกับสามี ซึ่งขณะนี้ผู้พันคีรินทร์กำลังซ้อมน้องเขยตัวเองอย่างหนักโดยที่ผู้กองกรันณ์ไม่ยอมตอบโต้เลยแม้แต่น้อย แต่กลับอยู่เฉยๆ ให้พี่เมียซ้อมอยู่แต่ฝ่ายเดียว

                “ผู้พันไม่ปล่อยให้หลานในท้องกำพร้าพ่อหรอกครับคุณหมอไม่ต้องห่วง” ท่าน ผบ. บอกอีกอย่างยิ้มๆ ราชาวดีจึงหันกลับมาพยักหน้ากับท่านว่าพร้อมที่จะพูดคุยกับท่านแล้ว

                “ผมว่าเรากลับไปคุยกันที่ฐานเถอะครับ ตรงนี้มีภาพที่เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรดู” ผู้กองคเชนทร์ว่าแล้วก็ต้องนิ่วหน้าอย่างรู้สึกเจ็บแทนเพื่อนเมื่อเห็นผู้พันคีรินทร์เตะเข้าให้ที่ปลายคางน้องเขยอย่างหนักๆ เน้นๆ นี่ถ้าเป็นคนอื่นคงน็อกไปแล้ว แต่นี่เป็นคนหนังเหนียวอย่างผู้กองกรันณ์ไง ต่อให้เอาปืนมาจ่อยิงก็ยังไม่รู้เลยว่าจะตายรึเปล่า โชคดีนะมึง เขาได้แต่อวยพรเพื่อนในใจก่อนจะเดินตามท่าน ผบ. กับราชาวดีออกไปจากน้ำตกนี่ ถึงว่าสิผู้กองกรันณ์เคยเล่าว่าพวกทหารพรานไม่มีใครกล้ามาที่นี่กัน ขนาดเขา เขายังรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ น่ากลัวๆ เลย ไม่รู้ว่าผู้กองกรันณ์ชอบพาเมียมาจู๋จี๋ที่นี่ได้ยังไง ขนลุกตาย

                เมื่อกลับมาถึงที่ฐานท่าน ผบ. ก็อธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับภารกิจที่ผู้กองกรันณ์ไปทำให้เธอฟังพร้อมทั้งกล่าวขอโทษเธอด้วยที่แผนในภารกิจครั้งนี้ของพวกเขาเกือบทำให้เธอเสียลูกในท้องไป โดยมีผู้กองคเชนทร์ช่วยยืนยันด้วยว่าตลอดที่ทำภารกิจ หลังจากที่รู้ว่าเธอตั้งท้องผู้กองกรันณ์ก็เป็นห่วงเธอมาก จากแผนเดิมที่อาจใช้เวลานานกว่านี้ในปฏิบัติการ แต่ผู้กองกรันณ์กลับขอวางแผนใหม่เพื่อให้ภารกิจเสร็จเร็วขึ้นเพื่อที่จะได้กลับมาหาเธอ ซ้ำพอช่วงว่างจากงานเขาก็จะอ่านคู่มือการดูแลเด็กและผู้หญิงตั้งท้องอย่างตั้งใจเพื่อเตรียมที่จะกลับมาดูแลเธอด้วย

                “ในงานศพผู้กองวันนั้น หลังจากที่คุณหมอหมดสติไปแล้วผู้พันพาคุณหมอไปโรงพยาบาล ทราบมั้ยครับว่าผู้กองกรันณ์ถึงกับล้มทรุดลงไปร้องไห้อยู่กับพื้นทันทีเลย พอรู้ว่าคุณหมอท้องเขาก็ยิ่งเสียใจจนแทบจะขอถอนตัวจากภารกิจเพื่อกลับไปหาคุณหมอ แต่ผมเป็นคนขอร้องเขาเอาไว้เอง ผู้กองกรันณ์สืบเรื่องของพวกนายพลอ่องเส็งมาเยอะ แล้วก็เป็นเพียงคนเดียวที่รู้จักลวิน ลูกน้องของแสนดีเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถปลอมตัวเป็นลวินได้แนบเนียนที่สุด คุณหมออย่าโกรธเคืองผู้กองเลยนะครับ ผมรู้จักผู้กองกรันณ์มาตั้งแต่เขายังเรียนอยู่เตรียมทหาร ผู้ชายคนนี้ใจหินจนยากที่จะรักใครได้มากมายขนาดนี้ อาจจะด้วยภาระหน้าที่และอาชีพของเขาทำให้เขาบกพร่องในหน้าที่ของสามีและพ่อไปบ้าง แต่ผมขอรับรองเลยนะครับว่าในฐานะของลูกผู้ชายคนหนึ่ง ผู้กองกรันณ์รักคุณหมอแก้มมากเหลือเกินแล้วเขาก็ไม่เคยรักใครมากแบบนี้ด้วย คุณหมอลองให้โอกาสผู้กองได้ทำดีไถ่โทษเถอะนะครับแล้วคุณหมอจะได้รู้ว่าคุณหมอคิดไม่ผิดที่เลือกผู้ชายคนนี้มาเป็นสามี” ท่าน ผบ. บอกกับเธอเพื่อหวังจะให้เธอยกโทษให้สามี ความรักของคนทั้งคู่ท่านรับรู้มาโดยตลอดว่าหวานชื่นแค่ไหน ลูกน้องของท่านหลายคนแล้วที่ถูกคนรักทิ้งเพราะภาระหน้าที่เหล่านี้ ในฐานะที่ผู้กองกรันณ์เป็นคนดีมีฝีมือและเป็นลูกชายของท่านนายพลปภพรุ่นพี่ของท่าน ท่านก็อยากจะเอาใจช่วย ไม่อยากให้ผู้กองกรันณ์ต้องอกหักเหมือนกับเพื่อนๆ ของเขา และที่สำคัญคือราชาวดีเป็นผู้หญิงที่ดีพร้อม ท่านไม่อยากให้เขาเสียเธอไป

                “คู่รักทุกคู่ย่อมมีอุปสรรคในความรักทั้งนั้นแหละครับ อยู่ที่ว่าเราจะเอาชนะมันและก้าวข้ามผ่านไปได้รึเปล่า ถ้าคุณหมอทิ้งไอ้รัน ก็แปลว่าคุณหมอแพ้ แต่ถ้าคุณหมอจะสู้ต่อไปกับมัน คุณหมอจะก้าวข้ามอุปสรรคครั้งนี้ไปได้และความรักของคุณหมอกับมันก็จะยิ่งแข็งแรงมั่นคงมากขึ้น อีกอย่าง...ไหนๆ ก็มีลูกด้วยกันขนาดนี้แล้ว ผมอยากให้หลานของผมโตมาในครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมนะครับ อย่าให้พวกเขาต้องโตมาในครอบครัวที่ขาดพ่อหรือแม่เลยน่าสงสารออก พวกเขาเกิดมาจากความรักก็ควรจะได้อยู่ในครอบครัวที่มีแต่ความรักของพ่อกับแม่สิครับ” ผู้กองคเชนทร์บอกเธออีก ในขณะที่ท่าน ผบ. กลับแอบขำลูกน้องตัวเอง

                “เชื่อผู้กองคเชนทร์เถอะครับคุณหมอ ผู้กองแกแต่งงานมาหลายปีแล้ว ประสบการณ์ความรักในครอบครัวมีเต็มเปี่ยม”

                “อย่าแซวผมสิครับท่าน ผมแค่อยากรีบๆ ช่วยเคลียร์เรื่องไอ้ผู้กองให้มันจบๆ ผมจะได้กลับหน่วยไปหาเมียของผมบ้าง ผมก็อยากกลับไปกอดเมียของผมเหมือนกันนะ”

                “งั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณหมอแก้มแล้วล่ะ ถ้าคุณหมอแก้มยอมยกโทษให้สามีผู้กองก็กลับบ้านไปหาเมียได้ ถ้าคุณหมอแก้มยังโกรธสามีอยู่ผู้กองก็อยู่ที่นี่ช่วยเพื่อนไปก่อนละกัน”

                “โธ่ ท่านครับ” ผู้กองคเชนทร์ครวญก่อนจะหันมามองทางราชาวดีอย่างขอร้อง เธอก็เลยได้แต่ยิ้มบางๆ ตอบ

                “ถ้าอย่างนั้นผู้กองก็กลับบ้านไปหาคนรักเถอะค่ะ”

                “ให้ผมกลับบ้านได้งั้นก็แปลว่าจะยกโทษให้ไอ้รันมันได้แล้วใช่มั้ยครับ”

                “...ได้ฟังท่าน ผบ. และผู้กองพูดให้ข้อคิดและเตือนสติฉันก็คิดอะไรได้เยอะขึ้นแล้วล่ะค่ะ วางใจเถอะนะคะฉันเองก็ไม่ได้อยากจะทิ้งพี่รันไปไหนเหมือนกัน แต่เจอเรื่องอะไรมาแบบนี้ ตลอดสามเดือนมานี้ฉันเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น จะไม่ให้โกรธหรือน้อยใจเลยมันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ”

                “งั้นก็แกล้งเอาคืนมันเลยสิครับ เอาให้หายแค้นเลยคุณหมอไอ้ผู้กองมันกลัวเมียจะตาย มันไม่กล้าหือหรอก” ห่วงเพื่อนอยู่หยกๆ ก็ยุให้เธอมาเล่นงานเพื่อนของเขาคืนซะอย่างนั้น แต่ก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไรต่อผู้หมวดคณินกับผู้หมวดนทีก็หิ้วปีกผู้กองกรันณ์ออกมาจากชายป่าน้ำตกอาถรรพ์แล้วตรงไปที่ห้องพยาบาลกันทันทีท่ามกลางสีหน้าตื่นๆ ของเหล่าอาสาสมัครทหารพรานที่ไม่แน่ใจว่าพวกตนตาฝาดรึเปล่าที่เห็นว่าคนที่ถูกหิ้วปีกเข้าห้องพยาบาลไปนั้นเป็นผู้กองกรันณ์

                “เหมือนคุณหมอมีคนไข้ที่ต้องดูแลแล้วนะครับ งั้นเห็นทีผมคงต้องขอตัวก่อน” ท่าน ผบ. บอกแล้วลุกขึ้นยืน ราชาวดีเลยลุกขึ้นตามแล้วยกมือขึ้นไหว้ลาท่านกับผู้กองคเชนทร์ ก่อนที่ทั้งสองคนจะขึ้นรถแล้วขับออกไปจากฐาน

                “อ้าว ท่าน ผบ. กลับไปแล้วหรอ” ผู้พันคีรินทร์ที่เดินออกมาจากชายป่าเป็นคนสุดท้ายเดินเข้ามาถามน้องสาว ที่มือทั้งสองข้างของเขายังนองไปด้วยคราบเลือดอยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเลือดใคร

                “ค่ะ ท่านกลับไปแล้ว” ราชาวดีตอบก่อนจะหันไปมองทางห้องพยาบาลด้วยความเป็นห่วงคนที่เพิ่งจะถูกหิ้วปีกกลับมาในสภาพฟกช้ำไปทั้งตัว

                “ถ้าคิดว่าจะเข้าไปดูอาการมันล่ะก็ไม่ต้อง! แก้มกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวพี่จะเอาข้าวเช้าไปให้ ส่วนไอ้ผีเร่ร่อนตัวนั้นก็ปล่อยมันทิ้งไป ทั้งถูกยิงตกน้ำจนถูกระเบิดซ้ำมันยังรอดตายมาได้ มีแค่รอยข่วนที่หน้ากลับมาเท่านั้น โดนซ้อมแค่นี้มันไม่ตายอีกหรอก” ผู้พันคีรินทร์ยังฉุนเรื่องนี้ไม่หาย ถึงว่าสิผู้หมวดนทีเข้ามาปลดอาวุธเขา เพราะทันทีที่เขาเห็นหน้ามันอยู่กับท่าน ผบ. หน่วยซีลเมื่อเช้านี้เขาก็นึกอยากจะเล่นงานมันแล้ว แต่ก็เกรงใจท่าน ผบ. เขาก็เลยต้องข่มอารมณ์เอาไว้จนกระทั่งมันขอตัวไปหาน้องสาวเขานี่แหละ

                “เกือบตายก็เพราะมัน เกือบเสียลูกไปก็เพราะมัน ตอนนี้ชีวิตแก้มกับแฝดน้อยเป็นของพี่ ถ้ามันอยากได้แก้มกับลูกคืนก็ให้มันพยายามดิ้นรนเอาเองมันจะได้รู้ว่ามันจะรักชาติก็รักไป แต่มันก็ควรจะรักลูกเมียด้วย ไป กลับบ้าน” แล้วผู้พันคีรินทร์ก็เข้ามาจูงมือน้องสาวเดินกลับไปที่บ้านพักโดยที่ราชาวดีไม่อาจโต้แย้งใดๆ ได้ แม้จะห่วงเขาแต่ดูจากบาดแผลแล้วก็ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรมาก เจ็บแค่นี้เขาทนได้อยู่แล้ว แต่เธอสิ...สามเดือนมานี้เธอเจ็บปวดมากแค่ไหนมันคงยากที่จะอธิบายแล้ว ตอนที่คิดว่าเขาตายเธอรับกับเรื่องนี้ไม่ได้จนแทบจะเป็นบ้า เธอสิที่เจ็บมากกว่าเขา

 

                ผู้กองกรันณ์นอนนิ่งอยู่กับเตียงคนไข้ในห้องพยาบาลหากแต่สายตาก็มองไปที่ประตูห้องพยาบาลตลอดด้วยหวังจะเห็นคุณหมอเพียงคนเดียวของที่นี่เข้ามาดูอาการของเขาและช่วยทำแผลให้ แต่รอจนแล้วจนรอดเธอก็ไม่มาจนเขาใจเสียไปหมด มีเพียงแค่ผู้หมวดคณินกับผู้หมวดนทีเท่านั้นที่อยู่เฝ้า

                “ทายาหน่อยเถอะครับผู้กอง ช้ำไปทั้งตัวแล้ว”

                “หมวดเป็นหมอรึเปล่า” เขาหันมาถามผู้หมวดนทีแล้วปัดสำลีแอลกอฮอล์ในมือเขาออก “ถ้าไม่ใช่หมอก็อย่ามาดูแลรักษาผม”

                “ให้เวลาคุณหมอเธอหน่อยเถอะครับ ก็ผู้กองเล่นแกล้งตายแบบนี้คุณหมอไม่หัวใจวายเอาก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

                “อ้าว! นี่หมวดรู้มาตลอดหรอว่าจริงๆ แล้วผู้กองยังไม่ตายน่ะ” ผู้หมวดคณินโพล่งขึ้นมา เมื่อเช้าเขาเองก็แปลกใจที่จู่ๆ ก็เห็นผู้พันคีรินทร์กับผู้หมวดนทีเดินนำท่าน ผบ. หน่วยซีลกับผู้กองคเชนทร์ไปที่น้ำตกอาถรรพ์ ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าพอเขาตามทุกคนไปจะไปเจอกับผู้กองกรันณ์เข้า ตอนแรกก็นึกว่าผีด้วยซ้ำ จนเห็นตอนที่ผู้พันคีรินทร์ถีบเขากระเด็นนั่นแหละถึงได้รู้ว่าผู้กองกรันณ์ยังมีชีวิตอยู่

                “ผมเองก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี้เอง แต่บอกใครไม่ได้เพราะคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวกับภารกิจที่ผู้กองไปทำ”

                “แล้วผู้พันล่ะ รู้เรื่องนี้นานรึยัง”

                “อ๋อ รายนั้นนะรู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้กองยังไม่ตาย ใครจะไปตบตาผู้พันได้กันล่ะ” ผู้หมวดนทีบอกเพื่อน ผู้หมวดคณินจึงหันกลับมาทางผู้เป็นนายอีกครั้งเมื่อผู้กองกรันณ์ลุกขึ้นนั่งแล้วก็มองไปที่ประตูห้องพยาบาลอย่างใจจดใจจ่อ สีหน้าหงอยๆ เริ่มบึ้งตึงขึ้นมา จากเดิมก็เป็นคนดุอยู่แล้ว ยิ่งมามีรอยแผลเป็นบากที่แก้มแบบนี้ยิ่งทั้งดูดุและเถื่อนเข้าไปใหญ่ นี่ถ้าลูกชายฝาแฝดคลอดออกมาได้ตกใจกลัวพ่อกันพอดี ดีนะที่เกิดมาหล่อเวอร์ ถึงจะมีรอยแผลเป็นแต่ก็ยังดูดีจนสาวหลงอยู่

                “คุณหมอจะไม่มาใช่มั้ย” เขาถามลูกน้องทั้งสอง สายตาคู่คมยังจ้องมองไปยังประตูไม่ละสายตา ผู้หมวดทั้งสองก็เลยได้แต่มองหน้ากันอย่างหนักใจ เมื่อก่อนหน้านี้ผู้พันคีรินทร์ซ้อมเขาหนักไม่น้อย ทำน้องสาวสุดที่รักของผู้พันเจ็บขนาดนี้พี่ชายเขาไม่ฆ่าเอาก็บุญแล้ว

                “ผมว่า...ผู้กองต้องทำภารกิจใหม่แล้วล่ะครับ ภารกิจหัวใจ เอาชนะใจลูกเมียกับพี่เมียให้ได้ ไม่งั้นหมาคาบไปกินแน่ๆ”

                “หมาจากหน่วย ตชด. ใช่มั้ย”

                “เออ...รู้ด้วยหรอครับ” ผู้หมวดคณินป้องปากถาม สายตาคมๆ ดุๆ ของผู้เป็นนายจึงหันมาจ้องเขาแทนก่อนตอบ

                “เรื่องของลูกเมียผม ผมรู้ทุกเรื่องแหละ”

                สาธุ! ผู้หมวดไกรจักร ถ้าไม่อยากตายอย่ามาที่ฐานอีกเลย ผู้กองกลับมารอบนี้อัพเลเวลความโหดมาเกินพิกัด ใครก็ตามถ้าไม่ได้ชื่อ ราชาวดี ผู้กองพร้อมที่จะฆ่าได้ทุกเมื่อถ้ามีเรื่องให้ไม่พอใจ

                “เดี๋ยวครับผู้กองจะไปไหน ทำแผลก่อนนะครับผมว่า” ผู้หมวดนทีรีบดึงเขาเอาไว้เมื่อรอจนแล้วจนรอดราชาวดีก็ไม่มาผู้กองกรันณ์ก็เลยจะลุกลงจากเตียงไป

                “ไม่...ผมจะไปหาแฝดน้อย แฝดน้อยรอพ่ออยู่”

                “ผู้พันยังไม่หายโกรธเลยนะครับ ขืนบุกไปหาคราวนี้พวกผมว่าผู้กองไม่รอดแน่ๆ ผู้กองน่าจะรอให้ผู้พันใจเย็นก่อนนะครับ”

                “รอให้เขาใจเย็นชาตินี้ก็ไม่ได้ลูกเมียคืนหรอก” ว่าแล้วก็สลัดผู้หมวดทั้งสองออกจากตัวก่อนจะเดินโซซัดโซเซออกจากห้องพยาบาลเพื่อตรงไปยังบ้านพักของผู้พันคีรินทร์ อาสาสมัครทหารพรานหลายนายพากันตกใจจนขนหัวแทบลุกเมื่อเห็นผู้กองกรันณ์ในสภาพช้ำเลือดช้ำหนองเดินออกมาจากห้องพยาบาล หลายคนยังไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ พอเห็นคนที่คิดว่าน่าจะตายไปแล้วมาเดินอยู่ในฐานแบบนี้ก็เล่นเอาตกใจกันไปหมด

                “ผะ...ผีผู้กอง!!!

                “มากลางวันแสกๆ แบบนี้เลย...เลยหรอ” เหล่าอาสาสมัครทหารพรานว่าเสียงสั่นแล้วทำท่าจะวิ่งหนี ในขณะที่คนที่ถูกเข้าใจว่าเป็นผีกลับไม่ได้สนใจเหล่าลูกน้องเมื่อหัวใจของเขายังเอาแต่คิดถึงลูกกับเมียอยู่และตั้งใจจะเดินไปที่บ้านพักของผู้พันคีรินทร์อย่างเดียวจนผู้หมวดนทีกับผู้หมวดคณินต้องรีบเข้าไปอธิบายความจริงให้เหล่าลูกน้องฟัง

 

                ราชาวดีไม่รู้จริงๆ ว่าความรู้สึกของตัวเองตอนนี้เป็นอย่างไร ดีใจ ใช่ เธอดีใจ ดีใจและโล่งใจเหลือเกินที่เขายังไม่ตายและตอนนี้เขาก็กลับมาหาเธอแล้ว แต่อีกใจก็อดน้อยใจเขาไม่ได้ เขาเอาแต่ห่วงเรื่องปกป้องชาติบ้านเมืองแล้วปล่อยเธอกับลูกให้เป็นทุกข์อยู่ได้นานสองนาน ท่าน ผบ. เล่าว่าตอนนี้ครอบครัวของเขารู้ความจริงกันหมดแล้วว่าลูกชายเพียงคนเดียวยังมีชีวิตอยู่ ทุกคนคลายความโศกเศร้าไปแล้วและท่านก็อยากจะให้เธอเห็นใจเขา เธอเองก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผล เธอเข้าใจเขา เข้าใจในภาระหน้าที่และภารกิจครั้งนี้ เข้าใจดีถึงความจำเป็นที่เขาต้องหลอกเธอกับทุกคน แต่ว่า...

                “อย่าใจอ่อนให้มันง่ายๆ เชียวล่ะ แฝดน้อยเกือบตายกันก็เพราะมัน แก้มเองก็ตรอมใจหนักเพราะมันไม่ใช่รึไง” ผู้พันคีรินทร์ว่าขณะเดินเข้ามาในห้องนอนของเธอพร้อมกับโจ๊กหมูใส่ไข่กลิ่นหอมฉุย...หิว...นี่เธอไม่ได้รู้สึกหิวแบบนี้นานแค่ไหนแล้วนะ ต่อมอยากอาหารของเธอกลับมาทำงานได้อีกครั้งแล้วหรอ

                “แก้มไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงค่ะพี่ภู ถามว่าดีใจมั้ย...เห็นคนรักกลับมาหา เขายังไม่ได้จากแก้มกับลูกไปทำไมแก้มจะไม่ดีใจ แต่ว่า...ที่ผ่านมาแก้มเสียใจมาเยอะมากจริงๆ เขาไม่รู้หรอคะว่าทำแบบนี้แล้วแก้มจะเสียใจมากแค่ไหน แก้มเข้าใจในภาระหน้าที่ของทหารนะคะ ทำแก้มเจ็บคนเดียวแก้มทนได้ แต่นี่...แก้มเกือบจะเสียลูกไปถึงสองครั้ง พี่ภู แฝดน้อยคือทุกสิ่งทุกอย่างของแก้ม ถ้าแก้มเสียแฝดน้อยไปแก้มคงไม่มีวันทำใจได้ แก้มควรทำยังไงดีคะ”

                “ไม่ต้องทำยังไงทั้งนั้น อยู่เฉยๆ ให้มันเป็นฝ่ายดิ้นของมันเอง ถ้ามันอยากได้แก้มคืนมันก็ต้องหาทางเอา” ผู้พันคีรินทร์ว่าแล้วมองหน้าน้องสาวตัวเองที่เธอดูสับสนอยู่ไม่น้อย วันนี้แก้มนวลของเธอมีเลือดฝาดอีกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา หน้าตาดูเคร่งเครียดหากแต่แววตากลับสุกใส ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเป็นเพราะอะไร ผู้กองกรันณ์ฟื้นจากความตายขึ้นมาแล้ว เธอเองก็ฟื้นจากความตายแล้วด้วยเช่นกัน

                “ระหว่างนี้ไม่ต้องออกไปที่ห้องพยาบาลก็ได้ อยู่บ้านพักผ่อนเยอะๆ ดีกว่า” เขาบอกแล้วค่อยๆ คนโจ๊กในมือก่อนจะตักขึ้นมาเป่าจนหายร้อนเพื่อป้อนเธอ ราชาวดีจึงหยิบช้อนจากเขาไปก่อนจะค่อยๆ ตักข้าวกินเอง

                “อร่อยจังค่ะ” เธอยิ้มบอกแล้วตักข้าวกินอีกคำและอีกคำในขณะที่ผู้เป็นพี่ชายได้แต่มองเธออย่างเงียบๆ นานแค่ไหนกันแล้วนะที่ไม่ได้เห็นเธอกินอะไรอย่างเอร็ดอร่อยแบบนี้ เธอเป็นคนกินเก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แล้วก็เลือกกินแต่ของที่มีประโยชน์สมกับที่เป็นหมอ แต่สามเดือนที่ผ่านมานี้เธอกินข้าวเหมือนแมวดม อย่าว่าแต่จะกินข้าวอร่อยเลย ข้าวแต่ละคำที่เธอกินมีรสชาติรึเปล่าก็ไม่รู้ พอวันนี้เห็นไอ้ผีเร่ร่อนมันกลับมาถึงกับกินข้าวอร่อยขึ้นมาเลย

                “กินข้าวได้เยอะขึ้นกว่าทุกวันเลยนะ” เขาว่าเมื่อรับถ้วยโจ๊กที่กินจนหมดแล้วมาจากเธอ ก่อนจะส่งแก้วนมให้เธอต่อ ซึ่งราชาวดีก็รับไปดื่มอย่างว่าง่าย

                “สงสัยแฝดน้อยจะหิวกันค่ะ” เธอลูบท้องตัวเองเบาๆ เพราะแฝดน้อยเริ่มขยับตัวไปมากันแล้วพอได้กินข้าว ผู้พันคีรินทร์เคยแอบแค่นยิ้มออกมา เพราะแฝดน้อยหิวหรือเพราะใครอีกคนกันแน่

                หลังจากกินข้าวเสร็จผู้พันคีรินทร์ก็ออกไปเตรียมผลไม้มาให้เธออีก เรียกได้ว่าดูแลเธอดีเสียยิ่งกว่าพยาบาลประจำตัวด้วยซ้ำ ซึ่งเมื่อราชาวดีอยู่คนเดียวก็เปิดโอกาสให้ใครอีกคนที่แอบคอยท่ารออยู่แล้วกระโดดปีนหน้าต่างห้องเธอขึ้นมาอย่างง่ายดายแล้วรีบไปปิดประตูใส่กลอนเอาไว้ ราชาวดีที่นั่งลูบท้องตัวเองอยู่ตกใจไม่น้อยที่เห็นเขาแล้วทำท่าจะร้องเรียกหาพี่ชายแต่เขากลับรีบพุ่งเข้ามาปิดปากเธอเอาไว้

                “อย่าเสียงดังนะ” เขาสั่งทั้งๆ ที่ยังปิดปากเธออยู่ เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองเขา หน้าตาของเขายังฟกช้ำและฉ่ำเลือดอยู่ ดูๆ แล้วเหมือนเขายังไม่ได้ทำแผลเลยด้วยซ้ำ

                ผู้กองกรันณ์มองหน้าเธออย่างแสนจะคิดถึง แววตาอ่อนโยนลงไปทุกทีๆ ก่อนจะเอามือออกจากปากเธอแล้วดึงเอาเธอเข้ามากอดอีกครั้ง อ้อมแขนแกร่งกอดกระชับเธอเอาไว้อย่างแสนรักและหวงแหน ทะนุถนอมเธออย่างสุดๆ แล้วจูบเรือนผมนุ่มของเธออีก

                “ทำไมถึงไม่ไปทำแผลให้พี่” เขาถามทั้งๆ ที่ยังซบหน้าอยู่กับเรือนผมของเธอ จากกันนานขนาดนี้เขาอยากจะกอดเธอนานๆ ให้สมกับที่คิดถึง พลันสายตาก็หันมาเห็นภาพอัลตราซาวด์ลูกที่วางเอาไว้อยู่ที่โต๊ะหัวเตียงจึงได้เอื้อมมือไปหยิบมาดู เคยเห็นแล้วตอนที่ขวัญตาถ่ายภาพส่งมาให้พ่อเขาดูวันที่เธอไปอัลตาซาวด์ ซึ่งพ่อของเขาก็รีบส่งให้เขาดูต่อ

                “พวกเขาแข็งแรงกันดีใช่มั้ยครับ”

                “ค่ะ” ราชาวดีตอบ “พวกเขาทั้งแข็งแรง เข้มแข็งแล้วก็ร่าเริง...เพราะถูกพ่อทิ้งพวกเขาก็เลยต้องเข้มแข็งเพื่อจะได้เป็นที่พึ่งให้กับแม่ ทำให้แม่ของพวกเขามีกำลังใจที่จะสู้ต่อในวันที่หัวใจแหลกสลาย” น้ำเสียงของเธอเย็นชาจนผู้กองกรันณ์ยิ่งใจหายเมื่อคลายอ้อมกอดออก เธอคงจะยังโกรธเขาอยู่ เขาไม่ว่าเธอหรอก เธอสมควรโกรธเขาจริงๆ

                “พี่จะไม่ขอร้องให้แก้มยกโทษให้พี่หรอก สำหรับพี่...แค่พี่ได้เห็นหน้าแก้ม ได้ดูแลแก้มกับลูกพี่ก็พอใจและดีใจมากแล้ว พี่คิดถึงแก้มเหลือเกินคนดี” เขายกมือขึ้นไล้แก้มนวลของเธอเบาๆ “พี่ไม่เคยรู้สึกทรมานแบบนี้มาก่อน ทั้งคิดถึงแก้ม ทั้งเป็นห่วง พี่อยากช่วยแก้มอุ้มท้องลูก อยากดูแลแก้ม แต่เพราะหน้าที่พี่เลยต้องข่มใจเอาไว้ วันนี้แก้มจะด่าพี่ ตีพี่พี่ก็ยอม สิ่งที่พี่ทำกับแก้มมันยากที่จะอภัยให้ได้จริงๆ เรื่องนี้พี่ยอมรับและไม่เถียง พี่มาให้แก้มลงโทษแล้ว แก้มจะทำยังไงกับพี่ก็ได้พี่ยอมแก้มทุกอย่าง จะบีบขยี้หัวใจของพี่ให้เจ็บยิ่งกว่าแก้มก็ได้” ว่าแล้วเขาก็ก้มลงมาจูบเบาๆ ที่ท้องของเธอสองทีพลางลูบเบาๆ

                “พ่อขอโทษนะแฝดน้อย ตอนนี้พ่อกลับมาหาแฝดน้อยแล้ว พ่อจะไม่ทิ้งแฝดน้อยกับคุณแม่ไปไหนอีกแล้วนะลูก เราสี่คนพ่อแม่ลูกจะไม่จากกันไปไหนอีกแล้วนะลูกนะ แฝดน้อยล่ะคิดถึงพ่อรึเปล่า ที่ผ่านมาอยู่แต่กับพ่อภูใช่มั้ย อย่ารักพ่อภูมากกว่าพ่อรันนะ พ่อรันกลัวแฝดน้อยจะไม่รักพ่อ” เขาเอื้อมแขนมากอดรอบเอวของราชาวดีเอาไว้เสมือนกับกอดลูกในท้องของเธอทำให้ราชาวดีได้แต่มองตามน้ำตาคลอ เธออยากให้มีวันนี้มานานแล้ว วันที่พี่รันของเธอได้พูดคุยกับลูกในท้อง

                “อะไรนะ เพื่อเป็นการไถ่โทษที่พ่อเคยทิ้งแฝดน้อยไปพ่อต้องซื้อของเล่นกับขนมให้แฝดน้อยเยอะๆ หรอ ได้เลยๆ แฝดน้อยอยากได้อะไรพ่อจะซื้อให้ทั้งหมดเลยนะ พ่อรักแฝดน้อยนะลูก รักแฝดน้อยแล้วก็...รักแม่แก้มด้วย” เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับเธอ ราชาวดีจึงได้รู้ว่าเขาเองก็น้ำตาคลอเหมือนกัน “แฝดน้อยเป็นลูกของนางไม้แสนสวยงั้น...ก็ต้องเป็นรุกขเทวดาตัวน้อยของพ่อแน่ๆ เลยใช่มั้ย หืม...” คราวนี้ราชาวดีเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาแต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้แล้วเสไปมองทางประตูเมื่อได้ยินเสียงพี่ชายเดินเข้ามาหา

                “แก้ม!!! ล็อกห้องทำไม เปิดประตูให้พี่หน่อยสิ”

                “ค่ะพี่ภู” เธอร้องตอบแล้วจะลุกไปเปิดประตูให้พี่ชาย แต่คนที่กอดท้องของเธอเอาไว้อยู่กลับไม่ยอมปล่อย

                “ปล่อยแก้มนะ แก้มจะไปเปิดประตูให้พี่ภู พี่รันจะไปไหนก็ไป คุยกับลูกพอใจแล้วยัง ถ้าพอใจแล้วก็ออกไปซะ”

                “ไม่ ยังไม่พอใจ ยังไม่หายคิดถึง” เขาตอบแล้วมองไปทางประตูห้องนอนอีกครั้ง

                “แก้ม เมื่อไหร่จะเปิดประตู เร็วๆ สิพี่มีงานต้องไปทำต่อนะ” เสียงผู้พันคีรินทร์เร่ง

                “งั้นผู้พันก็ไปทำงานได้ตามสบายเลยนะครับ ตอนนี้ผมกลับมาแล้ว ลูกกับเมียของผม ผมจะดูแลต่อเอง” เสียงผีเร่ร่อนที่ตอบกลับมาจากในห้องนอนน้องสาวทำให้ผู้พันคีรินทร์ฉุดจัดขึ้นมาทันทีจนแทบจะปาจานผลไม้ในมือทิ้ง หนอย...มึง มึงยังไม่เข็ดใช่มั้ย

                “มึงเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้รัน!!! กูบอกมึงแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับน้องกับลูกของกู”

                “ลูกใครพูดให้ดีๆ นะพี่ ผมต่างหากที่เป็นพ่อ!!!

                “ไอ้รัน มึง!!!” ผู้พันคีรินทร์สุดจะทนแล้วจริงๆ จึงถีบประตูห้องนอนน้องสาวอย่างแรงจนประตูเปิดออกจึงได้เห็นว่าไอ้ผีปากดีเมื่อกี้นี้มันยังนั่งอยู่ข้างเตียงน้องสาวเขาอยู่ในขณะที่ราชาวดีได้แต่มองหน้าเขาแล้วก็มองหน้าสามีอย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ก็เขาเล่นกวนประสาทพี่ชายเธอแบบนี้แผลเก่ายังไม่หายคงได้แผลใหม่เพิ่มอีกแล้ว

                “อย่าค่ะ” เธอรีบร้องห้ามขึ้นเมื่อเห็นพี่ชายจะเข้ามาเล่นงานสามี ซึ่งดูท่าแล้วผู้กองกรันณ์จะไม่ได้ลุกหนีหรือเตรียมสู้กลับเลย เขาดูจะยอมเป็นฝ่ายถูกซ้อมมากกว่า

                “ไม่ต้องห้ามแก้ม” ผู้กองกรันณ์หันมาบอกเธอแล้วหันมาจ้องหน้าผู้พันคีรินทร์อีกก่อนจะแสยะยิ้มออกมา

                “เอาสิ ต่อยผมอีก ผมไม่สู้หรอก...เอาให้ผมเจ็บยิ่งกว่านี้ จนกว่าพี่จะหายแค้นจนกว่าแก้มจะหายโกรธ ผมทำให้ทุกคนเสียใจมาเยอะผมยอมรับผิด แต่ว่า...ถ้าต่อยผมจนพอใจแล้วผมขอลูกกับเมียผมคืนนะ...ผมคิดถึงลูกกับเมียของผม” ประโยคสุดท้ายเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือก่อนจะนั่งคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อให้ผู้พันคีรินทร์ซ้อมเขาอีกรอบ ดูก็รู้ว่าเขารู้สึกผิดมากจริงๆ ผู้พันคีรินทร์จึงหันมามองทางน้องสาวว่าเธอจะว่ายังไง แต่ราชาวดีกลับนั่งน้ำตาร่วง มองหน้าน้องสาวก็รู้แล้วว่าเธอห่วงคนรักมากแต่ก็ไม่กล้าห้ามเขาอีก

                “พอเถอะนะ” เธอพูดขึ้น “พวกพี่ทั้งสองคนออกไปจากห้องของแก้มเถอะ จะไปต่อยตีหรือจะไปฆ่ากันก็ไปทำที่อื่น อย่ามาทำต่อหน้าแก้ม แก้มไม่อยากเห็น...แค่นี้แก้มยังเจ็บไม่พอหรอคะ”

                “ได้ งั้นพี่จะลากมันออกไปฆ่านอกบ้าน”

                “...แก้มคงไม่รู้สึกเสียใจอีกแล้วล่ะค่ะ...หัวใจของแก้มมันแหลกสลายจนไม่มีไว้ให้แหลกสลายอีกรอบแล้ว ใครจะตายอีกสักกี่ครั้งแก้มก็คงไม่รู้สึก...ตลอดสามเดือนมานี้แก้มร้องไห้ทุกวันจนชินแล้ว” เธอเบือนหน้าหนีทั้งน้ำตาทำให้คนที่กำลังจะซ้อมและคนที่จะถูกซ้อมเผลอหันมามองหน้ากัน ผู้กองกรันณ์จึงรีบลุกขึ้นแล้วเข้าไปกอดราชาวดีเอาไว้ สองแขนแกร่งกอดรัดเธอเอาไว้แน่นแล้วลูบศีรษะเธอเบาๆ อย่างปลอบขวัญ เห็นเธอร้องไห้ทีไรเขาใจไม่ดีตลอด แล้วที่เธอร้องไห้มันก็เป็นเพราะเขาทั้งนั้น

                “พี่ขอโทษนะ พี่จะไม่ทิ้งแก้มกับลูกอีกแล้ว พี่ขอโทษ”

                ผู้พันคีรินทร์เห็นราชาวดียอมให้เขากอดก็ได้แต่ตอนหายใจออกมาอีกรอบ เล่นกอดกันร้องไห้แบบนี้ถ้าเขากระชากไอ้น้องเขยตัวดีมาต่อยเขาก็คงจะดูเป็นคนใจร้ายไป อีกอย่างราชาวดีอยู่ด้วยแบบนี้แล้วต่อยคนไม่มันเลย เกิดเขาต่อยๆ ผู้กองกรันณ์ต่อหน้าเธอไปแล้วเธอกดดันจนเครียดขึ้นมาอีกแฝดน้อยก็จะเครียดตามเป็นเด็กหน้ายุ่งแน่ๆ เอาเถอะ เห็นแก่หลานตอนนี้เขาจะใจดีปล่อยมันไป ไว้ราชาวดีเผลอก่อนเถอะเขาค่อยเอาคืนน้องเขยใหม่ ต่อไปมันจะได้รู้ว่าไม่ควรมาเล่นกับความรู้สึกของใครแบบนี้

 

                ผู้พันคีรินทร์กลับไปทำงานตามเดิมแล้วปล่อยราชาวดีเอาไว้กับผู้กองกรันณ์ ซึ่งพอผู้พันคีรินทร์ไปแล้วก็เกิดความเงียบขึ้นมาอีกรอบเมื่อราชาวดีไม่ยอมพูดกับสามีอีก ในขณะที่เขาก็ได้แต่ทำหน้าสำนึกผิดและพยายามจะชวนเธอพูดคุยด้วยตลอด โดยเฉพาะเรื่องของลูกที่เขาอยากจะพูดคุยกับเธอมากที่สุด

                “หมอนัดคราวหน้าพี่จะพาแก้มไปเองนะ พี่อยากดูการอัลตราซาวด์ลูก”

                “พี่ภูจะพาไปค่ะ”

                “ทำไมต้องพี่ภู พี่เป็นพ่อนะ”

                “แก้มยกแฝดน้อยให้เป็นลูกพี่ภูไปแล้วค่ะ”

                “ยกให้แค่ในนามนี่ ถึงในสูติบัตรของลูกจะมีชื่อของแก้มคนเดียวแต่ชื่อของพี่ก็สามารถเพิ่มเข้าทีหลังได้ แล้วสูติบัตรเขาก็ให้ใส่ได้แค่ชื่อของพ่อกับแม่แท้ๆ เท่านั้น เน้นๆ ว่าต้องเป็นพ่อกับแม่แท้ๆ ไม่รู้ล่ะคราวหน้าพี่จะพาแก้มไปหาหมอเอง”

                “ไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนกันคะ”

                “ถึงพี่จะไม่อยู่แต่ก็ใช่ว่าพี่จะไม่สนใจลูกเมียนะ” เขาหันมาบอกคนที่ค้อนใส่เขาอยู่ “พี่อ่านหนังสือคู่มือการดูแลคุณแม่ตั้งท้องกับคู่มือการเลี้ยงลูกจบไปตั้งหลายเล่ม ตั้งแต่การฝากท้องจนลูกคลอด เอกสารอะไรเกี่ยวกับลูกพี่ก็ทั้งอ่านทั้งปรึกษาคนที่เคยมีลูกมาหมดแล้ว เพราะงั้นแก้มไม่ต้องห่วงนะ นับจากนี้ไปพี่จะดูแลแก้มเอง จะดูแลเป็นอย่างดีเลยล่ะ” ราชาวดีหันมามองค้อนเขาอีกรอบด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แต่ในใจกลับรู้สึกดีที่รู้ว่าเขาศึกษาการเลี้ยงลูกและดูแลเธอมาเป็นอย่างดี เขาเป็นคนที่จริงจังกับทุกๆ เรื่อง ยิ่งเรื่องของลูกก็ยิ่งจริงจัง

                “พี่คิดชื่อลูกเอาไว้แล้วด้วยนะ”

                “ชื่ออะไรคะ” ด้วยความลืมตัวทำให้เธอรีบถามกลับจนเขายิ้มตอบ เธอจึงรีบตีหน้านิ่งใส่อีกแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะค่อยๆ ลุกลงจากเตียงเขาจึงรีบเข้ามากอดประคองเธอเอาไว้พร้อมกับที่มืออีกข้างช่วยอุ้มประคองท้องให้กับเธอด้วย

                “แก้มจะไปไหน อยากได้อะไรเดี๋ยวพี่ไปหยิบมาให้”

                ราชาวดีไม่ตอบเมื่อเธอเดินไปหยิบกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ที่โต๊ะหนังสือมาก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียงหน้าบ้าน ผู้กองกรันณ์ก็เลยช่วยเธอถือกระเป๋าแล้วประคองพาเธอไปนั่งที่เก้าอี้อย่างระมัดระวัง เขาเห็นเธอเปิดกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ออกก่อนจะหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมา ซึ่งพอเห็นดังนี้เขาก็ยิ้มแป้นออกมาทันที

                ร่างสูงนั่งกับพื้นข้างเก้าอี้ของเธอเพื่อให้เธอทำแผลให้อย่างว่าง่ายโดยที่มือก็ยังลูบท้องของเธออยู่เพราะตอนนี้แฝดน้อยกำลังเล่นซนกันจนคนเป็นพ่อยิ้มไม่หุบราวกับมองเห็นว่าลูกๆ กำลังเล่นอะไรกัน ได้กลับมาอยู่กับลูกกับเมียแล้วเขามีความสุขที่สุดเลย นี่สินะเวลาที่เขารอคอยมาตลอดสามเดือน ถึงน้องนางไม้จะยังดูโกรธ ดูตึงๆ กับเขาแต่อย่างน้อยเขาก็ดีใจที่เธอยังห่วงใยเขาอยู่ ทำเมียเจ็บและร้องไห้มานาน เขายินดีจะไถ่โทษให้เธอทุกอย่างเลย

                “ตอนทำภารกิจอยู่พี่มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่เป็นแพทย์ทหารด้วย” เขาบอกขณะที่น้องนางไม้กำลังทายาที่แผลบนใบหน้าให้เขาอยู่อย่างตั้งใจและเบามือ

                “รู้มั้ยพี่ถามเขาว่าอะไร” ราชาวดีเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นขณะมองหน้าเขา ก่อนจะทายาให้เขาต่อ คนที่มีความสุขอย่างสุดๆ เพราะได้อยู่กับเมียแล้วจึงยิ้มก่อนจะตอบคำถามนี้เสียเอง

                “พี่ถามเพื่อนว่าเมียท้องอยู่แบบนี้แล้ว...พี่จะจับเมียกินได้รึเปล่า แล้วเพื่อนพี่ก็บอกว่าได้...โอ๊ย!!!” คราวนี้เขาร้องออกมาเสียงหลงเมื่อราชาวดีตั้งใจกดสำลีใส่แผลของเขาแรงๆ จนรู้สึกระบมไปทั้งหน้าน้ำตาเล็ด

                “...แฝดน้อย แม่แก้มแกล้งพ่อ โอ๊ย!!!

                “สมน้ำหน้า” ราชาวดีว่า จากที่ทำแผลอย่างเบามือคราวนี้เธอจึงกดสำลีใส่แผลเขาแรงๆ จนคนเจ็บร้องโอดโอยไม่หยุด ส่วนคุณหมอเองก็หน้าเรื่อสีแดงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่แต่ก็ฝืนตีหน้านิ่งเอาไว้

**********************************************************************************
ตอนหน้าตอนจบแล้วจริงๆ นะคะ แล้วจะตามมาด้วยตอนพิเศษค่ะ อ่านกันยาวๆ ไปเลย

เจอกันอีกทีวันศุกร์ ที่เก่า เวลาดึกๆ เหมือนเดิมนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 559 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1735 254958pin (@254958pin) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 01:53
    คือดีต่อใจมากๆคร้า
    #1735
    0
  2. #523 ตุวัน (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 09:37
    อยากเฝ้าดูไปจนถึงแฝดน้อยเข้าโรงเรียนอนุบาล...แงๆๆๆๆ
    #523
    1
  3. #510 KAI (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 12:52

    คืออ่านไปก็อินท์ไปกับตัวละครอะนะ สนุกมากๆ

    #510
    0
  4. #509 iriya (@iriya) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 10:31
    ชอบๆ...ผู้กองน่ารักมากๆ
    #509
    0
  5. #508 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 09:58

    โอ๊ยจะจบแล้วเหรอ ยังไม่อยากให้จบเลยค่ะ ชอบมากเลยนะคะไรท์ สนุกมากๆ เลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกละมุนมากๆเลย ขอบคุณมากเลยค่ะ

    #508
    0
  6. #507 ปูโพธาราม (@souwanee) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 09:44
    หมอแก้มเข้าวัดด่วน ผีเร่ร่อนมาขอส่วนบุญ5555
    #507
    0
  7. #506 ปุ๊ก (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 09:39

    ขอบคุณนะคะเที่เขียนนิยายดีๆให้อ่านชอบมากค่ะ

    #506
    0
  8. #505 noina235 (@noina235) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 09:11

    ไม่อยากใผ้จบเลยอ่ะ

    #505
    0
  9. #504 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 08:41
    น่าร๊ากกกกกก

    จะได้เห็นแฝดน้อยมั้ยน้ออออออ
    #504
    0
  10. #503 จำชื่อแอ็ดไม่ได้ ลืม (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 06:41

    ไม่อยากให้จบเลย คิดถึงท่านขวัญตากับโคแก่

    อยากไปเป็นติ่งน้อยของท่านขวัญตา

    เผื่อท่านขวัญตาจะพาโคแก่ไปดูคอนเสิร์ต แม่ย้อย

    คิดถึงแรดน้อยของพี่ภู ลูกฝดน้องของพ่อภู

    คิดถึงพี่น่านน้ำและน้ำอิง อ้าวเฮ้ยคนละเรื่อง 555

    #503
    0
  11. #502 maimunah08126 (@maimunah08126) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 05:40
    อ่านไปร้องให้ไป😥😥😥😥
    #502
    0
  12. #501 La violin (@kaenice) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:29
    ผีเร่ร่อนตายแล้วฟื้นมาแล้วค่ะ เอาหนักๆเลยหมอแก้มอย่าไปยอมง่ายๆ
    #501
    0
  13. #500 ณิชาภัทร (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:29

    ชอบมากๆ ขอบคุณนะคะ

    #500
    0
  14. #499 Medsaiby (@Medsaiby) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:28

    รักนิยายเรื่องนี้ที่สุด อ่านไป ยิ้มไป...

    #499
    0
  15. #498 hazabaza (@hazabaza) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:15
    ถึงจะไม่อินกับทหาร แต่จัดebookแน่นอนค่ะ ชอบพระเอกรักนางเอกเวอร์ดี
    #498
    0
  16. #497 rattanawaleeoaj (@rattanawaleeoaj) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:14
    อยากได้หนังสือค่ะ
    #497
    0
  17. #496 mmmintismm (@higher_rainbow) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:04
    แอบรู้สึกอึดอัดใจแทนแก้ม เข้าใจแหละว่าชีวิตคู่มันต้องมีคนที่เสียสละมากกว่า แต่แก้มยอมผู้กองมากจริงๆ ยอมทุกอย่างอ่ะ แล้วทุกคนก็คอยฝังหัวอยู่นั่นแหละว่าให้เสียสละๆๆๆๆ มีใครเคยให้แก้มตัดสินใจเองจริงๆโดยไม่ต้องมาไซโคไหม ก็ไม่เคยมี ขอโทษทีนะคะนักเขียน เราอินไปหน่อย แฮ่
    #496
    2
    • #496-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 71)
      23 พฤษภาคม 2562 / 00:13
      555 ไม่ต้องขอโทษค่ะ เม้นได้เต็มที่โลด
      #496-1
    • #496-2 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 71)
      23 พฤษภาคม 2562 / 14:58
      อ่านไปยิ้มไปเลยค่ะไร้ท์มีความน่ารักทั้งผู้พันและผู้กองขอเรื่องของผู้พันและผู้หมวดอีกซักเรื่อง
      #496-2
  18. #495 MojitoHawaii (@Laris_LL) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 23:47
    ขอบคุณนะคะ ไม่อยากให้จบเลย อยากให้หวานแบบนี้ไปนานๆ อิอิ
    #495
    2
    • #495-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 71)
      23 พฤษภาคม 2562 / 00:03
      ไปหวานต่อตอนพิเศษจ้า
      #495-1